“พระองค์หญิงงามสง่า” ทรงม้านำริ้วขบวนที่ 6 ในพิธีอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร

ความงามสง่าของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 6 ในพิธีอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ปรากฏแก่สายตาพสกนิกรไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ต.ค. และสร้างความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อพันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเป็นผู้บังคับกองทหารม้าเกียรติยศ และทรงดำเนินการควบคุมการซักซ้อมด้วยพระองค์เอง

ในการนี้ พระองค์ทรงม้าชื่อเว-คาลาตา(W-CALATA) ม้าทรงประจำพระองค์ฯ สายพันธุ์โฮล์สไตเนอร์ วอร์มบลัด สีแซมขาว เพศเมีย อายุ 11 ปี ความสูง 170 เซนติเมตร จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นม้ากีฬาประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ผ่านการฝึกขั้นสูง ตอบสนองต่อการบังคับควบคุมได้ดี มีลักษณะนิสัยสุขุม ไม่ตื่นตระหนกง่าย และเคยได้รางวัลชนะเลิศมากมายจากการแข่งขันประเภทกระโดด
ข้ามเครื่องกีดขวางในสหภาพยุโรป

 

 

พ.อ.วิทัย ลายถมยา ผู้บังคับหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ นำผู้สื่อข่าวเข้าชมม้าทรงประจำพระองค์ฯ พร้อมขึ้นขี่ม้าเว-คาลาตาร่วมฝึกซ้อมกับกำลังพล ซึ่งเว-คาลาตาเป็นม้าที่มีความสวยสง่าในทุกท่วงท่าของการเคลื่อนไหว

 

 

พ.อ.วิทัยเปิดเผยว่า พระองค์ไม่ได้เสด็จไปทรงคัดเลือกม้าด้วยพระองค์เอง แต่ทรงตัดสินพระทัยผ่านการสื่อสารทางออนไลน์กับคณะทำงานที่ไปคัดเลือก โดยทรงคัดเลือกม้าจำนวน 2 ตัว คือเว-คาลาตา และคาริสโม ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกัน จากนั้นหน่วยม้าทรงประจำพระองค์นำม้าทั้ง 2 ตัวมาถึงประเทศไทยในวันที่ 28 ส.ค. และฝึกซ้อมเตรียมความพร้อม เมื่อพระองค์เสด็จกลับจากสหภาพยุโรปมาถึงประเทศไทยวันที่ 12 ต.ค. วันรุ่งขึ้นจึงเสด็จมาทรงม้าทั้ง 2 ตัว และทรงเลือกเว-คาลาตาเป็นม้าทรงในริ้ว

 

 

ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เนื่องจากคาริสโมตัวสูงใหญ่ถึง 178 เซนติเมตร ช่วงก้าวขาจะยาว ขณะที่ม้าตัวอื่นวิ่งก้าวสั้น เวลาบังคับให้เขาก้าวสั้นเขาจะหงุดหงิด พิจารณาแล้วไม่น่าจะปลอดภัย

โดยพันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงใช้เวลาเพียงสั้นๆ ในการทำความคุ้นเคยกับเว-คาลาตา และเสด็จมาทรงซักซ้อมริ้วขบวนที่หน่วยม้าทรงประจำพระองค์อย่างต่อเนื่อง ก่อนทรงม้าออกภายนอกครั้งแรกในการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเมื่อวันที่ 15 ต.ค. และครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 ต.ค.

 

 

ผบ.หน่วยม้าทรงประจำพระองค์กล่าวต่อว่า พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี เมื่อทอดพระเนตรเห็นว่าการจัดรูปขบวนยังไม่สอดคล้อง เช่น ขณะม้าเข้าทางแคบ และมีอาการตกใจเมื่อเจอกระบี่หรือเสียงเป่าแตร พระองค์รับสั่งให้ตัดแถวแบ่งขบวนใหม่ และหากผ่านทางแคบไปแล้ว จึงรับสั่งให้กลับมาจัดรูปขบวนตามเดิม

ในการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนทั้ง 2 ครั้ง ยังมีเสียงปืนใหญ่ เสียงคนวิ่ง และมีคนใช้แฟลชถ่ายรูป ทำให้ม้ามีอาการตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์จึงทรงคุมม้าให้สงบนิ่งได้

ในการฝึกซ้อมริ้วขบวนทุกครั้ง พระองค์จะทรงตรวจสอบว่า สแควร์ไหม หมายถึงการยืนของม้าในลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม หากยืนขาไม่ตรงกันเป็นสี่เหลี่ยมจะทำให้ไม่สมดุล เช่น เวลาผู้ขี่เอียงซ้าย ม้าก็จะต้องเอียงซ้ายเพื่อรับน้ำหนัก ธรรมชาติของม้าจะยืนตรง ผู้ขี่จึงต้องทำตัวให้สมดุล เพื่อไม่ทำให้ม้าเสียสมดุลไปด้วย เป็นอีกหนึ่งจุดที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญมาก

 

 

พระองค์ทรงใส่พระทัยทุกรายละเอียดในการซ้อมริ้วขบวน เพื่อให้สง่างามสมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยทรงตรวจกำลังพลทุกคนและความสมบูรณ์ของม้าทั้ง 77 ตัวด้วยพระองค์เอง ทั้งเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นเครื่องแบบสูงสุดของทหารรักษาพระองค์ รวมถึงความสะอาด อุปกรณ์ และเครื่องป้องกันของม้า เพื่อให้ม้ามีความพร้อม

ที่สำคัญคือเพื่อความปลอดภัยของม้าและตัวผู้ขี่เอง และเมื่อทรงฝึกซ้อมเสร็จจะรับสั่งว่าต้องปรับแก้อย่างไรบ้างพระองค์ทรงปรนนิบัติบำรุงม้า ทั้งก่อนการใช้ ระหว่างการใช้ และหลังการใช้ โดยมีรับสั่งว่าต้องดูแลม้าตลอดเวลาเหมือนกับสัตว์เลี้ยง

 

 

ในวันแรกที่ทรงร่วมซ้อมริ้วขบวน เมื่อพบว่าขาม้ามีแผล พระองค์รับสั่งให้เปลี่ยนม้าใหม่ทันทีŽ พ.อ.วิทัยกล่าวและว่า พระองค์จะไม่รับสั่งอะไรมาก แต่ทรงปฏิบัติให้กำลังพลเห็นเป็นแบบอย่างว่าทรงปฏิบัติกับม้าทรงของพระองค์อย่างไร

พระองค์ทรงเน้นตลอดว่าก่อนจะขึ้นม้า เนื้อตัวต้องสะอาด เพราะถ้าไม่สะอาดแล้วมาเจอฝุ่นต่างๆ จะทำให้ม้าเป็นโรคผิวหนัง โดยเฉพาะกีบม้าที่ทรงทายากีบม้าด้วยพระองค์เองทุกครั้ง เพราะม้ามีน้ำหนักมากถึง 500 กิโลกรัม และกีบจะต้องรองรับน้ำหนักที่กดลงมา หากกีบม้าแตกจะทำให้ม้าบาดเจ็บและเสียการทรงตัว

และเมื่อทรงลงม้าทุกครั้ง พระองค์จะทรงนำม้าไปปลดเครื่องม้าออกด้วยพระองค์เอง ทรงล้างขาม้าและทรงตรวจว่าใต้ขาม้ามีหินติดอยู่หรือไม่ เมื่อทรงตรวจขั้นต้นแล้วจึงทรงส่งให้ผู้ดูแลม้าทำความสะอาดในขั้นตอนต่อไป

นอกจากเว-คาลาตาแล้ว พันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงมีม้าคู่พระทัยและเป็นม้าทรงโปรดอยู่ที่ฝรั่งเศส คือ ปรินซ์ ชาร์มมิง เป็นม้าระดับพรีเซนต์จอร์จที่ทรงใช้แข่งขันต่อเนื่อง ตั้งแต่เอเชี่ยนเกมส์ที่เกาหลี และซีเกมส์ที่มาเลเซีย

 

 

และมีม้าตัวใหม่ที่ทรงได้รับคือปรินซ์ ออฟ สวิง เป็นม้าที่มีความรู้สูงระดับกรังด์ปรีซ์ สามารถขยับระดับการแข่งขันของพระองค์ให้สูงขึ้นได้ถึงโอลิมปิก

 

 

ผบ.หน่วยม้าทรงประจำพระองค์กล่าวด้วยว่า สำหรับริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 6 ประกอบด้วย กองทหารม้าเกียรติยศจำนวน 77 ม้า จากกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปบรรจุลงในถ้ำศิลาพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุลงในถ้ำศิลาพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ในวันที่ 29 ต.ค.

 

 

“ในฐานะที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บังคับหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ มีภารกิจหลักในการถวายงานด้านการทรงม้าแด่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ครั้งนี้ผมและกำลังพลทุกนายมีความภาคภูมิใจสูงสุดที่ได้มีโอกาสถวายงานแด่พันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตอนนี้การซักซ้อมทุกอย่างพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว พวกผมจะถวายงานอย่างเต็มที่เพื่อให้สมพระเกียรติที่สุดŽ” ผบ.หน่วยม้าทรงประจำพระองค์กล่าว

 

 

— คลิป —

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูล : ข่าวสด

ติดตามข่าวสารอินเทรนด์ได้ที่ : TrendyNews2017