อร่อยสมคำร่ำลือ “หมูปิ้งเฮียอ้วน” หมูปิ้งที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย กำไรวันละ 24,000 บาท

ไม่มีใครไม่เคยกิน "ข้าวเหนียว-หมูปิ้ง" เป็นอาหารประจำตอนเช้า หรือจะตอนเย็นของใครหลาย ๆ คนเลยนะ "หมูปิ้งเฮียอ้วน" หมูปิ้งที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยอร่อยสมคำร่ำลือ ไม่ลองไม่รู้นะจ๊ะ     ตำนานหมูปิ้งที่ร่ำลือกันว่า เป็นหมูปิ้งที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย ก็คือ“หมูปิ้งเฮียอ้วน” โดยใช้เวลาในแต่ละคืนแค่ 4 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 3 ในการขายหมูปิ้ง 2,000 ไม้ และรสชาติที่โดดเด่น ทำให้คนแวะเวียนมาขอความรู้ และขอซื้อแฟรนไชส์ กันเป็นจำนวนมาก ตลอดเวลา 30 ปี เฮียอ้วนคนนี้ ไม่เคยคิดขายแฟรนไชส์ จนวันนี้ เขาตัดสินใจที่จะยอมเปิดเผยเทคนิคการทำหมูปิ้ง ผ่านการขายแฟรนไชส์ ที่หลายคนรอคอย     “หมูปิ้งเฮียอ้วน” เป็นรถเข็นหมูปิ้งยอดนิยม มานานกว่า 30 ปี อยู่ตรงแยกสีลม คอนแวนต์ หน้า 7-11 โดยลูกค้าหมูปิ้งเฮียอ้วน เดิมจะเป็นนักท่องราตรี และคนทำงานกลางคืน ซึ่งจะมีทั้งคนไทย และต่างชาติ และด้วยรสชาติที่ถูกปาก ทำให้มีสื่อต่างชาติมาถ่ายทำรายการ

อาชีพใหม่มาแรง! ปลูกหญ้าหวาน แทนทำนา….ขายได้ราคาดีกว่าทำนาถึง 7 เท่า

ก่อนเข้าถึงเนื้อหา ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า อำเภอสะเมิง เป็นพื้นที่ภูเขาสูง ฉะนั้น จะมีพื้นที่ราบสำหรับทำนาน้อย จะได้ข้าวประมาณ 100 ถัง ขายได้เงินประมาณ 10,000 บาท เมื่อปี 2557 สถาบัน IQS เข้ามาส่งเสริมการผลิตหญ้าหวาน จึงตัดสินใจทดลองปลูก จำนวน 1 ไร่ จนถึงปัจจุบันเปรียบเทียบแล้วมีรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง 7 เท่า ต่อปี     หญ้าหวานนั้น หลังจากปลูกได้ 30 ถึง 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยทยอยเก็บทุกวัน ส่วนหญ้าหวานสด 10 กิโลกรัม เมื่อตากแห้งในโรงเรือนหลังคาพลาสติก หากแดดจัด ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จะเหลือน้ำหนักแห้งประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม คุณภาพของหญ้าหวานจะแตกต่างกัน ในแต่ละฤดูกาลคือ หน้าร้อนและหน้าฝนใบจะบางต้นสูง แต่หน้าหนาวใบจะหนาต้นจะเตี้ย หญ้าหวานถือเป็นพืชทนแล้ง จากช่วงแล้งที่ผ่านมาไม่มีน้ำรดระยะเวลาเป็นเดือนก็ไม่ได้รับผลกระทบ สามารถปลูกเป็นพืชทางเลือกทดแทนข้าวที่มีปัญหาด้านราคาอยู่ในขณะนี้

“หมอปั๊ก หมอเทวดา” รักษาแค่ 7 บาท จับเส้น-ดึงเส้น กระดูกทับเส้นประสาท หายทันตา เดินได้เหมือนปกติ คนแห่ไปรักษาเพียบ! (รายละเอียด)

อันคำว่า “ไม่มีโรค เป็นลาภ อันประเสริฐ” เป็นสิ่งที่จริงที่สุดในชีวิต ใครได้ลองเป็นแล้วจะรู้ซึ่งถึงแก่น ไม่มีใครหรอกที่อยากมีโรคติดตัว หรืออาการปวดต่าง ๆ อยู่กับตัวเอง วันนี้ทางเรานำเรื่องราวดี ๆ มาฝาก.. ก็คือการรักษาอาการปวด กระดูกทับเส้นอะไรต่าง ๆ ไปติดตามกัน     โรคกระดูกทับเส้น คือปัญหาเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกอย่างหนึ่ง เกิดจากหมอนรองกระดูกที่อยู่บริเวณกระดูกสันหลังถูกทำลายจนเสียหาย ส่งผลให้ไปกดทับเส้นประสาท แนวกระดูกสันหลังประกอบด้วยกระดูกสันหลังจำนวน 30 ชิ้น เริ่มตั้งแต่กระดูกสันหลังส่วนคอ 7 ชิ้น กระดูกสันหลังส่วนกลาง 12 ชิ้น และกระดูกสันหลังส่วนล่างหรือเอวอีก 5 ชิ้น แต่ละส่วนของกระดูกสันหลังบริเวณคอ อก และเอวทั้ง 24 ชิ้นนี้ เชื่อมกันด้วยเนื้อเยื่อซึ่งเป็นแผ่นกลมเรียกว่าหมอนรองกระดูก     มีผู้ใช้เฟสบุ๊ก นาคิน ดำรงธรรมะสกุล ได้โพสต์ข้อความว่า... " 💨💨หมอนรองกระดูกทับเส้นหายแน่นอน 💨💨 เสียค่าครู7บาท #มาแล้วแวะมานวดอีกสักหน่อย "     -- ผู้ที่เคยไปรักษา --     -- คลิป --       ขอบคุณข้อมูลจาก : sharenoi.com

คุณหมอแจกสูตร “น้ำเต้าหู้ + มะนาว” ยาอายุวัฒนะประสิทธิภาพสูง ของ นายแพทย์สมเกียรติ

น้ำเต้าหู้ผสมมะนาว สูตรเด็ดคูณสอง ที่เขาว่าเป็นยาอายุวัฒนะ     นพ.สมเกียรติ อธิคมกุลชัย จักษุแพทย์ โรงพยาบาลเอกชัย เผยอาหารเสริมอายุวัฒนะ น้ำเต้าหู้ผสมมะนาว ที่แนะนำให้คนไข้ทานเพื่อบำรุงร่างกาย แต่คนสุขภาพดีก็ทานได้ สรรพคุณและประโยนช์เพียบ!! ตามไปดูกันเลยว่าทำอย่างไร     สำหรับสูตร “น้ำเต้าหู้มะนาว” ที่คิดค้นขึ้นโดย นพ.สมเกียรติ อธิคมกุลชัย จักษุแพทย์ ผู้ใช้ยาร่วมกับการรักษาโดยแพทย์ทางเลือก ของโรงพยาบาลเอกชัย จังหวัดสมุทรสาคร ที่แนะนำให้คนไข้ดื่มน้ำนมถั่วเหลืองผสมกับน้ำมะนาวเป็นประจำ   เพื่อสร้างเสริมการทำงานของสมอง สายตา และยังช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงขึ้น ซึ่ง นพ.สมเกียรติ ได้ทดลองมานานเป็นสิบปี พร้อมกับจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาไว้ ไม่ให้นำไปใช้ทำประโยชน์ทางธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต     สำหรับใครที่อยากลองดื่มน้ำเต้าหู้ผสมมะนาวดู ก็จัดไปตามสูตรนี้   ส่วนผสม   1. น้ำนมถั่วเหลือง (น้ำเต้าหู้) 150-200 ซีซี (ไม่ใส่น้ำตาล)     2. น้ำมะนาว 1 ผล       วิธีทำ 1. น้ำมะนาว 1 ผล ไปแช่เย็นแล้วนำมาคั้นเป็นน้ำ   2. ผสมน้ำมะนาวลงไปในน้ำนมถั่วเหลือง คนให้เข้ากัน จะมีลักษณะข้นคล้ายโยเกิร์ต รสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ   3. ดื่มเป็นประจำทุกวันตอนเช้าก่อนอาหาร วันละ 1

อาชีพแปลก “ขายน้ำต้นไผ่’”แต่มีรายได้หลักเงินล้าน เผยวิธีทำง่ายขาย สร้างรายได้ดีมาก (คลิป)

อาชีพแปลก "ขายน้ำต้นไผ่’"แต่มีรายได้หลักเงินล้าน เผยวิธีทำง่ายขาย สร้างรายได้ดีมาก    อาชีพ "ขายน้ำต้นไผ่ " หลายคนตกใจเห้ยมีอาชีพนี้ด้วยเหรอ มันเป็นอย่างไร ทำไมถึงสร้างเงินได้มากมาย วันนี้เรามีคำตอบมาให้ และจะพาไปดูการทำอาชีพ ขายน้ำต้นไผ่ ว่ามันทำกันอย่างไร ยากไหม มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันได้เลย   เพจเฟซบุ๊กอย่าง “เชียงตุง อยู่ดีกินหวาน” ได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวของอาชีพใหม่สุดแปลกแต่สามารถทำเงินล้านได้ นั้นก็คืออาชีพ ขายน้ำจากต้นไผ่ นั้นเอง ซึ่งเป็นน้ำบริสุทธิ์ ที่มีประโยชน์มากมายหลายประการ         #อาชีพแปลกทำเงินล้าน ขายน้ำจากไม้ไผ่ลิตรละ 60 บาท น้ำบริสุทธิ์ #รายได้ไม่ธรรมดา …#น้ำไผ่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป โดยมีสรรพคุณช่วยขับสารพิษในร่างกาย โดยเฉพาะสลายนิ่ว หรือใช้ดื่มกิน ล้างหน้า และล้างสารพิษตกค้างในผัก       …#คุณคำนึงเล่าถึงเทคนิคการผลิตน้ำจากต้นไผ่ว่า สามารถทำได้กับไผ่ทุกสายพันธุ์ที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป โดยใช้มีดตัดที่ปลายยอดให้เป็นปากฉลามห่างจากข้อไผ่ราว 3-4 นิ้ว แล้วนำถุงพลาสติกมาสวมไว้มัดเชือกให้แน่น แต่ต้องทำในช่วงเวลาประมาณ 01.00 – 03.00 น. เท่านั้น       การเก็บน้ำไผ่

สุดยอดเครื่องดื่ม “นมต้มกระเทียม” แค่ดื่มต่อเนื่อง ป้องกันและรักษาได้ถึง 10 โรคนี้

เป็นที่นิยมและสนใจกันอย่างมากกับ นมต้มกระเทียม ใครยังไม่เคยลองห้ามพลาดเด็ดขาด สรรพคุณเพียบ !!!    ใครจะเชื่อละว่านมกับกระเทียมเมื่อมาเจอกัน จะสร้างคุณประโยชน์มากมาย และช่วยต่อต้านและรักษาโรคอีกหลายชนิด วันนี้เรามีวิธีทำมาสอน ตามไปชมกันได้เลย ว่าทำอย่างไง และช่วยรักษาโรคอะไรบ้าง ??   “ดีต่อเด็กและผู้สูงอายุ” กับสูตรปรุงเครื่องดื่ม “นมต้มกระเทียม” ที่กำลังนิยมและให้ความสนใจปรุงดื่มกันอย่างแพร่หลาย ด้วยเพราะคุณค่าของกระเทียมที่มีประโยชน์มากมาย บวกกับความง่ายต่อการปรุงเป็นเครื่องดื่มให้กับเด็กๆและผู้สูงอายุได้ดื่มอุ่นๆ ทั้งเวลาเช้าและก่อนนอน       สำหรับส่วนผสมก็มีเพียง 3 อย่าง   1. นมจืด ขนาดครึ่งลิตร หรือจะลองเปลี่ยนเป็นนมโคชนิดใดรสใดก็ได้ตามร้านสะดวกซื้อ แล้วแต่ผู้ดื่มชอบ   2. กระเทียม 2 หัว แนะนำแบบกลีบใหญ่ปลอกเปลือกและสับให้ละเอียด   3. น้ำเปล่า ปริมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำนม     ขั้นตอนการปรุง – เทน้ำเปล่ากับกระเทียมสับใส่หม้อ ตั้งไฟต้มรอจนน้ำเดือดจึงเทนมใส่   – ต้มต่อและคนผสมให้น้ำและนมเข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน   – เคี่ยวส่วนผสมให้เดือดอีกครั้งจนน้ำนมข้นขึ้น จึงปิดไฟ   – พักไว้สักครู่พร้อมเสริฟให้ดื่มในขณะที่ยังอุ่นๆ จะได้ประโยชน์และได้รสชาติดีที่สุด ซึ่งหลังการปรุงจะได้ปริมาณน้ำนมต้มกระเทียม 2 แก้วมัค       “น้ำนมต้มกระเทียม” จริงๆ แล้วเนื้อกระเทียมนั้น หากทานต่อเนื่องในปริมาณหนึ่งจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะกินสดๆ เลยหรือจะนำมาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร   แต่ไม่ควรกลืนทั้งกลีบเพราะจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เพราะสาร Allicin ในกระเทียมจะเกิดขึ้นเมือกลีบกระเทียมถูกตัดหรือถูกทำให้ช้ำแล้วเท่านั้น   และสำหรับการดื่ม น้ำนมต้มกระเทียม จะสามารถช่วยรักษาและป้องกันโรคต่างๆ

อย่าดูถูกกัน! คนขายของริมทางที่โดนดูถูกว่า “ยากจน-หาเช้ากินค่ำ” อาจรวยกว่าคนใส่สูททำงานห้องแอร์!

อย่าดูถูกคนที่ใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ อย่าดูถูกคนที่หาเช้ากินค่ำ บางทีคนเหล่านั้นอาจรวยกว่าคนที่ขับรถยนต์.. คนทำงานในห้องแอร์ ก็ได้นะอย่าดูถูกใครด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของเขาเลย.. เชื่อว่าหลายๆ คนที่ทำงานออฟฟิศแต่ยังไม่มีเงินเก็บ เดือนหนึ่งต้องจับต้นชนปลาย ถึงแม้ว่าจะแต่งตัวดูดี นั่งทำงานสบายๆ ในห้องแอร์ แต่ชีวิตก็ไม่ดีขึ้น ตรงกันข้ามกับคนที่ขายของอยู่ริมทาง หรือเปิดร้านไม่ได้ใหญ่โต ซึ่งหลายคนดูถูกว่าต่ำต้อย หารู้ไม่ว่าคนเหล่านี้ กลับมีชีวิตดีกว่าที่คิด อย่างเรื่องราวที่จะแชร์มาให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อไปนี้ บอกเลยว่าอ่านแล้วเปลี่ยนความคิดได้เลย     อย่าดูถูกกัน! ผมเคยเห็นคนขายก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆ ใต้ทางด่วน ขายได้วันละ 7-8 พัน เดือนนึงกำไรไม่ถึงแสนก็เฉียดแสนต่อเดือน ผมเคยเห็นคนขายไส้กรอกย่างชิ้นละบาท ปั่นซาเล้งขายตอนกลางคืนขายได้วันละ 4-5พัน กลางวันขับรถคันเป็นล้านไปจ่ายตลาด ผมเคยเห็น คนเข็นรถผลไม้ ขายได้วันละ 2-3 พัน แต่ขอโทษกำไรพวกนี้ 70% เดือนๆ นึงมีเก็บเฉียดแสน ผมเคยเห็นคนขายส้มตำไก่ย่าง ขี่มอร์ไซค์พ่วงขายกับเมียสองคน จอดตามไซด์งานก่อสร้าง จอดตามปั๊มน้ำมัน วันนึงมีกลับบ้าน 6-7 พัน กำไรครึ่งนึง เดือนนึงเกือบแสน ผมเคยเห็นคนขายซูชิ 5 บาทตลาดนัด ซื้อบ้านเงินสดหลังละ 5 ล้านมาแล้ว ก็เล่นขายได้วันละ 1-2 หมื่น จะซื้อไม่ได้ได้ยังไง 5 บาทก็จริงเลือกไปเลือกมาคนเดียวเกือบร้อย! คนเหล่านี้ รวยเงียบๆ แม้ไม่ได้ใส่สูททำงานห้องแอร์     แต่ขอโทษ .. พวกนี้เดือนนึงหาเงินได้มากกว่า พนักงานทั่วไปถึง 10 เท่า แถวสะพานตากสิน มีผู้หญิงคนนึงข้ามมาจากฝั่งธน มาขายแซนด์วิช 20 บาท โต๊ะพับตัวเดียว ขาย 2-3 ชั่วโมงได้

สวยมาก!! 5 ไอเดีย แบบบ้านชั้นเดียวผนังปูนเปลือย ที่เป็นได้มากกว่าบ้าน

วันนี้ใครที่ชอบ บ้านสไตล์ลอฟท์ บ้านแบบผนังปูนเปลือย เราจะนำตัวอย่างการสร้างบ้านขนาดเล็ก ที่ดัดแปลงได้มากกว่าการทำเป็นบ้านพักอาศัย โดยเรานำแบบบ้านหลังเล็กๆ เป็นแบบบ้านชั้นเดียวผนังปูนเปลือย ที่เราเอาตัวอย่างทั้ง 5 หลัง มาปรับเป็นได้มากกว่าบ้านผนังปูนเปลือย 5 ไอเดีย แบบบ้านชั้นเดียวผนังปูนเปลือย ที่เป็นได้มากกว่าบ้าน สวยๆเราไปดูกัน 1. บ้านปูนเปลือยชั้นเดียว ขนาดเล็ก เหมาะทำร้านกาแฟ คาเฟ่ บ้านปูนเปลือยกะทัดรัดหากทำเป็นร้านเล็กๆ หลังคาทรงเพิงหมาแหงน ผนังภายนอกบ้านที่ออกแบบเป็นผนังปูนเปลือย ก็จะเป็นร้านเปิดโล่ง ที่ลูกค้าสามารถมองบรรยากาศรอบข้างได้ สามารถปรับรายละเอียดเป็นบ้าน ที่มีห้องนอนเพิ่มได้จากขนาดเล็ก ที่ออกแบบรองรับขยายเป็นทั้ง 1 หรือ 2 ห้องนอนจนไปถึง 3 ห้องนอน     เพื่อนคนไหนสนใจสามารถ ติดต่อได้ที่ Eternity House 083-3227748 ธีระวัฒน์ สุทธวงค์ ( ช่างเจน ) หรือ E-Mail มาได้ที่ [email protected] รายละเอียดเพิ่มเติม แบบบ้านปูนเปลือยชั้นเดียว ขนาดเล็ก เหมาะทำร้านกาแฟ คาเฟ่ เล็กๆ

แจกสูตร!! กระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง ทำกินก็ได้ ทำขายกำไรงาม เพิ่มมูลค่ากระเทียมโทน !

แจกสูตร!! กระเทียมโทนดองน้ำผึ้งไม่ยาก ทำกินก็ได้ ทำขายกำไรงาม เพิ่มมูลค่ากระเทียมโทน ! สำหรับใครที่อยากทำกระเทียมโทนดองแต่ไม่รู้ว่ามีวิธีอย่างไร และต้องใช้อะไรบ้าง วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆมาฝากกันค่ะ 📍วิธีทำกระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง วัตถุดิบ และส่วนผสม 1 กระเทียมโทนแห้ง 1 กิโลกรัม 2. น้ำสะอาด 3-5 ลิตร 3. เกลือ 2 ช้อน 4. น้ำส้มสายชู 5-10 ช้อน 5. น้ำตาล 1-2 กิโลกรัม 6. น้ำผึ้ง 200 ซีซี อุปกรณ์ 1. ตาชั่ง 2. หม้อสแตนเลส สำหรับต้มน้ำปรุงหรือใส่กระเทียมดองก่อนบรรจุ 3. เตาแก๊ส หรือเตาถ่าน 4. ไห หรือ ภาชนะใส่ดอง 5. กะละมัง สำหรับล้างทำความสะอาด 6. กระบวย สำหรับคนส่วนผสม 7. มีดบาง สำหรับตัดแต่งกระเทียมโทน 8. ถ้วยตวง สำหรับตวงส่วนผสม 9. กระชอน สำหรับกรองน้ำดอง 📍ขั้นตอนทำกระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง 1. ตัดราก ปอกเปลือก และตัดแต่งกระเทียมโทน โดยให้ตัดส่วนที่เสียหรือมีรอยตำหนิออกให้หมด ก่อนนำกระเทียมโทนไปล้างให้สะอาด

คนมีลูกควรอ่าน!! วิธีเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น เพื่อให้ลูกเป็นเด็กเก่ง โตไปมีคุณภาพ

การเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น…เป็นอีกหนึ่งแบบอย่างที่พ่อแม่ไทยให้ความสนใจ เพราะเด็กญี่ปุ่นที่เราเห็นนั้น มักดูเก่งและมีความสามารถ ซึ่งการเลี้ยงดูหรือการใช้ชีวิตของเด็กญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กว่าจะเก่งหรือโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่พัฒนาชาติให้เจริญได้ขนาดนี้     ญี่ปุ่น ประเทศเล็กๆ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยไม่ได้อยู่เป็นรองของหลายๆ ประเทศใหญ่ๆ เลย แต่ก็มีหลายคนที่คิดว่าเด็กญี่ปุ่นต้องมีความสุขสบายเพราะอยู่ในประเทศที่มีสังคมและการจัดการสังคมที่ดีแน่นอน!! แต่แท้จริงๆ แล้วคนญี่ปุ่นไม่นิยมฝึกให้เด็กญี่ปุ่นมีนิสัยที่สบายเกินไป เพราะเด็กที่สบายเกินไปอาจเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่รักสบายจนอาจมีผลเสียต่อการพัฒนาชาติ ซึ่งเทคนิคการเลี้ยงลูกสไตล์ญี่ปุ่นที่ทางแอดจะนำมาเสนอนี้ คุณชินอิจิโร่ อิคาริ คุณพ่อชาวญี่ปุ่นที่ปัจจุบันเป็นผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและลิขสิทธิ์ สำนักพิมพ์อิจิมันเนนโด ประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตหนังสือชุด Happy Advice ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นจนทะลุยอดขาย 4 ล้านเล่ม ได้เผยถึงโจทย์การเลี้ยงลูกของพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นในปัจจุบันให้ฟังว่า… ระยะหลังมานี้ ชาวญี่ปุ่นไม่ได้เน้นให้ลูกเรียนอย่างเดียว แต่จะสร้างเสริมคุณลักษณะหลายๆ ด้านเข้าไปด้วย ซึ่งจะเน้นความเป็นมนุษย์ทั้งในตนเองและในผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นการให้เกียรติ รู้จักคุณค่าของตัวเอง มีความเกรงอกเกรงใจ ซึ่งความมุ่งหวังนี้เพื่อสร้างลูกให้อยู่ในสังคมอย่างไม่สร้างปัญหาหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน “การทำให้คนอื่นเดือดร้อนเป็นเรื่องไม่ดี ถ้าลูกแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในที่สาธารณะจะเตือนลูกให้รู้ทันที” คุณอิคาริเผยถึงแนวการสอนที่สะท้อนให้เห็นว่าการสอนลูกให้คิดถึงส่วนรวมเป็นเรื่องที่พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญมากไส่วนเรื่องระเบียบวินัยนั้น คุณพ่อชาวญี่ปุ่นท่านนี้บอกว่า จะไม่เข้มงวดมากเกินไป เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด แต่จะยึดหลักความสมดุลโดยเน้นที่ตัวลูกเป็นหลัก เช่น ให้ลูกช่วยกันตั้งกฎกติกาขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะดูโทรทัศน์หรือเล่นเกมว่าควรจะดู หรือเล่นกี่ชั่วโมงต่อวัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเรื่องระเบียบวินัยที่พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นจะเน้นสอนลูกให้เติบโตอย่างมีคุณภาพแล้ว คุณอิคาริยังบอกต่อว่า การเลี้ยงลูกให้มีความสุขคือเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน     เลี้ยงลูกแบบ Happy สไตล์พ่อชาวญี่ปุ่น สำหรับหัวใจสำคัญในการเลี้ยงลูกแบบ Happy สไตล์คุณอิคารินั้น

ปลูกพริกส่งขายโรงงาน สร้างรายได้ 60,000-100,000 บาท ต่อไร่

คุณเล็ก เกตุนาค ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร อยู่บ้านเลขที่ 70/3 หมู่ที่ 3 บ้านหนองโสน ตำบลเขาคิริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร โทร. (061) 684-1969 เล่าย้อนกลับไปว่า ตนเองและเพื่อนๆ เกษตรกรได้รวมกลุ่มปลูกพริก เริ่มปลูกพริกเพื่อป้อนเข้าโรงงานน้ำพริก ได้มา 3 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีอาชีพทำนาและไร่อ้อย หลายปีที่ผ่านมาข้าวราคาตกต่ำมาก ไม่คุ้มต่อการลงทุนปลูกจึงมองหาพืชปลูกใหม่ พอได้มีโอกาสรู้จักกับตัวแทนบริษัทที่เขาเข้ามาส่งเสริมปลูกพริกและรับซื้อคืนในราคาประกันก็มีความสนใจ เริ่มปลูกในปี 2558 กับเพื่อนเกษตรกรเกือบ 20 คน ที่สนใจ แต่ก็ไม่ได้ปลูกมาก     แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่เคยปลูกพริกเชิงการค้ามาก่อน ก็เริ่มต้นปลูกกันคนละ 1-2 ไร่ ก็มีพื้นที่ปลูกรวมกันได้ 30 ไร่ ในตอนนั้น ซึ่งผลที่ได้คือกลางๆ หมายถึงไม่ขาดทุน มีกำไรบ้างแต่ไม่มาก ซึ่งเป็นเพราะยังขาดประสบการณ์ในการปลูก ดูแลและการรักษา โดยเฉพาะเรื่องโรคและแมลงที่ยังไม่รู้จักและการใช้สารเคมีที่ถูกต้องนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทก็พยายามเข้ามาให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเรื่องของการปลูกพริกเป็นระยะๆ จนเกิดความรู้ความเข้าใจกันมากขึ้น การปลูกพริกเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานก็ดีขึ้นตามลำดับ     ปลูกพริก