ข่าวดี! กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ลูกจ้างได้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการเยอะมาก

โดยในล่าสุดนี้ก็ได้มีข้อมูลในการเผยแพร่ในเรื่องของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ โดยเป็นการแก้ไจ พ.ร.บ. จากฉบับเดิม โดยมีการพูดถึงในเรื่องสิทธิ์ประโยชน์ ให้กับลูกจ้างซึ่งแน่นอนว่ารวมถึง สวัสดิการต่างๆ เพื่อเป็นการยกระดับในการคุ้มครองลูจ้าง โดยจะมีบังคับใช้ ตั้งแต่ในวันที่ 5 พ.ค. 62

โดยมีการระบุไว้ว่า ทาง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยางกูร ได้มี พระราชโองการโปรดเกล่าได่้ประกาศไว้ว่า โดยเห็นว่าเป็นการสมควรที่แก้ไขและเพิ่มเติมกฏหมายว่่าด้วยคุ้มครองแรงงาน เพราะในลทพระราชบัญญัตินี้มีข้อบางประการที่มีการเก่ี่ยวข้องกับจำกัดสิทธิฺเสรีภาพของบุคคล โดยในมาตรา 26 ประกอบกับ 40 ของรัฐธรรมนูญนั้น มีการบัญญัติว่า เป็นการกระตุ้นเพื่อนเป็นการยกระดับการคุ้มครองลูกจ้างให้เป็นตามมาตาฐานสังคม… เพื่อให้มีความมั่งคงในการทำงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น

โดยสรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้

+การเลิกจ้าง

มีการเพิ่มอัตราเพื่อชดเชยกรณีเลิกจ้างเพื่อให้ลูกจ้างที่ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปนั้นเป็นวันละ 400 บาทจากเดิมที่ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 75 เปอร์เซ็นของค่าจ้างงาน โดยในปจจุบันหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยดังนี้..

1. ทำงานต่อเนื่องครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 30 วัน

2. ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 90 วัน

3. ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่เกิน 6 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 180 วัน

4. ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่เกิน 8 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 240 วัน

5. ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 300 วัน

6. ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 400 วัน

โดยจะจ่ายให้ในกรีที่นายจ้างจะได้ข่ายในกรณที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างงานโดยไม่มีความผิด หรือไม่ได้ออกเองด้วยความสมัครใจ

+นายจ้างผิดนัดไม่จ่ายค่าตอบแทน

มีการครอบคลุมในกรณีของนายจ้างไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงิน หรือไม่จ่ายเงินในกรณีเลิกสัญญาจ้างโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ไม่มีการจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด และ ค่าล่วงเวลาในวันหบุด หรือเงินชดเชยกรณีหยุดกิจการ โดยมีการกำนหดว่านายจ้าง ต้องเสียค่าดอกเบี้ยให้ลูกจ้างจำนวน 15% ต่อปี ตามระยะเวลาที่ผิดนัดไป

+เปลื่ยนนายจ้าง

หากมีการเปลื่ยนแปลงนายจ้าง นิติบุคคล และทำการจดทะเบียนโอบหรือควบคุมนิติบุคคลอื่น จนกลายให้ลูกจ้างเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ โดยในกรณีี้ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง และทางนายจ้างใหม่นั้นจะต้อง ให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามเดิมกับที่ลูกจ้างเคยได้รับ ด้วย

+ย้ายสถานประกอบการ

จะต้องมีการประกาศ 30 วันก่อนการย้ายสถานประกอบการ หากนายจ้างไม่บอกจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างเป็นจำนวน 30 วัน และมีสิทธิ์ได้รับเงิน ชดเชยพิเศษสูงสุด 400 วัน

+ลากิจ

เพิ่มสิทธิ์ให้ลูกจ้างสามารถลากิจได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน โดยจะได้รับค่าจ้างตามปกติ

+ลาคลอดบุตร

เพิ่มสิทธิ์ให้กับลูกจ้างที่ไปลาคลอดบุตร ให้ลาได้ไม่เกิน 98 วัน รวมถึงลาไปตรวจก่อนคลอดบุตรด้วย จากเดิมลาคลอดบุตรได้ 90 วัน ทั้งนี้ ลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างระหว่างลาคลอดบุตรจากประกันสังคม 45 วัน และจากนายจ้างอีกไม่เกิน 45 วัน

+ลูกจ้างชายหญิง มีความเท่าเทียมกัน

ต้องกำหนดอัตราค่าจ้างและค่าลวงเวลาในการทำงานในอัตตราทีเท่าเทียมกันเท่านั้น

โดยพรบ. ดังกล่าวนี้จะมีผลในการบังคัใช้หลัง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 30 วัน

แบ่งปัน สูตรยำขนมจีนปลาทู เอาไว้ทำกินหรือทำขายกำไรเท่าตัว

โดยในวันนี้ เราจะพาทุกคนนั้นมารู้วิธีการทำยำขนมจีน บอกเลยว่า เป็นอาหารบ้านๆที่ถูกปากชาวบ้านแบบเราๆเป็นอย่างมาก โดยสามารถหาซื้อได้ในทั่วๆไปอีกด้วย และยังสามารถทำได้แบบง่ายๆอีกด้วย โดยในวันนี้เรา เอาวิธีนำมาจากสมาชิกหมายเลข 2363022 จากเว็บ pantip

วัตถุดิบ..

+ขนมจีน

+ปลาทู

+ต้นหอมซอย / พริกแดงซอย / ถั่วฟักยาวซอย

+มะนาว

+น้ำตาลปี๊บ

+น้ำปลา

+พริกป่น

+น้ำปลาร้า ต้มสุก

ขั้นตอนการทำ

ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการเอาน้ำปลาร้ามาลงในถ้วย แล้วใส่น้ำตาปี๊บ จากนั้นก็คนไปละลายให้เข้ากัน

ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็เอาพริกปันเทลงไปเพื่อผสม

ขั้นตอนที่ 3 และตามด้วยมะนาว

ขั้นตอนที่ 4 จากนั้นก็เทผีกต่างๆลง ไป และคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน

ขั้นตอนที่ 5 จากนั้นก็เอาเส้นขนมจีนแล้วคลุกเคล้าให้เข้าๆกัน

ขั้นตอนที่ 6 จากนั้นก็เอาปลาทูมาฉีกให้เป็นชิ้นๆ แล้วคลุกเคล้าอีกครั้งก็เป็นอันเสร็จ

ดังทั่วโลก! ‘ไผ่ยักษ์เมืองน่าน’ ปลูกได้ทั่วประเทศ

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาขมไผ่ยักษ์ของเมืองน่านของดีที่ใครหลายๆคนอาจจะไม่เคยรู้จักกันเพราะนี้ถือเป็นของดีเมืองน่าน โดยไผ่ยักษ์นั้นถือเป็นพืซมหัศจรรย์ จนสามารถสร้างเงินได้อย่างมากมายเป็นกิอบเป็นกำกันเลยทีเดียว โดยเจ้าของไผ่ยักษ์รายนี้เป็นชาวเหษตรรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า นายธูป นาคเสน วัย 37 ปี

โดยหน่อไม้ที่นี้นั้นมีศูนย์กลางประมาณ 14 นิ้ว โดยสถานที่แห่งนี้มีคนรักไผ่จากทั่วโลกเข้ามาแวะเวียนกันอย่างมากมาย เพราะเห็นได้เลยว่าไผ่ที่นี้นั้น ใหญ่จริง!!! นอกจากนี้ไผ่นั้นสามารถทำเฟอร์นิเจอรืได้อีกด้วย สามารถสร้างรายได้เพิ่มอีกหลายพันบาทเชียวนะ

อีกทั้งต้นไผ่นี้นั้นยังมาสามารถปลูกได้ง่ายไม่อย่างอย่างที่คิด อีกทั้งยังทนแล้อีกด้วย โดยปลูกเพียงแค่ปีแรกสามารถเก็บหน่อไม้ที่มีรสชาติได้มาขายโดนขายได้ใน กก. ละ 50 บาท และหากรอประมาณ 3-5 ปี ก็สามารถนำไปทำฟอนิเจอร์ได้ หรือ สามารภขายหน่อได้ ต้นละ 400 บาทปีๆ หนึ่งสามารถสร้างรายได้เกือบล้านเลยทีเดียว

โดยในปัจจุบันนั้นสามารถขายต้นพันธุ์ไปได้กว่าแล้วประมาณ 1 แสนต้น โดยลูกค้าส่วนใหญ่นั้นจะเป็นชาวเกษตรกร จากทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการพิสูจน์แล้วว่าไผ่ชนิดนี้สามารถปลูกได้ทั่วทั้งประเทศ แต่อาจจะไม่ใหญ่เท่าที่กับการปลูกบนดอย เพราะที่นีเปลูกไผ่ใหญ่ที่สุดประมาณ 16-18 นิ้ว

โดยใน เดือนๆนึง ก็สามารถสร้างรายได้ จากการจำหน่ายต้นไผ่ยักษ์ นั้นก็ได้ประมาณ เดือนละ 10 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยามารถตดต้นขายได้ประมาณ 3 ปี หากต้นใหญ่ประมาณ 14-16 นิ้ว นั้น ขายได้ราคาต้นละ 4,000 บาท เลยทีเดียว เพราะต้นไผ่นี้ ก็สามารถนำไปสร้างรายได้ในการนำไปทำฟอนิเจอร์เพราะเป็นไม้เนื้อหนา และเป็นที่ต้องการทั้งใน และต่างประเทศ และต้องการในหลายๆประเทศอีกด้วย แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของลูกค้าเป็นอย่างมาก

โดยราคาฟอนิเจอร์ จากต้นม้ไผ่นั้นสามารถสร้างรายได้ได้ดี กว่า ไม้ไผ่ธรรมดาเป็นอย่างมาก เช่น ชุดเฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้ โต๊ะกลาง ทำจากไม้ไผ่ยักษ์ ราคาประมาณ 3-4 หมื่นบาท แต่ถ้าหากเป็น แบบธรรมดาจะราคาเพียงแค่ 4-6 พันบาทเท่าั้นเอง

สำหรับหน่อ ที่เอาไปจายนั้นก็จะมีการปล่อยในหน่อโต ถึงขนาดประมาณ 20-30 กก. โดย นน.ใหญ่สุดอยู๋ที่ประมาณ 50-60 กก. โดยลูกค้าส่วนใหญ่ สามาพนำไปทำหน่อไม้ดองได้ รสชาติหวานอร่อยกว่า จนทำให้หน่อไม้ยักษ์ปนะมาณ 50 บาทต่อกก.เท่านั้น

โดยใน 1 ไร้นั้นจะมีการลุงทุนขั้นแรกโดยจะใช้ต้นกล้าประมาณ 64 ต้นผ่านไป ประมาณ เพียงแค่ 3 ปี ก็สามารถตัดขายได้ โดยมีรายได้ต่อไร่ ประมาณ 3-4 หมื่นบาท เลยทีเดีบง โดยในปัจจุบันนี้นายธูป มีต้นไผ่แล้วถึง 700 ไร่ เลยทีเดียวและสามารถส่งยอดธุรกิจ นี้ไปยันลูกหลานเลยก็ว่าได่ ….โดยภ้าหากใครสนใจแล้วนั้นสามารถติดต่อสอบถามไปได้ที่ เบอร์โทร 08-0120-4709 กันได้เลยจ้า

คุณยายทำ ‘ขนมหม้อแกง’ ด้วยวิธีโบราณ แม้ไม่มีเตาแต่ฝีมือไม่ธรรมดา น่าไปอุดหนุน

ในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นไปชมเรื่องราวของขนมหม้อแกงถั่วคุณยาย ที่ใช้วิธี การอบขนมด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านจากการนำกากมะพร้าวและฟืนมาวางบนสังกะสี เพื่อถายเทความร้อน ในการอบขนมหม้อแกง และด้วยความอร่อบนี้ทำให้ลูกค้าทานได้กันอย่างฟิน

โดยล่าสุด เฟซบุ๊ค Sopapan Wongsree ซึ่งได้มีการระบุไว้ว่า คุณยายได้บอกว่า ไม่มีเตาอบอย่างใครเขา แต่ผืมือของคุณยายสู้ได้อย่างแน่นอนเพราะขนมหม้อแกงของคุณยายนั้น อร่อยเป็นอย่างมาก และยังเป็นการใช้วิธีอบขนมแบบไทยๆ โดยสามารถไปอุดหนุนคุณนานได้ที่ ตำบลดงคู่ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยถ้าหากใครสนใตก็สามารถเข้าพิสูจน์ ความอร่อยอุดหนุนคุณยาย กัน

โดยสามารถติดต่อก็ไปซื้อของคุณยายได้ที่ บ้านดงคู่ หมู่ที่ 7 ตำบลดงคู่ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กันได้เลย จ้าาาาา

ต้องไปสักครั้งในชีวิต เดินทาง 1,219 โค้ง กับความงามของ ‘น้ำตกทีลอซู’

โดยในวันนี้ทางทีมมงานนั้นก็จะพาทุกคนมาชมอีกหนึ่งสถานที่สวยงาม เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนนั้นต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เพราะถือว่าเป็นน้ำตกที่สวยเป็นอันดับ2 ของอันดับ 10 ที่เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในเอเชีย

ซึ่งวันนี้ทางเราก็อยากจะพาทุกคนมาชมความงามของน้ำตกแห่งนี้กัน บอกเลยว่าสวยงามเป็นอย่างมาก โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในการดูแลของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก ในการเดินทางนั้นสามารถ เดนทางมา 2 ช่องทางก็คือ ทางรถยนต์ กับทางเรือยาง โดยในแต่ละเส้นทางก็จะแตกต่างกันออกไป โดยหากใครอยากจะชืมธรรมชาตืงามๆก็สามารถมาโดยการใช้เรือยาง ผ่านลำน้ำกลอง ซึ่งคุณก็จะได้พบกับสถานที่ท่องเทียวอันน่าสนใจมากมาย

เดินทางนั้นน่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเวลาในการชมนั้นบอกเลยว่าสวยงามเป็นอย่างมากเพราะน้ำตกแห่งนี้มีธรรมชาติสวยงามล้อมรอบตลอดเส้นและยังมีไคลแม็ก ที่สามารถพบเจอได้เฉพาะช่วงเวลา 9:30 นถึง 11:00 นกับสายรุ้งงดงามและยังมี ธรรมชาติสองข้างทางให้ชมตลอดเส้นทางด้วย

และการเดินทางโดยการใช้เรือยางนั้น เมื่อไปถึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ก็สามารถเดินทางต่อได้ประมาณ 1.5 กิโลเมตรเพื่อชมความงามความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ในประเทศไทยและชมสายน้ำตกไหลลงมากว่า 300 เมตรหน้ากว้างประมาณ 500 เมตรจนเกิดเป็นภาพที่สวยงามและตรึงตราใจให้กับนักท่องเที่ยว หลายๆคน

นอกจากนี้ก็ยังมีน้ำตกเล็กๆข้างทางคอยให้มองเห็นอยู่ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวที่มาก็สามารถเข้าเล่นน้ำตกได้เสมอ จึงได้เรียกว่าสถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยความสวยงามจากธรรมชาติและเงียบสงบ และยังได้รับการดูแลอย่างไร จึงทำให้น้ำตกทีลอซูอำเภออุ้มผางแห่งนี้มีความสวยงามและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมากมาย

สำเร็จครั้งแรก! ม.แม่โจ้ เพาะ ‘เห็ดเผาะ’ ได้สำเร็จ โดยไม่ต้องเผาป่า ดอกใหญ่ รสชาติดี

ในไปกับใครล่าสุดนี้ก็ได้มีดร.เรืองชัย จูวัฒนสำราญ คณบดีคณะผลิตกรรมการเกษตรพร้อมคณะและครีมศูนย์วิจัยพัฒนานวัตกรรมเห็ดปาดแม่โจ้ได้มีการดำเนินผลงานในโครงการ เห็ดป่าคืนถิ่น สร้างป่า สร้างรายได้ สลายฝุ่น ที่อาคารรัตนโกสินทร์ 200 ปีในมหาวิทยาลัยแม่โจ้

โดยโครงการนี้เป็นโครงการของศูนย์วิจัยและพัฒนาวรรณกรรมเหตุของแม่โจ้ในการทำวิจัยและทดลองจนสามารถเพาะเห็ดเผาะได้เป็นที่สำเร็จจึงได้เห็กที่มีเที่มีคุณภาพ และมีรสชาติดี ขนาดใหญ่กว่าตามธรรมชาติและมีการพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้กับชาวเกษตรกรและคนในชุมชนสร้างรายได้ต่อไปและช่วยในเรื่องของการลดการเผาลดฝุ่นควันส่งเสริมการดูแลรักษาไปอีกด้วยเป็นการสร้างทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน

และนอกจากนี้ยังมีการนำเชื้อเห็ดต่างๆใส่เพิ่มเข้าไปจึงสามารถเก็บเห็ดได้มากถึง 7 เดือนโดยใน 1 ปีสามารถสร้างรายได้กับชาวบ้านอย่างมากมายโดยโครงการดังกล่าวนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงสภาหอการค้าเชียงใหม่และกลุ่มผู้เพาะเห็ดได้มีการร่วมการทดลองและวิจัยเพาะเห็ดต่างๆไม่ว่าจะเป็นเห็ดเผาะหรือเห็ดป่าชนิดต่างๆโดยเป็นการค้นพบครั้งใหม่ในตอนนี้กำลังอยู่ขั้นตอนการสกัด DNA เพื่อตรวจสอบว่าจะเพาะเห็ดชนิดใหม่นี้ได้หรือไม่และในทางนี้การเพาะเห็ดป่านั้นถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเห็ดป่าไม้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเผาทำลายเพราะเป็นการสร้างหมอกควันและทำลายเส้นใยจึงทำให้เห็ดป่าน้อยลงอีกด้วย

โดยการเพาะเห็ดป่านั้นจะต้องนำเห็ดไปตากจากนั้นก็นับระยะสปอร์หรือเชื้อเอดส์และนำไปปั่นกับน้ำก่อนที่จะทิ้งไว้ 1 คืนจากนั้นก็นำเชื้อเห็ดไปใส่กับรากไม้ตระกูลยางเพื่อให้ใช้เหตุและเจริญเติบโตและสามารถทำให้ชาวบ้านสามารถเก็บเห็ดไว้ขายหรือกินได้เกือบตลอดทั้งปีโดยนอกจากนี้การเพาะเห็ดป่ายังมีข้อดีในการเพิ่มเส้นใยของเห็ดเพาะเพราะจะไปเกาะอยู่ที่ปลายรากและทำให้การย่อยอาหารประเภท ฟอสฟอรัส ดีมากยิ่งขึ้น และยังช่วยป้องกันโรคต่างๆไม่ให้มาทำลายรากของต้นไม้และยังอาศัยพลังงานเอนไซม์จากพืชด้วยเช่นกัน

โดยคุณสมบัติของเหตุผลนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยบำรุงผิวพรรณสมานแผลเรียนมีสารต้านเชื้อแบคทีเรียและสารพิษ ช่วยยับยั้งเนื้อร้ายและต้านเซลล์มะเร็งและมีสรรพคุณช่วยทำให้ผิวเซลล์ที่ผิวทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เหตุนั้นยังช่วยลดอาการบวมลดอาการผิวหนังอักเสบและกระตุ้นหลังเอนไซม์ช่วยทำให้ร่างกายหลั่งอินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังสามารถช่วยลดรักษาอาการเบาหวานได้เป็นอย่างดีและมีสรรพคุณช่วยทำให้เลือดแข็งตัวได้เร็วมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูแขนป่วยจากโรคเบาหวานช่วยฆ่าเชื้อโรคแก้ไข้แก้หวัดแก้อาการร้อนในบรรเทาอาการคันตามผิวหนังป้องกันวัณโรคต่างๆ และยังช่วยสมานแผลแก้อาการแพ้อักเสบช่วยห้ามเลือดทำให้เลือดหยุดไหลและยังมีวิตามินซีเกลือแร่ทำให้มีการช่วยในเรื่องของพลังงานบำรุงผิวพรรณให้สดใส และยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายรักษาแผลพกช้ำในร่างกายและบำรุงเซลล์ต่างๆภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี

ซึ่งเห็ดเผาะนั้นจะถูกนำมานิยมทำเป็นอาหารและมีรสชาติอร่อยกรุบกรุบๆเคี้ยวเพลินโดยคนไทยนิยมนำมาทำเมนูต้มยำแกง ซึ่งเห็ดชนิดนี้นำไปทำอะไรก็จะรู้สึกอร่อยไปเสียหมดจึงไม่แปลกที่มีผู้คนนั้นยอมทุ่มเงินซื้อเห็ดนี้มารับประทาน กันอย่างมากมาย

นางเอกใจจิตงดงาม ‘อั้ม พัชราภา’ ควักเงินกว่า 2 หมื่นเหมาขนมคุณยายข้างถนน ท่ามกลางสายฝน

เรียกได้ว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ ตัวแม่ของเมืองไทยอย่างอั้มพัชราถา ไชยเชื้อ ที่โดงดังทั่วฟ้าเมืองไทย มีผลงานการแสดงออกมาอย่างมากมาย โดยเธอนั้นเป็นดาราประจำอยู่ที่ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เรียกได้เลยว่าเธอนั้น คือนางหญา คือแม่ ไปไหนออกงานอีเว้นา์ได้ฉายาว่า อั้มห้างแตกแน่นอน

และนอกจากนี้นอกจากผลงานที่ออกมาอย่างมากมายและทางด้านนิสัยความใจดีความมีน้ำใจความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของเธอนั้นก็ทำให้เธอกลายเป็นที่รักของประชาชนคนไทยอย่างมากมายโดยล่าสุดก็ได้มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นในโลกโซเชียลที่คนในโซเชียลหน้าต่างให้ความสนใจและแชร์กันไปอย่างมากมายหลังจากที่ได้มีการโพสต์ภาพดาราสาวคนนี้กำลังนั่งคุยกับคุณยายริมถนนอย่างไม่ถือตัว

โดยสาวอั้มได้มีการเหมาขนมคุณยาย รวมถึงแผงล็อตเตอรี่ไปทั้งหมดเป็นจำนวน 20,000 บาทแม้ว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้มากมายสำหรับสาวอั้มและก็เรียกว่าสามารถช่วยเหลือคุณยายได้เป็นอย่างมากเลยจริงๆ และเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ประชาชนคนไทยนะต่างเข้ามาชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก

กรมอุตุฯ ออกประกาศ ฉ.10 เตือนภัย 15 จว. รับมือน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก

โดยในล่าสุดนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาไม่มีการบอกว่าจะมีฝนตกหนักในบริเวณภาคใต้โดยจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคมจนถึง 19 ตุลาคมและทำให้ทางภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากจึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักด้วยเพราะอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

และนอกจากนี้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตรและอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนตกหนักจะมีคลื่นสูงประมาณมากกว่า 2 เมตรโดยขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

โดยเฉพาะในตอนนี้ดวงทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและทางภาคใต้จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดโดยสามารถติดตามข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยาหรือสะดวกพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงนี้

ผักบ้าน ๆ ของดีอีสาน ‘ส้มผักเสี้ยน’ สรรพคุณเป็นยา แก้ปวดตามข้อ บำรุงหัวใจ

โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมาชมกิมจิอีสานกัน โดยกิมจิอีสานนี้นั้นคือ ส้มผักเซี่ยน ที่เป็นอาหารยอดฮิตพื้นบ้านของชาวอีสานโดยมีการเอาผักดองมาแปรรูปกินกับน้ำพริก ป่น แจ่ว ปลาร้าบอง แต่ฮิตสุดๆนั้นก็คือ .. หอมแดง ผักกะหล่ำ ผักกาดเขียว มาหมักดอง และนิยมมากสุดๆๆคือ ผักเสี้ยน เพราะมีขึ้นอยู่ใน้บานเราอย่างมากมาย

โดยต้นกำเนิดของผักเสี้ยนนั้นเกิดขึ้นในสมัยโบราณที่ได้มีอาณาจักรที่ชื่อว่าลานซ้าง ที่ตั้งอยู่ห่างไกลและเต็มไปด้วยภูเขามีสิงสาราสัตว์มากมายยากที่จะเข้าไปถึงและการค้าในสมัยนั้นผักยาง ผักกาด กะหล่ำปลี ผักกวงตุ้ง ก็มี ในอาณาจักรแห่งเนินและในคลาที่แผ้วถาง สร้างบ้านแปงเมือง มีการขยับ ขยาย พื้นที่ในการเพาะปลูกมากยิ่งขึ้น และชาวเมืองก็ได้พบว่ามีผักชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตามดอยยต่างๆนั้นก็คือพักเที่ยงนี่เอง

และประกอบไปด้วยในณเวลานั้นก็มีการระดมพลไป รบกับ อโยธยา ศรีรามเทพนคร และเป็นการออกกำลังป้องกันศัตรูเข้ามารุกรานอย่าง พม่ารามัญ จึงทำให้มีการสะสมเสบียง โดยผักเสี้ยนนั้นได้ถูกนำมาคิดค้นเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นาน และนำมาใช้เป็นทะเบียนในการเดินทางไกล และในครั้งหนึ่งนั้นก็ได้มี แม่ทัพพม่า ส่งหน่วยลับเข้าปล้นสเบียงและพบว่าเสบียงใช้ผักเสี้ยนมีรสชาติ เปรี้ยว ขื่นขม จึงคิดว่าเป็กลลวงจึงทำไม่สนใจ และทำให้กองทัพของลานช้างมีเสบียงไว้กิน

และมีกำลังพอไปรบจนชนะ และด้วยเหตุนี้ ส้มผักเสี้ยน จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยสรรพคุณของมันนั้นมีอย่างมากมายดังนี้

+พอกทาแก้ปวดเมื่อย

+ขับโลหิตระดูที่เน่าเสีย

+เรียกเลือดมาเลี้ยงผิวหนัง

+แก้ปวดหู

+พอกฝีไม่ได้เป็นหนอง

+ขับเสมหะ

+ขับพยาธิ

+ช่วยให้ผิวสวย สดใส

+รักษากรดด่างในร่างกายได้ดี

+ลดสิว

และนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่มีการบอกว่าผักชนิดนี้เมื่อนำไปดองแล้วยิ่งเพิ่ม โปรไบโอติกส์ หรือแบคทีเรียชนิดมีประโยชน์ ในสิ่งเหล่านี้จะทำหน้าที่ต่อสู้กับแบคทีเรียชนิดที่มีโทษและทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้นจะทำให้มีการขับถ่ายที่มีการปกติลดอาการท้องผูกและป้องกันรักษาภาวะท้องเสียได้และยังช่วยในเรื่องของการยับยั้งจุลินทรีย์ลดอาการอักเสบภายในร่างกายยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี

โดยผักเสี้ยนดองนั้นสามารถนำไปใช้ในการบำบัดรักษาโรคได้อย่างต่อเนื่องโดยล่าสุดได้มีการทดลองกับคนที่มีโรคภูมิแพ้เรื้อรังผู้ป่วยโรคเอดส์โรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหารรวมถึงศึกษาเรื่องการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนด้วยเช่นกัน

ขั้นตอนการทำผักเสี้ยนนั้นมีดังนี้…

ขั้นตอนที่ 1 เอาผักเสี้ยนมาตากแดดแช่น้ำล้างให้สะอาดจากนั้นก็รินน้ำออก

ขั้นตอนที่ 2 เอาน้ำซาวข้าวมาแช่กับผักเสี้ยนและรินน้ำออกอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 3 เติมน้ำซาวข้าวเข้าไปและเติมเกลือจากนั้นก็รวมให้เข้ากันและใส่ข้าวเหนียวนึ่งและคั่นให้ทัั่ว

ขั้นตอนที่ 4 เติมผงนัวลงไป และซาวทิ้งไว้ 30 นาที

ขั้นตอนที่ 5 เก็บไว้ในที่ที่ไม่มีแดดเป็นระยะเวบา 3 วันและนำออกมารับประทานได้เลย

คิดถึงเทวดาบนฟ้า ภาพหาชมยาก ในหลวง ร.9 ประทับริมน้ำ ในปี 2502

ในวันีน้เราจะพาทุกคนมาชมภาพหายาก จากเพจ ชมรมอนุรักษ์ฟิล์มเก่า ฟิล์มกระจก ภาพถ่ายขาวดำ ก็ได้มีการเผยแพร่ภาพหายากพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงประพาสไปยังหมู่บ้านกะเหรี่ยง ที่อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ซึ่งพระองค์ ทรงสำรวจ และ ช่วยเหลือในเรื่องสุขอนามัย และการสื่อสารของปชช.

โดยโพทส์ดังหล่าวนี้ ได้มีการเผยภาพของพระองค์ที่ทรงประทับ อยู่ริมน้ำในอิริยาบถผ่อนคลาย ซึ่งภาพนี้ถูกบันทุกด้วย Kodak Safety Film-120 โดยถ่ายช่างภาพถ่ายในวันที่ 18 เมษายน 2502

โดยหลังจากภาพดังกล่าวนี้ได้เผยแพร่ ออกไปทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความคิดเห็นพร้อมของคุณเพจดังกล่าวกันอย่างมาก ที่นำภาพสุดแสนอันประทับใจ มาเผยแพร่ เพราะยอกจาก พระยรมฉายาลักษณ์ของพระองค์

นอกจากนี้เพจดังหล่าวยังมีการเผยแพร่ภาพพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระพันปีหลวง ที่พระองค์ทรงใส๋ชุดกระเหรี่ยง เล่นน้ำอยู่ที่แม่น้ำเพชร โดยภาพของพระองค์ส้รางความปิติยินดีแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก

‘รากตำลึง’ สมุนไพรพื้นบ้าน สรรพคุณบำรุงสายตา แก้ปวดเอว บำรุงร่างกายทั้งชายและหญิง

โดยในวันนี้เราเอาคุณประโยชน์ จากรากตำลึงมาฝากกัน บอกเลยว่าตำลึงนั้นนอกจากที่จะช่วยให้ค่าสายตาบำรุงสายตา ต่างๆนอกจากนี้ มันยังมีคุณสมบัติที่เทียบสรรพคุณเป็นไวอากร้าเมืองไทย.. โดยคุณประโยชน์ของมันนั้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปรับฮอร์โมนเพศหญิง / บำรุงสายตา / แก้ปวดเอว / บำรุงมดลูก / รังไข่ / และช่วยบำรุงเพศเสริมสมรรพทาวเพศ โดยเพศหญิง ดิ่มวันละเป็ค ก่อน อาหารเช้า และ เพศชายดื่ม 2 เป็ค ก่อนอาหารเช้า-เย็น

และในวันนี้เราจะมีสูตรสมุนไพรจากรากตำลึงมากฝากกัน ที่สามารถช่วยในเรื่องของการแก้ท้องเฟ้อ แก้ท้องอืด และช่วยขับลม และบำรุงสายตา บำรุงฟัน และยังช่วยป้องกันมะเร็ง และลดน้ำตาลให้เลือด บำรุงเลือด ลดไข้ และรักษาแผล โดยส่วนประกอบมีดังนี้…

เริ่มจากส่วนประกอบก็จะมีรากที่ฝังในดิน ที่ไม่ใช่เลื่อยอยู่บนดิน โดยรากตำลึงยิ่งมีอายุมาก รากใหญ่มากจะคล้ายโสม และสรรพคุณก็ยิ่งสูงขึ้น จากนั้นก็ใส่น้ำผึ้งแท้+เหล้าขาว

ขั้นตอนการทำ

ขั้นตอนที่ 1 เอารากตำลึงมาล้างให้สะอาดและขูดผิวรอบนอกออกจากนั้นก็เอาไปตากแดด แต่อย่าทิ้งไว้หลายวัน อย่าให้โดนฝนเด็ดขาด … ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดเขื้อราเด็ดขาด

ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็นำไปหันมาใส่ขวดแก้ว จากนั้นก็เทด้วยเหล้าขาว และตามด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ โดยไม่แนะนำให้ใส่น้ำผึ่งเยอะเกิดไป เพราะจะทำให้หวานเลี่ยน เมื่อทานแล้วจะทำให้แสบคอ.. และดองทิ้งไว้ 45 วัน

สรรพคุณส่วนต่างๆของตำลึงนั้นมีดังนี้…

ใบตำลึง – เป็นยาลดความร้อนในร่างกาย เมื่อนำมาบดเป็นยาพอกผิวหนัง ช่วยในเรื่องแก้ผื่นคันจากหมามุ่ยต่างๆ แก้อาการปวดแสบปวดร้อน..แก้พิษแมลงกัดต่อย รักษาผื่นคุน

ดอกตำลึง – รักษาอาการคันผิวหนัง

เมล็ดตำลึง – ผสมกับน้ำมันมะพร้าว ใช้ทาแก้หิด

รากตำลึง – ลดไข้ แก้อาเจีนร ช่วยลดความอ้วน แก้ฝี แก้ปวดบวม แก้ร้อนใน แก้พิษแมลงป่อง และ ตะขายกัดต่อย..

เถาตำลึง – ช่วยลดอาการวิงเวียงศรีษะ พอกผิวหนังแก้โรคผิวหนัง ลดระดับน้ำตาลในเลือด กำจัดกลิ้นตัว

เปิดชีวิตซินเดอเรลล่าเมืองไทย ภรรยาเศรษฐีดูไบ สามีให้เงินใช้ เดือนละ 10 ล้าน

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ใครหลายๆคนนั้นตาอิจฉากันไม่น้อยสำหรับ มูนา อัลล์ ซารูนี่ณ์ซินเดอเรลล่าเมืองไทยที่นี่มีการเปิดบ้านในประเทศไทยให้ดูเลยว่าหรูหราทุกตารางเมตร ตัวเธอนั้น อาจเป็นที่รู้จักสำหรับใครหลายๆคนเพราะเธอได้ฉายาว่าซินเดอเรลล่าอาหรับเพราะหลังจากที่คุณมูนาได้แต่งงานกับ มร.อาเหม็ดณู อัลล์ ซารูนี่ณ์ ขึ้นชื่อได้เลยว่าเขาคนนี้เป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของประเทศดูไบ

โดยคุณมูนานั้นได้มีการเปิดบ้านต้อนรับพิธีกรจากรายการ THE GUEST (เดอะ เกสท์) ตีสนิทคนดัง ทางช่อง 8 เพื่อไปชมความสวยงามอลังการเฉพาะกิจกัน โดยงานนี้ทางเจ้าของบ้านนั้นพาทัวร์ทุกซอกทุกมุมอีกครั้งยังโชว์เครื่องเพชร สุดอลังงการอีกด้วย

โดยคุณมูนาได้มีการเปิดเผยว่าในตอนนี้ที่บ้านประเทศดูไบนั้นมีคนงานทำงานที่บ้านอยู่ทั้งหมด 16 คนโดยแต่ละคนนั้นมีหน้าที่แตกต่างกันไปและสามีจะให้เงินเดือนเดือนละ 7 ถึง 8 หลักโดยส่วนใหญ่จะเอาเงินตรงนี้ไปซื้อเพชรและบ้านที่เมืองไทยที่เจ้าตัวกลับมาปีละ 1 ครั้งบอกเลยว่าอลังการสุด ๆ เพราะในบ้านเพราะในบ้านถูกตกแต่งแบบหรูหราโทนสีทองแดงเป็นการผสมผสานระหว่างไทยและดูไบอย่างลงตัว

โดยคุณมูนานั้นก็ถูกพิธีกรถามว่าวันนี้ใส่เพชร 4 กะรัตซึ่งคุณมูนาก็ได้ตอบอย่างตรงๆว่าน้ำไม่ถูกทำไมรู้ไหมเพราะซื้อมาเรื่อยๆแล้วมันก็จำไม่ได้นี่ไม่ได้แกล้งพูดนะมันเยอะจนลืมไปจริงๆถึงขั้นเอารูปมาดูว่าอันนี้มีเราซื้อมาตั้งแต่เด็กเพราะคุณแม่ขายเพชรและอยู่กับเพชรมาโดยตลอด

และเมื่อสอบถามถึงสามีว่าสามีทำงานเกี่ยวกับอะไรก็ทราบว่าสามีของคุณมูนานะทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยใน 10 ปีที่แล้วอยู่ในอันดับต้นๆของดูไบแต่คนนี้คนรวยมันสูงขึ้นเยอะขึ้นและมีคนรุ่นใหม่เก่งขึ้นดังนั้นจึงมีคนที่รวยกว่าเยอะเป็นอย่างมาก

และนี่ก็คือชีวิตของคุณมูนา ซินเดอเรลล่าอาหรับที่ใครหลายๆคนนั้นก็ต่างอิจฉากับการใช้ชีวิตจริงๆ

เปิดขั้นตอน ลงทะเบียน 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย

ผ่านไปแล้วกับโครงการช้อปชิมใช้ ล่าสุดนี้ทางรัฐบาลก็ได้มีการจัดการโครงการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทยเป็นโครงการสำหรับคนชอบเที่ยวและชอบของเซลล์มาฝากกันโดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะมี 4 ขั้นตอนของการลงทะเบียนมาฝากทุกๆคนกัน โดยมีวิธีขั้นตอนง่ายมากๆเพียงแค่กรอก คลิกและเลือกและจ่ายก็สามารถออกไปท่องเที่ยวได้เลย

ด้วยคุณสมบัติของผู้ที่สามารถใช้ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทยได้นั้นจะต้องเป็นคนไทยที่มีอายุประมาณ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและใช้สิทธิ์ได้เฉพาะนอกจังหวัดที่ปรากฏอยู่ในบนบัตรประชาชนของตัวเองสำหรับขั้นตอนการสมัครนั้นมีง่ายๆเพียงแค่

1. ลงทะเบียนเลขบัตรประชาชน 13 หลักผ่านทางเว็บไซต์ tourismthailand.org เพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบโดยจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 18:00 นถึง 24:00 นจนกว่าสินค้าจะหมดโดยจะเปิดให้ซื้อในวันที่ 11 พฤศจิกายน 12 พฤศจิกายนและ 11 ธันวาคมและ 12 ธันวาคม

2. ทำการเลือกคิดสินค้าในราคา 100 บาทต่อรายการโดยนึกต้องเที่ยว 1 คนสามารถใช้สิทธิ์ได้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น

3.เมื่อเลือกใช้แล้วนักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายเงินผ่านระบบ payment หรือระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์

4.หลังจากนั้นก็จะสามารถใช้สินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนจนถึง 31 ธันวาคมนี้

โดยจุดเด่นของโครงการนี้นั้นคือมีสินค้าร่วมโครงการทั้งหมด 4 หมื่นรายการซึ่งประกอบไปด้วยการเดินทางที่พักและมีสินค้าการบริการท่องเที่ยวมากมายและประเภท เช่นตั๋วเข้าสวนน้ำสวนสนุกการแสดงโชว์ต่างๆหรือการรายการทัวร์ท่องเที่ยวโปรโมชั่นสินค้าพรีเมี่ยมก็จะมีพวกโรงแรม 5 ดาว 4 ดาวไม่น้อยกว่า 5% ของที่พักมอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ซื้อสินค้าในราคา 6,000 / 7,000/ 8,000/ 9,000/ 10,000 ของแต่และนอกจากนี้ยังมีการมอบของขวัญพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว แและยังมี การตอลแบบสอบถามและส่งภาพความสุขเพื่อลุ้นรับรางวัล อีกด้วย

รัฐฯ ห่วงสุขภาพปชช. เตรียมเก็บ ‘ภาษีความเค็ม’ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดนก่อน

โดยในล่าสุดนี้ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต การเปิดเผยว่าในตอนนี้ทางกรมสรรพสามิตกำลังรวบรวมข้อมูล กับ กระทรวงสาธารณสุขที่มีการขยายฐานในการจัดเก็บภาษีพระสำหรับสินค้าความเค็มเพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนที่บริโภคสินค้า ที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะมีการจักเก็บภาษีตามสัดส่วนของความเค็ม หรือปริมาณ โซเดียม หากมีความเค็มมากจนเกินไป จะเสียในภาษีอัตรราสูง โดยมีการคาดเดาว่า จะสรุปเพื่อไปนำเสนอให้ รมว.การคลัง พิจารณาได้ภายในสิ้นปีนี้

แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากเห็นว่าความจำเป็นในการเก็บภาษีความเค็มก็จะไม่จัดเก็บในอัตราเดียวในทันทีแต่จะเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการปรับตัวเพื่อลดปริมาณความเค็มในสินค้าปรับสูตรผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพหรือจะให้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ปีในการปรับตัวและยังไม่ระบุอัตราการจัดเก็บที่ชัดเจน …

สำหรับสินค้าที่จะเข้าต้องเสียภาษีความเค็มเบื้องต้น โดยจะมีการคำนวณจากปริมาณของโซเดียม ต่อความต้องการของผู้บริโภคโดยจะมีการจัดเก็บกลุ่มสินค้าอาหารปรุงสำเร็จรูปจำพวกอาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง หรือบะหมี่สำเร็จรูป แต่ยังไม่มีการจัดเก็บภาษีความเค็มในสินค้าปรุงรสอย่าง เกลือ น้ำปลา และขนมขบเคี้ยวสำหรับเด็ก เนื่องจากมองว่าเป็นถนนอาหารที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในประจำวันจึงทำให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกซื้อเองได้

ทั้งนี้ในการประชุมขององค์การอนามัยโลกและกลุ่มสหประชาชาติได้มีการผลักดันให้ให้หลายๆประเทศมีการออกนโยบายภาษีเพื่อลดบริโภคอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายเพราะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆตามมา

และส่วนของเรื่องการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์หรือเบียร์ 0% ในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการหารือกับกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีความเห็นแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือการที่มีเบียร์ 0% ถือเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งให้กับผู้ที่ดื่มเบียร์อยู่แล้วหันมาดื่มเบียร์ 0% เพื่อช่วยลดอาการดื่มแอลกอฮอล์ได้แต่ก็ยังมองว่าเป็นโทษเพราะจะทำให้เป็นการชักจูงให้ผู้ดื่มหน้าใหม่มีมากขึ้นจากดื่มเบียร์ 0% จะมาดื่มเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์มากยิ่งขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามการจัดเก็บภาษีเบี้ย 0% ยังกระทบกับหลักการจัดเก็บภาษีของกรมด้วยเพราะผ่านมาทางกรมจัดเก็บภาษีจากฐานปริมาณแอลกอฮอล์ที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่มแต่หากต้องเก็บภาษีเบียร์ 0% ก็จะต้องปรับหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีส่วนนี้ด้วยโดยจะมีการได้ข้อสรุปในปีนี้ด้วยเช่นกัน

เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ ‘เหนือ-อีสาน’ อุณหภูมิลด 1-3 องศา

โดยในล่าสุดนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้มีการคาดหมายถึงฤดูหนาวปี 2562 โดยมีการคาดเดาว่าจะเริ่มต้นในวันที่ 17 ตุลาคมและสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 อุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ช่วงครึ่งหลังของเดือนธันวาคมถึงมกราคม ฉะนั้นเบื้องต้นในปีนี้อากาศจะหนาวเย็นและหนาวนานมากกว่าปกติ มีอุณหภูมิต่ำเฉลี่ย 20-21 องศา และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ในช่วงเช้า สลับกับบางช่วงที่มีอากาศผลขึ้น

ส่วนทางด้านของทางภาคใต้ก็จะมีอากาศเย็นบ้างในบางพื้นที่มีฝนตกชุกชุมหนาแน่นฝั่งตะวันออกของทางภาคตั้งแต่ชุมพรลงไปโดยเฉพาะในช่วงของเดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคม จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมากในบางแห่ง ฉะนั้นใครที่อยู่ในบริเวณทางภาคใต้นั้นควรระมัดระวังถึงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากด้วย

และสำหรับบริเวณทะเลอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะมีขึ้นสูงขึ้นมาประมาณ 1-2 เมตรส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรด้วยกันฉะนั้นจึงขอให้ชาวเรือเดินเรือที่เดินเรืออยู่ในบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังเ หลีกเลี่ยงการเดินเรือ ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและมีลมจากทางภาคตะวันออกพัดปกคลุมในบริเวณอ่าวไทยและทางภาคใต้จึงทำให้มีลมกำลังแรงขึ้นโดยลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนตกหนักมากในบางแห่งและคลื่นลมจะมีกำลังในปานกลาง

ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศา

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศา

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศา

ข่าวดี! คปภ.สั่งประกันจ่ายเงินให้เจ้าของรถวันละ 1 พันบาท ระหว่างเคลมซ่อมรถ

ในล่าสุดนี้ทางเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยและได้มีการเปิดเผยว่าทางนี้ทาง คปภได้มีการ คุย และได้ข้อสรุปเรื่องการปรับปรุงความคุ้มครองของการขาดประโยชน์จากการใช้รถและอยู่ในระหว่างข้อเสนอเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมในเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันรถยนต์คาดว่าจะมีผลบังคับใช้

ทั้งนี้จากการที่หาหรือการถึงกำหนดการความคุ้มครองของการขายประโยชน์ที่ควรจะระบุเอาไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันรถยนต์มีการระบุอย่างชัดเจนโดยผู้แทนของสมาคมประกันวินาศภัยไทยก็ได้มีการเข้าร่วมในครั้งนี้ด้วยและสรุปกฎเกณฑ์ในการกำหนดจ่ายค่าชดเชยสำหรับการกำหนดจ่ายค่าชดเชยก็จะมีการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้

+รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งกำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท

+รถยนต์รับจ้างสาธารณะขนาด 7 ที่นั่นกำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท

+รถยนต์ขนาดเกินกว่า 7 ที่นั่งกำหนดอัตราไม่เกินวันละ 1,000 บาท

นอกจากนี้ในปี 2562 จะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบประกันภัย โดยมีการกำหนดให้มีโครงการจัดทำ Mobile applications เป็นการนำระบบพื้นฐานข้อมูลการเพื่อนำไปให้บริษัทประกันภัยวินาศกรรมภัยของประชาชนใช้เป็นช่องทางในการให้การปรึกษาทางด้านประกันภัยทั้งระบบอีกด้วยซึ่งจะมีการออกอากาศเพื่อให้ทุกบริษัทได้ใช้กลไกอย่างเป็นรูป ธรรมต่อไป

แต่ถึงอย่างไรนี่เป็นเพียงแค่ข้อสรุปเท่านั้นซึ่งเป็นเพียงแค่ด้านล่างเสนอซึ่งจะเป็นอย่างไรเราก็ต้องรอฟังข่าวกันไปอีกทีอย่าเพิ่งไปรีบร้อนตัดสินใจอะไรทั้งนั้น

สุดเจ๋ง ประดิษฐ์ ‘รถไถนามินิ’ ช่วยลดต้นทุน ใช้งานได้จริงเหมือนรถใหญ่

วันนี้เราจะเอาอีก 1 บทความดีๆมาฝากชาวเกษตรกันโดยเราจะไปพบกับเสียกรุงผู้ที่ประดิษฐ์รถไถมินิและอาศัยอยู่ในจังหวัดยโสธรนอกจากการผลิตรถไถมินิแล้วนั้นเขาจะมีการปลูกข่าเหลืองและมันสำปะหลังเพื่อในการหารายได้เข้าครอบครัว และเดิมทีเสียค่าแรงงานในการกำจัดหญ้าในร่องมันสําปะหลังวันละ 3-4 ร้อยบาทจึงเกิดไอเดียที่จะพัฒนารถไถมินิเพื่อช่วยงานในไร่และสามารถประหยัดต้นทุนในการจ้างแรงงานได้

เสี่ยกรุง จึงใช้เวลาในการพัฒนารถไถมินิประมาณ 2 ปี โดยจำลองรูปแบบมาจากรถไถขนาดใหญ่ปรับปรุงให้กลายเป็นรถไถขนาดเล็กที่สามารถทำงานได้จริงในสไตล์จิ๋วแต่แจ๋ว พอทำแล้วเพื่อนบ้านเห็นก็เกิดความประทับใจอยากจะสั่งซื้อรถไถมินิมาใช้งานในไร่ ของตัวเองในลักษณะกันแบบปากต่อปาก โดยผลงานและชื่อเสียงของรถไถไม่นี่นะบอกเลยว่าไปไกลเป็นอย่างมากจนเข้าตาหน่วยงานราชการในท้องถิ่นและมีการชักชวนให้เสียกรุงอุปกรณ์รถไถมินิไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานเกษตรประจำจังหวัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ช่วงกลางปี 2559

และในยุคนี้เป็นยุคที่โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นมีอิทธิพลต่อมนุษย์เป็นอย่างมากจึงมีการเปิดตลาดขายผ่านทาง facebook ที่ชื่อว่ารถไถมินิเสี่ยกรุงราคา 10,000 บาทโทร 094 2547 924 และมีการลงระบบ YouTube ทำให้มีชื่อเสียงรู้จักกันเป็นวงกว้างมีชาวเกษตรกรและผู้สนใจมากมายที่ตากเข้ามาทยอยซื้อรถไถมินิกันอย่างเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถผลิตได้ทันรอคิวนานกว่า 1 อาทิตย์ก็เลยทีเดียว

และในปัจจุบันก็ได้มีการนำรถไถมินิไปจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย สามารถนำขายแลกเปลี่ยนมือกันได้แต่ห้ามทำซ้ำเนื่องจากรถไถมินิมีขนาดเล็กทำงานได้อย่างคล่องแคล่วคล่องตัวในพื้นที่ขนาดเล็ก พื้นที่แคบ เพราะฐานล้อทั้งซ้ายและขวา กว่าเพียงแค่ 50 cm เท่านั้น และมีการทดสอบการใช้รถไถมินิในแปลงมันสำปะหลังในระยะเวลา 1 วันและพบว่าใน 1 วันสามารถทำงานได้ 3-4 ไร่ไถกลบดินในแปลงหญ้าไถสวนยกร่องปลูกพืชน้ำหนักเบาเด็กหรือผู้หญิงก็สามารถใช้งานได้

แต่รถไถมินิก็ไม่เหมาะสำหรับการใช้ในพื้นที่นาข้าวเพราะมีขนาดหน้าร้อนแค่ผักนำไปใช้กับส่วนนางจะทำให้ล้อรถจมเหมาะสำหรับพวกแปลงผักแปลงไร่มากกว่าโดยถ้าหากใครสนใจก็สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook หรือติดต่อทาง Line ID pajerozind กันได้เลย

เมืองไทยหางานง่ายเพราะคนไทยขี้เกียจ จากปากแรงงานพม่า ทำงานแป๊บเดียวส่งเงินกลับบ้าน

ในวันก่อนเดินไปในตลาดนัดใกล้บ้านระหว่างนั้นก็เห็นพม่าขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มาจอดอยู่ข้างๆคนในตลาดก็ต่างมองแล้วทำหน้าสงสัยกันซึ่งบางคนก็ถึงขั้นนินทาว่าเจ้าคนนี้เอารถใครมาขับกันแต่ก็มีสิ่งแวดมาซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาของคนพม่าเพราะเขานั้นหาเงินเก่งแล้วก็เก็บเงินเก่งเป็นอย่างมาก

เพราะคนพม่านั้นมาเป็นลูกจ้างในโรงงานเก็บเงินส่งกลับบ้านใช้เวลาแค่ไม่กี่ปี ถ้ามีเงินซื้อบ้านซื้อรถมีที่นาปลูกข้าวกันหมดแต่ก่อนจะไปรู้ถึงเคล็ดลับของเขาในการเก็บเงินแล้วก็รู้ก่อนว่าทำไมคนพม่าถึงเลือกมาทำงานในประเทศไทย

โดยเรื่องราวนี้ก็เกิดขึ้นหลังจากที่มีบุคคลท่านหนึ่งได้ลองไปคุยกับแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานกันในบ้านเราเขาได้บอกว่าเขารู้จักเมืองไทยจากการบอกต่อๆกันว่าเมืองไทยเป็นใยแห่งสวรรค์ดินแดนแห่งโอกาสสำหรับคนขยันช่วงเช้าก็ไปรับจ้างขนผักที่ตลาดได้ 300 บาทตกบ่ายก็ไปรับจ้างขายของอีก 250 บาทค่ำๆก็ไปรับจ้างล้างจานตามร้านอาหารสองพี่ๆละ 100 บาทรวมแล้วได้อีก 200 บาทสรุปวันหนึ่งวันนั้นสามารถได้ค่าแรงประมาณ 750 บาทแต่ก็ไม่ได้ทำทุกวันเพราะบางร้านก็จะมีวันหยุดแต่รวมแล้วเดือนนึงก็จะได้รายได้ประมาณ 20,000

เช่าห้องอยู่เดือนละ 3,000 / การสอนคนกับเพื่อนกินข้าวทำเองไม่ค่อยได้ไปไหนทำงานก็เหนื่อยแล้วจึงไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นแล้วยังบอกอีกว่าดีนะที่คนไทยนั้นขี้เกียจพวกเขาได้หาเงินได้ง่าย

จึงเรียกว่านิสัยของคนพม่านั้นคือความอดทนและมีความอดทนเพื่อความฝันอย่างนิยามที่ว่าแม่บ้านชาวพม่าบอกว่าอยากจะเก็บเงินสักก้อนหนึ่งไว้ซื้อที่ดินเปิดร้านมินิบาร์เล็กๆเห็นเซเว่นในบ้านเราไปได้ดีก็อยากจะทำแบบอย่างที่บ้านเกิดเขาบ้างเขาบอกว่าอีกหน่อยเปิด AEC พม่าจะเจริญมากยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับ เยเมียว ซอ คนงานก่อสร้างที่รว่าอยากจะหาเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อไว้ทำนำเงินไปลงทุนทำธุรกิจเพราะตอนนี้พม่าธุรกิจกำลังขยับขยายและเติบโตใครมีทุนเยอะก็มีโอกาสมากขึ้น

โส่ย ลูกจ้างร้านแผ่นซีดีได้มีการละว่าพี่มาทำงานที่นี่เพราะรายได้ดีกว่าที่บ้านเกิดหางานส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยที่กำลังเรียนเภสัชได้อย่างสบาย

เปียเปียงโช คนงานเก่าสร้างล่ะว่าตัวเขามาทำงานเพื่อใช้หนี้ให้กับพ่อแม่เพราะที่บ้านมีเยอะมากอยู่พม่าหาเงินได้น้อยเพราะไม่มีงานให้ทำในทุกๆวัน

จึงเห็นได้ชัดว่าชาวพม่าส่วนใหญ่นั้นอยากจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีสำคัญคือเป้าหมายและความฝันที่ชัดเจนและมีพลังใจเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่ในต่างแดนต่างถิ่นและคนพม่าในไม่ใช่ใช้เงินซื้อความสุขแต่ความสุขเล็กๆเป็นสีที่คนไทยนิยมมากส่วนใหญ่ก็จะเป็นการดูหนังฟังเพลง shopping ไปท่องเที่ยวอัพเดทชีวิตสวยๆหรูหราผ่าโลกณเดชซึ่งสิ่งของเหล่านั้นทำให้เรามีความสุขจริงแต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่ไม่ใช่ถาวรเมื่อหมดความสุขตรงนั้นก็ต้องหันมา เครียดทำงานกันต่อไป

และคนไทยบางคนนั้นก็หนักไม่เอาเบาไม่สู้พ่อแม่ส่งเรียนดีๆก็ไม่เอาเอาแต่โดดเรียนไปเล่นเกมมัวแต่เที่ยวเตร่เข้าผับเข้าบาร์พอให้เงินลงทุนก็กลัวว่าจะขาดทุนไม่กล้าทำอะไรพอให้ลงแรงก็บอกว่าเหนื่อยไม่อยากทำและอีกไม่นานคาดว่าเรานั้นจะกลายเป็นคนใช้ของคนพม่าไปอย่างแน่แท้

เตรียมเข้าสู่ฤดูหนาว! อุตุฯ บอกอุณหภูมิลดต่ำ 7-9 °C

สำหรับใครที่กำลังรอคอยหน้าหนาวอยู่นั้นบอกเลยว่าข่าวดีมาถึงแล้วเพราะตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมามีหลายพื้นที่ที่มีฝนตกและมีอุณหภูมิลดลงโดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิลดลง 1 2 องศาและมีโอกาสที่ทั้งสองภูมิภาคจะมีอุณหภูมิลดลงอีก 1 3 องศาในวันที่ 12 ถึง 13 ตุลาคมเพราะทางกรมอุตุนิยมได้มีการคาดการณ์ว่าจะมีมวลอากาศเย็นอีกระลอกแผ่เสริมลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทยจึงทำให้อุณหภูมิต่ำสุดของทางภาคเหนืออยู่ทางระหว่าง 18-21 องศาและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิต่ำสุดอยู่ระหว่าง 19-22 องศาโดยอากาศเย็นที่แพ้ลงมาในระยะนี้ถือเป็นสัญญาณของการเข้าฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงแล้ว

และนอกจากนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการคาดการณ์ว่าทางประเทศไทยตอนบนจะเข้าสู่ฤดูหนาวประมาณกลางเดือนตุลาคม 2562 และจะสิ้นสุดฤดูหนาวประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยช่วงเวลาที่จะมีอากาศหนาวเย็นที่สุดนั้นจะอยู่ในช่วงของครึ่งหลังเดือนธันวาคม 2562 จนถึงปลายเดือนมกราคม 2563

ภาคเหนือ เชียงราย 7-9 องศา / น่าน 7-9 องศา / เชียงใหม่ 12-14 องศา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร 7-9 องศา / นครพนม 7-9 องศา / นครราชสีมา 13-15 องศา

ภาคกลาง กาญจนบุรี 13-15องศา / นครสวรรค์ 14-16 องศา / สุพรรณบุรี 16-18 องศา

ภาคตะวันออก สระแก้ว 14-16 องศา / ชลบุรี 16-18 องศา

ภาคใต้ ประจวบคีรีขันธ์ 17-19 องศา / ภูเก็ต 20-22 องศา

และในครั้งนี้ก็มีการคาดการณ์ว่าทางกรุงเทพฯจะมีอากาศหนาวเย็นสุดในช่วงเดือนธันวาคม 2562 และเดือนมกราคม 2563 คาดว่าจะมีอากาศหนาวบ้างในบางวันภูมิต่ำสุดจะอยู่ระหว่างที่ 15-17 องศา

ใจพี่หล่อมาก! ใช้สิทธิ์ ‘ชิม ช้อป ใช้’ ซื้อของแจกคนไร้บ้าน

ฮัลโหลถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆหลังจากที่มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า Noom Jerasak ได้มีการโพสต์ภาพที่ตัวเองนั้นได้นำข้าวสารอาหารแห้งน้ำดื่มและยารักษาโรคไปแจกจ่ายให้กับคนยากไร้พร้อมระบุไว้ว่า

มีคนถามว่าด่าลุงตู๋ แล้วจะรับเงินเขามาทำไม รับสิครับผมรับเงินตั้ง 1,000 บาท ผมไม่เอาคนอื่นก็เอาอยู่ดี เพราะนี่มันเงินจากภาษีของพวกเราทั้งนั้น แต่เงินจำนวนนี้ผมก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอามาใช้จ่ายส่วนตัวผมเลยทำหน้าที่รับเงินแทนผู้ยากไร้ที่ไม่มี Smartphone หรือแม้แต่ เงินที่จะซื้อข้าวกินผมขอเอาเงิน ซื้อน้ำข้าวสารอาหารแห้งและยารักษาโรคแบ่งปันให้กับผู้ยากไร้ที่จำเป็นจะต้องใช้เงินเหล่านี้มากกว่า

และผู้ชายคนนี้นั้นมีชื่อว่า นายจีระศักดิ์ ขันตี อายุ 32 ปี เป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้เปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวและปกติตัวเขานั้นชอบซื้อสิ่งของใช้จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเอาไว้หลังรถเก๋งส่วนตัว เวลาเจอคนยากไร้ก็แจกจ่ายให้กับเขาตามที่ต่าง ๆ ต่อมาเมื่อรัฐบาลมีโอกาสเปิดโครงการนี้ แม้ตัวเองไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน 1,000 บาท เพื่อใช้ในการส่วนตัวแต่ก็มองว่านี่เป็นสิทธิ์ของเรา และจะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับคนที่มีความจำเป็นมากกว่าแต่ไม่สามารถเข้าถึงได้

จึงตัดสินใจมีการลงทะเบียนรับสิทธิ์ดังกล่าวเพื่อนำเงิน 1000 ไปซื้อสิ่งของใช้จ่ายจำเป็นต่อการดำรงชีพไปแจกจ่ายให้กับคนยากไร้และคนด้อยโอกาสที่มีความจำเป็นและต้องการมากกว่าซึ่งจริงแล้วคนกลุ่มนี้นั้นมีจิตเช่นกันแต่ไม่สามารถเข้าถึง 10 ได้เพราะไม่มีสมาร์ทโฟนและจะไม่มีเงินพอเพื่อไปซื้อข้าวกินประทังชีวิตในแต่ละวัน

ทั้งนี้ตัวเขาเองนั้นได้มีการเอาเงินไปซื้อสิ่งของใช้จำเป็นต่อการดำรงชีพที่จังหวัดลำพูนโดยซื้อของเป็นมูลค่าทั้งหมดทั้งสิ้น 1,079 บาท และนำมาบรรจุถุงจัดทำเป็นชุดได้ทั้งหมด 14 ชุดและสายท้ายรถจากนั้นเวลาที่ทำงานร้องเพลงตามร้านอาหารในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อพบเห็นคนยากไร้ก็จะจอดรถและนำสิ่งของดังกล่าวเข้าไปมอบให้ในทันทีซึ่งแต่ละคนนั้นก็ต่างดีใจและรู้สึกมีความสุขที่ได้รับซึ่งนั่นก็ทำให้ตัวขาวนั้นก็มีความสุขด้วยเช่นกันจึงได้มีการนำเรื่องดังกล่าวนี้เอามาโพสต์ใน Facebook เพราะหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนอื่นๆ

แต่ก็ไม่นึกว่าจะได้กระแสตอบรับดีขนาดนี้มีผู้คนนั้นต่างเข้ามากดไลค์กดแชร์กันเป็นจำนวนมากในทั้งนี้จึงอยากจะให้ทุกคนนั้นมีความเห็นตรงกันทำแบบเดียวกันเพื่อแบ่งปันให้กับคนยากไร้และด้อยโอกาส

เปิดชีวิต ‘ป๋อง สุพรรณ’ จากคนปั่นสามล้อ สู่เศรษฐีเซียนพระ 100 ล้าน

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาพบกับอีกบุคคลหนึ่งนั่นก็คือคุณป๋องสุพรรณจากคนที่จบเพียงแค่ชั้นป 6 มีอาชีพขับสามล้อรับจ้างในสมัยก่อนแล้วไปเป็นกู้ภัยจากนั้นก็ผ่านตัวเองมาเป็นขับรถให้กับยาหาผู้ใหญ่ในวงการเครื่องพระและมีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับวงการเครื่องพระแบบครูพักลักจำ จนชีวิตนั้นพลิกผันกลายเป็นเศรษฐีเซียนพระชื่อดังที่ทำให้ใครหลายคนรู้จักเขาในวันนี้. ..

คุณป๋องนั้นได้มีการเปิดบ้านให้กับรายการตีท้ายครัวเข้าไปชมในบ้านราคาหลักหลายล้านบาทที่มีความสวยงามร่มรื่น บอกเลยว่ามีทรัพย์สินมูลค่าหลักหลายล้านบาทรวมถึงต้นไม้ด้วยเช่นกันและมีการบอกว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นเจ้าที่แรงจนต้องตั้งศาลพระภูมิ เพราะเคยมีคนงานมาเจอคนนั่งบนอยู่ต้นไม้ บ้างก็บอกว่าตรงนี้เป็นจุดวังพญานาคแต่ก่อนเป็นบ่อสุดท้ายก็มีคนมาถมที่

และเขาก็ได้มีการเปิดตัวภรรยาที่เคยอยู่อาศัยด้วยกันมาอย่างยาวนาน เคยอาศัยอยู่ตามช่วงเวลาที่เคยลำบากจนถึงขั้นเก็บผักที่เขาทิ้งมากินทุกวันนี้คิดว่าที่มีดีได้ เพราะเป็นโชคและการทำดี หลังจากที่ชีวิตเปลี่ยนเพราะมีเงิน ก็ให้ภรรยาให้หยุดทำงานพร้อมกับให้เงินเดือนเดือนละ 50,000 บาทโดยให้มากสุดถึง 5 ล้านบาทแล้วก็มีเพราะเคยเห็นภรรยาลำบากมามากแล้ว

ชีวิตพลิกผันจากดังกลับตกอับ ‘หมู ดิลก’ จากพระเอกดังสู่คนขายประกัน

ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนน่าจะรู้จักกันดีกับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง อาหมู ดิลก ทองวัฒนา ที่ตัวเขานั้นได้มีการเปิดเรื่องราวว่าชีวิตของเขานั้นต้องล้มลุกคลุกคลานมาสักเท่าไหร่ และจะฝากเรื่องราวของชีวิตไว้เป็นบทเรียนให้กับน้องๆสำหรับใครหลายคนที่กำลังเลือกอาชีพสายงานต่างๆ

โดย อาหมู นั้นก็รับบทบาทหน้าที่ของการเป็นพ่อในวงการแสดงมาหลายเรื่องราวให้มีผลงานออกมารับชมกันอย่างมากมายโดยในช่วงพักร้อนเรียกได้ว่าทำงาน 7 วันและก็มีถ่ายละครแทบทั้งหมดประมาณ 5 เรื่องและแต่ละเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป

โดยอาหมูนั้นกว่าจะมีบ้านเป็นของตัวเองก็ต้องทำงานมาอย่างหนักเพราะแต่ก่อนนั้นก็เช่าบ้านอยู่มาตลอดไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองจนกระทั่งมีอาชีพเป็นนักแสดงก็มีเงินเก็บจนสามารถพอที่จะซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้โดยในตอนนั้นใช้เป็นเรือนหอในชีวิตแต่งงานครั้งแรก ด้วยหลังจากที่แสดงละครเป็นพระเอกได้ประมาณ 5 ปีก็แต่งงานได้ 7 ปีชีวิตคู่นั้นไม่ได้ยึดว่าเขาเป็นชีวิตของเราหรือเราเป็นชีวิตของเขาเพราะเขามีสิทธิ์ที่เลือกจะเดินออกไปจากชีวิตของเราแต่การเดินออกไปจากชีวิตคู่ของใครสักคนนั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้ อีกฝ่ายนั้นเจ็บปวดมากที่สุดและสุดท้ายมันก็เกิดขึ้น และทุกอย่างนั้นก็เกิดขึ้นก่อนงานแต่งงานอาก็เดินผ่านด้วยต้นทุนของชีวิตอาไปเสียหมด

และตอนหลังก็จบลงด้วยการหย่าร้างเนื่องจากไม่ได้ตกลงกันก่อนว่ามีคนใดคนหนึ่งโอเคไหมรับอะไรได้ไหม และในตอนนั้นหนูก็เลือกที่จะเดินออกมาแบบตัวเปล่าโดยไม่พกอะไรไม่ออกสมบัติอะไรทั้งนั้น และการเป็นพระเอกมีชีวิต ที่มีชื่อเสียงอยู่ในวงการ ไปไหนก็มีแต่คนรู้จักมันก็มีความสุขดีและอาชีพนี้มาก็สร้างเม็ดเงินกระเป๋าจนเกิดความสมดุลโดยไม่มีแต่ความดังยังเกิดอยู่ชีวิตก็จะมีปัญหา

ด้วยการสูญเสียทั้งนั้นถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ต้องเสียอะไรไปหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินสูญเสีย ชีวิตคู่ สูญเสียเรื่องงาน ที่ดีที่สุดกำลังจะจบไปและชีวิตพี่กำลังมีปัญหาเงินทองก็มีปัญหามันทำอะไรไม่ได้ได้แต่โทษสิ่งแวดล้อมโทษครู โทษนู่นโทษ นี่จนทุกอย่างนั้นก็มาได้สติก็ผ่านไปปีกว่าๆ โดยปีแห่งความทุกข์นั้นก็นั่งน้ำตาตกในทุกๆวัน บางครั้งก็ร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุจนบางครั้งก็ตั้งคำถามว่าผิดอะไรชีวิตมันผิดขนาดนี้เลยหรือ

และในช่วงที่เคว้งคว้างทั้งเรื่องเงินเรื่องทุกอย่างนั้นก็ทำให้เขาได้มีการมองหาช่องทางให้กับตัวเองหาวิธีแก้ไขปัญหาสู้กับตัวเองจนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในชีวิต และทำให้เขานัดเข้ามาในอาชีพขายประกัน แล้วตัวเขาก็คิดว่าจะทำงานมีทุกอย่าง เพราะว่านี่คืออาชีพที่สุจริตเพราะคนเราเกิดมา เมื่อทำงานอาจจะมีโกนถูกดูถูกบ้าง โดยเฉพาะเวลาที่เขานั้นคุยกับเราเวลาฟังการขายเราก็จะมีการสังเกตว่าเขาคุยเขาตั้งใจฟัง หรือเปล่ามีบางจังหวะบ้านที่เขาแอบเข้าไปในห้องน้ำแล้วกลับมาก็นั่งยื่นโอนแล้วเขียนว่าอธิบายแล้วเชิญออกจากบ้านไปเลยก็มี เรียกได้ว่าช่วงชีวิตนี้เป็นช่วงที่ยากลำบากกว่าจะพยุงตัวเองมาได้นะหนูก็ใช้เวลาพอสมควร

ยิ่งกว่าละคร! เปิดชีวิต หนึ่ง จักรวาร’ จากเด็กสลัมคลองเตยสู่นักเปียโนชื่อดัง

เป็นหยังอีกคนอันทรงคุณค่าสำหรับใครหลายๆคนที่รู้จักกันดีสำหรับโปรดิวเซอร์และนักดนตรีชื่อดังอย่างหนึ่งจักรวาล บอกเลยว่าชีวิตกว่าที่เขานั้นกว่าจะมีถึงทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะในสมัยเด็กนั้นเขาเคยอาศัยอยู่ที่สลัมคลองเตยไม่มีเงินแม้แต่เรียนดนตรีแต่ทุกวันนี้มาด้วยก็เพราะความพยายาม

โดยคุณหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่า ในตอนเด็กๆถ้าหากพูดถึงเปียโนมันก็คือเครื่องดนตรีที่มีฐานะแต่แน่นอนว่าทางบ้านของคุณหนึ่งนั้นไม่มีกำลังพอที่จะซื้อเปียโนให้คนหนึ่งเล่นจึงต้องอาศัยแอบดูและแอบซ้อมโดยชีวิตช่วงนั้นคนหนึ่งซ้อมหนักมากตี 5 ต้องถึงโรงเรียน 4 โมงก็ต้องซ้อมถึง 5 โมงรีบออกไปทำงานเลิก 04:30 นเสร็จแล้วกลับบ้านอาบน้ำแล้วไปมหาลัยชีวิตนั้นวนเวียนอยู่แบบนี้เป็นประจำ

เรียกง่ายๆว่าช่วงชีวิตนั้นเป็นช่วงชีวิตที่คุณหนึ่งนัดแทบจะไม่เห็นเตียง เพราะเวลานอนของตัวเองก็คือเวลาเรียนทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนสภาพร่างกายไม่ไหวตัวผอมดำ จนโดนเชิญผู้ปกครองเพราะเห็นว่าเป็นเด็กคลองเตยคิดว่าเล่ น ย าแล้วพอเห็นสภาพที่ไม่ไหวแต่พอได้ขึ้นเวทีก็กลายเป็นคนละคนใครหลายคนก็มองว่านี่เป็นการท ร -มานตัวเองแต่คุณหนึ่งบอกว่านี่คือความสุข โดยบ้านที่เขานั้นหลับนอนอยู่ในปัจจุบันจะเป็นอย่างไรไปชม

เปิดชีวิตที่ไม่ตลก ของ ‘บอล เชิญยิ้ม’ เร่ร่อน ไม่มีเงิน กินน้ำแขวนตามป้ายรถเมล์

เรียกได้ว่ากว่าที่เขานั้นจะเป็นอย่างทุกวันนี้เป็นบอลเชิญยิ้มตลกชื่อดังที่มีครอบครัวและภรรยาอย่างในปัจจุบันงั้นก็เรียกได้ว่าผ่านมาไม่น้อยโดยตอนนี้ลูกสาวของคุณบอลเชิญยิ้มนั้นอายุ 19 ปีเป็นลูกสาวคนสวยมีหนุ่มมาจีบหัวกระไดไม่แห้ง แต่ผู้เป็นพ่อก็ให้สิทธิ์ลูกอย่างเต็มที่ พระเอกยุคใหม่ลูกจะคบใครเพราะวันหนึ่งเราไม่รู้ว่าเขาไปไหนเราไม่มีเวลาไปตามเขาฉะนั้นเมื่อลูกเปิดใจเราก็ต้องยอมรับ

นอกจากนี้คุณบอลยังบอกอีกว่าตัวเองนั้นอยากเห็นใบปริญญาของลูกตอนนี้ลูกสาวอีก 3 ปีก็จะจบแล้ว แล้วก็มีคนมาติดต่อให้ลูกเข้าวงการ แต่ตัวคุณบอลนั้นไม่อยากให้ลูกไปอยากให้เขาเรียนหนังสือให้จบก่อนถ้าทำคู่กันจะไม่รู้จักแยกแยะจะพังเหมือนเรารังแกลูก

ด้วยในขณะที่ลูกสาวของคุณบอลนั้นอยากจะเข้าวงการแต่คุณบอลก็ให้เขาเสนอว่าถ้าเรียนจบอยากจะทำอะไรก็ทำส่วนลูกชายนั้นอยากจะเป็นตลกก็มีการบอกลูกว่าการเป็นตลกนั้นขึ้นอยู่กับดวงและพรสวรรค์ถ้าไม่มีก็หยุดดีกว่าเพราะคุณบอลนั้นจบมาเพียงแค่ม. 3 แต่มีบ้านมีรถเป็นทุกอย่างดวงและพรสวรรค์ และความ ความมุ่งมานะ ทั้งๆจริงๆแล้วมีคนที่เก่งกว่าคุณบอลเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีโอกาศมาถึงจุดนี้เพราะสิ่งที่สำคัญคือความมุมานะนั่นเอง

โดยลูกทั้งสองนานก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวพ่อเป็นอย่างมาก และดีใจที่เกิดมาเป็นลูกพ่อและรู้ว่าตลอดพ่อนั้นเป็นห่วงมากแค่ไหน ทั้งในเรื่อง การใช้ชีวิตในเรื่องของการเรียน และลูกทั้งสองก็จะเป็นเด็กดีไม่ยุ่งเรื่องยา ชีวิตที่ผิดแต่บอกเลยว่ากว่าจะมีครอบครัวอันแสนอบอุ่นอย่างทุกวันนี้นัดคุณบอลนั้นก็ต้องผ่านอะไรมามาก

เพราะคุณบอลได้มีการเปิดเผยว่าหลังจากที่พ่อฆ่-าตัวตายก็หนีออกจากบ้าน เพราะว่าส่มีอาค่อยงเรียนแต่ก็ไม่ยอมเรียน จนวิทยาลัยเชิญออกอยู่ไปก็รู้สึกเป็น ภาระ เพราะเขาต้องมาเสียเงินส่งเสียเราพอก็ไม่มีตอนเที่ยงเลยขโมยเงินปู่เป็นจำนวน 100 บาทและออกไปใช้ชีวิตเจอสารพัดอย่างไม่ว่าจะเป็น การแบกสังกะสี ขายเรียงเบอร์ ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดจนมาเจอคณะตลก

และสมัยที่ลูกๆยังเด็กนั้นคนบางก็เคยเดินทางที่ผิด ติดยาหนักมากถึง 4 ปีเต็มๆทุกวันสมมุติถ้าตัว 3,000 บาทก็ซื้อยาไปแล้ว 2,900 บาทได้เงินมาก็ซื้อยาดูดจนเหลือมันเหลือเงินเข้าบ้านเพียงแค่วันละ 100 บาททุกๆวันจนกลายเป็นหนี้เป็นสินเกือบโดนตำรวจจับ

แต่มาคิดได้เมื่อเห็นลูกกินนมกระป๋องและท้องเสียทำให้คนวันนั้นยืนมองและน้ำตาไหลว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ตอนที่ยังคิดไม่ได้ก็เคยเอาสมบัติของพ่อของตัวเองไปจำนำเพื่อซื้อม้ามา ดูด แต่แล้วก็ทนไม่ไหวมีหนี้มีสินมากมายต้องคอยหลบเจ้าหนี้ เลยยกมือท่วมหัวบอกพ่อ ถ้าลูกยังมีบุญชีวิต ลูกไม่ไหวแล้ว ขอให้ลูกมีงานลูกค้า ยกเลิกการเล่นยาแบบทุกอย่าง ขอให้ร่างกายนั้นไม่อันตรายลงแดงอะไร แล้วสุดท้ายก็ได้จริงๆ

หลังจากนั้นไม่เกิน 1 อาทิตย์ก็มีรายการติดต่อเข้ามาได้ค่าตัว 1,000 บาทก็รีบมาไถ่ถอนพ่อแก่ แล้วหักดิบการเล่นยาซึ่งก็โชคดีที่ว่าร่างกายไม่เป็นอะไรชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆได้เจอแม่มีเงินเข้ามาเป็นจำนวนมาก และมีโอกาศมาพบกับภรรยาที่เหมือนมีดวงเกื้อหนุนกัน โดยภรรยานั้นขอเพียงแค่ว่า อย่าเจ้าชู้

เพิ่มแร่ธาตุให้ดิน! กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระราชทาน ‘สูตรปุ๋ยหมัก’ แก่ประชาชน

วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูปุ๋ยหมักพระราชทานที่เป็นปุ๋ยหมักจากสมเด็จพระเทพที่เอาใจใส่ประชาชนและพระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนเลยแม้แต่น้อยทรงมีโครงการพระราชดําริพัฒนาให้ประชาชนมีอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้

โดยปุ๋ยหมักที่เรานำเสนอในวันนี้คือปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานที่เกิดขึ้นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาทรงมีพระราชทานราชานุญาต ให้ดำเนินการเผยแพร่ สูตรปุ๋ยนี้ให้กับชาวเกษตรกร ซึ่งเป็นสูตรที่พระองค์ได้ทรงศึกษาในการทำปุ๋ยหมักพร้อมขั้นตอน รวมถึงวิธีการทำที่ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เอง

พระองค์ท่านได้มีการอธิบายอย่างละเอียดว่าทำไมถึงต้องทำปุ๋ยหมักมีประโยชน์อย่างไรวัสดุที่การใช้จนถึงการนำไปใช้นั้นจะต้องทำอย่างไร โดยการใช้อย่างนี้ จะทำให้ช่วยประหยัดค่าปุ๋ยเคมีได้มากน้อยแค่ไหนที่ใช้จะมีการวาดภาพประกอบอย่างน่ารักๆ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจกัน ด้วยปุ๋ยมากพระราชทานนี้สามารถทำตามเองกันเองในบ้านหรือไร่สวนนาได้อย่างง่ายและประหยัดต้นทุนเมื่อเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมีชนะแล้วการใช้ปุ๋ยหมักก็จะสามารถช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างน้อยถึงครึ่งหนึ่งและยังเป็นลดค่าต้นทุนทางด้านใช้จ่ายให้กับชาวเกษตรกรด้วย

โดยปุ๋ยพระราชทานจะต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ดังนี้

+ ซากพืชต่างๆ

+ปุ๋ยคอก (มูลสัตว์ต่างๆ)

+ปัสสาวะคนหรือสัตว์

+กากเมล็ดนุ่นกากถั่ว หรือซากต้นถั่ว

วิธีการกลับกองปุ๋ย

การกลับกองปุ๋ยในหลวงจะต้องขุดหลุมให้มีขนาดความกว้างประมาณ 1 เมตรยาว 1 เมตรลึก 1 เมตรและมีการระบายน้ำได้ดีโดยจะต้องมีการปรับหน้าดินในบริเวณทำการกองปุ๋ยหมั กโดยใช้ไม้ไผ่หรือไม้ชนิดอื่น ที่สามารถทำได้ ใช้ความกว้างประมาณ 2 เมตรความยาว 4 เมตรสูง 1 เมตร แบ่งออกเป็น 2 ส่วนส่วนหนึ่งไว้ใส่ปุ๋ยหมัก อีกส่วนหนึ่งไว้กับกองปุ๋ยจากนั้นก็ทำหลังคาจากใบมะพร้าวหรือใช้ถุงพลาสติกคลุมก็ได้เพื่อกันฝน

ขั้นตอนการทำปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน

ขั้นตอนที่ 1 ให้เอาซากพืชที่เตรียมไว้เกี่ยวข้องไปในหลวงเป็นชั้นๆเหยียบตามขอบให้แน่นๆ ประมาณ 1 คืบ

ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มแล้วเอาปุ๋ยคอกโรยทับให้ทั่วสูงอีกประมาณ 5 เซนติเมตรถ้ามีปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 หรือ 14-14-14 ก็ทักด้วยจากนั้นก็โรยด้วยดินละเอียดนะอีก 1 องคุลีสลับด้วยกับซากพืชและรดน้ำเป็นชั้นๆอย่างนี้จนปุ๋ยคอกเต็ม

ข้อระวังในการใช้

อย่าให้มีน้ำขังมากเกินไปการลดน้ำมากเกินไปจะทำให้มีการระบายอากาศที่ไม่ดีปุ๋ยกองใหญ่จะทำให้เกิดความร้อนสูงปุ๋ยจะเสียถ้าในกองปุ๋ยมีความร้อนสูงให้เติมน้ำลงไปบ้างปุ๋ยกองเล็กไปจะสลายตัวช้าอย่าใช้ปุ๋ยเคมีพร้อมกับการใส่ปูนขาวเพราะจะทำให้ธาตุไนโตรเจนสลายตัว

วิธีการกลับปุ๋ย

ในทุกๆวันครบ 30 วันควรกลับกองปุ๋ยเลยเอาชั้นบนสุดของกลอนเกี่ยวเข้าไปอีกส่วนหนึ่งและเอาข้างล่างสุดกลับขึ้นมาเอาชั้นต่อเกียจพับและลดน้ำ กลับ ทุกๆ 30 วัน หรือทำแบบนี้จนกว่าซากพืชจะเปื่อยใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน

ประโยชน์ที่ได้รับ

จะประหยัดในเรื่องของการใช้ปุ๋ยเคมีได้ถึงครึ่งนึงทำให้ดินร่วนซุยพืชผักอุดมสมบูรณ์และเพิ่มธาตุไนโตรเจนไม่เป็นอันตรายต่อพืชสัตว์และคนรักษาความชุ่มชื้นของดินได้เป็นอย่างดี

มีประโยชน์! 6 อาการที่ใช้สิทธิ์ UCEP รักษาใน รพ. ฟรี 72 ชั่วโมง

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนะมารู้จักกับสิทธิประโยชน์อีกอย่างนึง ที่ใครหลายคนอาจจะไม่เคยรู้กันกับสิทธิประโยชน์ UCEP ซึ่งเป็นนโยบายที่ทางรัฐบาลได้มีการคุ้มครองผู้ป่วยภาวะวิกฤตฉุกเฉิน ในการรับรักษาโรงพยาบาลเอกชน หรือรัฐบาลที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมากที่สุด และจะเป็นโรงพยาบาลเอกชน ที่ไม่ได้ขึ้นกับกองทุนบัตรทอง หรือประกันสังคม หรือสวัสดิการข้าราชการต่าง ๆ แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคและความเสี่ยงต่อการดูแลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆภายใน 24 ชั่วโมงจนกว่าจะพ้นภาวะวิกฤต ..

ด้วย 6 อาการที่เข้าเกณฑ์การเจ็บแบบฉุกเฉินได้ก็มีดังนี้

-หมดสติไม่รู้ตัวไม่หายใจ

-หายใจเร็วหอบเหนื่อยอย่างรุนแรง

-ตัวเย็นซึมลงเหงื่อแตกมีอาการชักเข้าร่วม

-เจ็บหน้าอกอย่างเฉียบพลัน

-แขนขาอ่อนแรงพูดไม่ชัดปัจจุบันทางด่วนชักต่อเนื่องไม่หยุุด

-มีอาการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการหายใจระบบไหลเวียนโลหิตระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

5 ขั้นตอนในการขอใช้สิทธิ์

-ในกรณีเข้ารักษาโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดให้แจ้งลงทะเบียนรับทราบว่าขอใช้สิทธิ์ UCEP

-โดยทางโรงพยาบาลนั้นจะมีการประเมินภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินตามแนวทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

-โรงพยาบาลเอกชนจะแจ้งผลการประเมินให้กับผู้ป่วยหรือญาติได้ทราบ

-เมื่อเข้าเกณฑ์เจ็บป่วยฉุกเฉินก็จะเข้ารักษาการในทันทีตามสิทธิ์

-หากไม่เข้าเกณฑ์เจ็บป่วยฉุกเฉินหากต้องการรักษาต่อเนื่องผู้ป่วยจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาเอง

การส่งต่อเพื่อรักษาหลังจากครบ 72 ชั่วโมง

หลังจากที่การรักษาครบ 72 ชั่วโมงแล้วทางศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จะมีการแจ้งเข้าไปยังกองทุนของเจ้าของสิทธิ์ ในทันทีเพื่อประสานงานไปยังโรงพยาบาลต้นสังกัดที่ผู้ป่วยมีสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลให้มีความเตรียมความพร้อม ที่จะย้ายผู้ป่วยหลังจากครบ 72 ชั่วโมงหรือเมื่อพ้นอาการวิกฤต

ทั้งนี้หากพบผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้ที่ติดต่อไปยังสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในทันทีหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร 02 872 1669

เด็กสาวสู้ชีวิต ช่วยแม่เก็บของเก่าขาย หวังได้เรียนสูง ๆ เพื่อให้ครอบครัวสบาย

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาดูกับอีกหนึ่งชีวิตที่บอกเลยว่ามีความฝันอันยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถทำความฝันได้เพราะว่ามีสถานะทางครอบครัวที่ยากจน และไม่มีเงินสนับสนุนสิ่งเดียวที่เด็กคนนี้จะต้องทำนั่นก็คือการส่งข้อความจริงเลยเด็กคนนี้ที่เราจะพาไปรู้จักนั้นคือเด็กหญิงธิดารัตน์ จตุรงค์ หรือน้องครีม ที่ีเคยฝันว่าอยากเป็นครูสอนศิลปะด้วยครอบครัวของน้องครีมนั้นมีแม่ตาน้องสาวและแม่ประกอบอาชีพขายขวดรับจ้างทั่วไป

โดยน้องครีมนั้นจะเป็นลูกมือให้กับคุณแม่ที่คอยช่วยแม่เก็บและคัดแยกขยะของเก่าเพื่อนำไปขายเพราะในตอนนี้มีคุณแม่เพียงคนเดียวที่เป็นเสาหลักของบ้าน เพราะคุณตานั้นมองไม่เห็นแล้วโดยครอบครัวของน้องนั้นแยกทางกันมาตั้งแต่เด็กและน้องครีมนั้นก็ฝันที่อยากจะให้พ่อแม่กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งแต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้และบ้านของน้องครีมนั้น อาศัยอยู่บ้านเช่าเป็นบ้านไม้สองชั้นที่มีลักษณะทรุดโทรม อาศัยมานานกว่า 30 ปี

ด้วยสภาพบ้านของน้องนั้นเต็มไปด้วยของเก่าที่แม่เก็บมาจากถังขยะและต้องจ่ายค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาทหักเดือนไหนไม่เพราะว่าจะมีการผ่อนจ่ายเดือนละ 500 บาทบ้างแล้วแต่ตามวาระโอกาส แต่ถึงแม้ครอบครัวนั้นจะยากลำบากมากแค่ไหนน้องครีมก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเพราะอยากจะอยู่กับแม่และช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้กับแม่มากที่สุด

แต่ด้วยความยากจนนี้ก็สร้างปมในใจให้กับน้องเพราะว่าถูกเพื่อนล้อว่าไม่เป็นเด็กไม่มีพ่อและมีแม่เป็นคนเก็บขยะขายซึ่งบางครั้งก็ทำให้น้องนั้นรู้สึกเศร้าใจและแอบร้องไห้อยู่คนเดียวแต่คนเป็นแม่ก็มันจะบอกว่าอย่าไปสนใจเพราะมันคือความจริงเราเลือกเกิดไม่ได้เพราะเราเกิดมาจนแต่น้องครีมนั้นก็สามารถเอากันและกำลังใจนี้มาบอกกับตัวเองให้อดทนและได้รับกำลังใจดีๆจากคนรอบข้างเสมอ

ซึ่งตอนนี้ทางโรงเรียนของน้องทีมนั้นก็เปิดโอกาสให้กับแม่ของน้องทีมที่ได้เข้ามาเก็บของเก่าในบริเวณถังขยะส่วนกลางของโรงเรียนเพื่อนำไปขายอีกทั้งยังมีการจ้างงานให้เป็นแม่บ้านของโรงเรียนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนี้

โดยในครั้งนี้ทางแม่ของน้องทีมันก็ใฝ่ฝันที่จะเห็นใบปริญญาของลูกสักใบและเห็นรูปนั้นได้พบกับความก้าวหน้าและความสำเร็จ

มาแล้ว ‘ชิม ช้อป ใช้’ เฟส 2 เตรียมเดินหน้า เปลี่ยนใหม่ ไม่ให้เงินไปฟรี ๆ

หลังจากที่ การเปิดลงทะเบียนโครงการช้อปชิมใช้รักเก็บตกในวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาเพื่อนำเงิน 1,000 บาทไปใช้ในการท่องเที่ยวก็ยังมีการพบว่าได้รับความสนใจจากประชาชนที่เข้ามาลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องโดยได้เปิดลงทะเบียนเหลือ 10 เก็บตกอยู่ประมาณ 306,000 ราย และเมื่อทันทีที่เปิดการลงทะเบียนตั้งแต่ 24:00 นาทีจนไปถึงแค่ 01.06 น ก็มีผู้คนต่างเข้าลงทะเบียนจนปิดเต็มทั้งหมด

แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังยังมีการเปิดให้ลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องจะไปถึงวันที่ 15 พฤษภาคมยนต์นี้จนกว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ์คบหรือร้านคนโดยจะพิจารณาให้สิทธิ์ลงทะเบียนเพิ่มแบบวันต่อวันมีการยกยอดมาจากการกรอกข้อมูลและลงทะเบียนแบบไม่ถูกต้องรวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแต่ไม่สามารถใช้เงินได้ภายใน 14 วันก็จะนำมาเปิดให้ลงทะเบียนใหม่อีกครั้งหนึ่ง

และนอกจากนี้ทางด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.คลังได้มีการยืนยันว่าจะมีการเปิดมาตรการครีมชอบใช้ระยะ 2 แต่จะเน้นการปรับปรุงในเรื่องของการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนเพราะในล่าสุดได้รับรายงานว่ามีผู้ใช้จ่ายผ่านมาตรการนี้แล้วประมาณ 1.3 ล้านคนทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเกินกว่า 1 พันล้านบาท โดยมีจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมทั้งหมด 1.7แสนราย

โดยผ่านมาใน 1 สัปดาห์ก็ได้ผลตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องโดยผู้ประกอบการร้านค้าพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงพี่น้องประชาชนก็ต่างเข้ามาชื่นชมกับมาตรการนี้ ขอให้มีการขยายผลเพิ่มเติม ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีระยะ 2 ต่อไปอย่างแน่นอนโดยความคืบหน้าของการทำโครงการชิมช็อปใช้ในระยะที่ 2 ทางกระทรวงการคลังก็มีการเลือกศึกษาโครงการชิมช้อปใช้ในระยะที่ 2 ออกมาให้เสร็จ โดยเร็ว มากที่สุดเพื่อเปิดให้ลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องในทันที ภายในเดือนตุลาคมนี้หลังจากลงทะเบียนระยะแรกพบแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีมาตรการปรับปรุงเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ใหม่เพื่อต้องการกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำเงินส่วนตัวออกมาใช้จ่ายเพื่อสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจให้มากขึ้น และจะเร่งเสนอให้ทางกระทรวงการคลังพิจารณาในเร็วๆนี้ ส่วนการกำหนดระยะเวลานั้น ก็จะมีการให้ใช้ถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้เหมือนเช่นเดิมซึ่งหลังจากนี้จะต้องรอการเสนอให้ฝ่ายนโยบายพิจารณารายละเอียดอีกครั้งหนึ่งโดยดูผลการดำเนินการโครงการระยะแรกก่อนรวมถึงงบประมาณที่เหลือควบคู่กัน ก่อนจะสรุปอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

แฟน “ลำไย ไหทองคำ” เผยชีวิตก่อนดัง นอนห้องเช่า กัดฟันสู้มาด้วยกันจนมีทุกวันนี้

เรียกว่าคบกันมานานถึง 4 ปีหลังจากที่เปิดตัวกันมากับแฟนของลําไย ไหทองคํานั่นก็คือคุณ “ปุ้ย” นักร้องนำวง Lกฮ แต่ว่าก็กลับเจอดราม่าจู่โจมเลยว่าชีวิตก่อนหน้านี้ลำบากมาด้วยกันเพราะเคยอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆซึ่งแน่นอนว่าหลังจากข่าวเปิดตัวนี้ออกไปก็ทำให้ผู้คนต่างตกใจไม่น้อยเมื่อนักร้องวง Lกฮ ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความเปิดตัวแฟนสาวลูกทุ่งหมอลำชื่อดังอย่างลำไยไหทองคำที่แอบคบกันมานานถึง 4 ปีตั้งแต่สมัยที่ทั้งคู่นั้นยังไม่โด่งดัง

แต่แล้วก็ถูกชาวเน็ตบางคนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยแต่คราวนี้แฟนหนุ่มนั้นก็ออกมาบอกว่าตนและแฟนสางนั้นไม่ยอม และพร้อมที่จะดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างจริงจังกับคนที่กล่าวหาว่าร้าย และล่าสุดของปุ๋ย ก็ได้มีการเล่าเรื่องราวความเป็นอยู่อย่างยากลำบากกับลำไย ไหทองคำที่อดทนกัดฟันสู้กันมาอยู่ตั้งแต่ในห้องเช่าขนาดเล็กจนมีกินทุกวันนี้และมีการเปิดเผยทุกมุมมองความรักของทั้งคู่อีกด้วย

โดยคุณปุ้ยได้กล่าวไว้ว่าเราตกลงเป็นแฟนกันครั้งแรกในห้องเช่ารายวันแคบหลังเล็กๆที่เจอกันเราไม่มีห้องนอนที่ตกแต่งกันเป็นล้านเหมือนทุกๆวันนี้เขาก็ยังไปนั่งรถแท็กซี่อยู่ตอนนั้นไม่มีรถอะไรเหมือนทุกวันนี้ไม่มีเงินก้อนในตัวเขายังมีการบอกอีกว่าผมจะบอกทุกคนว่าจำผมไว้ความรักนั้นต้องให้เป็นก่อนแล้วทุกอย่างก็จะตามมาเงินหรืออะไรอะไรทุกอย่างก็จะตามมาหลังจากที่คุณรักกันเป็นแล้วถ้าคุณเห็นเงินหรือสิ่งของมาก่อนความรักเงินคุณก็จะหมดความรักก็จะหมดไปแต่ถ้าคุณรักกันให้เป็นเงินของคุณหมดคุณก็จะเหลือความรักดีๆต่อกัน

ผมอยู่กับเขามานานถึงวางเฉยไม่ตื่นเต้นไม่เชื่อเราสองคนเชื่อกันเอง 2 คนแค่นั้นและผมก็ห้ามแฟนผมมาโดยตลอดว่าไม่ต้องปฏิเสธหรือยอมรับไม่ต้องเคลื่อนไหวใดๆผมบอกเขาเสมอว่าปุ้ยทนได้ ถ้าผมเป็นคนโลภมากตั้งใจจะมัดเขาผมควรบงการชีวิตเขาไปนานแล้วเพราะคุณน่าจะเข้าใจว่าคำว่าแฟนไม่มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนเรามากแค่ไหนผมและเขาเคยผ่านเรื่องราวเลวร้ายด้วยกันมาหลายอย่างวันนี้ผมไม่รู้ว่าลึกๆแล้วเขาจะรู้สึกยังไงแต่ผมรู้สึกว่าผมโชคดีที่ได้รักกับเขา

และสิ่งที่จะตามมาหลังจากที่เรารักกันก็ไม่ว่าจะเป็นเงินทองชื่อเสียงมันก็เป็นผลพลอยได้ที่ตามกันมาขอบคุณ ขอบคุณ อ.ประจักษ์ ไหทองคำ ที่ให้โอกาส ขอบคุณพี่เทพมอร์แกน ที่สอนและแนะนำผมมาตลอดในห้องเช่า

สู้เพื่อแม่! เก็บของเก่าขาย หวังได้เรียนสูง ๆ เป็นเสาหลักหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้

เด็กบางคนนั้นเกิดมาอาจจะไม่ได้โชคดีแต่บางคนก็มีความฝันอันยิ่งใหญ่แต่ก็ไม่สามารถที่จะพาตัวเองไปหาความฝันได้เพราะมีภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงที่จะต้องช่วยเหลือครอบครัวดูแลครอบครัวเพราะครอบครัวนะมีฐานะที่ยากจนไม่มีเงินสนับสนุนและไม่อาจหลีกหนีจากความจนได้ซึ่งการเผชิญหน้านั้นก็คือการเผชิญหน้ากับความจริง

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับเด็กหญิงธิดารัตน์ จตุรงค์หรือน้ำครีมวัย 14 ปี เรียกได้ว่าเธอนั้นเป็นเด็กหัวใจแกร่งที่มีความฝันอยากจะเป็นครูสอนศิลปะโดยน้อง นั้นเติบโตขึ้นมากับตาแม่และน้องสาว ซึ่งแม่มีอาชีพเก็บขวดขายและรับจ้างทั่วไปส่วนตานั้นก็สานแหขาย และหาปลาโดยปัจจุบันตามองไม่เห็นแล้วรายได้ของครอบครัว จึงตกมาอยู่ผู้เป็นแม่เป็นหลักและก็มีน้อง ที่คอยช่วยแม่เก็บและคัดแยกของเก่าเพื่อนำไปขาย

ด้วยหลังจากที่พ่อแยกทางกับแม่ไปตั้งแต่เด็กนานๆครั้งก็จะกลับมาหา น้องครีมก็ยังมีการเปิดเผยว่าเคยคาดหวังในชีวิตว่าอยากจะให้พ่อแม่กลับมาแล้วอยู่กันแบบครอบครัวแบบเดิมอีกครั้ง ในตอนนี้น้องครีมอาศัยอยู่บ้านเช่าไม้หลังทรุดโทรม 2 ชั้นที่อาศัยอยู่มานานกว่า 30 ปีโดยสภาพบ้านนั้นเต็มไปด้วยของเก่าที่แม่เก็บมาจากถังขยะค่าเช่านั้นเพียงแค่เดือนละ 2,000 เดือนไหนมีไม่พอจ่ายก็ติดหนี้ติดกันไปผ่อนจ่ายเดือนละ 500 บาท

และถึงแม้ว่าครอบครัวนะจะลำบากมากแค่ไหนแต่ตัวน้องนะไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคเพราะอยากจะอยู่กับแม่อยากจะช่วยแม่หาเงินอยากจะลดภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้านให้ได้มากที่สุดแต่ด้วยความยากจนและปัญหาของครอบครัวนั้นก็กลับกลายเป็นปมในจิตใจเนื่องจากถูกเพื่อนล้อว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อมีแม่เก็บขยะขายบางครั้งก็แอบไปร้องไห้ คนเดียว เพราะไม่อยากให้แม่มาเห็นไม่อยากให้แม่ต้องมานั่งลำบากใจ แต่คุณแม่ ก็เคยสอนน้องครีมไว้เสมอว่าอย่าไปสนใจ เพราะว่ามันเป็นความจริงเราเลือกเกิดไม่ได้เพราะเราเกิดมาจน

โดยน้องครีมนั้นก็พยายามที่จะให้กำลังใจของกับตัวเองแล้วบอกตัวเองให้อดทนและมองเห็นกำลังใจที่ดีจากคนรอบข้างส่วนทางด้านของโรงเรียนนั้นก็รับรู้ถึงความลำบากจึงให้โอกาสของแม่นั้นเข้ามาเก็บของเก่าในบริเวณถังขยะส่วนกลางของโรงเรียนไปขายและยังจ้างงานให้แม่เป็นแม่บ้านของโรงเรียนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนี้อีกด้วย

และความฝันของคุณแม่นั้นก็เพียงแค่อยากได้เห็นลูกมีงานรับปริญญาสักใบก็ยังดี เพราะนี่คือความก้าวหน้าของลูกและอนาคตของลูก ส่วนน้องครีมนั้นก็ตั้งใจว่าจะตั้งใจเรียนอย่างสุดความสามารถเท่าที่จะทำได้

ทนายออกมาเตือน! เอกสารสำคัญบัตรประชาชน ถ่ายแค่ด้านหน้าพอ

เจอล่าสุดนี้ทางเพจ Facebook ลุงทนายใจดีปรึกษากฎหมายฟรีได้มีการโพสต์เตือน ว่าสำเนาบัตรประชาชนในเรื่องปัจจุบันและไม่ควรถ่ายด้านหลังของบัตรไปพร้อมกับด้านหน้าอย่างเด็ดขาดเพราะว่าเนื่องจากทางด้านหลังบัตรชุดตัวเลขที่เรียกว่า Laser ID โดยในปัจจุบันทางภาครัฐต่างๆรวมถึงภาคการเงินมีการบังคับใช้ Laser ID ในการทำธุรกรรมตรวจสอบหรือการยืนยันตัวตนคู่กับเลขบัตรประชาชน 13 หลักชื่อเรียกว่า e-KYC(Electronic – Known Your Client) App ตัวจะเกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือ Walletโดยต้องใช้ทั้งหมด

ซึ่งถ้าหากข้อมูลบัตรประชาชนหลุดไปก็ไม่เป็นอันตรายยิ่งข้อมูลตรงนี้หลุดไปด้วยก็จะยิ่งอันตรายเป็นทวีคูณเพราะเหมือนเลขบัตรเครดิตอยู่ไปพร้อมกับ cvv หลังบัตร โดยมีการอ้างอิงจากหนังสือคำสั่งกระทรวงมหาดไทยปี 2556 ที่มีการให้หน่วยงานราชการทุกคนเปลี่ยนมาใช้สำเนาบัตรประชาชน เฉพาะด้านหน้าเพียงด้านเดียวเท่านั้น เพื่อความสะดวกและรวดเร็วและเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนด้วยเพราะว่าด้านที่มีตัวเลข 13 หลักกำกับไว้รวมถึงข้อมูลหลักฐานครบถ้วนอยู่แล้ว อีกทั้งปัจจุบันได้มีการนำบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์หรือสมาร์ทการ์ดเข้ามาใช้ในระบบอย่างทั่วถึงจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถ่ายทั้งสองด้านต่อไป

ส่วนทางแอพพลิเคชั่นก็มีการกรอก Laser ID ในตอนนี้ก็ควรจะต้องระมัดระวังด้วยเพราะจะต้องเป็นสถานที่ที่เชื่อถือได้ต่างๆเช่นสถาบันการเงินหน่วยงานต่างๆหรือ Wallet ของบริษัทใหญ่น่าเชื่อถือ แต่ควรระมัดระวัง Application ปลอมหรือฟิชชิ่งดูให้ดีว่าน่าใช้งานแท้ๆหรือไม่

บ่นเป็นเสียงเดียวกัน! ชาวบ้านเดือนร้อนหนัก สแกนหน้าชิมช้อปใช้ไม่ได้ ลำบากเกิน

ถึงแม้ว่าจะมีกระแสตอบรับในเรื่องของการลงทะเบียนในโครงการทับทิมใช้เพื่อรับสิทธิ์ในการใช้ค่าใช้จ่าย 1,000 บาทไปแล้ว 10 ล้านคน ล้านคนแต่ก็ ยังมีประชาชนเป็นจำนวนมากที่ ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ ผ่านมา ที่แม้แต่ธนาคารกรุงไทยถึงจะมีการเปิดบริการเป็นพิเศษในเรื่องของการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่สแกนหน้าไม่ผ่านแต่ในช่วงเช้านี้ในบางจังหวัดก็มีประชาชนมาต่อแถวเพื่อยืนยันตนเพื่อใช้สิทธิ์ใช้กันอยู่

ที่ธนาคารกรุงเทพสาขาหน้าโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ก็คึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่มีประชาชนมากมายเข้ามากดบัตรคิวกันอย่างมากมายและนั่งรอเพื่อยืนยันตัวตนโดยมีชาวบ้านที่เดินทางต่างบอกว่าการลงทะเบียนสแกนใบหน้านั้นยากสำหรับชาวบ้านทั่วไปอยากจะให้รัฐบาลนั้นมีมาตรการที่ดีกว่านี้เพื่อที่จะสร้างความสบายให้กับประชาชนโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ตามชนบทและบางอำเภอไม่มีธนาคารกรุงไทยจะต้องเดินทางมายังตัวจังหวัดเพื่อดำเนินการยืนยันตัวตนให้ผ่านเพื่อจะได้เงินมาจับจ่ายใช้สอยตามที่ระบุไว้

ส่วนใหญ่ก็จะเอาไปใช้สิทธิ์ที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดมหาสารคามเพราะอยู่ใกล้พื้นที่ซึ่งตลอดทั้งวันนี้ก็จะมีประชาชนมายืนยันตัวตนที่ธนาคารเป็นจำนวนมากทุกคนต่างด้าวเฝ้ารอเจ้าหน้าที่เรียกตามคิวเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้

และจากการสอบถามคุณป้าอ่อน ชาวบ้านจ่าอำเภอชุมพวง ที่เดินทางมายืนยันตัวตนในโครงการช้อปชิมใช้ได้มีการเปิดเผยว่าตัวเองนั้นได้มีการพยายามยืนยันตัวตนผ่านทางโทรศัพท์หลายครั้ง แต่ก็ไม่ผ่านสักทีวันนี้จึงเดินทางมาพร้อมกับเพื่อน ในหมู่บ้านโดยจ้างรถโดยสารจำนวน 2 คัน เพื่อมายืนยันตัวตนที่ธนาคารกรุงไทยสาขาอำเภอพิมาย โดยเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนธนาคารทำการเปิดเพื่อมากดรับบัตรคิวโดยตัวเองนั้นได้คิวที่ 934 และใช้เวลารอประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากมีผู้ใช้บริการเยอะมากรอข้างหน้าธนาคารเท่าน้ำก็ยังไม่ได้กินเพราะกลัวว่าจะเลยคิวตัวเอง …

ก่อนจะมาเป็น ‘ไผ่ พงศธร’ เผยชีวิตสุดลำบาก ก่อนเป็นนักร้องเคยเหลือเงินแค่ 5 บาท

เป็นหนึ่งนักร้องขวัญใจประชาชนอีก 1 คนกับหนุ่มไผ่พงศธรที่เจ้าตัวนั้นมีผลงานออกมาอย่างมากมายให้แฟนๆได้ฟังกันอย่างกว่าจะมาถึงวันนี้นั้นเขานั้นก็ผ่านอุปสรรคมาอย่างมากมายและล่าสุดในเขาได้มาเปิดใจผ่านรายการคุยแซ่บโชว์

โดยไผ่ไม่มีการเปิดเผยว่าในสมัยเด็กนะตัวเขาเกิดมาเป็นลูกชาวนาไม่มีบ้านอาศัยอยู่ในทุ่งนาเวลาไปเรียนก็ต้องเดินเท้า 30 กิโลกรัมและอาศัยเขียนมาเป็นบ้านโดยความลำบากนักก็จะลำบากกว่าคนอื่นเพราะไม่มีบ้านลักษณะและครอบครัวก็ค่อนข้างที่จะยากจน

หลังจากนั้นก็มีโอกาสที่เดินทางเข้ามาสู่กรุงเทพฯโดยตลอดชีพแรกที่ทำก็คือร้านลาบได้เป็นธุรกิจของทางบ้านและนอกจากนี้ก็เคยชกมวยได้ค่าตัว 150 บาทแล้วก็รำตามหมู่บ้านเพื่อหาอาชีพเสริม ด้วยการเป็นนักร้องของเขานั้นมันเกิดเพียงแค่ชั่วข้ามคืนของที่เขาจะมีเป็นนักร้องเขาก็ได้รู้จักกับหยกลูกหยีซึ่งเป็นผู้จัดการคนแรกหาเขาไปนั่งดูการซ้อมร้องเพลงในห้องอัดแถวลาดพร้าวแล้วอาจารย์สมพรเป็นคนถามว่าร้องเพลงเป็นไหมจะได้มีการร้องให้เขาฟังเขาก็จะบอกทำ Demo ให้

หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสเข้าไปพบเจอกับครูสลาจะได้มีโอกาสที่ได้เข้ามาเทสเสียงก่อนที่จะกลับมาขายหน้าเช่นเดิมขายอยู่เป็นปีก็มีบริษัทโทรเข้ามาแล้วก็พาไปเจอกับครูสลาพร้อมกับเซ็นเอกสารต่างๆโดยในช่วงแรกนั้นก็มีการเดินทางเข้ามาเพื่อพิสูจน์ตัวเองโดยเหลือเงินเพียงแค่ 5 บาทในการใช้ชีวิต แต่ไม่รู้จะทำยังไงก็มีการซื้อข้าวถุงนึงและขอซอสคลุกข้าวกิน กินแต่น้ำประปาเวลาขึ้นรถเมล์ก็อาศัยหลบเอาไม่มีจ่ายเขาก็ไล่ลง ว่าชีวิตของเขานั้นก็ลำบากพอสมควร เพราะเข้ามาในกรุงเทพฯไม่รู้จะเข้ามาหากินอย่างไรแต่ถ้าอยู่ต่างจังหวัดเขาก็สามารถหว่านแหหาปลากินเองได้

หลังจากนั้นที่เขาได้เซ็นสัญญาเขาก็ไม่ได้มีงานทำเลย 2 ปีหลังจากก็ไม่มีการออกกำลังกายชุดแรกและบริษัทก็ช่วยเหลือให้มาอยู่แถวรัชดากับวงพี่มั้ยโดยอัลบั้มแรกนั้นเงียบมากประมาณ 8-9 เดือนจนรู้สึกถอดใจเขาไม่มีกำไรเข้ามาเลยแล้วไม่คิดว่าจะดัง

สุดท้ายเขาก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆจนมาเป็นนักร้องที่สู่ความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นนักร้องติดดินที่เป็นตัวอย่างให้กับใครหลายๆคนได้จึงไม่แปลกที่เขานั้นจะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้กับประชาชนและนักร้องหลายๆคนรุ่นน้องที่เดินทางสายความพอดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ

ดีกรีไม่ธรรมดา ลูกสาว 3 ใบเถาที่ทั้งสวยและเก่งของ ‘ไมค์ ภิรมย์พร’

ทุกคนก็จะรู้จักกันดีสำหรับนักร้องขวัญใจคนใช้แรงงานกับไมค์ภิรมย์พรในสังกัดแกรมมี่โกลด์ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็จะรู้กันดีว่าเขานั้นมีลูกสาวคนสวยสามใบเถาที่ทั้งสวยทั้งเก่ง 3 คนอย่าง “น้องเมย์” น.ส.เมย์วดี พินทะปะกัง , “น้องแกรมมี่” น.ส. กาญจนา พินทะปะกัง และ “น้องมิ้ว” ด.ญ.พรพิมล พินทะปะกัง

เธอบอกว่าน้องเมย์และน้องแกรมมี่ ลูกสาวคนโตและลูกสาวคนรอง ของเขานั้นทั้งสวยทั้งเก่งแถมยังใช้ชีวิตแบบสู้ชีวิตเหมือนพ่อของเขาที่ผ่านจากลูกจ้างขายแรงงานสารพัดก่อนเข้ามาเป็นนักร้อง superstar ด้วยการทำงานเป็นลูกจ้างเสิร์ฟอาหารและยาล้างจานเพื่อส่งตัวเองเรียนในมหาวิทยาลัยแคนาดาทำให้ผู้เป็นพ่อนั้นรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกสาวของเขาเป็นอย่างมาก

โดยลูกสาวทั้งสองคนโตและคนรองของคุณไมค์ได้ขอพ่อไปเรียนต่อประเทศแคนนาดา หลังจากที่เรียนจบ โดยอาสาทำงานหาเงินเลี้ยงตัว เอง ซึ่งแน่นอนความเป็นพ่อ ก็เสนอจะ่ายให้แต่ลูกก็ปฏิเสธก็ขอสู้เองและไม่เคยแบมือขอเงินแม้ต่บาทเดียวจนกระทั้งเรียนจบ โดยค่าใช้จ่ายกินอยู่ลูกทั้งสองไม่เคยขอ มีเพียงค่าเทอมที่ส่งไปให้ลูกเท่านั้น เป็นห่วงแต่ก็ดีใจและภูมิใจที่ลูกสู้จนประสบความสำเร็จ และความรู้ถือเป็นทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าคือลูก ร่ำเรียนมีความรู้กลับมาทำงาน สร้างประโยชน์ให้กับสังคมให้กับประเทศชาติ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

เรียกได้ว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลยก็ว่าได้หน้าภาคภูมิใจ แทนคุณพ่อจริงๆที่มีลูกสาวสวยเก่งอย่างนี้

‘คีอานู รีฟส์’ ดาราพันล้าน ผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายและจิตใจงดงาม

สำหรับใครหลายคนคงจะรู้จักกับคีอานู รีฟส์ นักแสดงดาราฮอลลีวูดที่โด่งดังและมีผลงานออกมาอย่างมากมาย ฝีมือการแสดงขั้นยอด หน้าตาก็ดีและนิสัยดีมากๆ เพราะเขานั้นเป็นคนดีมีน้ำใจและเป็นมิตรกับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลาซึ่งเรื่องราวของเขาน่าจะทำให้ทุกคนนั้นรักพระเอกคนนี้เป็นอย่างมาก

คีอานู รีฟส์ นั้นไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยหรืออบอุ่นอะไรมากนักเพราะถูกพ่อของเขาทิ้งไปตั้งแต่อายุเพียงแค่ 3 ขวบเท่านั้น ทำให้เขาต้องย้ายบ้านกับแม่ไปหลักหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นแคนาดาสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียรวมถึงการย้ายโรงเรียนบ่อยๆ จึงมีปัญหาในเรื่องของการปกพร่อง การอ่านการเขียนและการเรียนรู้ แย่ลง นอกจากนี้ในตอนเด็กนั้นเขายังใฝ่ฝันว่าเป็นนักกีฬา ฮอกกี้น้ำแข็ง แต่ก็มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

นอกจากนี้เขานั้นแต่ไม่รับเล่นบทละครที่รู้สึกว่าตัวละครนั้นมีนิสัยหรือพฤติกรรมอันแนวร้ายเกินไปไม่ว่าตัวละครนั้นจะสามารถเรียกค่าตัวได้สูงมากแค่ไหนก็ตามเขายัง ลดคุณค่าของตัวเองเพื่อให้สามารถรับนักแสดงคนอื่นเข้ามาเพิ่มได้ด้วยโดยน้องสาวของเขานะไม่ได้ป่วยเป็นโรคลูคีเมียซึ่งเขาก็ต้องรับผิดชอบค่ารักษาของเธอด้วยตัวเองทั้งหมดและยังนำเงินบริจาคส่วนตัวเองไปบริจาคให้กับมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคลูคีเมียเช่นเดียวกับน้องสาวเขาด้วยเช่นกัน

และในวันเกิดขณะที่คนอื่นๆที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็มาจัดงานวันเกิดอย่างหรูหราแต่เขากลับดึกแค่กาแฟนะครับเค้กก้อนเล็กๆให้เป็นของขวัญของตัวเองเท่านั้นใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายไม่มีบอดี้การ์ดส่วนตัวและเดินทางด้วยรถไฟเป็นประจำจึงทำให้มีผู้คนมักพบเห็นเขาอยู่เสมอนะคะว่าจะสละที่หน้าของตัวเองให้กับเด็กคนชราและผู้พิการหรือผู้ที่ลำบากกว่าเขาอยู่บ่อยครั้ง

นอกจากนี้ยังมีชายคนหนึ่งเคยวิ่งหนีตำรวจเข้ามาในสวนหลังบ้านของเขาหลังจากที่เข้าไปที่ป้ายฮอลลีวูดที่โด่งดังโดยไม่ได้รับอนุญาตและในครั้งนี้ก็มี คีอานู รีฟส์ ที่เข้าไปช่วยบอกทางหลบออกไปขึ้นแท็กซี่แล้วยังขอโทษที่ไม่สามารถส่งด้วยตัวเองเพราะเนื้อตัวของเขาเปื้อนจากการทำความสะอาดสระน้ำอยู่ และนี้ก็คือตัวตนของพระเอกคนนี้ ที่ใครได้รุ้ก็ต่างหลงรักกันเป็นจำนวนมาก

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ ’12 ราศี’ ควรบูชา เป็นศิริมงคล หนุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง

โดยในวันนี้เราจะขอรวบรวมสิ่งของบูชาสำหรับคน 12 ราศีที่จะทำให้รู้ว่าถ้าหากเรานั้นอยู่ในราศีอะไรจะเสียสละสิทธิ์อะไรที่ให้ความสมดุลกับราศีตัวเองได้บ้างและเพิ่มความสิริมงคลให้กับตัวเองซึ่งเรื่องนี้เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลจะศรัทธาหรือไม่ศรัทธาก็ได้โดยเฉพาะมีอะไรบ้างนั้นลองมาดูกันเลย

ราศีมังกร

จะต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ให้ดีมีหลายเรื่องหลายคิดเข้ามาให้ตัดสินใจอย่างต่อเนื่องมีหน้าที่การงานมากมายมีโอกาสที่จะได้แสดงฝีมือความสามารถต่างๆมีผู้ใหญ่สนับสนุนส่งเสริมบารมีมีโชคมีลาภจากเพื่อนเรียกว่าเป็นราศีที่มีเรื่องงานดีโดยตลอด โดยชาวราศีนี้จะอารมณ์เสียหงุดหงิดง่ายและอยากจะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวไม่ค่อยฟังใครซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เรานั้นพลาดโอกาสทางการเงินฉันนั้นควรจะใจเย็นๆ เข้าไว้ และคนชาวราศีนี้มีโอกาสที่คนรักเก่าจะกลับคืนมาฉะนั้นง่ายๆคนละสีนี้จะต้องมีการบริหารความคิดและการตัดสินใจให้ดีถ้ามีการลงทุนควบคุมอารมณ์จิตใจให้เย็นเข้าไว้เพราะปีนี้ถือเป็นปีที่ดีสำหรับท่าน

วัตถุเสริมมงคล คือ ท้าวเวสสุวัณ เน้น การเงินเรียกทรัพย์

ราศีกุมภ์

สำหรับคนชาวราศีนี้จะมีความโดดเด่นทางด้านการเงินเป็นพิเศษมีโอกาสได้เงินเพิ่มมากขึ้นมีโอกาสได้เดินทางไกลลงทุนไกลถึงต่างแดนและให้ผลตอบรับดีมีโอกาสที่ทำบุญมากยิ่งขึ้นแต่จะมีบุคลิกพี่จะชอบเป็นคนกวนๆฉะนั้นควรจะมีความใจเย็นอย่าไปกวนใครเขามากแล้วจะได้ทรัพย์สินเป็นที่ดินอสังหาริมทรัพย์ส่วนเรื่องความรักมีโอกาสที่จะโดนความรักที่หลอกลวงซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว และคนที่เกิดราศีนี้มีโอกาสที่จะขยับขยายเพิ่มมากยิ่งขึ้นถือเป็นปีที่ดีอีกราศีนึง

วัตถุเสริมมงคล คือ ท้าวเวสสุวัณ เน้น การเงินเรียกทรัพย์

ราศีมีน

เป็นราศีที่เกิดความท้าทายมากสำหรับราศีนี้เลยก็ว่าได้มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการงานและการใช้ชีวิตวิธีคิดและวิธีการทำงานและจะต้องมีโอกาสไปอยู่ในงานที่จะคอยเป็นของการช่วยและช่วยเหลือเป็นที่ปรึกษาควบคุมการวางแผนต่างๆมีงานใหม่ท้าทายมาอยู่ตลอดเวลาซึ่งจะมีข้างที่ซับซ้อนแต่ก็สามารถผ่านไปได้เราจะได้รับเงินก้อนใหญ่ซึ่งเงินก้อนใหญ่ที่ว่านี้สามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเลยก็ว่าได้จุดเด่นในเรื่องของเงินก้อนงานที่ได้รับความสำเร็จแต่อาจจะมีความซับซ้อนนิดหน่อยแค่นั้น

วัตถุเสริมมงคล คือ หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด เน้น การเงินเรียกทรัพย์

ราศีเมษ

ถือเป็นอีกหนึ่งราศีที่เปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างมีโอกาสที่จะได้ความรักที่ดีได้มีคนดีๆมีฐานะโอกาสความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีโอกาสได้ตำแหน่งหรืออะไรใหม่ๆมากยิ่งขึ้นมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าคนนายคนนะช่วงนี้หากใครกำลังศึกษาควรวางแผนดีดีเพราะอาจจะมีปัญหานิดหน่อย แต่ก็จะมีโอกาสพี่ได้งานที่ถูกใจหรือเกี่ยวข้องกับต่างประเทศมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยบ้างเล็กน้อยเพราะทำงานหนักโดยเฉพาะในเรื่องของความเครียดและความกังวล

วัตถุเสริมมงคล คือ ท้าวเวสสุวรรณ

ราศีพฤษภ

ถือเป็นปีแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ใครวะอาจจะมีเรื่องของความรักเรื่องหุ้นส่วนเรื่องคนรอบข้างที่จะทำให้เบื่อหน่ายแต่ก็จะมีโอกาสได้เจอคนดีๆ และเป็นปีที่จะต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอควรระมัด ระวังการวางตัวกับผู้หลักผู้ใหญ่สักหน่อยซึ่งถ้าหากเรารู้จักทำก็จะมีงานวิ่งเข้ามาหาเราอย่างเรื่อยๆหาก ทำงานกันเป็นทีมก็จะเป็นทีมเล็กๆแต่ก็จะมีงานเข้ามาให้เราทำมากขึ้นมีโอกาสที่จะได้พัฒนาฝีมือของตัวเองควรไปอบรมลงคอร์สเรียนระยะสั้นอะไรเพิ่มเติมก็ได้ทำให้เรานะสามารถมีพัฒนาทางการงานที่มากขึ้นโดยเฉพาะการฝึกภาษาใหม่ๆหรือว่าจำเป็นอย่างมากสำหรับในยุคปัจจุบัน

วัตถุเสริมมงคล คือ แหวนพญานาค เน้น การเงินเรียกทรัพย์ใส่นิ้ว

ราศีเมถุน

จะต้องรู้จักการวางแผนควบคุมใจให้ดีๆสำหรับคนดวงนี้มีโอกาสที่จะใช้เงินเยอะเป็นพิเศษในการซื้อบ้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ระวังเรื่องค่าใช้จ่ายบานหรือถูกชวนการลงทุนในรูปแบบแปลกๆควรระมัดระวังให้ดีควรจะใจเย็นๆอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เมื่อเกิดปัญหาส่วนชีวิตคู่ก็พยายามชวนไปเที่ยวหาสถานที่ใหม่ๆเพิ่มความหวานส่วนทางด้านการงานก็จะโดดเด่นมีโอกาสการทำงานมากยิ่งขึ้นมีโปรเจคใหม่ๆมีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องสุขภาพควรดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีอาจจะมีปัญหาในเรื่องของระบบช่องท้องถ้าหากปวดท้องหรือเป็นอะไรก็ควรรีบไปหาหมอในทันที

วัตถุเสริมมงคล คือ หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด เน้น การเงินเรียกทรัพย์

ราศีกรกฎ

สำหรับชาวราศีนี้ถือเป็นคนที่ติดบ้านและรักครอบครัวเป็นอย่างมากให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นพิเศษชอบช่วยเหลือชอบบริการเป็นพวกมีจินตนาการสูงและเป็นราศีที่เอาแน่เอานอนกับอารมณ์ไม่ได้รูปลงอะไรง่ายๆแต่เป็นคนรักเพื่อนขี้งอนโกรธง่ายหายเร็วขี้สงสารใจอ่อนอยู่เสมอเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ในเรื่องของความรักนั้นมักจะได้คู่ครองที่แก่กว่ามีนิสัยโบราณแชร์จนคนหมั่นไส้แต่ก็เป็นคนที่มีความอดทนสูงเตือนไว้ว่าอย่าหลงอะไรง่ายๆ

วัตถุเสริมมงคล คือ หลวงปูทวด เหยียบน้ำทะเลจืด เน้น การเงินเรียกทรัพย์ ป้องกันภัย

ราศีสิงห์

เป็นปีแห่งการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปสู่แนวทางที่ดีมีโอกาสที่จะได้เจอสังคมใหม่ๆพัฒนาเรื่องโครงการต่างๆมีโอกาสที่พัฒนาไปได้อย่างด้วยดีเรื่องความรักใครโสดก็ต้องดูยาวๆหน่อยมีความรักแต่ก็ไม่อาจจะเปิดเผยได้โดยเรื่องเด่นๆก็คือความสำเร็จความสุขของคนในบ้านและคนในครอบครัว

วัตถุเสริมมงคล คือ หลวงปูทวด เหยียบน้ำทะเลจืด เน้น การเงินเรียกทรัพย์ ป้องกันภัย

ราศีกันย์

สำหรับราศีนี้ที่ยังมีความโชคดีเป็นอย่างมากในเรื่องของการงานมีโอกาสที่จะหาเงินได้มากขึ้นมีโอกาสที่จะได้ลงทุนอะไรใหม่ๆมีโอกาสที่จะได้พัฒนาการงานพัฒนาความสัมพันธ์การใช้ชีวิตกับเราได้มากยิ่งขึ้นคนโสดมีโอกาสที่จะได้เจอกับเนื้อคู่ที่มีคนใจดีมีโอกาสที่จะได้รากสร้างรากฐานให้มั่นคงมากยิ่งขึ้นเด็กๆๆๆว่าจะมีแต่รวยกับรวยมีความรักดีมีเงินที่เรียกว่าเป็นปีตกสุขุมวิททรัพย์เลยก็ว่าได้

วัตถุเสริมมงคล คือ พระปิดตาทรงนาคราช “มะรุมมะลักษ์”

ราศีตุลย์

เป็นปีที่เกิดเรื่องราวดีๆโดยเฉพาะเรื่องของการลงทุนกับชีวิตเรื่องการเงินมีโอกาสที่จะได้ลงทุนอะไรใหม่ๆมีโอกาสที่เราจะได้แก้ไขปัญหาบางอย่าง ส่วนความรักถ้าหากใครกำลังโสดก็มีโอกาสที่จะได้เจอเนื้อคู่อย่างฉับพลันจะมีเรื่องของการเงินที่ดีๆและควรพัฒนาตัวเองส่วนเรื่องความรักควรระมัดระวังอาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตัว

วัตถุเสริมมงคล คือ ท้าวเวสสุวัณ

ราศีพิจิก

สำหรับราศีนี้จะเสียหายในเรื่องของความรักความสัมพันธ์ในอาชีพการงานต่างๆเรียกว่าวุ่นวายพอสมควรจะเป็นราศีที่จำเป็นจะต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆเข้าใจโลกเข้าใจชีวิตมากยิ่งขึ้นลองไปฝึกอบรมเรียนรู้อะไรต่างๆเพิ่มมากขึ้นเพื่อจะทำให้เรานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้นมีโอกาสที่ได้ทำเกี่ยวกับต่างแดนค้าขายกับประเทศต่างๆในเรื่องของความรักก็ค่อยๆคบหาดูใจกันใครมีครอบครัวอยู่แล้วก็จะมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นเช่นเดิม

วัตถุเสริมมงคล คือ หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด เน้น การเงินเรียกทรัพย์

ราศีธนู

สำหรับราศีนี้แล้วนั้นจะต้องระมัดระวังในเรื่องของสุขภาพในเรื่องของการปวดหัวหรือกระดูกหรือฟันคุดต่างๆเป็นอย่างดีแต่การเงินการงานจะกลับมาดีมีเงินมีผู้หลักผู้ใหญ่เข้ามาสนับสนุนมากยิ่งขึ้นแต่ควรระมัดระวังในเรื่องของอารมณ์และความคิดของตัวเองอย่าตามใจมากเกินไปแต่จะได้พบเจอสังคมใหม่ๆมากยิ่งขึ้นเพื่อนที่ไม่ได้พบกันมานานก็จะได้พบเจอกันอีกครั้งหนึ่งส่วนหน้าที่การงานก็จะดีมากยิ่งขึ้นถ้าหากไม่หมดไฟไปเสียก่อน

วัตถุเสริมมงคล คือ บูชาท้าวเวสสุวัณองค์ทอง เน้น การเงินเรียกทรัพย์

พืชเศรษฐกิจตัวใหม่! ปลูกดาวเรือง 1 ไร่ ทำรายได้หลักแสนบาท

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจสำหรับการปลูกดาวเรือง 1 ไร่ที่สามารถทำเงิน 1 แสนได้แบบง่ายๆซึ่งผู้ที่ทำแบบนั้นนั่นก็คือคุณวาสนา พุกเจริญ ด้วยคราวนั้นมีพื้นฐานทางด้านเกษตรกรเพราะว่าในตอนเย็นปวสจบจากวิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยีพิจิตร จึงทำให้เขาได้มีความรู้ของตัวเองนำมาใช้ลองผิดลองถูกในการทำเกษตรจนกระทั่ง 4 5 ปีเขานั้นได้ตัดสินใจหันมาปลูกดอกดาวเรืองขาย

ในตอนแรกที่ทำให้มีผู้คน สั่งเข้ามาบอกว่าเสียสติเพราะว่าในพื้นที่แถวนั้นเป็นพื้นที่ราบเชิงเขาไม่สามารถปลูกได้แต่ทั้งคู่นั้นก็เกิดความคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรถึงจะมีรายได้เข้ามาในทุกวัน จนสืบสอบพบว่าปากคลองตลา ดมีแหล่งรับซื้อดอกไม้เป็นจำนวนมาก และมีการมุ่งมั่นที่จะพบแผ่นดินแห้งแล้งด้วยการใส่ปุ๋ยบำรุงดินและให้น้ำแบบหยด

โดยพื้นที่ 1 ไร่ปลูกดอกดาวเรืองได้ประมาณ 5,000 ต้นและใช้ระยะเวลาในการปลูกประมาณ 60 วันจากนั้นในวันที่ 61 ถึง 120 วันก็สามารถเก็บดาวเรืองได้ประมาณ 15 ครั้ง โดยในการเก็บแต่ละครั้งก็จะได้ประมาณ 30,000 บาทมีทั้งเล็กและใหญ่ขายได้ในราคาตั้งแต่ 25 สตางค์จนถึง 1 บาทและทำให้ทุกๆ 3-4 วัน จะมีรายได้ประมาณ 2,000 ถึง 2,500 บาทเลยทีเดียว

1 ไร่ 1 รุ่นเก็บได้ประมาณ 15 ครั้งเฉลี่ยปลูกดาวเรือง 1 ไร่ในระยะ 120 วันจะสามารถสร้างรายได้ประมาณ 30000 บาทต่อไร่โดยในระยะ 1 ปีจะทำได้ 4 รุ่นและสามารถสร้างรายได้ทั้งหมดปีละ 1.2 แสนบาทซื้อหากใครนั้น ต้องการดอกดาวเรืองหรือต้องการแลกเปลี่ยนความรู้ก็สามารถติดต่อไปที่คุณวาสนาหรือนกหรือเบอร์โทร 093 877 463 ได้เลย

สูตรการทำ หัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เพื่อเร่งราก เร่งโตให้พืช

วันนี้เดินทางวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูวิธีการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ให้เป็นประโยชน์โดยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กพบได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติต่างๆและในดินมีหน้าที่นำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในดินมาใช้และย่อยสลายวัตถุอินทรีย์ให้เล็กลงและเร่งปฏิกิริยาการเกิดปุ๋ยได้มากยิ่งขึ้น และด้วยความสามารถของมันตรงนี้เราสามารถนำประโยชน์มาใช้ในการเกษตรได้อย่างเต็มที่จะช่วยทำให้ต้นไม้ดูดซึมปุ๋ยได้อย่างมากขึ้นและลดปริมาณการใช้ปุ๋ยได้อีกข้างต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

โดยอุปกรณ์ที่จะต้องมีก็มีดังนี้

+ ผงชูรส 1 กก.

+น้ำปลาขวดใหญ่ 3 ขวด

+ กะปิ 2 กระปุกเล็ก

+ ไข่ไก่ 3 แผง

ขั้นตอนวิธีดารทำ

ขั้นตอนที่ 1 ตอกไข่ลงไป 2 ฟองตีไข่ขาวกับไข่แดงให้เข้ากัน

ขั้นตอนที่ 2 ใส่ผงชูรสครึ่งช้อนโต๊ะน้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะกับปิดครึ่งช้อนโต๊ะช่วยเร่งจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงให้ติดได้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนที่ 3 คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันแล้วตักใส่ขวดน้ำในอัตราส่วน 3 ช้อนโต๊ะต่อขวดน้ำ 1.5 ลิตร

ขั้นตอนที่ 4 ใส่น้ำเปล่าลงไปจนเต็มและเขย่าให้เข้ากันตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน

ขั้นตอนที่ 5 เมื่อมันเริ่มเป็นสีแดงแปลว่าจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงนั้นเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่แล้ว

วิธีการนำไปใช้

+ 100 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นทางใบทุกๆ 7 วัน

+100 ซีซีต่อน้ำ 10 ลิตรฉีดพ่นลงดินทุกๆ 7 วัน

ข้อดีของจุลินทรีย์นั้นคือเป็นแหล่งรวมของธาตุและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นช่วยเร่งการเจริญเติบโตปฏิกิริยาการย่อยสลายในดิน ทำให้พืชสามารถได้รับปุ๋ยมากยิ่งขึ้น ช่วยในการตรึงไนโตรเจนทำให้มีประสิทธิภาพลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยถึง 30% ทำให้เกิดกระบวนการรีไซเคิลคาร์บอนและสารจำพวก sunford เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของต้น ไม้ทำให้รากพืชแข็งแรง และสามารถหาอาหารได้ดูดซึมอาหารได้มากยิ่งขึ้น เพิ่มความแข็งแรงต้านโรคและแมลงได้เป็นอย่างดี

คน 10 ประเภท ที่ควรถอยห่าง ไม่น่าคบ แล้วชีวิตจะดีขึ้น

สำหรับใครนั้นที่มีนิสัยเข้าไข่ 10 ประเภทต่อไปนี้คุณควรเลิกคบซะเพราะมันจะทำให้ชีวิตของคุณนั้นมีอะไรดีขึ้นเยอะโดยคนและแต่ละประเภทที่เราไม่ควรจะคบหานะมีอะไรกันบ้างดูกันเลยดีกว่า

1.ดีแต่ปาก

สำหรับคนจำพวกนี้จะพูดอย่างใจอย่างปากบอกว่าจะดูแลเราอย่างใกล้ชิด แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่สามารถทำได้เลยต้องเจอเรื่องซ้ำซ้ำซากซากมาเป็นปีปีบอกเลยว่าน่าเบื่อและสัญญาอะไรก็ไม่เคยทำได้ตามสัญญาบอกเลยว่าคนแบบนี้คบไม่ได้

2.คนหน้าไหว้หลังหลอก

สำหรับคนประเภทนี้มีอยู่ทั่วไปตาม สังคมถ้าหากพบเจอแล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยงให้ห่างเอาไว้

3.โกหกคนที่ชอบโกหกอยู่เป็นประจำ

ความจริงใจและถือว่าสำคัญแต่ถ้าหากใครไม่มีก็ควรเลิกไปเสียเถอะอย่าไปฝากชีวิตกับคนแบบนี้เลย

4.คนที่หลอกใช้

สำหรับคนประเภทนี้นั้นคิดจะเอาแต่ประโยชน์ต่อคนเท่านั้นเมื่อคุณหมดประโยชน์ก็จะเซย์บาย

5.ทัศนคติแย่หาเรื่องเครียดได้ทุกวี่ทุกวัน

สำหรับคนที่มีแต่เรื่องเครียดคอยหาเรื่องให้อยู่ตลอดเวลาหาทัศนคติแย่ๆมาใส่เราตลอดเวลาคนแบบนี้จะทำให้เรามีแต่เครียดมีแต่จะถูกดูถูกดีไม่ดีทำให้เราเครียดทั้งวี่ทั้งวัน

6.ไร้ความเคารพ

ถ้าหากเราศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวใครแต่เขาไม่เคยแสดงให้เราเห็นหรือให้เกียรติเราเลยสักครั้งฉะนั้นรีบหนีตีตัวออกห่างให้ไว

7.ทำให้เสียเวลาชีวิตแบบไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

คนเหล่านี้ทำให้เรานั้นเสียเวลาชีวิตคอยล้างความเจริญอยู่ไปก็เสียเวลาเผลอเสียทรัพยากรอันมีค่าไปด้วย

8. ทำให้คุณไม่เป็นของตัวเอง

การที่ใครสักคนเข้ามาในชีวิตแล้วคุณเป็นตัวของตัวเองไม่ได้นั้นบอกเลยว่าคนแบบนี้อยู่ไปก็อึดอัดใจแสดงความคิดเห็นของตัวเองก็ไม่ได้และเครียดในที่สุด

9.ดึงขนกลับมายังโลกใบเก่า

โลกใบนี้มีคนบางประเภทที่คอยดึงให้คุณกลับไปอยู่โลกใบเก่าแถมยังไม่คอยให้กำลังใจคุณอีกด้วยทำให้คุณไม่สามารถเจริญก้าวหน้าได้

10.ทำให้คุณเจ็บซ้ำซากอยู่ตลอด

บางครั้งถ้าหากเราทำดีกับคนหนึ่งและแคร์เขามากเกินไปแต่คนเหล่านี้นั้นจะไม่เคยแคร์เราแถมทำให้เราเจ็บซ้ำซากอยู่ตลอดเวลาแล้วก็ควรทิ้งเมื่อฉันไปเดินหน้าเติมเต็มชีวิตตัวเองซะบ้าง

ข้อคิดดีดี อย่าอิจฉาคนอื่นแต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา

ชีวิตของเรานั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนและสิ่งต่างๆเข้ามาในชีวิตนั้นจำเป็นจะต้องพี่เรานั้นจะต้องมีการเตรียมรับมือและพร้อมเดินเข้าไปข้างหน้าอย่าได้คิดอิจฉาใครจนทำให้ชีวิตของเรานะแกเป็นที่จะให้สำหรับคนอื่นจะดีกว่าหรือในวันนี้เราก็จะมีสิ่งดีๆให้ทุกคนนั้นเนื้อลองคิดกันเดี๋ยวจะมีอะไรบ้างนะชมเลย

1.โดยทุกอย่างในโลกนั้นเป็นสิ่งชั่วคราวฉะนั้นเราควรจะทำให้ทุกอย่างนะมีความสุขไปกับมันเพราะความสุขนั้นเป็นสิ่งที่เราอยู่ได้ไม่นานอย่าไปกังวลกับมันมากนัก

2.สำหรับการสร้างความสุขทางเดียวสำหรับบนโลกนี้น่าจะเกิดการแบ่งปันความสุขให้กับคนอื่นนั่นเองซึ่งเราแบ่งปันมากเท่าไหร่เราก็จะยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น

3.คนที่น่าอิจฉาที่สุดก็คือคนที่ไม่เคยรู้สึกอิจฉาใครเลยซึ่งมันเป็นเพียงแค่ความสุขง่ายๆที่คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีกัน

4.ทุกวินาทีคือการหายใจคือการมีโอกาสของชีวิตอย่ากลัวที่จะเริ่มต้นใหม่อย่าแคร์สายตาใครตราบใดที่เรานั้นยังมีลมหายใจอยู่

5.ไม่ยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของคนอื่นไม่ต้องคิดแทนใครไม่ต้องอิจฉาคนอื่นอย่าดูถูกคำสอน 5 ข้อเพราะจะทำให้ทุกคนเลยไม่มีความสุข

6.อย่าอิจฉาคนอื่นจงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา

7.ไม่ว่าสิ่งไหนหายไปมีเวลาเท่านั้นที่ยังคงเดินต่อไปกับเราและคอยสอนให้เรารู้จักการใช้ชีวิตฉะนั้นเมื่อเรามีเวลาอยู่ก็ควรดูแลตัวเองรักษาในสิ่งที่ตัวเองรักเพราะว่าหนึ่งเมื่อเราเสียไปเราจะไม่เสียใจและทำสิ่งที่ดีที่สุดไปแล้ว

8. ความสุขของเรานั้นมักจ ะอยู่กับเราได้ไม่นาน แต่ความทรงจำดีดี อยู่กับเรานานที่สุด

9. บางครั้งเราไม่ต้องคิดว่าสิ่งที่เราทำเราจะได้อะไรแต่ทำแล้วมันคือความสุขมันก็คือกำไรของชีวิตของเรา

10.จุดตกต่ำที่สุดเป็นได้ทั้งจุดจบและจุดเริ่มต้น

สอนลูกให้ ‘ รู้จักหน้าที่’ อย่าเลี้ยงให้เอาแต่ ‘เรียนอย่างเดียว’

สำหรับการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆสำหรับพ่อแม่มือใหม่นั้นจำเป็นจะต้องที่จะต้องหาคู่มือในการเลี้ยงลูกอย่างรักร้ายและจะต้องมีเวลาที่ทุ่มเทให้ลูกได้อย่างเต็มที่แต่ด้วยปัญหาเศรษฐกิจต่างๆก็ทำให้พ่อแม่หลายคนต้องออกจากบ้านไปหาเงินเพื่อเลี้ยงครอบครัวและอยากจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด จึงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ลูกสามารถในโรงเรียนดีๆเพื่อมีผลการเรียนมาให้พ่อแม่ชื่นชมแต่บอกเลยว่าการเรียนนั้นถึงแม้จะสำคัญมากแค่ไหนแต่ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งเดียวที่สามารถตัดสินอนาคตของลูกได้สิ่งที่จำเป็นที่สุดนั่นก็คือการจัดการ IQ และ EQ โดยการทำให้ทั้งสองอย่างนี้มีผลพัฒนาไปด้วยกันจะทำให้เด็กนั้นสามารถเติบโตไปเป็นเด็กที่มีคุณภาพได้ และเรามาดูเทคนิคในการเลี้ยงลูกให้มีคุณภาพได้จะดีกว่าว่าจะมีวิธีไหนบ้างนั้นมาดูกันเลย

1.ให้ลูกไปพบปะเด็กคนอื่นๆบ้าง

ถ้าหากบ้านไหนมีลูกคนเดียวแล้วก็การพาลูกไปพบปะสังคมนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งเพราะจะทำให้ลูกสามารถรู้จักการปรับตัวเข้ากับสังคมได้โดยอาจจะพาไปเล่นสนามเด็กเล่นหรือตามงานเทศกาลต่างๆซึ่งเมื่อเขาเข้าโรงเรียนจะทำให้เขาสามารถปรับตัวได้รวดเร็วไม่แปลกแยกจากคนอื่น

2. สอนให้รู้จักการวางตัวเอง

สำหรับลูกคนไหนนั้นที่เกิดมาเป็นลูกคนเดียวและถูกเลี้ยงอย่างตามใจ ก็อาจจะกลายเป็นจอมบงการสูงสุด พร้อมที่จะก้าวล่วงมาในเรื่องส่วนตัวของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในอนาคต ซึ่งถ้าหากมีนิสัยแบบนี้ติดตัวไปก็คงจะไม่ดี ดังนั้นต้องให้ลูกรู้ว่าจุดไหนควรจุดไหนไม่ควรให้เขาเข้าใจว่าชีวิตของคนอื่นมีขอบเขตในของของตัวเองไม่ควรล่วงล้ำเข้าไป …

3.เด็กให้มีความรับผิดชอบ

เมื่อถึงวัยอันเหมาะสมก็ควรสอนลูกให้รู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง มอบหมายงานบ้านเล็กๆน้อยๆให้รับผิดชอบจะทำให้เด็กนั้นเรียนรู้การมีน้ำใจ และหลักความรับผิดชอบ

4.ไม่จับผิด

อย่าพยายามจับผิด ไม่อย่างนั้นลูกจะรู้สึกหัวเดียวกระเทียมลีบ เมื่อเกิดข้อผิดพลาด ก็ให้จุดนั้นเป็นจุดที่ให้เด็กได้เรียนรู้อย่าพยายามกดดันเขาหรือวางกฎเกณฑ์ต่างๆมากจนเกินไปควรจะทำด้วยความรักและความเข้าใจไม่อย่างนั้นอะไรที่มากเกินไปจะทำให้ลูกสูญเสียความมั่นใจ

5.สอนให้ลูกรู้จักการประหยัดอย่าสปอย์ลูกมากจนเกินไป

การที่พ่อแม่ซื้อของทุกอย่างตามใจลูกนั้นอาจจะทำให้ลูกโตไปเป็นเด็กที่ไม่รู้จักพออยากได้ในสิ่งใหม่ๆตลอดเวลาฉะนั้นควรระมัดระวังให้ดีอย่าเลี้ยงลูกให้เสียคน

6.ฝึกให้ลูกอยู่ได้ด้วยตัวเอง

เมียเมื่อลูกไม่มีพี่น้องสิ่งที่พ่อแม่จะต้องสอนให้ลูกต้องรู้จักรับผิดชอบตัวเอง ให้ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองเมื่อเติบโตขึ้น ให้เขาทำในสิ่งที่เขาสามารถทำได้ให้เขาเรียนรู้ จากความผิดพลาดโดยที่พ่อแม่ไม่ต้องลงไปช่วยในทุกๆครั้งจะช่วยก็ต่อเมื่อลูกร้องขอเท่านั้น

‘กล้วย’ กินให้ถูกต้อง สรรพคุณ ดีต่อตับ ความจำและช่วยเบาหวาน

สำหรับคนไทยนั้นมีความผูกพันกับต้นกล้วยมาอย่างช้านานมีการใช้ใบตองในการประกอบอาหารต่างๆทำเป็นวัสดุชามใส่อาหาร แต่ในปัจจุบันนั้นก็เริ่มมีคนใช้วัสดุตามธรรมชาติน้อยลงหันไปใช้พลาสติกหรือสิ่งแวดล้อมที่ทำลายธรรมชาติกันมากขึ้นซึ่งบอกเลยว่าแท้จริง แล้วสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวเรานั้นดีกว่า ที่ใครคิดและ นอกจากนี้ใบตองยังมีบทบาทสำคัญในการชนำมาทำพิธีต่างๆ อย่างเช่นขึ้นพิธีบ้านใหม่ขันหมากและอีกหลายพิธีต่างๆมากมายและกลายเป็นเครื่องบายศรีใหญ่ ลากราซพิธีจึงมีพิธีอัดสำคัญคือพิธีรีตอง


โดยในตำรับยานั้นกล้วยถือเป็นอาหารและยาที่ดำรงในวัฒนธรรมโภชนากา รและแพทย์พื้นบ้านมา ตั้งแต่สมัยโบราณโบราณและกล้วยที่ฮิตที่สุดในคือ … กล้วยน้ำว้าเพราะมีประโยชน์ในทางด้านอาหาร และมีคุณค่าในทางยา อีกทั้งหมอพื้นบ้านมีการใช้ใบตองอ่อนมา ประคบอาการปวดหน้าอกอาการอักเสบพุพองผิวหนังต่างๆและนำมาต้มดื่มแก้ท้องเสียได้

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาฤทธิ์ป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหารซึ่งมีการพบว่ากล้วยน้ำจะสามารถไปกระตุ้นเซลล์ในเยื่อบุกระเพาะให้หลั่งสารเมือกออกมาเคลือบเพิ่มความหนาและความแข็งแรงในกระเพาะได้เป็นอย่างดีลดความเป็นกรดได้สามารถกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวและเร่งการสมานแผลในกระเพาะให้หายได้อย่างรวดเร็ว

แน่นอกจากนี้ในกล้วยดิบในที่มีเส้นใยอาหารจำพวก เฮมิเซลลูโลส อย่างมากมายและยังมี นิวตรอลดีเทอร์เจนต์ เป็นเส้นใหญ่ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้มีคุณสมบัติในการช่วยดูดซึมไขมันและคอเลสเตอรอลให้ขับออกมากับอุจจาระส่งผลให้ปริมาณร่างกายในไขมันลดลงได้และช่วยควบคุมความดันโลหิตสูงได้ให้มาอยู่ในปกติและยังเป็นยาช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการรักษาตับอีกด้วยหลังจากที่ได้มีการทดลองในหนูโดยการป้อนอาหารที่มีส่วนผสมของกล้วยเพียงแค่ 10% พบว่ากล้วยนั้นสามารถช่วยกระตุ้นสร้างเนื้อเยื่อใยของเซลล์สัตว์ที่ถูกทำลายจากพาราเซตามอลได้เป็นอย่างดี และยังมีการป้องกันเพิ่มขึ้นของสารสีเหลืองบิลิรูบิล ได้อีกด้วยนอกจากนี้กล้วยยังมีกลไกในการเพิ่มสารสื่อประสาทเกี่ยวกับความจำทำให้มีความจำที่ดีขึ้นและเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

และถูกจัดให้เป็นสมุนไพรที่ใช้บรรเทาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงโดยมีวิธีรับประทานง่ายๆโดยการ ใช้กล้วยน้ำว้าห่ามสดครั้งละครึ่งถึงหนึ่งผล หรือผงกล้วยปั้นเม็ดลูกกลอนครั้งละ 4 เม็ด หรือใช้ผงกล้วยครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ รับประทานวันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน และนอกจากนี้เรายังมี วิธีการกิน

กล้วย ในกล้วยแต่ละแบบ ดังนี้

1.กล้วยดิบ

สำหรับกล้วยดิบนั้นถือเป็นยาชั้นดีโดยการนำมาฝากเป็นแว่นๆในอุณหภูมิ 50 องศาที่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคกระเพาะอาหารเมื่อนำมาบดเป็นผงและกินก่อนอาหารผสมกับน้ำผึ้งก็ได้และยังมีฤทธิ์ในการป้องกันรักษาโรคกระเพาะได้เป็นอย่างดีอีกด้วยสามารถช่วยป้องกันผนังของกระเพาะอาหารไม่ให้ติดเชื้อได้

2.กล้วยห่าม

ช่วยในเรื่องของอาการแก้ท้องเสียสร้างความหล่อลื่นในลำไส้เพิ่มกากใยเวลาขับถ่ายอีกทั้งยังมีโพแทสเซียมสูงมาก ซึ่งการกินกล้วยจะสามารถช่วยชดเชยค่าโพแทสเซียมที่ร่างกายสูญเสียไปได้เป็นอย่างดีและยังกระตุ้นผนังกระเพาะอาหารสร้างเมือกช่วยเคลือบกระเพาะอาหารได้

3.กล้วยสุก

เป็นยาระบายแก้ท้องผูกมีสาร เพคตินอยู่มาก ซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้มีฤทธิ์ระบายสูงช่วยให้อุจจาระออกมาเป็นสีเหลืองไม่มีกลิ่นเหม็นและการกินกล้วยสุกนั้นจะต้องเคี้ยวให้ละเอียดเพราะมีผลไม้ที่มีแป้งอยู่ประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์ในเครือกล้วยจึงสามารถเป็นอาหารเสริมให้กับเด็กเล็กได้

4. กล้วยสุกงอม

สำหรับกลัวอย่างนี้จะเต็มไปด้วยสารที่เรียกว่า TNF (Tumor Necrosis Factor) ที่จะสามารถไปสู้กับเซลล์ที่ผิดปกติได้จะช่วยทำให้เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นมีภูมิต้านทานของร่างกายเพิ่มขึ้นและสร้างสารต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี

ชวนทำไก่ทอด ‘สูตรกรอบนอกนุ่มใน’ อร่อยเหมือน KFC

ซึ่งถ้าหากใครได้รอกินไก่ KFC ทุกคนก็จะนึกถึงความกรุบกรอบนอกนุ่มในของไก่ KFC ซึ่งจะทำให้คนหลายๆคนนะติดใจในรสชาติเป็นอย่างมากแต่บอกเลยว่าไก่ KFC แบบนี้นั้นสามารถทำกินเองได้ง่ายๆที่บ้านหรือจะเปิดร้านขายไก่ทอดได้แบบง่ายๆซึ่งวันนี้เราก็มีสูตรดีๆมาฝากกันด้วยจะเป็นอย่างไรบ้างแนะนำมาดูกันเลย

ขั้นตอนการทำ

ขั้นตอนที่ 1 มากด้วยผงรสดีพริกไทยป่นของกระเทียมสําเร็จรูปทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมงอย่างต่ำจากนั้นก็ทำการเทแป้งอเนกประสงค์ลงไปในชามผสมตามด้วยแป้งข้าวโพด ผงมันบดสําเร็จรูป รสดี พริกไทยป่น ผงกระเทียมสำเร็จรูป เกลือ ผงปาปิก้า ตามลงไป

ขั้นตอนที่ 2 ทำการตอกไข่ลงไปใน ชามอีกใบเติมนมสดและตีลงไป ให้เข้ากันจากนั้นก็นำชิ้นไก่มาคลุกแป้งจุ่มไข่และไปทอดด้วยไฟกลางๆให้เหลืองกรอบ

‘หมูยอทำเอง’ ฉบับบ้าน ๆ เนื้อนุ่มเด้งอร่อย ไม่ต้องง้อร้าน

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูสูตรหมูยอโฮมเมดที่ได้หมูแบบ 100% แท้ๆนุ่มเด้งและสามารถทำได้เองโดยสูตรนี้เป็นสูตรจากคุณตุ๊กตาแม่ครัวที่ได้มีการแชร์วิธีการทำหมูยออร่อยๆนี้ซึ่งหากใครสนใจก็ลองมาลองลงมือทำกันดูเลยโดยจะทำอย่างไรบ้างนั้นมาชมกัน

ส่วนผสม

+ หมูบด 1 กก.

+ น้ำปลา 3ชต.

+ น้ำตาลทราย 2ชต.

+ แป้งมัน 1 ชต.

+ ผงฟู 2 ชต.

+พริกไทย 1 ชต.

+ น้ำมันพืช 1 ชต.

ขั้นตอนการทำมีดังนี้ลองทำดูเลย

ขั้นตอนที่ 1 เอาเครื่องปรุงทั้งหมด มาเทผสมลงไปในถ้วยตวง

ขั้นตอนที่ 2 ตีผสมให้เข้ากันโดยใช้เครื่องตีถ้าหากใครไม่มีก็ใช้มือนวดโดยใช้เวลาระยะเวลาประมาณ 5-10 นาที

ขั้นตอนที่ 3 นำมาปั่นอีกครั้งเพื่อให้มีรสสัมผัสที่เนียนเด้ง โดยระหว่างปั่นให้ใส่น้ำแข็งลงไปด้วยประมาณ 2 ก้อนปั่นให้ละเอียด


ขั้นตอนการห่อใบตอง

ขั้นตอนที่ 1 นำใบตองขนาด 14 นิ้วยาว 14 นิ้วเมื่อวางซ้อนกัน 3 แผ่นและทาน้ำมันพืชบางๆ

ขั้นตอนที่ 2 หมูมาวางไว้กลางใบตอง

ขั้นตอนที่ 3 และห่อให้เป็นทรงกลมหรือทรงกระบอกโดยการพับปลายด้านหนึ่ง จากนั้นก็ตั้งขึ้นขยับส่วนผสมให้แน่นและตัดส่วนเกินออกไปพับใบตองตรงไปเก็บ และนำมาห่อพลาสติกแค่นี้ก็เสร็จแล้ว

จากนั้นก็นำมานึ่งไฟแรงประมาณสัก 30 นาทีเพียงเท่านี้ก็จะได้หมูยอนุ่มเด้งไว้รับประทานกันเองถึงบอกไงว่ายิ่งกินตอนร้อนๆรสชาติอร่อยถึงใจอย่างแน่นอนและสามารถเก็บไว้ในช่องแช่แข็งได้ลองทำกันดูได้เลย

แบ่งปันสูตร ‘ไส้กรอกอีสาน’ เอาไปทำขาย เป็นอาชีพเสริมได้เลย

วันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะพาทุกคนมาดูการทำไส้กรอกอีสานกัน เพราะเรียกว่าไส้กรอกอีสานนั้นถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีคนนิยมรับประทานกันอย่างมากมายและทานง่ายอีกทั้งยังสามารถนำมาทำเป็นอาชีพเสริมได้แต่ละเจ้านั้นก็จะมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป และวันนี้เราก็นำสูตรดีๆจากคุณ tukata001 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาฝากทุกคนกันโดยจะมีส่วนผสมวัตถุดิบในการทำอย่างไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า

ส่วนผสมในการทำไส้กรอกอีสานมีดังนี้

+.หม 1 กก.

+.มันหมู 1 กก.

+.ข้าวสุก 2 ถ้วย

+ไส้หมูสำ 100 กรัม

+รากผักชี 3 ราก

+กระเทียม 20 กลีบ

+พริกไทยดำ 1 ชต.

+พริกไทยขาว 1 ชต.

+น้ำตาลทราย 1 ชต.

+เกลือ 1/2 ชต.

+ผงปรุงรส 2 ชต.

ขั้นตอนการทำไส้กรอกอีสาน

ขั้นตอนที่ 1 น้ำพริกไทยดำและขาวใส่ลงไปในครบและกระเทียมสดตำให้ละเอียด

ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็แต่รากผักชีลงไปแล้วกล้าผักชีตำให้ละเอียดละเอียด

ขั้นตอนที่ 3 นำเนื้อหมูลงและเทส่วนผสมให้เข้ากันนวดทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นก็หันไปหุงข้าวและหันมานวดทีนึง จากนั้นก็นำส่วนผสมทั้งหมดไปใส่ในไมโครเวฟชิมรสชาติให้พอดีก่อนที่จะยัดเข้าไปในไส้

>

ขั้นตอนที่ 4 สำหรับขั้นตอนนี้ถ้าหากใครมีที่ยัดไส้นั้นก็จะสบาย แต่ถ้าหากใครไม่มีก็ให้ใช้ขวดน้ำเปล่าตัดเหลือแค่ตรงก้นปากขวดและก็เอาไส้ใส่เข้าไปแล้วก็ยัดไส้พอหลวมเท่านั้นอย่าแน่นเกินไป

ขั้นตอนที่ 5 เอาเชือกมาผูกให้ได้ขนาดตามใจชอบ ทำเสร็จแล้วผึ่งลมทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน

ขั้นตอนที่ 6 จากนั้นเมื่อครบแล้วก็นำมาย่างไฟอ่อนเพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้ว

เปิดอาณาจักร 100 ไร่ของ ‘พี่เบิร์ด ธงไชย” กับวิถีเกษตรแบบพอเพียง

ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปเปิดอาณาจักรของนักร้องที่จะขอแบ่งคนที่จะรู้จักกันดี และเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังอมตะตลอดกาลอย่าง พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ซึ่งบอกเลยว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่แต่เขาก็ถูกจัดให้เป็นจะเป็นหมายเลข 1 อยู่เสมอ เพราะด้วยความสามารถพิเศษและการวางตัวจนทำให้กลายเป็นดาวค้างฟ้าและยังมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องจนถึงในยุคปัจจุบัน

แต่บอกเลยว่ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ใครหลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักเพราะพี่เบิร์ดนั้นถือเป็นศิลปินตัวอย่างคนหนึ่งที่ยึดถือหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะครั้งหนึ่งเขาได้เคยมีโอกาสได้ไปถวายงานร้องเพลงต่อหน้าพระเนื่องจากวันราชพิธีราชาภิเษกสมรส 50 ปีหลังจากที่เราเสร็จก็เข้ารับเสด็จทรงเสด็จซึ่งพี่เบิร์ดก็ได้มีการเปิดเผยในเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า …

“…เบิร์ดลงกราบพร้อมกับถือโอกาสจับพระบาทของทั้งสองพระองค์เอาไว้ สมเด็จพระนางเจ้าฯมีรับสั่งว่า ‘ร้องเพลงไพเราะมาก’ แต่ที่เหนือความคาดหมายคือ ในหลวงรับสั่งว่า ‘ปลูกข้าวที่เชียงรายอยากให้ทําต่อไปนะ เบิร์ดเป็นคนดีที่หนึ่ง’

และพี่เบิร์ดได้มีไร่อุดมสุขที่จังหวัดเชียงรายที่ออกแบบร่วมกับพี่ชายที่เป็นสถาปนิกโดยหวังว่าจะให้สถานที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกับคุณแม่โดยแรกแห่งนี้นั้นได้มีการนำหลักพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักแนวทางในการดำเนินชีวิต แล้วก็คิดตามพระราชดำริตลอด เพราะหลังจากที่ไปเจอภาพฝีพระหัตถ์ของในหลวง ซึ่งพระองค์ทรงวาดเอาไว้ในหนังสือสักเล่มหนึ่ง โดยกล่าวถึงเรื่องการทำโรงอบ ก็ได้มีการทำโรงอนี้ขึ้นเพื่อชุมชน จนกลายเป็นแหล่งรับผลิตเฉพาะของหมู่บ้าน โดยทางคุณเบิร์ดก็ได้มีการทำตลาดให้กับหมู่บ้านแห่งนี้และมีการรับซื้อในราคากลางที่เป็นราคาที่แคปปีให้กับคนในหมู่บ้านอย่างพริกที่มีราคาขึ้นลงอย่างกับตลาดหุ้นแต่คุณเบิร์ดก็มีการให้ราคาอย่างสมเหตุสมผลและมีการทดลองวิจัยปลูกขึ้นมาเสร็จแล้วมีการแจกน้ำให้กับชาวบ้านเมื่อเอามาผลิตส่งได้เงินกลับไปแล้วก็ยังมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้ามาช่วยทำวิจัยว่าจะปลูกอะไรได้บ้างสำหรับในพื้นที่แห่งนี้


โดยพี่เบิร์ดได้มีการการ และสัญญา..ว่าจะดูแลชาวบ้านเหมือนกับดูแลคนในครอบครัวมีการดูแลที่ดินกันเองแล้วพี่เบิร์ดจะมีการดูแลให้เขามีงานการทำมีปัญหาอะไรก็ให้มาพูดคุยกันอย่าถึงขนาดขายที่ดิน ไม่มีตังค์ก็มาบอกกันได้ และในช่วงที่สร้างบ้านเขาก็มีรายได้ประมาณกนึ่ง พอ มีโรงอบก็สามารถรับซื้อผลผลิตของชาวบ้านได้และนอกจากนี้ลูกหลานคนชาวบ้านจะต้องไม่ออกไปทำงานที่อื่นเพราะเขามีไร่นาที่สามารถสร้างรายได้อยู่กับบ้าน

และนอกจากนี้บ้านของคุณเบริ์ดจึงได้มีการ จะออกมาในหลังคาที่สูงโปร่งส่วนทะเลสาบทั้งบ้านมีรูปหัวใจไปก็จะเห็นปลาเยอะแยะมากมายตาม รอยพระราชดำริและราชโอวาทของพ่อหลวง ที่ให้ทำและปฏิบัติในสิ่งที่ปฏิบัติจริงๆ จึงกลายเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตที่สามารถสร้างประโยชน์ส่วนตนและสร้างประโยชน์ให้กับครอบครัวอื่นๆอีกด้วย

เลี้ยงกุ้งก้ามกรามใน ‘นาข้าว’ พร้อมสูตรอาหารและน้ำหมักปรับสภาพน้ำ

ในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะมาแนะนำการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่ได้มีการเปิดเผยมากกันไม่นานคือ วิธีการเลี้ยงแบบนี้จะ สามารถช่วยลดต้นทุนในการขุดบ่อไปได้ อีกทั้งยังมีสูตรอาหารและน้ำหมักเพื่อปรับสภาพน้ำอีกด้วย โดยจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นเรามาชมกันเลยดีกว่า

วิธีเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในอินทรีย์ในนาข้าวจะเป็นวิธีที่สามารถลดต้นทุนและสร้างรายได้ให้กับผู้เรียนได้เป็นอย่างดีโดยมีขั้นตอนวิธีเลี้ยงได้

ก่อนการปลูกข้าวให้ทำการปรับพื้นที่ในนาข้าวโดยมีความลึกประมาณ 80 เซนติเมตรโดยให้มีการแต่งตั้งเป็นคณะลำไยประมาณ 60 70 80 90 cm ซึ่งง่ายต่อการไล่ระดับน้ำออกไปในแต่ละบ่เมื่อปรับพื้นที่เสร็จแล้วก็ให้ทำการวางหรือปากตำนานค่าได้ในทันที หลังจากนั้นก็ให้ทำการหวานและปากดำนาค่าประมาณ 2 สัปดาห์

เมื่อครบแล้วก็ให้นำกุ้งลงไปในนาข้าวพื้นที่นาข้าว 1 ไร่นั้นสามารถปล่อยกุ้งได้ประมาณ 2 หมื่นตัวโดยกุ้งที่ปล่อยนั้นจะต้องมีขนาดประมาณ 2 เซนติเมตรและในทุกๆสัปดาห์จะต้องมีการเติมน้ำลงไปเป็นบอร์ดเพื่อเป็นการไล่น้ำเน่าเสียออกไป

สูตรอาหารเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมีวัตถุดิบดังนี้

– รำละเอียด 1 กิโลกรัม

– ปลาป่น 2 ขีด

– น้ำมันพืช 1 ขวด

– กะละมังสำหรับผสมอาหาร 1 ใบ

วิธีการทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดเทลงไปในกะละมังสำหรับผสมอาหารคลุกเข้าวัตถุดิบให้เข้ากันจากนั้นปั้นเป็นก้อนก็จะได้อาหารที่ไว้สำหรับเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแล้วโดยให้กุ้งกินวันละ 2 ครั้งคือเช้าและเย็นจะทำให้กุ้งนะเจริญเติบโตแข็งแรงและช่วยลดต้นทุนค่าอาหารได้เป็นอย่างดี

สูตรน้ำหมักปรับสภาพเพื่อป้องกันโรคในกุ้ง วัตถุดิบมีดังนี้

– สารเร่ง พ.ด.2 1 ซอง

-ซากปลา ซากหอย 3 กก.

– กากน้ำตาล 1 ลิตร

– น้ำ 2 ลิตร

– ถังพลาสติกสำหรับหมัก 1 ใบ

วิธีการทำ

ส่วนผสมเทลงไปในถังสำหรับหมาควรส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจากนั้นก็ปิดฝาบาตรทิ้งไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก็จะได้นำมาปรับสภาพน้ำเพื่อป้องกันโรคในกุ้งก้ามกรามได้เป็นอย่างดีโดยใช้ในอัตรา 10 ต่อ 1 ไร่และสัปดาห์ละ 1 ครั้งจะสามารถช่วยป้องกันโรคให้กับกุ้งก้ามกรามและจะได้การเจริญเติบโตอยู่ที่ 3 กรัมต่อ 1 ตัว

รสดั้งเดิมแบบต้นฉบับ แบ่งปันสูตรก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ไม่ต้องปรุงก็อร่อย

โดยในวันนี้เราจะมาแจกสูตรก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยากับดั้งเดิมบอกเลยว่าอร่อยแน่นอนและขั้นตอนการซุ้มโป่งน้ำซุปและมีกี่ขั้นตอนดังนี้

1. ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่กระดูกหมู

2. นำเครื่องปรุงน้ำซุปลงไปต้ม

3.ใส่เลือดกับกะทิลงไปต้ม

4.นำเครื่องเทศใบเตยรากผักชี ลงไปต้ม

เครื่องปรุงทำน้ำซุป

+กะทิสดแยกหัวกะทิ – หางกะทิ 1 กก.

+กระดูกสันหลังหรือกระดูกข้อขา 1/2กก.

+เลือดสด 3 กระบวย

+ใบเตย 1 กำ

+รากผักชี 4-5 ต้น

+ข่าแก่ 1 หัว

การปรุงน้ำซุป สามารถใส่ส่วนผสมทั้งลงในกระละมัง โดยปรุงตามดังต่อไปนี้… 1.ใส่ซีอิ้วดำ ½ กระบวย / ใส่เกลือแกง 1 ช้อนโต๊ะ / ใส่ซอสปรุงรส 2 กระบวย / ใส่ซีอิ้วขาว 1 กระบวย / ใส่เต้าหู้ยี้ 1+1/2 ก้อน 6. ใส่ผงชูรส 2 ช้อนโต๊ะ / ใส่คะนอ 2 ก้อน 8. ใส่น้ำกระเทียมดอง 2 กระบวย / ใส่น้ำตาลแดงหรือน้ำตาลอ้อย 2 กระบวย 10 ใส่เต้าเจียว / ใส่น้ำตาลกรวด 3 ช้อนโต๊ะ / ใส่เหล้าเชียงชุน ½ กระบวย / ใส่หัวกะทิ-หางกะทิ 1 กิโลกรัม / ใส่เลือด 4 กระบวย / ใส่เครื่องเทศ มีทั้งห่อผ้าขาวและใส่นอก

การเติมน้ำซุป

-ตั้งไฟจนเดือดนำหมูหรือเนื้อประมาณ 1 กิโลกรัมแต่เครื่องตุ๋นใส่เครื่องยาจีนใส่เหล้าจีน 5 ช้อนโต๊ะรากผักชีใส่ขาแก่ใส่ซีอิ๊วลงไปขนาดต้องใช้ไฟอ่อน ใส่น้ำซุป 14 ลิตร

วิธีทำพริกเผา

ตั้งน้ำมันจนร้อนแล้วหนีไฟลงค่อยๆเทพีกดลงไปและคนไปให้ทั่วจากนั้นใส่ผงชูรสลงไป

บอกฟรี ๆ ไม่หวง ‘สูตรหมักไก่ย่างวิเชียรบุรี’ เนื้อนุ่มหนังกรอบพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด

ซึ่งถ้าหากพูดถึงไก่วิเชียรบุรีทุกคนก็จะรู้จักกันเพราะเป็นไก่ที่ขึ้นชื่อในจังหวัดจันทบุรีถ้าหากใครไปถึงถิ่นแล้วยังไม่ได้แวะถือว่ายังไปไม่ถึง และมีขั้นตอนวิธีที่ทำได้ไม่ยาก โดยในวันนี้เราก็จะมีการนำเสนอสูตรไก่ย่างวิเชียรบุรีมารองรับประทานการรับรองหอมนุ่มอร่อยถูกใจเป็นอย่างแน่นอนโดยจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

ส่วนผสม

+ไก่ (ขนาดประมาณ 1 กก) 1 ตัว

+ตะไคร้ 3 ต้น

+กระเทียมไทย 20 กลีบ

+รากผักชี 7 ราก

+พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ

+ใบเตย 2 ใบ

+ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ

+ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ

+หอมแดง 4 หัว

+นมสด 1/4 ถ้วย

+เกลือ 1 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

เริ่มจากหั่นไก่ให้ขาดออกจากการระบายออกนำส่วนผสมน้ำซอสใส่ลงไปในโถปั่นและปั่นจนละเอียดเสร็จแล้วนำมาหมักกับตัวไก่อย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือข้ามคืนทิ้งไว้เมื่อเช้ามาแล้วก็นำไปเอามาอบในอุณหภูมิที่ 180 องศาฟาเรนไฮต์ประมาณ 30 นาทีโดยระหว่างอบให้ใช้น้ำมันทาบริเวณผิวหนังไก่ด้วยให้ไก่มีสีเหลืองสวยงามเมื่อสุกแล้วก็นำมาหั่นมาเป็นชิ้นพร้อมเสิร์ฟกับน้ำจิ้มไก่ย่าง

ส่วนผสมของน้ำจิ้มไก่

+น้ำมะนาว 1-2 ชต.

+น้ำตาลปี๊บ 1 ชต.

+น้ำมะขามเปียกต้มสุก 2ชต.

+น้ำปลา 2-3 ชต.

+ ข้าวคั่ว 1 ชต. พริกป่น 1 ชต.

+ต้นหอมซอย

+ผักชีฝรั่ง

ขั้นตอนการทำ

ผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก น้ำปลา มะนาวให้เข้ากันนักชิมรสชาติให้ถูกใจจากนั้นก็ใส่ข้าวคั่วพริกป่นและโรยด้วยต้นหอมซอยผักชีเป็นอันเสร็จ

‘เล้าไม้ไผ่’ ทนฝนทนแดด แสนถูก ทั้งหมดจบที่ 500

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูเล้าไก่แบบประหยัดงบประมาณ โดยเป็นแบบแปลนที่ทาง ศูนย์วิจัยและการบำรุงสัตว์กบินทร์บุรีได้มีการออกแบบเอาไว้ โดยเป็นโรงเรียนขนาด 6 คูณ 6 เมตรสามารถเลี้ยงไก่ได้ 20 โดยใช้วัสดุในการก่อสร้างจากธรรมชาติเป็นหลักหาได้ตามชนบทต่างๆอย่างเช่นไม้ไผ่และใบจากที่สามารถลดต้นทุนในการสร้างได้โดยใช้ต้นทุนในการสร้างไม่เกิน 500 บาทโดยแบ่งเป็นดังนี้

-ไม้ไผ่ 0

-ตะข่ายล้อมเล้า 200

-ตะปู ลวด 100

-หลังคามุงหญ่า ตับละ 50 บาท

โดยเล้าไก่นั้นแบ่งออกมาเป็น 2 ส่วนคือส่วนที่ 1 คือโรงเรือนในร่มที่ไว้สำหรับให้ไก่ พักผ่อน ออกไข่ มีที่ร่มให้ไก่ ะหลบแดดร้อน ได้ เนื่องจากออกแบบนั้นโดยใช้ ไม้ไผ่วัสดุตามธรรมชา ติจะสามารถช่วยทำให้อุณหภูมิเย็นขึ้นได้

ส่วนที่ 2 คือลานกว้างไว้สำหรับให้ไก่สามารถเดินเล่นออกกำลังกายและพักผ่อนได้ อีกทั้งยังเป็นที่พื้นที่เขี่ยหากินสำหรับอาหารเสริมเพราะไก่จะชอบหาแมลงและเศษเมล็ดต่างๆตามพื้นและล้อมด้วยตาข่ายอีกทีเพื่อป้องกันสัตว์อื่นบุกเข้ามารุกราน

และข้อดีสำหรับโรงเรือนนี้สามารถประหยัดงบเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นในการเลี้ยงไก่ได้แบบไม่ต้องลงทุนเพราะใช้วัสดุท้องถิ่นจากธรรมชาติแต่ข้อเสียคือไม้ไผ่เมื่อใช้ไปนานๆอาจจะผุพังเร็วกว่าวัสดุอื่น