คนฝากเงินหนาว! สรรพากรเตรียมเก็บภาษีเงินฝากต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อปี เริ่ม 15 พ.ค. นี้

กลายเป็นเรื่องที่ใครหลายคนนั้นต่างต้องตกใจกันไปตามๆกันกับการเก็บเงินฝากตามธนาคารเพราะตอนนี้ทางสรรพากรนั้นได้มีการประกาศเตรียมเก็บภาษีดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารซึ่งจะได้รับดอกเบี้ยต่ำกว่า 20000 บาทต่อปีซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ทางกระทรวงการคลังได้มีการยกเว้นให้ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยเงินฝากนั้นจะถือเป็นรายได้ทางหนึ่งก็ตามทีและมีข้อกำหนดใหม่ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไปแล้ว อีกทั้งในตอนนี้ ทางสรรพากรก็ยังจะมีการเปิดให้ผู้ที่ไม่อยากเสียภาษีดอกเบี้ยสามารถเข้าลงทะเบียนเพื่อแสดงความยินยอมให้กับสถาบันการเงินส่งข้อมูลการรับดอกเบี้ยให้กับสรรพากรโดยตรงซึ่งในกรณีนี้จะได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยนั่นเอง โดยสาเหตุที่เป็นอย่างนี้นั่นก็เพราะว่าในก่อนหน้านี้จะมีการใช้ช่องโหว่ทางด้านของกฎหมายเพื่อใช้หลบเลี่ยงการเสียภาษีดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีคิดถึงเกิน 20,000 บาทต่อปีซึ่งจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายประมาณ 15% นั่นเอง ซึ่งนั่นก็จะทำให้ผู้คนได้เกิดข้อกังวลหลายประเด็น เพราะว่าจะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งประชาชน ในเรื่องของการที่จะต้องการฝากเงินฝากกับธนาคารและสำหรับผู้ที่มีบัญชีเงินฝากหลายที่ซึ่งอาจจะไม่ทันภายในรอบกำหนดไว้ที่กระชั้นชิดขนาดนี้โดยในขณะนี้ทางธนาคารนั้นก็จะมีระยะเวลาที่น้อยนิดในการเตรียมระบบจัดเก็บข้อมูลและส่งข้อมูลบัญชีคู่ฝากสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาลงทะเบียนเพิ่มด้วยเช่นกัน

แจกฟรี แบบบ้านหลักเล็ก ราคาไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับคนรายได้น้อยอยากมีบ้าน

ฃในยุคสมัยนี้แน่นอนต้องเข้าของนั้นมีราคาแพงมากยิ่งขึ้น และใครที่อยากจะสร้างตั้งตัวอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองก็ไม่แปลกที่จะท้อถอยกับราคาบ้านที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้ใครหลายคนท้อแท้และไม่คิดว่าตัวเองนั้นจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักที เพราะว่าบ้านสักหลังนึงนั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกินเพราะบ้านในแต่ละหลังสร้างทีก็ใช้เงินหลักล้านบาทซึ่งทำให้คนที่มีรายได้ไม่มากรู้สึกผิดหวังและหากกู้มาสร้างบ้านก็อาจจะกลายเป็นหนี้สินในระยะยาวอีกด้วย แต่บอกเลยว่าใครที่อยากมีบ้านนั้นอย่าเพิ่งหมดหวังไปเพราะยังมีไอเดียบ้านราคาถูกๆ ด้วยเช่นกันซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับครอบครัวที่คิดจะเริ่มต้นและต้องการบ้านในราคาประหยัดโดยไอเดียที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นก็คือบ้านที่มีราคาไม่เกิน 500 บาทซึ่งเป็นไอเดียที่สร้างความประหยัดและสานฝันสร้างโอกาสให้กับคนที่อยากมีบ้านกันโดยแต่ละไอเดียนั้นสวัสดีครับจะเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีหลังไหนบ้างที่เข้าตาคุณ 1.บ้านหลังน้อยสไตล์โมเดิร์นลอฟท์สวยเท่และดูมีเอกลักษณ์ ใช้งบประมาณเพียงแค่ 450,000 บาทเท่านั้น เจ้าของผลงานบ้านหลังนี้ : คุณณัฐวุฒิ หล่าบุตรศรี รายละเอียดของตัวบ้าน : คลิกเลย 2.บ้านสไตล์รีสอร์ทโครงสร้างโปร่งโล่งมีมุมนั่งเล่นขนาดกว้าง ใช้งบประมาณประหยัดมากก เจ้าของผลงานบ้านหลังนี้ : BB-Home บ้านน็อคดาวน์ รายละเอียดของตัวบ้าน : คลิกเลย 3.บ้านชั้นเดียว 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำใช้งบประมาณเพียง 485,000 บาท เจ้าของผลงานบ้านหลังนี้ : หจก.กูรู แอร์ เซอร์วิส รายละเอียดของตัวบ้าน : คลิกเลย 4.แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นราคาประหยัด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำงบประมาณ 495,000 บาท เจ้าของผลงานบ้านหลังนี้ : SY Project 2016 รายละเอียดของตัวบ้าน :

รวมไอเดีย ‘ซุ้มไม้ไผ่’ เอาไว้ทำเป็นมุมพักผ่อน สวยเก๋ไม่เหมือนใคร

ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนนั้นจะรู้จักไม้ไผ่กันอย่างแน่นอน ซึ่งไม้ไผ่ถือเป็นอีกหนึ่งวัตถุจากธรรมชาติที่สามารถ นำมาปรับแต่งเป็นของใช้ต่างๆได้เป็นอย่างดี เพราะมีความแข็งแรงทนทาน ซึ่งสามารถทำได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นรางน้ำไม้ไผ่ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆประดับบ้านหรือ แม้กระทั่งหลังคาบ้าน ไม้ไผ่ก็สามารถนำมาใช้ได้ด้วยเช่นกัน และไม้ไผ่นั้นนอกจากจะใช้ประโยชน์ได้แล้วความสวยงามก็มีไม่แพ้กันเลยอีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นไม้ไผ่จึงเป็นวัสดุอย่างหนึ่งที่เหมาะมสำหรับช่วงโลกร้อนในสมัยนี้ และในวันนี้นี่เองทางทีมงานนั้นก็จะพาทุกคนมา ดูไอเดียดีๆจากไม้ไผ่เช่นกันซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากใครมีพื้นที่บ้านเหลือก็อยากจะมีซุ้มนั่งเล่นเป็นศาลาพักผ่อนอยู่บริเวณรอบบ้านซึ่งบอกเลยว่าไม้ไผ่นั้นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่น่าสนใจไม่น้อยซึ้งไม้ไผ่น้ำสามารถนำมาสร้างเป็นซุ้มนั่งเล่นได้ด้วยเช่นกันอีกทั้งยังใช้ได้ยาวนานและประหยัดอีกด้วยโดยในวันนี้เราจะมาชมไอเดียซุ้มไม้ไผ่สวยๆกันซึ่งจะมีแบบไหนบ้างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า และนี่ก็คือไอเดียซุ้มไม้ไผ่ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ซึ่งบอกเลยว่าถ้าหากมีในบ้านซุ้มก็ทำให้บ้านดูโมเดิร์นไม่น้อยเพราะตามรีสอร์ทชอบใช้ไม้ไผ่ในการทำซุ้มสวยๆกัน และนี่ก็คืออีกหนึ่งไอเดียในการตกแต่งบ้าน ซึ่งจะทำให้บ้านของคุณนั้นมีความน่าสนใจอีกทั้งซุ้มเหล่านี้ยังสร้างความเก๋ไก๋ให้กับตัวบ้านอีกด้วย ถือเป็นของตกแต่งบ้านที่มีความแข็งแรงทนทานสามารถใช้งานได้จริงและมีความสวยงามน่าสนใจไม่น้อยเลยจริงๆซึ่งหากใครชมแล้วชอบก็อย่าลืมกด like กด Share และนำไอเดียเหล่านี้ไปปรับแต่งใช้ให้เข้ากับบ้านของตัวเองได้ด้วยเช่นกัน

แจกฟรี ‘ปฏิทินปลูกผัก’ พร้อมเคล็ดลับ ปลูกอย่างไรให้มีผักกินทั้งปี

ซึ่งแน่นอนว่าการปลูกพืชผักสวนครัวนั้นถือเป็นสิ่งที่ชาวเกษตรหลายคนต่างให้ความสนใจเช่นเดียวกับแม่บ้านหลายคนที่มีพื้นที่เหลือในบริเวณรอบบ้านก็อยากจะปลูกผักไว้รับประทานกินเองในบ้าน เพราะการปลูกผักในบ้านนั้นสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอีกทั้งยังได้อาหารที่กฎหมายและเป็นประโยชน์และสามารถสานสัมพันธ์คนในครอบครัวด้วยการปลูกผักได้อีกด้วย แต่ในบางครั้งถ้าหากเลือกผักผิดชนิดและปลูกผิดฤดูกาลพืชผักเหล่านั้นก็ไม่สามารถเจริญเติบโตขึ้นมาได้เช่นกัน และนั่นก็อาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การปลูกผักไม่ประสบความสำเร็จเสียที และในตอนนี้เทรนการปลูกผักสวนครัวนอกบ้านนั้นกำลังมาแรงเป็นอย่างมากและมีผู้คนนั้นต่างให้ความสนใจมันจะดีกว่าไหมถ้าหากเรารู้ว่าผักชนิดไหนควรปลูกในฤดูใดและจะต้องปลูกอย่างไรซึ่งในวันนี้ทางทีมงานก็จะพาทุกคนนั้นมาดูผักแต่ละชนิดที่ควรจะปลูกในแต่ละฤดูกาลกันซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นเรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่า ซึ่งในเรื่องของการเริ่มต้นการปลูกผักนั้นโดยในตอนแรกการเลือกชนิดผักที่จะปลูกหรือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะผู้ที่จะปลูกนั้นควรปลูกผักที่ตนเองและสมาชิกในครอบครัวรับประทานได้และมีการปลูกผักนอกเหนือจากผักที่รับประทานในชีวิตประจำวันเช่น กะเพรา โหระพา ตะไคร้ มะนาว หอมแบ่ง ผักชี มะกรูด พริก โดยผักเหล่านี้สามารถปลูกในกระถางได้แต่ถ้าหากใครนั้นอยากจะปลุกเขาให้มีทางปีเรานั้นก็สามารถเลือกชนิดผักที่เจริญเติบโตได้ดีตามแต่ละช่วงเดือนใน 1 ปีได้อย่างตารางข้างล่างนี้ เลย และนี่ก็คือตารางในการปลูกผักแต่ละเดือนซึ่งแน่นอนว่าการปลูกผักนั้นก็ควรคำนึงถึงการปลูกผักตามฤดูกาลเสียด้วยเพราะว่าจะมีสภาพอากาศที่เป็นตัวแปรในการทำให้พืชผักแต่ละชนิดเจริญเติบโตสวยงามโดยไม่ต้องใช้สารเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโตแต่อย่างใดโดยในแต่ละฤดูนั้นสามารถปลูกผักได้ดังนี้… ช่วงฤดูร้อน โดยในช่วงนี้พืชผักที่ปลูกนั้นอาจจะไม่สวยงามมากเพราะมีอากาศที่ร้อนอบอ้าวโดยการปลูกผักในช่วงนี้จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการลดน้ำเป็นพิเศษและสามารถเลือกชนิดของผักได้ตามที่ต้องการจะรับประทานผักที่ควรจะปลูกนั้นจะต้องมีฤทธิ์เย็นและแก้อาการร้อนในของร่างกายของคนได้อีกด้วยซึ่งขณะที่เราจะแนะนำนั้นก็จะมี ผักกาดฮ่องเต้ ฟัก ผักกาดขาว แตงกวา บวบ และผักเลื้อยต่างๆ ช่วงฤดูฝน โดยในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่มีสภาวะความชื้นสูงเพราะมีน้ำฝนจากฝนที่ตกตามธรรมชาติจึงไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้และทำให้ผักบางชนิดนั้นอาจจะเกิดเน่าเสีย เพราะได้รับน้ำมากเกินความจำเป็น จึงทำให้ผักในฤดูนี้มีราคาที่ค่อนข้างแพงและเป็นผักที่ช้ำง่ายแต่ก็จะมีผักพื้นบ้านที่สามารถออกผลงานและพร้อมให้เก็บมารับประทานได้ในช่วงนี้ซึ่งก็จะมี โสน ขี้เหล็ก ถั่วฝักยาว มะเขือ ผักปลัง ดอกขจร กวางตุ้ง คะน้า ตำลึง ผักบุ้ง พืชผักตระกูลขิงข่าต่างๆ ช่วงฤดูหนาว โดยช่วงนี้เป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นถือเป็นเวลานาทีทองของผักสลัดต่างๆเช่นผักคอส กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ผักกาดและกะหล่ำ และรวมถึงผักที่ทานเป็นหัวเช่นแครอทนอกจากนี้ยังมีผักพื้นบ้านและผักทั่วไปหลายๆชนิดก็สามารถออกผลดีในช่วงหน้าหนาวนี้ด้วยเช่นกันก็จะมีหอมแบ่ง ผักชี

ของดีจริง! หนุ่มประดิษฐ์ ‘เตาผัวนึ่งข้าว’ ขายดิบขายดีจนเลิกทำไร่ข้าวโพด

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาดูอีกหนึ่งไอเดียซึ่งบอกเลยว่าเขานั้นเคยประสบปัญหากับการปลูกข้าวโพดจนทำให้ขาดทุนย่อยยับและทำให้เขานั้นไม่มีโอกาสผ่านมาประดิษฐ์เตานึ่งข้าว ที่อยู่ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่าผัวนึ่งข้าวด้วยเตานี้จะเน้นคุณภาพและความทนทานเป็นอย่างมากจนทำให้สามารถขายได้ดิบได้ดีสร้างรายได้เดือนละหลักหมื่นเลยทีเดียว โดยผู้ประดิษฐ์เตานี้มีชื่อว่า … คุณอนุรักษ์ ย่านสากล โดยตัวเขานั้นเป็นหนุ่มชาวเขาเผ่าม้งที่อาศัยอยู่ที่ ตำบลป่ากลาง อำเภอป้ว จังหวัดน่าน โดยในตอนนี้นั้นเขาได้หันมาทำเตาผัวนึ่งข้าวอย่างเต็มรูปแบบและมีการเร่งมือเพื่อออกจำหน่าย โดยคุณอนุรักษ์นั้นมีการเล่าถึงอดีตครอบครัวของตัวเองให้ฟังว่าในแต่ก่อนครอบครัวนั้น มีอาชีพทำเกษตรกรมีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งทำมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายแต่เท่าที่ทำมาไม่เคยมีเงินเก็บเลย ในบางครั้งก็ขาดทุนจะค่าปุ๋ยค่ายาต่างๆและยังได้มีราคาผลผลิตที่ตกต่ำจึงทำให้คุณอนุรักษ์หันมามองหาอาชีพอื่นเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยคุณอนุรักษ์นั้นจะนำเศษเหล็กจากร้านค้าที่ซื้อจากร้านขายของเก่ามาประดิษฐ์ให้เป็นเตาถ่านใช้นึ่งข้าวในครัวเรือนและเมื่อเพื่อนบ้านนั้นได้เห็นและนำไปใช้จึงรู้สึกว่าใช้งานดีจึงมีการสั่งซื้อและสั่งทำการเป็นจำนวนมากจนสามารถเริ่มผลิตออกขายตามตลาดนัดและพัฒนาให้กลายเป็นเตาขนาดต่างๆได้เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละประเภท โดยในเรื่องของราคาจำหน่ายนั้นจะมีตั้งแต่ราคา 300 ถึง 1,000 บาท หลังจากที่ได้ออกไปสู่สายตาผู้คนปรากฏว่าเตาผัวนึ่งข้าวนั้นกลับกลายเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากได้รับเสียงตอบรับจากแม่บ้านพ่อบ้านที่ซื้อไปกันอย่างมากมาย ว่าใช้งานได้ดี แข็งแรง ทนทาน จนสามีที่บ้านชอบใช้และขยันนึ่งข้าว ในทุกๆวัน ซึ่งนี่ก็เป็นที่มาของชื่อว่าเตาผัวนึ่งข้าวนั่นเอง… โดยในทุกวันนี้ทางครอบครัวก็ได้มีการเริ่มปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และหันมาการทำเตาผัวนึ่งข้าวกันและตอนนี้ก็จะขายตามตลาดนัดต่างๆโดยเฉลี่ยรายได้ต่อเดือนเดือนละ 100 เตา ซึ่งสร้างรายได้เข้าสู่ครอบครัวไม่ต่ำกว่าเดือนละ 30,000 บาท และในเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ที่หลายครอบครัวจะต้องเดินทางกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน ก็จะมีการทำกับข้าวกินกันในครัวเรือน ซึ่งข้าวเหนียวก็ถือเป็นอาหารหลักสำหรับหลายๆบ้านอีกด้วย จึงทำให้มียอดออเดอร์เพิ่มขึ้นนั่นเอง https://youtu.be/9vHROZ0YaUw ซึ่งนี่ก็คืออีกหนึ่งไอเดียตัวอย่างที่มีการประยุกต์ใช้จากสิ่งเหลือใช้และมองหาหนทางในการสร้างรายได้ให้กับตัวเอง จนนำสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้มาสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวได้อย่างมั่นคง

6 เทคนิคเพาะเห็ดฟางทะลายปาล์ม สร้างรายได้มหาศาล เสริมรายได้ถึง 7 เท่า!

ซึ่งวันนี้เราก็นำ 6 เทคนิคดีๆมาฝากเช่นกันซึ่งแน่นอนว่าทุกคนก็จะทราบกันดีว่ามีชาวเกษตรสวนยางไม่น้อยที่กำลังอยู่ในภาวะของยางราคาตกจึงทำให้ชาวสวนยางหลายคนนั้นหวังที่จะหารายได้เสริมเพิ่มมากขึ้นและมีจำนวนไม่น้อยที่หันมาทำเห็ดกองเตี้ยและเพราะแบบโรงเรือน ซึ่งแน่นอนว่าโรงเรือนนั้นมีทุนอยู่ที่โรงเรือนละ 50,000 บาทอีกทั้งยังมีการต้องขุดบ่อน้ำสระน้ำซึ่งยังต้องลงทุนซื้อเตาอบฆ่าเชื้ออีกด้วยอีกทั้งยังมีเครื่องตัดหญ้าและเครื่องพ่นเชื้อและเครื่องสูบน้ำซึ่งบอกเลยว่านี่ถือเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างข้นสูงอีกครั้งย่อมมีการลงทุนผลผลิตที่ดีได้ถึง 12 วันโดย 20 ถึง 35 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ในรอบ ของถัดไปแต่แม้จะลงทุนสูงแต่ก็สร้างรายได้ได้ถึงโรงเรียนละ 10,000 กว่า บาทต่อเดือนเลยทีเดียว นางศิรินทิพย์ เซ่งใจดี ซึ่งเป็นชาวเกษตรกรสวนยางและเจ้าของฟาร์มเห็ดแห่งหนึ่งในอำเภอ คีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานีและได้มีการทำฟาร์มเห็ดตั้งแต่ปี 2557 โดยเธอนั้นมีถึง5 โรงเรือนสามารถทำรายได้ ได้ 70,000 บาท เพิ่งกลับได้รายได้มากกว่ากรีดยางประมาณ 10 ไร่เลยทีเดียวอีกทางตัดยางนั้นมีการลงทุนสูงกว่าอีกด้วยเพราะช่างใช้ค่าแรงคนตัดแต่เห็ดฟางนั้นไม่จำเป็นต้องมีเลย ในมุมมองของการบ้านตลาดนั้นก็มีตลาดรองรับเป็นอย่างมากก็จะมีทั้งพ่อค้าแม่ค้านั้นหลากหลายในจังหวัดพื้นที่ต่างเข้ามาซื้อซึ่งก็ทำให้ความเหตุแห่งนี้นั้นมีรายได้ดีอยู่ตลอดเวลาและสามารถขายได้รอบละ 400 กิโลกรัมถึง 1000 กิโลกรัมโดยแต่ละกิโลกรัมนั้นขายได้อยู่ที่กิโลกรัมละ 70 บาทเลยทีเดียวและราคานั้นก็จะขึ้นลงแต่ไม่เคยขาดทุนเลยสักครั้ง ต้องการเพาะเห็ดฟางนั้นสามารถเพาะได้ด้วยทะลายปาล์มซึ่งสามารถมีขั้นตอนและวิธีการเพาะดังนี้ 1.วัสดุเพาะที่สำคัญคือ ทะลายปาล์มน้ำมันซึ่งถือเป็นอาหารเสริมที่สามารถใช้มูลจากมาตากแห้งหรือย่อยสลายจนเจือจางได้โดยจะใช้มูลวัวหรือมูลควายหมูมูลไก่ก็ได้ 2.โดยการเตรียมวัสดุเพาะถ้าได้ปานนั้นจะต้องมีความจดหมายถึงค่อนข้างใหม่อยู่เสมอเมื่อนำมากองแล้วก็ทำมาลดน้ำด้วยน้ำปูนขาวโดยราดให้ชุ่มจากนั้นก็มานำกองสุมไว้ โดยใช้ความร้อนประมาณ 5-7 วัน 3.พื้นที่เพาะควรเป็นพื้นที่ราบ ไม่มีน้ำท่วมขังอย่างเด็ดขากและเป็นดินที่สามารถปลูกพืชได้อีกทั้งจะต้องไม่มีเชื้อโรคและสารเคมีปนอยู่ในดินอย่างเด็ดขาด 4.เชื้อเห็ดฟางในโคราชเชื้อเห็ดที่ไม่มีแมลงหรือเชื้อจุลินทรีย์ที่มีราดำราเขียวเป็นเด็ดขาดจะต้องเห็นเฉพาะเส้นใยสีขาว เท่านั้นและฉันนั้นก็จะต้องมีการเกาะกันเป็นก้อนไม่หลุดร่วงแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด 5.เวลาเพาะควรเพาะตอนช่วงเช้าเท่านั้นเพื่อจะได้สะสมความจากแสงอาทิตย์ในแต่ละวัน โดยการเพาะนั้นจะสามารถกระตุ้นการวัดการเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ดฟางได้เป็นอย่างดีซึ่งจะต้องมีอุณหภูมิสูงอยู่ในระยะแรกคือ 1 ถึง 5 วันเท่านั้น 6.รดน้ำบนแปลงเพาะที่ได้เตรียมดินไว้แล้ว และนำทลายปาล์มที่ได้ผ่านการหมักนั้นมาเรียงบนแปลงเพาะทั้งยังมีการหว่านเชื้อเห็ดลงไป โดยในแต่

ฟาร์ม 1 ไร่ อยู่ได้สบาย ไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหาร แถมแบ่งปันปุ๋ยชุมชนที่อุบลราชธานี

ซึ่งวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะพาทุกคนนั้นไปดูข่าวเกษตรการซึ่งวันนี้เราก็จะพาไปพบกับเกษตรนักสู้แห่งที่ราบสูงซึ่งนั่นก็คือนางกองสินสมจันทร์หรือแม่ต้อยนั่นเองโดยแม่ต้อยนั้นอาศัยอยู่ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์หมู่ 2 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยเธอนั้นก็ย้ายออกจากหมู่บ้านไปสร้างฟาร์มเกษตรอยู่กลางทุ่งนาด้วยตัวเอง โดยแม่ต้อยนั้นก็ใช้พื้นที่ประมาณ 1 ไร่เท่านั้นในการเลี้ยงวัวเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่และมีการปลูกพืชผักสวนครัวและทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ขายอีกทั้งยังมีโรงสีข้าวที่อยู่ในที่เดียวกันอีกด้วย โดยฟาร์มแห่งนี้ก็ทำให้แม่ต้อยนั้นไม่ต้องออกไปใช้จ่ายที่ไหนเพราะอาหารนั้นสามารถหาได้จากในฟาร์มของตัวเองทั้งค่าอาหารเลิศรสเนื้อสัตว์และปุ๋ยต่างๆอีกทั้งยังมีรังไก่ไว้หลายรังซึ่งเอาไว้ให้ไข่ฟักอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงหมูเลี้ยงวัวในพื้นที่เดียวกันโดยมีการเลี้ยงทั้งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เอาไว้ผสมกันเองเพื่อเป็นการรวมต้นทุนอีกทั้งยังมีการขนหมูเลี้ยงไว้ถึง 50 ตัวเลยทีเดียวโดยมีพ่อพันธุ์ 7 ตัวและแม่พันธุ์ 6 ตัวซึ่งหมูนั้นสามารถสร้างรายได้ให้พออยู่พอกินได้เป็นอย่างดีด้วย สินค้าหูนั้นก็สามารถทำน้ำอีเอ็มไวรัสกับพืชผักได้ และยังช่วยให้แมลงนั้นไม่เข้าไปรบกวนอีกและขี้หมูก็สามารถนำมาทำปุ๋ยเหมือนขี้วัวได้ด้วยเช่นกันอีกครั้งบางส่วนนั้นก็นำมาทำเป็นแก๊สหุงต้มในครัวเรือนได้อีกด้วย โดยการปลูกข้าวเหนียวและข้าวเจ้าที่ฟาร์มแห่งนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างมากและยังมีการเลี้ยงไก่ทำตามธรรมชาติเพื่อไม่ให้ไก่นั้นเครียดอีกทั้งยังมีโรงสีข้าวชุมชนขนาดกลางซึ่งรักสีข้าวให้กับชุมชนและเพื่อนบ้านในใกล้เคียงแบบไม่ต้องคิดตังและก็จะได้รำข้าวไว้เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ต่างๆอีกทั้งยังมีการรับบริการเอาข้าวมาสีให้ถึงบ้านเสร็จแล้วก็นำไปส่งซึ่งมีกระสือว่าเป็นหนึ่งทางที่สร้างความประทับใจให้กับชุมชนแห่งนี้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้มีการผลิตปุ๋ยเองที่ใช้ได้ในหมู่บ้านซึ่งประหยัดต้นทุนเป็นอย่างมากและมีสูตรผสมปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้มูลสัตว์กากน้ำตาลน้ำมันหอยนำข้าวแคลเซียมต่างๆ ซึ่งนำไปบรรจุลงกระสอบได้และเอาไปให้สมาชิกที่สั่งเอาไว้ซึ่งก็จะมีสมาชิกเหล่านั้นมารับถึงที่โดยสามารถขายได้ 500 กระสอบเลยขายกระสอบละ 350 บาทซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งรายได้ที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งบอกได้เลยว่าความของแม่ต้อยนั้นนอกจากจะสร้างรายได้ให้กับฟาร์มของตัวเองแล้วยังเพิ่มมูลค่าให้กับคนในชุมชนอีกด้วยซึ่งบอกเลยว่าดีไม่น้อยเป็นการแบ่งปันน้ำใจซึ่งกันและกันได้ดีเป็นอย่างมาก