“นาซ่า” ขายทริปทัวร์อวกาศ คนละ 1,800 ล้าน เหตุเพราะนโยบาย “ทรัมป์” ตัดงบ

"องค์การนาซ่า” เตรียมเปิดทริปพาคนท่องเที่ยวสถานีอวกาศ แต่ต้องจ่าย 1,800 ล้านบาทต่อคน พร้อมใช้ชีวิตในอวกาศนาน 30 วัน คาดจะเริ่มพาทัวร์ปีหน้า ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ รายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ องค์การนาซ่า ได้ประกาศว่ามีแผนที่จะอนุญาตให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเที่ยวชม สถานีอวกาศ นานาชาติได้ภายในปี 2020 โดยนักท่องเที่ยวสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน “เราตั้งใจเปิดเที่ยวบินสู่อวกาศกับนักบินอวกาศที่เป็นพลเมืองราว 2 ครั้งต่อปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาอยากให้มีจำนวนนักบินอวกาศที่เป็นบุคคลทั่วไปขึ้นไปได้เท่าไหร่ อาจจะจำนวนสัก 12 คน หรือขึ้นอยู่กับจำนวนที่นักท่องเที่ยวที่มีความสามารถขึ้นไปที่นั่นได้ "โรบิน เกเทนส์" รองผู้อำนวยการสถานีอวกาศนานาชาติของนาซ่ากล่าว เกเทนส์ยังระบุด้วยว่า นักบินอวกาศบุคคลทั่วไปจากประเทศอื่นๆ ก็สามารถบินขึ้นไปโดยใช้สิทธิอนุญาตของสหรัฐอเมริกาได้เช่นกัน ซึ่งหมายความว่านักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องถือพาสปอร์ตของสหรัฐอเมริกาหรือเป็นประเทศที่มีสิทธิอยู่ในสถานีอวกาศนานาชาติก็ได้ ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้มีความประสงค์ที่จะไปสถานีอวกาศนานาชาติต้องทำคือ จองโปรแกรมการฝึกสู่สถานีอวกาศ และจองที่นั่งในยานอวกาศที่สามารถให้พวกเขาอยู่ได้มากที่สุดเป็นเวลา 30 วัน โดยสิ่งที่พวกเขาทำได้ในช่วงการปฏิบัติภารกิจท่องอวกาศนั้นรวมไปถึงกิจกรรมทางธุรกิจและการตลาด ซึ่งต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของนาซ่า สำหรับ ค่าใช้จ่ายในการท่องสถานีอวกาศของหนึ่งคน จะมี “ค่าตั๋ว” ไปกลับอยู่ที่ราว 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,800 ล้านบาท

ต้องไปสักครั้ง ‘ทะเลสาบอีสาน’ โดดน้ำ นั่งแพ คลายร้อนกับวันพักผ่อนสบาย ๆ

โดยในตอนนี้ประเทศไทยนำเข้าสู่หน้าร้อนกันอย่างเต็มที่แน่นอนว่ามีใครไหนควรต้องการที่จะหาที่คลายร้อนได้อย่างแน่นอนโดยในวันนี้เราจะพาทุกคนไปมองที่คลายร้อน ไม่ใช่ทางน้ำตกและทะเล โดยสถานที่แห่งนี้ที่เราจะพาไปนั่นก็คือทะเลสาบทุ่งกุลานั่นเอ งโดยตั้งอยู่ที่ บ้านม่วงสวรรค์ ตำบลไพรขลา อำเภอชุมพลบุรีและอยู่ในจังหวัดสุรินทร์โดยสถานที่แห่งนี้เป็นอ่างเก็บน้ำหนึ่งในโครงการแก้มลิงขนาดใหญ่ที่ทางกรมชลประทานได้มีการขุดเพื่อใช้ในการเกษตรโดยเป็นพื้นที่รอยต่อของอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์และอำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยทะเลสาบทุ่งกุลาน้ำจะมีความลึกตั้งแต่ 1 ถึง 4 เมตรมีพื้นที่จำนวน 150 ไร่โดยบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำนั้นจะมีพื้นที่ทั้งหมด 750 ไร่โดยทางกรมชลประทานได้มีการขุดเสร็จและมีการโอนความรับผิดชอบให้องค์การบริหารส่วนตำบล ไพรขลา อำเภอชุมพลบุรีจังหวัดสุรินทร์ในปีพศ 2555 ซึ่งหลังจากที่ขุดน้ำก็จะมีน้ำตามธรรมชาติเข้ามาและไม่ถึงปีน้ำแห่งนี้ก็กลายเป็นสีครามอย่างไม่น่าเชื่อโดยน้ำแห่งนี้กลายเป็นน้ำกร่อย ซึ่งมีความเชื่อว่าในอดีตแถวนี้เป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์จึงทำให้กลายเป็นตัวกรองทำให้น้ำสีฟ้าใสสวยงามเหมือนดั่งน้ำทะเลไม่ผิดเพี้ยนจนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนั้นก็ผ่านขนานนามกันว่าเป็นทะเลสาบทุ่งกุลาหรือ ไพรขลาแม่น้ำสีครามนั่นเอง จึงไม่แปลกที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวตรงนี้แกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศพากันมาชมความงดงามขอสถานที่ แห่งนนี้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าหากใครมาสถานที่แห่งนี้ก็จะมีทั้งอาคารที่ทำการที่พักชมวิวต่างๆห้องน้ำและส่วนภูมิภาคที่คอยรองรับอีกทั้งยังมีเรือท่องเที่ยวแพร้านอาหารหลากหลายเมนูซึ่งจะขายอยู่ในราคาไม่แพงและมีร้านค้าอาหาร100กว่าร้านคอยบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งในแต่ละวันนั้นมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมความงามของทะเลสาบแห่งนี้ คาดว่าในช่วงเทศกาลต่างๆก็จะมีนักท่องเที่ยวแห่มาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน และความสวยงามของที่แห่งนี้ก็ มีคนเปรียบเทียบกับทะเลสาบทุ่งกุลาว่าสวยงามเหมือนท้องทะเลเพราะมีน้ำใสสีครามแถมมีบรรยากาศดีลมพัดเย็นตลอดเวลาเหมือนอยู่บ้านพักริมทะเลเลยก็ว่าได้โดยบนฝั่งนั้นก็จะมีร้านอาหารตั้งอยู่เรียงรายและมีเพลงประจำของตัวเองซึ่งทุกคนนั้นสามารถเลือกตามใจชอบได้ และนอกจากแช่น้ำเย็นๆก็ยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างมากมายเช่นปั่นเรือถีบ เล่นบานาน่าโบ๊ท ล่องแพ คาราโอเกะ ปั่นจักรยาน ซึ่งบรรยากาศทุกอย่างนั้นเหมือนมาเที่ยวทะเลอย่างไม่ผิดเพี้ยนอีกทั้งบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตกเย็นนั้นสวยงามเกินบรรยายเลยทีเดียว การเดินทาง อยู่ห่างจากจังหวัดสุรินทร์เพิ่งเดินผ่านทางผ่านอำเภอท่าตูมไปยังอำเภอชุมพลบุรีโดยมีระยะทางด่วนประมาณ 68 กิโลเมตร เวลาเปิดปิด 09.00-18.00 น.