ผักบ้าน ๆ มากสรรพคุณ ช่วยบำรุงสมอง ต้านความจำเสื่อม

โดยในวันนี้เราก็อยากจะพาทุกคนมาดูผักพื้นบ้านที่เป็นพืชผักสมุนไพรหลากหลายชนิดและทุกคนก็มารู้จักกันและมีสิทธิ์คุยอะไรกันอยู่แล้วโดยรูปแบบผักสมุนไพรที่อยู่ในรูปแบบของพืชผักสวนครัวนั้นก็จะมีทั้งมะกรูด มะนาว กระชา ยตะไคร้ข่า พริกขี้หนู นอกจากนี้ก็ยังมีพืชพื้นบ้านอื่นๆอีกหลายชนิดที่มีสรรพคุณมากมายและในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะมานำเสนอ 10 ผักสวนครัวพี่มีคุณประโยชน์ต่อเรากัน 1.ผักหวานเป็นผักที่นิยมนำไปนึ่งจิ้มกินกับน้ำพริกไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกจากสารพัดชนิดใช้ทำแกงได้อร่อยเป็นอย่างมากคนอีสานนิยมนำไปแกงใส่ไข่มดแดงถือเป็นอาหารยอดฮิตนักเรียนทางเหนือก็นิยมนำไปแกงผักหวานใส่ปลาย่างกับคุณเต้นเป็นผักที่มีรสชาติหวานอร่อยสามารถทำเมนูได้หลากหลายชนิด โดยประโยชน์ของผักหวานนั้นก็สามารถช่วยในเรื่องของการป้องกันเกี่ยวกับระบบประสาทสมองป้องกันโรคอัลไซเมอร์โรคมะเร็งโรคหัวใจขาดเลือดโรคเบาหวานลดความอ้วนช่วยบำรุงร่างกายต่อต้านอนุมูลอิสระแก้อาการร้อนในลดไข้แก้น้ำดีพิการแก้อาการเบื่อเมาแก้บรรเทาอาการปวดมดลูกแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย 2. ผักกูดเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่นิยมนำมากินกันอย่างรักหลายสามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลายและอร่อยเป็นอย่างมากโดยคุณระโยชน์ของมันมันก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและเบต้าแคโรทีนทหารนำผักกูดมาต้มเป็นน้ำดื่มสามารถช่วยอาการตัวร้อนได้ 3.ใบชะพลูเป็นพืชผักชนิดหนึ่งที่นิยมมากินกับอาหารรสแซ่บไม่ว่าจะเป็นน้ำตกลาบปลาย่างรวมถึงน้ำพริกต่างๆทั้งยังเป็นเครื่องปรุงที่เสริมรสชาติอาหารได้อย่างอร่อยแนะนำมาทำเมนูได้อย่างหลากหลายโดยประโยชน์ของมันมันก็จะช่วยในเรื่องของบำรุงธาตุขับลมและแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ 4.ใบบัวบกใบบัวบกนะมีรสชาติของอ่อนๆแต่มีกลิ่นหอมสามารถเป็นพืชที่กินสดได้จึงกลายเป็นผักแกล้มอาหารรสเข้มข้นต่างๆนอกจากนี้ยังนำมาคั้นเป็นน้ำผสมน้ำตาลเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่ให้รสหวานหอมชุ่มคอและระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีโดยคุณนะประโยชน์ของมันมันก็จะมีเรื่องของบำรุงสมองบำรุงหัวใจแก้ไมเกรนและแก้ช้ำในอีกทั้งยังมีความเชื่อที่ว่าเป็นยาอายุวัฒนะและยังช่วยเสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนด้วย ยังช่วยเพิ่มความจำให้กับผู้สูงอายุทำให้แก้โรคสมาธิสั้นช่วยเพิ่มสมาธิแก้อาการปวดหัวศีรษะข้างเดียวแก้อาการวิงเวียนศีรษะได้เป็นอย่างดี 5.ผักปลังเป็นผักที่นิยมนำมาลวกหรือนึ่งสุกและจิ้มกินกับน้ำพริกโดยสามารถนำไปกินกับน้ำพริกได้อย่างหลากหลายหรือสามารถเอาไปแกงไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลายได้ด้วยเช่นกันเหมาะมากสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาในเรื่องของการขับถ่ายเพราะผักชนิดนี้จะช่วยในเรื่องของการระบายได้เป็นอย่างดี 6.ไหลบัวสามารถนำมาทำอาหารอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นผักสดหรือทำเป็นส้มตำหรือนำมาแกงส้มหรือผัดก็ได้ซึ่งถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะเป็นยาเย็นช่วยบำรุงร่างกายแก้อาการอ่อนเพลียบำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดี 7. ผักแพวนิยมกินเป็นผักสดแหนมกับอาหารรสจัดทุกชนิด และสามารถนำมาตัดกิ่งกลิ่นคาวปลาได้เป็นอย่างดีโดยประโยชน์นั้นอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายชะลอวัยและต่อต้านโรคมะเร็งอีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและทำให้รับประทานอาหารได้ง่ายขึ้นและช่วยบำรุงประสาทอีกทั้งยังช่วยทำให้เลือดลมในร่างกายเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น 8. ใบยอ ถือเป็นพืชผักอีกชนิดหนึ่งที่มีบทบาทอย่างมากในอาหารไทยในทั่วทุกภาคโดยหลายคนนั้นมาจากนิยมเอามาเป็นกระทงห่อหมกซึ่งมีความอร่อยที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีบางคนก็เอาไปแกงอ่อมใบยอโดยคุณประโยชน์ของมันนั้นก็จะสามารถช่วยบำรุงร่างกายแก้อาการปวดท้องท้องร่วงได้เป็นอย่างดี 9. ย่านาง เป็นพืชผักอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทำแกงต่างๆไม่ว่าจะเป็นแกงหน่อไม้ไผ่ป่าซุปหน่อไม้แกงขี้เหล็กและย่านางนั้นยังช่วยชูรสชาติอาหารจานนั้นให้อร่อยมากยิ่งขึ้นและมีคุณประโยชน์ในเรื่องของการดับพิษร้อนถอนพิษไข้ 10. หัวปลีกล้วย สามารถนำมากินได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นแบบสดหรือกินกับเต้าเจี้ยวหลนกะปิคั่วผัดไทยชุบแป้งทอดก็อร่อยทั้งนั้นอีกทั้งหัวปลีนั้นยังเป็นอาหารยอดนิยมที่คนนำมารับประทานเพื่อลดน้ำหนักกันอีกด้วยซึ่งประโยชน์ของมันนั้นก็ช่วยในเรื่องของการรักษาโรคโลหิตจางลดความดันโลหิตแก้ร้อนในและแก้กระหายน้ำอีกทั้งยังบำรุงฟันให้ฟันแข็งแรงและทำให้ฟันขาวสะอาดเบาะอย่างมากสำหรับแม่ลูกอ่อน พี่กำลังให้นมบุตรเพราะกำลังช่วยในเรื่องของการบำรุงน้ำนมและยังเป็นเกราะป้องกันกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังรักษาโรคเบาหวานช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดีบำรุงธาตุบำรุงเลือดเพิ่มความเปล่งปลั่งทำให้ผิวพรรณดูมีเลือดฝาดดีอย่างมากต่อผู้ป่วย

ลูกที่มีโอกาสได้ดูแลพ่อแม่ ถือว่าเป็นคนมีบุญที่สุดแล้ว

คนเราเกิดมาได้เพราะมีพ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิดฉะนั้นเราจึงถือว่าทั้งสองถือผู้ที่มีพระคุณที่สุดในชีวิตเพราะทำให้เราเติบโตมาจากนั้นเมื่อเราเติบโตมาสิ่งที่เราควรจะทำคือคอยดูแลท่านเพราะท่านคอยสั่งสอนให้เราเป็นคนดีของสังคมและการตอบแทนบุญคุณก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมควรที่จะทำรวมถึงผู้ใหญ่บางคนที่มีพระคุณต่อเราไม่ว่าจะเป็นปู่ย่าตายายหรือญาติพี่น้องคนอื่นๆที่เขาดูแลเราแทนพ่อแม่ ด้วยพ่อแม่ถึงเป็นต้นแบบทางกายและเป็นสิ่งจำเป็นในการทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในโลกมีคุณค่าที่สูงขึ้นนอกจากนี้คนเป็นพ่อเป็นแม่ยังเป็นต้นแบบทางใจที่คอยให้ความอุปการะเลี้ยงดูเฝ้าฟูมฟักทะนุถนอมและอบรมสั่งสอนให้เกิดกิริยาที่มีและมารยาทอีกทั้งยังให้ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมแก่ลูกๆฉะนั้นพ่อและแม่นั้นก็เป็นต้นแบบทั้งกายและใจให้กับเรา กินข้าวอบรมเลี้ยงดูเรามาเป็นต้นแบบทางใจก็จะยิ่งมีพระคุณมากเป็นอเนกอนันต์ โดยการตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่นั้นสามารถทำได้แม้จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปบ้างเลี้ยงดูตามกำลังทรัพย์คอยดูแลยังเจ็บไข้ได้ป่วยพาไปเที่ยวพักผ่อนบ้างหรือซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็น สำหรับใครที่ไม่ได้มีกำลังทรัพย์มากเพียงแค่ปฏิบัติดูแลท่านก็ถือว่าเป็นอานิสงส์ผลบุญใหญ่และนอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายวิธีที่ทำให้ลูกนะสามารถตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้ ฉะนั้นเราควรจะตอบแทนบุญคุณคนเหล่านี้ตามหลักมงคลที่ 11 ในเรื่องของการบำรุงบิดามารดาโดยสามารถออกแบ่งออกเป็น 2 ช่วงได้ดังนี้ ช่วงที่ 1 หากพ่อแม่หรือผู้มีพระคุณมีชีวิตอยู่ก็ให้ทำการช่วยเหลือในเรื่องกิจการคอยดูแลเมื่อยามแก่ชราและคอยเอาใจใส่ ช่วงที่ 2 หากพ่อแม่หรือผู้มีพระคุณได้ล่วงลับจากไปให้ทำการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับท่านอย่างสม่ำเสมอ และการที่เราเป็นลูกนั้นเราควรจะเป็นลูกที่กตัญญูกตเวทีและสนองพระคุณทั้งหมดนี้ได้โดยการที่เราจะสามารถกระทำดังกล่าวให้กับพ่อแม่ได้ดังนี้ -หากพ่อแม่หรือผู้มีพระคุณยังไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาต้องพยายามชักนำให้ท่านอยู่ในศรัทธาให้จงได้ -หากพ่อแม่หรือผู้มีพระคุณไม่พร้อมด้วยการให้ทานก็พยายามชักนำให้ท่านยินดีในการบริจาคการ -หากพ่อแม่หรือผู้มีพระคุณยังไม่มีสินก็พยายามชักนำให้ทานรักษาศีล -หากพ่อแม่หรือผู้มีพระคุณยังไม่รู้จักการทำสมาธิภาวนาก็พยายามชักจูงท่านให้ทำสมาธิภาวนา นอกจากนี้หากใครนั้นได้ทำการดูแลพ่อแม่และอานิสงส์ของการดูแลพ่อแม่และผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเรามานั้นก็จะได้กลับมาอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น ทำให้มีความอดทน / เป็นคนที่มีสติรอบคอบ / ทำให้เป็นคนที่มีเหตุผล / ทำให้พ้นทุกข์ / ทำให้พ้นภัย / ทำให้ได้ลาภ / แคล้วคลาดปลอดภัยในยามคับขัน / เทวดาลงมาพิทักษ์รักษ / าผู้กระทำได้รับการยกย่องสรรเสริญ / ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า / หากมีลูกก็จะได้ลูกที่ดี / ทำให้พบเจอแต่ความสุขและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง

เปิดชีวิตหมวดวิชัย ใคร ๆ ก็ว่าบ้า ปลูกไปแล้วกว่า 3 ล้านต้น

โดยล่าสุดมีที่ตึกผู้ป่วยอาคาร 4 ชั้น 3 เตียง 1 ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ทาง ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ ซึ่งเป็นคนที่ปลูกต้นไม้ชื่อดังมานอนพักรักษาตัวมา แล้ว 2 วันโดยทางแพทย์ รพ.ขุขันธ์ ซึ่งได้มีการส่งตัวต่อมาที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ เนื่องจากว่าทางโรงพยาบาลขุขันธ์ไม่มีแพทย์ที่จะสามารถรักษาโรคเฉพาะทางได้ เพราะ ร.ต.ต.วิชัย ป่วยเป็นโรคหัวใจวายจำเป็นจะต้องให้แพทย์เฉพาะทางทำการรักษาเท่านั้นซึ่งในตอนนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดโดยตามแขนและขามีสายน้ำเกลืออยู่จะไปหมดซึ่งจะได้มีนาย ภัทรวุฒิ สุริยุทธ ผู้เป็นลูกชายคอยดูแลตลอดเวลาและทางโรงพยาบาลศรีสะเกษก็มีการรักษาอย่างเต็มที่ โดยทางคุณวิชัยนักปลูกต้นไม้ชื่อดังของประเทศไทยได้มีการกล่าวว่าก่อนหน้านี้ตัวผู้ป่วยเป็นโรคไตวายต้องทำการฟอกไต สัปดาห์ ละ 3 ครั้ง ซึ่งผลจากการฟอกไตบ่อยๆทำให้เป็นโรคหัวใจวายเพราะหัวใจขาดเลือดจึงให้มารักษา ตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษนานประมาณ 5 วันจึงทำให้ต้องหยุดพักกิจกรรมต่างๆเกี่ยวกับการปลูกต้นไว้เพื่อรักษาตัวเอง ส่วนในเรื่องของการปลูกต้นไม้นั้นในขณะนี้ทางคุณวิชัยได้มีมือซ้ายและมือขวามาเข้าร่วมในการปลูกป่านั่นก็คือ นายเสริมศักดิ์ กล้วยนิตย์ และนายถวัลย์ แสนภู่ โดยได้ทำการปลูกต้นตาลทดแทนต้นที่ตัดสินใจเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าไปกรีดขวางการก่อสร้างคลองส่งน้ำและขยายถนนคลองหมู่บ้านในหลายๆแห่ง โดยการปลูกต้นไม้ที่ทำอยู่นี้เป็นการดำเนินตามโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองโดยคนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จักแต่ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นโครงการเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นโครงการที่คล้ายกันและมีการสอนให้คนรู้จักการใช้จ่ายอย่างประหยัดและการทำเกษตรเพื่อให้พออยู่พอกินและปลูกป่าให้ความชุ่มชื้นแก่แผ่นดินโดยนับตั้งแต่ปี 2548 ได้มีการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 2 ล้านต้นและมีการคาดการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะคุณวิชัยได้สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะปลูกต้นไม้ไปจนตาย โดยประวัติความเป็นมาของดาบวิชัยนั้นตัวเขาเป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 6 คนมีครอบครัวฐานะยากจนพ่อแม่เป็นชาวนาแต่ก็พยายามผลักดันให้ดาบวิชัยได้ร่ำเรียนหนังสือจนกระทั่งคุณแม่ที่จากไปตอนที่เรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

แบ่งปัน! คู่มือการทำบุญบ้าน ต้อนรับปีใหม่ เสริมสิริมงคลให้กับตัวเองและคนในครอบครัว ตลอดทั้งปี

ซึ่งอีกไม่กี่วันนี้ก็จะเข้าสู่ปีใหม่แล้วแน่นอนว่ามีใครหลายคนนั้นก็มีความคิดที่อยากจะทำบุญบ้านเพื่อเสริมสร้างสิริมงคลให้กับบ้านและคนในบ้านนั่นเองด้วยการทำบุญบ้างนั้นก็เป็นการหมายถึงการแสดงความเคารพสึกความเคารพต่อพระรัตนตรัยและเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับเหล่าเทวดาเจ้าที่เจ้าทางที่อาศัยอยู่ในหน้าที่แห่งนั้นเพื่อให้บ้านของเราร่มเย็นเป็นสุขต่อผู้อยู่อาศัยทุกคน และสำหรับการนิมนต์พระนั้นสามารถนิมนต์ได้ตามประเพณีซึ่งจะใช้เป็นเลขที่ตั้งแต่เลข 5 เลข 7 และเลข 9 ถ้าบ้านไหนมีพื้นที่ในการทำบุญมากนิยมใช้การนิมนต์พระจำนวน 9 รูปจะเหมาะสมมากที่สุด สำหรับวันดีของการทำบุญบ้านนั้นก็เป็นฤกษ์สะดวกซะมากกว่าอาจจะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เจ้าของบ้านและหมู่ 5 สามารถมารวมตัวกันได้แต่ก็มีบางโบราณบางตำรามีความเชื่อที่ว่าไม่ควรทำในวันเสาร์เพราะเชื่อกันว่าเป็นวันแห่งโทษทุกข์รวมถึงดาวเสาร์จัดเป็นดาวแห่งบาปเคราะห์แล้วถ้าหากวางบ้านดูปฏิทินประกอบจะ เรือวันที่ตรงกับวันธงชัยซึ่งถือเป็นวันฤกษ์ดีเหมาะสมกับสิ่งดีๆให้เข้ามาในบ้านและที่สำคัญควรนิมนต์พระล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน สำหรับพิธีการทำบุญบ้านใหม่สามารถเลือกได้ว่าจะถวายภัตตาหารเช้าหรือเพลได้โดยการถวายภัตตาหารเช้านั้นให้เริ่มตั้งแต่เวลา 07:30 นหรือหากถวายเป็นอาหารเพลก็เริ่มตั้งแต่เวลา 10.30 นแต่อย่างไรก็ตามเวลาอาจจะยืดหยุ่นได้ตามศาสนกิจของพระที่เราได้ทำการนิมนต์มาด้วย สำหรับบทสวดการทำบุญขึ้นบ้านใหม่นั้นเจ้าของบ้านจำเป็นจะต้องเตรียมนำ บทสวดต่อหน้าพระก็มีตั้งแต่บทบูชาพระรัตนตรัยและบทกราบนมัสการพระรัตนตรัย บทอาราธนาศีล 5 บทสมาทานศีล บทอาราธนาพระปริต ส่วนในเรื่องของการจัดเตรียมสถานที่ควรทำความสะอาดบ้านให้สะอาดจัดให้เป็นระเบียบกำหนดมุมที่จัดวางโต๊ะหมู่บูชาพื้นที่ที่ใช้สำหรับสงฆ์จะต้องเป็นมุมที่ไม่แขวนประดับภาพใดๆเหนือศีรษะพระภิกษุสงฆ์เด็ดขาด อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมนั้นก็จะมี -โต๊ะหมู่บูชาเป็นการจัดเพื่อแสดงความเคารพในพระรัตนตรัย The จำเป็นต้องมีพระพุทธรูปที่เป็นพระประธาน สามารถจัดวางได้ตามความเหมาะสมของสถานที่โดยจะต้องวางไว้ทางด้านขวามือของพระสงฆ์องค์ที่ 1 ไม่ควรตั้งอยู่ใต้บันไดหรือหน้าห้องน้ำ - อาสนะ สามารถยืมจากวัดได้โดยจะต้องจัดให้มีระยะห่างพอดีไม่คิดกันจนเกินไปคำนึงถึงการวางข้าวของเครื่องใช้ของพระสงฆ์ด้วย -อาหารสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชุดอันได้แก่ชุดบูชาข้าวพระพุทธสำหรับพระสงฆ์ตามจำนวนและสำหรับเจ้าที่เจ้าทางหนัง -ของถวายสังฆทานถวายได้ทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภครวมถึงปัจจัยหรือภาพไปหลายผืน - อุปกรณ์ในการเจิมและการประพรมน้ำพุทธมนต์เพื่อทำเป็นขั้นตอนสุดท้ายของพิธีโดยเจ้าของบ้านฝ่ายชายจะต้องถือขันน้ำมนต์นำไปให้พระสงฆ์ตามห้องต่างๆเพื่อทำการประมงและปิดท้ายด้วยการเจิมมประตู สำหรับงบประมาณในการทำบุญบ้านนั้นหากเป็นพิธีเล็กๆที่มีแต่คนในครอบครัวก็จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 5,000 บาทแต่หากมีวิธีใหม่ใหญ่ขึ้นอาจจะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นบาทซึ่งเจ้าของนั้นควรจะพิจารณาพิจารณาความเหมาะสมและจุดประสงค์ในการทำพิธีขึ้นบ้านใหม่โดยแท้จริง สำหรับการเชิญแขกที่เข้าร่วมงานบุญบ้านนั้นในกรณีที่เป็นการทำบุญบ้านหาเจ้าภาพที่จัดงานแยกกับครอบครัวออกมาบุคคลสำคัญที่ควรระลึกถึงและควรเชิญมาเป็นอันดับแรกนะก็คือพ่อและแม่ของเราหากท่านไม่ได้อยู่แล้วก็ควรทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ท่านเพราะเป็นการแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่เพราะพ่อแม่คือความเป็นสิริมงคลอันสูงสุด สำหรับขั้นตอนการทำพิธีทำบุญบ้านนั้น เริ่มตั้งแต่นิมนต์พระเข้าไปยังสถานที่ที่เราจะเตรียมเอาไว้ทำการถวายน้ำและสนทนาทางจากนั้นก็เริ่มพิธีเมื่อถึงเวลาที่ต้องการทำการจุดเทียนธูปที่โต๊ะหมู่บูชาและจากนั้นประธานฝ่ายเจ้าบ้านทำการจุดเทียนโดยเริ่มจากทางด้านขวาของพระพุทธ ก่อนแล้วตามด้วยเขียนด้านซ้ายและจุดธูปตามลำดับ จากนั้นก็ทำการกราบพระพุทธรูปแบบเบญจางคประดิษฐ์ประธานฝ่ายเจ้าบ้านทำการกล่าวบูชาพระรัตนตรัยอาราธนาศีล 5 ฝ่ายจากนั้นเจ้าบ้านก็กล่าวตามพระสงฆ์ในบทสมาทานศีลกว่าเจ้าบ้านกล่าวด้วยบทอาราธนาพระปริตร และจากนั้นประธานฝ่ายเจ้าบ้านทำการจุดเทียนสำหรับทำน้ำพุทธมนต์เมื่อพระสงฆ์สวดถึง “อเสวนา จ พาลานัง”

ทำบุญปีใหม่ด้วยการขอขมาพ่อแม่ ไม่ต้องไปวัดก็ได้บุญใหญ่

สำหรับใครที่อยากจะเริ่มอะไรใหม่ๆในช่วงปีใหม่นี้แล้วก็จะขอทุกคนมาลองทำการขอขมาพ่อแม่การดูซึ่งการขอขมาพ่อแม่และโอกาสอันสำคัญที่ลูกทุกคนนั้นควรจะทำก่อนที่จะเกิดการสายเกินไปโดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะพาทุกคนมาดูวิธีการขอขมาพ่อแม่แบบครบทุกขั้นตอนมาฝากกันแบบละเอียดโดยเฉพาะกับใครที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองนั้นทำอะไรก็ไม่สำเร็จมีอุปสรรคขัดขวางอยู่ตลอดเวลาก็อยากจะให้ลองทำการขอขมาพ่อแม่ดูสักครั้งแล้วไม่แน่ชีวิตของคุณนั้นอาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นบ้างก็ได้ แน่นอนว่าคนเป็น,ลูก ก็มักจะมีกรรมของลูกที่กระทำต่อพ่อแม่และในฐานะลูกอาจจะเป็นการคุ้นชินในการให้อภัยพ่อของพ่อแม่ เพราะไม่ว่าลูกจะทำตัวแย่สักแค่ไหนพ่อแม่ก็จะให้อภัยที่สุดแต่ใครหลายๆคน ก็อาจจะลืมไปว่าบางครั้งการกระทำของเรานั้นอาจสร้างรอยแผลไว้ให้กับท่านซึ่งเป็นการก่อกรรมโดยที่ไม่รู้ตัวยกตัวอย่างเช่น ชอบเถียงพ่อแม่ ชอบทำสิ่งที่กระเทือนใจพ่อแม่ ทำให้พ่อแม่รู้สึกเสียใจ ร้องไห้ ไม่ดูแล สร้างแต่ปัญหาชอบขโมยของที่เป็นสมบัติของพ่อแม่ ชอบด่าว่า กล่าวคำล่วงเกิน ทำร้ายร่างกายและจิตใจของพ่อแม่ และแน่นอนว่าการกระทำเหล่านี้ก็มีลูกหลายๆคนเคยทำไปแบบไม่ทันตั้งตัวเพื่อทำลงไปและหากใครรู้ตัวก็หยุดกระทำกรรมนั้นได้โดยเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ซึ่งนั่นก็คือการขอขมาพ่อแม่นั้นเอง สำหรับอานิสงค์ของการขอขมาพ่อแม่นั้นก็มีอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปสรรคใดในชีวิตก็สามารถผ่านไปได้และมักจะได้รับโอกาสดีๆในเรื่องของการงานหากถึงคราวเคราะห์ร้ายขึ้นมาก็จะมีผู้อุปถัมภ์คอยช่วยเหลืออยู่เสมอและได้รับความรักที่ดีและความอบอุ่นและยังทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้าไม่ว่าทั้งทางโลกหรือทางธรรม และวิธีการขอขมาพ่อแม่นั้นก็สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบเพราะมีหลากหลายตำราและหลากหลายรูปแบบแต่อย่างนั้นก็มีความใกล้เคียงกันและสาระสำคัญนั่นก็คือการสำนึกด้วยใจจริงว่ากระทำสิ่งใดที่ไม่ดีต่อพ่อแม่ก็ทำการขอขมาอย่างจริงใจตลอดจนตั้งใจว่าจะไม่ทำเช่นนั้นอีกให้ครบถ้วนคำว่าพิธี กาย วาจา ใจนั่นเอง แบบที่ 1 อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมนั้นก็จะมีธูปเทียนแพ 1 ชุดและพวงมาลัยที่มีดอกมะลิด้วยก่อนที่จะทำการขอขมาควรบอกท่านให้รู้ก่อนว่าวันนี้เราจะทำมาทำพิธีขอขมาต่อพ่อแม่โดยต้องบอกท่านว่าหลังจากที่เราทำการขอขมาแล้วให้ท่านพูดว่าจะอโหสิกรรมให้กับลูกในทุกๆเรื่องซึ่งก็ถือว่าเป็นการคบวิธีโดยสามารถกล่าวตามพิธีได้ดังนี้ "กายะกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส ที่ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) ประมาทพลาดพลั้งทำผิดมาในชาตินี้ ตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน (หากนึกได้ว่าเคยทำสิ่งใดไว้ เช่น เคยเถียงท่าน เคยดื้อไม่เชื่อฟัง เคยทำร้ายจิตใจท่านเรื่องใด ควรบอกให้หมด) ลูกได้สำนึกแล้วในกรรมนั้น ขอให้คุณพ่อ และคุณแม่ อโหสิกรรมให้กับลูกทุกเรื่องนะคะ/นะครับ" และตอนท้ายของการกล่าว ให้คุณพ่อ คุณแม่พูดว่า "ขออโหสิกรรมให้กับลูกในทุกๆเรื่อง" เป็นอันจบพิธี แบบที่ 2 สิ่งที่ต้องเตรียมนั้นก็จะมีอาหารที่คุณพ่อแม่ชอบทาน กะละมังใส่น้ำอุ่น สบู่สำหรับล้างเท้า ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กไว้เช็ด

กรมทางหลวง เปิดเส้นทางเลี่ยงรถติด ช่วงปีใหม่ ถึงบ้านเร็วก่อนใคร ๆ

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วกับเทศกาลในช่วงของปีใหม่ที่ใครหลายๆคนกำลังรอคอยกันอยู่ซึ่งแน่นอนว่ามีใครหลายคนไม่น้อยกำลังมองหาช่องทางและวางแผนในเรื่องของการเดินทางซึ่งในเรื่องของการเดินทางนั้นจำเป็นจะต้องวางแผนให้เป็นอย่างดีไม่อย่างนั้นคุณอาจจะอารมณ์เสียกับเทศกาลที่มีรถติดยาวอย่างแน่แท้และในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะพาทุกคนมาดูเส้นทางในการหลีกเลี่ยงรถติดในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้บอกเลยว่าควรเตรียมกระดาษมาจดไว้อย่างด่วนพอจะอาจจะทำให้คุณสามารถเลี่ยงช่วงที่รถติดได้ เส้นทางที่เลี่ยงรถติดในทางภาคเหนือ -ใช้ถนนวิภาวดีรังสิตทางหลวงหมายเลข 31 หรือทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์เข้าไปยังถนนพหลโยธินจนไปถึงต่างระดับบางปะอินจากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสายเอเชียหรือทางหลวงหมายเลข 32 เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์และเดินทางเข้าสู่ทางภาคเหนือ -จากถนนรัตนาธิเบศร์สาย 32 ไปถึงต่างระดับบางใหญ่จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษกจนถึงต่างระดับบางบัวทองและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรีทางหลวงหมายเลข 340 ผ่านเข้าไปยัง จังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดชัยนาทเข้าไปยังเส้นสายเอเชีย ที่อำเภอมโนรมย์มุ่งสู่จังหวัดนครสวรรค์เพื่อไปยังภาคเหนือ -จากถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนตะวันตกไปจนถึงต่างระดับเชียงรากน้อยจากนั้นก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่สายบางปะอิน-บางปะหันทางหลวงหมายเลข 347 และเข้าเส้นสายเอเชียที่อำเภอบางปะหันเพื่อเดินทางไปยังภาคเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติดที่นครสวรรค์ -จากต่างระดับอินทร์บุรีและทำการเลี้ยวขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านอำเภอตากฟ้าท่าตะโก สากเหล็ก จนถึงสามแยกวังทองและเลี้ยวซ้ายมุ่งสู่จังหวัดพิษณุโลก -เมื่อถึงแยกเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ให้ทำการเลี้ยวซ้ายใช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ทางหลวงหมายเลข 122 จนถึงสามแยกหนองตะโกและทำการเลี้ยวซ้ายเข้าไปจังหวัดกำแพงเพชรหรือเลี้ยวขวาเข้าไปยังจังหวัดพิษณุโลก เส้นทางเลี่ยงรถติดทางภาคอีสาน -จากถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนตะวันตกมุ่งสู่ต่างระดับบางปะอินจากนั้นเข้าถนนพหลโยธินและมุ่งสู่สระบุรีเพื่อไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - จากถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนตะวันออกมุ่งไปยังทางต่างระดับบางปะอินจากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนพหลโยธินทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อมุ่งสู่สระบุรีเพื่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - จากต่างระดับรังสิตไปตามถนนรังสิตถนนองครักษ์สาย 305 ตรงไปยังจังหวัดนครนายกและทำการเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสุวรรณศรทางหลวงหมายเลข 33 จากนั้นก็มุ่งสู่ของอำเภอกบินทร์บุรีเมื่อถึงสี่แยกกบินทร์บุรีให้ทำการเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกบินทร์บุรีปักธงชัยทางหลวงหมายเลข 304 เพื่อไปยังจังหวัดนครราชศรีมา -ให้ทำการใช้ถนนรามอินทรา- สุวินทวงศ์ทางหลวงหมายเลข 304 ทำการผ่านจังหวัดฉะเชิงเทราพนมสารคามกบินทร์บุรีปักธงชัยเพื่อไปยังทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติดสระบุรี -จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี ให้ทำการเลี้ยวขวาเข้าไปยังถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันออกหรือทางหลวงหมายเลข 362 เพื่อบรรจบกับถนนมิตรภาพแล้วทำการเลี้ยวขวาเพื่อมุ่งสู่จังหวัดนครราชสีมา -จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันตกทางหลวงหมายเลข 362 เพื่อบรรจบไปยังทางหลวงหมายเลข 21 มุ่งหน้าไปทางจังหวัดเพชรบุรีจากในเมื่อถึงแยกอำเภอท่าหลวงจังหวัดลพบุรีทำการเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2

เปิดให้พักฟรี ๆ 40 แห่ง! ทางหลวง จัดจุดบริการกางเต็นท์ทั่วไทย รับการท่องเที่ยวปีใหม่ 63

สำหรับใครที่กำลังมีแพลนจะไปเที่ยวเชียงใหม่ชมดอยและกางเต็นท์นอนชมวิวแล้วก็ในตอนนี้ทางนายอภิสิทธิ์ พรหมเสน รองอธิบดีกรมทางหลวง จะได้มีการเปิดเผยว่าในตอนนี้กรมทางหลวงได้มีการจัดเตรียมบริการลานกางเต็นท์ และลานจอดรถสำหรับประชาชนที่ต้องการมาท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ภายในพื้นที่หมวดทางหลวงทั่วประเทศจำนวน 17 จังหวัด หรือประมาณ 40 แห่งโดยเป็นการอำนวยความสะดวกและรับรองการท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ โดยประชาชนที่ต้องการจะพักค้างคืนก็สามารถแวะเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้นซึ่งมีรายละเอียดจุดบริการลานกางเต้นท์ดังนี้… 1.เชียงใหม่ 3 แห่ง -หมวดทางหลวงจอมทอง จอมทอง-ดอยอินทนนท์ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในบริเวณใกล้เคียงอุทยานแห่งชาติ / ทล.1009 กม.ที่ 31+450 -หมวดทางหลวงแม่แตง หนองโค้ง-กิ่งคอหมา สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบริเวณใกล้เคียง อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง / ทล.1095 ทล.ที่ 14+584 ตอน -หมวดทางหลวงเชียงดาว แม่ทะลาย-หัวโท สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบริเวณใกล้เคียง ถ้ำเชียงดาว ทล.107 กม.ที่ 84+215 ตอน 2.ลำปาง 2 แห่ง -หมวดทางหลวงสบปราบ สบปราบ-เกาะคา / ทล.1 กม.ที่650+917 -หมวดทางหลวงห้างฉัตร แยกภาคเหนือ-ขุนตาน / ทล.1 กม.ที่

เศรษฐีใจบุญ แจกข้าว-แจกน้ำ คนยากจน วันละ 400-500 ห่อ

ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับนางอัมพาพันธ์ อมรวานิชย์หรือคุณจ๋าในวัยอายุ 61 ปี ที่ตัวเธอนั้นเป็นนักธุรกิจเจ้าของห้างผ้าโชคดีที่อยู่ในบริเวณถนนชุมพลอำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราชตัวเธอนั้นได้มีการนำเข้าสวยพร้อมน้ำพริกไข่ต้มเมนูเจต่างๆวันละ 300 กล่องมาแจกให้กับประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะกับประชาชนที่มีรายได้น้อยในบริเวณหน้าห้างผ้าโชคดีของตนเอง โดยนางอัมพาพันธ์พร้อมกับพนักงานจำนวนหนึ่งได้มีการนำข้าวหอมมายืนตั้งโต๊ะอยู่บริเวณหน้าห้างผ้าโชคดีจากนั้นก็ทำการแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไปที่เดินผ่านไปผ่านมาโดยได้มีการทำอาหารแจกในทุกๆวันในช่วงเวลา 11:00 นจนถึง 12:00 นยกเว้นวันอาทิตย์ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้มารับอาหารจะหมดภายใน 15 ถึง 20 นาทีโดยเมนูอาหารนั้นจะเปลี่ยนไปเรื่อยแต่จะเน้นเป็นอาหารมังสวิรัติและก่อนหน้านี้เคยตั้งเป็นโรงทานที่หน้าห้ามพลาดแต่ก็มีปัญหาในเรื่องของจราจรจึงไม่สามารถตั้งได้และเปลี่ยนมาทำอาหารใส่ห่อมาแจกแทน คุณจ๋านั้นไม่มีการกล่าวว่าตัวเองรู้สึกว่าได้อะไรจากสังคมมามากพอแล้วจึงอยากจะหาเรื่องตอบแทนสังคมบ้างภาวะสังคมนั้นยังต้องการตามกฎการเติมและไม่คิดว่าให้อะไรแล้วจะต้องได้อะไรกลับมา แค่คิดว่าทำอะไรแล้วสุขใจก็พอด้วยทำอย่างนี้มานานกว่า 3 ปีแล้วและต้องการที่จะแจกต่อไปเรื่อยๆโดยค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหารน้ำตกอยู่ที่วันละ 3,000 บาทจะเหลือเดือนละ 1 แสนบาทเศษ โดยตัวแทนที่มีการเล่าถึงชีวิตครอบครัวว่าในตอนนี้สามีของเธอเสียชีวิตไปแล้วหลายปีและมีบุตรชาย 1 คนอายุ 40 ปีโดยในปัจจุบันบุตรชายคนนี้ก็มาช่วยในเรื่องของการบริหารธุรกิจครอบครัวซึ่งลูกชายและพนักงานต่างๆก็รู้สึกสงสารตนเพราะเห็นว่าตนนั้นเหนื่อยกับการเตรียมอาหารแจกจ่ายควรเป็นอย่างมากแต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เธอนั้นมีความสุขกันอย่างมากซึ่งลูกชายและพนักงานจึงยอมทำเหมือนเดิมนะหันมาช่วยในเรื่องของการจัดเตรียมอาหารในทุกๆวัน โดยอาหารในแต่ละวันก็จะมีกับข้าว 1 อย่างพร้อมกับผลไม้และมีการเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆในแต่ละวันไม่ซ้ำกันหากพบว่าครอบครัวไหนยากจนคุณจ๋าก็จะมีการมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับคนคนนั้นไปด้วยซึ่งก็มีประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้ามารับอาหารก็ต่างยกย่องชื่นชมและอวยพรให้นำพระพรมีความสุขและความเจริญยิ่งยิ่งขึ้นไป และร้านค้าพาโชคดีนั้นเป็นห้างผ้าเก่าแก่ที่จำหน่ายผ้าทุกชนิดและอยู่คู่กับจังหวัดนครศรีธรรมราชมานานกว่า 35 ปีซึ่งตั้งอยู่ในการธุรกิจใจกลางเมืองในจังหวัดนครศรีธรรมราชแห่งนี้โดยมีธุรกิจในเครือมูลค่ารวมหลายพันล้านบาทซึ่งมีนางอัมพาพันธ์เป็นประธานกรรมการและเจ้าของกิจการไม่ว่าจะเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างผ้าโชคดี / บริษัทอัมพาพันธ์จำกัด / บริษัท อมรวานิชย์ จำกัด / บริษัท โชคดีเอสเตรสกรุ๊ป จำกัด

กราบหัวใจ! ครูผู้เสียสละ ร.ร.สุดยากจน หาเงินให้เด็กเรียนฟรี-กินฟรี-อยู่ฟรี

โดยกว่า 13 ปีที่โรงเรียนวิชาวดีซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดให้เด็กเข้ามาเรียนฟรีกินฟรีได้อยู่ฟรีโดยไม่ต้องเสียตังค์สักบาทซึ่งเรียกว่าเป็นการกระทำของแม่พิมพ์ของชาติพี่ต้องการจะส่งต่อให้เด็กที่ยากไร้และด้อยโอกาสเด็กยากจนได้มีช่องทางการศึกษาและตั้งใจที่จะทำแบบนี้จนกว่าจะหมดลมหายใจโดยบุคคลที่เสียสละขนาดนี้ก็คือครู บุปผาชาติ หมุนสา ซึ่งเป็นครูใหญ่แห่งโรงเรียนวิชาวดีที่ตำบลปากน้ำโพจังหวัดนครสวรรค์ โดยหากย้อนไปประมาณเมื่อ 50 ปีก่อนกับบทบาทของความเป็นครูในยุคเริ่มแรกของโรงเรียนแห่งนี้ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นคุณเปรมวดี จำปาสุด ที่เป็นเจ้าของครูใหญ่ของโรงเรียนโดยในสมัยก่อนนั้นก็มีบ้านไม้เรือนไทยหลังเล็กๆมีลูกมีหลานส่งไปให้มีการศึกษา เพราะมีฐานะเมื่อไม่มีใครอยู่ก็ทำให้บ้านหลังเล็กๆ เป็นโรงเรียนแต่หลังจากที่คุณยายเปรมว ดีเสียชีวิตก็มีคุณตาสมาน ซึ่งเป็นสามีได้ทำหน้าที่เป็นครูใหญ่ต่อจนกระทั่งถึงวัยร่วงโรยจากนั้นก็ส่งต่อให้กับครูบุปผาชาติซึ่งเป็นครูคนหนึ่งที่ได้รับการไว้วางใจให้ดูแลโรงเรียนแห่งนี้ต่อไป 73 ปีนี้ที่โรงเรียนวิชาวดี ได้ให้การศึกษาและทักษะอาชีพ แก้เด็กรุ่นหลังๆรุ่นแล้วรุ่นเหล้าปัจจุบันมีนักเรียนอยู่ในความดูแลทั้งหมด 65 คนซึ่งมีทั้งเด็กต่างด้าวเด็กไทยโดยโรงเรียนแห่งนี้เปิดให้เรียนถึงชั้นระดับประถมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้นถึงแม้จะมีผู้ปกครองอยากจะให้ถึงม 3 แต่ก็ไม่สามารถเปิดได้เพราะไม่มีกำลังและเงินพอโดยเมื่อก่อนนี้โรงเรียนแห่งนี้อยู่ได้เพราะมีทางรัฐบาลคอยอุดหนุนเงินเดือนครูแต่จากนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นอุดหนุนรายหัวนักเรียนชั้นม 1 โรงเรียนแห่งนี้จึงมีเด็กต่ำกว่าเกณฑ์แต่ก็ยังไม่มีการเปิดอนุบาลรวมถึงเด็กต่างด้าวที่ไม่ได้อยู่ในระบบที่รัฐอุดหนุนอีกด้วย สาเหตุที่จะต้องรับดูแลและเลี้ยงเด็กก็เป็นเพราะว่าหากมีผู้ปกครองท่านใดไม่สามารถไปทำงานได้เพราะต้องไปเลี้ยงลูกหลานจึงทำให้ผู้ปกครองท่านนั้นไม่มีรายได้เข้าบ้านและสร้างความเป็นอยู่อย่างยากลำบากฉะนั้นจึงมีการรับเลี้ยงเด็กให้แบบฟรีๆเพื่อที่ผู้ปกครองจะสามารถเดินทางไปทำงานและมีเงินมาใช้จ่ายภายในบ้านซึ่งเป็นการมอบโอกาสให้กับทุกคนโดยที่ไม่มีการแบ่งแยกได้อย่างไรเพราะนักเรียนส่วนใหญ่มีครอบครัวที่ยากจนบางคนก็อยู่กับปู่ย่าตายายหรือญาติบางคนบางคนก็ไม่มีแม้กระทั่งบัตรประชาชนจึงไม่สามารถเรียนที่ไหนได้ก็มีแต่โรงเรียนวิชาวดีแห่งนี้ที่เปิดรับนักเรียนแบบนี้อยู่เสมอ ในปัจจุบัน โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนทั้งหมด 65 คนอยู่ในระบบเพียงแค่ 14 คนอีก 20 กว่าคนจึงกลายเป็นภาระที่ทำให้ทางโรงเรียนและครูบุปผาชาติต้องดูแลทั้งเลี้ยงข้าวกลางวันและให้ที่อยู่อาศัยและสาเหตุที่ทำให้ต้องเลี้ยงข้าวกลางวันให้เด็กนั้นก็เพราะว่าเจอเหตุการณ์อันแสนจะทันใจหลังจากที่เด็กคนหนึ่งขโมยข้าวกลางวันไปเพียง 1 จานเพื่อนำให้แม่ที่ป่วยหนักอยู่ที่บ้านและหลังจากเหตุการณ์นั้นก็ทำให้ครูใหญ่จึงตั้งปณิธานว่าจะไม่ขาดแคลนงบเพียงใดก็ต้องมีอาหารกลางวันให้เด็กได้ ถึงแยกแล้วว่าไม่เพียงแต่ให้ความรักและความรู้ให้กับเด็กๆที่มีให้ดังลูกและหลานแต่คุณครูคนนี้นั้นก็ยังเสียสละเวลาความสุขส่วนตัวทำทุกวิถีทางเพื่อให้โรงเรียนแห่งนี้อยู่ไปได้จนถึงขั้นทำห่อหมกไปเร่ขายเพื่อให้มีรายได้มาจุนเจือ เด็กๆโรงเรียนแห่งนี้โดยคุณครูบุปผาชาติเริ่มทำห่อหมกขายตั้งแต่ปี 2543 โดยทำขายวันละ 150 กระทงขายในกระทงละ 10 บาทโดยในวันธรรมดาเลขขายตามสถานีรถไฟและวันเสาร์อาทิตย์จะนำไปขายที่ตลาดปากน้ำโพจึงมีรายได้เล็กน้อยที่สามารถไปเลี้ยงเด็กๆให้พออิ่มท้องได้ ก็จะมีในบางครั้งที่มีคุณป้าคุณลุงคุณตาคุณยายที่ว่างจากงานของตัวเองมาช่วยขายกันคนละไม้คนละมือบางคนก็มาช่วยทำกันทุกขั้นตอนบางวันถ้ามีเด็กนักเรียนที่ว่างจากการเรียนการสอนก็มาช่วยทำซึ่งถือว่าเป็นการฝึกความหมั่นเพียรให้กับเด็กๆและเรียนรู้ว่าเงินแต่ละบาทกว่าจะหามาได้ไหมเหนื่อยมากแค่ไหนซึ่งเป็นการมอบวิชาชีวิตที่ไม่มีสอนให้ในโรงเรียนเพราะหวังว่าเมื่อเด็กเรียนจบออกไปเด็กๆเหล่านี้จะเป็นคนดีของสังคมโดยในปัจจุบันนี้สามารถขายได้เฉพาะวันจันทร์พุธศุกร์เท่านั้น โดยเงินที่ได้จากการขายห่อหมกนั้นก็จะนำไปซื้อข้าวสารอาหารแห้งไปหัวไว้ให้นักเรียนได้กินกันในตอนกลางวันและเป็นการสอนใช้ชีวิตอย่างพอเพียงสอนให้เด็กนั้นได้รู้จักการทำงานสอนให้รู้จักการทำเกษตรและสอนงานที่จะสามารถทำให้เด็กขยันและสามารถช่วยตัวเองและครอบครัวของตัวเองได้โดยในบางครั้งครูใหญ่ก็ออกมาเดินขอขนมขอข้าวสารให้เด็กกินกลางวันบ้างถ้าเป็นปีใหม่หรือว่าเด็กก็จะออกมาขอของเล่นเพื่อให้กับเด็กๆในโรงเรียน

ลูกคนนี้ภูมิใจ ไม่เคยอายที่เกิดเป็นลูกสาวคนกวาดถนน

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกใช้กันอย่างมากมายและสุดแสนน่าประทับใจหลังจากที่ได้มีการเผยเบื้องหลังของคนกวาดถนนอาชีพของผู้เป็นพ่อที่รับวุฒิการศึกษาแต่พ่อคนนี้ก็กลับส่งเสียลูกสาวทั้งสองคนสามารถเรียนจบในระดับชั้นปริญญาตรีจนเป็นที่ 31 และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนเป็นพ่อเป็นอย่างมากโดยลูกสาวคนนี้ไม่เคยอายแม้แต่สายตาคนที่ดูถูกตั้งแต่เด็กจนโตและไม่เคยอายกับคำพูดดูถูกต่างๆนานาเพราะคำสอนของพ่อที่เคยพูดอยู่เสมอว่าไม่มีอาชีพไหนต่ำถ้าทำด้วยใจ “พ่อเราก็กวาดถนนและส่งเรากับพี่สาวเรียนจบในระดับชั้นปริญญาตรีในส่วนของค่าเทอมก็สามารถเบิกได้ถ้าหากเป็นโรงเรียนรัฐบาลสามารถเบิกได้เต็มแต่ถ้าหากเป็นเอกชนสามารถเบิกได้เพียงแค่ครึ่งนึงสำหรับการเข้ารักษาที่โรงพยาบาลรัฐก็ฟรีตอนเด็กๆเคยตามพ่อไปเก็บขยะเพราะพ่อชอบซื้อขนมให้กินพอโตมาถ้าหากวันไหนว่างก็จะไปช่วยพ่ออยู่ตลอดไม่เคยอายและภูมิใจด้วยซ้ำที่พ่อทำอาชีพสุจริตและอาชีพนี้ก็สามารถส่งเสียให้ลูกๆทั้งสองเดือนนี้และมีงานการดีๆและไม่มีอาชีพไหนต่ำถ้าหากทำด้วยใจที่สูง“ โดยเรื่องราวเหล่านี้ได้ถูกเผยแพร่ไปทางโลกออนไลน์โดยได้มีคุณบุ๋มหรือ สโรธร น้อยนิตย์ หญิงสาววัย 29 ปีที่ได้ออกมาเล่าถึงอาชีพของคุณพ่อที่ถึงแม้จะไม่เลิศหรูหรือสูงส่งเหมือนใครกับครอบครัวอื่นอีกในบางครั้งยังถูกแต่ตามองมาด้วยสายตาดูถูกแต่อาชีพนี้ก็สามารถหล่อเลี้ยงครอบครัวจะทำให้ลูกทั้งสองนั้นเรียนจบแล้วมีงานการทำที่ดีได้โดยคุณบุ๋มก็ได้เปิดใจว่าในสมัยก่อนครอบครัวของเธอนั้นก็ข้างลำบากซึ่งมีอาชีพเป็นลูกจ้างประจำของรัฐราชการนั่นก็คือคนกวาดถนนส่วนแม่เป็นพนักงานโรงงานแต่สวัสดิการของพ่อนั้นสามารถช่วยแบ่งเบาภาระในเรื่องของค่าเล่าเรียนของเธอและพี่สาวไปได้เป็นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นเสาหลักของบ้านโดยในตอนเด็กๆจนถึงอนุบาลก็เรียนโรงเรียนเอกชนมาตลอดเพราะมีสวัสดิการของรัฐที่พ่อมีออกเรื่องหนึ่งแล้วพอมันมัธยมก็ได้เรียนโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้านก็สามารถเบิกได้เต็มที่ส่วนค่ารักษาก็รักษาฟรีถ้าหากไปโรงพยาบาลรัฐโดยพ่อนั้นสามารถส่งเสียลูกทั้งสองคนเรียนจบซึ่งก็คือคุณบุ๋มที่เรียนจบมสยามส่วนพี่สาวจบ 2 ที่คือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครและมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่กว่าจะประสบความสำเร็จนั้นคุณบุ๋มก็ได้มีการเปิดเผยเรื่องราวในสมัยเด็กว่าเธอนั้นจะต้องพบเจอกับคำสบถประมาทคำดูถูกแต่ถ้าดูแคลนทั้งเวลาไปโรงเรียนแล้วเวลาติดตามพ่อออกไปทำงานแต่ด้วยคำสอนของพ่อก็ทำให้เธอนั้นลึกอยู่ในจิตใจและเมื่อเวลาผ่านไปจากความรู้สึกน้อยใจก็เปลี่ยนมาเป็นความภาคภูมิใจอย่างเต็มตัวที่พ่อทำอาชีพสุจริตเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว โดยมีครั้งหนึ่งในตอนเช้าพ่อซื้อกับข้าวมาให้ลูกกินก่อนในวันไปโรงเรียนและวันนั้นฝนตกหนักเป็นอย่างมากเพราะเพิ่งเดินออกไปแล้วก็ออกไปนานมากเพื่อซื้อปาท่องโก๋มาให้กินแต่เชื่อไหมว่าปาท่องโก๋นั้นไม่เปียกเลยแต่มีแต่พ่อที่เปียกไปทั้งตัวเพราะพ่อเอาปาท่องโก๋ใส่ไว้ในเสื้อและเดินกลับมาเพื่อให้ลูกกิน โดยในตอนเด็กๆก็มีบางครั้งจะสายตาดูถูกดูแคลนจนเกิดความน้อยใจพ่อแต่เวลาผ่านไปก็เข้าใจเป็นอย่างดีว่าบางครั้งพ่อก็กลัวลูกอายแต่คุณบุ๋มก็มักจะแสดงออกอยู่เสมอว่าตัวเขาไม่เคยรู้สึกอายอยากไปห้างก็ไปทั้งชุดทำงานก็ได้แต่พ่อก็มักจะขอบอกกลับไปเปลี่ยนก่อนได้ไหมเพราะกลัวลูกอายแต่เธอก็เลือกที่จะเข้มแข็งและต้องปกป้องพ่อกับพี่ที่ไม่ให้รู้สึกอายในอาชีพนี้โดยการไปหาพ่อตลอดและบางครั้งเห็นเขากวาดถนนร้านถนนก็จะวิ่งลงไปหาและซื้อน้ำซื้อขนมให้พ่อกิน และส่วนสาเหตุที่ทำให้เรื่องราวของเธอนั้นโด่งดังไปในค่ำคืนนั้นเกิดจากการที่เธอนั้นได้ไปแสดงความคิดเห็นในเพจแค่แม่ธรรมดาที่ได้มีโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับคนกวาดถนนและหลังจากที่แสดงความเห็นไปแล้วก็มีเพจอื่นๆนำข้อความของเธอมาแชร์ต่อกันอย่างมากมายจนเกิดเป็นไวรัสที่มีคนสนใจกันอย่างมากมายและเรื่องราวของเธอนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพคนกวาดถนนนั้นถือเป็นอาชีพที่ต้องทำงานด้วยความเสี่ยงทั้งเสี่ยงที่จะต้องการถูกรถชนทั้งต้องสูดลมควันลดพิษจากต่างๆยังเล็กได้ไม่ได้และถ้าหากฝนตกมีไข่อะไรไปอุดตันท่อระบายน้ำก็หนีไม่พ้นคนกวาดขยะที่จะต้องเข้าไปเร่งเคลียร์ทางเพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังฉะนั้นอาชีพนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งที่สำคัญอย่างมากเพราะถ้าหากไม่มีพวกเขาประเทศไทยและเมืองบ้านเราก็คงจะสกปรกกว่านี้ และในทุกวันนี้ผู้เป็นพ่อได้ไม่ต้องเหนื่อยอย่างที่ผ่านมาเพราะหลังจากที่ลูกสาวทั้งสองได้เรียนจบได้การงานที่มั่นคงก็ขอดูแลพ่อและตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่หรือลูกสาวคนโตเป็นพนักงานบัญชีทำงานอยู่แยกสาทรส่วนคุณบุ๋มเป็นที่ปรึกษาขายของรถยนต์ยี่ห้อดังแห่งหนึ่งแถวกัลปพฤกษ์และคุณพ่อก็ได้เกษียณอายุไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วและนอกจากนี้ด้วยความที่รักครอบครัวคุณบุ๋มก็ได้ออกตัวเชื้อโรคความงามไว้เป็นพาหนะไว้ใช้ในครอบครัวเพื่อตอบแทนคุณพ่อแม่ นอกจากนี้คุณบุ๋มก็ได้มีการบอกขอบคุณทุกๆคอมเม้นที่ไม่ว่าจะทำอาชีพไหนก็สามารถประสบความสำเร็จได้อีกทางอาชีพคนกวาดถนนนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งที่สามารถทำให้บ้านเมืองของเราสะอาดแต่คนเหล่านี้ต้องอดทนกับอะไรหลายๆอย่างในทางสังคมและการเสี่ยงอันตรายต่างๆถือเป็นอาชีพที่ลำบากหนึ่งเลยทีเดียว

อนุโมทนาบุญ! ส่งต่อหัวใจ ช่วยต่อลมหายใจให้เพื่อนมนุษย์​ ได้อีก​ 6​ ชีวิต

โดยในวันนี้ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉินจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ก็ได้มีนายแพทย์สำเริง สีแก้วซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และเจ้าหน้าที่และญาติของนายพงศธร อัมพุท อายุ 18 ปีที่อยู่ในอำเภอดอกคำใต้จังหวัดพะเยาซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตที่ได้มีการแจ้งความจำนงขอบริจาคอวัยวะร่างกายที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาด โดยทางนายแพทย์สำเริงได้มีการกล่าวว่าทางโรงพยาบาลต้องขอขอบคุณครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมากที่ได้มีการอนุญาตให้นายพงศธรได้รับบริจาคอวัยวะถือว่าเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดชีวิตและอีกหลายรายซึ่งถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมากโดยหากพบว่าในปัจจุบันได้มีการพบว่าผู้ป่วยกว่า 6,241 ราย มีความจำเป็นที่ต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะโดยอวัยวะส่วนใหญ่คือไตที่มีถึงประมาณ 6000 กว่าราย รองลงมาคือตับ 247 ราย หัวใจและปอดอย่างละ 23ราย แต่ในกัปตันตัวเลขที่พบว่าผู้ที่ได้รับบริจาคอวัยวะในปี 2562 มีเพียงแค่ 111 รายเท่านั้นที่ได้รับการปลูกถ่ายเท่ากับว่าการปลูกถ่ายอวัยวะยังไม่เพียงพอ และทางด้านของพ่อแม่ของนายพงศธรก็ได้มีการบอกกล่าวถึงลูกชายว่าลูกชายของตัวเองนั้นเป็นคนดีนิสัยเรียบร้อยไม่ค่อยพูดค่อยจาและชอบทำบุญหรือเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนสมัยที่ลูกชายเรียนอยู่หนังสือในชั้นระดับมัธยมศึกษาได้แอบไปทำเรื่องขอบริจาคอวัยวะโดยที่ทางครอบครัวไม่เคยรับรู้มาก่อนจนมีจดหมายแจ้งการตอบรับจากศูนย์บริจาคมาถึงบ้านจะทราบเรื่องและในครั้งนี้ลูกชายจะได้มีการช่วยเหลือคนได้ถึง 60 ชีวิต ด้วยกัน โดยหนึ่งในผู้ที่ได้รับการบริจาคคือผู้ป่วยจากโรงพยาบาลแรกในร่างกายที่ได้รับการบริจาคอวัยวะหัวใจ ของน้องพงศธร ซึ่งทางโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.จร. ช่วยจัดรถนำอวัยวะ จากดอนเมืองมาส่งมอบยังโรงพยาบาลศิริราช โดยหนึ่งในทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ส่งต่ออวัยวะให้กับโรงพยาบาลศิริราชนั้นก็เป็น ร.ต.อ. พิเชษฐ วิเศษโชค รอง สว.งานปฏิบัติการจราจร ตามโครงการพระราชดําริมีการเปิดเผยว่าในช่วงเย็นวันที่ 19 พฤษภาคมได้มีการประสานงานจากหมอโรงพยาบาลศิริราชในเรื่องของการรับอวัยวะผู้ป่วยที่จะโดยสารเครื่องบินเช่าเหมาลำมาลงที่ฝูงบิน 604 ดอนเมืองเพื่อนำไปเปลี่ยนให้กับผู้ป่วยจึงได้มีการจัดกำลังตำรวจจราจร 10 นายเพื่ออำนวยความสะดวกตามจุดต่างๆเพราะเส้นทางจากตัวดอนเมืองไปศิริราชนั้นค่อนข้างไกลและต้องผ่านจุดรถติดไปหลายจุด โดยก่อนที่อวัยวะจะมาถึงได้มีการซ้อมภารกิจในเรื่องของการใช้เส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการรถติดแต่ในวันดังกล่าวนั้นมีฝนตกหนักจึงทำให้เครื่องบินมาช้ากว่ากำหนด และรู้สึกกดดันเป็นอย่างมากเพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยเพราะมีเวลาเพียงแค่

จากเด็กเร่ร่อน เรียนไม่จบ กลายเป็นนักธุรกิจที่ดิน 600 ไร่ และสตันท์แมนระดับโลก

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่เรามักจะเห็นในจอทีวีกันอยู่บ่อยๆอย่างคุณสายเชีย วงศ์วิโรจน์ ที่เป็นเจ้าของวลีเด็ดดังอย่างจนเครียดกินเหล้าที่ใครหลายๆคนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากผลงานโฆษณาที่สร้างขึ้นมาอย่างมากมายรวมถึงภาพยนตร์ต่างๆที่บอกเลยว่าเขาได้มีการร่วมงานกับนักแสดงชาวต่างชาติชื่อดังอีกด้วย บอกเลยว่า กว่าชีวิตของเขานั้นจะเดินมาถึงจุดนี้มันก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบพิการคิดเขาต้องผ่านความยากลำบากมาอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการขุดส้วมและค่าเทอมแต่แล้วชีวิตของเขาก็ผ่านเปลี่ยนไปเมื่อได้รับการเป็นสตั้นแมนที่มีชื่อเสียงแคนยังได้โกอินเตอร์ไปถ่ายหนังระดับฮอลลีวูดประกบดาราชื่อดัง อย่าง แองเจลินา โจลี โดยจุดเริ่มต้นของเขานั้นก็มาจากการที่เป็นลูกชาวนาธรรมดาธรรมดาแต่ก็มีโอกาสที่สามารถก้าวผ่านได้ร่วมแสดงกับดาราดังระดับโลกซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดฝันในชีวิต อีกทั้งตัวเก่านั้นยังเคยทำกับข้าวให้ศิลปินดังกล่าวนี้อีกด้วย และในช่วงที่เขาได้ก้าวผ่านขั้นโกอินเตอร์และทำงานกับสตั๊นท์แมนทำให้มีใครหลายๆคนเข้าใจว่าค่าตัวแพงจึงไม่ค่อยมีผลงานภาพยนตร์ไทยและทำให้ช่วงหนึ่งของเขานั้นว่างงานไปจึงได้ผ่านตัวเองไปเป็นพ่อค้าขายที่ดินโดยมีการกู้เงินมาและแบ่งขายที่ดินตารางวาละ 3,500 บาทซึ่งทางการที่ตัวเขานั้นไม่มีความรู้ในเรื่องของธุรกิจแต่โชคดีที่ได้คนมีความรู้คนเก่งอย่างรุ่นน้องมาคอยช่วยเหลือและคอยแนะนำจนตอนนี้สามารถจับธุรกิจขายที่ดินมาได้ประมาณ 1 ปีกว่าและยังไม่เคยโดนใครโกง ซึ่งพูดถึงในวัยเด็กของเขานั้นเขาเกิดมาในสภาพครอบครัวที่ยากจนมากบางครั้งก็ไม่มีข้าวกินและมีพี่น้องหลายคนและไม่มีตังค์ค่าเทอมไปโรงเรียนรองเท้าใส่ไปโรงเรียนก็ไม่มีใส่เสื้อผ้าต้องรอรับในการบริจาคทุกๆปีเรียกได้ว่าชีวิตลำบากมากจนถึงขั้นต้องไปขุดส้วมเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะอายและในสมัยเรียนนั้นเวลาไม่มีข้าวกินก็ต้องหนีไปอยู่ในห้องสมุดจนกระทั่งเขาอายุประมาณ 18 ปีได้ตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯมากับเพื่อน 2 คน ซึ่งเรียกได้ว่าชีวิตในวัยเด็กของเขานั้นผ่านมาด้วยความยากลำบากในหนังสือไม่จบม 3 ต้องรับจ้างทำงานทุกอย่างและดิ้นรนมาตั้งแต่เด็กๆตอนเด็กๆเขาคิดว่าการทำงานแลกเงินเป็นเรื่องของความสนุกจนกระทั่งเขาเริ่มมองชีวิตของตัวเองและตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่มีบ้างจึงทำให้เขาและครอบครัวตัดสินใจย้ายไปใน กำแพงเพชรเพื่อหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่เช่าพื้นที่นา 50 ไร่ฝันว่าจะมีการสร้างพื้นฐานชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยปลูกนาปลูกบ้านหลังเล็กๆหวานข้าวเองใช้ควายไถนาและเลื่อยไม้เก็บวันละแผ่นสะสมไว้หวังว่าจะไม้เหล่านี้จะเป็นบ้านของตัวเองในอนาคตแต่แล้วก็เจอมรสุมฝนตก 1 อาทิตย์จึงทำให้น้ำท่วมข้าวทำให้ผลผลิตย่ำแย่จนหมดหวังและท้อแท้ไป ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองกรุงเทพอีกครั้งหนึ่ง โดยเขามากับเพื่อนตัวเปล่ามาที่กรุงเทพฯโดยตอนแรกที่จะไปเป็นนักมวยเพราะไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับอีกครั้งในระยะแรกจะต้องไปขอข้าววัดกินขอเงินพระเป็นค่าเดินทางก่อนที่จะย้อนกลับไปทำงานแลกข้าวและนอนในมูลนิธิที่พี่ชายบกพร่องทางร่างกายหรือนอนพักอยู่โดยในตอนนั้นเขาได้ทำงานมูลนิธิไปพร้อมๆกับการทำงานก่อสร้างและค่าจ้างวันละ 120 บาทแล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงหลังจากที่เขาได้ไปเห็นโฆษณารับสมัครนักแสดงตัวประกอบเล่นหนังต่างประเทศจากหนังสือพิมพ์โดยมีการเก็บค่าสมัคร 150 บาทซึ่งในตอนแรกเขาแค่ตั้งใจจะไปดูเฉยๆ ต่อมาเขาก็เริ่มเข้าไปคุกกี้กับคนในบริษัทนั่งกินเหล้ารู้จักคนโน้นคนนี้โดยสามารถเข้าไปเป็นนักแสดงตัวประกอบรับค่าจ้างวันละ 150 บาทจนถึง 300 บาทในทุกๆวันจากตัวละครที่เดินผ่านจากนั้นจากนี้เห็นได้นานกว่า 10 ปีสุดท้ายเขาก็ได้ผันตัวมาเล่นโฆษณาจนเครียดกินเหล้าของสสส ซึ่งใครจะรู้ว่าโฆษณาชุดนั้นจะทำให้เขานั้นกลายเป็นนักแสดงที่มีผลงานทางโฆษณาที่เราเห็นมาได้อย่างเรื่อยๆจนถึงทุกวันนี้ โดยเขาได้มีการอธิบายว่าสำหรับงาน statement และสแตนอินนะแตกต่างกันเป็นอย่างมากเพราะสแตนอินต้องเล่นแทนแต่สตั้นแมนต้องเล่นเป็นตัวเองเจ็บก็เจ็บจริงและมีความเสี่ยงสูงอีกทั้งอุปกรณ์การเสียก็ไม่มีนำและต้องซ้อมกันเป็นล่วงหน้าเป็นเดือนแต่ก็เคยหล่นจากมีอยู่ครั้งหนึ่งซึ่งเป็นหนังไทยสูงประมาณ 5-6 เมตรเป็นฉากมอเตอร์ไซค์ชนขอนไม้หล่นกระแทกพื้นจึงทำให้ต้องนอนรักษาตัวนานถึง 1 เดือนซึ่งถามว่ากลัวพิ ก - า

จิตวิญญาณความเป็นครู อุทิศชีวิต สอนหนังสือฟรี ๆ แม้จะเกษียณแล้ว

ครูนั้นถือเป็นอีกอาชีพหนึ่ง นอกจากจะต้องใช้ความรับผิดชอบและใจรักก็ต้องมีจิตใจของความเป็นครูด้วยถึงแม้ว่าจะเกษียณอายุไปก็ตามอย่างคุณครูท่านนี้ที่ถึงแม้จะเกษียณอายุราชการแต่ด้วยความรักและเป็นห่วงลูกศิษย์ก็ยังหวนกลับมาสอนหนังสือฟรีให้กับนักเรียนในโรงเรียนเดิมที่ตัวเองเคยสอนซึ่งอาจมีชื่อว่าคุณครูอุบล โตลาภ เป็นอดีตครูเกษียณราชการของโรงเรียนวัดลั่นทม อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ถึงแม้ว่าคุณครูคนนี้จะเกษียณอายุราชการไปแล้วถึง 2 ปี แต่อยู่ทุกวันนี้ครูก็ยังคอยกลับมาสอนหนังสือให้กับเด็กในโรงเรียนแห่งนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งคุณครูอุบลได้มีการเปิดเผยว่าสาเหตุที่ต้องการมาสอนหนังสือให้กับโรงเรียนวัดลั่นทมแบบปี 4 นั้นก็เป็นเพราะว่าเคยสอนโรงเรียนแห่งนี้มานานตั้งแต่บรรจุสอบข้าราชการก็บรรจุลงและเป็นครูที่โรงเรียนแห่งนี้มาตลอดและสอนหนังสือที่นี่มานานกว่า 30 ปีตั้งแต่ในวันที่ 20 มิถุนายน 2523 จึงมีความผูกพันกับโรงเรียนและลูกศิษย์ที่นี่และเมื่อเกษียณอายุไปจึงขออนุญาตจากผู้อำนวยการโรงเรียนให้ตัวเองนั้นได้สอนหนังสือต่อไปโดยที่ไม่ขอรับเงินเดือนเพราะมีเงินบํานาญ จึงเรียกได้ว่า เพราะความรักและความผูกพันที่มีต่อโรงเรียนแห่งนี้จึงทำให้คุณครูคนนี้นั้นรักที่จะมาทำหน้าที่ของตัวเองแม้จะเกษียณอายุแล้วก็ตาม ถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่น่ายกย่อง จริงจริง

ยกย่องครูสาว ว่าที่ดร. ทิ้งความสุขสบาย อุทิศชีวิต สอนหนังสือเด็ก ๆ ในถิ่นทุรกันดาร

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สุดแสนน่าประทับใจหลังจากที่ได้มีครูอุ้มหรือนางสาว สุทธิลักษณ์ กันธิพันธ์ได้ออกมาเผยเรื่องราวของการเป็นครูบนดอยผ่านทาง facebook ส่วนตัวของตัวเองที่มีชื่อว่า Suthiluck Kanthipan โดยครูอุ้มนั้นได้มีการเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านภาพและคลิปวีดีโอในการปฏิบัติหน้าที่ครูอาสาในถิ่นทุรกันดารที่ โรงเรียนป่าเมี่ยงแม่พริกใน จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สรวย โดยถ้าหากใครได้เห็นภาพคลิปดังกล่าวนั้นก็จะบอกได้เลยว่าระยะทางการเดินทางกว่าที่ครูอุ้มคนนี้จะไปถึงโรงเรียนเพื่อไปสอนเด็กๆนั้นยากลำบากมากแค่ไหนแต่สุดท้ายแม้จะยากลำบากเพียงใดครูคนนี้ ก็สามารถไปสอนเด็กๆบนดอยได้ โดยสำเร็จ โดยตัวเธอนั้นได้ละทิ้งความสบายของตัวเองมาทำหน้าที่ตัวเองนั้นตั้งใจจนกลายเป็นขวัญใจของเด็กไปแล้ว อีกทั้งการทำหน้าที่ตรงนี้ก็ทำให้เธอนั้นต้องห่างไกลบ้านของตัวเองและข้างกายคนรักและครอบครัวโดยในบางครั้งก็ยากที่จะติดต่อกันเขาอยู่บนดอยไม่มีสัญญาณมือถือมีเพียงเสียงสัตว์ป่าและบ้านพักครูหลังน้อยๆคอยเป็นเพื่อนยามค่ำคืน อีกทั้งอากาศบนดอยก็หนาวกว่าที่อื่นยิ่งหน้าฝนไม่ต้องพูดถึงหนาวเป็นอย่างมาก และครูอุ้มคนนี้ก็ยังกล่าวอีกว่าจงคิดถึงสิ่งที่สวยงามที่ยังอยู่รอบข้างตัวและมีความสุขไปกับมัน และจงมอบความสุขให้กับผู้อื่นในทุกๆวันทำกุศลกับผู้อื่นในทุกเวลาจากนั้นก็จงนับจำนวนขุมทรัพย์แห่งความสุขที่ได้แจกจ่ายให้กับผู้อื่นใน 1 สัปดาห์ใน 1 ปีหรือในช่วงหนึ่งชีวิตที่ได้เกิดมาและความสุขนั้นมันจะกลับมาหาเรา นอกจากนี้ตัวเธอนั้นก็ยังได้มีการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างการสอนว่าไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติหรือสภาพอากาศหนาวเย็นหรือการสอนหนังสือและการเดินทางโน้น แต่จะไม่ค่อยสะดวกนัก อีกทั้งเธอนั้นนอกจากที่จะเป็นครูคอยสอนให้ความรู้ให้กับเด็ก ๆ แล้วก็ยังต้องปฏิบัติงานหน้าที่เป็นแม่ครัวเพื่อทำอาหารกลางวันให้กับเด็ก ๆ โดยในช่วงปิดเทอมครูอุ้มก็จะกลับมาจากดอยแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเปิดรับบริจาคข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้ามือสองเพื่อนำไปมอบให้เด็กๆที่อาศัยอยู่บนดอย จึงเรียกได้ว่าอาชีพของครูบนดอยนั้นถือเป็นอาชีพที่ทำด้วยใจโดยแท้ เพราะทุกอย่างแม้จะยากลำบากเพียงใดแต่ถ้าหากใจรักที่อยากจะทำทุกอย่างจะเผยแพร่ความรู้ให้กับเด็กๆที่อยู่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดารก็ถือเป็นอีกหน้าที่ ที่เสียสละไปโดยอย่างมากแต่สุดท้ายสิ่งเหล่านี้นั้นก็มักจะตอบแทนเป็นความสุขที่ไม่อาจหาได้

จากชีวิตเด็กกำพร้า ขยันทำมาหากิน เลี้ยงตัวเองสู่ความฝันที่เป็นจริง

ถือว่าเป็นอีกเรื่องราวหนึ่งของ เด็กกำพร้า คนหนึ่งที่สามารถสู้ชีวิตและทำความฝันของตัวเองให้เป็นที่สำเร็จโดยเรื่องราวของเขานั้นได้ถูกเผยแพร่ผ่านทาง Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า Iman Mutiara ถามกลับโพสต์ภาพบรรยายเรื่องราวการสู้ชีวิตของตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นจนสามารถทำความฝันให้เป็นที่สำเร็จซึ่งนั่นก็ทำให้ชาวเน็ตหลายคนที่กำลังท้อแท้เมื่อได้มาอ่านก็รู้สึกมีกำลังใจมากมายเลยทีเดียว โดยนี้โพสต์นั้นได้มีการระบุข้อความไว้ว่าหากคิดว่าลำบากจงมองดูคนที่ลำบากกว่าเพราะคนเราถ้าไม่เคยลำบากจะไม่มีวันรู้รสชาติของความสบายว่ามันหอมหวานมากแค่ไหนวันนี้ตัวเขาก็อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวและอยากจะมาเป็นแรงผลักดันให้กับคนอ่านว่าไม่ว่าคนเราจะเกิดมาในครอบครัวแบบไหนหากรักที่จะวิ่งเข้าหาโอกาสก็เชื่อว่ายังไงมันก็ต้องทำได้ หลายคนคงอาจจะเคยได้ยินว่าอย่าจับปลาสองมืออย่าทำอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันแต่บอกเลยว่าเขาคนนี้คิดต่างออกไป โดยเขาได้มีการระบุเล่าเรื่องราวผ่านภาพของตัวเองไว้ดังนนี้

ชื่นใจแทน ปริญญาลูกชาวนา คนใช้แรง ขายมัน สังกะลีวัดป่า

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งภาพอันสุดแสนประทับใจหลังจากที่ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีชื่อว่า Chonnatee Namwech ได้ออกมาเผยภาพของตัวเองในขณะที่ใส่ชุดรับปริญญาแล้วก้มกราบเท้าพ่อแม่และได้มีการระบุข้อความหมายว่า … ผมไม่รู้หรอกว่าภาพเหล่านี้น่าจะสื่อถึงอะไรหรือคนอื่นจะคิดอย่างไรแต่นี่คือหน้าที่ของลูกสำหรับผมเรียนชั้นม 1 เทอมจะจบทัวร์ปริญญาลูกชาวนาคนขายแรงงานสังกะลีวัดป่า ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกมาจากประเด็นดังกล่าวซึ่งจะทำให้มีชาวเน็ตนั้นต่างเข้ามากล่าวซึ่งชมเขาเป็นอย่างมากที่ตั้งแต่มานะศึกษาเล่าเรียนจนสามารถคว้าใบปริญญามาฝากพ่อแม่ได้เป็นที่สำเร็จและได้มีการทราบชื่อเบื้องต้น ว่าบัณฑิตคนนี้มีชื่อว่า นายชณที นามเวช หรือชล ได้เรียนจบจากคณะเกษตรศาสตร์สาขาพืชไร่ โดยครอบครัวของคุณชนนั้นมีฐานะพังกาญจน์พ่อแม่ทำนาส่งให้เรียนแต่โดยที่ค่าใช้จ่ายสูงทำให้ไม่พอโชคดีที่ตัวเขานั้นได้มีทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่แบ่งเบาภาระให้กับนักศึกษาและครอบครัวและช่วงเรียนจะได้เรียนรู้กิจกรรมมากมายในชีวิตและกลายเป็นประสบการณ์ตรงนอกจากนี้ก็ยังมีโอกาสได้เป็นนายกสมาคมสโมสรของนักเรียนนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ในปีการศึกษา 2562 และยังได้เรียนจบตามหลักสูตรและสวมชุดครุยวิทยฐานะได้อย่างภาคภูมิจนเมื่อเขาด้วยชุดครุยในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 จะได้กลับมาบ้านพบเห็นท่านทั้งสองกำลังตามมันสำปะหลังอยู่ทำกันแดดร้อนจึงเดินเข้าไปพร้อมชุดครุยก้มกราบเท้าพ่อแม่และก็บอกว่าลูกมีวันนี้ได้ก็เพราะแม่พ่อ แล้ววันนี้ตัวเขานั้นก็นำพาความสำเร็จมาให้พ่อแม่ได้ชื่นชมซึ่งการได้แม่ของนายชวนก็ไม่อยากให้ลูกชายเข้าไกลมากนัก เพราะกลัวชุดของลูกจะเปื้อนดำแต่ทั้งสองน้ำตาไหลซึมออกมาด้วยความภาคภูมิใจกับความสำเร็จของลูกชายที่สามารถไปคว้าใบปริญญามาได้สำเร็จ

ยกย่อง! ความเรียบง่าย เจ้าของแบรนด์มือถือ ‘หัวเหว่ย’ มหาเศรษฐีติดดิน

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาส่งความเรียบง่ายและความจริงปะทะของเจ้าของ Huawei ซึ่งบอกเลยว่าถึงแม้เขาจะรวยจริงแต่ไม่เคยซื้อใช้รถมือสองคันละ 500 บาทโดยชีวิตของเขานี้เต็มไปด้วยความพอเพียงและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและถูกยกย่องเสมอ แม้กระทั่งในมหาเศรษฐีหรือเจ้าของกิจการระดับโลกบางคนก็ยังคงใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายอย่างพอเพียงดังเช่นคนนี้โดยเรื่องราวของเขาติดตามกันมากแค่ไหนเรามาลองอ่านกันเลย โดยเจ้าของเถ้าแก่ผู้อำนวย Huawei เขาได้ทำกำไรมหาศาลจากต่างประเทศหรือ 6.6 ล้านบาทและจ่ายภาษีให้กับประเทศจีนถึง 1.6 แสนล้านบาทแต่บอกเลยว่าถึงแม้ว่าเขาจะมีกำไรมากมายขนาดนี้รถส่วนตัวของเขาก็มีราคาไม่เกิน 5 แสนบาทซึ่งรถคันนี้เป็นรถมือสองด้วยโดยเขามักจะพูดว่า ถ้าผมได้ชัยชนะมา 1 ครั้งผมก็จะทำให้พ่อแม่พี่น้องญาติสนิทมิตรสหายได้กินข้าวเพิ่มอีก 1 ชามและยังตั้งใจบริจาคเงินส่วนหนึ่งเพื่อเป็นความหมายของลูกหลานแรงงานและสามารถใช้เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆได้เรียนหนังสือมากยิ่งขึ้น โดยเถ้าแก่คนนี้นั้นมีชื่อว่า หยิ่มเจี๊ยฮุย ซึ่งเป็นนักธุรกิจระดับหลายล้านล้านบาทเป็นคนจีนที่นานาชาติต่างให้ความเคารพยกย่องว่าเป็นบุคคลแห่งปีและเป็นนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่กว่านักธุรกิจทั่วไป ซึ่งความเรียบง่ายของเขานั้นสามารถพบได้โดยในวันที่ 16 เดือน 4 คศ 2017 ชายคนนี้นั้นได้เข้าแถวรอขึ้นรถแท็กซี่กลางดึกคนเดียวที่สนามบินหงเฉียวในเมืองเซี่ยงไฮ้และหลังจากมีการเผยรูปภาพแบบออกไปก็มีผู้คนในโลกโซเชียลต่างๆการคารวะอย่างจริงใจเพราะในภาพนั้นท่านกำลังเดินลากกระเป๋าเดินทางโดยมืออีกข้างหนึ่งใช้มือถือโทรศัพท์ในขณะที่รอต่อแถวเข้าแท็กซี่เหมือนกับคนทั่วๆไป และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 ก็มีคนเคยถ่ายรูปท่านขณะที่กำลังขึ้นรถขนส่งผู้โดยสารโดยใส่เครื่องแบบต่างๆเก่าๆยุคกระเป๋าสีเก่าจนเป็นสีเหลืองและมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและมีมารยาทที่งดงามทั้งๆที่ตัวเขานั้นเป็นนักธุรกิจระดับต้นๆของโลกที่ไม่ต้องใช้คนขับรถและไม่ยอมใช้อภิสิทธิ์เกิดคนทั่วไปและด้วยความที่เขาเป็นนักธุรกิจที่ใหญ่โตขนาดนี้แต่ทำไมถึงไม่ใช้เส้นทางของแขกผู้มีเกียรติและไม่ต้องการใช้รถลีมูซีนอุตส่าห์เสียเวลาต่อแถวรอรถแท็กซี่แต่ในความเรื่องหลังแล้วทุกคนก็จะรู้ว่าเถ้าแก่คนนี้มีอุปนิสัยเช่นอาหารและเขาก็จะมักจะมีคำพูดติดปากเหมือนอยู่ 3 คันนั่นก็คือ ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง / การแข่งขันคือต้นทุนอย่างหนึ่ง / ต้องช่วยเหลือสนับสนุนคนที่แข่งขัน (พนักงาน) อย่างยากลำบากตลอดเวลา… นอกจากนี้เขายังห้ามให้ลูกน้องบริการคนส่วนต่างๆให้กับตัวเขาเองซึ่งเคยมีคนขับรถไปรับถึงสนามบินแต่ท่านตัดดีอย่างรุนแรงด้วยคำพูดที่ว่าลูกค้าต่างหากจึงเป็นทั้งเสื้อผ้าอาหารหรือบุพการีของเธอที่แท้จริง เธอควรใช้แรงงานและแรงกายแรงใจเอาใจใส่ให้กับลูกค้าทั้งหมด แต่ด้วยเหตุนี้จนถึงปัจจุบันเถ้าแก่คนนี้ยังไม่เคยมีรถประจำตำแหน่งเพราะเขาไม่ต้องการให้ Huawei นั้นกลายเป็นกองทัพรถยนต์นั่นเอง นอกจากนี้ในโลกโซเชียลมีคำพูดเหมือนไม่เคยกล่าวขานกันว่าหากประเทศที่ไม่มี Alibaba ค้าขายผ่านทางโลก Social จนเป็นอันดับ 1 ของโลกเพื่อที่จะไม่มี Huawei

ย่ายิ้ม หญิงชราวัย 88 ปีกับชีวิตในป่ากว่า 40 ปี สร้างฝาย 16 ฝาย ปลูกต้นไม้เกือบหมื่นต้น

ใครหลายคนก็คงยังไม่ลืมยากหญิงชราที่อาศัยอยู่ในป่าลำพังมานานกว่า 40 ปีและย่ายิ้มคนนี้แม้จะเป็นหญิงชราแต่ก็สามารถสร้างความดีสร้างฝายชะลอน้ำที่อกซ้ายและปลูกต้นไม้อีก 9,900 ต้นซึ่งเรื่องราวของย่ายิ้มนั้นก็สร้างความประทับใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ ย่ายิ้มคนนี้ในปัจจุบันก็ยังทำอยู่เช่นเดิมอย่างต่อเนื่องและดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริ แน่นอกจากนี้เรื่องราวของย่ายิ้มถูกนำมาสร้างเป็นหนังสั้นโดยสามารถสร้างความประทับใจให้กับคนดูเป็นอย่างมาก และถ่ายทอดวิถีชีวิตของหญิงชราที่ใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่ในป่าที่เป็นอย่างดี แม้จะอยู่อย่างลำบากแต่เปี่ยมไปด้วยความสุขอีกทำให้มีความสวยงามทางด้านวัตถุใดๆมีเพียงความสวยงามของธรรมชาติที่ส่งผล และมีคุณค่าทางจิตใจ และย่ายิ้มคนนี้สามารถสร้างสิ่งอันเป็นประโยชน์ให้กับส่วนรวมและโลกนี้ทั้งฝ่ายชะลอน้ำและการปลูกป่าธรรมชาติถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับใครหลายๆคนรวมถึงคนไทยทั้งประเทศให้หันมารับปากและมองเห็นความสำคัญของธรรมชาติกันมากขึ้น โดยย่ายิ้มนั้นมีลูกทั้งหมด 5 คนมีลูกชาย 2 คนที่ยังคอยแวะเวียนมาดูแลแม่คนนี้อยู่ห่างๆและลูกนั้นก็พยายามรบเร้าให้แกไปอยู่ด้วยแต่อย่ายิ้มก็ไม่ยอมยืนยันปากร้ายที่จะใช้บั้นปลายชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนด้วยเหตุผลว่าบ้านกลางป่าของแกนั้นทำให้ชีวิตวุ่นวายเพียงแค่เก็บหน่อไม้ดองกินกับมะพร้าวคั่วหอมก็ถือเป็นอาหารรสชาติที่ทำให้หินทองได้โดยย่าบอกว่าความเจริญอยู่ที่ไหนมันก็ทุกข์ยากที่นั่นอยู่บนเขานี้ไม่มีเงินก็ยังอยู่ได้แต่ถ้าอยู่ในตัวเมืองไม่มีเงินก็อยู่ไม่ได้เพราะทุกอย่างต้องใช้เงินซื้ออยู่ไปก็เดือดร้อนเขา แต่ถึงแม้อย่างไรย่ายิ้ม ก็ยังใช้ชีวิตอย่างยากลำบากฤดูฝนร้ายทางในป่านะเอาแน่เอานอนไม่ได้ในบางครั้งก็มีน้ำหลากลงจากเขาจนข้ามห้วยไม่ได้ก็ทำให้ย่ายิ้ม ไม่สามารถออกจากบ้านได้จึงทำให้รองเท้าไม่ได้หลายวันข้าวสารก็มาจะไม่มีเหลือโดยบางครั้งบางอาทิตย์ก็เกือบไม่ได้กินข้าวเลยก็มีกินแต่หัวกลอยป่าเอามานึ่งกับมะพร้าวคั่วอย่างเดียว นอกจากนี้สามารถเก็บหน่อไม้ไปแลกข้าวกับคนในชุมชนได้ยินยังมีรายได้คือเบี้ยสงเคราะห์คนชราโดยใช้เงินจำนวนนี้มาจะหมดไปกับการทำบุญรวมถึงเงินที่ลูกหลานแบ่งไว้ให้ใช้ยามมาเยี่ยมก็มักจะใช้ไปกับกิจกรรมทางธรรมะด้วยเช่นกัน แล้วตลอดหลายปียายอิ่มก็ใช้ชีวิตอยู่กลางป่าเขาเพียงลำพังเมื่อลูกมาหาก็จะดีใจทุกครั้งและแกก็ยังยืนหยัดว่าอยากจะอยู่ในป่านี้ไปจนตายและคำขอสุดท้ายที่ผ่านไปยังลูกหลานนั่นก็คือ “ถ้าหากฉันจากไป ก็ให้ฝั่งไว้บนไร่บนเขานี้” แต่ถึงอย่างไรความดังของย่ายิ้มจะทำให้มีคนในละแวกนั้นจัดทำโปรแกรมทัวร์บ้านย่ายิ่มขึ้น โดยมีคณะนักศึกษาต่างสนใจเข้ามาแวะเวียนกันเป็นอย่างมาก ราวกลับย่ายิ้มเป็นโฮมสเตย์ และยังมีบริการรถเหมาจากอำเภอวัดโบสถ์มาส่งถึงบ้านพี่มณีซึ่งเป็นปากทางเข้าบ้านย่ายิ้ม จนเจ้าของบ้านยังงง แต่จะไม่ให้แขกพักพิมพ์มันก็ไม่ใช่เรื่อง และนอกจากนี้กิจกรรมนี้นั้นก็ยังมีกิจกรรมเช่ารถอีแต๋นขึ้นไปบนเขาของคนบางกลุ่มเป็นการฉวยโอกาสโก่งราคาน้ำมันและอ้างว่าทางขึ้นเขาลำบากเช่าที่เป็นพันธุ์โดยล่าสุดนี้ทาง อบต.หินลาดยังได้งบประมาณด่วน เตรียมปรับปรุงทางเข้าบ้านย่ายิ้มเพื่อให้ผู้คนเข้าไปเยี่ยมเยียนย่ายิ้มได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าย่ายิ้มนั้นจะดีใจหรือเปล่าหรือเศร้าใจที่มีคนมาแวะเวียนหาแกได้ง่ายขึ้นเพราะ ลำพังแค่ถนนหนทางอันลำบากก็มีผู้คนต่างแวะเวียนและนำของกินข้าวของเครื่องใช้มาให้แกกินแกต้องลำบากผอมลงข่าวมาให้พี่มีเก็บไว้เลี้ยงแขกอยู่ร่ำไปสวนข้าวของเครื่องใช้เครื่องครัวหม้อหายแกก็ไม่ยอมใช้และด้วยความปรารถนาดีของผู้อื่นที่ส่งมาให้ทำให้สิ่งของพะเนินไว้เต็มบ้านไปหมดและต้องทนต้องคอยระวังไม่ให้ชนล้ม และนอกจากนี้ย่ายิ้ม ยังมีอาชีพใหม่โดยไม่ได้ตั้งใจนั่นก็คือการเก็บขวดส่งให้ลูกชายไปขายเพราะคนที่มาเยี่ยมเยียนแกนั้นได้ทิ้งขวดน้ำเครื่องดื่มบำรุงกำลังไว้ที่บ้านเกิดกลางเช่นเดียวกับของขนมห่อบะหมี่ที่ทิ้งไว้หากวันใด หากย่ายิ้มยังพอมีแรงพอที่จะรวบรวมก็จะรวบรวมเอาไว้โดยก่อนหน้านี้ที่ย่ายิ้มอยู่เพียงคนเดียวมาหลายสิบปีก็ไม่มีใครอยากให้เคยเห็น ซึ่งสิ่งนี้ก็เรียกได้ว่าความเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของผู้คนอาจจะทำให้ย่ายิ้มลำบากขึ้นกว่าแต่ก่อนแต่อย่ายิ้มก็ยังรับผู้เยี่ยมเยียนโดยไม่ปริปากเพราะคนกลัวว่าคนอื่นจะเสียน้ำใจแต่รู้ไหมว่าความจริงแล้วยายยิ้มไม่ได้อยากได้สิ่งของนอกกายเรานี้เพราะทุกวันนี้เข้าของใหม่เอี่ยมทั้งหลายที่ใครหลายๆคนขึ้นมาให้ก็ยังคงอยู่ในถุงพลาสติกเรียงรายอยู่เต็มพื้นเต็มไปหมด ณ วันนี้ใครต่อใครที่พยายามนำสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นความสุขให้กับแกแต่หารู้ไม่ว่าการมีน้ำใจช่วยเหลือคนคนนึงโดยขาดความพอดีอาจจะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนคนหนึ่งและนำพาความทุกข์มาให้คนคนนั้นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจก็ได้

ช่วยกัน! บ้านนกขมิ้น รับสิ่งของบริจาคเพื่อเด็กกำพร้า

โดยถ้าหากใครนั้นอยากมองหาที่ทำบุญ อยากบริจาคช่วยเหลือเด็กๆและผู้คน ในวันนี้ทางทีมงานก็จะมาบอกช่องทางดีดีให้กับคนที่อยากจะเป็นผู้ให้ โดยการเป็นผู้ให้นี้อาจเปลื่ยนชีวิตของเด็กๆ หลายๆคนได้ โดยทุกคนนั้นสามารถให้ได้แบบที่ไม่ลำบาก กันได้ โดยวันนี้เราอยากแนะนำ บ้านนกขมิ้นให้ทุกคนได้ลองรู้จักกันดู … โดยเด็กๆบ้านนกขมิ้นแห่งนี้นั้น ต่างขาดทุนทรัพย์ในการทำความฝันของตัวเอง โดยปกติแล้วเด็กๆมีความฝันก็มักจะมีผู้ปกครองที่คอยสานฝันเด็กๆให้ประสบความสำเร็จแต่เด็กๆที่นี้ เป็นเด็ก ยาก-จน / กำ-พร้า เมื่อมีความฝันอบ่างชัดเจนแต่ก็ไม่สามาถไปตามความฝันของตัวเองได้อย่างเด็มที่ เพราะขาดปัจจุยที่จะทำให้เป็นจริง เช่นไม่มีตำราเรียนดีดี / ไม่มีแหล่งความรู้ดีดี / ไม่อุปกรณ์การเรียน / ไม่มีโอากาศอื่นๆ อีกมากมาย โดยเด็กๆทุกคนนั้น เรียนจบเพียงแค่ ชั้น ม.6 โดยการเรียนต่อมหาลัยนั้นต้องเนียนต่อมหาวิทยาลัยรัฐเท่านั้น ต้องผ่านการสอบแอดมิชชั่นของ ม.รัฐเพียงอย่างเดียว แต่หากสอบไม่ผ่าน และต้องการเข้าเรียนม . เอกชน ต้องเพียงแค่หวังว่าจะมีผู้ใหญ่ใจดี มาช่วยในเรื่องของทุนกการศึกษาเท่านั้น และด้วยเหตุนี้ก็ทำให้เด็กไทยหลายๆคนต่างต้องทำใจทิ้งความฝันของตัวเองและเลือกเส้นทางเดินที่คิดไม่ออกว่าตัวเองนั้นจะมีความสุขหรือไม่ถ้าหากมีความสุขก็โชคดีไปแต่ถ้าหากไม่พวกเขาก็ต้องจำใจและอยู่ต่อไปเพื่อใช้ชีวิตจึงทำให้พวกเขานั้นขาดโอกาสในเรื่องของการเลือกเส้นทางชีวิตทางด้านการศึกษาโดยทหารเด็กเหล่านี้มีโอกาสในการใช้ชีวิตและมีผู้สนับสนุนชีวิตคงเปลี่ยนไปได้อย่างสิ้นเชิง จะมีความสุขและสามารถใช้ความรู้ความสามารถที่ตัวเองสั่งสมมาอย่างตั้งใจมาพัฒนาและทำงานได้อย่างร่วง โดยทุนทรัพย์ที่ท่านนั้นสามารถช่วยให้กับบ้านนกขมิ้นนั้นก็มีด้วยกันโดยการบริจาคของ 4 สีนี้นั่นก็คือ 1.ซองกาแฟทรีอินวัน โดยได้มีการรวบรวมซองกาแฟทรีอินวันมาถักเป็นกระเป๋างานแฮนด์เมดที่สวยและมีความแข็งแรงเพื่อนำไปสร้างรายได้โดยจะมีการนำไปประมูลในวาระต่างๆ 2. เครื่องใช้ไฟฟ้าเสีย ถ้าหากใครมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียอย่าพึ่งอย่าพึ่งนำไปทิ้งอย่าเพิ่งไปชั่งกิโลขายสามารถนำบริจาคให้กับบ้านนกขมิ้นที่นี่ได้เพราะบ้านนกขมิ้นนั้นจะนำสินค้าของท่านไปซ่อมและนำมาขายเป็นสินค้ามือสอง 3.เสื้อผ้ามือสองสภาพดี

โรงเรียนไม้เล็ก ๆ ย่านสุขุมวิท เป็นที่พึ่งเด็กยากจน

ถ้าหากพูดถึงเมืองกรุงเทพย่านสุขุมวิท ทุกคนก็มักจะนึกถึง ตึกสูงระฟ้า รถรามากมาย มีความวุ่นวายของความเป็นเมืองไปหมด แต่บอกเลยว่าท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านี้ก็ยังมีโรงเรียนเล็กๆที่คอยสอนเด็กด้วยค่าเทอมแสนถูกมานาน หลาายปี โดยโรงเรียนแห่งนนี้นั้นมีชื่อว่า โรงเรียนวรรณวิทย์ ที่ตั้งอยู่ใน สุขุมวิท ซอย 8 นั้นเอง โดยภาพของโรงเรียนนั้นตัดกับภาพตึกระฟ้าที่สูงอยู่ข้างๆเป้นอย่างมากเพราะทุกอย่างราวกับเหมือนมองภาพในอดีตท่ามกลางความเป็นเมืองในปัจจุบัน โดยที่นี้ ตรงกลางโรงเรียน มีสนามกีฬา ที่ยังเป็นลายกิจกรรมหลากหลาย และยังมีอาคารไม้ 2 ชั้น รูปตัว L และซ้ายมือก็เป็นโรงอาหาร และยังมีบ้านพักหลังเล็กๆที่เป้นที่หักอาศัยของหญิงวัน 96 ปีด้วย โดยสถานที่แห่งนี้นั้นกก่อตั้งขึ้นในปี พุทธศักราช 2489 โดย หม่อมผิว สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนขนาดเล็กที่มีพื้นที่เพียงแค่ 3 ไร่ โดยวัตถุประสงค์ของการสร้างโรงเรียนแห่งนี้ก็เป็นเพราะว่า ต้องการที่จะช่วยเหลือคนจนที่อยู่ในบริเวณแห่งนี้...เพื่อให้เด็กมีโอกาศได้เรียนหนังสือบ้าง และนอกจากนี้หม่อมผิวท่านก็ยังเป็นครู สอนเด็กๆด้วยตัวเองอีกด้วย โดยเริ่มแรกมีนักเรียนเพียงแค่ 8 คนเท่านั้น และยังไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียนแต่อย่างใด แต่ต่อมามีภาระค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น จึงมีการเก็บค่าเล่าเรียน บ้างเล็กน้อง

ชื่นชม ครูไอซ์ แม้ตาบอด 2 ข้าง ไม่ยอมแพ้ มุมานะ จนคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1

ถ้าหากพูดถึงอาชีพ ครู แล้วทุกคนก็กจะทราบกันเป็นอย่างดี ว่าอาชีพนี้ เป็นอีก 1 อาชีพที่สำคัญ เพื่ออนาคตของชาติเลยก็ว่าได้ เพราะครูนั้นต้องค่อยสั่งสอน อบรมกริยามารรยาย และ สั่งสอนให้เด็ก มีความรู้ มีความรับผิดชอบในตัวเอง และสังคม … โดยบอกเลยว่าการเป็นครูนั้นสำหรับคนธรรมดาว่ายากแล้ว แต่ถ้าหากเป็นคนที่พิการทางสายตา จะเป็นครูที่ดีได้ขนากไหนกัน บอกเลยว่า ความไม่เหมือนใครทางร่างกายนั้น ไม่มีผลต่อความเป็นครูเลยอย่างน้อยเพราะตอนนี้มีการแสดงให้เห็นประจักแล้วว่า ถึงแม้จะมีร่างกายไม่สมประกอบแต่ก็สามารถเป็นครูที่ดี อย่างครูไอซ์ หรือ ดำเกิง มุ่งธัญญา อายุ 25 ปี ได้ โดยครูไอซ์นั้นเป็นครูที่พิก-ารทางสายตา แต่ครูไอซ์นั้นก็สามารถสอนลูกศิลษ์ของตัวเอง ให้มีความรู้ จนมีคะแนนดีขึ้นทั้งห้องเลยก็ว่า ได้… โดยสาเหตุที่ทำให้ครูไอซ์ตาบอลนั้นครูไอซ์ก็ได้บอกว่า ตัวเขาคลอดก่อนกำหนด ในขณะที่แม่ตั้งครรณเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้นโดยในตอนที่คลอดออกมานั้นมีเพียงน้ำหนักมีแค่ 1 โล 2 ขีดเท่านั้นเลยจึงทำให้ต้องเข้าตู้อบและเซลล์ประสาทตายังไม่แข็งแรงพอเข้าตู้อบแสงตู้อบนั้นก็ทำลายเซลล์ประสาทตาจึงทำให้มองไม่เห็นแต่ในปัจจุบัน โดยแม้จะตาบอดแต่ในวัยเด็กนั้นก็ไม่เคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือรู้สึกแตกต่างจากคนอื่นเพราะได้รับเลี้ยงการดูแลอบรมจากพ่อแม่เป็นอย่างดีเหมือนคนปกติ โดยในตอนเด็กพ่อแม่ของครูไอซ์ก็ไม่พยายามให้เธออายเข้าสังคมและก็เรียนหนังสือได้ตาเหมือนคนปกติแต่เปลี่ยนจากการอ่านหนังสือด้วยสายตาก็เป็นการอ่านจากตัวอักษรเร็วและมีการเรียนทักษะใจไหมคะและใช้ทักษะชีวิตทั่วไปและหลังจากที่เรียนจบชั้นป 6 จากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯก็ได้เรียนต่อโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6

พ่อกับแม่ คือพระแท้ในบ้าน ทำดีกับท่าน เท่าทำบุญกับพระอรหันต์

หากใครนั้นอยากจะใช้หนี้ให้กับพ่อแม่ทางที่ดีที่สุดคือสร้างความดีให้กับตัวเองซึ่งนั่นเป็นการใช้หนี้พระเจ้าของเรานั้นให้หัวใจแม่ของเรานั้นให้น้ำเลือดน้ำเหลืองที่อยู่ในตัวซึ่ง ใครหลายคนอาจจะเคยรู้สึกรังเกียจพ่อแม่ของตัวเองว่าไม่สวยงามแต่เมื่อแก่ตัวไปก็ถูกลูกหลานรังเกียจซึ่งถือเป็นกงกรรมกงเกวียนที่ยืดเยื้อกันต่อไปเรื่อยๆ และถ้าหากใครตามหาพระอรหันต์บอกเลยว่าไม่ต้องไปหาที่ไหนเพราะพ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่อยู่ในบ้านเพราะพ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกพ่อแม่เป็นคู่ครองราชย์ฉะนั้นก่อนออกจากบ้านควรกราบพ่อแม่ 3 หนที่เท้า และจงจำไว้วันเกิดของท่านคือวันตายของแม่เพราะวันที่ลูกเกิดนั้นแม่อาจจะต้องเสียชีวิตการออกศึกสงครามการเสียชีวิตสำหรับคนเป็นพ่อฉันใดคือการคลอดลูกก็เป็นเสียงตายฉันนั้นถ้าวันเกิดเลี้ยงเหล้าจดไว้เลยว่าอายุจะสั้นจะบั่นทอนให้อายุสั้นลงก็ควรจะสวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติธรรมให้กับพ่อแม่ในวันเกิดของตัวเองจะดีกว่าและพ่อแม่ก็จะต้องสอนเด็กว่าวันเกิดของเราอย่าพาเพื่อนมาให้พ่อแม่ทำครัวเลี้ยงนะเธอจะบาปทำมาหากินไม่ขึ้น เพราะถ้าหากต้องการเป็นลูกที่ดีต้องเลี้ยงพ่อไม่ให้อิ่มก่อนนะค่อยไปเลี้ยงเพื่อนที่หลัง สำหรับใครที่มีพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้วก็ให้ทำการหมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่านและทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐานและอุทิศส่วนกุศลไปถึงขั้นนั้นจะได้บุญมากและผู้ใดก็ตามที่มีพ่อแม่มีชีวิตอยู่ก็ให้กลับไปกราบเท้าขอพรจากท่านจะได้มั่งมีศรีสุขหากใครเคยทำไม่ดีกับท่านเอาไว้ก็ให้นำแท้เทียมไปกราบขอขมาอโหสิกรรมล้างเท้าให้กับท่าน และขอฝากไว้สำหรับลูกหลานทุกคนว่าอย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่ไม่ต้องถึงกับฆ่าแต่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดีก็จะทำให้เรานะทำมาหากินไม่ขึ้นฉะนั้นต้องถอนคำพูดไปขอขมาลาโทษแล้วมาเจริญกรรมฐานรับรองสำเร็จแน่บางคนอาจลืมพ่อแม่แต่บอกแล้วว่าอย่าลืมเด็ดขาดและการเขียนพ่อแม่และแม่ไม่ดีฉะนั้นอย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่ไม่อย่างนั้นจะไม่เจริญก้าวหน้า บ้านไหนพ่อมีเมีย 5 เมีย 6 เมียหลวงบอกลูกว่าพ่อเจ้าไม่ดีหนูก็ไป โกรธพ่อจนพ่อคิดและเครียดมากจนกลายเป็นโรคประสาทก็มีหลวงพ่อท่านเคยแนะนำให้ผู้ไปขอขมาลาโทษและกลับไปนั่งกรรมฐานจึงจะได้ผล และคนที่มีบุญวาสนาเท่านั้นจะกตัญญูกับพ่อแม่คนที่เสียพ่อแม่เอาดีไม่ได้คนที่พูดไม่ดีกับพ่อแม่นั่งกรรมฐานร้อยปีก็จะไม่ได้อะไรถ้าไม่รู้จักกันอโหสิกรรม ฉะนั้นการอโหสิกรรมในสิ่งที่เคยคิดไม่ดีกับพ่อแม่คิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์ที่ไม่ดีกับพี่ๆน้องๆด้วยการเอาน้ำพันนึงเอาดอกมะลิโรย แล้วพูดว่ากายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส อันว่า โทษทัณฑ์ใด ความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอให้คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณพี่ คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย แล้วเอาน้ำรดมือ รดเท้าฯ แล้วลูกจงโปรดจำไว้เมื่อแยกไปมีครอบครัวสามีภรรยาแล้วก็อย่าลืมไปหาพ่อแม่เมื่อมีเวลาว่างหรือเวลาวันเกิดของลูกหลานอย่าลืมเอาของไปให้พ่อแม่รับประทานอย่าเข้าร้านเหล้าอย่างเด็ดขาดของดีที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายให้อย่าไปทำลายทิ้งจงเก็บรักษาเอาไว้ บอกเลยว่าการดูแลปรนนิบัติพ่อแม่นะไม่ได้ยากเท่าไหร่แค่ทำอาหารให้ท่านกินพร้อมเพียงสมบูรณ์ซื้อของกินของใช้ที่จำเป็นให้ท่านตามกำลังซึ่งการทำแบบนี้นอกจากจะได้บุญแล้วพ่อแม่ยังอวยพรและบอกเลยว่าพรจากปากพ่อแม่นี่แหละศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และในการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลทุกครั้งให้เชื่อมบุญส่งถึงพ่อแม่ก่อนบอกเลยว่าพรจากพ่อแม่ศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งมีพลังส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จได้เร็วมากยิ่งขึ้นเพราะอย่างนี้ในการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแผ่เมตตาพระท่านจึงให้อุทิศเชื่อมบุญกับพ่อแม่ก่อนอยู่เสมอนั่นเอง ฉะนั้นจงจำไว้ถ้าหากจะไปทำบุญนอกบ้านแต่ยังไม่ทำบุญกับคนในบ้านก็ไม่สมควรที่จะไปฉะนั้นควรจะทำบุญกับพระในบ้านเสียก่อนอย่างพ่อแม่ของเราเป็นต้นไป

ร่วมทำบุญ อุปกรณ์ทางการแพทย์เตียงผู้ป่วย กับรพ.ศรีธัญญา

โดยในล่าสุดนี้ทางมูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญาได้มีการเชิญชวนให้ทุกคนประชาชนร่วมกันบริจาคทำบุญร่วมซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และเตียงโดยเตียงที่ได้รับมานั้นจะนำไปใช้ให้กับผู้ป่วยจิตเวชซึ่งไม่ใช่เป็นผู้ป่วยทั่วไปเพียงแค่ช่วยกันคนละ 1 แชร์ก็สามารถเป็นการช่วยแชร์ข้อมูลเหล่านี้ไปฝากถึงผู้ใจบุญกันได้แล้ว โดยสาเหตุที่จำเป็นต้องใช้เตียงใหม่ นั่นก็เป็นเพราะว่าผู้ป่วยนั้นไม่ใช่ผู้ป่วยปกติสภาพเตียงนั้นจึงจะต้องออกแบบมาให้มีความเหมาะสม โดย 1 เตียงจะ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 บาทและสามารถระบุชื่อผู้บริจาคติดไว้ที่เตียงได้และขอใบเสร็จเพื่อรับการลดหย่อนภาษีได้ด้วยเช่นกัน ด้วยการบริจาคสมทบทุนน้ำสามารถทำได้ตามกำลังไม่จำเป็นต้องบริจาคเต็มจำนวนมีน้อยก็สามารถบริจาคน้อยได้หรือถ้าหากใครไม่มีงบประมาณก็อยากจะช่วยกันแชร์ คนละ 1 โพสต์ก็เป็นการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ให้กับทุกๆคนได้ทราบกัน โดยผู้ที่สนใจเข้ามาบริจาคสามารถได้ติดต่อเข้ามาได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญาได้ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ในเวลาราชการเป็นเสาร์อาทิตย์ให้ทำการแจ้งนัดเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02 558 27800 ต่อ 57 หรือ 136 หรือเข้าไปยัง Facebook มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญาได้ด้วยเช่นกัน

ไปรษณีย์ชวน คนไทย ส่งวัสดุอลูมิเนียม เพื่อนำไปทำขาเทียม

วันนี้ทางไปรษณีย์ไทยจำกัดร่วมกับกรมควบคุมมลพิษได้มีการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมมอบของขวัญในเทศกาลปีใหม่ให้แก่ผู้พิ ก-าร โดยให้ประชาชนนั้นส่งอลูมิเนียมที่ใช้แล้วมาจัดทำอุปกรณ์ขาเทียมให้กับผู้ที่ขาดแคลน เช่น บานพับ กระป๋องน้ำอัดลม ชิ้นส่วนจากเครื่องยนต์ต่างๆ โดยสำหรับผู้ที่สนใจสามารถฝากส่งได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดยสามารถส่งสินค้านี้ได้ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วทุกแห่งในประเทศไทยซึ่งจะไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยสามารถบรรจุลงกล่องหรือซองน้ำหนักไม่เกินกล่องละ 5 กิโลกรัมและมีการจ่าหน้าให้เขียนคำว่าวัสดุอลูมิเนียมใช้แล้ว โดยบนหน้าก่อนนั้นให้จ๋าหน้าถึงกรมควบคุมม ล พิ ษ เลขที่ 9 2 ซ อ ย พหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธินเขตพญาไท กรุงเทพ ฯ 1 0 4 0 0 และนี่ก็คือเป็นการบอกบุ ญ มาฝากทุก ๆค นสำหรับใครที่กำลังมีอลูมิเนียมอยู่ในตัวเยอะหรือมีวัสดุน้ำอัดลมกระป๋องต่างๆก็สามารถนำมาบริจาคเพื่อสร้างกุศลให้กับผู้ยากไร้ได้

สูตรยาไวอากร้าสมุนไพร ‘ลูกผ่าด้าม’ บำรุงกำลังทางเพศ

โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับลูกผ่าด้าม ซึ่งลูกผ่าด้ามนั้นได้มีการวิจัยออกมาแล้วว่ามีฤทธิ์ออกคล้ายๆกับไวอากร้าและสามารถฟื้นฟู พละกำลังชายได้อย่างแน่แท้ และด้วยเหตุนี้ สิ่งนี้จึงกลายเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากและสามารถขายได้กิโลกรัมละหลายพันบาทและในตอนนี้ก็ได้มีการหาแนวทางในการขยายพันธุ์เพื่อทำการแจกจ่ายให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยลูกผ่าด้ามนี้ได้มีการเปิดเผยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์แผนไทย มาสินี้มีสมัยมาตั้งแต่โบราณโบราณซึ่งแต่ก่อนเป็นสังคมการเกษตรจำเป็นจะต้องใช้แรงในการทำไร่ไถนาและมีเรี่ยวแรงในการให้กำเนิดลูกหลานมาช่วยเหลือกิจการและกิจกรรมในครอบครัวดังนั้นจึงพบว่ากลุ่มยาที่สามารถช่วยในเรื่องของบำรุงกำลังได้นั้นก็มีอย่างมากมาย และเมื่อมองหันมาดูในปัจจุบันก็พบว่าความสัมพันธ์ทางเพศกำลังถูกคุกคามจากปัญหาทางด้านสุขภาพมีคนจํานวนหนึ่งมีบุตรยากเพราะว่าจำนวนน้ำอสุจิลดลงและเกิดสภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศจึงทำให้มีคนจำนวนมากประสบปัญหากับการมีบุตรยากโดยเกิดขึ้นจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปสภาพการดำเนินชีวิตเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและมีสารมลพิษหลักหลายที่เพิ่มมาในปัจจุบันมากยิ่งขึ้นและยังขาดสารอาหารบางาชนิดอีกด้วยฃ แนวคิดของหมอพื้นบ้านไทยที่จะต้องการแก้ปัญหาตรงนี้จึงได้มีการเน้นการดูแลธาตุในร่างกายให้สามารถกลับมาเป็นปกติและมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมาะสมโดยทุกคนนั้นจะต้องเน้นรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยคุณภาพโภชนาการและประกอบไปด้วยกับต้นตำรับสมุนไพรเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศและบำรุงเลือดลมทำให้การไหลเวียนของเลือดและระบบย่อยอาหารนั้นดีขึ้นแล้วเมื่อสุขภาพดีทุกอย่างก็จะดี สำหรับตัวอย่างยาบำรุงก็มีดังนี้ -พริกไทย 7 เม็ดกระเทียม 3 ขีดให้กินทั้งสองอย่างนี้ไปพร้อมกันสามารถแกล้ม ด้วยกุ้งแห้งประมาณ 2-3 ตัวได้โดยกินประจำทุกเช้าและเย็น ซัก 7 วันจะเห็นผล -สามารถนำเมล็ดหมามุ่ยแก่จัด มะม่วงไฟอ่อนจนสุกแนะนำมาบดหรือแช่น้ำมันเมล็ดนุ่มและเขียวกินครั้งละ 3 เม็ดเช้าเย็น

รักษาฟรี! มหาเศรษฐีใจบุญ บริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท เพื่อสร้างโรงพยาบาลให้ผู้ป่วยรักษาฟรี

และในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาพบกับเศรษฐีใจบุญอย่างคุณ ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ถวายท่อนไม้จันทร์หอมสร้าง โกศสมเด็จย่าและสมเด็จพระพี่นาง ทั้งยังเป็นบุคคลที่เจริญตามรอยในหลวงอย่างเต็มที่โดยตัวเขาได้มีการเปิดบริษัทที่มีชื่อว่าธาตุของแผ่นดิน โดยบริษัทแห่งนี้ได้มีการเปิดรักษาต้อกระจกฟรีให้กับคนจน โดยทั้งหมดนี้ก็ต้องการที่จะสร้างประโยชน์อันแท้จริงให้ กับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งของแบบนี้เป็นของที่พูดง่ายแต่ทำได้ยากแต่เขาสามารถทำได้จริง และนอกจากนี้เขา ก็ยังมีการบริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาทเพื่อเปิดโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยฟรีโดยตรงเขาบอกว่าหลังจากที่ตัวเองนั้นอายุเริ่มมากยิ่งขึ้นก็จะเลิกทำทุกอย่างรับค่าเช่าจากธุรกิจเพียงเท่านั้นรหัสหน้ามาทำบุญอย่างจริงจังโดยมีการบริจาคที่ดินที่ซอยสุขุมวิท 24 เป็นจำนวนทั้งหมด 3 ไร่หรือ 130 ตารางวาโดยมีราคาทั้งหมดตกอยู่ที่ 6,000 บาท โดยพื้นที่ดินตรงนั้นก็ได้มีการก่อตั้งบริษัททาสของแผ่นดินจำกัดเพื่อดำเนินการเป็นโรงพยาบาลให้คนจนรักษาตาและฟอกไตฟรีและไม่คิดจะขายพื้นที่ตรงนี้ให้กับใคร และนอกจากนี้เขายังดำเนินชีวิตด้วยเศรษฐกิจแบบพอเพียง และด้วยคุณงามความดีในครั้งนี้ก็ทำให้เขานั้นได้มีโอกาสอันใหญ่ยิ่งได้มีโอกาสเข้าไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิดชื่อพระองค์ก็ได้ประทานพระราชดำรัสว่าขอบใจซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขและเป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืม โดยศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกและตัดเนื้อเกิดจากลมหายใจสุดท้ายของเขาที่ครั้งหนึ่งเคยถูกลอบทำร้ายจนจะต้องเข้าไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนและต้องอยู่ในห้อง ICU นานถึง 45 วันและทำการผ่าตัดถึง 6 ครั้งโดยในระหว่างที่ยังอยู่ห้อง ICU ก็ได้ยินเสียงทุกคนพูดตรงกันว่าคงจะอยู่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงและครึ่งชั่วโมงนั้นก็ทำให้เขานั้นสามารถรอดได้มาอย่างปฏิหาร และด้วยเหตุนี้นั้นเขาจึงต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ตอบแทนบุญคุณด้วยการจัดตั้งศูนย์ก่อตั้งศูนย์ผ่าต้อกระจกขึ้นเพื่อรักษาผู้ยากไร้เพราะเขามีความคิดว่าในเมื่อเขาอยู่ในแผ่นดินนี้ถ้ากินนอนเฉยๆไม่ทำอะไรจะอยู่จังสุขสบายได้อย่างไรถ้าหากไม่รู้จักเกื้อกูลกันจะทำได้อย่างไรโดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เขาได้เข้าใจถึงความเป็นมนุษย์และบุญคุณที่จะต้องทดแทน และในปัจจุบันที่ศูนย์แห่งนี้ก็ได้มีการรับรักษาผู้ป่วย 200 รายและได้รับผ่าตัดต้อกระจกมองเห็นอีกครั้งทั้งหมดประมาณ 6 แสนราย และในปัจจุบันทุกวันนี้เขาก็ยังขอเดินตามรอย พระยุคลบาทองค์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างตั้งใจจนกว่าชีวิตจะหาไม่และผู้ที่เป็นต้อกระจกต้องการรักษาฟรีก็สามารถให้ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้วหรือนายชูศักดิ์ แก้วสุริยอร่าม ได้เลย โดยบริษัทแห่งนี้จะทำการเปิดทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ อยู่ในบริเวณซอยสุขุมวิท 24

ประหยัดงบ D.I.Y. ท่อ PVC ให้กลายเป็น ชั้นวางอเนกประสงค์ ทำง่ายแต่ดูดี

ซึ่งถ้าหากพูดถึงท่อ PVC หน้าที่หลักๆของมันก็คือการเป็นท่อที่คอยเชื่อมต่อน้ำประปา เพื่ออุปโภคและบริโภคแต่ความจริงแล้วเจ้าท่อ PVC นี้สามารถนำมาประยุกต์ดัดแปลงให้กลายเป็นของใช้ได้อย่างหลากหลาย และวันนี้ทางทีมงานนั้น ก็จะพาทุกคนนั้นมาประดิษฐ์ชั้นวางของอเนกประสงค์จากท่อ PVC กันโดยเป็นการทำสวนผักแนวตั้งหรือจะนำมาแขวนผ้าก็ยังได้อีกทั้งยังประหยัดงบประมาณอีกด้วยโดยจะทำอย่างไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า โดยท่อ PVC ที่ต้องใช้นั้นมีขนาดดังต่อไปนี้ ท่อ PVC ขนาด 100 cm จำนวน 12 ท่อ / ท่อ PVC ขนาด 40 cm จำนวน 12 ท่อ / ท่อ PVC ขนาด 15 cm จำนวน 32 ท่อ / ข้อต่องอ จำนวน 4 ตัว / ข้อต่อ 3 ทาง จำนวน 36

สวยและจิตใจดี ต่าย อรทัย เป็นสะพานบุญ ทำบุญครั้งใหญ่ถวายวัด

โดยทุกคนก็จะรู้จักกับนักร้องสาวต่ายอรทัยเจ้าของฉายาราชินีลูกทุ่งกันเป็นอย่างดีโดยเธอคนนี้มีผลงานออกมาให้แฟนๆได้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆโดยเฉพาะผลงานเพลงที่บอกเลยว่าเสียงของเธอนั้นไพเราะจับใจทุกคนเป็นอย่างมากอีกทั้งการแต่งตัวก็เรียบร้อยไม่โป๊จะทำให้มีแฟนแฟนมากมายต่างติดตามและหลงรักความเป็นเธอ ในก่อน หน้านี้ต่ายอรทัยได้มีการโพสต์ภาพลงใน Instagram ซึ่งได้เป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่โดยการทำโรงครัวถวายวัดซึ่งได้รับยอดบริจาคทั้งหมด 153,075 บาท และมีการระบุข้อความไว้ว่าตอนนี้คอนเสิร์ตก็ได้เริ่มซ้อมทางบ้านงานผ้าป่าก็ได้เริ่มเทพื้นโรงครัวโดยทุกอย่างจะสำเร็จเพราะวันนี้เริ่มต้นด้วยความตั้งใจ และนายล่าสุดเธอนั้นก็ได้มีการอัพเดทการสร้างโรงครัวถวายวัดที่จังหวัดอุบลโดยมีการระบุข้อความไว้ว่าในตอนนี้ที่พักแม่สชีและโรงครัว กำลังดำเนินการก่อสร้างโดยงบประมาณในการก่อสร้างอยู่ทั้งหมดประมาณ 200000 บาทซึ่งถ้าหากใครยังมีจิตศรัทธายังสามารถร่วมบริจาคกันได้เช่นกัน

ผักชีลาว ผักบ้าน ๆ เต็มไปด้วยคุณค่าและประโยชน์

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมารู้จักกับผักชีลาวซึ่งถือเป็นพืชล้มลุกอีกนิดนึงที่ถูกนำมาใส่อาหารกันอยู่บ่อยๆโดยเฉพาะทางภาคอีสานมักจะมีผักชีลาวประกอบและอาหารอยู่เสมอโดยผักชีลาวนั้นมีลักษณะลำต้นสีเขียวและมีการแตกกิ่งเล็กน้อยบางพันธุ์แตกลักษณะเป็นใบเหมือนแต่ก่อนสีเขียวออกมา ไม่แข็ง และมีกลิ่นหอมฉุย จากนี้และนอกจากนี้ผักชีลาวยังมีคุณสมบัติทางสมุนไพรทั้ง ช่วยแก้อาการท้องผูก / ท้องอืด / ท้องเฟ้อขับลม / แก้ปัสสาวะขัด / และสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้และนอกจากนี้สามารถขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการหายใจ / แก้อาการวิงเวียนศีรษะ / ขับลม / ขับเหงื่อ / กระตุ้นน้ำนม / และยาแก้หอบหืดได้อีกด้วย ประโยชน์ผักชีลาวนั้น มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสามารถช่วยชะลอวัยได้เป็นอย่างดี /บำรุงสายตารักษาสายตาป้องกันโรคเกี่ยวกับตาต่างๆ / บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง /บำรุงกำลังชั่วคราว /สร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรค / ลดความดันโลหิต / ยับยั้งการชะลอขยายตัวของเซลล์มะเร็ง / รักษาโรคเบาหวาน / ขยายหลอดเลือด / บำรุงปอด / ขับเหงื่อ / อาการหอบหืด / แก้อาการไอ / แก้อาการสะอึก / ช่วยลดอาการโคลิค / แก้อาเจียนคลื่นไส้เวียนศีรษะ

เทคนิคที่ช่างไม่ได้บอก แอร์รถยนต์เย็นไว ไม่มีกลิ่นอับ

โดยในวันนี้ทางทีมงานก็จะนำเทคนิคดีๆมาฝากกันสำหรับการดูแลรถของเราโดยเฉพาะในเรื่องของช่องแอร์ที่มักจะส่งกลิ่นอับและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ซึ่งบางคนก็นำไปเข้าร้านแต่บอกเลยว่าเพียงแค่ 6 วิธีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร้านอีกทั้งยังได้แอร์เย็นฉ่ำประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ 1 ก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องทุกครั้งทำการปิดสวิตซ์ A/C ในทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์ชุดในขณะที่กำลังสตาร์ทเครื่อง 2.ใช้พัดลมความเร็วสูงและการสตาร์ทและทิ้งไว้จนเครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิที่พร้อมใช้งานอย่าเพิ่งไปปรับอุณหภูมิให้เปิดแอร์โดยใช้ความเร็วพัดลมให้สูงเพื่อระบายความร้อนในระบบแอร์ออกมาจากนั้นค่อยทำการเปิด A/C และปรับอุณหภูมิตามความต้องการ 3.ทำการไล่ความร้อนทุกครั้งโดยวิธีนี้ใช้กับรถที่จอดอยู่กลางแจ้งอันควรเป่าลมในระดับแรงสุดอย่าเพิ่งเปิดสวิตช์ A/C โดยเปิดทิ้งไว้ประมาณ 5-7 นาทีจะสามารถช่วยลดความร้อนได้เป็นอย่างดีแล้วค่อยเปิดสวิตช์ตาม 4.อย่าเปิดปิดกระจกรถไปบ่อยๆ เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองและความร้อนเข้ามาในรถอีกครั้งฝุ่นละอองเหล่านี้จะสามารถมาอุดตันตู้แอร์ในรถได้อีกด้วย 5.ซึ่งถ้าหากรู้สึกว่าใช้ไปแล้วแอร์ไม่เย็นก็ให้ทำการปิดน้ำยาแอร์หรือปิด A/C ให้เรียบร้อยในทันทีซึ่งการทำแบบนี้จะสามารถช่วยลดความเสียหายจาก Compressor แอร์ได้ 6.อยากได้น้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์เพราะมีฤทธิ์ทำให้ตู้แอร์ในรถขผุกกร่อนไว

ขายดีมาก ปาท่องโก๋สูตรเก่าแก่จากเมืองจีน ขายได้วันละหมื่น

ซึ่งถ้าหากพูดถึงอาหารให้ตอนเช้าหรือขนมหวานใครหลายๆคนก็มาถึงปาท่องโก๋ร้อนที่กินคู่กับน้ำเต้าหู้หรือโจ๊กในตอนเช้ากัน โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาที่ร้านปาท่องโก๋เสวยซึ่งเป็นร้านปาท่องโก๋เก่าแก่ที่เราอยากจะแนะนำโดยมีคุณ คุณธนกร เจริญพิมลกุล ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 เป็นเจ้าของร้านปัจจุบันในสาขาเยาวราชโดยตัวขาวก็ได้มีการเปิดเผยว่าที่ร้านปาท่องโก๋เสวยนี้ ก่อตั้งเมื่อประมาณปี 2519 หลังจากที่อากงอาม่าได้มาจากเมืองจีน และนำความรู้มาเปิดร้านขายปาท่องโก๋ อยู่ในบริเวณตรอกมะยม แถวๆบางลำพู ซึ่งแต่เดิมชื่อร้านแห่งนี้คือร้านปาท่องโก๋โทษรุ่งเพราะทำการตั้งแต่เช้ามืดก่อนที่จะเปลี่ยนร้านชื่อร้านมาประมาณ 50 ปีก่อนโดยในสมัยก่อนย่านบางลำพู เป็นเขตพระราชวัง คนในวังมาซื้อกันเยอะ จึงเรียกกันติดปากว่าปาท่องโก๋ทรงเสวยแต่ในปัจจุบันเหลือเพียงแค่คำว่าปาท่องโก๋เสวยเท่านั้น และเมนูที่ไม่ควรพลาดนะก็คือเมนูปลาท่องโก๋กับสังขยาปาท่องโก๋ที่นี่นั่นให้รสสัมผัสที่น่ากินเป็นอย่างมากกรอบนอกนุ่มในไม่เติมน้ำมันแป้งบางกรอบทานคู่กับสังขยาที่มีรสหวานกลมกล่อมเนื้อไม่เหลวเกินเกินไปบอกเลยว่าเข้ากันดี อย่างมากซึ่งเป็นเมนูที่เราอยากจะแนะนำแต่นอกจากเมนูนี้ก็ยังมีเมนูหลายๆอย่างที่ให้ทุกคนลองกินกันเพราะมีท็อปปิ้งหลากหลายไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลต แยมสตอเบอรี่คาราเมล แยมส้มหรือนมข้น โดยจุดเด่นของร้านแห่งนี้นั้นก็คือจะทำสดใหม่ในทุกๆวันและมีการโชว์นวดแป้งให้เห็นกันจะจะให้เห็นถึงความสะอาดและเปลี่ยนน้ำมันทอดวันละ 2 ครั้งและร้านแห่งนี้มีสูตรสังขยาในฉบับตัวเองโดยเฉพาะที่ไม่เหมือนกับคนอื่นจึงทำให้สังขยามีคุณภาพไม่เสียง่าย และด้วยความอร่อยอย่างนี้นี่เองจึงได้รับรางวัลมิชลินไกด์ติดต่อกันถึง 2 ปีซ้อนในปี 2018 และ 2019 ซึ่งถือเป็นการสร้างความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งให้กับทางร้านเป็นอย่างมากเพราะเราการันตีว่าร้านมีคุณภาพอย่างแน่นอน และหลังจากที่ได้รับรางวัลนี้จากตอนที่จัดก่อนขายหมดประมาณ 01:00 นทุกวันนี้ 22:00 นก็เก็บร้านซึ่งในทุกๆวันสามารถสร้างรายได้ตกวันละเกือบหมื่นบาทเลยทีเดียวและหัวใจสำคัญในการขายดีมานานกว่า 5 ทศวรรษนี้ก็เพราะที่ร้านแห่งนี้นั้นเน้นเรื่องของความสะอาดเรื่องคุณภาพและวัตถุดิบที่ต้องจดใหม่และพิถีพิถันใส่ใจทุกรายละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกค้านั่นเอง และถ้าหากใครนั้นอยากจะลิ้มลองปาท่องโก๋ของพี่นี่นั้นบอกเลยว่าในตอนนี้มีการเปิดถึง 5 สาขาด้วยกันมีทั้งสาขาเทเวศน์สาขาพัฒนาการสาขาศาลเจ้าพ่อเสือสาขาบางลำพูซึ่งทุกคนนั้นสามารถลิ้มลองกันได้โดยร้านนั้นจะเปิดทุกวันเวลา 18:00 นจนถึง 24:00 น

อนุโมทนาบุญ ‘คุณจิมมี่’ เศรษฐีใจบุญ บริจาค35ล้านบาท ให้ รพ.มหาราชฯ

ใครหลายคนก็คงจะรู้จักกันดีกับคนจิมมี่เศรษฐีใจบุญที่ตัวข่าวนั้นได้กระทำความดีช่วยเหลือสังคมมาอย่างมากมายและในล่าสุดนี้ได้มีเพจที่มีชื่อว่า ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยเรื่องราวของสาวผู้ใจบุญแห่งจังหวัดนครราชสีมาโดยได้มีการรับมอบ อาคารสหไทยรังสีรักษา โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โดยมีมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาทและเครื่องสุดหัวใจและหลอดเลือดมูลค่า 25 ล้านบาท ซึ่งได้รับการบริจาคจากห้าง ห้างสหไทยสรรพสินค้านครศรีธรรมราช และนายจิมมี่ ชวาลา นักธุรกิจผ้า ที่มีความต้องการ จะช่วยเหลือผู้ป่วยหัวใจและผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งให้รับการดูแลใกล้บ้านลดการส่งต่อ ลดเวลารอคอย โดยที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชทางนายแพทย์ สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นประธานรับมอบอาคารได้รับการสนับสนุนเงินบริจาคในการก่อสร้างอาคาร รังสีรักษาวงเงิน 40 ล้านบาท จากเจ้าของห้าง สหไทยสรรพสินค้านครศรีธรรมราช 30 ล้านบาทและในจิมมี่ชวาลาอีก 10 ล้านบาท โดยได้มีผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่าง นายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช ได้เข้ามาต้อนรับเศรษฐีใจดีนอกจากนี้นายจิมมี่มีการได้การ บริจาคเครื่องศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเครื่องที่ 2 ให้กับโรงพยาบาลแห่งนี้อีกด้วยโดยมีมูลค่าทั้งหมด 25 ล้านบาทซึ่งจะมีการให้บริการตลอดเวลา 24 ชั่วโมงในการบริการผู้ป่วยโดยสามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 2,000-2,500 คนต่อปี โดยในตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการจัดระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งและมีการกระจายความชำนาญเข้าไปทุกเขตสุขภาพเพื่อให้ผู้ป่วยนั้นสามารถได้รับการบริการจากใกล้บ้านได้โดยทางโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชได้มีการรับการสนับสนุน เครื่องฉายแสงและเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เมื่อปีงบประมาณ 2561

สมุนไพรพื้นบ้าน สรรพคุณบำรุงสายตา แก้ปวดเอว บำรุงร่างกายทั้งชายและหญิง

โดยในวันนี้เราเอาคุณประโยชน์ จากรากตำลึงมาฝากกัน บอกเลยว่าตำลึงนั้นนอกจากที่จะช่วยให้ค่าสายตาบำรุงสายตา ต่างๆนอกจากนี้ มันยังมีคุณสมบัติที่เทียบสรรพคุณเป็นไวอากร้าเมืองไทย.. โดยคุณประโยชน์ของมันนั้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปรับฮอร์โมนเพศหญิง / บำรุงสายตา / แก้ปวดเอว / บำรุงมดลูก / รังไข่ / และช่วยบำรุงเพศเสริมสมรรพทาวเพศ โดยเพศหญิง ดิ่มวันละเป็ค ก่อน อาหารเช้า และ เพศชายดื่ม 2 เป็ค ก่อนอาหารเช้า-เย็น และในวันนี้เราจะมีสูตรสมุนไพรจากรากตำลึงมากฝากกัน ที่สามารถช่วยในเรื่องของการแก้ท้องเฟ้อ แก้ท้องอืด และช่วยขับลม และบำรุงสายตา บำรุงฟัน และยังช่วยป้องกันมะเร็ง และลดน้ำตาลให้เลือด บำรุงเลือด ลดไข้ และรักษาแผล โดยส่วนประกอบมีดังนี้… เริ่มจากส่วนประกอบก็จะมีรากที่ฝังในดิน ที่ไม่ใช่เลื่อยอยู่บนดิน โดยรากตำลึงยิ่งมีอายุมาก รากใหญ่มากจะคล้ายโสม และสรรพคุณก็ยิ่งสูงขึ้น จากนั้นก็ใส่น้ำผึ้งแท้+เหล้าขาว ขั้นตอนการทำ ขั้นตอนที่ 1 เอารากตำลึงมาล้างให้สะอาดและขูดผิวรอบนอกออกจากนั้นก็เอาไปตากแดด แต่อย่าทิ้งไว้หลายวัน

ข่าวดี! คปภ.สั่งประกันจ่ายเงินให้เจ้าของรถวันละ 1 พันบาท ระหว่างเคลมซ่อมรถ

ในล่าสุดนี้ทางเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยและได้มีการเปิดเผยว่าทางนี้ทาง คปภได้มีการ คุย และได้ข้อสรุปเรื่องการปรับปรุงความคุ้มครองของการขาดประโยชน์จากการใช้รถและอยู่ในระหว่างข้อเสนอเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมในเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันรถยนต์คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้จากการที่หาหรือการถึงกำหนดการความคุ้มครองของการขายประโยชน์ที่ควรจะระบุเอาไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันรถยนต์มีการระบุอย่างชัดเจนโดยผู้แทนของสมาคมประกันวินาศภัยไทยก็ได้มีการเข้าร่วมในครั้งนี้ด้วยและสรุปกฎเกณฑ์ในการกำหนดจ่ายค่าชดเชยสำหรับการกำหนดจ่ายค่าชดเชยก็จะมีการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ +รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งกำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท +รถยนต์รับจ้างสาธารณะขนาด 7 ที่นั่นกำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท +รถยนต์ขนาดเกินกว่า 7 ที่นั่งกำหนดอัตราไม่เกินวันละ 1,000 บาท นอกจากนี้ในปี 2562 จะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบประกันภัย โดยมีการกำหนดให้มีโครงการจัดทำ Mobile applications เป็นการนำระบบพื้นฐานข้อมูลการเพื่อนำไปให้บริษัทประกันภัยวินาศกรรมภัยของประชาชนใช้เป็นช่องทางในการให้การปรึกษาทางด้านประกันภัยทั้งระบบอีกด้วยซึ่งจะมีการออกอากาศเพื่อให้ทุกบริษัทได้ใช้กลไกอย่างเป็นรูป ธรรมต่อไป แต่ถึงอย่างไรนี่เป็นเพียงแค่ข้อสรุปเท่านั้นซึ่งเป็นเพียงแค่ด้านล่างเสนอซึ่งจะเป็นอย่างไรเราก็ต้องรอฟังข่าวกันไปอีกทีอย่าเพิ่งไปรีบร้อนตัดสินใจอะไรทั้งนั้น