พ่อกับแม่ คือพระแท้ในบ้าน ทำดีกับท่าน เท่าทำบุญกับพระอรหันต์

หากใครนั้นอยากจะใช้หนี้ให้กับพ่อแม่ทางที่ดีที่สุดคือสร้างความดีให้กับตัวเองซึ่งนั่นเป็นการใช้หนี้พระเจ้าของเรานั้นให้หัวใจแม่ของเรานั้นให้น้ำเลือดน้ำเหลืองที่อยู่ในตัวซึ่ง ใครหลายคนอาจจะเคยรู้สึกรังเกียจพ่อแม่ของตัวเองว่าไม่สวยงามแต่เมื่อแก่ตัวไปก็ถูกลูกหลานรังเกียจซึ่งถือเป็นกงกรรมกงเกวียนที่ยืดเยื้อกันต่อไปเรื่อยๆ

และถ้าหากใครตามหาพระอรหันต์บอกเลยว่าไม่ต้องไปหาที่ไหนเพราะพ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่อยู่ในบ้านเพราะพ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกพ่อแม่เป็นคู่ครองราชย์ฉะนั้นก่อนออกจากบ้านควรกราบพ่อแม่ 3 หนที่เท้า

และจงจำไว้วันเกิดของท่านคือวันตายของแม่เพราะวันที่ลูกเกิดนั้นแม่อาจจะต้องเสียชีวิตการออกศึกสงครามการเสียชีวิตสำหรับคนเป็นพ่อฉันใดคือการคลอดลูกก็เป็นเสียงตายฉันนั้นถ้าวันเกิดเลี้ยงเหล้าจดไว้เลยว่าอายุจะสั้นจะบั่นทอนให้อายุสั้นลงก็ควรจะสวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติธรรมให้กับพ่อแม่ในวันเกิดของตัวเองจะดีกว่าและพ่อแม่ก็จะต้องสอนเด็กว่าวันเกิดของเราอย่าพาเพื่อนมาให้พ่อแม่ทำครัวเลี้ยงนะเธอจะบาปทำมาหากินไม่ขึ้น เพราะถ้าหากต้องการเป็นลูกที่ดีต้องเลี้ยงพ่อไม่ให้อิ่มก่อนนะค่อยไปเลี้ยงเพื่อนที่หลัง

สำหรับใครที่มีพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้วก็ให้ทำการหมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่านและทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐานและอุทิศส่วนกุศลไปถึงขั้นนั้นจะได้บุญมากและผู้ใดก็ตามที่มีพ่อแม่มีชีวิตอยู่ก็ให้กลับไปกราบเท้าขอพรจากท่านจะได้มั่งมีศรีสุขหากใครเคยทำไม่ดีกับท่านเอาไว้ก็ให้นำแท้เทียมไปกราบขอขมาอโหสิกรรมล้างเท้าให้กับท่าน

และขอฝากไว้สำหรับลูกหลานทุกคนว่าอย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่ไม่ต้องถึงกับฆ่าแต่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดีก็จะทำให้เรานะทำมาหากินไม่ขึ้นฉะนั้นต้องถอนคำพูดไปขอขมาลาโทษแล้วมาเจริญกรรมฐานรับรองสำเร็จแน่บางคนอาจลืมพ่อแม่แต่บอกแล้วว่าอย่าลืมเด็ดขาดและการเขียนพ่อแม่และแม่ไม่ดีฉะนั้นอย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่ไม่อย่างนั้นจะไม่เจริญก้าวหน้า

บ้านไหนพ่อมีเมีย 5 เมีย 6 เมียหลวงบอกลูกว่าพ่อเจ้าไม่ดีหนูก็ไป โกรธพ่อจนพ่อคิดและเครียดมากจนกลายเป็นโรคประสาทก็มีหลวงพ่อท่านเคยแนะนำให้ผู้ไปขอขมาลาโทษและกลับไปนั่งกรรมฐานจึงจะได้ผล และคนที่มีบุญวาสนาเท่านั้นจะกตัญญูกับพ่อแม่คนที่เสียพ่อแม่เอาดีไม่ได้คนที่พูดไม่ดีกับพ่อแม่นั่งกรรมฐานร้อยปีก็จะไม่ได้อะไรถ้าไม่รู้จักกันอโหสิกรรม

ฉะนั้นการอโหสิกรรมในสิ่งที่เคยคิดไม่ดีกับพ่อแม่คิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์ที่ไม่ดีกับพี่ๆน้องๆด้วยการเอาน้ำพันนึงเอาดอกมะลิโรย แล้วพูดว่ากายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส อันว่า โทษทัณฑ์ใด ความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอให้คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณพี่ คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย แล้วเอาน้ำรดมือ รดเท้าฯ

แล้วลูกจงโปรดจำไว้เมื่อแยกไปมีครอบครัวสามีภรรยาแล้วก็อย่าลืมไปหาพ่อแม่เมื่อมีเวลาว่างหรือเวลาวันเกิดของลูกหลานอย่าลืมเอาของไปให้พ่อแม่รับประทานอย่าเข้าร้านเหล้าอย่างเด็ดขาดของดีที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายให้อย่าไปทำลายทิ้งจงเก็บรักษาเอาไว้

บอกเลยว่าการดูแลปรนนิบัติพ่อแม่นะไม่ได้ยากเท่าไหร่แค่ทำอาหารให้ท่านกินพร้อมเพียงสมบูรณ์ซื้อของกินของใช้ที่จำเป็นให้ท่านตามกำลังซึ่งการทำแบบนี้นอกจากจะได้บุญแล้วพ่อแม่ยังอวยพรและบอกเลยว่าพรจากปากพ่อแม่นี่แหละศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

และในการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลทุกครั้งให้เชื่อมบุญส่งถึงพ่อแม่ก่อนบอกเลยว่าพรจากพ่อแม่ศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งมีพลังส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จได้เร็วมากยิ่งขึ้นเพราะอย่างนี้ในการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแผ่เมตตาพระท่านจึงให้อุทิศเชื่อมบุญกับพ่อแม่ก่อนอยู่เสมอนั่นเอง

ฉะนั้นจงจำไว้ถ้าหากจะไปทำบุญนอกบ้านแต่ยังไม่ทำบุญกับคนในบ้านก็ไม่สมควรที่จะไปฉะนั้นควรจะทำบุญกับพระในบ้านเสียก่อนอย่างพ่อแม่ของเราเป็นต้นไป

แบ่งปันวิธีทำ ‘สาคูกะทิสด’ หอมหวานอร่อยกับกะทิและงาคั่ว

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาลองทำอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจไม่น้อยเมื่อคืนเมนูสาธุกะทิสดซึ่งน้องคิดถึงสาคูเหนียวนุ่มที่ถูกราดด้วยน้ำกะทิหวานอร่อย และโรยด้วยงาคั่วหอมๆบอกด้วยแค่คิดก็น่าทานเป็นอย่างมากซึ่งสำหรับใครที่ชอบทานเมนูนี้บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดไม่จำเป็นต้องซื้อเพราะคุณนั้นก็สามารถทำกินเองได้โดยเมนูนี้มาจากสูตรของแม่มณีมีของกินซึ่งจะน่ากินขนาดไหนและมีวิธีการทำอย่างไรเรามาดูกันเลยดีกว่า

ส่วนผสม

สาคู / น้ำใบเตย / น้ำตาลทราย / กะทิ / งาขาวคั่ว / เกลือป่น

ขั้นตอนการทำ

ขั้นตอนที่ 1 ทำการล้างสาคูในน้ำสะอาดประมาณ 2 ครั้ง

ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นเทน้ำใบเตยลงไปในสาคูและทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีเพื่อให้สาคูดูดน้ำ

ขั้นตอนที่ 3 ตั้งไฟเบาๆให้น้ำเดือดค่อยๆปั้นสาคูหย่อนลงไปโดยมีขั้นตอนนี้จะต้องใช้ความเบามือทั้งน้ำและมือไม่อย่างนั้นจะแตกตัว

ขั้นตอนที่ 4 เมื่อสาคูบัวลอยตัวขึ้นทิ้งไว้ประมาณ 1 นาทีจากนั้นนำไปแช่น้ำเย็น

ขั้นตอนที่ 5 ทำการเทน้ำออกทิ้งให้สาคูสะเด็ดน้ำ

ขั้นตอนที่ 6 ตั้งไฟใส่กะทิใส่น้ำตาลและเกลือลงไปคนให้น้ำตาลละลายและกะทิเดือดเด็กน้อย

ขั้นตอนที่ 7 จากนั้นใส่สาคูลงไปคนให้เข้ากันและโรยงาพร้อมเสิร์ฟ

และนี่ก็คืออีกหนึ่งเมนูที่บอกเลยว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากอีกทั้งทำยังไงๆขั้นตอนไม่ยุ่งยากก็สามารถได้ขนมหวานอย่าง สาคูกะทิสดมารับประทานกันแล้ว

วิธีทำ ‘ข้าวโป่ง’ แบบโบราณ ขนมพื้นบ้านภาคอีสาน ที่นับวันยิ่งหาทานยาก

ในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาลองทำข้าวโป่งการซึ่งเป็นขนมทางภาคอีสานโดยในแต่ก่อนนั้นจะนิยมกันกินในฤดูหนาว ซึ่งจะเป็นข่าวที่นวดแล้วโดยในปัจจุบันนั้นเริ่มหากินได้ยาก มากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นของกินเล่นยอดฮิตในสมัยก่อนเลยก็ว่าได้ซึ่งคิดมากไปก็จะเป็นยามเย็นหรือหน้าเช้าในช่วงหนาวจะมีคนร้องวงกันและปิ้งข้าวโป่งเป็นขนมขบเคี้ยวไปด้วยบางก็จะมีแม่ค้าขายข้าวโป่งราคาแผ่นละสลึงมาขายในสมัยก่อน

โดยทำไมถึงต้องเรียกว่าข้าวโป่งก็เป็นเพราะว่าข้าวนั้นมันเป็นตุ่มแดงๆขึ้นมาเมื่อนำไปย่างไฟให้สุกทำให้กรอบอร่อยจึงเรียกว่าข้าวโป่งหรือข้าวพองหรือข้าวเกรียบว่าวโดยมากจะนิยมทำการหลังช่วงฤดูเก็บเกี่ยวนาที่มีลมหนาวโดยวิธีการทำนั้นก็สามารถทำได้ดังนี้

1.จะใช้ข้าวเหนียวเป็นข้าวเหนียวงูเก่ามาทำซึ่งจะเป็นข้าวกล่องที่มีศรีนวลสวยเมื่อปิ้งมารับประทานก็จะพองกรอบอร่อยมากยิ่งขึ้นและเรื่องน้ำตาลปี๊บเนื้อหนึ่ง อย่างดีเพื่อเพิ่มความหอมหวานให้กับข้าวเกรียบโดยในแต่ละภาคนั้นจะแตกต่างกันออกไปอย่างทางภาคเหนือก็จะใช้น้ำอ้อยก้อนภาคอีสานก็จะใช้น้ำอ้อยหรือรากกระพังโหม แต่ทางภาคกลางนั้นใช้เป็นน้ำตาลปี๊บเนื้อหนึ่ง ที่ซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปก็สามารถสร้างความอร่อยกลมกล่อมได้

2. ต้องคอยรักษาอุณหภูมิข้าวเหนียวให้ร้อนและอุ่นอยู่เสมอโดยข้าวเหนียวที่นึ่งสุกจะต้องรีบตำในทันที โทรหาข้าวเหนียวเย็นก็ไม่สามารถตามรวมกันกับน้ำตาลได้และจากทำเสร็จแล้วต้องเก็บไว้ในกระติกเก็บความร้อนตลอดเวลาหากปล่อยให้เย็นจะแข็งตัวไม่สามารถนำมาคืนเป็นแผ่นได้

3.การคำนวณแป้งถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญเป็นอย่างมากเพื่อทำให้มีเนื้อสัมผัสเนียนมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ทำข้าวโป่งรวมกับน้ำตาลจนเป็นเนื้อเดียวกันก็ให้นำข้าวเหนียวมาปั้นเป็นแป้งจนติดสารจากนั้นก็ชักข้าวโดยใช้สากตำมันลงไปที่ก้นครกและดึงข้าวเหนียวติดให้ยึดขึ้นมาสูงและตำกลับลงไปที่เดิม

4.ส่วนน้ำแช่ข้าวเหนียวนั้นอย่าทิ้งเป็นอันขาดเพราะต้องเก็บไว้ชุบ 3 เมื่อข้าวเหนียวติดสารในขณะตามและใช้เติมลงไปในน้ำตาลปี๊บเพื่อให้น้ำตาลอ่อนตัวลงก่อนที่จะไปผสมกับข้าวจะสามารถช่วยตามให้ได้ง่ายยิ่งขึ้นน้ำแช่ข้าวและยังช่วยทำให้ข้าวนิ่มในกรณีที่ข้าวเหนียวแพงเกินไปก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

5.หลังจากที่ข้าวเหนียวตำเสร็จแล้วก็จะกลายเป็นแป้งลักษณะที่เหนียวก็ต้องนำไข่แดงของไข่เป็ดที่ต้มสุกมายีรวมกับน้ำมันมะพร้าวแล้วมาทากระติกเก็บความร้อนก่อนที่จะใส่แป้งลงไปทามือก่อนที่จะปั้นแป้งเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งติดอีกทั้งยังเพิ่มความหอมให้กับข้าวเกรียบอีกด้วย

6.จากนั้นก็ใช้ถุงพลาสติกใส่อาหารเย็นชนิดขุ่นมาตัดเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 18 cm ซึ่งหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปและนำไปตากแดดในวันที่มีแดดแรงหากนึงข้าวโป่งแล้วไม่ได้ตัดแต่ในทันที ข้าวจะไม่ค่อยพองกรอบและรสชาติจะไม่อร่อยเท่าที่ควร

สำหรับการปิ้งข้าวโป่งนั้นก็ให้นำเข้าโปรมาวางบนแผ่นไม้ไผ่ที่เป็นจั่งซี่จากนั้นก็ใช้ไม้ไผ่อีกอันนึงวังเหนือข้าวโป่งคอยประคองไม่ให้ตกนำไปปิ้งบนเตาถ่านขนาดใหญ่ด้วยไฟ ค่อยๆเอียงซ้ายเอียงขวาหาไฟล์ทีละด้านเมื่อทองก็ให้กลับบ้านบ่อยๆหมุนวนไปเรื่อยๆจนสุดทั่วแผ่น

โดยเมนูนี้ถึงเป็นเมนูยอดฮิตสำหรับเด็กๆซึ่งมักจะมีขายตามงานวัดทั่วไป โดยในสมัยก่อนจะขายเพียงแค่ราคาแผ่นละ 1 สลึงเท่านั้นแม้ปัจจุบันจะมีขนมกรุบกรอบเข้ามาจำหน่ายแทนที่เป็นจำนวนมากแต่ข้าวกล่องก็ยังพอหากินได้และมักจะหากินได้ตามงานวัดทั่วไปและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามตลาดโบราณ ถ้าหากใครอยากลองทำก็สามารถลองทำกันเองได้ รับรองว่าอร่อยถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่กันอย่างแน่นอน

นางฟ้าใจบุญ ญาญ่า บอกบุญ สร้างอาคารเรียนให้น้องๆ บนดอยทุรกันดาร

แน่นอนว่าทุกคนนั้นก็จะรู้จักกับนางเอกชื่อดังอย่างญาญ่า อุรัสยากันเป็นอย่างดีโดยเธอนั้นเป็นนางเอกน้ำดีที่มีทั้งความน่ารักความสวยความสดใสและล่าสุดนี้ เรียกได้ว่าเธอนั้นเป็นนางฟ้าเลยก็ได้เพราะเธอได้มีโอกาสเดินทางไปยังอำเภอแม่สะเรียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2 เพื่อไปพบกับความยากลำบากของน้องๆที่โรงเรียนบ้านแม่กลองน้าสภาพอากาศดีอยู่ในสภาพเก่าทรุดโทรมจึงมีความจำเป็นที่จะต้องรื้อทิ้งและสร้างใหม่และในครั้งนี้ทางสาวญาญ่าก็ได้มีการเปิดรับบริจาคเพื่อมีการระดมทุนหาเงินมาช่วยในการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ให้กับน้องโดยมีการโพสต์ว่า

สวัสดีค่ะวันนี้ญาญ่าจะมาบอกบุญกับทุกๆคนอยากจะชวนทุกๆท่านมาช่วยน้องๆกันเพื่อที่น้องจะได้มีโรงเรียนที่ปลอดภัยเป็นการสร้างอาคารเรียนอนุบาลขนาด 2 ห้องเรียนที่โรงเรียนบ้านแม่กองค่ะอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนภูเขาและทุรกันดารห่างจากอำเภอเมืองขึ้นไปประมาณ 31 กิโลเมตรโดยโรงเรียนใช้พลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และจะมีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษามีนักเรียนทั้งหมด 81 คนโดยทั้งหมดเป็นชาวเผ่ากะเหรี่ยง

โดยในปัจจุบันนี้ทางโรงเรียนมีอาคารเรียนสำหรับการเรียนการสอนเพียงแค่ 2 หลังอาคารเรียนระดับชั้นอนุบาลอาคารเรียนระดับชั้นประถมเรียนระดับชั้นอนุบาลมีนักเรียนทั้งหมดจำนวน 21 คนและเด็กก่อนวัยเรียน 16 คน โดยมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีอาคารขนาด 2 ห้องเรียนสร้างด้วยไม้มุ้งสังกะสีมีสภาพทรุดโทรมพื้นหน้าต่างชำรุดโครงสร้างอาคารเรียนทรุดตัวเนื่องจาก ตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดเอียงและถูกน้ำฝนกัดเซาะอีกทั้งยังเป็นทางผ่านของน้ำอีกด้วย

และด้วยเหตุนี้ทางโรงเรียนจึงมีความจำเป็นจะต้องรื้ออาคารเรียนดังกล่าวนี้และสร้างอาคารเรียนใหม่บนพื้นที่ใหม่ทดแทนเพื่อที่จะให้นักเรียนมีอาคารในที่มั่นคงปลอดภัยเพื่อให้การเรียนการสอนสามารถเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รีบค้นกระเป๋า รับซื้อเหรียญ 1 บาท ร.5 รุ่นเก่าให้ราคาเหรียญละ 4 หมื่นบาท

สำหรับในวันนี้หาใครพบเศษเหรียญในบ้าน ดูการด่วนๆว่าเหรียญนั้นเป็นเหรียญสมัยไหนเพราะในตอนนี้ได้มีเพจแห่งหนึ่งออกมารับซื้อเหรียญเก่าทุกชนิดราคาดีโดยได้มีเพจรับซื้อเหรียญเก่าทุกชนิดราคาดีที่สุดได้มีการออกมาโพสต์พร้อมระบุข้อความไว้ว่ากราบขอบพระคุณแฟนเพจที่มีการเชื่อใจคนบ้านเจอเหรียญ 1 บาทของ ร.5 และนำส่งไปรษณีย์มาขายและรับเงินทันที 20,000 บาท

โดยช่วยแชร์กันด่วนรับซื้อเหรียญ 1 บาท ร.5 แบบนี้ในราคา 20,000 บาทจ่ายสดซื้อจีนหาใครมีสามารถติดต่อมาขายได้เลย

ร่วมทำบุญ อุปกรณ์ทางการแพทย์เตียงผู้ป่วย กับรพ.ศรีธัญญา

โดยในล่าสุดนี้ทางมูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญาได้มีการเชิญชวนให้ทุกคนประชาชนร่วมกันบริจาคทำบุญร่วมซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และเตียงโดยเตียงที่ได้รับมานั้นจะนำไปใช้ให้กับผู้ป่วยจิตเวชซึ่งไม่ใช่เป็นผู้ป่วยทั่วไปเพียงแค่ช่วยกันคนละ 1 แชร์ก็สามารถเป็นการช่วยแชร์ข้อมูลเหล่านี้ไปฝากถึงผู้ใจบุญกันได้แล้ว

โดยสาเหตุที่จำเป็นต้องใช้เตียงใหม่ นั่นก็เป็นเพราะว่าผู้ป่วยนั้นไม่ใช่ผู้ป่วยปกติสภาพเตียงนั้นจึงจะต้องออกแบบมาให้มีความเหมาะสม โดย 1 เตียงจะ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 บาทและสามารถระบุชื่อผู้บริจาคติดไว้ที่เตียงได้และขอใบเสร็จเพื่อรับการลดหย่อนภาษีได้ด้วยเช่นกัน ด้วยการบริจาคสมทบทุนน้ำสามารถทำได้ตามกำลังไม่จำเป็นต้องบริจาคเต็มจำนวนมีน้อยก็สามารถบริจาคน้อยได้หรือถ้าหากใครไม่มีงบประมาณก็อยากจะช่วยกันแชร์ คนละ 1 โพสต์ก็เป็นการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ให้กับทุกๆคนได้ทราบกัน

โดยผู้ที่สนใจเข้ามาบริจาคสามารถได้ติดต่อเข้ามาได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญาได้ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ในเวลาราชการเป็นเสาร์อาทิตย์ให้ทำการแจ้งนัดเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02 558 27800 ต่อ 57 หรือ 136 หรือเข้าไปยัง Facebook มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญาได้ด้วยเช่นกัน

ไปรษณีย์ชวน คนไทย ส่งวัสดุอลูมิเนียม เพื่อนำไปทำขาเทียม

วันนี้ทางไปรษณีย์ไทยจำกัดร่วมกับกรมควบคุมมลพิษได้มีการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมมอบของขวัญในเทศกาลปีใหม่ให้แก่ผู้พิ ก-าร โดยให้ประชาชนนั้นส่งอลูมิเนียมที่ใช้แล้วมาจัดทำอุปกรณ์ขาเทียมให้กับผู้ที่ขาดแคลน เช่น บานพับ กระป๋องน้ำอัดลม ชิ้นส่วนจากเครื่องยนต์ต่างๆ

โดยสำหรับผู้ที่สนใจสามารถฝากส่งได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดยสามารถส่งสินค้านี้ได้ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วทุกแห่งในประเทศไทยซึ่งจะไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยสามารถบรรจุลงกล่องหรือซองน้ำหนักไม่เกินกล่องละ 5 กิโลกรัมและมีการจ่าหน้าให้เขียนคำว่าวัสดุอลูมิเนียมใช้แล้ว

โดยบนหน้าก่อนนั้นให้จ๋าหน้าถึงกรมควบคุมม ล พิ ษ เลขที่ 9 2 ซ อ ย พหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธินเขตพญาไท กรุงเทพ ฯ 1 0 4 0 0 และนี่ก็คือเป็นการบอกบุ ญ มาฝากทุก ๆค นสำหรับใครที่กำลังมีอลูมิเนียมอยู่ในตัวเยอะหรือมีวัสดุน้ำอัดลมกระป๋องต่างๆก็สามารถนำมาบริจาคเพื่อสร้างกุศลให้กับผู้ยากไร้ได้

หนุ่มเล่าเรื่องราวลุงเก็บขยะใส่รองเท้าแตะขาดๆ เสื้อผ้าเก่าๆ มาแอบด้อมๆ มอง ๆ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่มีใครหลายๆคนอาจเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากสำหรับเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นในวันนี้โดยเรื่องราชาธิราชฉบับนี้ได้มีการเผยแพร่ผ่านทาง facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า Chalod ton booncid ที่ตัวเขาไม่มีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความของลุงเก็บขยะข้างหนึ่งซึ่งได้มีการระบุข้อความไว้ว่า…

เขาได้พบกับคนลงเมื่ออาทิตย์ที่แล้วลุงคนนี้แต่งตัวรองเท้าไม่ใส่เสื้อผ้าเก่าๆมาแอบด้อม ๆ มอง ๆ จากร้านขายของ ของเขาประมาณซัก20-30 เมตร เมื่อเห็นแบบนี้จึงได้เดินเข้าไปถามที่วินมอเตอร์ไซค์และคนแถวนั้นซึ่งคนแถวนั้นก็บอกว่าก็เจอลุงคนนี้บ้างแต่ไม่บ่อยนักโดยคุณคนนี้เก็บของเก่าและในบางวันตอนเช้าก็จะเข้าไปขอข้าวกับพระกินที่ย่านแยกอโศกส่วนที่พักกินหลับนอนนั้นไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนและไม่รู้ว่าแกใช้ชีวิตอย่างไร

จากนั้นพอตกดึกแกก็มาอีกครั้งนึงเลยตัดสินใจเดินเข้าไปถามว่ามาทำอะไรผมเห็นลุงมองผมตั้งนานแล้วมีอะไรหรือเปล่า ซึ่งลุงก็บอกว่าหนูชอบงานของ ของเขา และเขาได้ถามลุงตลกอีกครั้งนึงว่า ทำไมชอบแล้วไม่มาเดินเข้ามาดูใกล้ๆล่ะลุงซึ่งลุงแกก็ตอบว่าหนูไม่กล้ามาดูหรอกกลัวว่า ลูกค้าจะรังเกียจลุงจึงทำให้เขาตัดสินใจเลื่อนลงมาดูงานที่ร้านซึ่งก็บอกว่าชอบงานเป็นอย่างมากอยากได้วิชาจากผมเพิ่งเอาไปซื้ออาหารจริงแกไม่อยากเป็นอย่างที่เป็นอยู่แล้ว

โดยทางเจ้าของโพสต์ก็ตั้งใจที่จะสอนลุงแต่ไม่มีครีมเผื่อไว้นอกจากของเขาเองเลยแนะนำให้ลุงเอาของ ไปขายและนำต้นทุนมาคืน และให้ลุงเอากำไรที่ได้ไปซื้อครีมมาแล้วจะสอนให้ในวันหลัง และเมื่อตกลงได้แบบนั้นก็เอาของใส่ถุงเพื่อเตรียมให้ลูกเอาไปขายหนูจะถุงแล้วรีบเดินหนีไปอย่างไวจนคิดว่าไม่น่าจะได้เจอกันอีกแล้วคิดว่าคงเอาของเขาหนีไปไกล

แต่สุดท้ายในขณะที่เมื่อคืนกำลังยุ่งๆอยู่ก็มีพร้อมกอดอุ่นๆจากใครบางคนมากอดเขาเมื่อหันไปก็พบว่าเป็นลุงคนเดิมเมื่อวานซึ่งเขาบอกว่าเขาขายได้ 3,000 บาทและเอาต้นทุนมาคืน 2,000 บาทซึ่งเขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้ช่วยเหลือแกและลุงก็รู้สึกดีใจที่ไม่ต้องไปเก็บขยะไม่ต้องขอข้าขอกินต่อไปนี้จะได้มีเสื้อผ้าใหม่มีรองเท้าใหม่และเอาจริงๆในตอนแรกตัวตังค์เจ้าของก็คิดว่าจะไม่ได้ของคืนแล้วเพราะเมื่อได้ของแกก็รีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็วจึงได้ตัดสินใจถามคุณลุงว่าทำไมเมื่อวานถึงรีบเดินขนาดนั้นซึ่งทางลุงแกก็ตอบไปว่า แกต้องไปขายที่วัดเชตวันบางทีการให้นิดเดียวอาจจะทำให้คนนั้นสามารถลืมตาอ้าปากได้

สูตรยาไวอากร้าสมุนไพร ‘ลูกผ่าด้าม’ บำรุงกำลังทางเพศ

โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับลูกผ่าด้าม ซึ่งลูกผ่าด้ามนั้นได้มีการวิจัยออกมาแล้วว่ามีฤทธิ์ออกคล้ายๆกับไวอากร้าและสามารถฟื้นฟู พละกำลังชายได้อย่างแน่แท้ และด้วยเหตุนี้ สิ่งนี้จึงกลายเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากและสามารถขายได้กิโลกรัมละหลายพันบาทและในตอนนี้ก็ได้มีการหาแนวทางในการขยายพันธุ์เพื่อทำการแจกจ่ายให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง

โดยลูกผ่าด้ามนี้ได้มีการเปิดเผยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์แผนไทย มาสินี้มีสมัยมาตั้งแต่โบราณโบราณซึ่งแต่ก่อนเป็นสังคมการเกษตรจำเป็นจะต้องใช้แรงในการทำไร่ไถนาและมีเรี่ยวแรงในการให้กำเนิดลูกหลานมาช่วยเหลือกิจการและกิจกรรมในครอบครัวดังนั้นจึงพบว่ากลุ่มยาที่สามารถช่วยในเรื่องของบำรุงกำลังได้นั้นก็มีอย่างมากมาย

และเมื่อมองหันมาดูในปัจจุบันก็พบว่าความสัมพันธ์ทางเพศกำลังถูกคุกคามจากปัญหาทางด้านสุขภาพมีคนจํานวนหนึ่งมีบุตรยากเพราะว่าจำนวนน้ำอสุจิลดลงและเกิดสภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศจึงทำให้มีคนจำนวนมากประสบปัญหากับการมีบุตรยากโดยเกิดขึ้นจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปสภาพการดำเนินชีวิตเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและมีสารมลพิษหลักหลายที่เพิ่มมาในปัจจุบันมากยิ่งขึ้นและยังขาดสารอาหารบางาชนิดอีกด้วยฃ

แนวคิดของหมอพื้นบ้านไทยที่จะต้องการแก้ปัญหาตรงนี้จึงได้มีการเน้นการดูแลธาตุในร่างกายให้สามารถกลับมาเป็นปกติและมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมาะสมโดยทุกคนนั้นจะต้องเน้นรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยคุณภาพโภชนาการและประกอบไปด้วยกับต้นตำรับสมุนไพรเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศและบำรุงเลือดลมทำให้การไหลเวียนของเลือดและระบบย่อยอาหารนั้นดีขึ้นแล้วเมื่อสุขภาพดีทุกอย่างก็จะดี

สำหรับตัวอย่างยาบำรุงก็มีดังนี้

-พริกไทย 7 เม็ดกระเทียม 3 ขีดให้กินทั้งสองอย่างนี้ไปพร้อมกันสามารถแกล้ม ด้วยกุ้งแห้งประมาณ 2-3 ตัวได้โดยกินประจำทุกเช้าและเย็น ซัก 7 วันจะเห็นผล

-สามารถนำเมล็ดหมามุ่ยแก่จัด มะม่วงไฟอ่อนจนสุกแนะนำมาบดหรือแช่น้ำมันเมล็ดนุ่มและเขียวกินครั้งละ 3 เม็ดเช้าเย็น

รักษาฟรี! มหาเศรษฐีใจบุญ บริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท เพื่อสร้างโรงพยาบาลให้ผู้ป่วยรักษาฟรี

และในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาพบกับเศรษฐีใจบุญอย่างคุณ ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ถวายท่อนไม้จันทร์หอมสร้าง โกศสมเด็จย่าและสมเด็จพระพี่นาง ทั้งยังเป็นบุคคลที่เจริญตามรอยในหลวงอย่างเต็มที่โดยตัวเขาได้มีการเปิดบริษัทที่มีชื่อว่าธาตุของแผ่นดิน โดยบริษัทแห่งนี้ได้มีการเปิดรักษาต้อกระจกฟรีให้กับคนจน โดยทั้งหมดนี้ก็ต้องการที่จะสร้างประโยชน์อันแท้จริงให้ กับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งของแบบนี้เป็นของที่พูดง่ายแต่ทำได้ยากแต่เขาสามารถทำได้จริง

และนอกจากนี้เขา ก็ยังมีการบริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาทเพื่อเปิดโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยฟรีโดยตรงเขาบอกว่าหลังจากที่ตัวเองนั้นอายุเริ่มมากยิ่งขึ้นก็จะเลิกทำทุกอย่างรับค่าเช่าจากธุรกิจเพียงเท่านั้นรหัสหน้ามาทำบุญอย่างจริงจังโดยมีการบริจาคที่ดินที่ซอยสุขุมวิท 24 เป็นจำนวนทั้งหมด 3 ไร่หรือ 130 ตารางวาโดยมีราคาทั้งหมดตกอยู่ที่ 6,000 บาท โดยพื้นที่ดินตรงนั้นก็ได้มีการก่อตั้งบริษัททาสของแผ่นดินจำกัดเพื่อดำเนินการเป็นโรงพยาบาลให้คนจนรักษาตาและฟอกไตฟรีและไม่คิดจะขายพื้นที่ตรงนี้ให้กับใคร

และนอกจากนี้เขายังดำเนินชีวิตด้วยเศรษฐกิจแบบพอเพียง และด้วยคุณงามความดีในครั้งนี้ก็ทำให้เขานั้นได้มีโอกาสอันใหญ่ยิ่งได้มีโอกาสเข้าไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิดชื่อพระองค์ก็ได้ประทานพระราชดำรัสว่าขอบใจซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขและเป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืม

โดยศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกและตัดเนื้อเกิดจากลมหายใจสุดท้ายของเขาที่ครั้งหนึ่งเคยถูกลอบทำร้ายจนจะต้องเข้าไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนและต้องอยู่ในห้อง ICU นานถึง 45 วันและทำการผ่าตัดถึง 6 ครั้งโดยในระหว่างที่ยังอยู่ห้อง ICU ก็ได้ยินเสียงทุกคนพูดตรงกันว่าคงจะอยู่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงและครึ่งชั่วโมงนั้นก็ทำให้เขานั้นสามารถรอดได้มาอย่างปฏิหาร

และด้วยเหตุนี้นั้นเขาจึงต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ตอบแทนบุญคุณด้วยการจัดตั้งศูนย์ก่อตั้งศูนย์ผ่าต้อกระจกขึ้นเพื่อรักษาผู้ยากไร้เพราะเขามีความคิดว่าในเมื่อเขาอยู่ในแผ่นดินนี้ถ้ากินนอนเฉยๆไม่ทำอะไรจะอยู่จังสุขสบายได้อย่างไรถ้าหากไม่รู้จักเกื้อกูลกันจะทำได้อย่างไรโดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เขาได้เข้าใจถึงความเป็นมนุษย์และบุญคุณที่จะต้องทดแทน

และในปัจจุบันที่ศูนย์แห่งนี้ก็ได้มีการรับรักษาผู้ป่วย 200 รายและได้รับผ่าตัดต้อกระจกมองเห็นอีกครั้งทั้งหมดประมาณ 6 แสนราย และในปัจจุบันทุกวันนี้เขาก็ยังขอเดินตามรอย พระยุคลบาทองค์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างตั้งใจจนกว่าชีวิตจะหาไม่และผู้ที่เป็นต้อกระจกต้องการรักษาฟรีก็สามารถให้ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้วหรือนายชูศักดิ์ แก้วสุริยอร่าม ได้เลย

โดยบริษัทแห่งนี้จะทำการเปิดทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ อยู่ในบริเวณซอยสุขุมวิท 24 ถนนสุขุมวิทบริษัทมีชื่อว่าทาสของแผ่นดินจำกัดโดยสามารถติดต่อไปได้ที่เบอร์โทร 02 262 9454 โดยเวลาทำการจะอยู่ในเวลา 08:00 นถึง 17:00 นโดยสถานที่แห่งนี้จะทำการรักษาตาฟรีรักษาต้อกระจกต้อเนื้อและเป็นการทำเพื่อถวายในหลวงเป็นโครงการกลืนแสงสว่างให้กับผู้ป่วยโดยที่ผู้ป่วยนั้นไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น

ยกย่อง! ตายายผู้ปิดทองหลังพระ บริจาคที่ดินมูลค่า 100 ล้าน สร้างโรงพยาบาล

โดยในวันนี้เราก็จะพาท่านทุกคนไปพบกับคุณตาคุณยายคู่หนึ่งที่อาศัยอยู่ในบ้านไม้หลังเล็กๆนอนในมุ้งหมอนเก่าๆเต็มไปด้วยความอบอุ่นซึ่งภายในบ้านของตายายท่านนี้มีบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่เอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทั้งคู่ได้มีการยึดมั่นตามแนวทางพระราชดำรัสของพระองค์โดยทั้งสองนั้นการดำรงชีวิตด้วยการปลูกผักและผลไม้กินเหลือก็นำไปขายและไปช่วยเหลือผู้คนที่ยากไร้ยากจน

ละใครจะรู้หรือไม่ว่าตายายสองคนนี้ที่อยู่ในบ้านเก่าๆหลังนี้ได้มีการบริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทเพื่อนำไปสร้างโรงพยาบาลและมอบเงินเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์และสร้างห้องพิเศษและมีการปิดบังตัวเองเพราะไม่อยากให้ใครรู้แต่สุดท้ายทางโรงพยาบาลก็ได้ขอชื่อ ของท่านทั้งสองมาไว้เป็นชื่อในโรงพยาบาลที่ห้องประชุมเพื่อเป็นตัวอย่างของการกระทำความดีและเป็นเครื่องเตือนใจบุคลากรคนในโรงพยาบาลให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่

โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากเกร็ดจะได้มีการบอกว่าหลังจากที่ได้รับบริจาคจากคุณตาคุณยายและผู้ใจบุญทั้งหลายที่ช่วยในการรู้สึกสำนึกในบุญคุณครั้งนี้เป็นอย่างมากและตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและจะดูแลตายายทั้งสองโดยทางเราก็มีการเยี่ยมบ้านคุณยายอยู่เสมอซึ่งบ้านของคุณตาคุณยายก็ติดอยู่กับโรงพยาบาลและในปัจจุบันตาก็ป่วยฟอกไตสัปดาห์ละ 2 ครั้งอีกครั้งคุณตาคุณยายทั้งสองท่านถือเป็นผู้มีพระคุณเป็นอย่างมากและทางเราก็ดูแลตอบแทนท่านอย่างถึงที่สุด

และเมื่อถึงวันจากลาคุณตา สวิง ก็ได้จากลาโลกนี้ไป ซึ่งสิ่งที่คุณตาทิ้งไว้ก็ถือว่ามากมายเหลือเกินทั้งถวายเงินแหน่สมเด็จพระเทพจำนวน 600 000 บาท / ถวายที่ดินมูลค่ากว่า 100 ล้านเพื่อสร้างโรงพยาบาล / บริจาคเงินสมทบทุนเพื่อสร้างอังคารเป็นจำนวน 3 ล้านบาท / และบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลเป็นการตั้งกองทุนเก็บผลประโยชน์อีก 5 ล้านบาท

ไอเดียดี ฝรั่งจิตอาสา สอนภาษาอังกฤษให้คนไทยที่สนใจแบบฟรีๆ

ปฏิเสธเลยไม่ได้จริงๆว่าภาษานั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในโลกของการสื่อสารกับผู้คนรอบโลกโดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่คนเรานั้น หลาย ๆ คนก็กำลังขนขวายที่จะเรียน แต่การที่จะเรียนให้ได้ภาษาแบบคล่อง คล่อง นั้นก็จะต้องเรียนกับเจ้าของภาษาถึงจะได้ผลดีที่สุด

และด้วยเหตุนี้นี่เองก็มีวัยรุ่นชาวต่างชาติจิตอาสากลุ่มหนึ่งได้ออกมา โดยตัวเขาก็ได้เล็งเห็นโอกาสที่จะมาสอนภาษาอังกฤษให้กับคนไทยแบบฟรีๆ โดยจะสอนฟรีในทุกวันอังคารและวันเสาร์เวลา 18:30 นจนถึง 20:30 นโดยไม่ต้องเตรียมอะไรไม่มีการทดสอบเป็นการสอนแบบวันต่อวัน

โดยมีขั้นพื้นฐานระดับกลางและระดับสูงไม่จำเป็นต้องมีหนังสือคู่มือหรือแหล่งข้อมูลภายนอกมีเพียงแค่สมุดบันทึกปากกาให้มาเขียนคำศัพท์และวลีที่ใช้ในการอ้างอิงโดยเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปีจะต้องมีผู้ใหญ่มาเรียนด้วยโดยการเรียนหลักๆก็จะเป็นการสนทนาไวยากรณ์การฟังและการอ่านออกเสียงรวมถึงคำศัพท์และการอ่านนั้นเอง….

นับถือหัวใจคุณหมออุทิศชีวิตเดินทางรักษาคนยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาพบกับหมอหัวใจแกร่งที่เรียกว่าเป็นนางฟ้าเดินดินคนหนึ่งเลยก็ได้โดยหมอคนนี้นั้นก็คือหมอยี่หวาที่มีการจัดตั้งจิตจิตอาสาใต้ร่มพระบารมีร่วมคนทำดีทำงานรับใช้ประชาชนโดยมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกันนั่นก็คือในหลวงรัชกาลที่ 9

ซึ่งทางเคยได้กล่าวไว้ว่าซึ่งถ้าหากเราคนเรามีอุดมการณ์เดียวกันและมีความฝันแต่ไม่รู้จักทำให้มันเป็นความจริงสิ่งเหล่านั้นก็จะไร้ประโยชน์ถ้าเราตามหาความสุขที่แท้จริงก็จะเจอว่าความสุขของเรานั้นก็สามารถทำประโยชน์เพื่อกับตัวเองหรือทำเพื่อคนอื่นได้และเธอคนนี้ก็ยึดมั่นในคำสอนของพระมหาชนกที่ได้กล่าวไว้ว่าจงเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนปีที่ 1 และเห็นแก่ประโยชน์ของตนเป็นที่สองและเมื่อเราได้มอบสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นผู้อื่นก็จะย่อมมีความสุขใจและผู้ให้พี่ยิ่งมีความสุขใจมากกว่าก็จะทำให้โลกนี้มีแต่รอยยิ้มและความสุข

หมอยี่หวาคนนี้มีชื่อว่า มณิศรา โฮ่บรรเทา โดยมีอายุ 37 ปีเป็นพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการอยู่ที่โรงพยาบาลนครนายกอันนี้ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดที่ผ่านไวๆเพราะเธอนั้นได้แสดงถึงการกระทำที่ท่องเที่ยวและเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างมากมายโดยมีภาพจากการทำงานออกมาจากจิตใจส่วนลึกโดยการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ที่ยากลำบากแต่ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยบ่นไม่ห่วงสวยและไม่ย่อท้อเธอรวยทุกฝ่าดงดิบและคิดอย่างเดียวว่าจะต้องช่วยผู้คนให้ได้

และนอกจากนี้ตอนที่ยังประจำเป็นพยาบาลโรงพยาบาลนครนายกก็เคยทำงานจิตอาสาร่วมกับทีมกู้ภัยสว่างมาหลายครั้งจนกระทั่งได้รู้จักกับครูท่านหนึ่งที่ทำงานอยู่ หมู่บ้านสาละวะ ในจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งได้รับฟังมาว่าที่นั่นขาดแคลนในเรื่องของอาหารยารักษาโรคอุปกรณ์การเรียนต่างๆอีกมากมายจึงมีการรวบรวมสิ่งของขึ้นไปมอบให้กับทางโรงเรียนและพบอีกว่าหมู่บ้านดังกล่าวนี้ขาดแคลนยารักษาโรคและยังห่างไกลกับสถานีอนามัยหลายสิบกิโลเมตร และหอยหวานคนนี้ก็มีความคิดที่จะสร้างห้องพยาบาลขึ้นที่หน้าบ้านเพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องแบกคนมารักษานับ 10 กิโลกรัม

โดยในปัจจุบันก็มีสมาชิกทั้งหมดจำนวน 49 คนมีทั้งทหารรบพิเศษนักวิชาการเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัดเภสัชกรและพยาบาลที่เป็นเธอคนเดียวในกลุ่มนี้โดยจะมีทีมงานเข้าไปในพื้นที่ทุกๆ 3 เดือนคอยติดตามผลงานที่ทำกันไว้และติดตามอาการของคนไข้ที่เคยดูแลโดยเฉพาะหน้าฝนที่ถนนหนทางถูกตัดขาดจากโลกภายนอกแต่เธอก็ยัง ที่จะลุย เพื่อไปช่วยเหลือชาวบ้านให้ได้ยอมเดินเท้าแบกน้ำแดกยาอาหารไปให้ชาวบ้าน

โดยเคยเดินทางทั้งหมดประมาณ 40 กิโลเมตรเพื่อขึ้นไปทำภารกิจในแต่ละครั้งโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนก็จะต้องเดินเพิ่มอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ข้ามภูเขาไปกับ 10 ลูก ก็รวมระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 2 คืน 3 วัน ในการทำงานใน แต่ละครั้งแต่ก็ไม่เคยย่อท้อเพราะหัวใจของทุกคนรวมกันเป็นหนึ่งเดียวก็คือการยึดมั่นคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นเอง

ด.ญ.ยอดกตัญญู ช่วยตากับยาย หารายได้ให้ครอบครัว ชีวิตรันทดพ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่ยังเล็ก

ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาพบกับเรื่องราวของน้องแป้งเด็กหญิงวัย 14 ปีที่ในตอนนี้น้องกำลังศึกษาอยู่ชั้นระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนเทศบาล 3 โดยได้มีทางผู้อำนวยการสถานศึกษาอย่างนาย อัศวิน คงเพ็ชรศักดิ์ ได้ออกมาเผยเรื่องราวที่การแสดงความกตัญญูรู้คุณและเป็นเด็กขยันจนสามารถประสบผลสำเร็จระดับสูงและยังเป็นตัวแทนจังหวัดราชบุรีอีกด้วย ซึ่งซึ่งน้องแป้งสร้างความภาคภูมิใจให้กับคณะครูและเพื่อนนักเรียนและผู้ปกครองของเพื่อนๆด้วยแต่ฐานะความเป็นอยู่ของน้องนั้นก็อยู่ในระดับปานกลางอาชีพขายไส้กรอกย่างริมทางมีการหารายได้เลี้ยงครอบครัว

โดยน้องนั้นอาศัยอยู่กับตายายที่อำเภอเมืองจังหวัดราชบุรีด้วยหลังจากที่พ่อแม่ของน้องแป้งแยกทางกันมาตั้งแต่น้องยังเด็กยังแค่ 7 วันก็ทำให้น้องแป้งเรียกตายายที่เลี้ยงมากับมือว่าพ่อแม่มาตลอดชีวิตและในปัจจุบันน้องแป้งก็จะคอยเข็นรถไส้กรอกไปขายกับยายในบริเวณสถานีบริการน้ำมันปตท.บ้านไร่ เป็นประจํา และมักจะมีลูกค้าขาประจำมาคอยซื้ออยู่เสมอโดยจะขายหมดก่อนเวลา 8:00 นเป็นประจำเพราะมีรสชาติที่สามารถปรับความเปรี้ยวไม่เปรี้ยวตามความชอบของลูกค้าได้จำหน่ายไม่แพงอีกด้วยเพียง 8 ลูก 10 บาทเท่านั้น

ซึ่งน้องแป้งเป็นเด็กเก่งอารมณ์ดีและค่อนข้างเขินอายและเป็นคนที่ถูกเพื่อนรักโดยตอนเช้าๆน้องแป้งจะตื่นมาล้างภาชนะบนรถเข็นเพื่อเตรียมใตากับยาย ออกไปขายไส้กรอกในช่วงนี้เป็นกิจวัตรประจำวัน และหลังเลิกเรียนเมื่อมีเวลาว่างก็จะหาเวลามาอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนมาเป็นประจำอีกทั้งยังได้รับการไว้วางใจจากโรงเรียนให้เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารของโรงเรียนที่มีหน้าที่ในการจดบันทึกรับเงินฝากของนักเรียนที่มาใช้บริการและคอยดูแลบ้านทำความสะอาดถุงข้าวรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆให้กับคุณยายบางครั้งถ้าหากไม่มีการบ้านก็จะตามออกไปช่วยขายด้วย

โดยทางโรงเรียนนี้ก็ได้มีการช่วยเหลือในเรื่องของการหาทุนการศึกษาเพราะว่าทางครอบครัวและมีข้อฐานะที่เรียกสูงสักเท่าไหร่อยู่ในระดับปานกลางแต่น้องนั้นก็มีทักษะความรู้สูงโรงเรียนก็จะมีการเสริมทักษะให้มีความรู้ความชำนาญในต่อไป นอกจากนี้คุณยายของน้องก็ยังมีการเล่าอีกว่าภูมิใจมากที่น้องแป้งเป็นเด็กขยันเป็นคนว่างๆไม่ทำให้ใครเสียใจ และไม่เคยไปเที่ยวเล่นที่ไหนเหมือน กับเด็กๆว่าไปน้องเป็นคนรักครอบครัวเมื่อยายไม่สบายก็จะมาคอยเฝ้าคอยพยาบาลให้อยู่เสมอ โดยน้องแป้งนั้นถูกคุณยายเลี้ยงมาราวกับลูก อีกครั้งตายทั้งสองต้องช่วยกันเลี้ยงดูและยังมีฐานะที่ไม่ร่ำรวยเหมือนคนอื่นอีกทั้งยังต้องทำงานหนักมากเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวส่วนพ่อแม่แท้ๆก็ไม่ได้หายไปไหนตัวพ่อไปทำงานที่ต่างประเทศกลับมาไทยก็จะแวะมาหาบ้างส่วนคนแม่ก็ไปมีครอบครัวใหม่แวะมาเที่ยวหาบ่อยๆซึ่งก็ไม่ได้โกรธอะไรเพราะทุกวันนี้มีความสุขกับที่เป็น

และน้องมีความตั้งใจที่จะพยายามเรียนหนังสือออกมาให้ดีที่สุดจะได้ผลการเรียนในระดับ 3.5 ขึ้นไปให้ และตั้งใจดูแลพ่อแม่ของตัวเองให้ได้ เพราะบอกอีกว่าตัวเองนั้นจะไม่ดื้อไม่ซนจะช่วยงานทุกๆอย่าง ในขณะเดียวกัน ก็มีครูบาอาจารย์และลูกค้าหลายคนต่างอุดหนุนมาเป็นลูกค้าประจำและชื่นชมครอบครัวของน้องแป้งเป็นอย่างมากและชื่นชมคุณยายที่เลี้ยงน้องแป้งให้กลายเป็นเด็กดีเป็นต้นแบบแห่งความขยันขันแข็งและเป็นตัวอย่างของเยาวชนที่ดี

ประหยัดงบ D.I.Y. ท่อ PVC ให้กลายเป็น ชั้นวางอเนกประสงค์ ทำง่ายแต่ดูดี

ซึ่งถ้าหากพูดถึงท่อ PVC หน้าที่หลักๆของมันก็คือการเป็นท่อที่คอยเชื่อมต่อน้ำประปา เพื่ออุปโภคและบริโภคแต่ความจริงแล้วเจ้าท่อ PVC นี้สามารถนำมาประยุกต์ดัดแปลงให้กลายเป็นของใช้ได้อย่างหลากหลาย และวันนี้ทางทีมงานนั้น ก็จะพาทุกคนนั้นมาประดิษฐ์ชั้นวางของอเนกประสงค์จากท่อ PVC กันโดยเป็นการทำสวนผักแนวตั้งหรือจะนำมาแขวนผ้าก็ยังได้อีกทั้งยังประหยัดงบประมาณอีกด้วยโดยจะทำอย่างไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า

โดยท่อ PVC ที่ต้องใช้นั้นมีขนาดดังต่อไปนี้

ท่อ PVC ขนาด 100 cm จำนวน 12 ท่อ / ท่อ PVC ขนาด 40 cm จำนวน 12 ท่อ / ท่อ PVC ขนาด 15 cm จำนวน 32 ท่อ / ข้อต่องอ จำนวน 4 ตัว / ข้อต่อ 3 ทาง จำนวน 36 ตัว

จากนั้นก็นำชิ้นส่วนของท่อ PVC แต่ละชิ้นมาต่อประกอบเข้าร่วมกันโดยแยกสัดส่วนและแนวนอนและแนวตั้งตามภาพนี้

จากนั้นก็นำท่อ PVC ทั้งสองส่วนมาต่อกันให้มีลักษณะของชั้นวางของดังภาพซึ่งการทำแบบนี้จะเหมาะสำหรับสวนผักแนวตั้งสามารถทำให้คนนั้นปลูกผักได้แบบประหยัดเนื้อที่หรือนำมาใช้สอยในครัวเรือนอย่างพวกตากผ้าได้ด้วยเช่นกันซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียดีๆที่เรานำมาฝากทุกคนกันในวันนี้นั่นเอง

หาชมยาก พิธีห่มผ้า หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

นี้ในวันนี้เราจะพาทุกคนมาคบกับหนูรูปปั้นหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดห้วยมงคลตำบลทับใต้อำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งมีหน้าตักกว้าง 70 เมตรสูง 11 เมตรเมื่อขายได้พบเห็นครั้งแรกก็รู้สึกถึงความปลอดภัยเราก็อยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทรของพระพุทธศาสนาโดยมีท่านกำลังนั่งเฝ้ามองและให้ความร่มเย็นเมื่ออยู่ในวัดแห่งนี้

และในช่วงของวันแม่แห่งชาติก็จะมีงานผ้าป่าสามัคคีที่ห่มผ้าหลวงปู่และมีนักท่องเที่ยวมากมายเข้ามาเดินทางกันอย่างมากมายในช่วงเทศกาล

ลุงใจบุญหวังช่วยชีวิตหม าแม วกว่า 100 ตัวประกาศขายไต นำเงินม าซื้ออาห ารให้หมาแมว

โดยในกรณีที่ทางโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของคุณปรีชา ขวัญมงคลจาก Facebook ส่วนตัวที่ได้มีการประกาศขายไต 1 ข้างเพื่อที่จะนำเงินไปซื้ออาหารให้แมวและสุนัขที่เลี้ยงกว่า 100 ตัวไม่ให้อด ซึ่งก็ได้มีทางทีมงานข่าวเข้าไปพบว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ 5 ไร่เป็นบ้าน 2 ชั้นมีสภาพเก่าทุกทรงมีสุนัขวิ่งกันเต็มสวนและภายในบ้านห้องรับแขกพบว่าฝ้าใต้พื้นชั้น 2 เปิดอ้ามีบันไดเล็กๆสำหรับแมวกระโดดเข้าไปอยู่อาศัยเป็นจำนวนมากและสวนอาหารของสุนัขและแมวพบว่ามีเพียงแค่ผักและน้ำต้มผักเท่านั้น

โดยนายปรีชาก็ได้กล่าวว่าข้าวสารหมดไปตั้งแต่วันนี้จึงทำให้ไม่มีข้าวเลี้ยงสุนัขและแมวทำได้เพียงแค่เอาน้ำต้มผักใช้ประกันชีวิตสวนหาสาเหตุที่ต้องการจะขายตายก็เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ทำงานธนาคารเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อมากกว่า 20 ปีและมีทั้งสุนัขและแมวเพียงแค่ไม่กี่ตัวหลังมีคนเอามาปล่อยไว้เป็นหน้าบ้านจำนวนมากจนล่วงเลยมาเป็น 140 ตัวและทำให้ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากต้องกู้หนี้ยืมสินบ้านก็จำนองกับธนาคารเอาไว้และในช่วงหลังไม่มีคนดูแลอีกทั้งยังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจึงลาออกจากงานก่อนเกษียณอายุเพื่อนำเงินที่มีมาเลี้ยงสุนัขและแมวจนเงินนั้นหร่อยหรอ

และก็ออกมาเลยขายเครื่องใช้ไฟฟ้าตามตลาดนัดได้เงินมาก็นำมาซื้ออาหารให้สุนัขและแมววันไหนขายไม่ได้ก็ต้องอดทนในระยะห่างหลังสุนัขและแมวต่างด้าวอาหารกันบางตัวป่วยจากสารอาหารขาดอาหารพากันตายไปแล้วกว่า 40 ตัวจนมาช่วงที่ประกาศขายตายเพราะไม่มีเงินจะซื้อไปเลี้ยงเพราะล่าสุดมีประมาณอยู่ 100 ตัว

โดยสาเหตุที่ต้องการเจาะจงเป็นการขายตายก็เป็นเพราะว่านึกถึงคนที่ไปฟอกไตซึ่งถ้าหากได้ไปตอนไปก็จะทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นส่วนตัวเองก็จะแบ่งเงินเอาไปซื้ออาหารเลี้ยงสุนัขและแมวและนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนเพื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาขายทำกำไรไปเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดโดยจะทำแบบนี้จนกว่า จ ะ ต – า – ย กันไปข้างนึง

สวยและจิตใจดี ต่าย อรทัย เป็นสะพานบุญ ทำบุญครั้งใหญ่ถวายวัด

โดยทุกคนก็จะรู้จักกับนักร้องสาวต่ายอรทัยเจ้าของฉายาราชินีลูกทุ่งกันเป็นอย่างดีโดยเธอคนนี้มีผลงานออกมาให้แฟนๆได้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆโดยเฉพาะผลงานเพลงที่บอกเลยว่าเสียงของเธอนั้นไพเราะจับใจทุกคนเป็นอย่างมากอีกทั้งการแต่งตัวก็เรียบร้อยไม่โป๊จะทำให้มีแฟนแฟนมากมายต่างติดตามและหลงรักความเป็นเธอ

ในก่อน หน้านี้ต่ายอรทัยได้มีการโพสต์ภาพลงใน Instagram ซึ่งได้เป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่โดยการทำโรงครัวถวายวัดซึ่งได้รับยอดบริจาคทั้งหมด 153,075 บาท และมีการระบุข้อความไว้ว่าตอนนี้คอนเสิร์ตก็ได้เริ่มซ้อมทางบ้านงานผ้าป่าก็ได้เริ่มเทพื้นโรงครัวโดยทุกอย่างจะสำเร็จเพราะวันนี้เริ่มต้นด้วยความตั้งใจ

และนายล่าสุดเธอนั้นก็ได้มีการอัพเดทการสร้างโรงครัวถวายวัดที่จังหวัดอุบลโดยมีการระบุข้อความไว้ว่าในตอนนี้ที่พักแม่สชีและโรงครัว กำลังดำเนินการก่อสร้างโดยงบประมาณในการก่อสร้างอยู่ทั้งหมดประมาณ 200000 บาทซึ่งถ้าหากใครยังมีจิตศรัทธายังสามารถร่วมบริจาคกันได้เช่นกัน

ผักชีลาว ผักบ้าน ๆ เต็มไปด้วยคุณค่าและประโยชน์

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมารู้จักกับผักชีลาวซึ่งถือเป็นพืชล้มลุกอีกนิดนึงที่ถูกนำมาใส่อาหารกันอยู่บ่อยๆโดยเฉพาะทางภาคอีสานมักจะมีผักชีลาวประกอบและอาหารอยู่เสมอโดยผักชีลาวนั้นมีลักษณะลำต้นสีเขียวและมีการแตกกิ่งเล็กน้อยบางพันธุ์แตกลักษณะเป็นใบเหมือนแต่ก่อนสีเขียวออกมา ไม่แข็ง และมีกลิ่นหอมฉุย

จากนี้และนอกจากนี้ผักชีลาวยังมีคุณสมบัติทางสมุนไพรทั้ง ช่วยแก้อาการท้องผูก / ท้องอืด / ท้องเฟ้อขับลม / แก้ปัสสาวะขัด / และสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้และนอกจากนี้สามารถขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการหายใจ / แก้อาการวิงเวียนศีรษะ / ขับลม / ขับเหงื่อ / กระตุ้นน้ำนม / และยาแก้หอบหืดได้อีกด้วย

ประโยชน์ผักชีลาวนั้น

มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสามารถช่วยชะลอวัยได้เป็นอย่างดี /บำรุงสายตารักษาสายตาป้องกันโรคเกี่ยวกับตาต่างๆ / บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง /บำรุงกำลังชั่วคราว /สร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรค / ลดความดันโลหิต / ยับยั้งการชะลอขยายตัวของเซลล์มะเร็ง / รักษาโรคเบาหวาน / ขยายหลอดเลือด / บำรุงปอด / ขับเหงื่อ / อาการหอบหืด / แก้อาการไอ / แก้อาการสะอึก / ช่วยลดอาการโคลิค / แก้อาเจียนคลื่นไส้เวียนศีรษะ / ส่งเสริมการทำงานของกระเพาะอาหาร / แก้อาการปวดท้อง / อาการท้องอืดท้องแน่น / ขับลมในลําไส้ / ผักชีลาวช่วยแก้อาการท้องผูก / แก้อาการปัสสาวะขัด / ไส้ติ่งอักเสบ / รักษาฝีเนื้อร้าย / ลดอาการบวม / ช่วยแก้เหน็บชา

เทคนิคที่ช่างไม่ได้บอก แอร์รถยนต์เย็นไว ไม่มีกลิ่นอับ

โดยในวันนี้ทางทีมงานก็จะนำเทคนิคดีๆมาฝากกันสำหรับการดูแลรถของเราโดยเฉพาะในเรื่องของช่องแอร์ที่มักจะส่งกลิ่นอับและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ซึ่งบางคนก็นำไปเข้าร้านแต่บอกเลยว่าเพียงแค่ 6 วิธีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร้านอีกทั้งยังได้แอร์เย็นฉ่ำประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

1 ก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องทุกครั้งทำการปิดสวิตซ์ A/C ในทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์ชุดในขณะที่กำลังสตาร์ทเครื่อง

2.ใช้พัดลมความเร็วสูงและการสตาร์ทและทิ้งไว้จนเครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิที่พร้อมใช้งานอย่าเพิ่งไปปรับอุณหภูมิให้เปิดแอร์โดยใช้ความเร็วพัดลมให้สูงเพื่อระบายความร้อนในระบบแอร์ออกมาจากนั้นค่อยทำการเปิด A/C และปรับอุณหภูมิตามความต้องการ

3.ทำการไล่ความร้อนทุกครั้งโดยวิธีนี้ใช้กับรถที่จอดอยู่กลางแจ้งอันควรเป่าลมในระดับแรงสุดอย่าเพิ่งเปิดสวิตช์ A/C โดยเปิดทิ้งไว้ประมาณ 5-7 นาทีจะสามารถช่วยลดความร้อนได้เป็นอย่างดีแล้วค่อยเปิดสวิตช์ตาม

4.อย่าเปิดปิดกระจกรถไปบ่อยๆ เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองและความร้อนเข้ามาในรถอีกครั้งฝุ่นละอองเหล่านี้จะสามารถมาอุดตันตู้แอร์ในรถได้อีกด้วย

5.ซึ่งถ้าหากรู้สึกว่าใช้ไปแล้วแอร์ไม่เย็นก็ให้ทำการปิดน้ำยาแอร์หรือปิด A/C ให้เรียบร้อยในทันทีซึ่งการทำแบบนี้จะสามารถช่วยลดความเสียหายจาก Compressor แอร์ได้

6.อยากได้น้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์เพราะมีฤทธิ์ทำให้ตู้แอร์ในรถขผุกกร่อนไว

ขายดีมาก ปาท่องโก๋สูตรเก่าแก่จากเมืองจีน ขายได้วันละหมื่น

ซึ่งถ้าหากพูดถึงอาหารให้ตอนเช้าหรือขนมหวานใครหลายๆคนก็มาถึงปาท่องโก๋ร้อนที่กินคู่กับน้ำเต้าหู้หรือโจ๊กในตอนเช้ากัน โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาที่ร้านปาท่องโก๋เสวยซึ่งเป็นร้านปาท่องโก๋เก่าแก่ที่เราอยากจะแนะนำโดยมีคุณ คุณธนกร เจริญพิมลกุล ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 เป็นเจ้าของร้านปัจจุบันในสาขาเยาวราชโดยตัวขาวก็ได้มีการเปิดเผยว่าที่ร้านปาท่องโก๋เสวยนี้ ก่อตั้งเมื่อประมาณปี 2519 หลังจากที่อากงอาม่าได้มาจากเมืองจีน และนำความรู้มาเปิดร้านขายปาท่องโก๋ อยู่ในบริเวณตรอกมะยม แถวๆบางลำพู

ซึ่งแต่เดิมชื่อร้านแห่งนี้คือร้านปาท่องโก๋โทษรุ่งเพราะทำการตั้งแต่เช้ามืดก่อนที่จะเปลี่ยนร้านชื่อร้านมาประมาณ 50 ปีก่อนโดยในสมัยก่อนย่านบางลำพู เป็นเขตพระราชวัง คนในวังมาซื้อกันเยอะ จึงเรียกกันติดปากว่าปาท่องโก๋ทรงเสวยแต่ในปัจจุบันเหลือเพียงแค่คำว่าปาท่องโก๋เสวยเท่านั้น

และเมนูที่ไม่ควรพลาดนะก็คือเมนูปลาท่องโก๋กับสังขยาปาท่องโก๋ที่นี่นั่นให้รสสัมผัสที่น่ากินเป็นอย่างมากกรอบนอกนุ่มในไม่เติมน้ำมันแป้งบางกรอบทานคู่กับสังขยาที่มีรสหวานกลมกล่อมเนื้อไม่เหลวเกินเกินไปบอกเลยว่าเข้ากันดี อย่างมากซึ่งเป็นเมนูที่เราอยากจะแนะนำแต่นอกจากเมนูนี้ก็ยังมีเมนูหลายๆอย่างที่ให้ทุกคนลองกินกันเพราะมีท็อปปิ้งหลากหลายไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลต แยมสตอเบอรี่คาราเมล แยมส้มหรือนมข้น

โดยจุดเด่นของร้านแห่งนี้นั้นก็คือจะทำสดใหม่ในทุกๆวันและมีการโชว์นวดแป้งให้เห็นกันจะจะให้เห็นถึงความสะอาดและเปลี่ยนน้ำมันทอดวันละ 2 ครั้งและร้านแห่งนี้มีสูตรสังขยาในฉบับตัวเองโดยเฉพาะที่ไม่เหมือนกับคนอื่นจึงทำให้สังขยามีคุณภาพไม่เสียง่าย และด้วยความอร่อยอย่างนี้นี่เองจึงได้รับรางวัลมิชลินไกด์ติดต่อกันถึง 2 ปีซ้อนในปี 2018 และ 2019 ซึ่งถือเป็นการสร้างความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งให้กับทางร้านเป็นอย่างมากเพราะเราการันตีว่าร้านมีคุณภาพอย่างแน่นอน

และหลังจากที่ได้รับรางวัลนี้จากตอนที่จัดก่อนขายหมดประมาณ 01:00 นทุกวันนี้ 22:00 นก็เก็บร้านซึ่งในทุกๆวันสามารถสร้างรายได้ตกวันละเกือบหมื่นบาทเลยทีเดียวและหัวใจสำคัญในการขายดีมานานกว่า 5 ทศวรรษนี้ก็เพราะที่ร้านแห่งนี้นั้นเน้นเรื่องของความสะอาดเรื่องคุณภาพและวัตถุดิบที่ต้องจดใหม่และพิถีพิถันใส่ใจทุกรายละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกค้านั่นเอง

และถ้าหากใครนั้นอยากจะลิ้มลองปาท่องโก๋ของพี่นี่นั้นบอกเลยว่าในตอนนี้มีการเปิดถึง 5 สาขาด้วยกันมีทั้งสาขาเทเวศน์สาขาพัฒนาการสาขาศาลเจ้าพ่อเสือสาขาบางลำพูซึ่งทุกคนนั้นสามารถลิ้มลองกันได้โดยร้านนั้นจะเปิดทุกวันเวลา 18:00 นจนถึง 24:00 น ลองดูกันเลย

เปิดชีวิต! จากเด็กเลี้ยงควาย สู่มหาเศรษฐีหมื่นล้าน

โดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาดูชีวประวัติของ ซิวซี แซ่ตั้ง มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทตะวันออกโปลีเมอร์อุตสาหกรรมเป็นเจ้าของธุรกิจทางด้านผลิตยาและฉนวนกันความร้อนรวมถึงอุปกรณ์ประดับรถยนต์ต่างๆ โดยชายคนนี้นั้นโดยแต่ก่อนเขาเป็นชาวจีนพูดตอบโต้มันมาในครอบครัวชาวนาอันยากจนโดยตัวเขานั้นต้องผ่านชีวิตมาอย่างมากมาย

ชีวิตของเขา มันไม่ง่ายอย่างที่ใครคิดเพราะเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนมากเพราะต้องเลี้ยงวัวเลี้ยงควายตาอุจจาระขายและเคยต-า บอด จนคิดสั้ น ฆ่ -าตั ว ต า-ยแต่สุดท้ายก็รอดมาได้ราวกับปาฏิหาริย์การที่จะมีโอกาสอพยพมายังเมืองไทย

ด้วยคราวนั้นเติบโตมาในห้องแถวๆมืดๆมีทั้งกลิ่นขี้วัว ขี้หมู ขี้ไก่ เพราะว่าต้องนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเลี้ยงในบ้านเพื่อป้องกันการขโมย และจำได้ว่าในตอนนั้นในบ้านนั้นมีเพียงแค่รูปควายตัวเล็กๆจึงเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องคอยจูงควายไปกินน้ำกินหญ้าโตมาหน่อยก็สามารถใช้ควายไถนา ได้และในช่วงนั้นประเทศนั้นก็ได้จบปัญหาในเรื่องของสงครามจึงทำให้ประชาชนลำบากทุกหย่อมหญ้า

จึงเรียกว่าการเรียนหนังสือนะถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากเป็นอย่างมากเพราะไม่ได้มีการจ่ายค่าเทอมเหมือนสมัยก่อนโดยสิ่งที่ต้องแรกมันก็คือข้าวสาร 5 กิโลกรัมต่อครึ่งปีถือเป็นสิ่งที่หายากมากที่สุดเพราะลำพังข้าวกินกันในครอบครัวก็ยังไม่พอและมื้อแต่ละมื้อต้องหุงข้าวผสมแป้งมันลงไปเติมน้ำลงไปเยอะๆเพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณของทุกคน

และมาถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาที่เรียกว่าเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดในตอนอายุ 13 เขาต้องเป็นคนตาบอดนานถึง 5 ปีโดยอาการเริ่มแรกนั้น ก็มีอาการตาฝ้าฟางระคายเคืองมองเห็นภาพเบลอจนพบว่ามีฝ้าสีขาวเหมือนเนื้อลำไยติดอยู่ตรงตาดำและไม่มีเงินไปหาหมอจึงต้องรักษาตามยถากรรมด้วยเอาอยากได้หรือไม่แมงมุมใส่ลงไปในดวงตาเพราะเชื่อว่าอยากได้นั้นจะสามารถไล่เชื้อโรคสกปรกออกไปได้และเอาหมึกกับซอสซอสจิ๊กโฉ่วมาหยดใส่ แต่ผลที่ได้นั้นก็คือตาบอดสนิทจึงทำให้เขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากจนถึงคิด สั้ น ฆ่-ตั วต -า ยแต่โชคดีที่พี่สะใภ้มาเห็นก่อนและก็เลิกคิด สั้ นเพราะเห็นแก่แม่

แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์มาโปรดเขาจากนั้นไม่นานบรรพบุรุษก็ได้ข้อความบอกให้รีบไปหาหมอตาคนหนึ่งจนได้ยากลับมาที่บ้านควบคู่กับการดูแลรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำให้กับลูกได้โดยการใช้ปลายลิ้นเลียฝ้าสีขาวที่ติดอยู่ตรงตาทำเช่นนี้นานถึง 8 เดือนจนอาการทุเลาลงและกลับมามองเห็นได้ในที่สุดและในขณะที่เขากลับมาเป็นปกติเขาก็ต้องการที่จะตอบแทนพระคุณแม่อย่างสุดกำลังและต้องการที่จะเลี้ยงดูแม่เพื่อชดเชยเวลา 5 ปีที่เสียไป

ด้วยหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ถือว่าเป็นความหวังของคนทั่วโลกทุกคนรอโอกาสหมายในการทำมาหากินและนอนในตอนนั้นเป็นช่วงอายุที่เขาอายุ 20 ปีมีการตัดสินใจจากบ้านเกิดเมืองนอนมาแสวงหาโชคที่แผ่นดินไทยเพราะมีอาซิ้มข้างบ้านเล่าว่าเมืองไทยนะอุดมสมบูรณ์ มีข้าวสวยมีปลาทูตัวใหญ่ๆไว้กินการณ์บ้านเมืองสงบสุขค่ะขยันขันแข็งก็อาจจะได้เป็นเถ้าแก่จึงได้มีญาติพี่น้องรวมเงินให้เขาเดินทางไปยังประเทศไทยโดยเขาเดินทางไปตัวเปล่าไม่มีเสื้อเหลือสักผืนไม่มีหมอสักใบมีเพียงเสื้อแขนบางๆกับขากางเกงขาสั้นมาติดตัวชุดเดียวเรียกได้ว่าเป็นคนที่ยากจนที่สุดคนหนึ่งในบนเรือ และเมื่อถึงแผ่นดินไทยก็ถูกจะเพราะว่าไม่มีญาติมารับรองกว่าจะมีพี่ชายมาประกันตัวก็ปาไปแล้ว 4 วัน 4 คืน

และหลังจากที่มาแผ่นดินไทยก็รู้ว่าเมืองไทยไม่ได้สุขสบายอย่างที่คิดเพราะต้องอาศัยอยู่กับพี่ชายแถววัดชุมชนวัดดวงแขสภาพสภาพความเป็นอยู่ค่ะสนภาษาไทยก็ฟังไม่รู้เรื่องและยังวิตกกังวลว่าจะเป็นภาระของครอบครัวพี่ชายโดยเช้ามืดต้องมาช่วยพี่ชายทำรองเท้าขายคิ้วขายตามร้านต่างๆอีกทั้งยังโดนกดโดนด่าดูถูกบ้างจึงตัดสินใจออกมาสู้ชีวิตด้วยตัวเอง

และเขาก็ออกมาทำงานด้วยตัวเองโดยทำงานโรงงานหนังฟอก ฟอกหนังฟอฮับฮัด ได้เงินเดือน 80 บาท ซึ่งเขาทำงานไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยว่างก็รับต่างๆและส่งเงินส่วนหนึ่งไปให้กับครอบครัวที่เมืองจีนอีกส่วนหนึ่งก็เก็บหอมรอมริบไว้ทำทุนในอนาคตและความขยันของเขานั้นก็โด่งดังจนถูกใจเถ้าแก่เพราะมีวันหนึ่งส้ ว มเต็มแล้วไม่มีคน ไปตักอุ จ ระ ออกจากส้ ว มเขาจึงอาสาทำเองแบบไม่เกี่ยง จึงกลายเป็นที่ถูกใจของเถ้าแก่และเป็นคนที่สู้ชีวิตอีกทั้งยังใฝ่รู พยายามจดตามการทำงานในโรงงานและอยากจะเป็นเจ้าของโรงงานฟอกหนังของตัวเองจึงเริ่มเรียนรู้ในการเจรจาเลือกซื้อวัตถุดิบการขายและตัดสินใจแล้วออกมาตั้งโรงงานแห่งแรกที่ชื่อว่า แซ่ฮิ้นลี่

ด้วยเขาเป็นเถ้าแก่ครั้งแรกในวัย 22 ปีก่อนที่จะเปิดโรงงานและประสบภาวะซบเซาหลังรัฐบาลประกาศค่าส่งออกไปยังต่างประเทศจึงเบนเข็มไปที่ใต้อำเภอเบตงไปรับกรีดยาง งั้นก็เดินทางมาปักหลักที่กรุงเทพฯเปิดบ้านเช่ารับเหมาทำประตูหน้าต่าง ทำ ธุรกิจ อิ ม ปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต และ มีโอกาสหันมาทำธุรกิจผลิตยางสังเคราะห์ ห่วงติด อวน ฉนวนกันความร้อน จนถึงประดับยนต์ จนประสบความสำเร็จดังที่เห็นทุกวันนี้

โดยกว่าที่เขานั้นจะประสบ ความสำเร็จได้ขนาดนี้ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามมากมายจนเลือดตาแทบกระเด็น ด้วยการทำธุรกิจนั้นเขาก็ต้องมีการวางแผนควบคุมรายจ่ายใช้สมองคิดตลอดเวลา และด้วยความเป็นคนดีซื่อสัตย์ ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทไม่กินเห-ล้า ไม่ สูบบุห รี่ไม่เล่นการพ นั นข ยั นอดเอาอดทนจึงทำให้เขานั้นสามารถประสบความสำเร็จได้ และเ มื่อเขามี ลูกเ ข าก็ส่งเสริมให้ลูกทุกคนเดียวสูงไม่ให้ลูกทุกคนเป็นคนที่ทานเหตุการณ์และสอนให้มีเหตุผล มีจริยธรรม และรักในแผ่นดินไทย

สู้ชีวิตไม่อายใคร เก็บขยะขาย จนมีเงินที่ดินกว่า 30 ไร่

โดยวันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับคุณลุงวัย 70 ปีที่สู้ชีวิตเก็บขยะขายทำมาเป็น 10 ปีเก็บหอมรอมริบจนมีเงินสามารถปลูกบ้านปลูกปาล์มน้ำมันได้กว่า 30 ไร่และไม่เคยอายที่เก็บขยะขายเพราะเป็นอาชีพสุจริตไม่ลงทุนไม่เลือกงานซื่อสัตย์ขยันอดทนก็สามารถสร้างตัวได้

โดยชายชราคนนี้นั้นมีชื่อว่า นายบา กล้าหาญอาศัยอยู่ที่ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพรโดยมักจะไปหาเศษขยะที่ทิ้งขยะองค์กรบริหารส่วนตำบลโดยตัวเขาได้มีการกล่าวว่าโดยแต่เดิมนั้นเป็นคน จังหวัดมหาสารคาม เมื่อโตเป็นหนุ่มก็จากบ้านมาทำอาชีพกรรมกร อยู่ที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ทำงานไปก็มีรูปและภรรยาโดยมีลูกทั้งหมดด้วยกันทั้งหญิงและชายจำนวน 4 คนโดยในสมัยนั้นอำเภอวิเชียรบุรีไม่เจริญมากนักแต่ก็สามารถก่อร่างสร้างตัวเก็บเงินจนสามารถซื้อที่ดินได้ 5 ไร่

จนกระทั่งปี 2547 เป็นช่วงที่งานในอำเภอวิเชียรบุรีเลิดสินตัวประกอบกับตัวเองและมีอายุมากขึ้นจะทำงานแบกหามก็เริ่มไม่ไหวและไม่ชอบอยู่เฉยๆจึงบอกภรรยาว่าจะมาหางานทำที่อำเภอละแม จังหวัดชุมพร โดยมาครั้งแรกมาทำงานประปาอยู่กับลูกเขยแต่ทำงานได้ไม่นานนะก็หันไปรับจ้างถางป่าตามสวนยางสวนปาล์มเพื่อเลี้ยงตัวและไม่ต้องการเป็นภาระของลูกหลาน

แต่ด้วยความที่อายุมากแล้วไม่แข็งแรงเท่ากับแต่ก่อนจึงทำงานได้ประมาณ 5 ปีแล้วมาเก็บของเก่าที่กองขยะขายโดยช่วงนั้นรายได้ของ 2 ตายายอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทแต่ในแต่ละเดือนนั้นก็ได้เป็นหลักหมื่นและมีที่ดินปลูกบ้านและปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ 30 ไร่โดยทั้งหมดนี้ก็ได้มาจากการเก็บขยะขายและนำเงินไปซื้อที่ดินไว้เป็นที่อยู่อาศัยของตัวเองโดยไม่ต้องเช่าและมีที่ดินส่วนหนึ่งไว้ปลูกปาล์มน้ำมันอีกด้วย

รวมไอเดียกระทงจากธรรมชาติ รักษ์โลกเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมวิธีทำ

โดยวันนี้ก็เป็นวันของวันลอยกระทงประเพณีไทยที่มีกันมาอย่างยาวนานแต่ในล่าสุดนี้ก็มีการรณรงค์ถึงเรื่องของการใช้วัสดุที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมทำให้กินน้ำเกิดความเน่าเสียแต่ในปัจจุบันนั้นก็จะมีกระทงในรูปแบบมากมายที่จะสามารถช่วยในเรื่องของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยังนำพืชผักสวนครัวมาทำกระทงได้อย่างเช่นดอกขจรดอกแคหรือใบกะหล่ำปลีซึ่งเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติสามารถนำมาทำกระทงได้ด้วยเช่นกัน

โดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะมีไอเดียดีๆที่จะทำให้กระทงนั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้โดยจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

1.กระทงน้ำแข็ง

บอกเลยว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสุดเพราะใช้วัสดุธรรมชาติไม่เยอะและน้ำแข็งสามารถละลายไปกับน้ำได้ช่วยให้ลดปริมาณขยะในแม่น้ำได้เป็นอย่างดี

วิธีการทำ : นำถ้วยกลมมาใช้เป็นแป้นพิมพ์ในการทำกระทงจากนั้นก็ใส่ไฟแช็คลนก้นประเทืองไปแนะนำกลีบดอกไม้มาลงในถ้วยให้เต็มจากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไปจนเกือบเต็มถ้วยกระดาษ จัดดอกไม้ให้สวยงาม และนำไปแช่ช่องฟรีซ จนกลายเป็นเครื่องน้ำแข็งจากนั้นก็นำออกจากพิมพ์และนำไปลอยได้

2.กระทงกะหล่ําปลี

เป็นอีกหนึ่งกระทงเก๋ๆเพราะเอาผักใกล้ตัวมาทำเป็นกระทงรับประดับด้วยดอกไม้สวยๆงามๆนำธูปเทียนปักลงไปก็จะได้กระทงสวยๆในสไตล์รักโลก

วิธีการทำ : น้ำกลั่นปีมาลอกเปลือกด้านนอกที่ไม่สวยออกจากนั้นก็ใช้มีดผ่าลงกลางแบ่งออกเป็น 6 ซี่จากนั้นก็นำกลีบดอกไม้มาตราที่สวยและนำธูปมาปักลงตามด้วยเทียน 1 เล่มก็เป็นอันจบ

3. กระทงหัวหอม

เป็นอีกหนึ่งผักพื้นบ้านที่น่าสนใจไม่น้อยและสามารถนำเป็นทำเป็นกระทงได้

วิธีการทำ : น้ำหอมมากี่ปีออกทีละชิ้นและใช้มีดหรือกรรไกรตัดแต่งทรงที่สวยงามนำไปติดไว้ที่ฐานกระทงใช้ไม้กลัดปากให้แน่นโดยรอบประดับด้วยดอกไม้และปักธูปเทียนลงไป

4.กระทงเปลือกแตงโม

ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อยเพียงแค่เอาแตงโมมาตัดแต่งเพิ่มแกะสลักนิดหน่อยเพราะใส่ดอกไม้สวยงามรับรองว่ากระโปรงของคนนั้นจะเด่นกว่าใคร

วิธีการทำ : น้ําแตงโมลูกเล็กมะพร้าวขึ้นขวาเนื้อแตงโมออกเล็กน้อยให้เหลือหนูดอกไม้สําหรับจัดดอกไม้หรือถ้าหากใครมีฝีมือก็ทำการแกะสลักลงไปจากนั้นก็ใช้เปลือกแตงโมมาทำเป็นฐานสำหรับลอยน้ำรับปากด้วยดอกไม้หรือธูปเทียนลงไปก็เป็นอักเสบ

5.กระทงหัวปลี

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจเพราะหวยปีกล้วยเป็นดอกของต้นกล้วยสามารถนำมาทำกระทงได้อย่างสวยงามน่าสนใจไม่น้อย

วิธีการทำ : เอาหัวปลีค่อยๆคลี่ตัวหัวปลีออกทีละชิ้นม้วนพับลงไปแล้วใช่ไหมกลัดยึดไว้ให้แน่นจากนั้นพักกี่ต่อลงมาเรื่อยๆจนหมดและเห็นว่าใจกลางของหัวปลีจะมีดอกอ่อนและปักธูปเทียนลงไปก็เป็นอันเสร็จ

6.กระทงขนมปัง

เพียงแค่หาขนมปังแบบสำเร็จรูปแล้วมาปักดอกไม้สดเล็กน้อยตามด้วยธูปเทียนเพลงแค่นี้ก็ได้กระทงสวยๆพี่ปลาสามารถรับประทานได้ลองดูกันเลย

วิธีการทำ : ใช้ขนมปังรูปทรงตามใจชอบมาตกแต่งให้สวยงามและปักธูปเทียน

7.กระทงโคนไอศครีม

เป็นกระทงที่น่าสนใจไม่น้อยอีกทั้งยังย่อยสลายได้ง่ายแน่นอนแถมยังสวยงามอีกด้วย

วิธีการทำ : ซื้อโคนไอศครีมสำเร็จรูปมา 10-12 อันมาตัดส่วนปลายแหลมออกตัดออกให้เป็น 2 ชิ้นจากนั้นก็นำออกแบบจัดวันบนฐานกระทงใช้เข็มหมุดใบเล็กในการปักมุดลงไปจากนั้นนำดอกไม้สดมาตกแต่งให้สวยงามเป็นอันเสร็จ

‘ผักติ้ว’ ดอกซากุระอีสาน ผักบ้าน ๆ มีประโยชน์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ปลูกขายรายได้ดี

ได้วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูคุณประโยชน์ของผักติ้วกันซึ่งผักติ้วเป็นผักที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลเป็นผักพื้นบ้านของทางภาคอีสานโดยคนทางภาคอีสานนิยมนำมาปรุงอาหารประเภทยำต่างๆไม่ว่าจะเป็น แกงผัก หน่อไม้ แกง หรือต้มยำ และในส่วนของทางภาคใต้ก็นำมานิยมรับประทานกับขนมจีนซึ่งบอกเลยว่าอร่อยเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ผักติ้วเป็นผักที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากและมีเส้นใยอาหารในช่วงของการป้องกันโรคท้องผูกมีคุณธรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุแคลเซียมซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการภาวะเกิดโรคกระดูกพรุนและช่วยในเรื่องของการเผาผลาญสารอาหารและการทำงานของระบบประสาทได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีวิตามินอีกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นวิตามินซีและยังช่วยในเรื่องของการดูดซึมธาตุเหล็ก และยังมีวิตามินเอสูงและยังช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

โดยผักติ้วในปริมาณ 100 กิโลกรัมนั้นจะมีเส้นใยถึง 1.4 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 67กรัม และนอกจากนี้ผักติ้วนั้นยังเป็นผักพี่ยังมีความต้องการในตลาดสูง ซึ่งขายที่ไหนก็ขายได้หมดและยังนิยมรับประทานกันทั่วประเทศอีกด้วยนอกจากนี้ยังมีการวิจัยว่าผักติ้วนั้นมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับได้เป็นอย่างดีและสามารถช่วยป้องกันการทำงานของ DNA เพราะมีกรดคลอโรจีนิกตอนนั้นเอง

ซึ่งจะได้มีงานวิจัยของ โครงการปริญญาเอก คณะอุตสาหกรรมการเกษตรจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีการระบุว่าสารสกัดจากผักที่สามารถนำไปใช้ในการยับยั้งกลิ่นหืนอาหารให้เป็นอย่างดีและยังมีการ เอายอดตอนไปเข้ากระบวนการสกัดผสมกับเอทานอล และก็จะได้ สารสกัธรรมชาติป้องกันกลิ่นหืนของอาหารดีมาก

การขยายพันธุ์

สามารถใช้การซ่อนกลิ่นได้เป็นการสลัดราก ออกไปถ้าอยาก ได้ต้นที่โตไว ก็ให้ไปหาตอนที่เขาขุดล้อมรอบมาขายขนาดมาตรฐานก็ประมาณ 1.50 – 2.50 ซ. ม. โดยผักติ้ วนั้นเป็นผักที่สา ม า ร ถ ปลูกได้ง่าย ส า ม า ร ถปลูกไว้ตามริมรั้ว เพราะเป็นพืชที่อดทนได้สูงต่อทุกสภาพแวดล้อม จึงถือเป็นอีกพืชชนิดหนึ่ง ที่น่ า ส น ใ จ ในการหารายได้พิเศษ หรือ นำมารับประทานกันเองในบ้านก็ได้ เพราะมีคุณประโยชน์สูงเป็นอย่าง ม า ก

พัดลมหมุนช้า จริง ๆ ไม่ได้เสีย ซ่อมได้ด้วยงบ 20 บาท

โดยในวันนี้ถ้าหากใครนั้นกำลังประสบปัญหากับพัดลมหมุนช้าแล้วก็มีวิธีการซ่อมมาแบบง่ายๆโดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นวิธีการซ่อมเป็นพัดลมตั้งโต๊ะเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าอาการเสียของพัดลมที่ไม่หมุนเกิดจากตัว Capacitor พี่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ของพัดลมโดยบางคนก็เรียกว่าตัว C หรือตัวแคป โดยส่วนมากสาเหตุที่พัดลมไม่หมุนนะนิว 2 สาเหตุด้วยกันไม่มอเตอร์เสีย ก็ตัวCapacitor เสียเพราะของพวกนี้มันมีค่าเสื่อมเวลาไปตามเวลา

โดยโอกาสที่จะเสียนะส่วนใหญ่ก็จะเป็นCapacitor เสียมากกว่าโดยอาการ 10 นั้นคือทำงานไปสักพักก็จะค่อยๆหยุดหมุนหรือต้องหมุนด้วยมือก่อนถึงจะทำงานโดยเจ้าตัวนี้ก็สามารถเปลี่ยนได้ด้วยเช่นกันโดยเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ไขพัดลมให้หมุนนั้นมีดังนี้

1. ไขควงแฉก

2. คีมตัด

3. หัวแร้ง

4. ตะกั่วบัดกลี

5. Capacitor

6. ส่วน Meter วัตไฟ

โดยเจ้าตัว Capacito สามารถหาซื้อได้ตามบ้านหม้อตัวละ 20 บาทเท่านั้นซึ่งซื้อได้ที่ร้านอมรบ้านหม้อก็จะหาได้ในราคา 10-15 บาทโดยเราต้องเช็คดูด้วยว่าค่าของพัดลมตัวนี้เป็นขนาดที่เท่าไหร่เมื่อได้ตัวอย่างมาก็เอาไปสอบถามที่ร้านก็ได้

ขั้นตอนแรกก็ทำการถอดเอาตัวCapacito ที่ติดอยู่กับมาสเตอร์ออกมา โดยจะมีน๊อต 2 ตัวติดไว้ต้องทำการถอดน็อตออกมาก่อนจากนั้นก็ถอดตัวท้าย จากนั้นเอามาตรวจวัดค่าถ้าถ้าเป็น 1.5 uf แปลว่าเสียแน่นอน จากนั้นก็ทำการปอกสายตรงพัดกรี ต้องระมัดระวังไม่ให้สูญเสียหาย จากนั้นก็พันด้วยเทปพันสายไฟให้แน่นแล้วจัดตำแหน่งขันน๊อตยึดตัว Capacito ให้ดีจากนั้นก็เอาฝาครอบใส่คืนตำแหน่งก็เป็นอันเสร็จ

โดยวิธีนี้สามารถทราบอาการพัดลมหมุนช้าได้โดยใช้งบประมาณเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้นถ้าหากนำไปซ่อมที่ร้านจะต้องเสียอย่างน้อย 200 ถึง 300 บาทอย่างแน่นอน

ข่าวดีสิทธิ์บัตรทอง รักษา-ผ่าตัด-ฉายรังสี ผู้ป่วยมະเร็งได้ โดยไม่เสียเงิน

ในวันนี้เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับการรักษาด้วยบัตรทองมาฝากโดยไม่นานมานี้ได้มีนายยุทธนา บุญเพชร ชาวบ้านตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี บ่ได้มีการเปิดเผยว่าตัวเขานั้นได้ชื่นชมนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง 30 บาท เพราะ ตัวเขากล่าวว่าตัวเองนั้นเคยเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งและจำเป็นจะต้องใช้เงินรักษาเป็นจำนวนมากและใช้สิทธิ์บัตรทองเข้าในการรักษาโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย

ตัวในตอนนั้นเขาได้เข้าไปตรวจในคลินิกในอำเภอเมืองอุทัยธานีผู้ตรวจเป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุทัยธานี จึงได้มีการแนะนำให้กลับไปรักษาในโรงพยาบาลทัพทันจากนั้นก็มีการขอใบส่งตัวไปตรวจชิ้นเนื้อที่โรงพยาบาลอุทัยธานี แต่เมื่อถูกส่งตัวไปตรวจชิ้นเนื้อแล้วก็พบว่าตัวเขานั้นเป็นก้อนมะเร็งโดยทางแพทย์บอกว่าต้องไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิธีสี บอยให้รีบกลับไปที่โรงพยาบาลต้นทางเพื่อส่วนตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยในขั้นตอนนี้ใช้ระยะเวลาหนึ่งโดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 และได้รับเข้าผ่าตัดในเดือนธันวาคม 2560

โดยตัวเขามีภรรยาเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจึงมีข้อตกลงกับทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไม่ต้องจ่ายเงิน 30 บาทโดยตลอดขั้นตอนของการส่งตัวต่างๆรวมไปถึงการผ่าตัดและไม่ต้องจ่ายเงินมีจ่ายครั้งเดียว 30 บาทเท่านั้นจากนั้นก็ได้มีการส่งใบส่งตัวไปที่โรงพยาบาลราชวิถีเพื่อผ่าตัดตอนเสร็จก็เอาบิลไปวางไว้ข้อการแนะนำตัวเลขพบว่าค่าผ่าตัดนั้นพุ่งสูงถึง 30000 บาทแต่ใช้สิทธิ์บัตรทองเลยไม่ต้องจ่าย

โดยหลังจากที่ผ่าตัดแล้วทางแพทย์ได้นำชิ้นเนื้อไปตรวจวิเคราะห์ให้ควรทำการฉายรังสีจึงเลือกไฟฉายรังสีที่โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรีพักใกล้บ้านที่สุดโดยกลับมาที่โรงพยาบาลทัพทันให้ส่งตัวไปใช้รังสีครั้งหนึ่งถ้ารวมค่าผ่าตัด และาคาหน้ากากครอบประมาณ 200,000 บาท ถ้าหากต้องจ่ายเองคงไม่มีปัญญาจ่ายแต่สามารถใช้บัตรทองโดยไม่เสียค่ารักษาและตักบาตรเสียแค่ค่าเดินทางกลับที่พักเท่านั้นจึงคิดว่านโยบายนี้สุดยอดแล้ว

อย่างคนไข้ประกันสังคมที่เขาจะต้องเจอกันก็ยังต้องเข้ารับสิทธิ์กันทุกเดือนบางรายการก็ต้องสำรองจ่ายไปก่อนแต่บัตรทองไม่เสียเงินไม่ต้องสำรองจ่ายต้องขอบคุณที่ทุกคนทำนโยบายนี้ขึ้นมาขอบคุณทางโรงพยาบาลทุกแห่งที่ดูๆดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดีโดยบัตรทองนี้สามารถช่วยเหลือได้จริงๆ

วิชาโบราณ! นวดคลายเส้นอัมพฤกษ์ อัมพาต ค่าครู 6 บาท แห่รักษาแน่นทุกวัน

โดยในวันนี้ถ้าหากใครนะมีอาการปวดเมื่อยตามเส้นเราก็อยากจะพาทุกคนไปแนะนำกับหมอนวดคลายเส้นอัมพฤกษ์อัมพาตพี่บอกเลยว่ามีค่าครูเพียงแค่ 6 บาทเท่านั้นโดยหมอนวดรายนี้นะก็คือ นายบุญเลิศ อนันต์ อายุ 54 ปี อยู่ที่ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอแสวงหาจังหวัดอ่างทองโดยตัวขาวเป็นหมอนวดจับเส้นมานานกว่า 30 ปีมีการรักษานวดคลายเส้น จับเส้นอาการปวดเมื่อยกระดูกทับเส้นประสาท รักษาอัมพฤกษ์อัมพาตและปวดเมื่อยตามร่างกาย ช่วยทำให้แขนขาอ่อนแรงกลับมาแข็งแรงโดยมีการจ่ายค่าครูเพียง 56 บาทเท่านั้น

ซึ่งทำให้มีประชาชนนั้นต่างเข้ามาสนใจและรอเข้าคิวกันอย่างตั้งแต่เช้ามีทั้งคนในและนอกต่างจังหวัดโดยจะทำการรักษาทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็นและจะหยุดเฉพาะในวันพระวันโกนเท่านั้น

โดยทั้งด้านของนายบุญเลิศ ก็ได้มีการกล่าวว่าตัวเองนั้นได้เรียนวิชานวดคลายเส้นอัมพฤกษ์อัมพาตจากพระครู อินทพัฒนกิจ (หลวงพ่อเกียง) อดีตเจ้าอาวาสวัดวังน้ำเย็น จากนั้นก็นำความรู้ที่ได้มาใช้รักษาประชาชนโดยคิดค่าครูพิเศษ 6 บาทปัจจุบันมีประชาชนเข้ารักษาตั้งแต่เช้าจนต้องทำบัตรคิวให้กับประชาชนและยังได้สอบวิชานวดคลายเส้นให้กับลูกหลานให้ทำการช่วยเหลือและทำการรักษาประชาชนที่เข้ามาเป็นการบริการส่วนเงิน 6 บาทนั้นก็ได้มีการนำมารวบรวมให้เป็นเงินจำนวนหนึ่งและนำไปทำบุญผ้ากฐินผ้าป่าและบริจาคช่วยเหลือผู้ยากไร้

โดยทางด้านของนางอุไร วิจารย์ปรีชา อายุ 60 ปี ชาวจังหวัดสิงห์บุรีได้มีการกล่าวว่าตัวเองนั้นเป็นโรคกระดูกทับเส้นไม่สามารถลบเลือนได้และทางญาติได้พามารักษากับหมอบุญเลิศปัจจุบันอาการดีมากขึ้นและสามารถเดินได้ และช่วยเหลือตัวเองได้

จากชีวิตติดหนี้ จากเงิน 700 บาท สู่รายได้ 7 หลัก

โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูการเปิดชีวิตใหม่ของกอล์ฟ สราวุธิ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านแกะปูโดยตัวขาวนั้นมีการเผยเรื่องราวของตัวเองที่กว่าจะเดินทาง มาจนถึงทุกวันนี้ได้นั้นเขาก็ต้องผ่านอุปสรรคมาอย่างมากมายทั้งในเรื่องของการเรียนเพื่อช่วยครอบครัวปลดหนี้และยังสูญเงินก่อตั้งธุรกิจนับแสนก็ประสบความสำเร็จได้หรือชีวิตของเขานั้นที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้างเรามาดูกัน

โดยตัวเขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจนพ่อแม่แยกทางกันทำให้ต้องสู้ชีวิตกับแม่มาเพียงลำพังมีแม่เป็นผู้ที่ทำงานคนเดียวในบ้าน โดยครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่มีทั้งตา ยาย น่า น้องสาว และมีแม่เป็นเสาหลัก ด้วยตั้งแต่เล็กจนโตมานั้นก็รู้ว่าแม่นั้นแบกรับภาระต่างๆ มาอย่างมากมาย โดยที่ไม่มีพ่อแต่มารู้อีกทีแม่ก็มีนี่เป็นหลักล้านชีวิตนั้นเปลี่ยนตกเย็นอยู่บ้านไม่ได้มีเจ้าหนี้มาทวงเงินตลอด มอเตอร์ไซค์กู้นอกระบบก็ดอกแพง มาทวงเงินอยู่เสมอโดยแม่กูทุกอย่าง เพื่อให้เงินมาจุนเจือครอบครัว แต่แล้ววันหนึ่งแม่ไม่ไหวก็บอกว่าไม่ไหวและเกิดความคิดที่ว่าจะต้องช่วยแม่ให้ได้

โดยในปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของธุรกิจบ้านแกะปูที่มีธุรกิจขายเนื้อปูนึ่งพร้อมรับประทานและมีการส่งเป็นวัตถุดิบหลักตามร้านอาหารต่างๆ โดยกว่าจะที่ผ่านมาถึงขนาดนี้ ก็เสียสละมามากโดยหลังจากที่เขาตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยการคันประมาณรับจ้างงานทุกอย่างเพื่อทำให้สามารถช่วยเหลือในเรื่องของการปลดหนี้ให้กับครอบครัว ตัวอย่างแรกเขาได้มีการศึกษานะว่าจะทำอะไรโดยตอนแรกก็ไปซื้อแฟรนไชส์มันฝรั่งทอด 30,000 บาท แต่เงินไม่พอ เลยต้องคิดค้นเครื่องทำเอง มีเงินทุนเริ่มต้นทำธุรกิจอยู่ 5,000 บาท

โดยขายมันเกียวตามหลังมหาวิทยาลัยก็มีนักศึกษาเข้ามาซื้อการกำเนิดกำไรวันละ 800 บาทและยังมีการรับจ้างงานอื่นๆอย่างวิ่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างรับจ้างเก็บขยะและมีการทำอะไรหลายๆอย่างโดยเอาเงินที่ได้มาช่วยเหลือที่บ้านจากนั้นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีก็สามารถช่วยแม่ปลดหนี้ได้

โดยตอนนั้นเขามีความคิดเห็นอย่างเดียวคืออยากจะช่วยแม่ให้ได้แต่แม่ก็มีความฝันของแม่คืออยากเห็นลูกรับปริญญาเมื่อเวลาผ่านไปจนสามารถช่วยแม่ปลดหนี้ก็สามารถกลับไปเรียนต่อพร้อมทันเพื่อนโดยการเก็บวิชาที่ไม่ได้เรียนจบภายในระยะเวลา 5 ปีก็สามารถรับปริญญาได้เป็นสำเร็จหลังจากที่ปลดหนี้ก็เหมือนได้ชีวิตใหม่กับคืนมา

และหลังจากที่เรียนจบเขาก็ตั้งหลักกับชีวิตในการประกอบธุรกิจและต่อยอดกับสิ่งที่ครอบครัวทำไว้คือต้องการค่ะน้ำทะเลและเขาก็มีปัญหาของคนที่ชอบรับประทานปูแต่ว่ามันจะแกะกันไม่เป็นจึงนำมาสู่การก่อตั้งธุรกิจแกะเนื้อปูพร้อมรับประทานแต่กว่าจะตั้งหลักได้นั้นก็เสียไป ทั้งทุนเสียไป ทั้งเหนื่อย และเสียน้ำตาไปไม่น้อย โดยที่บ้านมีแผงลอยอยู่ที่สะพานปลาและก็อยากต่อยอดสิ่งที่แม่มีและไปเจอเจ้าหนึ่งที่ขายเนื้อปูแกะก็มีการสอบถามหาข้อมูลว่าเจ้านี้เขาใครมาขาย เมื่อได้เบอร์โทรมาก็โทรไปสอบถามเจ้าของโดยตรงว่าอยากแกะปูและมีการต่อรองราคา โดยมีการต่อแค่ 10 บาทเขาก็ไม่ลดให้แล้ววางสายไปเลย

จึงทำการตัดสินใจมาหาซื้อกับเรือประมงชาวบ้านขอซื้อปืน 1 กิโลกรัมน้ำมันเองโดยการแกะตาม youtube ต่างๆที่มีวิธีการสอนแกะปูแกะปุ๊บแล้วก็มาเรียนใส่กล่องให้ดูเยอะโดยเร็วและใช้เวลาเกือบครึ่งวันกว่าจะแกะได้คิดว่ามันจะต้องกำไรดีก็เลยไปซื้อปูนที่เรืออีกครั้งโดยซื้ออีกครั้งนึง 3 กิโลกรัมเอามานั่งแกะและเรียงเหมือนเดิมมีน้ำจิ้มถ่ายรูปลงโซเชียลแล้วมีคนมาสั่งจริง จึงเป็นจุดเริ่มต้นว่าจะต้องขายปู

โดยครั้งแรกของการเปิดธุรกิจมีการลงทุนปูมาประมาณ 80 กิโลเมตรลงทุนทำบ่อพักปูเอาออกซิเจนใส่ เอาปูใส่ เสร็จก็ไปนอน พอตื่นเช้ามาก็พบว่ากูตายหมดเลยตอนนั้นใช้เงินทั้งหมด 40,000 บาท แต่ก็ไม่ยอมแพ้ในการลงทุนอีกครั้งหนึ่ง โดยมีการหาข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตว่าวิธีเลี้ยงปูนะจะต้องทำอย่างไรได้บ้างโดยจะต้องมีการวัดระดับความเค็มของน้ำทะเลวัดออกซิเจนของน้ำอัตราความหนาแน่นของบ่อปูน

สำหรับช่องทางการขายจะมี…

1. ค้าปลีก

2. ตัวแทนจำหน่ายตามจังหวัด

3. ขายส่งให้กับร้านอาหารชื่อดังในบางแสน

และสาเหตุที่ใช้ปูเป็นๆเพราะของทะเลจะต้องสดถ้าปูเนื้อไตมันจะไม่อร่อยด้วยจะมีการคัดสรรโครง 3 รอบรอบแรกคะแต่ที่เขามาส่งลงบ่อ 2 รอบ และคัดจากที่มาส่งให้ลูกค้าเป็นรอบที่ 3 ฉะนั้นจึงกลายเป็นตามสโลแกนร้านว่าสดกว่านี้ก็ต้องไปกินในทะเลแล้ว

โดยการก่อตั้งบ้านแกะปูต้องเจออุปสรรคมากมายจากเงินลงทุน 200,000 ก้อนเดียวและร่อยหรอเหลือ 700 บาทเพราะลูกค้าไม่ได้เพราะรับปูมาอย่างมากมายแต่ไม่มีใครซื้อ อีกครั้งยังค้างค่าจ้างพนักงาน แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้เขาก็เร่ขาย ตามทัวร์และนักท่องเที่ยว และมีปูให้รองรับประทานโดยเบ็ดเสร็จวันนั้นเขาก็สามารถขายได้ในวันเดียวประมาณ 24,000 บาท จากนั้นก็เอาไปขายส่งตามร้านอาหารและโรงแรมโดยมีการไปเสนอขายและขอคุยกับผู้จัดการแบบตัวต่อตัวโดยในตอนแรกไม่มีใครซื้อเลย

แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้เขาก็สามารถขาย ได้จนใน ปัจจุบันนั้น ร้านอาหาร ในบางแสนมีการใช้วั ต ถุ ดิบจากร้าน ของเขาโดยยอดขายต่อเดือน อ ยู่ที่ประมาณ 7 หลักต่อเดือน ซึ่งทำให้ธุรกิจของเขาป ระสบคว ามสำเร็จและค รอบครัวมีความสุ ขมากๆและ เป้าหมายของชาวยังไม่จบเพียงเท่านี้เ พราะเขาอ ยากจะแบ่งปันความสุขใ ห้กับคนที่ยังขาด ดังนั้นเมื่อ มีการหักค่าใช้จ่าย สำหรับร้านอาหารจึงได้การเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับช่วยเหลือสังคมอี กด้วย

แท็งก์น้ำบั้งไฟพญานาค กระจายน้ำจากที่สูงลงต่ำ ลงทุน 2,000 อยู่ได้ 10 ปี

โดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมารู้จักเศรษฐกิจพอเพียงที่บอกเลยว่าเป็นทฤษฎีที่ไม่มีกฎตายตัวซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับพื้นที่เพียงแค่คนนั้นมีแหล่งน้ำเป็นของตัวเองโดยอย่างกรณีของคุณพงษ์รัตน์ ครองยุติ ซึ่งเป็นชาวเกษตรยุคใหม่ที่ได้ทิ้งงานประจำบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่มาทำเกษตรแบบเต็มตัวที่ตำบลบ้านแดง จังหวัดอุบลราชธานี โดยตัวขาวนั้นได้มีการปลูกพืชผักนานาชนิดอีกทั้งยังเลี้ยงปลากุ้งแท้และมีการปรับพื้นที่เดินระบบน้ำไม่เหมือนใครอีกด้วย

โดยพื้นที่แต่เดิมนั้นเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างแห้งแล้งเพราะขาดการดูแลมาอย่างยาวนาน และธาตุในดินน้อยจึงมีการขุดดินด้านล่างด้านบนและปุ๋ยอินทรีย์ จากนั้นก็ทดลองทำเกษตรแบบผสมผสานโดยการปลูกพืชผักหลายชนิดปลูกข้าวเลี้ยงแพะเลี้ยงไก่ ขุดบ่อ เลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้ง แบบพื้นที่ให้มีกาขั้นบันได เพื่อใช้แรงวัตถุในการกระจายทั่วสวน

เมื่อปลูกพืชได้แล้วก็มีการปรับพื้นที่ทั้งหมดในแต่ละแปลงมีการระดับความสูงด้วยการ แบ่งพื้นที่ออกเป็นทั้งหมด 4 แปลงหลักเด็กพื้นที่สูงสุดจะปลูกพวกต้นไม้ยืนต้น รองมาปลูกไผ่ขั้นกลาง และถัดมาบวชกรอบที่ใช้ทำเสื้่อ พื้นที่ต่ำสุดก็ไว้ปลูกข้าวกินเองส่วนพื้นที่ว่างก็จะปลูกต้นไม้ยืนต้นผักสวนครัวต่างๆ

จากนั้นก็ทำการขุดบ่อขนาด 2 งานจำนวน 8 บ่โดยมีการกระจายไปทุกแปลงเลี้ยงกุ้งและกุ้งก้ามแดงทุกๆบอกทำการต่อท่อ PVC ให้ทะลุถึงก้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมน้ำล้นข้ามบอกว่ามีการปลูกกล้วยและหญ้าเนเปียร์เพื่อนำไปบดเป็นอาหารกุ้งและปลาไก่

จากนั้นก็มีการเจาะบาดาลติดตั้งซับเมอร์สสบาดาลขนาด 1 แรงโดยมีการเดินระบบน้ำส่งข้อความทุกแปลงด้วยการทำงานของแทงค์น้ำบั้งไฟคือเมื่อเปิดซับเมอร์สก็จะดูดน้ำขึ้นไปด้านบนสุดของตัวแทนท่อ PVC เมื่อน้ำไหลลงจากที่สูงจะช่วยเพิ่มแรง ซับเมอร์ส ทำให้สามารถส่งได้ไกลมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็เดินผ่าน filter ตัวกรองน้ำป้องกันท่อและหัวแปลงอุดตันก่อนที่จะกระจายไปแต่ละพื้นที่

สำหรับข้อดีก็คือต้นทุนต่ำใช้เงินเพียงแค่ 2,000 บาทในขณะใช้ทั้งต้นทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทแถมการติดตั้งบำรุงง่ายและอยู่ได้นานกว่า 10 ปี

‘ตกงาน-ลาออก-ถูกเลิกจ้าง’ เบิกได้ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก รับเงินชดเชยจากประกันสังคม

บอกเลยว่าตอนนี้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจต่างๆนั้นก็ทำให้เราหลายๆคนนั้นรู้สึกหวันใจกันอยู่ไม่น้อย แล้วก็มีหลายคนอาจจะถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงานหรือตกงานกันอยู่ซึ่งถ้าหากใครเคยได้ทำงานอยู่แล้วก็จะทราบกันดีโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายคงจะคุ้นเคยกับยอดเงิน 750 บาทที่หายไปจากบัญชีเพราะถูกหักออกไปทุกๆเดือน โดยเงินก้อนนี้มีเป้าหมายไว้อย่างหนึ่งในเรื่องของการช่วยเหลือเราในยามแก่ยามเจ็บยามป่วย อีกครั้งจะเอาเงินก้อนนี้ยังสามารถสมทบเป็นเงินถุงเงินถังให้เราเบิกใช้ระหว่างว่างงานได้อีกด้วย

แล้วใครจะสามารถใช้สิทธิ์รับเงินในกรณีที่กำลังว่างงานอยู่ได้บ้างลองมาดูกัน

1. คนที่ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนลาออกได้มีการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมมาแล้วกว่า 6 เดือน

2. คนที่มีช่วงเวลาว่างจากงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป

3.ต้องเป็นผู้ที่ได้ลงทะเบียนผู้ว่างงานมาแล้วผ่านเว็บไซต์สำนักงานจัดหางาน

4.ต้องรายงานตัวแรงงานผ่านเว็บสำนักงานเดือนละ 1 ครั้ง

5.เป็นผู้ที่มีความสามารถในการทำงานและพร้อมที่จะทำงานตามที่จัดหาให้

6.ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน

7.ต้องไม่ถูกเลิกจ้างด้วยสาเหตุทุจริตต่อหน้าที่หรือทำผิดอาชยากรรมโดยเจตจํานงแก่นายจ้าง / จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย / ฝ่าฝืนข้อบังคับระเบียบเกี่ยวกับทำงานหรือความสั่งฉันชอบทำตามกฎหมายในกรณีร้ายแรง / กระทิงหน้าที่เป็นเวลา 7 วันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันควร / ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา

8.ต้องไม่ใช่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทนจากในกรณีชราภาพ

สำหรับการรับเงินนั้นโดยในกรณีของการรับเงินนั้นก็จะมีการแบ่งออกเป็น 2 กรณีด้วยกัน

1.กรณีที่ลาออกเองหรือหมดสัญญาจ้าง

จะมีการได้เงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วันในอัตรา 30% ของค่าจ้างซึ่งได้มีการเฉลี่ยจากคำนวณเงินฐานเงินสมทบขั้นต่ำต่อเดือนเดือนละ 1,000 650 บาทและฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15000 บาท ยกตัวอย่างหากมีเงินเดือน 10,000 บาทจะชดเชยเงินได้เดือนละ 3,000 บาทสำหรับผู้ที่เงินเดือน 15,000 บาทจะได้เงินชดเชยเดือนละ 4,500 บาท

2.กรณีที่ถูกเลิกจ้าง

จะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วันในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างเฉลี่ยโดยมีการคำนวณจากฐานเงินเดือนสมทบขั้นต่ำ 1650 บาทและฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15000 บาท ยกตัวอย่างหากมีเงินเดือน 10,000 บาทจะชดเชยเงินได้เดือนละ 5,000 บาทสำหรับผู้ที่เงินเดือน 15,000 บาทจะได้เงินชดเชยเดือนละ 7,500 บาท

หลังจากที่เราถูกไล่ออกเลยลาออกจากงานเราสามารถทำตามสเต็ปขั้นตอนใดดังนี้

1.ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน

โดยมีการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์สำนักงานจัดหางาน ซึ่งจะต้องลงทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่ลาออกถ้าเกินกำหนดจะไม่ได้ใช้สิทธิ์ย้อนหลัง สำหรับขั้นตอนนั้นก็ง่ายมากเพียงแค่เข้าเว็บไซต์ > ลงทะเบียนการใช้งาน > ยอมรับเงื่อนไข > กรอกข้อมูลส่วนตัว > บันทึก > เลือกงานที่แนะนำ เมื่อเสร็จแล้วก็พิมพ์หนังสือรับรองขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงานออกมา และพิมพ์ใบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานออกมากรอกรายละเอียดให้เรียบร้อย https://empui.doe.go.th/assets/doc/sos_2-017.pdf

2.ยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคม

เดินทางไปที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้านจัดงานยื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่อันได้แก่ บัตรประชาชนพร้อมสำเนาบัตร / หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน / ใบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน / สำเนาเงินฝากบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ โดยหน้าแรกจะต้องเห็นชื่อและบัญชีของผู้ประกันตนอย่างชัดเจน

3.รอรายงานตัวแล้วรับเงิน .

หลังจากที่เราได้ยื่นเอกสารประกันสังคมก็จะมีการนัดหมายให้รายงานตัวโดยไปรายงานตัวตามที่ระบุไว้จากนั้นก็ให้เราไปรายงานตัวตามเวลาที่เว็บไซต์จัดหางานอย่างน้อยเรื่องเดือนละ 1 ครั้งตามกำหนดเวลาในแต่ละเดือนและหลังจากที่ยื่นเอกสารไปแล้วเงินยังไม่เข้าจะต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อนว่าทุกอย่างตรงกับที่บริษัทได้หรือไม่เมื่อทุกอย่างตรงเรียบร้อยก็จะได้รับเงินย้อนหลังไปรับประมาณ 5-7 วัน

+ถ้าหากลืมรายงานตัวกลับจากทำงานจัดหางานภายใน 30 วันยังพอรับเงินได้อยู่หรือไม่

ตอบ – ยังขอได้อยู่แต่จำนวนเงินที่จะได้นั้นก็ลดหลั่นกันไปทางที่ดีควรรีบแจ้งภายใน 30 วัน

+ถ้าไม่ได้งานว่างงานจนถึง 90 วันวันที่เหลือจะขอเงินได้ไหมหรือไม่

ตอบ – ได้เพราะเขานัดเป็นวันจันทร์ถ้าเหลืออีกกี่วันไว้คราวหน้าว่างงานใหม่ก็สามารถขอได้ใหม่อยู่

+ถ้าใช้สิทธิ์เงินเดือนละประมาณ 90 วันจะขอได้อีกหรือไม่

ตอบ – จำนวน 90 วันที่รับนี้เขานับเป็นจำนวนปีต่อปีในปีนี้ถ้าหาก รับแล้ว 90 วันปีหน้าก็ขอใหม่ได้

+ทำไมในกรณีที่ถูกเลิกจ้างประกันสังคมถึงไม่ให้เงิน 50%

ตอบ – เดือนนี้ส่งนี้ประกันสังคมก็ต้องให้ดูว่าทางบริษัทเจ้านายได้แจ้งประกันสังคมว่าอย่างไรถ้าแจ้งว่าเลือกตั้งหรือลาออกซึ่งมีบางบริษัทที่มาจะแจ้งว่าลูกน้องลาออกเองถ้าเป็นแบบนี้เราสามารถยื่นคำร้องด้วยว่าข้อมูลไม่ตรงกันให้ทำการเข้าไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมโดยทางเจ้าหน้าที่จะต้องอธิบายอีกครั้งว่าจะต้องเตรียมเอกสารอะไรเพิ่มเติม

ชวนทำ ‘สามเกลอ’ ผงชูรสจากธรรมชาติ ทำเก็บไว้กินได้เป็นปี

ถ้าหากพูดถึงการทำอาหารในแต่ละครั้งในการชูรสชาติที่มีการอร่อยทุกคนก็มักจะนึกถึงการใช้ผงชูรสกันแต่บอกเลยว่าบางครั้งผงชูรสนั้นก็มีส่วนผสมบางอย่างที่อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพเมื่อรับประทานไปนานๆแต่มันจะดีกว่าไหมถ้าหากเรามีผงชูรสธรรมชาติที่มีการใช้เครื่องเทศต่างๆอย่างสามเกอลโดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมารู้จักผงชูรสจากธรรมชาตินี้กัน

โดยสามเกลอถือเป็นเครื่องเทศที่มีจุดเด่นในเรื่องของกลิ่นหอม และนิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหารได้อย่างหลากหลายเมนู โดยมีการใช้ส่วนผสม 3 อย่าง ได้แก่รากผักชี/กระเทียม/พริกไทย โดย 3 สิ่งนี้จะช่วยทั้งในเรื่องของการชูรสชาติช่วยดับกลิ่น และเพิ่มความหอมความเผ็ดได้อีกด้วย โดยถ้าหาก ใครนั้นลองเอาทั้ง 3 สิ่งนี้มาตามก็จะทำให้เกิดน้ำมันหอมระเหย ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการปรุงอาหารได้จะเพิ่มให้อาหารนั้นมีกลิ่นที่หอมและน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น โดยคนส่วนใหญ่นั้นจะใช้อัตราส่วนในอัตรารากผักชี 5 ราก กระเทียม 15กลีบ และพริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ

โดยคนไทยส่วนใหญ่นิยมเอาสามเกลอมาใช้ดังนี้

1.ต้มในน้ำซุป

โดยจะเอาส่วนผสมของสามเกลอมาโขลกให้ละเอียดและนำไปต้มในน้ำซุปโดยเฉพาะเมนูแกงจืดแบบไทยๆจะนิยมเป็นอย่างมากเพราะรากผักชีจะช่วยในเรื่องของการชูรสชาติและเพิ่มความหอมให้กับซุปได้อีกด้วยโดยรหัสใส่สามเกลอลงไปก็จะได้ชุดที่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อมและหอมอย่างลงตัว

2. เอามาหมักกับเนื้อสัตว์ต่างๆ

ซึ่งเราก็มักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆว่าจะมีคนเราเอารากผักชีกระเทียมพริกไทยมาโขกสับรวมกันและนำมาหมักกับเนื้อต่างๆไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมูเนื้อไก่ซึ่งหลังจากที่หมักเสร็จแล้ว และนำไปทำอาหารมันก็จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มความละมุนในรสชาติได้มากยิ่งขึ้น

3.เอามาใช้ผัดหรือทอด

ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ใครหลายคนมากที่นิยมใช้กันโดยเมื่อผสมรวมกันแล้วก็จะนำมาผัดบนกระทะก่อนที่จะเจียวหรือผัดเมนูอะไรก็ว่ากันไปซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยในเรื่องของการชูรสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้นและให้มีกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น

วิธีการทำสามเกลอแบบง่ายๆที่บ้าน

ขั้นตอนที่ 1 นำรากผักชีมาทำความสะอาดและขูดเศษคราบดินออกให้หมดเพื่อไม่ให้รากดำแต่ไม่ควรให้ขาด

ขั้นตอนที่ 2 นำกระเทียมไทยมาแกะเปลือกและโขลกให้ละเอียด

ขั้นตอนที่ 3 นำส่วนผสมทั้งหมดมาโขลกรวมกันเตือนให้ได้เนื้อละเอียดหลังจากนั้นก็สามารถนำไปประกอบเมนูอาหารได้

และนี่ก็คือสามเกลอที่เรานำมาให้ทุกคนรู้จักกันในวันนี้โดยเป็นส่วนผสมที่ในปัจจุบันก็ยังนิยมกันใช้กันอยู่เพราะสามารถช่วยในเรื่องของการชูรสชาติและเพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหารให้อาหารมีรสชาติที่น่าอร่อยมากยิ่งขึ้นจึงไม่แปลกว่า 3 เกินนั้นจะเป็นส่วนผสมของการทำอาหารที่มีมาอย่างยาวนาน

รวมไอเดีย ‘ต่อเติมครัวหลังบ้าน’ ตกแต่งสวยงาม ด้วยงบไม่บานปลาย

โดยถ้าหากใครนั้นมีความคิดที่อยากจะต่อเติมหรือตกแต่งห้องครัวของตัวเอง วันนี้เราก็จะมีแบบห้องครัว มาฝากกันด้วยห้องครัวนั้นสามารถเป็นห้องที่ไว้ประกอบอาหารและสามารถช่วยอำนวยความสะดวกต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี และการมีครอบครัวที่ดีในก็คือห้องครัวที่สามารถถ่ายเทอากาศออกไปได้เพราะอาหารภายในบ้านเรานั้นแต่ละเมนูใช้ควันเยอะและมีกลิ่นอาหารแรงถ้าหากใช้ห้องครัวที่ปิดทึบจนเกินไป จะทำให้ไม่มีอากาศถ่ายเท

ซึ่งเรานำมาฝากกันในวันนี้นะคะก็คือไอเดียต่อเติมครัวหลังบ้าน เหมาะอย่างมากสำหรับคนไทยแบบเราๆที่มันจะปรุงอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือควันเยอะ โดยจะมีแบบห้องครัวไหนถูกใจคุณบ้างนะเรามาดูกันเลยดีกว่า ..

สร้างบ้านสไตล์ลอฟท์ ข้างในตกแต่งสวยงามมาก จบด้วยงบ 260,000 บาท

โดยในตอนนี้ถ้าหากใครกำลังมีงบจำกัดแต่อยากจะสร้างบ้านเราก็อยากจะพาทุกคนมาดูบ้านหลังนี้กันโดยบ้านหลังที่เราจะพาชมกันต่อไปนี้เป็นบ้านสไตล์ลอฟท์ซึ่งเป็นบ้านขนาดกะทัดรัดสามารถก่อสร้างได้บนพื้นที่ดินที่จำกัดโดยออกแบบเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมเรียบง่ายและมีการตกแต่งสวยงามด้วยปูนเปลือยน้ำมีพื้นที่ใช้สอยตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันอย่างครบครัน พร้อมเฉลี่ยพักผ่อนนอกบ้านเหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้น โดยจะเป็นอย่างไรเรามาดูกันเลย

โดยบ้านหลังนี้เป็นผลงานก่อสร้างของคุณ ช่างรุจ คนสร้างบ้าน โดยตัวบ้านได้มีการดีไซน์ปูนขนาดกะทัดรัดและมียกสูงแต่งด้วยกระเบื้องหินทรายสีธรรมชาติตกแต่งด้วยปูนเปลือยขัดมันบริเวณภายนอกบ้านตัดกับผนังไม้สีเขียวบริเวณใต้หลังคาและมุงหลังคาเมทัลชีททรงเพิงหมาแหงนให้ออกแนวสไตล์โมเดิร์นซึ่งรับสอดคล้องกับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของทางเข้าหน้าบ้านก็มีเฉลียงแนวยาวปูกระเบื้องตลอดพร้อมกับหลังคากันสาดปกป้องกันฝนสาดเข้าตัวบ้างและมีการกล่องมานั่งไว้รอบๆเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการนั่งเล่นนอนเล่นบริเวณรอบบ้าน

ถัดมาข้างในซึ่งข้างในก็ยังคงความเป็นลอฟท์ ได้เป็นอย่างดี โดยการตกแต่งด้วยผนังปูนเปลือย และติดตั้งหน้าต่างกระจกบานใสเอาไว้เปิดปิดและถ่ายเทอากาศได้อย่างทั่วถึง

ในส่วนของห้องน้ำมีการตกแต่งง่ายด้วยกระเบื้องสีขาวแซมด้วยกระเบื้องสีเทาลวดลายและจัดแบ่งพื้นที่ใช้จ่ายออกเป็นส่วนส่วนเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน

โดยบ้านหลังนี้มันเป็นบ้านสไตล์ลอฟท์ขนาดกะทัดรัดใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 2 จุด 6 แสนบาทไม่รวมที่ดินประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำและสิ่งนอกบ้านซึ่งเป็นอีกหนึ่งไอเดียสำหรับคนที่อยากมีบ้านหลังเล็กๆไว้อยู่ได้ดีเลย

‘คุณยายฟู’ เจ้าของสูตรข้าวต้มมัด ที่ดังไปทั่วโลก

โดยในวันนี้เราจะมาพาทุกคนมารู้จักกับข้าวต้มมัดที่อยู่ในห้องรองรับผู้โดยสารของสายการบินบางกอกแอร์เวย์กันโดยได้มี Facebook ของบางกอกแอร์เวย์ที่ได้มีการโพสต์เรื่องราวจะขำอยู่ห้องรับรองสายการบินโดยเป็นการเผยเรื่องราวถึงตำนานข้าวต้มมัดที่เป็นอาหารว่างคอนเสิร์ตห้องรับรองผู้โดยสารโดยมีเรื่องราวๆดังนี้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2546 นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้งสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้มีการไปออกกำลังกายที่สวนลุมก่อนกลับบ้านไปอุดหนุนแผงขายขนมไทยของนางฟู คงดั่น ซึ่งมักจะขายข้าวต้มมัดอยู่ที่นี่เป็นประจำเพราะมีขนาดพอดีคำและขายดีอีกทั้งรสชาติอร่อยนะหวานมัน ทาง นพ.ปราเสริฐ เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติรู้สึกดีใจและครีมเป็นประจำจนกระทั่งเชิญชวนให้นางฟูทำขนมส่งขายสายการบินเพื่อบริการในห้องรับรองสายการบินมาจนถึงทุกวันนี้

จากปกติที่นางเคยทำข้าวต้มมัดวันละ 80 ชิ้นโดยมีลูกสาวเป็นผู้ช่วยจนกระทั่งสายการบินต้องการข้าวต้มมัดมากขึ้นจึงมีการหยุดห้ามเลขและหันมาผลิตข้าวต้มมาส่งสายการบินทั้งครอบครัว โดยเฉลี่ยวันละ 4,000 ขึ้น โดยทุกขั้นตอนมีการสุ่มตรวจคุณภาพของขั้นตอนต่างๆเพื่อให้ได้มาตรฐานเดียวกันทุกชิ้นโดยทุกคนในบ้านจะต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อเริ่มทำขนมตั้งแต่ผัดข้าวเหนียวฉีกใบตองทำการห่อและเนื่องโดยการห่อนั้นจะต้องขอให้ได้พอดีคำทุกคำและไม่ใช้เชือกรัด

และจะจัดเรียงลงบนมาให้แน่ก่อนที่จะนำไปนึ่งโดยในปัจจุบันนางฟูมีอายุมากขึ้นจึงได้มีการถ่ายทอดวิชาไปสู่รุ่นต่อรุ่นและมีการแบ่งหน้าที่แบ่งรายได้กันอย่างเท่าเทียมจนกลายเป็นธุรกิจของคนในครอบครัวและมีการบริหารจัดการกันอย่างเป็นระบบจึงทำให้ได้มีรายได้ที่มั่นคงเสมอมา

และนอกจากนี้ยังมีการระบุเพิ่มเติมอีกว่าทางสายการบินบางกอกแอร์เวย์ได้บริการข้าวต้มมาในห้องผู้รับรองผู้โดยสารในประเทศไทยโดยในแต่ละวันจะมีข้าวต้มมัดมาส่งตรงจากบ้าน ของนางปูมาที่สายการบินก่อนที่จะกระจายผ่านเครื่องบินไปยังห้องรับรองในท่าอากาศยานทั่วประเทศรวมถึงท่าอากาศยานหลวงพระบางสปปลาว โดยข้าวต้มมัดของนางฟูนั้นไม่มีหน้าร้านอีกครั้งสัญญาใจที่ นพ.ปราเสริฐ เป็นลูกค้ารายแรกจึงทำให้ไม่มีการส่งให้ลูกค้ารายอื่นก่อนที่จะขยายโรงงานเป็นข้าวต้มมัดขนาดย่อม โดยให้คนในครอบครัวช่วยกันทำโดยอย่างไรก็ตามแม้ข้าวต้มของบางกอกแอร์เวย์ที่มีชื่อเสียง แต่ก็มีชาวต่างชาติไม่รู้วิธีการกินข้าวต้มมัดเพราะเคยมีคนเคยกินทั้งใบตองมาแล้ว

ภาพประทับใจ! ‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ วางถุงยังชีพ จับกรรไกรเสริมสวยให้คุณแม่

เราก็จะรู้จักกันดีกับชายคนนี้คือคุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์ที่บอกเลยว่าตัวเขานั้นเป็นผู้ที่อุทิศตัวให้กับสังคมไทยโดยแท้จริงและนอกจากนี้เขายังเป็นลูกที่ดีโดยเป็นลูกที่คอยดูแลแม่เป็นอย่างดีและล่าสุดนี้ก็มีภาพน่ารักๆของแม่ลูกคู่นี้กัน โดยคุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์นั้นหลังจากที่มีเวลาว่างจากงานจิตอาสาก็จะกลับมาดูแลคุณแม่ปรางทิพย์อยู่เสมอและอย่างอ่อนโยน

โดยในล่าสุดชาวเน็ตนั้นก็มีการเผยแพร่รูปภาพอันแสน น่าอบอุ่นของแม่ลูกคู่นี้ออกมาเป็นภาพของคุณบิณฑ์กำลังรับบทบาทเป็นช่างทำผมให้กับคุณแม่ เพื่อดูแลเรื่อง ของ ความสวยความงาม ให้อย่างคุณแม่อย่างอ่อนน้อม ซึ่งบอกเลยว่าเป็นภาพ ที่น่ารักเป็นอย่างมาก

กระสังไม่ใช่วัชพืช อย่าถอนทิ้ง ผักบ้าน ๆ สรรพคุณสูง บรรเทาโรคเก๊าท์ และข้ออักเสบ

โดยในวันนี้เราจะมาแนะนำผักพื้นบ้านอย่างผักกระสังที่ขึ้นอยู่ตามข้างทางที่เราเห็นกันทั่วไปและมันจะคิดว่ามันเป็นวัชพืชไม่มีค่าไม่มีประโยชน์อะไรแต่บอกเลยว่ามันมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด โดยมีการพบว่าในผักกระสังนั้นมีฤทธิ์ในเรื่องของการต่อต้านอนุมูลอิสระและมีวิตามินซีสูงโดยมีการพบอีกว่าผักกะสัง๑ขีด หรือ๑๐๐กรัม มีเบต้าแคโรทีนเราประมาณ 285 ไมโครกรัมจึงถือว่าเป็นผักที่สามารถช่วยในเรื่องของการต่อต้านมะเร็งได้อีกชนิดหนึ่งนอกจากนี้ก็ยังบรรเทาโรคอื่นๆได้อีกด้วย

1.บรรเทาอาการปวดข้อ โรคเก๊าท์ในระยะแรก

โดยการนำผักชนิดนี้มา 1 กำมือต้มกับน้ำ 2 แก้วและแบ่งรับประทานครั้งละครึ่งแก้วเช้าเย็น 2 เวลาก่อนนอนหรือหลังอาหารหรือจะกินสดๆก็ได้แต่ไม่ต้องมากจะช่วยในเรื่องของการแก้ปวดข้อโรคเก๊าท์บรรเทาอาการปวดต่างๆ

2. รักษาสิวแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

โดยคนในสมัยก่อนนั้นมักจะใช้น้ำต้มผักกระสังในการล้างหน้าบ่อยส่งผลให้มีผิวพรรณสดใสโดยมีหมอยาพื้นบ้านของไทยใช้ผักกะสังเป็นยาโดยส่วนใหญ่สามารถนำมาพอกฝีพอกสิวได้บ้างก็ใช้น้ำตาลทาสิวนอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในเรื่องของการต้านแบคทีเรียชนิดต่างๆมีกรดอ่อนๆในเรื่องของการกำจัดเนื้อตายและทำให้สิวยุบลงได้ไว

3. รักษาเริมและมะเร็งเต้านม

เผักกะสังนั้นถือเป็นพระเอกชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาโรคเริมและมะเร็งเต้านมและสีได้โดยในการรักษาโรคเริมนั้นจะมีการนำมาผสมกับขมิ้นรักข้าวสารตามให้ละเอียดแล้วพอกทิ้งไว้ 1 คืนและใบนำมาตามแปะทาบริเวณใต้ราวนมเพื่อแก้มะเร็งเต้านม

4. รักษาโรคลักปิดลักเปิด

โดยใบของผักกะสังนั้นมีวิตามินซีสูงและมีสารอาหารสูงสามารถช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิดได้เป็นอย่างดีและยังสามารถช่วยรักษาในเรื่องของเลือดออกตามไรฟัน

5.ใช้เป็นยาสระผม

โดยผักชนิดนี้สามารถนำมาใช้เป็นยาสระผมได้โดยการนำใบมาขยำกับน้ำลาดชะโดบนศีรษะให้ศีรษะเย็นจะสามารถช่วยในเรื่องของการป้องกันผมร่วงและทำให้ผมนุ่มโดยพระอาทิตย์นี้มีธาตุอาหารและมีความเป็นกรดอ่อนๆมีฤทธิ์ในการต้านอักเสบและต่อต้านสารอนุมูลอิสระและเชื้อราแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี

อนุโมทนาบุญ ‘คุณจิมมี่’ เศรษฐีใจบุญ บริจาค35ล้านบาท ให้ รพ.มหาราชฯ

ใครหลายคนก็คงจะรู้จักกันดีกับคนจิมมี่เศรษฐีใจบุญที่ตัวข่าวนั้นได้กระทำความดีช่วยเหลือสังคมมาอย่างมากมายและในล่าสุดนี้ได้มีเพจที่มีชื่อว่า ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยเรื่องราวของสาวผู้ใจบุญแห่งจังหวัดนครราชสีมาโดยได้มีการรับมอบ อาคารสหไทยรังสีรักษา โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โดยมีมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาทและเครื่องสุดหัวใจและหลอดเลือดมูลค่า 25 ล้านบาท ซึ่งได้รับการบริจาคจากห้าง ห้างสหไทยสรรพสินค้านครศรีธรรมราช และนายจิมมี่ ชวาลา นักธุรกิจผ้า ที่มีความต้องการ จะช่วยเหลือผู้ป่วยหัวใจและผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งให้รับการดูแลใกล้บ้านลดการส่งต่อ ลดเวลารอคอย

โดยที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชทางนายแพทย์ สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นประธานรับมอบอาคารได้รับการสนับสนุนเงินบริจาคในการก่อสร้างอาคาร รังสีรักษาวงเงิน 40 ล้านบาท จากเจ้าของห้าง สหไทยสรรพสินค้านครศรีธรรมราช 30 ล้านบาทและในจิมมี่ชวาลาอีก 10 ล้านบาท โดยได้มีผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่าง นายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช ได้เข้ามาต้อนรับเศรษฐีใจดีนอกจากนี้นายจิมมี่มีการได้การ บริจาคเครื่องศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเครื่องที่ 2 ให้กับโรงพยาบาลแห่งนี้อีกด้วยโดยมีมูลค่าทั้งหมด 25 ล้านบาทซึ่งจะมีการให้บริการตลอดเวลา 24 ชั่วโมงในการบริการผู้ป่วยโดยสามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 2,000-2,500 คนต่อปี

โดยในตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการจัดระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งและมีการกระจายความชำนาญเข้าไปทุกเขตสุขภาพเพื่อให้ผู้ป่วยนั้นสามารถได้รับการบริการจากใกล้บ้านได้โดยทางโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชได้มีการรับการสนับสนุน เครื่องฉายแสงและเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เมื่อปีงบประมาณ 2561 จึงทำให้สามารถช่วยลดในเรื่องของการส่งตัวผู้ป่วยโรคมะเร็งไปรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ซึ่งอยู่นอกเขตสุขภาพและจะต้องรอคิวนาน โดยที่ผ่านมาจังหวัดนครศรีธรรมราชณที่มีการส่งตัวผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งไปรักษานอกเขตปีละประมาณ 600-800 คนซึ่งการบริจาคในครั้งนี้ก็จะสามารถช่วยลดตรงนี้ได้

นอกจากนี้ก็ยังมีการกล่าวอีกว่าขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสร้างอาคารรังสีรักษาและมีการมอบเครื่องศูนย์หัวใจและหลอดเลือดถือเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ในการช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งและผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจให้สามารถได้รับการรักษาได้เร็วขึ้นลดการเสียชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยสำหรับอาคารสหไทยรังสีรักษาเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียวประกอบไปด้วยห้องฉายแสง 2 ห้องห้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อวางแผนการรักษา 1 ห้องห้องตรวจ 3 ห้องห้องให้คำปรึกษาวางแผนรักษา 1 ห้องห้องทำงานแพทย์และห้องประชุม โดยจะมีการเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2562 มีผู้ป่วยรักษาละฉายแสงวันละ 50-60 รายตั้งแต่มีการเปิดบริการมาโดยให้รักษาครบคอร์สแล้วจำนวน 296 ราย ส่งผลทำให้ผู้ป่วยไร้ญาติไม่ต้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์และศูนย์มะเร็งที่สุราษฎร์ธานีลดระยะในการรอคอยและลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วยและญาติ

จนท.ลิขสิทธิ์สั่งกระทงลายการ์ตูน สุดท้ายจับเรียกเงิน 5 หมื่น น้องอ้อมตัดพ้อ แค่อยากหาค่าเทอมช่วยพ่อแม่

ใกล้เข้ามาแล้วกับช่วงวันลอยกระทงซึ่งแน่นอนว่าวันลอยกระทงนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่จะมีคนออกมาแสดงไอเดียแต่งต่างๆมากมายผ่านการลอยกระทงไม่ว่าจะเป็นคนทำขนมปัง กระทงอาหารปลา กระทงน้ำแข็งหรือกระทงใบตอง ซึ่งกระทงแต่ละอย่างนั้นสามารถสร้างเม็ดเงินได้อย่างมากมายในเทศกาลวันลอยกระทง 1 วันนี้

และในล่าสุดก็ได้มีเหตุการณ์จากบนโลกโซเชียลที่มีการแชร์ภาพของเด็กสาววัย 15 ปีถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ดำเนินการล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์โดยเด็กหญิงคนดังกล่าวนี้ได้ประดิษฐ์กระทงโดยปิดรูปตัวการ์ตูนดังๆจ่ายที่ได้รับออเดอร์มีคนมาสั่งให้ประดิษฐ์ แต่หลังจากที่เธอนั้นนำไปส่งตามนัดกับโดนตัวแทนลิขสิทธิ์พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม และเรียกเงินค่าปรับเป็นจำนวน 50000 บาทเป็นการไกล่เกลี่ย

จนเกิดประเด็นคำถามที่ว่าท่านทั้งหลายมีหน้าที่จดตรวจจับลิขสิทธิ์ตรงนี้หรือว่านี่คือหน้าที่แต่นี่เกินไปหรือเปล่าโดยเจ้าหน้าที่นั้นได้มีการเจาะจงมาให้ทำสินค้าลิขสิทธิ์โดยเฉพาะ โดยทางคุณพ่อได้มีการโพสต์ภาพหากทาง Facebook กลุ่มข่าวคน โคราชบ้านเอ็ง ว่า ขอสอบถามขอความช่วยเหลือหน่อยค่ะพอดีลูกสาวไปส่งของหลังย่าโมแล้วโดนลิขสิทธิ์จะผมอยากรู้ว่ามีใครเห็นเหตุการณ์นี้บ้างหรือไม่ถ้ามีคนเห็นช่วย inbox มาให้ข้อมูลผมด้วยเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่แม่โพสต์นะครับผมสงสารลูกมากมีการข่มขู่มากมายขอความกรุณาเผื่อมีใครเห็นเหตุการณ์

โดยนายธวัชชัย พลแหง คุณพ่อของน้องวัย 15 ปีคนนี้ได้มีการเปิดเผยว่าโดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจริงเมื่อช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายนโดยมีผู้ใช้ Facebook ได้ 1 ติดต่อสั่งลูกสาวให้ทำกระทงจำนวน 136 ชิ้นโดยแต่ละอันติดภาพรูปตัวการ์ตูนดาราและทำการนัดลูกสาวของตนให้นำกระทงส่งจำนวน 30 ชิ้นนำไปส่งให้คนในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา และมาทราบภายหลังว่าลูกค้าคนดังกล่าวเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัทการ์ตูนโดยลูกสาวถูกล่อซื้อและจับกุมและถูกนำตัวมาดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ

โดยตัวแทนลิขสิทธิ์ได้มีการพูดจาข่มขู่ให้ลูกสาวของตนหาเงินมาเสียค่าปรับเป็นจำนวน 50,000 บาทจึงได้มีการแจ้งให้พ่อตาของตนซึ่งมีศักดิ์เป็นคนตาของลูกสาวตนเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เจรจาจนสุดท้ายสามารถเจรจาค่าเสียหายจบลง จำนวนเงิน 5,000 บาท โดยในครั้งนี้ตนเห็นว่ากระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเพราะถึงแม้ลูกจะทำผิดจริงแต่ก็ควรดูที่เจตนาของเด็กเพราะเด็กนั้นเพียงแค่ต้องการจะหารายได้เสริมเล็กๆน้อยๆและตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่ควรหากินกับเด็กแบบนี้

ส่วนตัวเด็กวัย 15 ปีได้มีการเปิดเผยว่าตัวเองนั้นมีความตั้งใจมากที่จะหารายได้พิเศษด้วยตัวเองเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนเพราะในตอนนี้เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สาขาการบัญชีจะได้ไม่ต้องรบกวนเงินพ่อแม่มากนักเพราะทำงานโรงงานมีรายได้ไม่มากโดยในช่วงนี้ใกล้จะถึงเทศกาลวันลอยกระทงจะมีไอเดียโดยนำขนมปังมาทำกระทงขาและโพสต์ลงใน Facebook ปรากฏว่ามีคนเข้ามาสั่งซื้อเป็นจำนวนมากโดยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ LINE ดอกไม้แต่มีคนหนึ่งสั่งมาเจาะจงเป็นลายการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ ด้วยตนเองไม่รู้จึงได้ทำตาม Order

โดยได้มีการเร่งทำกระทงตั้งแต่เช้า ตอนค่ำถึง 1:00 นเพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าแต่กลับมาถูกกลั่นแกล้งด้วยกันรอดซื้อจับลิขสิทธิ์ทั้งๆที่ปกติตนไม่ได้ทำลาย ลิขสิทธิ์อยู่แล้วเพียงแค่ตอนนั้นถูกลูกค้าคนนี้เจาะจงทำลายลิขสิทธิ์เพื่อที่จะล่อซื้อและจับตัวเรียกค่าลิขสิทธิ์อันแสนแพงและหลังจาก ที่ได้กลับมาบ้านก็ร้องไห้มาตลอดทั้งคืนเพราะไม่เคยโดนคดีอะไรร้ายแรงแบบนี้มาก่อนอยากถามว่าทำไมถึงทำกับคนแบบนี้

นอกจากนี้โดยตัวก็ยังกลับด้วยความเสียใจว่าเด็กเขาอยากจะทำกระทงขายเพื่อมีรายได้ด้วยความภาคภูมิใจเพราะไม่เคยขอเงินพ่อแม่ดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไม่ดีต่อสังคมแต่ผลตอบรับกลับมาทำให้เด็กอายุ 15 เจอสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวและตกใจและในอนาคตภายภาคหน้าเขาจะไว้ใจอะไรสังคมนี้ได้บ้างและกลุ่มคนพวกนี้กำลังทำวิธีส่อง Facebook เราซื้อจะเจอเหมือน เด็กคนนี้อีกกี่คน

โดยทางพันตำรวจเอก คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ก็ได้มีการกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่ามีตัวแทนลิขสิทธิ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการล่อซื้อจับกุมนักเรียนอายุ 15 ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ติงโดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยตัวสุดท้ายตกลงค่าเสียหายได้กันที่ 5,000 บาทโดยในเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมายเพราะถ้าหากไม่ดำเนินคดีจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยในขณะที่เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมายอยากจะฝากเตือนนักเรียนนักศึกษาทั้งหลายห่างจะกระทำอะไรควรคิดไตร่ตรองให้รอบคอบเพราะอาจจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวนี้เกิดขึ้นอีกครั้งก็ได้

เปิดตำนาน ‘อาจารย์รัชนี’ ผู้แต่งหนังสือเรียน ‘มานะ มานี ปิติ ชูใจ’

สำหรับใครหลายๆคนที่ มีอายุประมาณ 26 ปีขึ้นก็คงจะเคยได้เรียน หนังสือเรียนภาษาไทยที่มีชื่อว่า มานะ มานี ปิติ ชูใจ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็ได้มีการสอนการเรียนรู้การอ่านภาษาไทยให้กับเด็กหลายๆคนที่ได้ตั้งแต่การเริ่มฝึกหัดอ่านออกเสียงการสะกดคำและยังเป็นหนังสือเรียนในตำนานที่ใครหลายๆคนคงจะยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ ใครหลายๆคนเคยสงสัยหรือไม่ว่าหนังสือเรียนสุดคลาสสิคนี้ใครเป็นคนสร้างแล้วอาจารย์คนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรโดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะพาทุกคนมารู้จักผู้สร้างหนังสือ มานะ มานี ปิติ ชูใจกัน

โดยเริ่มแรกเราต้องรู้กันก่อนว่าหนังสือเรียนในตำนาน มานะ มานี ปิติ ชูใจ เล่มนี้ถือเป็นหนังสือเรียนเล่มแรกที่ทำให้คนเรานั้นสามารถได้เรียนรู้ภาษาไทยโดยเริ่มจากการอ่านคำสั้นๆง่ายๆที่มีใจความเข้าใจง่ายไม่ว่าจะเป็นการสะกดคำการอ่านออกเสียงบวกกับเรื่องราวสนุกสนานของผองเพื่อน มานะ มานี ปิติ ชูใจ แต่ด้วยในปัจจุบันที่ยุคสมัยใหม่เข้ามามีการพัฒนาเนื้อหามากยิ่งขึ้นก็ทำให้หนังสือเรียนหมวดนี้ได้จางหายไปและใครหลายๆคนคงจะ ยังจำ ได้เป็นอย่างดีโดยหนังสือเล่มนี้ยังมีการเพิ่มข้อความสอนใจที่ถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลัง อย่างมากมาย

โดยหนังสือเรียน มานะ มานี ปิติ ชูใจ เป็นชุดแบบเรียนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาโดยเริ่มตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1-6 มีทั้งหมด 12 เล่มโดยใช้ในการเรียนการสอนภาษาไทยในระหว่างปี 2521 จนถึงพศ 2537 โดยเขียนจากอาจารย์ รัชนี ศรีไพรวรรณ ซึ่งหนังสือเล่มนี้มีการใช้รูปภาพประกอบเนื้อหา ผู้เขียนภาพวาดทั้ง 3 นั้นก็จะมีเตรียม ชาชุมพร นักวาดการ์ตูนและนิยายภาพชื่อดังแห่งชัยพฤกษ์การ์ตูน, โอม รัชเวช และปฐม พัวพิมล

โดยหนังสือเล่มนี้ได้มีเงื่อนไขจากกระทรวงศึกษาธิการว่ามีความต้องการที่จะเป็นหลักสูตรแบบหนังสือเรียนใหม่โดยหลักสูตรนี้จะต้องทำให้เด็กอ่านแล้วรู้สึกสนุกผิดใจจะเรียนในภาษาไทยเมื่อเขียนเสร็จก็นำมาปรับปรุงและทดลองใช้จนแน่ใจว่าเรื่องราวที่เนื้อหาที่เด็กได้อ่านนั้นจะเป็นเรื่องที่ดีบริสุทธิ์ไม่เป็นพิษเป็นภัยและยังได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นในแต่ละปีการศึกษาด้วย

โดยในสมัยก่อนนี้แบบเรียนภาษาไทยเล่มนี้ยังไม่มีชื่อแต่อาจารย์รัชนีเป็นผู้เขียนแบบเรียนล่ะว่าหนังสือเล่มนี้มีคนเรียกเล่นๆว่าตำนานเด็กดีซึ่งใช้เวลาในการเขียนนานกว่า 4 ปีบุ้งมั่นที่จะสอนทั้งความรู้การฟังการอ่านการเขียน ด้วยจำนวนคำ โดยมีการเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่๑ซึ่งจะมีการกำหนดทำไว้ทั้งหมด 150 คำและค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็นพันคำเมื่อเลื่อนชั้นปีจนกระทั่งเมื่อปี 2537 ก็ถูกถอดถอนจากแบบเรียนเพราะเนื้อหาไม่ทันยุคทันสมัย

โดยอาจารย์รัชนีกล่าวว่าหนังสือแบบเรียนเล่มนี้มีการพัฒนาจากแบบเรียนเก่าและล้าสมัยอาจารย์ก็เลยมีการแทรกทั้งการพูดการอ่านการเขียนเอาไว้โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเด็กๆนั้นชอบสัตว์เลี้ยงก็มีการเขียนเนื้อหาโดยมีตัวละครที่ชื่อว่ามานะมานีที่เป็นพี่น้องกัน และมีสัตว์เลี้ยงต่างๆไม่ว่าจะเป็นสุนัข นกแก้ว แมว ลิง และม้า และก็มาดูการวิจัยต่างๆว่าเด็กจะเริ่มพูดตัวอักษรพยัญชนะตัวไหนก่อนโดยจากการวิจัยนั้นก็พบว่ามอม้าจะเป็นคำพูดแรกที่เด็กเริ่มออกเสียงนั้นเอง

ประวัติของอาจารย์ รัชนี ศรีไพรวรรณ

อาจารย์ รัชนี ศรีไพรวรรณแต่ที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ท่านสำเร็จการศึกษาในระดับชั้นประถมจากโรงเรียนประชาภิบาล พินิจราษฎรบำรุง’ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ และจบในระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียน สตรีอนุกูลนารี อำเภอกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจากโรงเรียนฝึกหัด ครูสวนสุนันทาวิทยาลัย / โรงเรียนฝึกหัดครูมัธยมวังจันทรเกษม และ วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร

ผลงานของอาจารย์นั้นก็จะมีการประกอบการสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง กระต่ายน้อยและฝนหลวง และ มานะ มานี ปิติ ชูใจ และยังมีวรรณกรรมเยาวชนเรื่องทางช้างเผือกที่มีการเข้าร่วมกับนิตยสารอะเดย์ และรายการภาษาไทยใครว่ายากโดยมีการเชิญอาจารย์เป็นวิทยากร

อาจารย์รัชนีท่านถึงแก่กรรมด้วยโรคต่อเนื่องอุดตันเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2557 ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธโดยในตอนนั้นอายุได้สิริครบ 84 ปีโดยในตอนที่ยังมีชีวิตท่านแสดงความประสงค์ที่จะขอบริจาคร่างกายให้กับการศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล

ชวนทำ ‘ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน’ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด 3 สูตร บอกฟรี ๆ ทำขายได้เลย

สำหรับเมนูก๋วยเตี๋ยวลุยสวนแล้วก็คงเป็นเมนูสำหรับใครหลายๆคนที่ชอบทานกันสามารถเป็นทั้งอาหารหลักและอาหารว่างได้สามารถทานการได้ทั่วทุกภาคติดใจกันทุกภาคอย่างแน่นอนฉันจะเรียกว่าอาหารก๋วยเตี๋ยวลุยสวนน้ำถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ถูกใจคนไทยทั่วประเทศด้วยรสชาติของน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่จัดจ้านกับไส้ลุยสวนที่ประกอบไปด้วยอย่างลงตัวและเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ไม่ชอบทานผัก

และในวันนี้แล้วก็มีสูตรทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวนพร้อมน้ำจิ้มถึง 3 สูตรฝากทุกๆคนกัน โดยสามารถทำไว้รับประทานกินเองได้หรือถ้าหากใครอยากจะหาช่องทางในการขายก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกันโดยส่วนนั้นจะมีอะไรบ้างเราก็มาดูกันเลย

ส่วนผสม สำหรับ 4 คน

+เนื้อหมูสับ 1/2กก.

+แผ่นก๋วยเตี๋ยวแผ่นใหญ่ 1 กก.

+ซีอิ๋วขาว 1 ชต.

+ซอสปรุงรส 1 ชต.

+น้ำตาลทราย 1 ขต.

+พริกไทย 1 ชช.

+รสดี 2 ชต.

+น้ำมันหอย 1 ชต.

+น้ำมันพืช 2 ชต.

+แครอลหั่น ¼ ถ้วยตวง

+โหระพา 7 กิ่ง

+เห็ดหอม ¼ ถ้วยตวง

+เห็ดหูหนู ½ ถ้วยตวง

+ไชโป๊วหวาน ¼ ถ้วยตวง

+ผักชี 5 ต้น

+ผักกากหอม

การห่อ

1.ทำการวางแป้งแผ่นเกี๊ยวเตี๋ยวแผ่นใหญ่ลงบนแผ่นพลาสติกบางผักกาดหอมลงและเหลือริมแป้งไว้ด้านละ 2 นิ้ว

2. ทำการวางเรียงไส้ตามลำดับคือใส่ผักกาดหอมโหระพาผักชี

3. ใส่ไส้ให้ครบท่วมและเกลี่ยให้ทั่วกันพับแป้งทั้งสองข้าง ทับบนไส้

4. จากนั้นพับแปลงด้านข้างด้านล่างขึ้นพับพร้อมกับลอกแผ่นพลาสติกและค่อยๆม้วนให้แน่น

5. ทำการตัดให้พอดีคำและวางบนจานเสิร์ฟตามที่ต้องการเป็นอันเสร็จ

สูตรน้ำจิ้ม

สูตรที่ 1

ส่วนผสม

+พริกขีหนูสวน 20 เม็ด

+พริกขี้หนูยาว 10 เม็ด

+กระเทียม 20 กลีบ

+โหระพา ½ ถ้วยตวง

+น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง

+เกลือ ¼ ชช.

+น้ำเขื่อม

วิธีการทำ

ทำการปั่นกระเทียมโหระพาและพริกขี้หนูลงไปให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็เทใส่จาน และทำการเติมน้ำเชื่อมและเกลือคนให้ละลาย

สูตรที่ 2

+กระเทียม 20 กรัม

+รากผักชี 10 กรัม

+พริกขี้หนูสวน 10 กรัม

+โหระพา กับ สะระแหน่ รวมกัน 5 กรัม

+น้ำส้มสายชู 120 กรัม

+น้ำตาลทราบ 100 กรัม

+เกลือ 10 กรัม

วิธีทำ

โขลก รากผักชี พริกขี้หนู กระเทียม ใบสะระแหน่ ใบโหระพาให้ละเอียดๆ จากนั้นผสมน้ำส้มสายชูน้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไปและคนให้จนละลายเป็นเนื้อเดียวกันและยกไฟขึ้นตั้งจากนั้นก็ใส่เกลือน้ำตาลทรายลงไปทิ้งไว้ให้อุ่นมีเท่านี้ก็เรียบร้อย

สูตรที่ 3

+พริกชี้ฟ้า 40 กรัม

+น้ำส้มสายชู 180 กรัม

+กระเทียม 20 กรัม

+น้ำตาลทราย 135 กรัม

+แป้งมันสำปะหลัง 10 กรัม

+เกลือ 10 กรัม

+แครอลขูด 10 กรัม

วิธีการทำ

เอาพริกชี้ฟ้าแดงมาแกะเมล็ดออกและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆจากนั้นก็ทำการโขลกกับกระเทียมให้ละเอียดและผสมน้ำส้มสายชูน้ำตาลทรายเกลือและแป้งมันสำปะหลังลงไปและตามด้วยน้ำเปล่าจากนั้นนำหม้อยกขึ้นตั้งไฟอ่อนๆคนจนกระทั่งลักษณะเป็นเหมือนยางมะตูมและยกลงทิ้งไว้ให้อุ่นและใส่แครอทขูดเส้นบางๆลงไปแล้วคนให้เข้ากันเป็นอันเรียบร้อย

และนี่ก็คือวิธีการทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวนที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ โดยถ้าหากใครนั้นอยากจะลองนำไปทำรับประทานเอง ก็สามารถทำได้ เพราะเรามีน้ำจิ้มมาฝากด้วยกัน 3สูตร ด้วยเช่นกันสามารถเลือกสรรได้ตามความชอบได้เลย และถ้าหากใครอยากทำขายก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกันค่ะ

แบ่งปันสูตร ‘หมูสะเต๊ะ’ นุ่มหอม ทำง่าย ขายดีมาก

สำหรับหมูสะเต๊ะแล้วคงเป็นเมนูโปรดของใครหลายๆคนและเป็นเมนูนอกยอดนิยมสำหรับชาวไทยทุกเพศทุกวัยเพราะเป็นเมนูที่มีเนื้อหมู ถูกมากจนนุ่มและคลุกเคล้ากับผงกะหรี่และนำไปย่างให้สุกเพิ่งทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดดอกหรือว่าอร่อยเป็นอย่างมากโดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะเอาสูตรวิธีทําหมูสะเต๊ะ 5,000 ไม้มาฝากทุกคนกันโดยสูตรนี้นั้นจะสามารถนำไปขายได้ซึ่งต้องขอบคุณคุณปรีชา ศรีวัฒนชัยที่ได้แบ่งปันสิ่งดีๆเหล่านี้มาให้ทุกคนกันโดยจะทำอย่างไรกันบ้างนั้นมาดูกันเลยดีกว่า

ส่วนผสมหมักหมู

+เนื้อหมูใต้ซี่โครง 10กก.

+น้ำตาลทราย 1 กก.

+เกลือ 1 ชต.

+ผงกะหรี่ตรามือ 2 ชต.

+น้ำส้มสายชู 5% 1 ถ้วย

ขั้นตอนการหมักหมู

ขั้นตอนที่ 1 ทำการแล่เนื้อหมูให้เป็นชิ้นพอดีเพื่อเสียบไม้

ขั้นตอนที่ 2 ทำการเทเครื่องปรุงทุกอย่างลงไปหมักหมูนาน 3 ชั่วโมงเมื่อหมักเสร็จแล้วเอาหมูมาเสียบไม้

ส่วนผสมน้ำจิ้ม

+ถั่วลิสงบด 2 กก.

+พริกแกง 1.5กก.

+เกลือ 1 ชช.

+กะทิ 5 กก.

+น้ำตาลทราย 1 กก.

ขั้นตอนการทำน้ำจิ้ม

ขั้นตอนที่ 1 รวนพริกแกงกับน้ำกะทิให้เป็นเนื้อเดียวกันทำการปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายเกลือให้ออกรสหวานนำเผ็ดจากพริกแกง

ขั้นตอนที่ 2 ทำการโดยส่วนที่สูงลงไปในน้ำแกงเคี่ยวจนเครื่องปรุงต่างๆเข้ากันดี

และนี่ก็คือสูตรการทำหมูสะเต๊ะ 5,000 ไม้สำหรับใครหลายๆคนที่ต้องการมองหาช่องทางในการค้าขายซึ่งสูตรนี้ก็สามารถทำขายได้แถมยังอร่อยอีกด้วยรับรองว่าถ้าหากลูกค้ามาได้ลิ้มลองก็สามารถขายได้อย่างแน่นอน

สะอาดเหมือนใหม่ วิธีขจัดคราบในห้องน้ำ ไม่ต้องล้างบ่อย ๆ

ใครหลายๆคนคงกำลังประสบปัญหากับชักโครกที่บ้านที่แม้จะทำความสะอาดเท่าไหร่แต่ก็ยังมีกลิ่นไม่พึงประสงค์และยังมีคราบสีเหลืองปิดขอบอยู่ข้างๆ โดยในวันนี้ทางทีมงานนั้น จะพาทุกคนมาดูเทคนิคการทำความสะอาดชักโครกของตัวเองแบบง่ายๆที่สามารถทำได้ง่ายๆโดยจะมีวิธีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

1.น้ำยาซักฟอกขาว

ทำการเทน้ำยาลงไปในโถส้วมหรือบริเวณที่เป็นคราบสกปรกทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงรอจนกระทั่งคราบค่อยๆหายไปแล้วกดน้ำทิ้งก่อนที่จะล้างให้สะอาดพร้อมกำจัดน้ำยาฟอกขาวออกไปด้วย

2.ผงบอแร็กซ์

เริ่มต้นด้วยกันกดน้ำระบายน้ำออกจากโถส้วมให้หมดจากนั้นก็ใส่ผงบอแรกซ์ลงไปประมาณครึ่งถ้วยตวงเท่ากับน้ำส้มสายชูคนให้เป็นครีมเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็รีบๆบนคราบที่ตกหินไว้ทิ้งไว้ประมาณซัก 15 ถึง 20 นาทีแล้วค่อยนำแปลงมาขัดล้างคราบให้สะอาด

3.น้ำส้มสายชู

เทน้ำส้มสายชูลงไปในชักโครกประมาณ 3 ถ้วยตวงจากนั้นก็ใช้แปรงขัดให้ทั่วคราบเหลืองก็จะออกมาเอง

4.กระดาษทราย

ทำการล้างฝาชักโครกให้สะอาดจากนั้นเทน้ำลงบนกระดาษทรายเพียงเล็กน้อยขัดบริเวณที่มีรอยขีดข่วนและร่องรอยคราบเหลืองเสร็จแล้วใช้ผ้าเปียกบิดหมาดและใช้ Wax แบบครีม มาถูบนฝาชักโครกอีกครั้งเพื่อให้เกิดความเงางาม

5.มะนาว

ผ่ามะนาวเป็น 2 ซีกและนำไปสู่บนคราบโดยตรงโดยวิธีนี้สามารถนำไปใช้ทำความสะอาดได้หลายจุดไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าหรืออ่างอาบน้ำ

6.ผงธูปยากันยุง

นำผงธูปยากันยุงมาเทลงในชักโครกจากนั้นก็ละลายน้ำให้เข้ากันทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงแล้วค่อยนำแปรงมาขัดซึ่งจะทำให้คราบเหลืองที่ติดแน่นหลุดออกไป

เมล็ดมะขามมีค่า อย่าทิ้ง! ขายได้กิโลละห้าพัน สรรพคุณช่วยยับยั้งมะเร็ง

โดยในวันนี้เราก็เอาอีกหนึ่งงานวิจัยที่บอกเลยว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะใครจะไปรู้ว่าเมล็ดมะขามที่ใครเหลือทิ้งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เพราะในเม็ดมะขามมีแป้งโดยงานวิจัยนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2556 ซึ่งได้มีการนำเมล็ดมะขามมาทำการวิจัย โดยได้มี รศ.ดร.วุฒิชัย นาครักษา ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร ได้มีการกล่าวว่ามีการวิจัยโดยเริ่มจากการนำเมล็ดมะขามกระเทาะเปลือกนำเนื้อข้างในมาบดจากนั้นสกัดด้วยเทคโนโลยีโดยเฉพาะแอลกอฮอล์ประมาณ 10-20 นาที

จากนั้นก็เอาน้ำมาอบเพื่อให้ได้เจลฃโรส หรือสารสารเฮมิเซลลูโลส ที่มีการซื้อขายในราคากิโลกรัมละ 5,000 -12000 บาทเพราะมีคุณสมบัติ ในเรื่องของการทนความร้อนมน้ำได้สูงและต้านแรงเฉือนได้ดีซึ่งจะประกอบไปด้วย น้ำตาลและเส้นใยอาหารหลากหลายชนิดมีฤทธิ์เป็นยาระบายทำลายพยาธิโดยเมล็ดมะขาม 1 กิโลกรัมจะสามารถสกัดจลโรส ได้ประมาณ 50 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และได้มีบริษัทเอกชนนำไปทำไอศครีมเจลาโต้

โดย สารสกัดที่ชื่อว่าเจลโรส นำมาผสมกับไข่ครีมแทนไขมันเพื่อสร้างความเดือดคงตัวและละลายช้าทำให้ได้ไอศครีมเจลาโต้สไตล์อิตาเลียนขนาด 100 กรัมราคา 85 บาทโดยไอศครีมนี้สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดสุดยอดนวัตกรรมอาหารไทยประจำปี 2559 จากกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นที่สำเร็จ

และคุณสมบัติของมันไม่ได้มีเพียงเท่านี้เพราะยังสามารถนำไปใช้ในอาหารอื่นๆได้เช่น น้ำสลัด มายองเนส บะหมี่ สตูว์ เยลลี่ รวมถึงอุตสาหกรรมสีกระดาษฟิล์มเคลือบยืดอายุผลไม้ ส่งออกต่างประเทศเครื่องสำอางค์ น้ำตาเทียม ไม่เว้นแม้แต่กระทั่ง ฟิล์มปิดแผลผสมไคโตซานที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต ของเชื้อโรคซึ่งเหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน

นอกจากนี้ในงานวิจัยยังพบอีกว่ามีสารโพลีแซคคาไลด์จากเมล็ดมะขาม ซึ่งมีฤทธิ์สามารถเสริมสร้างประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันในร่างกายอย่างมากสำหรับคนที่มีความบกพร่องทางภูมิคุ้มกันซึ่งเจ้าสารตัวนี้จะสามารถทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของการกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่เข้ามาในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อไวรัสและยังสามารถยับยั้งการเกิดเซลล์เนื้องอกมะเร็งได้อีกด้วย

แน่นอกจากนี้สารสกัดเมล็ดมะขามที่ไม่คั่วสามารถต้านทานความเป็นพิษต่อตับและสามารถกระตุ้นการสร้างเซลล์ตับขึ้นมาทดแทนในส่วนที่เสียหายไปและมีฤทธิ์ป้องไปได้เป็นอย่างดีโดยมีการนำหนูทดลองจากสารเคมีที่ก่อมะเร็งต่อไตก็สามารถทำการรักษาได้โดยทำการทดลองด้วยการให้พาราเซตามอลขนาดเป็นพิษต่อตับ 1 กิโลกรัมต่อน้ำหนักของหนูเป็นเวลา 7 วันเพื่อทำลายเซลล์ตับของหนูจากนั้นก็เริ่มต้นจากสกัดจากเนื้อเม็ดมะขาม ก็พบว่า ค่าเป็นพิษในตับของหนูลดลง

เปิดศูนย์ฝึกอบรมอาชีพ เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จบหลักสูตรมีงานรองรับ

สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางอาชีพอยู่แล้วเราก็วันนี้เราก็จะมาบอกช่องทางการเรียนรู้ที่ทำให้คุณสามารถเรียนกันได้สามารถพัฒนาสร้างทักษะอาชีพวิชาชีพได้เป็นของตัวเองโดยเป็นหลักสูตรฝึกอาชีพฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็รวบรวมศูนย์ฝึกอาชีพในจังหวัดกรุงเทพฯมาจ่ายทุกคนแบบฟรีๆมีหลักสูตรให้เลือกเรียนมากมายรับรองว่าหากใครเรียนจบจะสามารถนำวิชาความรู้ไปประกอบอาชีพได้ในทันที

1.ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร วัดธรรมมงคล

ที่อยู่ ซอยปุณณวิถี 20 สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร

ติดต่อ 0-2331-7573-4

-หลักสูตร 1 เดือน เรียนวัน จ-ศ เวลาเรียน 09.00 – 14.00 น.

วิชาที่เปิดสอน – อาหารว่าง / เบเกอรี่ / แปรรูปอาหารและสมุนไพร / อาหารคาว / ศิลปประดิษฐ์ (ดอกไม้ดิน ดอกไม้ถุงน่อง) / นวดแผนโบราณ / นวดฝ่าเท้า / การจัดดอกไม้สด / ร้อยลูกปัด / คอมพิวเตอร์

-หลักสูตร 2 เดือน เรียนวัน จ-ศ เวลาเรียน 09.00 – 14.00 น.

วิชาที่เปิดสอน – เสริมสวย ระดับ 1 / ตัดผมสุภาพบุรุษ ระดับ 1 / ตัดเย็บเสื้อผ้า ระดับ 1 / การสร้างแบบเสื้อผ้า (แพทเทิร์น)

-หลักสูตร 1เดือน เรียนวัน จ-ศ เวลาเรียน 09.00 – 15.00 น.

วิชาที่เปิดสอน – แกะสลักกระจกและกรอปรูปวิทยาศาสตร์

-หลักสูตร 4 เดือน เรียนวัน ส เวลาเรียน 09.00 – 15.00 น.

วิชาที่เปิดสอน – อาหารว่าง / เบเกอรรี่ อาหารคาว / แพทเทิร์น ศิลปประดิษฐ์ (ปั้นดอกไม้จากดินไทย) ดอกไม้จากถุงน่อง / แกะสลักผักและผลไม้ / ร้อยลูกปัด / ผ้าบาติก / นวดแผนโบราณ / นวดฝ่าเท้า สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ / คอมพิวเตอร์ (การใช้โปรแกรม) / ซ่อทโทรศัพท์มือถือ / แปรรูปอาหาร / สมุนไพร / เพ้นท์ผ้า

-หลักสูตร 6 เดือน เรียนวัน ส เวลาเรียน 09.00 – 15.00 น.

วิชาที่เปิดสอน – ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ (สอบประเมินความรู้พื้นฐาน) / ช่างไฟฟ้า / ช่างซ่อมโทรทัศน์ (ต้องมีความรู้พื้นฐานวิชาซ่อมวิทยุ) / ช่างซ่อมวิทยุ / เสริมสวยระดับ 1 / ตัดผมสุภาพบุรุษ ระดับ 1 / ตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี ระดับ 1

-หลักสูตร 6 เดือน เรียนวัน อา. เวลาเรียน 09.00 – 15.00 น.

วิชาที่เปิดสอน – ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ (สอบประเมินความรู้พื้นฐาน) / ช่างไฟฟ้า / ช่างซ่อมโทรทัศน์ (ต้องมีความรู้พื้นฐานวิชาซ่อมวิทยุ) / ช่างซ่อมวิทยุ / เสริมสวยระดับ 1 / ตัดผมสุภาพบุรุษ ระดับ 1 / ตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี ระดับ 1

2.ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร สวนลุมพินี

ที่อยู่ สวนลุมพินี ติดที่จอดรถด้านใน ประตู 8 ใกล้ ถนนสารสิน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ติดต่อ 02-2515849 / 02-2515281

-หลักสูตร 1เดือน เรียนวัน จ-ศ เวลาเรียน 09.00 – 14.00 น.

-หลักสูตร 2เดือน เรียนวัน จ-ศ เวลาเรียน 09.00 – 14.00 น.

-หลักสูตร 2เดือน เรียนวัน ส-อา

-หลักสูตร 6 เดือร เรียนวัน ส-อา

วิชาที่เปิดสอน – แพทเทิร์น / เย็บจักรอุตสาหกรรม / เสริมสวย ระดับ 1 ระดับ 2 / เทคนิคการแต่งหน้า

ตัดผมชาย ระดับ 1 ระดับ 2 / ตัดเสื้อผ้าสตรี ระดับ 1 ระดับ 2 / ดอกไม้ดินหอม / ถักแก้ว / ตุ๊กตาโครเชต์ / เพ้นท์ผ้าบาติก – มัดย้อม / จัดดอกไม้สด / ปั้นอาหารจิ๋ว / ประติมากรรมจากดินหอม / ร้อยลูกปัด / นวดแผนไทย / กรอบรูปวิทยาศาสตร์ / ผลิตภัณฑ์จากเชือก (มาคราเม่) / คอมพิวเตอร์เบื้องต้น / ดีไซน์ / ช่างซ่อมจักรอุตสาหกรรม / ช่างซ่อมวีดีโอ – ซีดี / ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ / ตัดเสื้อสูทชาย / ช่างซ่อมโน็ตบุ๊ค / ตัดเสื้อกางเกงชาย / ช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า / เย็บจักรอุตสาหกรรม / ช่างซ่อมซ่อมโทรทัศน์ / ช่างซ่อมไฟฟ้า / ช่างติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียมและกล้องวงจรปิด

3.ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร วัดวรจรรยาวาส

ที่อยู่ วัดวรจรรยาวาส ซอยเจริญกรุง 72 ถนนเจริญกรุง เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

ติดต่อ 022920194 / 022893478

-หลักสูตร 1เดือน เรียนวัน จ-ศ เวลาเรียน 09.00 – 14.00 น.

-หลักสูตร 2เดือน เรียนวัน จ-ศ เวลาเรียน 09.00 – 14.00 น.

-หลักสูตร 2เดือน เรียนวัน ส-อา

-หลักสูตร 6 เดือร เรียนวัน ส-อา

วิชาที่เปิดสอน – ตัดผมสุภาพบุรุษ 1/ ตัดผมสุภาพบุรุษ 2 / เสริมสวยระดับ 1 / เสริมสวยระดับ 2 / ศิลปะประดิษฐ์/ สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ / สมุนไพร/ ช่างไฟฟ้า/ คอมพิวเตอร์/ ช่างซ่อมวีดีโอ / เพ้นท์แก้ว กระจก / พิมพ์ดีดไทย-อังกฤษ/ ผ้าบาติก / จัดดอกไม้สด/ ดอกไม้ผ้าระบายสี / ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ / ตัดเสื้อสตรีหลักเซ็นต์ระดับ 1/ ตัดเสื้อสตรีหลักเซ็นต์ระดับ 2 / การสรางแพทเทิร์น/ นวดแผนโบราณ / ตัดเสื้อกางเกงชาย/ ตัดเสื้อสูทชาย -หญิง / กรอบรูปวิทยาศาสต/ ร์ เย็บจักรอุตสาหกรรมดีไซน์/ ช่างวิทยุ 1 / ช่างวิทยุ 2/ ช่างซ่อมโทรทัศน์สี-ขาวดำ / แกะสลักผัก-ผลไม้/ และงานใบตอง อาหารว่าง/ อาหารคาว/ เบเกอรี่ / ดนตรีไทย

4.ศูนย์ฝึกอาชีพกทม.บางพลัด

ที่อยู่ ซอยจรัลสนิทวงศ์ 79 ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

ติดต่อ 0 2423 2025-6

วิชาที่เปิดสอน – คอมพิวเตอร์ ระดับ 1 / คอมพิวเตอร์ ระดับ 2 / เทียนแฟนซี / นวดแผนไทย / บาติกและมัดย้อม / สมุนไพร / ดอกไม้จากดินไทย / การออกแบบเครื่องประดับสตรี / อาหารคาว-อาหารว่าง / การทำพวงมาลัยดอกไม้สดและบายศรี / เบเกอรี่ / ซ่อมเครื่องมือสื่อสาร (โทรศัพท์มือถือ) / อาหารนานาชาติ / สร้างแพทเทิร์น

5.ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร

ที่อยู่ ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510

ติดต่อ 0 25404375-6

วิชาที่เปิดสอน – ดอกไม้ประดิษฐ์เพื่อการค้า / ขนมไทย / ตัดเสื้อสตรีระดับ 1 / ตัดเสื้อสตรีระดับ 2 / ศิลปะประดิษฐ์ / กัดลายกระจกและพ่นทราย / ซ่อมคอมพิวเตอร์ / กรอบรูปและกรอบวิทยาศาสตร์ / แปรรูปสมุนไพร / เครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก / ศิลปะประยุกต์และการทำผ้าบาติก / การจัดดอกไม้พื้นฐานและ / ประยุกต์ในการประกอบอาชีพ / เสริมสวย 1 -เสริมสวย 2 / ตัดผมสุภาพบุรุษระดับ 1 -ตัดผมสุภาพบุรุษระดับ 2 / อาหารว่าง / เบเกอรี่ / นวดแผนไทย โบราณ – นวดสปา / อาหารไทย

6.ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร วัดสุทธาวาส บางกอกน้อย

ที่อยู่ สุทธาวาส ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

ติดต่อ 0 24124611-2

วิชาที่เปิดสอน – ตัดเย็บเสื้อผ้าระดับ 1-2 / เสริมสวยระดับ 1 -2 / ตัดผมสุภาพบุรุษระดับ 1-2 / นวดแผนไทย / อาหารคาว / อาหารว่าง / ขนมไทย / เบเกอรี่ / ซ่อมคอมพิวเตอร์ / ซ่อมโทรศัพท์มือถือ / ช่างอิเลคโทรนิค / ไฟฟ้า / ช่างซ่อมโทรทัศน์ / ช่างซ่อมวิทยุและเครื่องขยายเสียง / จัดดอกไม้สด / แกะสลัก / และงานใบตอง ดอกไม้ดิน / ดอกไม้ผ้า, ใยบัว, เกล็ดปลา / พานพุ่ม บายศรี สิ่งประดิษฐ์จากกระดาษสา / เพ้นท์ผ้า, แก้ว, ไม้-ร้อยลุกปัด / สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ / สานผักตบชวา / บาติก, มัดย้อม / วาดรูป / กรอบรูป, กัดลายกระจก / เทียนแฟนซี

7.ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร จตุจักร

ที่อยู่ สวนจตุจักร โซนลานจอดรถ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ติดต่อ 02-2724741 /02513-6654

วิชาที่เปิดสอน – ตัดผมสุภาพบุรุษ / เสริมสวย / สิ่งประดิษฐ์ / นวดแผนไทย / ดอกไม้ใยบัว / เทียนแฟนซี / เพ้นท์แก้ว / กระจก / เบเกอรี่ / ดอกไม้จากดินหอม / แกะสลักผักและผลไม้ / อาหารว่าง อาหารคาว

8.ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร บางกะปิ

ที่อยู่ ซอยรามคำแหง 60 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ติดต่อ 023375494 ต่อ 5790-1

-หลักสูตร 1เดือน เรียนวัน จ-ศ เวลาเรียน 09.00 – 14.00 น.

วิชาที่เปิดสอน -ซ่อมโทรศัพท์มือถือ / ซ่อมคอมพิวเตอร์ / นวดแผนไทย / เบเกอรี่ / อาหารคาว / อาหารว่าง / จัดดอกไม้สดและดอกไม้อบแห้ง / ดอกไม้ดินญี่ปุ่น / ร้อยลูกปัด / ถักเชือกเมคราเม่ เพ้นท์เล็บ / เทคนิคการตัดซอย

-หลักสูตร 2เดือน เรียนวัน จ-ศ เวลาเรียน 09.00 – 14.00 น

วิชาที่เปิดสอน -เสริมสวย / ตัดผมชาย / ตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี ระดับ 1 , 2 / สร้างแบบเสื้อผ้า (แพทเทิร์น)

-หลักสูตร 2เดือน เรียนวัน ส-อา

วิชาที่เปิดสอน -รายการวิชาที่เปิดสอน / ซ่อมโทรศัพท์มือถือ / ซ่อมคอมพิวเตอร์ / นวดแผนไทย / เบเกอรี่ / อาหารคาว / อาหารว่าง / ดอกไม้ดินญี่ปุ่น / ช่างทำรองเท้าและกระเป๋าสตรี / เพ้นท์เล็บ / ผ้าบาติก / ดอกไม้ใยบัว/เมคราเม่ / แกะสลักผัก-ผลไม้ / ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา / ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐาน / กรอบรูป-กัดลายกระจก / อัดกรอบพระพลาสติกกันน้ำ

-หลักสูตร 4 เดือร เรียนวัน ส-อา

วิชาที่เปิดสอน -เสริมสวย / ตัดผมชาย / ตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี / สร้างแบบเสื้อผ้า(แพทเทิร์น)

9.ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เขตสะพานสูง

ที่อยู่ ซอยรามคำแหง 118 ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เขตสะพานสูง

-หลักสูตร 80 ชม.

วิชาที่เปิดสอน – นวดสปาหน้า / คอมพิวเตอร์เบื้องต้น / อาหารคาว-หวาน/ เบเกอรี่ / นวดน้ำมันอโรมา ศิลปะประดิษฐ์ / ซ่อมคอมพิวเตอร์ / ซ่อมโทรศัพท์มือถือและซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า

-หลักสูตร 160 ชม.

วิชาที่เปิดสอน – ตัดผมชาย / ตัดเย็บเสื้อผ้า / นวดแผนไทย / สร้างแบบเสื้อผ้า (แพทเทิร์น)

10.ศูนย์ฝึกอาชีพวัดด่าน พระราม 3

ที่อยู่ พระราม 3 เขตยานนาวา

ติดต่อ 022479493-4

-หลักสูตร 80 ชม.

วิชาที่เปิดสอน – เทียนแฟนซี / นวดแผนไทย / ถักโครเช่ต์ / ร้อยลูกปัด / ของชำร่วย / จัดดอกไม้สด / มาลัย / บายศรี ดอกไม้ประดิษฐ์ / ใยบัว / วิชางานเพ้นท์ ผ้า / ศิลปะการวาดภาพ ซ่อมโทรศัพท์มือถือ

-หลักสูตร 160 ชม.

วิชาที่เปิดสอน – เสริมสวย / ตัดผมชาย / ตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี / เย็บจักรอุตสาหกรรม / วิชาแพทเทิร์น

11.ศูนย์ฝึกอาชีพครบวงจร อาคารโกลด์ มาร์เก็ต

ติดต่อ 02-2479492-3

-หลักสูตร 1เดือน

วิชาที่เปิดสอน – วิชาซ่อมคอมพิวเตอร์ / วิชาแปรรูปสมุนไพร / วิชางานเพ้นท์ / วิชาศิลปะลวดถัก /

วิชาเพ้นท์เล็บ / วิชาร้อยลูกปัด-เมคราเม่ / วิชาศิลปะการวาดภาพ / วิชาศิลปประดิษฐ์และบรรจุภัณฑ์

12.ศูนย์ฝึกอาชีพตลาดนัดธนบุรี

ที่อยู่ (สนามหลวง 2) เขตทวีวัฒนา

ติดต่อ 022479493-4

-หลักสูตร 80 ชม.

วิชาที่เปิดสอน – ซ่อมคอมพิวเตอร์ / ซ่อมโทรศัพท์มือถือ /นวดแผนไทย /วิชางานเพ้นท์ (โฟล์คอาร์ต) /วิชาเพ้นท์เล็บ ดอกไม้ดิน /ร้อยลูกปัด / ถักเชือกมาคราเม่ / ทำกรอบรูป /แปรรูปสมุนไพร /วิชาผ้าบาติด-มัดย้อม /วิชาดอกไม้ประดิษฐ์ /วิชากัดลายกระจก

-หลักสูตร 160 ชม.

วิชาที่เปิดสอน – เสริมสวย / ตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี / ตัดผมชาย

13.ศูนย์ฝึกอาชีพครบวงจร ศูนย์การค้าไอที สแควร์ เขตหลักสี่

ที่อยู่ ศูนย์การค้าไอที สแควร์ เขตหลักสี่

ติดต่อ 022479493-4

วิชาที่เปิดสอน – วิชาแกะสลักและจัดดอกไม้ / วิชาศิลปะลวดถัก / วิชาของชำร่วย/ วิชางานเพ้นท์/ วิชาปั้นของจิ๋ว (งานโมเดล ต่างๆ)

14.ศูนย์ฝึกอาชีพตลาดสุคนธสวัสดิ์

ที่อยู่ ซอยลาดพร้าว 71 เขตลาดพร้าว

ติดต่อ 022479493-4

-หลักสูตร 80 ชม. จ-ศ เวลา 09.00-15.00 น.

วิชาที่เปิดสอน – ซ่อมคอมพิวเตอร์ / ซ่อมโทรศัพท์มือถือ / คอมพิวเตอร์เบื้องต้น / งานศิลปะการต่อผ้า / เทียนแฟนซี – ของชำร่วย / เพ้นท์เล็บ / ร้อยลูกปัด – เมคราเม่ / แกะสลักและงานใบตอง / ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา นวดแผนไทย / เบเกอรี่และอาหารว่าง / เสริมสวย

-หลักสูตร 80 ชม. ส-อ เวลา 09.00-15.00 น.

วิชาที่เปิดสอน – ซ่อมคอมพิวเตอร์ / ซ่อมโทรศัพท์มือถือ / ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา / เทียนแฟนซี / กรอบรูป / พื้นฐานการเขียนภาพ ผ้าบาติก / แกะสลักและงานใบตอง / ศิลปะการต่อผ้า / ศิลปะการวาดภาพ นวดแผนไทย / เบเกอรี่และอาหารว่าง

15.ศูนย์ฝึกอาชีพวัดรางบัว

ที่อยู่ ศูนย์ฝึกอาชีพวัดรางบัว ซ.เพชรเกษม 37)เขตภาษีเจริญ

ติดต่อ 022479493-4

-หลักสูตร 80 ชม.

วิชาที่เปิดสอน – วิชาดอกไม้ประดิษฐ์ / วิชานวดแผนไทย / วิชาจัดดอกไม้ / วิชาร้อยลูกปัด/ วิชาเฟอร์นิเจอร์ย่อส่วน/ วิชาแปรรูปสมุนไพร / วิชาซ่อมโทรศัพท์มือถือ / วิชาซ่อมคอมพิวเตอร์ / วิชาอาหารและโภชนการ / วิชาออกแบบเว็บไซต์

-หลักสูตร 160 ชม.

วิชาที่เปิดสอน – วิชาตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี / วิชาตัดผมชาย

16.วิทยาลัยการแรงงาน

ที่อยู่ ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กทม. 10400

ติดต่อ 02-2451707 ต่อ 302, 312, 321, 322

วิชาที่เปิดสอน – การฝึกอบรมภาษาต่างประเทศ / การฝึกอบรมเทคโนโลยีสารสนเทศ / การอบรมอาชีพเฉพาะทาง

17.ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร

ที่อยู่ ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ

ติดต่อ 02-390-0261-4 , 02-391-1007, 02-390-2212

ต้องชีวิต! บัตรคนจนไม่เคยมี สิทธิ์ชิม ช้อปใช้ไม่เคยได้ เข็นไอติมขาย ประทังชีวิต

โดยย้อนกลับไปในสมัยก่อนเวลาชายไทย ในสมัยโบราณออกไปสู้รบปกป้องเมืองเขาก็มีความเชื่อที่ว่าหากขอเศษผ้าถุงแม่ขอชานหมากของพ่อ 2 สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่สามารถคุ้มครองภัยและเพื่อเป็นเครื่องรางชั้นเยี่ยม เพราะเป็นสิ่งที่เป็นตัวแทนของความรักอันบนสุดของพ่อแม่ที่ทำให้ลูกนั้นสามารถระลึกคิดถึงแห่งคุณงามความดีและความกตัญญูได้ด้วยตัวเอง เมื่อคุณธรรมเกิดการต่อคุณธรรมมาบรรจบกัน สิ่งเหล่านี้ก็จะกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปโดยปริยายโดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องปลุกเสกแต่อย่างใดยกตัวอย่าเช่น

ทหารนายหนึ่งที่เคยอยู่ในสมรภูมิรบและด้วยเขาที่กลัวข้าศึกจนหาที่พึ่งไม่ได้ ด้วยความกลัวสุดขีดเขาก็คว้าอะไรบางอย่างมานึกว่าเป็นของดีโดยสิ่งที่นั้นเขาไม่รู้เลยว่านั่นคือเขียดแล้วตัดสินใจเอาเข้ายัดปากของตัวเอง

โดยเขียดนั้นยังไม่ตายมันก็ดิ้นอยู่ในปากทหารของคนนั้นก็เลยเข้าใจว่าของดีที่ตัวเองโอมอยู่นั้นแสดงอินทฤทธิ์ ก็เลยมีกำลังใจต่อสู้กับข้าศึกยังไม่กลัวตายจนสุดท้ายข้าศึกแผ่นนี้นึกขึ้นได้ก็ขายของดีของตัวเองพบว่านั่นคือเขียนตัวเล็กๆ เห็นไหมว่าความเชื่อนี้ถือเป็นคุณสมบัติถ้าเราขาดความเชื่อความศรัทธาอะไรก็จะทำให้ไม่มีความสำเร็จ

และแน่นอนการขอเศษผ้าถุงแม่นั้นก็สามารถสร้างความเชื่อความศรัทธาและสามารถสร้างปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้เสมอดังเรื่องราวของครูศิริพงศ์ คุรุพันธกิจ ที่เคยเล่าเรื่องราวของตัวเองเมื่อปี 2553 ว่า

คนเรานั้นพร่ำสอนลูกตัวเองอยู่เสมอว่าให้ทำกตัญญูกตเวทีแก่พระในบ้านให้มากๆเตือนให้ลูกทุกคนแสวงหาความดีต่อพระในบ้าน พระในบ้านคือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดสูงค่าที่สุดมีพรอันเป็นมงคลและนำความสำเร็จสมปรารถนาลูกๆทุกคนโดยไม่ได้หวังลาภสักการะสินจ้างรางวัลบุคคลจากการบูชาของลูกเลย เพราะใจพ่อและใจแม่มีแต่ความหวังดีที่หวังจะให้ลูกมีความสุขและมีความสำเร็จในการดำเนินชีวิต ซึ่งถ้าหากถ้าไม่เอาตัวอย่างของผู้ที่เป็นผู้ที่บูชาพ่อแม่และประสบความสำเร็จรุ่งเรืองที่มาจากแดนไกลและมีคนคอยต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอมีการพบสังคมที่ดีและได้รับความช่วยเหลืออยู่เสมอ

และนี่ก็เป็นเรื่องราวของหนุ่มที่เรียนจบชั้นปริญญาตรีเอกบรรณารักษ์ที่เป็นคนอัธยาศัยดีเป็นที่รักของทุกคนและสามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจนสามารถเลือกใช้เป็นหัวหน้า ของปลัดกระทรวง และยังมีนิสัยเป็นคนขยันวันหยุดก็ชอบไปเปิดท้ายขายของทำงานไม่เคยหยุดขนขวายหารายได้ตลอดและด้วยความที่ชอบค้าขายบวกกับมีคนมาติดต่อให้เป็นผู้จัดการร้านที่อาหารไทยที่ต่างประเทศ จึงทำให้ชายหนุ่มคนนี้ตัดสินใจลาออกจากราชการในทันที

โดยก่อนเดินทาง เขาได้เข้าไปหาแม่ ขอให้แม่ป่วยพรเขาให้ประสบพบแต่ความสำเร็จพร้อมขอเอาชายผ้าถุงแม่ไปเป็นวัตถุมงคลที่ระลึกจากนั้นเขาก็ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร้านอาหารได้เพียงแค่ปีเศษก็มีคนมาเสนอขายกิจการซึ่งเขาก็ตกลงและวางแผนจัดการร้านของตัวเองทุกอย่างรวมถึงอบรมกิริยามารยาทของพนักงานต้อนรับในร้านด้วยตัวเองจนทำให้เขาสามารถประสบความสำเร็จได้ใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นอีกทั้งยังส่งเงินมาให้แม่ใช้นะปลูกบ้านหลังใหม่ให้แม่ที่เมืองไทยและยังสร้างบ้านอาศัยอยู่ที่อเมริกาอีกด้วย

โดยปัจจุบันภรรยาที่เมืองไทยเสียชีวิตด้วยโรคร้ายจึงทำให้เขามีภรรยาใหม่ที่ต่างแดนอาชีพภรรยาก็มั่นคงอีกทั้งยังได้รับสิทธิ์เป็นคนอเมริกันอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องจ้างใครมารับรองไม่ต้องอยู่อย่างหลบหลีกอีกทั้งจะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ และแม่ที่เมืองไทยก็มีความสุขเป็นอย่างมากโดยชายคนนี้ทุกครั้งที่เขาทำกุศลอันใดก็จะนึกถึงพ่อแม่ก่อนอยู่เสมอและคอยดูแลท่านส่งเงินให้ท่านไม่ขาดโดยแม่นั้นรับเงินจากลูกมาก็ไม่ค่อยได้ใช้อะไรเอาเงินที่ลูกให้ไปสร้างบุญสร้างกุศลในทุกๆ วันและขอพระขอพรให้ลูกเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จเป็นที่เมตตาของทุกคนเป็นที่รักใคร่ของทุกคน

ถ้ายังจน อยู่อย่างจน ไม่มีวันจน ทำตัวรวยไม่มีวันรวย

ใช้ชีวิตแบบคนจนคุณจะไม่มีวันจนซึ่งคำพูดนี้คนเคยได้ยินกันเป็นคำพูดที่คนสมัยก่อนมักจะใช้สอนลูกหลานของตนเองเพราะคนสมัยก่อนนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างประหยัดเพราะเคยผ่านความลำบากมาก่อนแต่แท้จริงแล้วไม่น่าจะแบบว่าจะเป็นคนสมัยก่อนสมัยนี้เพราะคำๆนี้ในปัจจุบันก็ยังสามารถใช้ได้อยู่อีกทั้งยังเป็นเรื่องของปัจเจกสำหรับบุคคลมากกว่า

และเชื่อว่าคนในยุคใหม่นี้ก็รู้จักการใช้เงินอยู่มีการแบ่งเงินเก็บออมไม่จำเป็นต้องว่ามีมากต้องใช้มากเพียงแต่ว่าในปัจจุบันนี้โลกของเรานั้นอยู่ในโลกของทุนนิยมเน้นเรื่องของการบริโภคนิยมเป็นที่ตั้งและมีผู้คนเชื่อว่าความสุขจะเกิดขึ้นจากการใช้เงินอีกด้วยจึงไม่แปลกที่มีผู้คนนั้นต่างเอาเงินไปใช้กับการเที่ยวหรือการกินอย่างเต็มที่

และผู้คนในยุคนี้มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อความสุขมากกว่าคนในอดีตซึ่งถือเป็นความจริงที่ทุกคนนั้นรู้ดีอยู่แก่ใจเพียงแต่บางครั้งเราต้องเหมือนหยุดคิดเสียก่อนว่าจะใช้จ่ายอะไรและควรหันมาทบทวนพฤติกรรมของตัวเองว่ามีอะไรที่มากหรือน้อยจนเกินไปและปรับเปลี่ยนให้เกิดความสมดุลมากที่สุดเหมือนอย่างชาวพุทธที่ยึดถึงเรื่องการเดินสายกลางซึ่งน่าจะเป็นความสุขที่แท้จริงมากกว่า

บางคนยังเรียกว่าตัวเองไม่มีหรือยังจนอาจจะเถียงว่าไม่ต้องใช้ชีวิตแบบคนก็ถูกบังคับให้ต้องมีชีวิตแบบคนจนโดยค่าความคิดนี้เป็นจุดเริ่มต้นแสดงว่าคุณไม่รู้ถึงความหมายของเบื้องลึกเบื้องหลังของข้อความนี้ลองกลับไปคิดและนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับชีวิต มีคนบอกว่าเห็นคนเก็บขยะเขากินอาหารถูกๆใส่เสื้อผ้าเก่าๆเขาก็คงยังจนอยู่สูงเจ้าของร้านทองกินอาหารในภัตตาคาร ใส่เสื้อผ้าราคาหรูหราก็เห็นว่าเขายังรวยอยู่ ถ้าคุณยังคิดแบบนี้แสดงว่าข้อความเหล่านี้คงไม่มีประโยชน์อะไรที่คุณจะเอาไปคิดต่อได้ เพราะชีวิตของคนเรานั้นแตกต่างกันก็อยู่กับทัศนคติในการมุมมองชีวิตที่แตกต่างกันนี่แหละการเปิดกว้างและการยอมรับความคิดเห็นของผู้คนในเชิงทัศนคติเชิงบวกจะทำให้เรานั้นสามารถทำการก้าวข้ามผ่านกำแพงที่อยู่ในใจของตัวเองได้

คุณต้องเข้าใจความหมายเสียก่อนว่า การใช้ชีวิตแบบจนๆแล้วคุณจะไม่มีวันจนนั้น ไม่ได้หมายถึงว่าให้คุณนั้นต้องไปนั่งตกระกำลำบากกินอาหารราคาถูกๆใส่เสื้อผ้าเก่าๆขาดค่ะแต่คุณนั้นจำเป็นจะต้องรู้จักเลือกใช้ไม่ฟุ่มเฟือยไม่กินทิ้งขว้างยกตัวอย่างเช่นเด็กที่เกิดมายากจนเขาไม่มีสิทธิ์เลือกอยู่แล้วจานอาหารวางอยู่ตรงหน้านั่นก็คือสิ่งที่เขาต้องทานเพื่อบรรเทาอาการความหิวต่อชีวิตต่อไป แต่เด็กสมัยใหม่บางคนสั่งอาหารมาก็ทานไม่หมดถึงเวลาก็อ้อนอยากจะทานอย่างอื่นและถ้าหากรู้จักสอนลูกให้ถูกวิธีก็คือต้องทานให้หมดเท่านั้นถึงจะสั่งใหม่ได้ คนเราต้องรู้จักผิดชอบกับอาหารที่เราสั่งมาโดยเด็กยุคใหม่หลายๆคนนั้นที่นั่งกินข้าวอยู่ตามร้านอาหารตามสั่งไม่ได้มีเยอะมาก เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเหมือนกันมีเท่าที่จำเป็นแต่บางคนกลับมีรองเท้าตั้งหลายสิบคู่ในคราวเดียวกัน มันจะเกินเยอะไปหน่อยไหม

ซึ่งการอยู่ในสังคมนั้นบางทีคนเราจำเป็นต้องเห็นว่าเพื่อนร่วมงานของเรามีสังคมฐานะอย่างไรเขาใช้ของแบรนด์เนมราคาแพงเราก็ไม่จำเป็นต้องไปไขว่คว้าหาสิ่งเหล่านี้ตามเขา หันมาใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับฐานะของเราและรายได้ของเราจะได้ไม่ต้องการสร้างหนี้สร้างสินแล้วเราก็จะไม่มีวันจนจริงๆถึงเราจะไม่มีมากเท่าคนอื่นแต่ถ้าหากรู้จักใช้ไม่ฟุ่มเฟือยมั่นใจได้ว่าเราก็จะไม่มีความจน

โดยการใช้ชีวิตแบบพอเพียงนี่แหละจะเป็นการบ่มเพาะให้กลายเป็นนิสัยติดตัวจนเรานั้นไม่รู้สึกว่าขาดอะไรเมื่อไหร่เราได้อะไรมาเพิ่มมาจะเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆตรงข้ามกับการที่ใช้ชีวิตเกินเกินอยู่ตลอดเวลาเมื่อเรานั้นรู้สึกขาดอะไรบางอย่างไปก็จะรู้สึกแย่

และหลายครั้งเรามักจะได้ยินคำว่าใครไม่เคยจนมาก่อนก็คงยากที่จะรู้ว่าความจนมันน่ากลัวแค่ไหนและนี่เองก็เป็นที่มาของรุ่นปู่ย่าตายายของเราเพียงสั่งสอนลูกหลานอยู่เสมอแม้ว่าปัจจุบันใครหลายๆคนมันก็ต่อสู้จนกลายมาเป็นผู้คนที่ร่ำรวยแต่ก็ยังสอนให้ลูกหลานของตัวเองรู้จักใช้อย่างประหยัดไม่ฟุ่มเฟือยเป็นพื้นฐานจากนั้นก็ต้องรู้จักคิดในการต่อยอดเพื่อสร้างความก้าวหน้าในชีวิตของตัวเอง จึงเรียกได้ว่าหากคนเรารู้จักการใช้ชีวิตแบบคนจนหรือใช้จ่ายให้น้อยกว่าที่หามาได้คุณนั้นก็จะไม่มีวันจนอย่างแน่นอนแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ใช้เงินเกินกว่าที่หามาได้นั้นเรียกว่าการใช้เงินแบบคนรวยที่ไม่รวยคุณก็จะอยู่แบบจนจนและไม่มีวันรวยแบบคนอื่นเขา

เพราะถ้าหากเรามีรายได้แค่ร้อยแต่เราใช้ไป 120 แปลว่าเงินในอนาคตของเรา 20 บาทเราเอากลับมาใช้ซึ่งถ้าหากเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆดอกเบี้ยจากการใช้เงินอนาคตก็จะพ่อไปเรื่อยๆและแน่นอนว่ามันก็จะกลายเป็นหินนั่นเองและนี่ก็คือหลักการคิดเงินการใช้เงินแบบง่ายๆ ฉะนั้นเรามาคิดดูกันก่อนว่าพี่บอกว่าไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์คืออะไรคือหากเราทำตามคำพูดข้างต้นโดยไม่มองให้ลึกลงไปแล้วอาจจะไม่จนก็จริงแต่เราไม่สามารถที่จะรวยขึ้นได้เผลอแม้จะไม่จนแต่ก็จะค่อยๆแย่ลงไปเพราะถ้าหากเรามีเงินเท่าเดิมแต่เงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้นเราก็จะจนโดยโดยอัตโนมัติแต่ถ้าหากมองให้ลึกและเข้าใจความหมายของมันแล้วก็จะเข้าใจมากยิ่งขึ้น

การคิดอย่างคนรวยนั้นคิดอย่างไร

คนรวยมักจะไม่พึ่งโชคชะตาจะรู้อยู่เสมอว่าสิ่งที่เขาควรจะทำนั้นมีอะไรบ้างเขาจะมีการวางแผนและเตรียมพร้อมอยู่เสมอหาความรู้ฝึกทักษะทำจนชำนาญจนเก่งไม่รอคอยโอกาสถึงจังหวะก็ลงมือทำโอกาสเข้ามาก็จะไขว่คว้าเอาไว้ในทันทีและด้วยความพร้อมให้เขามีก็จะทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วโดยจะเห็นได้จากการนำแนวคิดประโยชน์เพียงแค่ประโยคเดียวสามารถนำมาใช้ทำให้ชีวิตของเรานั้นดีขึ้นได้ซึ่งได้อยู่ที่ว่าเราจะเลือกปฏิบัติไปตามแนวทางไหนมีวินัยและความมุ่งมานะขนาดไหนและจะทำได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่และสุดท้ายอยากจะบอกทุกคนว่า

การที่เราได้เรียนรู้และนำแนวคิดของใครมาปฏิบัตินั้นไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวยที่ประสบความสำเร็จหรือจะเป็นคนที่เคยล้มเหลวมาก่อนเราก็ต้องอย่าลืมว่าคนนั้นไม่ใช่เราและเราไม่สามารถเป็นเหมือนคนๆนั้นได้ 100% เรากับเขานั้นเป็นคนละคนกันแต่สิ่งที่เราอยากจะให้จำคือการนำแนวคิดเหล่านั้นมาพัฒนาความเป็นตัวเราปรับนู่นนั่นใส่นี่ลงไปให้เหมาะสมกับเราซึ่งน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสู่การเป็นคนที่สามารถประสบความสำเร็จในที่สุด

ฉะนั้นถึงแม้ว่าเราเป็นคนรุ่นใหม่ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่คนนิยมอย่างไรก็ตามก็รู้จักใช้ชีวิตให้มีสติมากที่สุดรู้จักฐานะของตัวเองใช้เท่าที่จำเป็นไม่จำเป็นต้องหรูหราเพียงแค่นี้คุณก็จะไม่มีความจน

ตำนานที่ยังมีลมหายใจ ‘ห้างสรรพสินค้าพาต้า’ หลายคนมีความทรงจำกับที่นี่

โดยในล่าสุดนี้ก็ได้มีข่าวหรือผ่านทางโลก Social Media ว่าในตอนนี้ห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้ากำลังเตรียมปิดกิจการครั้งหนึ่งหลังจากที่มีการตรวจสอบก็มีการพบว่าข่าวดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใดและทางห้างก็ออกมาแถลงการยืนยันเกือบจะทันทีว่าเรื่องราวเหล่านี้ไม่เป็นความจริงโดยในตอนนี้ทางห้างก็ยังเปิดให้บริการตามปกติทุกเวลาตั้งแต่ 10:00 นจนถึง 21:00 น

โดยกลุ่มลูกค้าของห้างพาต้าแห่งนี้มีทั้งกลุ่มลูกค้าประจำนะกลุ่มขาจรโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มาจะเดินทางเข้ามาใช้บริการอย่างเดียวนั่นแหละมีทราฟฟิกลูกค้าหมุนเวียนกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาทั้งในวันธรรมดาและวันหยุดนักขัตฤกษ์วันเสาร์อาทิตย์โดยเฉพาะในช่วงที่ห้างมีการจัด Event พิเศษหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นรายวันโดยมีพนักงานประจำเป็นส่วนบริษัทของห้างพาต้าปิ่นเกล้าจำกัดอยู่ที่ประมาณ 200 รายและนอกจากนี้ยังมีกลุ่มพนักงานขาย Ba Pa ประจำแผนกต่างๆอีกด้วย

โดยในปัจจุบันห้างพาต้าปิ่นเกล้าได้เปิดบริการทั้งสิ้นทั้ง 7 ชั้นภายใน 5 มีการวางแผนผังจำหน่ายสินค้าต่างๆอย่างชัดเจนชั้น 1 จะขายพวกเครื่องสำอางและใช้เป็นพื้นที่กิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าในรายการต่างๆชั้นที่ 2 เป็นแผนกสินค้าจิปาถะของเล่นของใช้ Lifestyle รองเท้าอุปกรณ์การกีฬาต่างๆชั้นที่ 3 เป็นแผนกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าร้านไอทีชั้นที่ 4 ส่วนหนึ่งได้แบ่งไว้เป็นสำนักงานจัดหางานกลับกรุงเทพฯที่ 6 และยังเป็นการเชื่อมเข้าสู่ไฮไลท์ของห้างพาต้าคือการขึ้นไปสวนสัตว์ยังอยู่คู่ข้างนี้มานานกว่า 4 ทศวรรษ

โดยทางนายคณิต เสริมศิริมงคล ผู้อำนวยการสวนสัตว์พาต้า ได้กล่าวไว้ว่าในปัจจุบันทางห้างพาต้ามีสัตว์ต่างๆที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษทางเจ้าหน้าที่ สัตวบาล ผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงพี่เลี้ยงดูแลน้องๆ ที่เรียกว่า Animal Trainer โดยสวนสัตว์แห่งนี้จะกินพื้นที่อยู่ในบริเวณชั้น 6-7 แบ่งออกเป็นกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานสัตว์หากินกลางคืนโดยฉันที่ 6 ชั้นที่ 7 จะเป็นดาดฟ้าจะเป็นกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์ปีกโดยมีแม่บัวน้อยลิงกอลิล่าอายุ 30 กว่าปีเป็นนางเอกประจำสวนสัตว์แห่งนี้มาอย่างยาวนานและยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนเข้ามาใช้บริการภายในห้างมาอย่างยาวนานอย่างต่อเนื่องด้วย

โดยถ้านับไปช่วง 30 20 ปีก่อนนี้ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ยืนหนึ่งในทางด้านฝั่งธนเป็นอย่างมากทั้งในเรื่องของทางด้านจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการบริการใหม่ๆอย่างแคมเปญการตลาดครึ่งวันครึ่งราคาที่สามารถเรียกลูกค้ามาลด 5 ได้แทบทุกครั้งและจัดกิจกรรมการตลาดในช่วงยุคสินค้าออนไลน์ยังไม่เกิดนั้นเองรวมถึงการเปิดสวนสัตว์ปิดที่ให้บริการโดยเอกชนแห่งแรกที่ห้างสรรพสินค้าพาต้าและยังเป็นที่แห่งเดียวในกรุงเทพฯอีกด้วย

น่าไปเที่ยว งานดอกไม้วังน้ำเขียว ชมดอกไม้งาม ที่ Flora Park (ฟลอร่าพาร์ค) เปิดสวนวันแรก 1 พ.ย. 62 นี้

โดยถ้าหากใครนั้นกำลังต้องการหาสถานที่ท่องเที่ยวเก๋ๆถ่ายรูปลงอินสตาแกรมสวยๆบอกเลยว่าวันนี้เราก็จะมาบอกสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือ สวนสวนภูมิพฤกษา อำเภอวังน้ำเขียว พี่อยู่ใกล้ๆนี่เองเด็กๆว่าเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลกถ้าหากใครได้ไปผมจะได้เพลิดเพลินกับดอกไม้นานาพรรณต้องการวิวทิวทัศน์ของภูเขาและสายน้ำ

โดยสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่โดยมีกลุ่มชาวเกษตรได้ร่วมมือการปรับปรุงภูมิทัศน์ปลูกต้นไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวหลากหลายชนิดหลากหลายสีสันจัดเป็นริ้วยาแถวลวดลายสวยงามมีทั้ง พิทูเนีย หงอนไก่ กุหลาบ ผีเสื้อ เทียนฝรั่ง เวอร์บีน่า สร้อยไก่ บานไม่รู้โรย บานชื่น ฮอลลี่ฮ๊อก เมื่อใครได้ไปสัมผัสรับรองว่ารูปที่ถ่ายออกมาเปรียบเสมือนอย่างกับไปอยู่ญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

โดยมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนๆไม่ว่าจะเป็น โซนไม้มงคล เช่น กัลปพฤกษ์, กาฬพฤกษ์, ราชพฤกษ์ ฯลฯ สวนดอกไม้เมืองหนาว เช่น เทียนฝรั่ง, ซัลเวีย, บานชื่น, พิทูเนีย, บีโกเนีย เป็นต้น และจะควบคุมอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสตลอดทั้งวัน ROSE PARK สวนกุหลาบ หลายร้อยสายพันธุ์ ทุ่งดอกเวอร์บีน่าร์ สวนในแนวตั้ง (Vertical Garden) สวนกล้วยไม้ Royal Orchid Paradise อุโมงค์ไม้ไผ่ยาว 90 เมตรปลูกพืชผักไม้เลื้อย

และนอกจากนี้ยังมีศูนย์การเรียนรู้การเกษตรมีการสาธิตปลูกผักออแกนิคไร่กาแฟชั้นเลิศและขาย Omega มากมายรวมยังมีร้าน OTOP ฟ้าประทานฟาร์มที่เลือกซื้อผลไม้ผักสดๆกลับบ้านกันอีกด้วย โดยจะเปิดบริการตั้งแต่ 8:00 นจนถึง 18:00 นสามารถสอบถามเบอร์โทรได้ที่ 089-812-8851 และ 081-372-8851 ส่วนค่าเข้าบริการจะอยู่ที่ราคา 150 บาทสำหรับผู้ใหญ่เด็กจะอยู่ที่ประมาณ 50 บาทส่วนผู้สูงอายุจะอยู่ 50 บาทแต่เด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 90 cm อยู่เข้าฟรี

ยกย่องครูสาว! ทิ้งความสุขสบายในเมือง มุ่งมั่นสอนหนังสือเด็กดอย ในถิ่นทุรกันดาร

โดยในวันนี้เราก็จะพาทุกท่านมาชมเรื่องราวดีๆของผู้สาวบนดอยกันที่เรียกได้ว่าตอนนี้เธอเป็นนางฟ้าสำหรับเด็กบนดอยซึ่งครูสาวคนนี้ก็คือครูอุ้มหรือนางสาว สุทธิลักษณ์ กันธิพันธ์ โดยเธอนั้นเป็นครูจิตอาสาที่มาสอนเด็กๆบนดอยแต่บอกเลยว่าในการเดินทางมาสอนแต่ละครั้งนั้นมันช่างยากลำบากสุดแต่เธอก็มุ่งมั่นที่จะเดินมาหาเด็กๆซึ่งเรื่องราวของเธอนั้นก็ได้ถูกแชร์บน Facebook ส่วนตัวที่มีชื่อว่า Suthiluck Kanthipan

โดยตัวเธอนั้นยอมละทิ้งความสบายอย่าพาตัวเองเดินทางมาอย่างยากลำบากเพื่อมาสอนเด็กๆบนดอย โดยตัวเธอเป็นครูที่โรงเรียนป่าเมี่ยงแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งครูปุ้มนั้นเป็นที่รักของคนในหมู่บ้านนอกจากเธอนั้นจะมีจิตใจดีกรีแล้วบอกเลยว่าดีทางด้านการศึกษานั้นไม่ธรรมดาอย่างมากก็ได้ตอนนี้เธอกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นปริญญาเอกเลยทีเดียว

จึงเรียกได้ว่าดีกรี ขนาดนี้ เธอนั้นสามารถไปสอนโรงเรียนใหญ่ๆตามหัวเมืองได้ สบายๆ แต่เธอก็เลือกที่จะเดินทางมาที่นี่ และอนาคตเธอต้องการที่จะมุ่งมั่นพัฒนาให้โรงเรียนในบนดอยแห่งนี้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นแม้ระยะทางกับโรงเรียนนั้นจะยากจนลำบากมากแค่ไหนแต่เธอก็สามารถเป็นสาวเด็กบนดอยได้สำเร็จทุกครั้งไปเคยยอมละทิ้งความสบายของตัวเองไม่แปลกเลยที่เธอนั้นจะกลายเป็นที่รักของเด็กบนดอยและชาวบ้าน

และนี่ก็คืออีกหนึ่งตัวอย่างของครูดีเด่น เป็นครูบุคคลตัวอย่างที่น่าเครพนับถือ และ มีความมุ่งมั่นในการเดินทางอย่างยากลำบากยอมสละตัวเองยอมทิ้งความสะดวกสบายของตัวเองเพื่อมาสร้างอนาคตให้กับเด็กบนดอยด้วยความตั้งมั่นและความตั้งใจในแบบฉบับของตัวเอง