แจกฟรี สูตรทำลูกชิ้นหมูเด้ง เนื้อนุ่ม แน่น ทำเองได้ ประหยัด สะอาดปลอดภัย เก็บได้นาน อร่อยด้วยมือเรา

วันนี้ขอนำเสนอวิธีทำ ลูกชิ้นหมูเด้ง อยากจะลวกกินเปล่าๆ เอาไปปิ้ง ใส่ต้มจืด ผัดกับข้าว หรือเอาไปใส่ในบะหมี่สำเร็จรูปก็อร่อย ดีกว่าไปซื้อเองอาจอารมณ์เสียกับลูกชิ้นผสมที่มีแต่แป้ง ตัดปัญหา! ทำรับประทานเองดีกว่า เริ่มกันเลย วัตถุดิบและส่วนผสม 1. หมูบด (แช่เย็นจัด) 1 กิโลกรัม 2. น้ำเย็นจัด 1 ถ้วย 3. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ 5. เกลือป่น 2 ช้อนชา 6. แป้งข้าวโพด 4 ช้อนโต๊ะ 7. พริกไทยขาวป่น 2 ช้อนโต๊ะ 8. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ 9. ผงฟู 10 กรัม วิธีทำ 1. ผสมน้ำเย็นจัดกับ น้ำปลา น้ำตาลทราย เกลือป่น แป้งข้าวโพด พริกไทย น้ำมันพืช ผงฟู คนให้เข้ากันเตรียมไว้ 2. ใส่เนื้อหมูบดลงในเครื่องปั่นอาหาร แล้วค่อยๆ

“กระทรวงพลังงาน” เปิดตัว “โซลาร์เซลล์ภาคประชาชน” รัฐพร้อมทั้งรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 1.68บาทต่อหน่วย ได้ 10 ปี !!

กระทรวงพลังงาน เตรียมเปิดรับจดทะเบียนโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน เดือน พ.ค. 2562 นี้ รวม 100 MW ขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าระบบได้ 10 ปี คาดว่าจะมีการติดตั้งประมาณ 10,000 - 20,000 ระบบ มูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี โดยนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง สามารถเชื่อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบไฟฟ้าของประเทศ และขายผลผลิตไฟฟ้าส่วนที่เหลือใช้ในบางเวลาเข้าสู่ระบบได้ ซึ่งนอกจากจะประหยัดค่าไฟฟ้าแล้ว ยังมีรายได้เสริมจากการขายไฟฟ้าส่วนที่เหลืออีกด้วย ทั้งนี้โครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ที่ กกพ. เปิดตัวในวันนี้ เป็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่ได้กำหนดหลักการโครงการนำร่องการรับจดทะเบียนเจ้าของบ้านและอาคารที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ ประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ต้องการติดตั้งแผงเซลล์ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้เอง สามารถเชื่อมกับระบบไฟฟ้าของประเทศ และขายผลผลิตไฟฟ้าส่วนเกินความต้องการใช้ เข้าสู่ระบบได้ ในขนาดการติดตั้งประมาณ 100 MW ต่อปี เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยคาดว่าจะเริ่มรับจดทะเบียนได้ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคมนี้

ภัยร้ายของบุหรี่กับเด็กเล็ก และอันตรายที่ลูกต้องเจอ หนักสุดเกิดภาวะตายเฉียบพลัน !!

บุหรี่นั้นไม่ดีกับทั้งคนสูบและคนทั่วไปที่สูดควันนั้นอยู่แล้ว เมื่อมีคนในบ้านสูบบุหรี่ คนในบ้านรวมถึงลูกจะได้รับควันบุหรี่ไปด้วย แม้ว่าจะได้ควันบุหรี่เพียง 30 นาที ก็จะมีคาร์บอนมอนอกไซต์ในเลือดเท่ากับคนที่สูบบุหรี่ 1 มวน อย่างนี้เค้าถึงเรียกว่าบุหรี่มือ 2 ยิ่งกับเด็กเล็กถ้าเจอควันบุหรี่ทุกวันคงไม่ดีแน่ แล้วลูก หรือเด็กเล็ก ที่สูดควันบุหรี่เข้าไปจะต้องเจอกับอันตรายอะไรบ้าง ไปดูกันเลย นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า การสูบบุหรี่ในบ้านที่มีทารกหรือเด็กเล็กอาศัยอยู่ด้วย จะทำให้เด็กหายใจเอาอากาศปนเปื้อนควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยของเด็กเพิ่มขึ้น เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ โรคเกี่ยวกับหูชั้นกลาง เป็นหวัดบ่อยขึ้น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กที่เป็นโรคหืดอยู่แล้วมีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ ตามมาอีกในอนาคต เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคหูอักเสบ โรคภูมิแพ้ ภาวะการตายของทารกเฉียบพลัน (SIDS-Sudden Infant Death Syndrome) และควันบุหรี่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต รวมทั้งควันบุหรี่ยังพัฒนาเป็นสารก่อมะเร็งในร่างกายมนุษย์ที่ได้อีกด้วย เนื่องจากในควันบุหรี่ประกอบด้วยสารเคมีมากกว่า 7,000 ชนิด และมีมากกว่า 60 ชนิดที่ทางการแพทย์ระบุว่า

สูตรเด็ด “หมูหวานสามชั้น” ชิ้นหนา คำโต วิธีทำง่าย ฟินยกครัว

วันนี้เราจะพาไปแนะนำอีกเมนูหมูสามชั้น สูตรอาหารไทยทำง่าย ๆ สูตรเด็ดเคล็ดลับ ใครไม่กลัวอ้วนจัดไป เอาให้ไขมันขึ้นกันไปข้างหนึ่ง แค่ชื่อเมนูก็น้ำลายไหลแล้ว เราไปดูวิธีทำกันเลย วัตถุดิบและเครื่องปรุง 1. น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ 2. หอมแดงซอย 5 หัว 3. หมูสามชั้น 300 กรัม 4. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ 5. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ 6. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ 7. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนโต๊ะ 8. น้ำเปล่า 1 ถ้วย 9. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม วิธีทำหมูหวาน 1. ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง ใส่น้ำมัน ตามด้วยหอมแดงซอยลงไปผัดให้หอม ไม่ต้องรอให้เหลืองมากนะคะ ใส่หมูสามชั้นลงไปได้เลย 2. ผัดหมูสามชั้นจนสีเปลี่ยนเป็นสีใสๆ เติมน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ซีอิ๊วดำ 3. ผัดให้ซอสเข้าเนื้อหมู จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไปให้พอท่วมหมูค่ะ แล้วใช้ไฟอ่อนในการตุ๋นเนื้อหมู หาฝามาปิดกระทะ เพื่อให้ความร้อนกระจายทั่วถึง

เผยสูตรลับเงินล้าน “ไก่ย่างวิเชียรบุรี” เนื้อนุ่มหนังกรอบ พร้อมสูตรน้ำจิ้มรสเด็ด 2 สูตร

“ไก่ย่าง” เป็นเมนูที่หากินได้ง่าย เรียกว่าเดินไปตามถนนหรือตรอกซอกซอยไหนก็มักจะเห็นไก่ย่างควันโขมงเปิดขายกันโดยทั่วไป หลายคนคงรู้จัก “ไก่ย่างวิเชียร” หรือ “ไก่ย่างวิเชียรบุรี” ของขึ้นชื่อของอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ความพิเศษของไก่ย่างวิเชียรบุรี คือ หนังไก่จะแห้งกรอบ ส่วนเนื้อจะนุ่ม กลิ่นหอม กินได้โดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็ได้ แต่ก็ยังมีน้ำจิ้มที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ คือ น้ำจิ้มมะขาม และน้ำจิ้มสูตรกระเทียมดอง ซึ่งเป็นสูตรของ จังหวัดเพชรบูรณ์ เรามาดูสูตรและขั้นตอนการทำกันเลย สูตรหมักไก่ย่างวิเชียรบุรี 1. ไก่ 1 ตัว ขนาดประมาณ 1 กิโลกรัม 2. ตะไคร้ 3 ต้น 3. กระเทียมไทย 20 กลีบ 4. รากผักชี 7 ราก 5. พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ 6. ใบเตย 2 ใบ 7. ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ 8. ซีอิ้วขาว 1-1/2 ช้อนโต๊ะ 9. หอมแดง

แพทย์ รพ.จุฬาฯ เตือนสารใน “ผงชูรส” ส่งผลเสียต่อร่างกาย

ผงชูรส เป็นของคู่บ้านคู่เมืองในครับกับเมนูอาหารไทยมาเนิ่นนาน โดยเฉพาะอาหารสตรีทฟู้ด หรือร้านอาหารข้างทาง ที่ว่าอร่อยๆ รสนัว ส่วนใหญ่มักมีการใส่ผงชูรสเพื่อให้ผู้บริโภค ทานแล้วรับรู้ถึงรสอร่อยจนติดลิ้น โดยผงชูรสได้จากการหมักกากน้ำตาลจากอ้อย หรือน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติ แต่ถ้าเราบริโภคมากจนเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรนั้น เรามีคำแนะนำมากฝาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลจาก ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่า ผงชูรสที่ใช้เป็นเครื่องปรุงในอาหาร มีสารเคมีที่มีชื่อเรียกว่า Monosodium Glutamate หรือ MSG ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ในผู้ที่ได้รับสารดังกล่าวบางราย ได้แก่ 1. กลุ่มอาการ เอ็มเอสจี (MSG Symptom Complex) ซึ่งจะเกิดขึ้น 1-14 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารที่มีผงชูรส โดยทีอาการปวดศีรษะ เจ็บกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดต้นคอ คลื่นไส้ เหงื่อแตก รู้สึกเสียวซ่านผิวหนัง หน้าแดง ใจสั่น และแน่นหน้าอด ในเด็กอาจมีอาการหนาวสั่น กระสับกระส่าย

กรมอนามัยโลกบอก ‘เบื่องาน เหนื่อย หมดแรง’ ไม่ใช่ขี้เกียจแต่เป็นภาวะหมดไฟ

ภาวะหมดไฟ (Burnout) เป็นหนึ่งในสัญญาณอันตรายที่ไม่ว่าใครก็ตามก็อาจเป็นได้ อาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น เครียดจากทำงาน ทำงานหนักเกินไป หรือไม่มีความสุขในงานที่ทำ ดำเนินชีวิตไปด้วยความตึงเครียด จะทำให้บุคคลนั้นรู้สึกว่าตัวเองหมดแรง ว่างเปล่า ไร้กำลังใจ รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถรับมือได้ และส่งผลให้ก่อเกิดความวิตกในใจ จนนำไปสู่ “ภาวะหมดไฟ” ในที่สุด "นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประชุมองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ โดยมติที่ประชุมพิจารณาให้จัดการภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ (Burnout) เป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาในทางการแพทย์เป็นครั้งแรกในคู่มือวินิจฉัยและจัดประเภทของโรคระหว่างประเทศ (ICD-11) เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยโรคและการประกันสุขภาพใหม่ทั่วโลก ซึ่งกรมควบคุมโรค จะได้หารือวางแผน เพื่อพิจารณาระบบเฝ้าระวังและบูรณาการกับกรมสุขภาพจิตในการควบคุมและป้องกันโรคต่อไปในอนาคต" ลักษณะอาการที่เข้าข่ายภาวะเมื่อยล้าหมดไฟที่เกิดขึ้นจากการทำงาน คือ 1. รู้สึกหมดไฟ เหนื่อยล้า พลังชีวิตหดหาย 2. มีความรู้สึกไม่อยากทำงาน ต้องการมีระยะห่างจากงานหรือมีทัศนคติเชิงลบต่องาน 3. ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งลักษณะอาการดังกล่าวเป็นผลมาจากความเครียดในการทำงานหรือการทำงานไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดการณ์ไว้ อาจทำให้เสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าสูงขึ้น ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน อาจเกิดจากปัญหาด้านสุขภาพจิตที่อยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สภาพแวดล้อมและการจัดการขององค์กร ทักษะและความสามารถของพนักงานในการจัดการปัญหาความไม่สมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว รวมทั้งการสนับสนุนขององค์กร ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและเป็นสาเหตุของอาการผิดปกติทางจิตหรือนำไปสู่การใช้แอลกอฮอล์หรือยาเสพติด การรังแกและการคุกคามทางจิตวิทยาเป็นสาเหตุของความเครียดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของคนงาน ส่งผลต่อปัญหาทั้งทางจิตใจและร่างกาย

เกลือสมุนไพร ลดเค็ม 25% ทางเลือกผู้ป่วยสารพัดโรค.!!

เกลือ เป็นอีกหนึ่งเครื่องปรุงที่อยู่คู่ครัวมานานแสนนาน เกลือให้รสชาติความเค็มที่มีเสน่ห์ เพียงหนึ่งหยิบมือ ก็สามารถเปลี่ยนรสชาติของอาหาร ให้กลมกล่อมได้ เกลือ ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นโดยตรง แต่มีต้นกำเนิดมาจากธรรมชาติ นำเข้าสู่กระบวนการผลิตให้เกิดความเหมาะสมในการนำมาใช้อย่างปลอดภัย แถมการนำมาใช้ยังให้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ และเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ หลายคนคุ้นชินกับเกลือผลึกสีขาวละเอียดๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเกลืออีกประเภทที่ลดเค็มได้ถึง 25% นั้นก็คือ เกลือสมุนไพร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยสารพัดโรค เป็นอย่างไรไปดูกันเลย น.ส.ชุษณา เมฆโหรา หัวหน้านักวิจัย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร เผยว่า ด้วยปัจจุบันการบริโภคโซเดียมหรือความเค็ม เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไตวาย โรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง ฯลฯ รวมทั้งก่อให้เกิด “พฤติกรรมติดเค็ม” ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนไทยทุกวันนี้

น้อยคนที่จะรู้ เผยเทคนิคประหยัดเงินค่าไฟฟ้าในการใช้แอร์โดยวิศวกรไทย

บอกเลยว่าในตอนนี้อยู่หน้าร้อนกันอย่างเต็มที่แน่นอนและค่าไฟก็ขึ้นตามประสาหน้าร้อนซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่หน้าร้านคนส่วนใหญ่ก็จะหันไปพึ่งห้องแอร์จะเสียมากกว่าและแน่นอนว่าเมื่อใช้เงินเป็นจำนวนมากค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มมากขึ้นชอบเวลาจนทำให้หลายคนนั้นต่างต้องกุมขมับกับค่าใช้จ่ายแต่จะให้ทนร้อนก็ไม่สามารถทำได้ และในวันนี้ทางทีมงานก็จะมีวิธีประหยัดแอร์ให้ได้ถึงปีละประมาณ 12,500 บาท ต่อห้องกันซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นลองมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะทำได้อย่างไรคิดง่ายๆตามนี้เลย ซึ่งุถ้าหากมีแอร์ขนาด 1 ตัน โดยแอร์ขนาดนี้จะต้องการไฟฟ้าประมาณ 1500 วัตต์ และ ถ้าหากเปิดวันละ 8-10 ชม. ก็จะต้องเสียค่าไฟ 3.5 บาทต่อหน่วย ซึ่งเท่ากับว่าจะเสียค่าไฟปีละ ประมาณ 19,000 บาท โดยประมาณ แต่ถ้าหากบ้านไหนมีแอร์จะตัดตัวมันเองได้ แอร์ก็จะจำเป็นต้องทำงานอยู่ (แล้วแต่ระดับการตั้ง) ดังนั้น ค่าไฟจะตกประมาณปีละ 15,000 บาท โดยประมาณนั้นเอง ซึ่งวิธีการประหยัดค่าไฟบอกเลยว่าง่ายมากเพราะได้มีวิศกรเครื่องกลไทยมาแนะนำ โดยปกติแล้ว ทุกคนจะตั้งอุณหภูมิแอร์อยู่ที่ 25 องศา โดยจะมีความชื้นสัมพัทธ์ที่ 50% แต่ทว่าประเทศไทยนั้นควรจะกำหนดที่ 27 องศา และใช้ความชื้น ที่ 70 เพียงแค่นี้ ก็จะสามารถลดค่าแอร์จาก 15,000 บาท เหลือ

‘ชายผ้าถุงของแม่’ ของขลังที่ไม่ต้องปลุกเสก สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นมงคลต่อชีวิต

ซึ่งตามพระพุทธศาสนาและพ่อแม่คือพระพุทธที่ประเสริฐที่สุดในบ้านถ้าหากเปรียบได้นั้นพ่อแม่ก็เหมือนพระในบ้านซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้บูชาสำหรับลูกๆเป็นผู้ที่มีประเสริฐที่ยอมทำทุกอย่างด้วยความรักและปรารถนาดีจากนั้นพ่อแม่ถือเป็นพระองค์แรกที่ลูกควรจะยกมือไหว้บูชาด้วยความเต็มใจอย่างแท้จริง ทุกคนเคยสังเกต ? ไหมว่าในสมัยก่อนนั้นก่อนที่ชายแท้จะออกไปรบในสมัยโบราณ ซึ่งในสมัยนั้นจะมีความเชื่อว่าถ้าหากขอเศษผ้าถุงแม่หรือชานหมากของพ่อมาติดตัวได้สิ่ง 2 อย่างนี้จะคุ้มครองไทยและนี่ก็คือสองสิ่งที่ถือเป็นเครื่องรางที่ดีเป็นตัวแทนของพ่อและแม่อย่างเช่นในยุคปัจจุบันก็ยังมีความเชื่อถือเศษผ้าถุงแม่ที่สามารถช่วยป้องกันภัยต่างๆได้ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่จำเป็นต้องปลุกเสกแต่อย่างใดและไม่ต้องไปหาที่อื่นที่ไหนไกลหาได้ข้างๆตัวเรานี่เองและสิ่งเหล่านี้ก็สามารถสร้างปฏิหารหลายๆอย่างขึ้นมาอย่างเช่นดังเรื่องของพ่อครูศิริพงศ์ คุรุภัณฑ์กิจ ที่ได้เล่าไว้เมื่อปี 2553 ที่ได้มีการเล่าไว้ว่า… “เราพร่ำสอนลูกทุกคนเสมอให้กระทำกตเวทิตาแก่พระในบ้านให้มากๆ เราเตือนลูกทุกคนให้หยุดแสวงหาพระดีอาจารย์ขลังนอกบ้านเพราะพระที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด สูงที่สุดมีพรอันเป็นมงคลที่ประสาทครั้งใด ก็นำความสำเร็จสมปรารถนาอย่างมั่นคงให้ลูกทุกคนโดยมิได้หวังลาภสักการะ สินจ้าง รางวัล จากผู้บูชาคือลูกเลย ใจของพ่อใจของแม่มีแต่ตั้งความหวังให้ลูกมีความสุขความสำเร็จในการดำเนินชีวิต ซึ่งท่านก็ได้เอาตัวอย่างของผู้ที่เป็นบูชาพระแม่แล้วจะประสบความสำเร็จรุ่งเรืองแม้มาจากต่างแดนห่างไกลก็จะมีคนคอยต้อนรับอย่างอบอุ่นพบกับสังคมที่ดีและได้รับความช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ โดยยังมีอีกหนึ่งเรื่องราวของหนุ่มที่ได้เรียนจบระดับปริญญาตรีเอกบรรณารักษ์โดยเขานั้นเป็นเด็กที่มีอัธยาศัยอัธยาศัยดีเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและครอบครัวอีกทั้งยังสามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานด่วนสามารถเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าห้องของปลัดกระทรวงได้เป็นที่สำเร็จ แถวนั้นยังมีนิสัยขยันและ ในวันหยุดก็จะเปิดท้ายขายของทำงานไม่เคยหยุดเพื่อหารายได้โดยตลอดแต่ด้วยความที่ชอบค้าขายบวกกับมีผู้คนมากมายติดต่อให้เป็นผู้จัดการร้านอาหารทั้งไทยและในต่างประเทศหนูรายนี้ก็ได้ตัดสินใจออกจากราชการและไปเป็นผู้จัดการร้านอาหารที่ต่างประเทศในทันที โดยนัยก่อนที่เขาจะเดินทางนั้นเขาได้เข้าไปหาแม่แล้วให้แม่ช่วยอวยพรให้ประสบความสำเร็จโดยการขอเอาชายผ้าถุงแม่ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่ระลึกเอาไปด้วยจากนั้นก็ไปทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร้านซึ่งเขานั้นทำได้เพียงแค่ปีเศษก็มีคนเสนอขายกิจการให้กับเขาทันที ซึ่งเขาก็ตกลงซื้อและวางแผนจัดการร้านอาหารของตัวเองอีกทั้งยังมีอบรมกิริยามารยาทให้กับพนักงานต้อนรับของร้าน จนกระทั้งสามารถประสบความสำเร็จได้เพียงเวลาแค่ 3 ปีเท่านั้นอีกทั้งยังสามารถส่งเงินมาให้แม่ได้อีกด้วยและปลูกบ้านหลังใหญ่ให้กับแม่และยังสร้างบ้านที่อเมริกาอีกด้วย ปัจจุบันภรรยาที่เมืองไทยเสียชีวิตด้วยโรคร้ายเขามีภรรยาใหม่ที่ต่างแดน อาชีพภรรยาก็มั่นคง เขาได้รับสิทธิ์เป็นคนอเมริกันอย่างง่ายดาย ไม่ต้องจ้างใครรับรอง ไม่ต้องอยู่อย่างหลบเลี่ยง จะคิดทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ แม่ที่อยู่เมืองไทยก็มีความสุขจากการส่งเสียดูแลเป็นอย่างดีจากเขา ซึ่งชายคนนี้ถ้าเขาคิดจะทำอะไรเขาก็จะคิดถึง กุศลอันใดก็จะนึกถึงแม่ก่อนเสมอและคอยดูแลและให้เงินแม่ไม่ขาดมือ แม่ผู้รับเงินแทนคุณจากลูก ก็จะคอยทำบุญตักบาตรสร้างบุญสร้างกุศลให้ลูกในทุกๆ วัน และยังคอยอธิษฐานให้ลูกนั้นเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จ จนเป็นที่เมตตารักใคร่ของคนทั่ว ไปปราศจากอุปสรรคภยันตรายใดๆ ทั้งปวง

รู้ขั้นตอนก่อนไป จะได้ไม่เสียเที่ยว เกณฑ์ใหม่สอบใบขับขี่ 2562

ซึ่งในปีนี้เข้าสู่ปี 2562 แล้วแน่นอนว่ามีใครหลายคนคิดอยากจะทำใบขับขี่กันแต่ใครหลายคนอาจจะยังไม่ลุกลำดับขั้นตอนของการสอบใบขับขี่ในปี 2562 นี้โดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็อยากจะพาทุกคนมาดูขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถยนต์ 2562 ให้รู้กันเสียก่อนเพื่อลดอาการเบื่อสนามเพื่อให้คุณทราบว่าจะเจออะไรบ้างซึ่งจะมีช่องทางอะไรบ้างนั้นลองไปดูกันเลย โดยในครั้งแรกสามารถไปติดต่อสอบถามได้ที่กรมขนส่งในบริเวณกรุงเทพและปริมณฑลซึ่งมี 5 พื้นที่อันได้แก่ … 1.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร) ติดต่อหมายเลข 0-2271-8888 ต่อ 4201-4 หรือสอบถาม 1584 2.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 (ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล) ติดต่อหมายเลข ติดต่อหมายเลข 0-2415-7337 ต่อ 204-205 3.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 (ถนนสวนผัก ตลิ่งชัน) ติดต่อหมายเลข 0-2433-4773 4.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 (ถนนสุขุมวิท ตรงข้ามซอยสุขุมวิท 62/1) ติดต่อหมายเลข 0-2333-0035 5.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 4 (ถนนสุวินทวงศ์ หนองจอก) ติดต่อหมายเลข 0-2543-5512 สำหรับผู้ที่จะไปในส่วนจังหวัดแต่ละภูมิภาคนั้นก็สามารถติดต่อและเช็คไปที่เบอร์โทร หรือติดต่อไปยังเว็บไซต์ dlt.go.th กันได้เลย เอกสารที่ต้องเตรียม - บัตรประชาชนตัวจริง - สำเนาบัตรประชาชน

ทำกินเอง 30 อาหารคลีน เพื่อสุขภาพ เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก

บอกเลยว่าในช่วงนี้กระแสที่รับสุขภาพนั้นกำลังมาแรงเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่แปลกที่มีคนนั้นหันมาสนใจในการรับประทานอาหารคลีนกันมากขึ้นบ้างก็รับประทานเพื่อให้รูปร่างนั้นดูดีขึ้น เพราะว่าการออกกำลังกายนั้นก็ไม่ใช่หนทางเดียวในการที่จะทำให้เป้าหมายของตัวเองเป็นดั่งฝัน ซึ่งอาหารนั้นก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน ฉะนั้นบางคนนั้นจึงจะระมัดระวังในเรื่องการรับประทานอาหารเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ตัวเองนั้นกลับมาอ้วนเหมือนเดิม แต่ทว่าการทําอาหารคลีนนั้นบางคนก็บอกว่าทำยากเพราะตัวเลือกที่รับประทานนั้นน้อยเหลือเกินบางครั้งก็เบื่อที่จะต้องทานอะไรจำเจนอกจากขนมปังทูน่าหรือไข่หรืออกไก่แต่บอกเลยว่าต่อไปนี้จะไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว เพราะในวันนี้ทางทีมงานนั้นจะพาทุกคนนั้นมาลองดูสูตรการทำอาหารคลีนในแบบต่างๆซึ่งมีให้ถึง 30 เมนูด้วยเช่นกันเลยทุกคนนั้นสามารถอ่านและนำไปปรับปรุงให้ได้ตามรสชาติเล็กๆน้อยๆที่ตัวเองชอบจะมีอาหารแบบไหนบ้างนั้นบอกเลยว่าน่ากินทุกอย่างลองไปชมกันได้เลย 1.สเต็กหมู โดยใช้เนื้อหมูในส่วนที่ไรมันนำมาย่างสุขในกระทะ โดยไม่ต้องใช้น้ำมันจากน่ากินคู่กับผักต้มอย่าง บล็อกโคลี่ ข้าวโพด ถั่วลันเตา ฟักทอง ราดซอสสักเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความอร่อย 2.ปลานึ่งซีอิ๊ว เพียงแค่นำปลามานึ่งกับซีอิ๊วซึ่งบอกเลยว่าเป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำสามารถกินคู่กับผักสดหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ได้ 3.คุกกี้กล้วยน้ำว้าข้าวโอ๊ต ซึ่งกล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายมีรสชาติหอมหวานสามารถนำมาทำขนมได้อย่างคุกกี้ถือว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการรับประทานขนมแต่ก็อยากจะดูแลร่างกายของตัวเอง 4.โจ๊กข้าวโอ๊ตไข่ขาว ซื้อบอกเลยว่าข้าวโอ๊ตนั้นมีโปรตีนสูงและมีวิตามินกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมากอีกทั้งยังมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยนำมาทำเข้าโจ๊กเพิ่มไข่ขาวลงไปก็สามารถได้เมนูสุขภาพไว้ทานตอนเช้าได้หรือทานในมื้อค่ำมื้อดึกก็ได้ 5.หมูย่างเกาหลีไร้มัน โดยเปลี่ยนจากหมูสามชั้นมาเป็นเนื้อหมูล้วนเปลี่ยนจากการย่างมาเป็นการอบและกินคู่กับผักสดเพียงแค่นี้ก็อร่อยแล้ว 6.ข้าวผัดธัญพืช 5 สี กินคู่กับ หมูอบ นำเข้ากล้องหรือข้าวต่างๆมาใส่ธัญพืชที่มีสีสันลงไป ซึ่งบอกเลยว่า มีทั้งโปรตีนคาร์โบไฮเดรตและวิตามิน อีกทั้งยังมีการเพิ่มรสชาติด้วยหมูอบเบรกแตก ซึ่งบอกเลยว่าจะอร่อยมากกว่าเดิม อีกทั้งยังได้สุขภาพมากกว่าเดิมอีกด้วย 7.แกงส้มปลาทูน่า แกงส้มเปลี่ยนจากแกงส้มธรรมดานั้นนำมาใส่ผักที่มีประโยชน์มากขึ้นและใช้เนื้อปลาทูน่าแทนเนื้อสัตว์ต่างๆซึ่งบอกเลยว่ามีคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเป็นอย่างมากแถมยังอร่อยอีกด้วย 8.ทอดมันย่าง มันก็คือทอดมันดีๆแต่เปลี่ยนจากการทอดมาเป็นการย่างสุกแทนซึ่งบอกเลยว่าเนื้อสัมผัสจะดูแห้งๆแต่ก็มีรสชาติที่ไม่ขาดตกบกพร่องด้วยเช่นกันโดยการทำเนื้องั้นก็ใช้ได้ทั้งเนื้อปลาและส่วนผสมของผักต่างๆ ที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย 9.แซนวิชอกไก่ ไส้ขนมปังโฮลวีทใส่ไส้แซนวิชด้วยผักที่ชอบและตามด้วยอกไก่ 3 ที่นำไปสุขด้วยการต้มหรือการจ้างจากนั้นก็โปะด้วยชีส 10.เกี๊ยวอกไก่ โดยการนับอกไก่มาหมักไก่กระเทียมพริกไทยรากผักชีซีอิ๊วขาวเล็กน้อยจากนั้นก็นำแป้งห่อเกี๊ยวมาห่อและนำไปต้มใส่ผักตามใจชอบเพียงเท่านี้ก็ได้เกี่ยวอกไก่มารับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อยแล้ว 11. ไข่ตุ๋นใส่ผักปลาทู เป็นวิธีที่ง่ายแสนง่ายเพียงแค่นำไข่มาตอกใส่ชามและใส่ผักใส่ซีอิ๊วขาวน้ำปลาน้ำเปล่าเส้นเล็กน้อยจากนั้นตีให้เข้ากันแล้วนำไปตุ๋นกินคู่กับปลาทูนึ่งก็บอกเลยว่าอร่อยไม่น้อย 12.ข้าวกล้องอบไก่ย่างและผัก ซื้อบอกเลยว่าเป็นเมนูแคลอรี่ต่ำอีกแน่นอนอีกทั้งยังทำได้ง่ายแสนง่ายเพียงแค่หน้าอกไก่มาหมักตามใจชอบและนำมาย่างใส่ตู้กินคู่กับข้าวกล้องกับผักคุณนะประโยชน์นั้นเต็มที่ 13. ปลานึ่งกับผักต้ม เป็นเมนูที่ไว้รับประทานตอนเย็นเหมาะเป็นอย่างมากเพราะสามารถควบคุมอาหารน้ำหนักได้เป็นอย่างดีทานคู่กับผักหลายชนิดตามใจชอบเสือคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดถือว่าเป็นเมนูอาหารคลีนที่มีรสชาติอร่อยเป็นอย่างมาก 14.ยําไข่ดาวผักแกล้ม วิธีการทำแผลง่ายแสนง่ายเพียงแค่ทอดไข่ดาวน้ำประมาณ 1-2 กจากนั้นก็นำมาหั่นเป็นเต่าพอดีคำปรุงน้ำด้วยน้ำยำตามใจชอบกินคู่กับผักหลายชนิดซึ่งจะกินเล่นก็ได้หรือจะทานคู่กับข้าวกล้องก็ได้อร่อยไม่แพ้กัน 15. กระเพราเต้าหู้ผักแกล้ม ลองทำกระเพราแทนการใส่เนื้อสัตว์โดยใช้เต้าหู้มาทำดูบ้างมีการปรุงรสชาติตามพอใจและใส่ใบกระเพราเพื่อเพิ่มความหอมทานคู่กับข้าวกล้องหรือไรซ์เบอรี่ร้อนๆก็อร่อยเป็นอย่างมาก 16.ต้มจืดลูกชิ้นอกไก่กับอกไก่ย่าง ถึงบอกไงว่าเมนูนี้สามารถได้โปรตีนแบบเน้นๆสามารถเอาอกไก่แห้งๆมารับประทานคู่กับผักได้ตามใจชอบอีกทั้งยังมีน้ำแกงจืดไว้ซดให้คล่องคออีกด้วยโดยใส่อกไก่เป็นเนื้อหมูก็บอกเลยว่าเพิ่มโปรตีนได้เป็นอย่างมาก 17.ส้มตำ เป็นเมนูแซ่บที่บอกเลยว่าสามารถนำมาทำอาหารกินได้ด้วยเช่นกันสามารถทำส้มตำโดยไม่ใส่น้ำตาลได้เชื่อว่าแค่มีน้ำปลาร้าก็ทำให้ทุกอย่างอร่อยอีกทั้งมีเป็นเมนูที่มีคุณค่าทางสารอาหารครบ 5 หมู่ด้วย 18.สุกี้ผักรวม

สูตรไอศกรีมทำเอง แค่มีตู้เย็นก็ทำได้ ทำกินคลายร้อน ทำขายรวยได้เลย

ซึ่งบอกเลยว่าในตอนนี้เข้าสู่ซัมเมอร์กันอย่างเต็มที่ และอากาศที่ร้อนอบอ้าวอย่างนี้แน่นอนว่าใครหลายคนนั้นก็ต้องการให้ร่างกายปะทะความเย็น ไม่ว่าจะเป็นลมหรืออาหารต่างๆและสิ่งที่ดีที่สุดในการหาของกินเข้าปากเพื่อเพิ่มความสดชื่นนั้นก็ไม่พ้นในเรื่องของไอศครีมแน่นอนกันใช่ไหมล่ะคะ แน่นอนว่า ไอศครีมนั้นถือเป็นขนมหวานที่สามารถทำให้ร่างกายของเราคลายร้อนได้เป็นอย่างดีและในช่วงอากาศนี้ยิ่งถ้าหากทำมาขายรับรองว่าขายดีเป็นอย่างมากโดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนนั้นมาชมไอศครีมที่สามารถทำกินเองที่บ้านก็ได้อีกทั้งยังสามารถมาทำขายได้อีกด้วยซึ่งมีการแปรรูปจากผลไม้ที่กินไม่หมดนำมาทำเป็นไอศกรีมก็ได้โดยจะมีสูตรไหนอะไรบ้างนั้นลองมาดูกันเลย 1.ไอศครีมรสส้ม ส่วนผสม -น้ำตาลทราย 360 กรัม -น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง -น้ำส้มคั้น 1/2 ถ้วยตวง -น้ำมะนาว 1/3 ถ้วยตวง -วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง ขั้นตอนในการทำ ขั้นตอนที่ 1 ทำการละลายน้ำตาลทรายโดยการผสมกับน้ำและนำเข้าไมโครเวฟไว้ 3 นาทีจากนั้นนำคนให้เข้ากัน ขั้นตอนที่ 2 พักให้น้ำตาลเย็นลงจากนั้นก็เติมน้ำส้มน้ำมะนาวลดวิปปิ้งครีมลงไปให้เข้ากัน ขั้นตอนที่ 3 ทำการแพ็คใส่กล่องพลาสติกและแช่ทิ้งไว้ในช่องฟรีซ 2 ชั่วโมงจากนั้นก็นำไอศครีมออกมากวนเพื่อนมาให้ไอศครีมเป็นเกล็ดน้ำแข็งโดยมีการเอาออกมากวนทุก 2 ชั่วโมงเพื่อความเนียนของไอศครีม 2.ไอศครีมรสชาเขียว ส่วนผสม -วิปปิ้งครีม 200 มิลลิลิตร -น้ำตาลทราย 80 กรัม -ไข่แดง 4 ฟอง -ผงมัทฉะ 36 กรัม -น้ำอุ่น 45 มิลลิลิตร ขั้นตอนในการทำ ขั้นตอนที่ 1 ทำการผสมชาเขียวในน้ำอุ่นเพื่อให้ผงชาเขียวละลาย ขั้นตอนที่ 2 แบ่งใส่น้ำตาลในเครื่องแรกปีกับไข่แดงชมพูและใส่ชาเขียวลงไปผสม ขั้นตอนที่ 3 ทำการตีน้ำตาลส่วนที่สอนกับวิปปิ้งครีมให้ตั้งยอดและเทลงไปกับส่วนผสมในข้อ 2 จากนั้นก็คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ขั้นตอนที่ 4 ทำการเทส่วนผสมในกล่องและนำไปแช่ฟิตและเอาออกมาคนในทุกๆ 40

พระอัจฉริยภาพ! ‘ยกน้ำข้ามถนน’ แห่งเดียวในประเทศไทย จากพระราชดำริของในหลวง ร.9

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นไปชมสะพานน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งสะพานน้ำแห่งนี้นั้นเป็นโครงการที่เกิดจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 ที่ได้มีการแก้ไขปัญหาในเรื่องของน้ำท่วมในบริเวณชานเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ อีกทั้งยังแก้ไขปัญหาเรื่องการจราจรซึ่งมีประโยชน์มหาศาลกับประเทศชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งสะพานแห่งนี้นั้นเป็นสะพานน้ำที่มีระดับความสูงและยาวมากที่สุดแห่งแรกของประเทศไทยอีกทั้งยังได้ถูกสร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยสร้างขึ้นเมื่อปีประมาณ 2546 โดยพระองค์นั้นได้ทรงพระราชทานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสามารถแก้ไขปัญหาพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทางด้านฝั่งตะวันออกตอนล่างโดยเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำต่ำและเป็นพื้นที่แอ่งกระทะจึงทำให้มีฝนตกทีไรก็จะกลายเป็นพื้นที่รับน้ำอีกทั้งยังมีการระบายน้ำอ่าวไทยได้ไม่ทันและยากมาก โดยสะพานน้ำแห่งนี้นั้นมีความยาวมากกว่า 10 กิโลเมตร โดยมีลักษณะคล้ายกับคลองระบายน้ำแต่ถูกสร้างผลิตภัณฑ์สูงจากถนนสุขุมวิทประมาณ 6 เมตร ซึ่งเป็นรูปตัวยูข้ามซอยคลองทะเลและถนนสุขุมวิทมา โดยในช่วงอุทกภัยในปี 2554 โครงการนี้ถือเป็นจุดหลักที่สามารถช่วยระบายน้ำได้มากถึง 560 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือเทียบเท่ากว่าครึ่งนึงของป่าเขื่อนชลสิทธิ์เลยทีเดียว วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ก็จะมีดังนี้ 1.เป็นคลองระบายน้ำสายหลักของพื้นที่บริเวณโดยรอบสนามบินซึ่งจะเป็นการเร่งระบายน้ำจากลำคลองสำโรงไปยังชายทะเลเพื่อสูบระบายออกสู่ทะเลโดยตรงและสามารถลดภาวะน้ำท่วมและความเสียหายจากอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.สามารถติดตามสภาพน้ำได้อย่างหลากหลายและมีการทำงานของเครื่องสูบในการบริหารจัดการได้อย่างหลากหลายทางระบบรูปแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง 3.เป็นถนนเชื่อมโยงถนนสุขุมวิทและเทพารักษ์และถนนบางนาตราดทำให้สามารถช่วยลดปัญหาจราจรของจังหวัดสมุทรปราการได้เป็นอย่างดีโดยในปัจจุบันนั้นมีปัญหาค่อนข้างเป็นอย่างมากและจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อสนามบินสุวรรณภูมิเปิดดำเนินการนั้นเอง 4.สามารถใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำได้ไว้บางส่วนสำหรับการทำเกษตรหรือกิจกรรมอื่นในบริเวณใกล้เคียง 5.ช่วยเสริมการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและระบบนิเวศของสมุทรปราการใต้ โดยในการทำงานของสะพานนั้นยกระดับนั้นจะมีอาคารสะพานน้ํายกระดับและอาคารทิ้งน้ำซึ่งจะเป็นอาคารรับน้ำจากสถานีสูบน้ำโดยมีการยกระดับน้ำไหลเข้าไปตามสะพานในอัตราการไหล 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีซึ่งจะสามารถข้ามคลองชายทะเลและถนนสุขุมวิทให้ไหลลงสู่ทะเลได้โดยตรงและเป็นอาคารคอนกรีตคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีการยกระดับสูงอีกทั้งยังเป็นรูปตัวยูทองกว้างขนาด 25 เซนติเมตรและมีกำแพงสูงข้างละ 3.15 เมตรสูงจากถนนสุขุมวิท 6 เมตร ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำโครงการนี้นั่นก็คือ 1.สามารถลดพื้นที่น้ำท่วมลงได้ถึง 140 ตารางกิโลเมตรและช่วยลดความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมขังอีกทั้งยังสามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นได้อย่างฉับพลัน 2.ช่วยลดปัญหาจราจรบริเวณพื้นที่โครงการและจังหวัดสมุทรปราการได้เป็นอย่างดี 3.เป็นแหล่งน้ำจืดที่ถูกสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งได้เพื่อเกษตรกรประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร 4.สามารถบริหารจัดการน้ำอย่างหลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฉะนั้นจึงเรียกว่าสะพานน้ำแห่งนี้ถูกสร้างมาเพื่อประชาชนชาวไทยโดยแท้เพราะสะพานน้ำแห่งนี้นั้นสามารถมีประสิทธิภาพในการระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยได้มากขึ้นอีกทั้งยังมีการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้งและอีกด้วย

จากเจ๊หมวยเยาวราช สู่มาดามรถถัง ส่งขายกว่า 37 ประเทศ จนทั่วโลกยอมรับ

ซึ่งใครจะทราบไหมว่าประเทศไทยนั้นก็ได้มีการส่งออกรถถามมากกว่า 37 ประเทศ โดยเจ้าของที่สามารถส่งรถถังออกไปกลายเป็นธุรกิจส่งออกในประเทศไทยที่ใหญ่ได้นั่นก็คือคุณ นพรัตน์ กุลหิรัญ ซึ่งเธอนั้นเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด โดยมีการผลิตชิ้นส่วนยางติดเหล็กและข้อสายพานให้กับกองทัพไทยและต่างประเทศโดยโรงงานของเธอนั้นมีพื้นที่ในการทำอยู่ที่ประมาณ 140,000 ตารางเมตรซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดปทุมธานี โดยในพื้นที่แห่งนี้ก็มีโรงงานถึง 26 หลังด้วยกัน แต่กว่าที่เธอจะมาถึงจุดนี้นั้นก็ต้องผ่าตัดอะไรมากมายโดยตัวเธอนั้นเป็นคนจีนที่มีสัญชาติไทย ที่ได้อพยพมายังประเทศไทยโดยตัวเธอเป็นลูกสาวคนที่ 7 ของครอบครัวซึ่งครอบครัวของเธอมีพี่น้องประมาณ 12 คนโดยเธอจะอาศัยอยู่ในบริเวณศาลเจ้าเชียงกงย่านเยาวราชจังหวัดกรุงเทพมหานครโดยในวัยเด็กของเธอนั้นที่บ้านของเธอในสมัยก่อนเป็นธุรกิจค้าโรงเหล็กและซื้อเครื่องยนต์เก่าโดยมีภายใต้ชื่อร้านว่าตั้งชุนฮวด ซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้มีการสืบทอดมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ที่ได้มีการข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2400 ซึ่งคุณนพรัตน์นั้นเธอก็กลายเป็นเด็กที่อยู่อาศัยกับเหล็กมาโดยตลอดและรู้จัก เหล็กที่เป็นอาชีพของคุณพ่อเป็นอย่างดีและเธอนั้นคอยมักจะช่วยเหลือคุณพ่ออยู่เสมอเพราะคุณพ่อของเธอมีปัญหาในเรื่องของการติดอ่างมักจะพลาดโอกาสดีๆทุกครั้งเวลาที่มีการประมูลเด็กบริเวณคลองถมจึงทำให้คุณนพรัตน์ที่มีอายุวัย 50 ขวบต้องเข้าช่วยเหลือคุณพ่ออยู่เสมอโดยตัวเธอนั้นจะมีการประกวดแข่งประมูลแทนพ่อของเธอเพื่อจะช่วยคุณพ่อของเธอในการหางานซึ่งในตั้งแต่เด็กนั้นเธอมักจะถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กว่าถึงแม้เป็นผู้หญิงก็ต้องทำทุกอย่างให้เป็นอย่าให้ใครดูถูกโดยตัวเธอนั้นก็มีการยึดมั่นคำเหล่านี้และออกลงแข่งขันคุณพ่อตั้งแต่วัยเด็กมาเรื่อยๆ โดยคุณนพรัตน์นั้นก็จะคอยช่วยเหลือคุณพ่อและยังทีมแข่งขันเอากล่องเหล็กเพื่อสร้างรายได้ให้กับคุณพ่ออยู่เสมอและคอยบอกคนอื่นว่าให้โอกาสให้คุณพ่อของตัวเองพูดบ้างซึ่งสิ่งที่เธอทำนั้นก็ทำให้เธอได้สั่งสมประสบการณ์ต่างๆและคลุกคลีอยู่ในวงการเหล็กมาตลอด ซึ่งเธอก็จะรู้จัก เหล็ก ตั้งแต่กระบวนการทำความสะอาดจนถึงกระทั่งดัดแปลง เลยก็ว่าได้แม้กระทั่งการประมูลเธอนั้นก็เป็นคนเข้าไปประมูลด้วยตัวเองซึ่งตัวเธอนั้นใครๆก็มักจะทักเธอว่าเธอเป็นคนพูดเก่งและเวลาเธอมางานประมูลทีไรก็จะมีคนคอยเอ็นดูเธออยู่เสมอเอาของกินมาให้เพราะเธอมักจะคอยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟถ้าให้กับคนที่มาประมูลซึ่งเวลาที่เธออยากได้กล่องเหล็กตรงไหนก็จะขอได้อยู่เสมอจึงทำให้ที่บ้านนั้นได้รับงานอยู่เรื่อยมา และด้วยความที่เป็นหญิงที่มีความใฝ่รู้เธอนั้นก็ชื่นชอบในการเรียนภาษาเป็นอย่างมากเพราะแรงบันดาลใจก็คือจากการที่ได้เห็นคุณพ่อของเธอนั่งแปลภาษาจีนเพื่อช่วยเหลือคนอื่นเพราะในอดีตตะกอนนั้นเวลาคนจีนเข้ามาทำงานที่เมืองไทยบางคนก็ทิ้งลูกทิ้งเมียไว้ที่นั่นเมื่อคิดถึงก็จะทำการส่งจดหมายไปหาและคุณพ่อของเธอนั้นก็กลายเป็นอีกหนึ่งคนที่รักถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวหนังสือให้กับผู้ที่ไม่สามารถเขียนหนังสือเองได้โดยตัวเธอนั้นก็เห็นคุณพ่อของเธอเขียนหนังสือมาตลอดและซึมซับความรู้และใฝ่รู้ที่อยากจะเรียนรู้ทางด้านภาษาโดยตั้งแต่นั้นมา โดยคุณพ่อของทางคุณนพรัตน์นั้นก็คอยสั่งสอนลูกอยู่เสมอว่าเกิดเป็นมนุษย์ต้องพึ่งพาคนอื่นเมื่อมีโอกาสและอย่างนี้กำลังใจเมื่อคนอื่นนั้นต้องให้ความช่วยเหลืออย่ามัวแต่หวังพึ่งคนอื่นมากจนเกินไปพยายามรบกวนเขาให้น้อยที่สุดและก็จะต้องรู้จักบุญคุณอีกครั้งก็ยังมีการสอนผลิตว่าเมื่อเธอเกิดเป็นหญิงเธอนั้นอยู่กับพ่อแม่ไม่นานก็ต้องแต่งงานแต่สิ่งที่พ่อมอบให้เธอนั้นก็มีเพียงแค่การศึกษาที่เธอนั้นจะสามารถใส่รู้และรับความรู้ได้เป็นอย่างดี โดยเธอก็ได้มีการบอกเล่าว่าครอบครัวของเธอมีลูกทั้งหมด 12 คนมีลูกชาย 5 คนผู้หญิง 7 คนซึ่งคุณพ่อก็พูดอยู่เสมอว่าผู้ชายนั้นจะได้รับสมบัติแต่พวกเธอที่เป็นผู้หญิงจะไม่ได้รับและอย่าหวังพึ่งอะไรจากพ่อแม่เลยต้องเลี้ยงดูตัวเองอยู่เสมอเพราะเกิดเป็นลูกสาวเมื่อถึงเวลาไปอยู่บ้านคนอื่นก็อย่าให้เขาไปดูถูกอย่าไปพึ่งพามากจนเกินไปจงฝึกตัวเองให้มีคุณค่าให้มากที่สุด ซึ่งนั่นก็ได้หลอหลอม ความสามารถของคุณนพรัตน์ตลอดมาโดยเธอนั้นเริ่มเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์และเริ่มเรียนภาษาอังกฤษอีกทั้งยังมีการฝึกฝนงานฝีมือต่างๆและหลังจากที่เรียนจบมาคุณพ่อของเธอนั้นก็เห็นว่าเธอเป็นคนพูดเก่งชอบคบค้าสมาคมกับคนนั้นคนนี้จึงได้มีการแนะนำให้เธอนั้นเรียนต่อทางด้านภาษาและนายต่อมาเธอก็ได้เรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ทางด้านภาษาฝรั่งเศสและระดับอุดมศึกษาจากวิทยาลัยวิชาการศึกษาซึ่งเป็นสาขาวิชาที่สวนกระแสนิยมในสังคมยุคนั้นเป็นอย่างมากแต่ด้วยความที่เป็นเด็กเรียนดีและความใฝ่รู้เธอสามารถเข้าเรียนที่จุฬาหรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้ และเมื่อคุณนพรัตน์ ได้เข้าสู่การเป็นนักศึกษาซึ่งทำให้เธอนั้นรู้สึกมีความสุขอย่างมากเพราะตัวเธอนั้นสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆได้อย่างมากมายทั้งค่ายอาสาชุมชนและมีการเดินไปยังชายแดนเพื่อร่วมขบวนการทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ อีกทั้งยังเข้าร่วมประเด็นต่อต้านสังคมทางการเมืองและเศรษฐกิจ และด้วยความที่มีสามารถทางด้านภาษา จึงทำให้เธอนั้นได้มีโอกาสเข้าไปช่วยเหลือในช่วงที่มีสงครามเวียดนามและเข้าไปสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติเพื่อเป็นล่ามภาษาฝรั่งเศสและยังเป็นครูสอนภาษาไทยให้กับผู้ที่อพยพเข้ามาจนกระทั่งมีโรคระบาดเกิดขึ้นทำให้เธอนั้นต้องหยุดโครงการนี้ล่ะกลับบ้านไป หลังจากที่คุณนพรัตน์กลับมานั้นก็ได้เรียนต่อและยังแบ่งเวลา มาสอนภาษาไทยให้กับชาวจีนที่วัดสามปลื้มและวัดไตรมิตร จนกระทั่งเธอได้เรียนจบในระดับชั้นศึกษาปริญญาตรีและสอบบรรจุครูของโรงเรียนยานนาเวศก่อนที่จะตัดสินใจย้ายไปเป็นครูที่โรงเรียนเก่าของตัวเองที่อัสสัมชัญคอนแวนต์และสอนวิชาภูมิศาสตร์ซึ่งในตอนนั้นทำให้เธอมีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้สอนเด็กๆและได้สอนผู้อื่นซึ่งเธอก็ไม่เคยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการที่เธอทำอีกอยู่เลย แต่แล้วความสุขของเธอก็ต้องจบสิ้นลงเพราะคุณพ่อเห็นว่าเธอนั้นได้หนีห่างจากความเป็นผู้หญิงจึงทำให้เธอนั้นจะต้องแต่งงานซึ่งเธอได้แต่งงานในวัยอายุเพียงแค่ 26 ปีเท่านั้นกับคุณ หิรัญ กุลหิรัญ

แจกฟรี แบบบ้านหลักเล็ก ราคาไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับคนรายได้น้อยอยากมีบ้าน

ฃในยุคสมัยนี้แน่นอนต้องเข้าของนั้นมีราคาแพงมากยิ่งขึ้น และใครที่อยากจะสร้างตั้งตัวอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองก็ไม่แปลกที่จะท้อถอยกับราคาบ้านที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้ใครหลายคนท้อแท้และไม่คิดว่าตัวเองนั้นจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักที เพราะว่าบ้านสักหลังนึงนั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกินเพราะบ้านในแต่ละหลังสร้างทีก็ใช้เงินหลักล้านบาทซึ่งทำให้คนที่มีรายได้ไม่มากรู้สึกผิดหวังและหากกู้มาสร้างบ้านก็อาจจะกลายเป็นหนี้สินในระยะยาวอีกด้วย แต่บอกเลยว่าใครที่อยากมีบ้านนั้นอย่าเพิ่งหมดหวังไปเพราะยังมีไอเดียบ้านราคาถูกๆ ด้วยเช่นกันซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับครอบครัวที่คิดจะเริ่มต้นและต้องการบ้านในราคาประหยัดโดยไอเดียที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นก็คือบ้านที่มีราคาไม่เกิน 500 บาทซึ่งเป็นไอเดียที่สร้างความประหยัดและสานฝันสร้างโอกาสให้กับคนที่อยากมีบ้านกันโดยแต่ละไอเดียนั้นสวัสดีครับจะเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีหลังไหนบ้างที่เข้าตาคุณ 1.บ้านหลังน้อยสไตล์โมเดิร์นลอฟท์สวยเท่และดูมีเอกลักษณ์ ใช้งบประมาณเพียงแค่ 450,000 บาทเท่านั้น เจ้าของผลงานบ้านหลังนี้ : คุณณัฐวุฒิ หล่าบุตรศรี รายละเอียดของตัวบ้าน : คลิกเลย 2.บ้านสไตล์รีสอร์ทโครงสร้างโปร่งโล่งมีมุมนั่งเล่นขนาดกว้าง ใช้งบประมาณประหยัดมากก เจ้าของผลงานบ้านหลังนี้ : BB-Home บ้านน็อคดาวน์ รายละเอียดของตัวบ้าน : คลิกเลย 3.บ้านชั้นเดียว 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำใช้งบประมาณเพียง 485,000 บาท เจ้าของผลงานบ้านหลังนี้ : หจก.กูรู แอร์ เซอร์วิส รายละเอียดของตัวบ้าน : คลิกเลย 4.แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นราคาประหยัด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำงบประมาณ 495,000 บาท เจ้าของผลงานบ้านหลังนี้ : SY Project 2016 รายละเอียดของตัวบ้าน :

ของดีจริง! หนุ่มประดิษฐ์ ‘เตาผัวนึ่งข้าว’ ขายดิบขายดีจนเลิกทำไร่ข้าวโพด

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาดูอีกหนึ่งไอเดียซึ่งบอกเลยว่าเขานั้นเคยประสบปัญหากับการปลูกข้าวโพดจนทำให้ขาดทุนย่อยยับและทำให้เขานั้นไม่มีโอกาสผ่านมาประดิษฐ์เตานึ่งข้าว ที่อยู่ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่าผัวนึ่งข้าวด้วยเตานี้จะเน้นคุณภาพและความทนทานเป็นอย่างมากจนทำให้สามารถขายได้ดิบได้ดีสร้างรายได้เดือนละหลักหมื่นเลยทีเดียว โดยผู้ประดิษฐ์เตานี้มีชื่อว่า … คุณอนุรักษ์ ย่านสากล โดยตัวเขานั้นเป็นหนุ่มชาวเขาเผ่าม้งที่อาศัยอยู่ที่ ตำบลป่ากลาง อำเภอป้ว จังหวัดน่าน โดยในตอนนี้นั้นเขาได้หันมาทำเตาผัวนึ่งข้าวอย่างเต็มรูปแบบและมีการเร่งมือเพื่อออกจำหน่าย โดยคุณอนุรักษ์นั้นมีการเล่าถึงอดีตครอบครัวของตัวเองให้ฟังว่าในแต่ก่อนครอบครัวนั้น มีอาชีพทำเกษตรกรมีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งทำมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายแต่เท่าที่ทำมาไม่เคยมีเงินเก็บเลย ในบางครั้งก็ขาดทุนจะค่าปุ๋ยค่ายาต่างๆและยังได้มีราคาผลผลิตที่ตกต่ำจึงทำให้คุณอนุรักษ์หันมามองหาอาชีพอื่นเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยคุณอนุรักษ์นั้นจะนำเศษเหล็กจากร้านค้าที่ซื้อจากร้านขายของเก่ามาประดิษฐ์ให้เป็นเตาถ่านใช้นึ่งข้าวในครัวเรือนและเมื่อเพื่อนบ้านนั้นได้เห็นและนำไปใช้จึงรู้สึกว่าใช้งานดีจึงมีการสั่งซื้อและสั่งทำการเป็นจำนวนมากจนสามารถเริ่มผลิตออกขายตามตลาดนัดและพัฒนาให้กลายเป็นเตาขนาดต่างๆได้เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละประเภท โดยในเรื่องของราคาจำหน่ายนั้นจะมีตั้งแต่ราคา 300 ถึง 1,000 บาท หลังจากที่ได้ออกไปสู่สายตาผู้คนปรากฏว่าเตาผัวนึ่งข้าวนั้นกลับกลายเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากได้รับเสียงตอบรับจากแม่บ้านพ่อบ้านที่ซื้อไปกันอย่างมากมาย ว่าใช้งานได้ดี แข็งแรง ทนทาน จนสามีที่บ้านชอบใช้และขยันนึ่งข้าว ในทุกๆวัน ซึ่งนี่ก็เป็นที่มาของชื่อว่าเตาผัวนึ่งข้าวนั่นเอง… โดยในทุกวันนี้ทางครอบครัวก็ได้มีการเริ่มปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และหันมาการทำเตาผัวนึ่งข้าวกันและตอนนี้ก็จะขายตามตลาดนัดต่างๆโดยเฉลี่ยรายได้ต่อเดือนเดือนละ 100 เตา ซึ่งสร้างรายได้เข้าสู่ครอบครัวไม่ต่ำกว่าเดือนละ 30,000 บาท และในเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ที่หลายครอบครัวจะต้องเดินทางกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน ก็จะมีการทำกับข้าวกินกันในครัวเรือน ซึ่งข้าวเหนียวก็ถือเป็นอาหารหลักสำหรับหลายๆบ้านอีกด้วย จึงทำให้มียอดออเดอร์เพิ่มขึ้นนั่นเอง https://youtu.be/9vHROZ0YaUw ซึ่งนี่ก็คืออีกหนึ่งไอเดียตัวอย่างที่มีการประยุกต์ใช้จากสิ่งเหลือใช้และมองหาหนทางในการสร้างรายได้ให้กับตัวเอง จนนำสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้มาสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวได้อย่างมั่นคง