ทำบุญโดยการถวายร้องเท้าแก่พระ ! ได้อนิสงค์แรงมาก!

รายคนนั้นเวลาไปทำบุญนั้นอาจจะไม่รู้ว่าจะเออะไรนำไปถวายซึ่งด้วยว่าการถวายรองเท้าก็ถือว่าเป็นอนิสงค์อย่างหนึ่งซึ่งรองเท้านั้นถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้นซึ่งมันก็เหมือนเป็นพาหะนะอย่างหนึ่งซึ่งพาผู้คนนั้นเดินทางไปสถานที่ต่างๆได้อย่างมากมายปลอดภัยจากน้ำเลยของมีคมที่เป็นอันตรายต่อฝ่าเท้าของเราได้ และ ในวันนี้ทางทีมงานจะเอาเรื่องราวของผู้มีบุญในกาลก่อน นี้นก็คือ พระปานธิทายกเถระ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ถวายรองเท้าอย่างดีให้กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเองและก็เป็นผู้ที่เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ โดยในยุคสมัยนั้นท่านได้เกิดเป็นกุลบุตรในสกุลแห่งหนึ่งซึ่งวันหนึ่งท่านก็ได้ส่วนรองเท้าอย่างดีเดินออกไปในบ้านและก็ได้เห็นพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า ท่านพระปานธิทายกเถระก็ได้เกิดจิตเลื่อมใส และเห็นว่าพระองต์กำลังลำบากพระวรกายในขณะเสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า พระปานธิทายกเถระก็จึงได้ทำการถอดรองเท้าของจนแล้วนำไปว่างใกล้พระบาทของพระองต์ ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับรองเท้ามาสวมใส่ และได้ตรัสแก่ พระปานธิทายกเถระ ว่า “หากมีผู้ใดเลื่อมใสถวายรองเท้าแก่เรา ผู้นั้นจะเข้าถึงความสุข และจะได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๕ ครั้งเขาจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ครั้ง” หลังจากที่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้กล่าวจบ ก็ทำให้ท่านพระปานธิทายกเถระตั้งใจสั่งสมบุญต่าง ๆ เรื่อยมาด้วยความปลื้มปีติในบุญ ท่านได้บังเกิดอยู่แต่ในสุคติภูมิเท่านั้น ไม่ต้องไป ทุคติภูมิเลย นอกจากนี้ ระหว่างที่ยังเวียนว่ายตายเกิด ยังได้อานิสงส์อื่น ๆ อันได้แก่… 1.เป็นผู้ที่มีปัญญามากมาย 2.ได้ยานพาหนะวิเศษ 3.มี มีปราสาทที่ตกแต่งประดับประดาวิจิตรสวยงามมาก พอมาถึงในชาติสุดท้ายนั้น เมื่อท่านออกบวชก็มีรถเป็นพาหนะเดินทาง ทำให้สามารถไปอย่างสะดวกสบาย ซึ่งพาหนะนั้นก็หมายถึงรองเท้า ที่ได้จักว่าเป็นยานพาหนะชนิดที่หนึ่งที่จะทำให้การเดินทางนั้น สะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งการถวายรองเท้านั้นก็ให้ชื่อว่าเป็นการถวานยานนั้นเอง ซึ่งการจะถวายรองเท้านั้น ควรดูให้เหมาะสมกับพระ และจะต้องถูกสุขลักษณะ เพราะรองเท้าที่ดีนั้นจะให้คุณประโยชน์ในการใช้สอยได้อย่างมากมาย อีกทั้งยังให้บุญแก่ผู้ที่ถวายรองเท้าอีกด้วย คำกล่าวถวายรองเท้า อิมานิ มะยัง ภันเต, อุปาหะนานิ,

บทความนี้อยากให้ทุกคนได้ลองอ่าน! “คนดีนั้น อยู่ยาก”

แน่นอนว่าบางคนสมัยนี้คนเรานั้นเปลี่ยนไปสักเดิมเป็นอย่างมากคนดีนั้นก็เริ่มอยู่ได้อย่างทุกวันซึ่งวันนี้เราก็นำเรื่องราวดีดีมาให้ทุกคนนั้นได้ ลองอ่านกันดูซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้านนั้นก็ลองอ่านและคิดตามกันดูด้วยนะคะ ซึ่งนี่เป็นเรื่องราวของนักบวชคนหนึ่งที่นั่งสมาธิอยู่ริมฝั่งที่อยู่ท่ามกลางความเงียบแต่ระหว่างที่นั่งสมาธิอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงสันวันของผิวน้ำเบาเบาเมื่อลืมตาดูก็พบว่ามีแมงป่องตัวหนึ่งกำลังตะเกียกตะกายอยู่บนผิวน้ำบริเวณใกล้ฝั่งเค้าเห็นอย่างนั้นจึงพยายามเอื้อมมือออกไปจากแมงป่องเพื่อช่วยเหลือมันขึ้นมาออกจากน้ำแต่ทันทีที่โดนแมงป่องต่อยที่มือเขาก็วางมันลงบนพื้นแล้วนั่งสมาธิต่อพอผ่านไปสักพักเค้าได้ยินเสียงแบบเดียวกันอีกครั้งก็ลืมตาแล้วพบว่าเจ้าแมลงป่องตัวเดิมอยู่ในน้ำอีกครั้งเค้าก็ยังทำแบบเดิมนั่นก็คือเอามือไปช่วยเหลือมันและเขาก็ยังโดนมันไปเช่นเดิมซึ่งเขาก็ทำแบบนี้อีกซ้ำๆจนชาวบ้านแถวนั้นที่กำลังนั่งตกปลาก็ทนไม่ไหวจึงได้พูดว่า “นี่ท่านทำอะไรท่านจะโง่เกินไปหน่อยไหม ไม่รู้เหรอว่าเจ้าแมงป่องมันชอบต่อยคน” ซึ่งนักบวชนั้นก็ได้บอกกลับไปว่า”ทราบแล้วก็โดนต่อยไปแล้วสามครั้งด้วยกัน”ชาวบ้านจึงถามกลับด้วยความสงสัยว่าแล้วท่านจะช่วยมันอีกไปทำไม โดยท่านนักบวชนั้นได้ตอบกลับไปว่าการทำร้ายคนอื่นนี้ของแมงป่องความเป็นนี่ความมีเมตตานิสัยของผ้าซึ่งมีเป็นนิสัยที่ข้าจะไม่คิดเปลี่ยนแปลงไปเพียงเพราะนิสัยดุร้ายของมันหรอก ในเวลาที่เขาพูดนั้นเองเดือนเกิดอีกครั้งซึ่งก็เป็นเจ้าหนึ่งของตัวเดิมแล้วนักบวชนั้นก็ยกมือของตัวเองขึ้นมาดูเพราะว่ามือของตัวเองนั้นบวม แต่เค้าก็อยากจะยื่นมือไปช่วยแมงป่องเหมือนเดิมโดยที่เขาไม่ลังเลว่ามันจะต่อยอีกครั้งหนึ่งเมื่อชาวบ้านคนนั้นเห็นก็รีบยื่นกิ่งไม้แห้งมาใส่มือเขานักบวชจึง รับกิ่งไม้นั้นมารับไปช่วยแมงป่องขึ้นมาได้อีกครั้งซึ่งชาวบ้านคนดังกล่าวก็หัวเราะ แล้วพูดกับนักบวชว่า “แน่นอนความมีเมตตานั้นถือเป็นเรื่องที่ดีแต่จะหากมีเมตตาต่อแมลงป่องหรือสัตว์ร้ายก็ต้องรู้จักเมตตาตัวเองด้วยเช่นกันซึ่งหากท่านจะหยิบกินความเมตตาให้กับคนอื่นท่านก็ต้องรู้จักมีวิธีการที่เหมาะสมด้วย” ซึ่งควรจะรู้จักตัวปกป้องตัวเองก่อนที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือคนอื่นถือเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกันนั้นเอง ซึ่งหากใครอะไรคนนั้นไม่หรอกอ่านจบแล้วก็สามารถซาบซึ้งได้กับประโยคในเรื่องนี้ได้บ้านนั้นก็คือนิสัยความมีเลขหลักของเรานั้นจะไม่เปลี่ยนไปเพราะนิสัยดุร้ายของใครบางคนแล้วก็หายเรานั้นคิดจะให้ความเมตตากับใครก็ต้องมีวิธีที่เหมาะสมและควรเมตตาต่อตัวเองรู้จักปกป้องตัวเองก่อนที่จะยื่นมือช่วยเหลือคนอื่นซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้คนเหล่านั้นได้รู้สึกว่าทุกวันนี้คนดีนั้นเริ่มอยู่ยากเพราะในสังคมที่ดีนั้นคนดีก็จะต้องรู้จักการวางตัวเขาจะต้องรู้จักการปกป้องตัวเองจากสังคมแย่แย่ด้วยเช่นกัน เพราะว่าในสังคมปัจจุบันนั้นมีผู้คนส่วนใหญ่มักจะเห็นแก่ตัวกันมากฉะนั้นในสายตาคนเหล่านี้จะมองเห็นว่าคนนี้เป็นคนโง่และพร้อมที่จะเหยียบย้ำอยู่ตลอดเวลาซึ่งทางที่ดีเราควรจะถามตัวเองทุกครั้งว่าทุกวันนี้เราอยู่ในสังคมแบบนั้นน่ะทำตัวอย่างไรนั่นเอง

หมดปัญหาคราบมันติดกระทะ! แค่ลองทำตามนี้! ไม่เมื่อยแถมไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่!

แน่นอนว่าแม่บ้านหลายคนนั้นอาจกำลังประสบปัญหานี้กันอยู่ใช่ไหมล่ะคะหม้อกระทะที่ได้ผ่านการทำอาหารมาอย่างยาวนานซึ่งนับวันมันก็มีครับต่างๆนั้นมาติดกันอย่างมากมายยิ่งติดยิ่งหนาทำความสะอาดยากมากซึ่งหลายคนนั้นก็ยอมทิ้งเปลี่ยนใหม่กันเลยทีเดียวเพราะทนความสกปรกเรานี้ไม่ไหว ใช่ไหมค่ะ ซึ่งบอกเลยว่าปัญหาเหล่านี้จะหายไปถ้าทุกคนนั้นรู้จักสามเทคนิคนี้ซึ่งวันนี้ทีมงานก็จะมาบอกเทคนิคดีดีที่ทำให้หม้อกระทะของคุณนะสะอาดเหมือนใหม่ไม่ต้องเปลืองแรงขัดไม่ต้องไปซื้อใหม่อีกด้วยบอกเลยว่าประหยัดสุดสุดแต่วิธีจะมีอะไรบ้างนั้นต้องตามกันมาดู 1.ใช้กระดาษทรายมาขัดสิ่งสกปรก หลายคนสงสัยว่ากระดาษฟอยล์มันใช้ทำความสะอาดได้หรือบอกเลยว่าได้ค่ะโดยเฉพาะพวกคราบสิ่งสกปรกจากอาหารที่ติดอยู่ในหม้อเช่นเต่าหรือภาพนั้นก็สามารถเงางามเหมือนใหม่ได้เพียงแค่ใช้กระดาษฟอยล์มาขัดซึ่งเพียงแค่เหล่านั้นส่งถุงมือนะคะยามเจ้ากระดาษนี้ให้เป็นก้อนก้อนจากนั้นก็นำไปขัดหม้อขัดกระทะ แต่ก่อนที่เราจะขัดนั้นทางที่ดีเราควรนำไปแช่น้ำร้อนผสมกับน้ำยาล้างจานจากนั้นก็นำกระดาษฟอยล์มาขัดอีกครั้งเพียงเท่านี้เราก็จะได้มองเหมือนใหม่ครั้งแล้วนะคะ 2.ใช้น้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดา ซึ่งวิธีการก็ง่ายง่ายเพียงแค่เอาน้ำส้มสายชูและบิ๊กกินโซดามาผสมเข้าด้วยกันซึ่งส่วนผสมทั้งสองอย่างนี้สามารถใช้ทำความสะอาดได้ดี โดยการนำส่วนผสมให้สองอย่างนี้มาผสมกับน้ำร้อนหนึ่งถ้วย เพียงเท่านี้การทำความสะอาดคราบอาหารก็จะออกอย่างง่ายดาย 3.ใช้น้ำตาลก้อน หลายคนอาจกำลังสงสัยกันใช่ไหมว่าทำไมน้ำตาลก้อนมาใช้ทำ ความสะอาดได้ซึ่งบอกเลยว่าเจ้าน้ำตาลตอนนี้ล่ะค่ะสามารถช่วยขจัดคราบอาหารที่ติดอยู่ตามกระทะได้เป็นอย่างดีแต่ทางที่ดีนั้นเราควรนำหม้อกับกระทะไปแช่ก่อนอะไรและเมื่อจะทำความสะอาดแล้วก็ใช้น้ำตาลก้อนมาขาดเพียงเท่านี้คราบอาหารก็จะหายไป และนี่คือวิธีการทำความสะอาดกระทะหรือหม้อของเราได้แบบง่ายง่ายโดยที่เรานั้นไม่ต้องไปเสียตังค์ซื้อใหม่เวลาวิธีหนึ่งในสามนี้ก็ทำให้คุณนั้นประหยัดเงินประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะเลยล่ะ

ปัญหาฝุ่นเต็มพื้นจะหมดไป! เมื่อได้ลองถูบ้านด้วยวิธีนี้!

แน่นอนว่าแม่บ้านหลายคนนั้นมักจะประสบปัญหากับการถูบ้านแล้วก็มีฝุ่นนั้นกลับมาก็ถูเท่าไหร่นั้นก็ไม่หายไปสักทีใช่ไหมคะซึ่งวิธีที่คนทั่วไปใช้นั้นก็ทำความสะอาดบ้านก็คือเอาผ้าชุบน้ำแล้วถูซึ่งกว่าจะถูเสร็จตั้งอ่ะตกไปตามตามกันแต่ไม่นานก็มีฝนกลับมาก็ไม่บอกเลยว่าเสียเวลาสุดสุด แต่วันนี้ทางทีมงานนั้นได้มีคิดรับดีดีมาฝากทุกๆกันอย่างเช่นเคยซึ่งวันนี้เราจะมาบอกสองวิธีที่จะทำให้การถูบ้านของคุณนั้นมีเรื่องง่ายถูแล้วได้ผลถูแล้ว สะอาดฝนนั้นไม่กลับมาเกาะอย่างแน่นอนซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นลองตามกันมาดู วิธีที่หนึ่งน้ำยาปรับผ้านุ่ม ลืมบอกด้วยว่าน้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นก็สามารถใช้ในการปลูกบ้านได้เช่นกันซึ่งแน่นอนว่าหลายคนอาจจะยังไม่ทราบโดยวิธีการนั้นก็ง่ายง่าย ขั้นตอนที่1 เริ่มจากการเตรียมน้ำสะอาดลงไปในถังพร้อมกับผ้าสำหรับการถู ขั้นตอนที่2 หลังจากนั้นก็นำน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมลงไปในน้ำเล็กน้อย ขั้นตอนที่3 แล้วก็นำพาชุดลงไปจากนั้นก็ปิดให้แห้งนะถูตามบริเวณเฟอร์นิเจอร์พื้นบ้าน เพียงเท่านี้บ้านของคุณก็จะสะอาดแล้วล่ะค่ะอีกทั้งยังมีกินหอมหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มและอุ่นน้อยก็จะเกาะช้ากว่าวิธีถูบ้านแบบเดิมๆอีกด้วยซึ่งบอกเลยว่าการถูบ้านแบบนั้นเดิมนั้นอาจจะทำให้เกิดการไฟฟ้าสถิตถึงจะทำให้ฝุ่นนั้นมาก็ง่ายกว่าเดิมแต่ถ้าเมื่อเราเติมน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปก็จะสามารถช่วยลดปัญหาไฟฟ้าสถิตได้เช่นกันซึ่งจะทำให้ฝุ่นนั้นเกาะก็ยากกว่าเดิมนั่นเองนี้ก็ทำให้เรานั้นไม่ต้องถูบ้านบ่ายบ่ายแต่ก็ยังสะอาดและไร้ฝนอีกด้วยซึ่งอย่างไรใครที่สนใจก็ลองนำวิธีนี้ไปดูกันเลย วิธีที่สองเกลือกับน้ำร้อน ซึ่งแน่นอนว่าใครหลายคนก็อาจจะยังไม่ทราบซึ่งกันและกันน้ำร้อนนั้นถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถหาได้ง่ายง่ายจากในครัวและเราก็สามารถทำได้ง่ายง่ายเพียงแค่สามขั้นตอนเท่านั้น ขั้นตอนที่1 เริ่มแรกต้มน้ำอุ่นอุ่นโดยอุณหภูมินั้นต้องประมาณ 40 องศา ขั้นตอนที่2 จากนั้นเราก็ทำการใส่เกลือลงไปในน้ำประมาณหนึ่งช้อนชาคนให้เกลือละลาย ขั้นตอนที่3 เมื่อเสร็จแล้วเราก็นำผ้าถุงพื้นมจุ่มรับผิดน้ำหมัดมาจแล้วก็ไปถูตามปกติ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้บ้านสะอาดสะอาดแล้วซึ่งผลลัพธ์นั้นจะทำให้บ้านนั้นแห้งเร็วกว่าเดิมด้วยเพราะเพื่อนนั้นมีสารบางชนิดที่สามารถดูดซับความชื้นได้ดีค่ะอีกทั้งเมื่อเรานั้นเพราะเอาไปผสมกับน้ำร้อนก็จะทำให้พื้นนั้นห้างได้เร็วมากยิ่งขึ้นอีกทั้งยังลดปัญหากินอาบน้ำความชื้นในบ้านอีกด้วยบอกเลยว่าคุ้ม และนี่ก็คือสองวิธีที่เรานำมาเสนอกันในวันนี้เพื่อให้พื้นบ้านนะสะอาดหากใครที่สนใจนั้นก็ลองกลับไปถามกันดูนะคะบอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิดอีกทั้งวัสดุเหล่านี้ก็ยังหาได้งานในบ้านซึ่งแน่นอนว่าทุกบ้านต้องมีติดกันอยู่แล้วอย่างไรก็อย่าลืมกลับกันไปทำดูนะคะ

กำจัดฝุ่นในบ้านได้แบบง่ายๆ ฝุ่นไม่จับตัวกันอีกต่อ เพียงใช้แค่สิ่งนี้!

แน่นอนว่าประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อนที่ฝุ่นอยู่เป็นจำนวนมาก ยิ่งบ้านอย่างในตัวเมืองทั้งหลายแล้วบอกเลยว่ามีทุกตารางนิ้ว ฉะนั้นการทำความสะอาดฝุ่นในบ้านก็ถือเป็นงานหนักสำหรับใครหลายๆครเลยใช่ไหมละคะ เพราะทำเท่าไหร่ ก็ไม่หมดซธที จนไม่รู้จัดการยังไงแล้ว แต่บอกเลย่วาทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอเพราะวันนี้ทางทีมงานของเอาเคล็ดลับดีดีมากฝากแม่บ้านทุกท่านกัน นั้นก็คือการทำความอาดฝุ่นได้อย่างหมดจดนั้นเอง! ซึ่งบอกเลยว่า เรามีวิธีที่จัดการได้อย่างอยู่หมัดและเด็ดขาดแบบสุดๆซึ่งบอกเลยว่า นอกจากที่เราจะเห็นความแตกต่างจากปกติแล้วเรายังทำให้ปอนิเจอร์ของเรานั้นเงาวับ! อะอะงงละสิว่าทำได้อย่างไร ฉะนั้นใครที่สนใจก็ลองตามมาเลยคะ บอกเลยว่า ง่ายมากๆ อีซี่สุดๆ ซึ่งเรามีพระเอกสำคัญอย่าง น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นเอง! วิธี! ขั้นตอนที่ 1 ใส่น้ำลงถังและเตรียมผ้าสะอาดๆ ขั้นตอนที่ 2 หลังจากที่ใส่น้ำลงไปเราก็เอาพระเอกของเรานั้นก็คือน้ำยาปรับผ้าหนุ่มใส่ไปสัก 7-8 หยด แล้วผสมเข้าด้วยกัน ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นก็เอาผ้าสะอาดมาชุบน้ำที่เราทำไว้ แล้วบิดให้แห้งจากนั้นก็นพไปเช็ดเครื่องเรือนต่างๆ เพียงแค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆเท่านี้คุณก็สามารถจัดการฝุ่นในบ้านได้อย่างอยู่หมัด โดยการทำความสะอาดวิธีนี้ทำไมถึงกำจัดฝุ่นไปได้ นั้นก็มีหลักการง่ายๆนั้นก็คือ เมื่อเราทำความสะอาดเครื่องเรืองต่างๆแล้ว ผ้าก็จะเสียดสี จนเกิดเป็น ไฟฟ้าสถิตย์ ซึ่ง ไฟฟ้าสถิตย์ นี้แหละ จะทำให้ผ้าดูดฝุ่นติดออกมาได้ง่ายขึ้นนั้นเอง เมื่อเสดแล้วตามเครื่องเรือนก็ยังมีไฟฟ้าสถิตย์อยู่ก็ทำให้ฝุ่นมาจับตัว.. แค่นี้ก็จะไม่เกิดปัญหาเมื่อเราทำความสะอาด แปๆฝุ่นก็กลับมาอย่างไรละ เป็นอย่างไรกันบ้างคะบอกเลยว่าเราสามารถทำเองก็ได้ง่ายๆทีนี้บ้านขของเราก็จะสะอาดไร้ฝุ่นกันแล้วละคะ ซึ่งอย่างไรแม่บ้านทุกคนก็อย่างลืมเอาไปลองใช้กันอย่างเด็ดขนาดนะคะบอกเลยว่าเวิคร์

อย่าเสียรู้ช่างแอร์โดยใช่เหตุ!! น้ำยาแอร์ ไม่มีวันหมด!

แน่นอนว่าทำบ้านนั้นจะต้องมีแอร์กันใช่ไหมล่ะคะซึ่งเมื่อถึงเวลาเข้าแต่พอล้างน้ำยาแอร์ หมดทุกที ซึ่งบอกเลยนะคะว่าน้ำยาแอร์เนี่ยไม่มีมันขาดค่ะซึ่งเราจะทำได้ยังไงง่ายนั่นก็คือถ้าระบบน้ำยาแอร์คือระบบปิดหลายคนสงสัยว่าระบบปิดนั้นคืออะไรวันนี้เราจะมาอธิบายเพิ่มเติม ซึ่งระบบปิดนั้นก็คือน้ำยาแอร์ไม่สามารถหายไปไหนได้มันจะอยู่ในนั้น ไม่มีวันไหลออกมาหรือหายไปไหนคิด ภาพตามกันนะคะสมมุติว่าถ้าเราเอาน้ำใส่กระทะไหมถ้าเราไม่เธกะละมังเอาน้ำออกหรือสถาบันน้ำมันไม่รั่วแน่นอนว่าน้ำมันก็จะอยู่อย่างนั้นไม่มีวันหายไปไหนใช่ไหมล่ะคะ ฉะนั้นถ้า หากแอร์ของคุณนั้นยังเย็นอยู่เพราะน้ำไม่รั่วมันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่เรานั้นจะต้องตอนนั้นยาฉะนั้นการเรียกช่างมาล้างแอร์เสียค่าล้างแล้วหาช่างบอกว่าน้ำยาแอหมดบอกเลยว่านั้นคุณกำลังถูกหลอก บอกเลยว่านี้คือมุกเก่าๆของช่างแอร์ที่สามารถหลอกกินเงินของลูกค้ามาได้แล้วนักต่อนักซึ่งแน่นอนว่าหลายคนนั้นก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะมักจะเชื่อช่างกันทั้งนั้น โดยช่างนั้นจะชอบบอกประมาณว่า น้ำยาแอร์หมด ไป 30-40ปอนด์บอกเลยว่าปอนด์ในที่นี้หมายถึงหน่วยแรงดัน ปอนด์/ตารางนิ้ว นั้นเองซึ่งช่างนั้นมักจะชอบจงใจปล่อยน้ำยาออกตอนล้างแอร์แล้วก็มาบอกเราว่าหมดนั้นไง ซึ่งเราจะต้องเสียเงินเสียค่ารู้ไปอีก 400-500 บาททั้งๆความจริงแล้ว น้ำยาแอร์มมีราคา ไม่ถึง 50 บาทด้วยซ้ำ ! แต่ถ้าหากมันรั่วจริงๆขึ้นมาละทำอย่างไร ฉะนั้นรู้ไว้เลยว่าแม้จะรูเล็กใหญ่สักแค่ไหน ย้ำยาก็จะหมดภายในหนึ่งวันเท่านั้น ไม่มีเด็ดขาดที่หายหลายวัน ซึ่ง้มิอเจอแบบนั้นก็จะพบอาการแอร์ไม่เย็น ซึ่งทางที่ดีคือต้องซ่อม รอบท่อ หรือหารอยท่อให้เจอเพื่อปะซ่อมนั้นเอง จากนั้นก็ใส่น้ำยาแอร์ ฉะนั้นเราควรจำเอาไว้ว่า ทุกครั้งที่เรานั้นได้ทำการเรียกช่างแอร์มา หากแอร์ของเรายังปกติแค่ต้องการล้าง เราก็เพียงแค่บอกช่าง่าแค่ล้างนะ น้ำยังไม่หมดไม่ต้องเช็คน้ำยาแอร์เพราะมันยังเย็นอยู่แค่นั้นเอง เป็นอย่างไรกันบ้างคะบอกเลยว่าเราต้องรู้ให้เท่าทันไว้ไม่อย่างนั้นเราจะโดนค่าเสียรู้ไปก็ได้ ครั้งหน้าอย่าให้ช่างคนไหนมาหลอกเราเด็ดขาดนะคะ บอกเลยว่า 400-500 ที่เสียไปนั้นเหมือนให้เขาไปฟรีๆเลยละคะ

เคล็ดลับง่ายๆ ในการ “นวดคลายเส้น” แก้ปวดเมื่อยให้หายได้ด้วย 7 ท่านี้

แน่นอนว่าการทำงานในแต่ละวันนั้นย่อมมีอาการเมื่อยล้าตามกล้ามเนื้อ แต่พอยิ่งอายุที่มากขึ้นก็ย่อมมีอาการปวดเมื้อยเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีอาการเหล่านี้เราก็มักมองหาร้านนวดกล้ามเนื้อ เพื่อเป็นการผ่อนคลาย และทำให้หายปวด แต่ในวันนี้เราจะมาแนะนำเพื่อนๆ ด้วยท่านวดทั้ง 7 ท่านี้ ที่จะทำให้คุณไม่ต้องไปเสียเงินเพื่อเข้าร้านนวด เพียงแต่ทำตามนี้ ก็จะช่วยให้คุณหายปวดได้เลยค่ะ 1. เริ่มจากการนวดเบาๆ คุณควรจากบริเวณหัวไหล่ ไล่มาจนถึงเอวและหลัง การนวดบริเวณไหล่ควรใช้แรงกดมากแต่นุ่มนวลในขั้นตอนนี้ 2. ใช้นิ้วและฝ่ามือไล่นวดบริเวณไหล่และหลังให้ได้ตำแหน่งและทิศทางตามภาพ 3. บริเวณไหล่ไล่มาถึงต้นคอ เป็นส่วนที่เราควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมันมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราค่อนข้างมาก วิธีการนวดคือการใช้นิ้วโป้งกดนวดไล่จากต้นคอลงไปตามทิศทางของลูกศร ด้วยน้ำหนักที่นุ่มนวล 4. การยืดเส้นด้วยการนำแขนมาไพล่หลัง และการเลือกกดจุดในบริเวณที่เฉพาะเจาะจงด้วยการนวดคลึงเบาๆ ก็สามารถช่วยให้ผ่อนคลายได้ 5. อย่านวดลงบนกระดูกสันหลัง แต่ให้ใช้การนวดบริเวณเส้นใยกล้ามเนื้อหลังที่อยู่ด้านข้าง ไล่ยาวลงไปจนถึงสะโพก 6. การนวดแขนขา ให้ใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างนวดไล่ขึ้นไปด้วยน้ำหนักที่ไม่แรงมาก จากนั้นให้ใช้มือข้างหนึ่งจับข้อเท้าแล้วใช้ฝ่ามืออีกกดไล่ขึ้นไป ส่วนการนวดฝ่าเท้าให้ใช้นิ้วโป้งกดไล่ไปตามลูกศร 7. การนวดใบหน้าจำเป็นต้องทำการนวดอย่างผ่อนคลาย นุ่มนวล เป็นจังหวะ ช้าๆ และไม่ให้เจ็บ คุณต้องนวดไปตามทิศทางของเส้นใยกล้ามเนื้อ ใช้นิ้วคลึงเบาๆ และบีบนวดบริเวณกระดูกใบหน้า ลองเอาไปทำกันดูนะคะเผื่อว่าจะสามารถคลายกล้ามเนื้อให้หายปวดเมื่อยกันได้ ลองทำกันเลยคะ สามารถไปทำให้พ่อแม่พี่น้องได้นะคะลองดู...