ควรอ่าน! ขอบคุณที่นอกใจ! เมื่อสามีนอกใจภรรยา เธอจึงทำสิ่งนี้!

แน่นอนว่าเรื่องความรักนั้นมักจะเป็นเรื่องที่ใครหลายหลายคนนั้นเจ็บมาเป็นอย่างมากซึ่งวันนี้เราว่าได้นำเรื่องราวดีดีที่อยากจะให้ทุกคนได้ลองอ่านกันซึ่งเรื่องราวนี้ก็มีชื่อว่าขอบคุณที่นอกใจฉันซึ่งนั่นก็เป็นการแก้ไขของพยาคนหนึ่งที่ทำให้สามีของเธอนั้นจะต้องเสียใจอย่างที่สุดแต่จะเป็นอย่างไรนั้นลองอ่านกันดูเลยค่ะ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นกับภรรยาสามีผู้หนึ่งโดยภรรยานั้นเป็นแม่บ้านส่วนสามีนั้นทำงานนอกบ้านแน่นอนว่าสามีนั้นก็จะต้องมีสังคมมีเพื่อนร่วมงานและด้วยความที่เป็นชายวัยกลางคนก็จะทำให้มีเสน่ห์และอยู่ในตำแหน่งงานที่สูงมีเงินเดือนมากจึงตกเป็นเป้าหมายของสาวสาวสวยสวยซึ่งนั่นก็ทำให้เขาหลงร่าเริงไปมีชู้กับผู้หญิงคนอื่นนั่นก็คือเป็นลูกค้าของบริษัท ซึ่งนั่นก็ทำให้เขานั้นหลงเธอเข้าไปอย่างเต็มเปาเพราะเธอทั้งเสาร์และสวยซึ่งแม้ว่าเค้าก็รู้ว่าตัวเองนั้นทำผิดแต่เขานั้นก็มาจีนแจ่มใสทุกวันและไม่มีท่าทีที่จะปิดบังเรื่องราวนี้แล้วไม่กลางวันเลยว่าภรรยาที่บ้านนั้นจะรู้เรื่องนี้หรือไม่และก็อยากให้ภรรยานั้นรู้ด้วยเพราะว่าเขาต้องการจะเลิกกับเธอเพราะเธอนั้นไม่สำคัญอีกต่อไป และแน่นอนสุดท้ายภรรยาของเขาก็พบว่าเขานอกใจสิ่งที่เธอทำเธอไม่เข้าไปตบตีหรือหาเรื่องโวยวายเธอได้แต่พูดกับเขาว่าขอบคุณที่นอกใจฉันซึ่งปฏิกิริยานี้ทำให้เขานั้นถึงกับงง เพราะเขาคิดว่าเธอนั้นจะตีโพยตีพายร้อห่มร้องไห้ จนทำให้เค้าปวดหัวนั่นเองซึ่งเค้าเองก็รู้สึกสับสนเป็นอย่างมากที่ภรรยาพูดอย่างนี้ ราวกับว่าเขาไม่ได้ทิ้งดธอแต่เป็นเธอต่างหากที่ทิ้งเค้าเอง และในท้ายที่สุดเขาก็เข้าใจในความหมายของคำว่าขอบคุณซึ่งในเวลาที่เขากำลังมีความสุขกับผู้หญิงคนใหม่อยู่นั้นภรรยาก็ได้ทำการโอนทรัพย์สินภายในบ้านทั้งหมดแล้วส่งหลักฐานที่นอกใจให้กับธนาคารเพื่อเตรียมฟ้องหย่าแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เขานั้นสูญเสียไปทั้งหมดทั้งบ้านรถยนต์เงินลูกชายเค้าไม่ได้อะไรเลยซักอย่าง เขาถึงกับต้องแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะทำแบบนั้นเพราะเธอเคยรักเค้ามากๆเป็นแม่บ้านที่ดูแลอย่างดีเค้าจึงถามเธอว่าทำไมถึงต้องทำกับเขาขนาดนี้เธอจึงตอบเข้าไปว่า ฉันแต่งงานกับเธอและดูแลเป็นอย่างดีมากกว่า 10 ปีไม่ว่าเค้าจะทำอะไรฉันก็สนับสนุนทุกอย่างและคอยดูแลกินข้าวอยู่เสมอในวันที่คุณป่วยฉันก็ดูแลพ่อแม่คุณป่วยฉันก็ดูแลฉันไม่เคยบ่นสักคำว่าเหนื่อย ฉันดูแลคุณและทุ่มเทกับคุณมาตลอดแต่สุดท้ายคุณไปหาผู้หญิงคนอื่นซึ่งฉันก็ขอไม่ต้องการคนแบบนี้ต่อไปขอเลิกกันเลยดีกว่า นอกจากนี้เธอยังกล่าวขอบคุณเขาที่ทำให้เธอนั้นมีอากาศดีให้เธอได้เตรียมตัวทำเรื่องหย่าซึ่งเธอเองก็เหนื่อยที่จะต้องนั่งคอยเค้ากลับบ้านและไม่ต้องคอยทุ่มเทให้กับเขาอีกต่อไป และนี่ก็คือเรื่องราวหนึ่งเรื่องราวที่อราวจากจะฝากทุกคนเอาไว้ซึ่งหากมีชายหรือหญิงคนไหนนั้นกำลังสับสนในสิ่งที่ตัวเองทำและกำลังก้าวไปในทางที่ผิดคุณควรคิดดีดีเสียก่อนไม่อย่างนั้นคุณอาจจะต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่มีไปเหมือนชายคนนี้ไม่เหลือแม้แต่ข้าวของและความรักทางที่ดีควรดูแลคนที่เขาดูแลคุณจริงใจกับเขาให้ดีที่สุดดีกว่าไม่ว่าคุณจะไปเจอคนที่ใหม่กว่าดีกว่าเด็กกว่าแต่คุณอย่าลืมสิว่าคนที่อยู่ข้างคุณน่ะดีที่สุด

นี่คือผู้มีบุญ! ใครมีนิสัย 9 อย่างนี้ ถือว่ามีบุญอย่างแน่นอน!

หลายคนเคยจะได้ยินกันใช่ไหม กับคำว่าคนนี้มีบุญซึ่งหลายคนก็อาจจะเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าทำไมถึงบอกว่าคนนี้มีบุญแล้วดูกันอย่างไรวะคนนี้จะมีบุญซึ่งวันนี้เราก็นำมาให้ทุกท่านที่กำลังสงสัยนั้นได้เราอ่านกันดูค่ะและนี่ก็คือเก้านิสัยของผู้มีบุญซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นหรือคุณมีข้อไหนนั้นก็ลองอ่านกันดูได้เลย 1.ไม่บ่น ผลบุญนั้นจะแปรสภาพให้เป็นปัญญาซึ่งปัญญานี้จะทำให้เรานั้นรู้จักยอมรับความเป็นจริงของชีวิตทำให้รู้ได้เห็นเข้าใจถึงระดับวาสนาของตนเองและเข้าใจว่าทุกทุกอย่างนั้นมันอาจจะได้ไม่ได้เป็นดั่งใจอย่างที่เราคาดฝันซึ่งนั่นมันก็คือผลแห่งกรรมนั้นเอง 2.ไม่กลัว ผลบุญนั้นจะแปลสภาพให้กลายเป็นคนที่มีความกล้าหาญซึ่งจะไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้นมีความมั่นใจในทุกเรื่อง 3.ไม่ทำชั่ว ซึ่งผลบุญชนิดนี้จะช่วยในการแปลสภาพเป็น ให้ตัวเรานั้นรู้สึกเกิดความละอายต่อบาปต่อกรรมแม้ว่าจะความผิดน้อยใหญ่ซักแค่ไหนก็จะเห็นได้แล้วจะรู้ถึงผลกระทบถ้าหากตนนั้นทำไป 4.ไม่คิดมาก ซึ่งจะทำให้เป็นคนที่มีความสว่างสะอาดและมีความสงบในตัวเองซึ่งซึ่งความสงบนี้เกิดขึ้นในจิตใจไม่ฟุ้งซ่านรำคาญใจไม่เก็บเรื่องเล็กเรื่องน้อยมาคิดให้เป็นทุกข์และความคิดในความคิดของตัวเองก็จะล้วนมาแต่ความเบิกบานใจของตัวเอง 5.คอยได้ จะทำให้คุณนั้นเป็นคนที่มีความใจเย็นมีความยืดหยุ่นรู้จักหรอไม่ใจร้อนจะทำให้เป็นคนที่เห็นจังหวะชีวิตและโอกาสชีวิตได้ง่ายเพราะความไม่รีบร้อน 6.อดทนได้ ซึ่งผลบุญนี้จะเป็นพลังงานที่ให้ความเข้มแข็งมีความอดทนไม่หวั่นไหวซึ่งความอดทนนี้จะทำให้คุณนั้นพบความสุข 7. ใจเย็นได้ ซึ่งผลแห่งบุญนี้จะไปสภาพให้กลายเป็นคนที่สามารถมีจิตใจที่สงบและเยือกเย็นเป็นคนไม่ร้อนรนกระวนกระวายสับสนวุ่นวายและสามารถทำใจได้ในทุกๆเรื่องแม้จะมีเรื่องร้ายแค่ไหนก็ตาม 8.ปล่อยวางได้ ซึ่งผลบวกแบบนี้จะทำให้เป็นคนที่รู้จักกาลเทศะมีการวางตัวไม่ทำทุกอย่างขวางหน้าใครรู้จักเคารพคนอื่น 9.รู้ตื่นและเบิกบาน ซึ่งผลบุญนี้จะทำให้เป็นคนที่รู้ต่อความเป็นจริงของชีวิตไม่ปล่อยให้ตัวเองนั้นตกเป็นกระแสของความโลภโกรธโรงมีจิตใจที่มีความอิสระ พรุ่งนี้ก็คือลักษณะนิสัยของผู้มีบุญลองตรวจทานกันรู้ว่าคนรอบตัวของเรามีใครมีลักษณะเหล่านี้กันอยู่บ้างหรือตัวเรานั้นมีลักษณะกันแบบไหนซึ่งนี่ก็คือทำโอวาทธรรมของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ที่ได้เคยโอวาทเอาไว้ ซึ่งหากใครยังเหลือข้อใดก็ลองไปปรับปรุงตัวเองกันดู

6 สุดยอดสมุนไพร! ควรมีติดบ้านไว้ ช่วยดูแลบำรุงไตเราเป็นอย่างดี!

แน่นอนว่าไตนั้นก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในอวัยวะร่างกายของเราที่จะต้องมีความสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลาซึ่งไตนั้นก็คือเป็นอวัยวะสำคัญในการฟอกเลือดของคุณเอง แน่นอนว่าถ้าหากให้ไปของตัวเองนั้นมีสภาพดีดีคุณนั้นก็ต้องแบ่งเบาภาระการทำงานของไตของตัวเองเพราะถ้าหากคุณไม่ดูแลรักษาไปของตัวเองก็จะทำให้เกิดโรคไปได้ซึ่งโรคไตทุกคนก็จะทราบกันดีอยู่แล้วว่ามักจะเกิดจากการรับประทานอาหารรสจัดและอาหารที่มีไขมันสูงซึ่งโรคชนิดนี้มันมักจะเกิดจากพฤติกรรมการกินของเค้าของเราล้วนๆ ฉะนั้นทางที่ดีเราควรทานอาหารที่มีประโยชน์และไม่เค็มมากและไม่มีรสจัดมาก. โดยอาการของโรคไปนั้นมักจะเป็นปัสสาวะขัด ลำบากเจ็บและปัสสาวะบ่อยกว่าปกติซึ่งบางครั้งการปัสสาวะนั้นออกมาก็จะเป็นฟองบ้างเป็นเลือดมั่ง วันนี้ทางทีมงานนั้นได้เอาสมุนไพรดีดีที่สามารถป้องกันไปเสื่อมได้ซึ่งบอกเลยว่าใครจะเอาไว้ปลูกไว้บ้านเรือนก็เหมาะสมแต่จะมีอะไรบ้างนั้นก็ลองตามกันมาดูเลย #1 กระวาน โดยสมุนไพรชนิดนี้สามารถใช้เป็นยาขับลมและสามารถช่วยในการกระจายเลือดและขับพิษออกจากกระแสเลือดได้โดยสามารถนำทุกส่วนของกระวานมาต้มรวมกันได้เพราะในแต่ละส่วนนั้นมีข้อด้อยข้อดีแตกต่างกันออกไปอย่างมากมายอีกทั้งยังช่วยบำรุงไตในทางอ้อมได้อีกด้วยเพราะจะสามารถช่วยในการลดปริมาณของเสียในเลือดได้เป็นอย่างดีซึ่งการทำอย่างนี้จะทำให้ไตของเรานั้นไม่ทำงานหนักมากเกินไป #2 กระเจี๊ยบแดง ซึ่งกระเจี๊ยบแดงนั้นมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรในการฟอกเลือดชั้นเยี่ยมซึ่งสามารถช่วยในการฟอกเลือดบำรุงไตได้เป็นอย่างดีและยังสามารถช่วยในการบำรุงร่างกายบำรุงเลือดแก้วโรคนิวในไตและรอะรายไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดีซึ่งกระเจี๊ยบแดงนี้เป็นพืชที่หาได้ไม่ยากอีกทั้งยังมีราคาไม่แพงซึ่งหาได้ตามตลาดทั่วไป #3 งาขาว ซึ่งงาขาวนั้นถ้านำมาบดต้มกับน้ำก็ถือว่าเป็นยาบำรุงร่างกายอย่างดีได้เช่นกันซึ่งอาคารนั้นสามารถดื่มบำรุงร่างกายได้ช่วยขับเลือดลมและขยายหลอดเลือดได้เป็นอย่างดีอีกทั้งจะทำให้เลือดลมนั้นเดินทางได้สะดวกและลดการดูดซึมน้ำตาลในร่างกายของเราได้อีกด้วยและก็จะทำให้อวัยวะต่างๆในร่างกายของเรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ #4 ใบบัวบก ซึ่งใบบัวบกนั้นนอกจากจะแก้ช้ำอกช้ำในได้แล้วก็ยังเป็นพืชที่มีสรรพคุณที่ดีต่อผู้เป็นลบไปเป็นอย่างมากซึ่งใบบัวบกนั้นมีสารที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนได้อีกทั้งยังช่วยในการสร้างความแข็งแรงของผนังหลอดเลือดได้เป็นอย่างดีและทำให้ผนังหลอดเลือดนั้นมีความยืดหยุ่นมากอีกทั้งยังสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้เป็นอย่างดีอีกด้วยซึ่งในใบบัวบกก็มีสรรพคุณในการช่วยชะลอความเสื่อมของตายได้เป็นอย่างดีแน่นอนว่าสรรพคุณนั้นมีอย่างมากมาย #5 เห็ดหลินจือ โดยเหตุชนิดนี้ถือว่าเป็นเหตุที่มีคุณค่าทางสมุนไพรสูง ซึ่งสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของตายได้เป็นอย่างดีและช่วยต้านการอักเสบได้เป็นอย่างดีอีกด้วย #6 ขิง หินนั้นก็ถือเป็นสมุนไพรที่เรารู้จักกันดีถึงสรรพคุณในการกำจัดพิษไข้ซึ่งแน่นอนว่าเขียนนั้นยังมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคไปอีกด้วยเพราะว่าขิงจะช่วยในการบำรุงตายและลดอาการอักเสบภายในได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังเป็นยาขับปัสสาวะอ่อนอ่อนและช่วยละลายนิวส์ลดไขมันในหลอดเลือดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และนี่ก็คือสมุนไพรที่เรานำมาเสนอกันในวันนี้บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนนั้นควรหามาทานกันเป็นอย่างมากเพราะสมุนไพรเรานี้สามารถรักษาอาการโรคไตได้เป็นอย่างดีการที่เรานั้นกินยามากเกินไปก็อาจจะทำให้ไปของเรานั้นทำงานหนักได้เช่นกันนั้นทางที่ดีเราลองหันมาพึ่งยาทานสมุนไพรดูบ้านก็อาจจะดีไม่น้อย

เตือนชาวเกษตร! ในช่วงนี้ระวัง เพลี้ยไฟพริก พร้อมวิธีกำจัด

ในระยะนี้จะเป็นช่วงสู่ที่มะม่วงนั้นเข้าสู่ดอกพัฒนาเป็นผลนั่นเองซึ่งจะได้มีกรมวิชาการทางเกษตรนั้นออกมาแนะนำกับชาวเกษตรกรทั้งหลายที่ได้ทำสวนมะม่วงนั้นในช่วงนี้ควรที่จะเฝ้าระวังเพราะว่าเป็นช่วงที่มีสภาพอากาศเย็นและแห้งแล้งอุณหภูมิซึ่งจะทำให้มะม่วงนั้นถูกบุกและทำลายจากเพลี้ยไฟพริกนั้นเอง โดยเรานั้นจะสามารถสังเกตได้ โดยเพลี้ยไฟพริก จะสามารถพบเห็นได้เป็นตัวอ่อนและตัวเต็มวัยซึ่งมันจะใช้ปากเขี่ยเนื้อเยื่อและกินน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืชบริเวณใบออน ตุ่มตาใบ ตุ่มช่อดอกซึ่งจะทำให้เซลล์บริเวณที่กล่าวมานั้นถูกทำลายและทำให้การเจริญเติบโตช้า ในกรณีที่ไม่หนักมากนักก็จะพบว่ามีแผลเป็นสีเทาเงินเกือบดำชัดเจน หากเป็นรุ่นแรงแล้วผิวของมะม่วงจะดำเกือบหมดซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ผลผลิตนั้นมีราคาต่ำลง หากชาวเกษตรกรคนไหนพบการระบาดยังไม่มากนักก็ให้ชาวเกษตรกรพบว่ามันกำละระบาไม่หนักมากนั้นก็นำไปเผาทิ้งซะแต่ควรเผาที่นอกแปลงปลูก เพราะว่าเพลี้ยไฟพริก มันจะอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่มในบริเวณส่วนของยอดอ่อนของพืช แต่ถ้าหากว่าพบการ บาทไม่รุนแรงแล้วก็ให้ทำการพรนิภาด้วยสารเคมีฆ่าแมลงแลมบ์ดา- ไซฮาโลทริน ซึ่งชาวเกษตรนั้นควรพ่นในระยะที่มะม่วงนั้นติดดอกอยู่ประมาณอย่างน้อยสองครั้งและถ้าหากบีไหนที่พบว่ามีการระบาดรุนแรงก็ให้ผมสามก่อนระยะดอกบานและหลีกเลี่ยงการพ่นสารฆ่าแมลงในระยะดอกบานเป็นอันขาดเพราะจะทำ ให้เกิดอันตรายต่อแมลงที่มาผสมเกสร และนี่ก็คือสิ่งที่ชาวเกษตรกรนั้นจะต้องควรทำหากชาวสวนกำลังพบว่ามีการระบาดอยู่นั้นก็ควรป้องกันตั้งแต่นั้นเนินนะคะไม่อย่างนั้นมันจะมีผลต่อผลผลิตของเราทำให้ยอดขายของเราต่ำลงและการลงทุนที่ลงไปก็อาจจะไม่เป็นผลและไม่สามารถสร้างรายได้ได้

ปลูกต้นโกโก้ ปลูกแซมต้นพืช สร้างรายได้เสริมได้! กำไร 4 หมื่น!

ซึ่งวันนี้เราก็เอาเรื่องราวดีดีมาฝากเท้าเกษตรกรทุกท่านกันครั้งซึ่งแน่นอนว่าชาวพัฒนากรหลายคนนั้นกำลังหาอะไรที่สามารถสร้างรายได้และปลูก ง่ายโตไวกันใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งวันนี้สิ่งที่ทางทีมงานจะมาแนะนำนั่นก็คือการปลูกแซมสวนปาล์มและมะพร้าว นั่นเองซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นเราต่างกันมาดูหน่อยจ้า โดยนายวิณะโรจย์ ทรัพย์สุข ออกมาเปิดเผยว่าในปัจจุบันนี้ก็ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งได้มีการพบว่าตอนเป็นจำนวนมากหันมาปลูกต้นโกโก้ซึ่งเป็นพืชส่วนปาล์มน้ำมันและสวนมะพร้าวเพราะองค์กรนั้นเป็นเพื่อที่จะต้องการร่มเงาและนี่ก็เป็นอีกหนึ่งคนทานที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อีกด้วย การปลูกมะพร้าวหนึ่งไร่ก็สามารถเดียวและ หากปลูกสวนปาล์มประมาณหนึ่งไร่สามารถปลูกโกโก้ได้อีกประมาณ 54 ต้นคะ ได้ตั้งกว่าก้อนนั้นเป็นไม้ผลที่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งยังให้ผลผลิตได้ตั้งแต่อายุสามปีค่ะเมื่อต้นนั้นมีอายุมากขึ้นก็ให้ผลผลิตมากขึ้นซึ่งถือว่าเป็นพืชที่สามารถให้ผลผลิตได้ทั้งปีแล้วก็มีตลาดรองรับอยู่โดยตลาดนั้นมีความต้องการสูงเป็นอย่างมากซึ่งการปลูกโกโก้นี้สามารถนำไปขายภาคอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างยิ่งอีกทั้งเป็นอาหารก็ได้หรือจะใช้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอางต่างๆก็ได้ ซึ่งการปลูกโกโก้ก็ถือว่าเป็นพืชเสริมที่สามารถเพิ่มรายได้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของความสมบูรณ์ของดินในสวนอีกด้วยนั่นก็เป็นเพราะว่าโกโก้นั้นมาปลูกมานานก็จะมีเศษใบไม้ทับถมจึงกลายเป็นอินทรีย์วัตถุ ฉันดีที่เกิดจากธรรมชาตินั่นเอง โดยคุณนิตย์ ตั้งอนุพันธ์ ซึ่งเป็นชาวนาเกษตรกรที่ปลูกต้นโกโก้หารายได้เสริมซึ่งเขาก็ได้ถูกส่วนปาล์มน้ำมันและมะพร้าวตรงกว่า 3000 ต้นโดยโกโก้นี้จะให้ผลผลิตมากกว่า 6000 ตันซึ่งจะมีทั้งบริษัทเอกชนมาซื้อเป็นบริษัทโดยจะขายได้กิโลกรัมละ 40 บาทโดยในพื้นที่หนึ่งไร่นั้นสามารถโทรได้ 155 ต้นและให้ผลผลิตเมล็ดแห้งเฉลี่ย 7 กิโลกรัมต่อตันต่อปี ก็หนึ่งไร่นั้นก็จะสามารถทำอะไรได้ได้ประมาณ 62,000 บาทต่อปีซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีการลงทุนรวมถึงการเก็บเกี่ยวซึ่งส่วนใหญ่จะเฉลี่ยไปประมาณ 15,500 บาทโดยกำไรที่เหลือก็จะอยู่ที่ประมาณ 46,500 บาทว่าเป็นหนึ่งในกำไรที่เล็กๆน้อยๆแต่ก็สามารถสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดีหากคนไหนสนใจก็ลองสอบถามสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 จังหวัดราชบุรีหรือโทรไปที่ 0323379151 ไปหาใครที่ทางเลือกในการปลูกอยู่นะหรือว่าเป็นหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างไรก็อย่าลืมลองนำไปปลูกกันดูนะคะ

9 วิธีกำจัดผ้าเหลืองง่ายๆให้เป็นผ้าขาว ด้วยวัตถุดิบในบ้าน ประหยัดสุดๆ!

แน่นอนว่ามีแม่บ้านหลายคนนั้นกังวลไม่น้อยกับคาบเหลืองที่ติดตามอยู่บรเสื้อนักเรียนของลูก หรือเสื่อทำงานของคนในบ้านใช่ไหมละคะ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะใส่เสื้อผ้าสีขาวที่มีคาบเหลืองเหลืองกันหรอกค่ะ ฉะนั้นคนเป็นแม่บ้านก็ไม่อยากจะทำอย่างนั้นเช่นกันฉะนั้นวันนี้ทางทีมงานก็มี 9 วิธีง่ายง่ายที่สามารถทำให้ผ้าของเรานั้น ขาวสะอาดกัน มีอะไรบ้างนั้นไปดูกัน น้ำส้มสายชู แน่นอนว่าน้ำส้มสายชูก็สามารถนำมาขัดจัดคาบเรื่องได้โดยหลังจากที่ซักเสร็จแล้วก็ให้นำเสื้อมาซักหน่อยน้ำส้มสายชูโดยผสมน้ำส้มสายชูไว้กะบน้ำเผล่าประมาณ1 ถ้วยตวง สารฟอกขาว เอาสารฟอกขาวชนิด คลอรีน บลีชมาผสมกับน้ำเปล่า แล้วก็แช่ผ้าขาวทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีก่อนไปซักอีกครั้งหนึ่ง ไฮโดรเจนเปอร์ โดยการนำเอาไฮโดรเจนเปอร์ สองส่วนมาผสมกับน้ำยาล้างจานหนึ่งส่วนเทลงไปบนคราบ จากนั้นก็ขยี้จนกว่าคราบจะหาย น้ำมะนาว โดยการผสมน้ำมะนาว ประมาณ 1 ต่อ 2 ถ้วยควงลงไปในน้ำผงซักฟอก แล้วก็เอาเสื้อมาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงและนำไปซักอีกครั้ง ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับเบกกิ้งโซดา เอาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ประมาณ 1 ต่อ 2 ถ้วยตวง และ เบกกิ้งโซดา มาผสมในน้ำเปล่าจากนั้นก็นำน้ำนั้นมาซักผ้า กรดซาลิก หากผ้าไปเลอะสนิมให้นำกรดซาลิกประมาณ 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำอุ่น แล้ว เทลงบนคราบจากนั้นก็ขยี้ๆ เบกกิ้งโซดา โดยการเอาเบกกิ้งโซดา 1 ต่อ 2 ถ้วยตวงลงไปในน้ำซักฟอง แล้วนำผ้าขาวมาซักตามปกติ น้ำซาวข้าว โดยการนำผ้าขาวไผซํกในน้ำซาวขาวประมาณ 2 – 3 นาที แล้วค่อยซักด้วยวิธีปกติซ้ำอีกครั้งหนึ่ง บอแรกซ์และน้ำส้มสายชู เอาบอแรกซ์ 1 ต่อ

การเลี้ยงปลาซิวในบ่อพลาสติกทำได้ง่ายๆเลี้ยงก็ง่ายแถมได้ราคาดี!

แน่นอนว่าปลาซิวนั้น หรือเป็นของโปรดรักใครแล้วหลายคนเพราะว่ามันสามารถกินได้ทั้งเนื้อทั้งก้างไม่ต้องมานั่งแยกกางให้ติดคอ ซึ่งบอกเลยว่าปลาซิว เธอเป็นปลาเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่ชาวกิจเกษตรกรสามารถนำไปสร้างรายได้และขายได้ราคาดีซึ่งมีไม่น้อยที่หลายคนนั้นจะประกอบอาชีพนี้โดยปลาซิวนั้น สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารและของทานเล่นได้หลายอย่างและคนนั้นก็ชอบทานกันซึ่งวันนี้ทำทีมงานจะแนะนำวิธีการเลี้ยงปลาซิวมาฝากกันค่ะ ขั้นตอนการเลี้ยงปลา ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจัดการ จัดเตรียมบ่อ เลี้ยงขนาด2x4เมตร ลึก1 เมตร ขั้นตอนที่ 2 และทำการเปิดน้ำเข้าไปในบ่อประมาณ 80 เซนติเมตรแล้วจะเอาทรกล้วยลงไปแช่น้ำเพื่อดูดซับกลิ้นปูนหรืสารเคมีในพลาสติก ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นก็นำปลาซิวมาลงบ่อ ประมาณ 10กิโล ขั้นตอนที่ 4 ให้อาหารเป็นรำอ่อนวันละ1ครั้ง ขั้นตอนที่ 5 ทำการระบบถ่ายน้ำโดยการเปิดก๊อกใส่บ่อน้ำและนำหมูเขียวกันไว้มาให้ปาดูออกจากบ่อหรือตามท่อซึ่งจะต้องทำการถ่ายน้ำปีละหนึ่งครั้ง ขั้นตอนที่ 6 ปรับปรุงสภาพน้ำโดยการใส่น้ำหมักฮอร์โมนแม่หนึ่งต่อสองลิตรต่อเดือน ขั้นตอนที่ 7 อาหารเสริมของปลานั้นเราก็นำปลวกมาสับให้ละเอียดให้ปลากินเพื่อเป็นการเพิ่มโปรตีน ขั้นตอนที่ 8 เมื่อเลี้ยงไว้ได้ประมาณสองสามเดือนก็สามารถกลับมาขายได้โดยจำหน่ายในราคากิโลละ 100 บาท แถมให้นิดนี่คือสูตรน้ำหมักฮอร์โมนแม่ซึ่งสามารถทำเองได้ง่ายซึ่งน้ำหมักนี้สามารถไปปรับปรุงสภาพน้ำได้ ด้วยส่วนผสมนั้นมี -ยอดผักบุ้ง -กากน้ำตาล -ฟอสเฟต -รำ -เกลือ -หัวเชื้อ -น้ำ วิธีทำ ขั้นตอนที่ 1 นำผักมาสับให้ละเอียด ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็นำส่วนผสมทั้งหมดมาคุกเข่าให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 วันก็สามารถนำไปใช้ได้ วิธีใช้ ซึ่งนอกจากจะนำไปปรับสภาพน้ำได้แล้วยังสามารถนำไปฉีดพ่นหรือร้านลงดินเพื่อบำรุงพืชสวนครัวได้และยังช่วยให้พืชผลนั้นมีลำต้นที่แข็งแรงอีกด้วย เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคเรานำมาเสนอกันดีวันนี้บอกเลยว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากซึ่งหากใครนั้นสนใจที่จะเลี้ยงปลาซิวก็ลองศึกษาข้อมูลดูนะคะบอกเลยว่าทำได้ไม่ยากเพียงแค่มีเนื้อที่และมีเวลาเลี้ยงแค่นั้นเองสามารถเลี้ยงเป็นรายได้เสริมก็ยังได้เลยค่ะ

เพาะเห็ดฟางในถังพลาสติก ทำได้ง่ายไม่ยากแถมลงทุนน้อย! รายได้ดี!

แน่นอนว่าหลายคนก็อยากจะปลูกเห็ดไว้กินกันที่บ้านใช่ไหม เพราะเหตุนั้นเป็นพื้นที่ทานอร่อยและเด็กเด็กก็ทานได้ผู้ใหญ่ก็ทานดี แน่นอนว่าการปลูกเห็ดนั้นจะต้องมีโรงเรือนแต่ความจริงแล้วไม่ต้องดีก็ได้ค่ะเพราะวันนี้ ทางทีมงานได้นำทริปเทคนิคการปลูกเห็ดแบบไม่ต้องใช้โรงเรือนบอกเลยว่าแค่นี้คุณก็จะมีเหตุที่ปลอดสารพิษไว้กินกันในครอบครัวและสามารถนำไปจำหน่ายได้ในโดยการเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วยโดยเหตุที่เราแนะนำให้ปลูกกันนั้นก็คือเห็ดฟาง ซึ่งแม้ว่าเห็ดฟางนั้นใครหลายคนบอกว่าเป็นพืชที่โตยากดูแลยากแต่บอกเลยว่าวันนี้เราจะนำเทคนิคที่เพาะเห็ดฟางได้ผลดีและดูแลง่ายมาฝากซึ่งมีสูตรอย่างไรนั้นตามกันมาเลยค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ -ถังพลาสติก -เชื้อเห็ด -ฟางข้าว -ตะแกรง -ผักที่ใช้เป็นอาหารเห็ด วิธีปลูกเห็ดฟางแบบง่ายๆ ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการนำถังพลาสติกโดยเฉพาะให้เป็นทางสีดำเพราะว่าสามารถดูดซึมความร้อนได้เป็นอย่างดีโดยการทำเอาถังนั้นมาเจาะรูประมาณสี่ห้ารู เพื่อให้รูนั้นช่วยในเรื่องของระบายอากาศและช่วยถ่ายเทน้ำ ขั้นตอนที่ 2 แล้วก็เอาฝาถังมาเจาะโดยจุดที่เจาะนั้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณขวดน้ำลอดได้ ขั้นตอนที่ 3 แล้วเราก็เอาฟางข้าวมาแช่น้ำผสมกับกากน้ำตาลทิ้งไว้ประมาณหนึ่งคืน ขั้นตอนที่ 4 จากนั้นก็ให้อาหารเห็ดโดยการเอาอยู่อ่ะกล้วยอ่อนหรือผักตบชวามาซอยเป็นชิ้นเล็กๆแล้วก็นำไปพึ่งแดดให้แห้ง ขั้นตอนที่ 5 แล้วเราก็เอาก้อนเชื้อเห็ดมาเขย่าผสมกับแป้งเค้าจ้าวและลำให้ละเอียดละเอียดประมาณซักสองกำมือซึ่งนี่ก็จะเพียงพอต่อการเพาะเห็ดฟางหนึ่งถัง ขั้นตอนที่ 6 จากนั้นก็นำส่วนผสมทั้งหมดลงไปในถังจะต้องนำเห็ดฟางนั้นมาแช่น้ำเสร็จก่อนแล้วใส่ลงก้นถังแล้วก็เว้นตรงกลางเอาไว้เพื่อใส่ตะแกรงซึ่งตะแกรงนั้นมีความหนาประมาณ 3 นิ้ว ขั้นตอนที่ 7 จากนั้นก็ทำการโรย ทับด้วยอาหารก้อนเชื้อเห็ด ซึ่งทำไปประมาณซักห้าถังหรือเกือบเต็มถังจากนั้นก็ทำการปิดฝาให้แน่น ขั้นตอนที่ 8 จากนั้นก็ทำเปิดรูระบายไว้เพื่อให้มีอากาศเข้าไปถ่ายเทและพยายามทำอุณหภูมิให้อยู่ที่ประมาณ 40 องศาซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเห็ดฟาง ขั้นตอนที่ 9 จากนั้นก็ทำการตัดเส้นใยเหตุจะใช้เวลาในฤดูร้อนห้าวันฤดูฝนเจ็ดวันและในฤดูหนาว 12 วันจากนั้นก็ทำการเปิดฝาทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงเพื่อทำการตัดเส้นใย ขั้นตอนที่ 10 ตั้งแต่ที่เปิดทางเข้าไปให้อากาศเข้าไปแล้วนั้นก็ทำการปิดห้าสี่ดังเดิมจากนั้นก็ทิ้งไว้ประมาณสามวันซื้อเส้นใหญ่นั้นจะจับตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนแล้วก็เป็นดอกเห็ดฟาง เพียงเท่านี้เราก็จะได้เห็ดฟางกันแล้ว ภาพคลิปวีดีโอ https://youtu.be/uUwx3WB7s8A เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยกับวิธีปลูกบอกเลยว่าทำได้ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมราคาซึ่งเรานั้นก็จะไม่ต้องไปทำวิธีที่ยุ่งยากไว้มากมาย อีกทั้งเรายังมีเห็ดฟางที่สามารถนำไปเพาะขายหรือจะทำกินเองที่บ้านก็ได้ซึ่งปลอดภัยไร้สารพิษอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตามใครที่สนใจจะศึกษาข้อมูลแล้วนำไปทำตามได้นะคะ

การปลูกมะระให้ได้ราคางาม! กวาดกำไรถึง 8 แสนบาท!

มะระอาจจะเป็นพืชผักที่หลายคนนั้นอาจจะไม่ค่อยชอบทานเท่าไหร่แต่บอกเลยว่าหนูมีคุณประโยชน์มากหากนำมะระมาประกอบอาหารด้วยที่ถูกวิธีก็จะทำให้มะระนั้นไม่ขมและอร่อยเป็นอย่างมาก ซึ่งมะระนั้นก็ถือเป็นพืชที่สามารถทำเงินได้เช่นกันโดยสามารถอะไรได้อย่างมากมายซึ่งวันนี้ทางทีมงานจะนำบทความดีดีเกี่ยวกับมะระมาให้ทุกคนได้ทราบกัน โดยวันนี้นั้นเราจะเอาเรื่องราวของคนประหยัด ทัดดอกไม้ ซึ่งเป็นเจ้าของสวนมะระและประสบความสำเร็จกับการปลูกมาระโดยเขาได้เล่าว่า.. ครอบครัวของเขานั้นได้ทำอาชีพปลูกผักมาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่คุณย่าซึ่งก็ทำการสืบทอดอาชีพนี้กันมาจนมาถึงรุ่นของตัวเองซึ่งคุณประหยัดก็อยากจะอยู่อาชีพนี้เพราะว่าทั้งชีวิตและอยู่กับมันมาตลอดโดยตนนั้นได้ปลูกผักอยู่ประมาณสามชนิดนั้นก็คือคะน้า คื่นช่าย และ มะระ โดยตอนนั้นมีแผนการปลูกซึ่งจะปลุกในช่วงที่คาดว่าจะได้ราคาดีและผักนี้จะสามารถไปเก็งราคาได้โดยเขายังบอกอีกว่าผักใบเนี่ยเปลี่ยนตรงที่เก็บได้เพียงแค่ครั้งเดียวซึ่งถ้าต่อราคาโกยก็ไม่สามารถขายได้เพราะจะได้ไม่คุ้มหากไม่โดนราคาก็จะเจ๋งอีกทั้งราคานั้นยังเปลี่ยนแปลงเร็วและคาดการณ์ยากอีกต่างหากซึ่งการปลูกมถระนั้นสามารถเก็บผลผลิตได้นานและรายครั้งจึงมีโอกาสที่จะอัพราคาหรือขายราคาแพงได้ โดยปกติทั่วไปแล้ว มะระ จะแพอยู่ในช่วงที่หน้าแล้งเท่านั้นก็คือเดือนประมาณเมษาถึงพฤษภาคมโดยในช่วงนี้จะสามารถเก็บผลผลิตได้ยากเพราะว่าเข้าสู่หน้าฝนคนปลูกน้อยจะทำให้ช่วงนี้มาร้านนั้นมีต้นไม่ค่อยโตไวแล้วก็ระบาดซึ่งก็เป็นช่วงที่มาร้านนั้นมีราคาแพง และนี่ก็คือเทคนิคการปลูกมะระ เริ่มแรกจะต้องทำการเพราะตาก่อนโดยคุณประหยัดนั้นได้ใช้ พันศรแดง. เพราะเป็น 1000 ที่มีลูกดกลายสวยส่งผลก็สวยและไม่แหลมจนเกินไปอีกทั้งยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกด้วย จากนั้นก็นำเมล็ดของมันไม่อยากใส่ถุงดำ 12 ไร่ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 10 กระป๋องซึ่งมีราคากระป๋องละ 1200 บาทหรือนับเป็นเราลัที่จะต้องหยอดเมล็ดลงไปก็คือประมาณ 500 หลุม เมื่อได้ต้นกล้าประมาณซัก 10 ถึง 12 วันก็สามารถย้ายลงมาปลูกในแปลงที่เราเตรียมไว้โดยระยะของการปลูกนั้นจะต้องห่างกันประมาณ 1.2 เมตรซึ่งจะมีการทำทางสวนนั่นก็คือเป็นแบบกระจกหรือแบบสามเหลี่ยมซึ่งจะทำได้อย่างง่ายและรวดเร็วและประหยัดต้นทุนอีกทั้งยังตลบได้ดีโดยมีงบในการลงทุนอยู่ที่ประมาณ30,000 กว่าบาท หลังจากที่ประมาณปลุกได้หนึ่งอาทิตย์นั้นเราก็ทำการใส่ปุ๋ยโดยใส่ปุ๋ยทุกๆเจ็ดวันครั้งใช้สูตร 16-16-16 หากในกรณีที่ยันไม่แตกก็จะใช้ปุ๋ยหัวหน้าสูงนั่นก็คือ25-7-7 พอติดแล้วก็นำมาใช้สูตรเดิม เอามาละนั้นติดลูกค้าเปลี่ยนมาใช้สูตร 15-15-15 ในส่วนของใบต้นมะระนั้นให้ใช้ชุดพลเลนส์ดินดีฟูช่วยให้ตอนนั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งเร่งต้นเร่งการแตกแขนง และใช้ธาตุอาหารเสริมมาพ่นทุกๆเจ็ดวัน การปลุกมะระนั้นเราต้องคำนึงถึงว่ามะระถือเป็นพื้นที่มีศัตรูพอสมควรซึ่งชาวสวนทั้งหลายนั้นจะกลัวกันเป็นอย่างมาก ทั้งไวรัส ทั้งเพลี้บไฟ ราน้ำค้างจึงทำให้จะต้องมีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันไว้ตลอดเวลา หลังจากที่ปลุกปลาแล้วประมาณ 50 ถึง 60 มันก็สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้โดยความถี่ในการเก็บเกี่ยวน่าจะอยู่ที่หนึ่งถึงสี่ครั้งต่อวันถ้าผลออกมาเยอะก็จะต้องไปเก็บทุกวัน หลังจากที่เก็บมาแล้วก็นำมาขัดแยกใส่ถุงถุงละห้ากิโลซึ่งจะมีการจัดตามเบอร์ว่าตามขนาดของมันโดยจะขายอยู่ในราคาที่แตกต่างกันซึ่งส่วนนี้ก็สามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีโดยขายเป็นกิโลละเริ่มต้นที่ 20 บาทหาดทรายใหญ่หน่อยก็อยู่กิโลละ 30 บาทซึ่งสามารถสร้างรายได้ได้ถึง 800,000 บาท. โดยควรประหยัดนั้นได้เริ่มลงทุนไปตอนแรกประมาณที่ 200,000 บาทซึ่งบอกได้ว่ากำไรเยอะมาก อย่างไรนั้นการปลุกมะระก็ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอยู่พอสมควรฉะนั้นใครที่สนใจก็ต้องมีเงินทุนแล้วก็มีความรู้ในการปลุกด้วยเพื่อที่จะทำให้ผลผลิตของเรานั้นไม่ต้องเสียหาย

ไข่มดแดง สร้างรายได้เสริมได้ ตกวันละ 1000 บาท!

ไข่มดแดงนั้นถือเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในภาคอีสานซึ่งได้มีตะกอนนั้นยึดถือเป็นอาชีพซึ่งหลายพื้นที่หลังจากที่ชาวเกษตรกรได้เว้นว่างจากการทำไร่ทำนาแล้วพอเข้าหน้าแล้งชาวเกษตรกรทั้งหลายก็จะเข้าป่าเพื่อไปหาไข่มดแดงเอาไว้เป็นรายได้เสริม ซึ่งการหาใครมดแดงนั้นอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ก็มีไม้ไผ่ที่เรามีไว้สำหรับเขียนไอมดแดงซึ่งจะต้องมีขนาด 10 เมตรขึ้นไปแล้วก็ผูกถุงไว้ที่ปลายไม้ซึ่งวิธีการเก็บได้ยังไงกินแค่เหล่านั้นเดินหาล้างไข่มดแดงตามต้นไม้ที่อยู่เต็มไร่เป็นนาและเมื่อเราพบไข่มดแดงนั้นเราก็จะใช้ไม้ แหย่เข้า ที่หลังไข่มดแดงจากนั้นก็กระทงุกระทุงให้ใข่ตกลงไปในถุง และเมื่อเราได้ไข่มดแดงมาเราก็จะได้ทั้งตัวและไขจากนั้นเราก็เอามาใส่กระด้งแล้วก็ผสมด้วยแป้งมันนั้นทำไมก็เพื่อไม่ให้หมดดังนั้นถ้าใครมีไฟหรือบางทีเราจะใส่กระป๋องแป้งแล้วเทน้ำใส่ลงไปได้ด้วยเช่นกันจากนั้นเราก็ทำการคัดกรองเอาแค่ไข่เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งเมื่อแต่ก็เรื่องการเมืองไทยซึ่งเราสามารถสังเกตกันได้แบบง่ายง่ายเลยก็คือมดแดงจะสร้างรังไข่ขนาดใหญ่ไว้ตามต้นไม้ต่างๆเมื่อเห็นแล้วก็เอาไปแย่ไปให้ได้แค่มดแดงมา ซึ่งเราก็สามารถเอาไปขายเป็นอาชีพได้ ยิ่งรางในนั้นมีไหมยายสีเค้าขาวอยู่แสดงว่าในรางนั้นจะต้องมีใครอยู่อย่างมากในส่วนของราคานั้นแต่ละก็จะขายในราคาที่ไม่เท่ากันแต่ก็จะขายได้ประมาณ 600บาทต่อกิโลกรัมซึ่งวันหนึ่งก็หาได้ถึง 3 กิโลกรัมก็สามารถสร้างรายได้หลัก 1000บาทต่อวันได้เลย แน่นอนว่าไข่มดแดงนั้นกลายเป็นอาหารที่คนนิยมอย่างมากถ้าเอามาทำแกงผักหวานไข่เจียวไข่มดแดงยำไข่มดแดงบอกเลยว่าอร่อยทั้งนั้นยิ่งเวลาเราเคี้ยวนั้นไข่เด้งในปาก บอกด้วยว่าฟินสุดสุดซึ่งของอร่อยอย่างนี้มันก็ต้องแลกกับการที่หายากซึ่งนั่นก็ทำให้ไข่มดแดงมีราคาที่สูง ซึ่งถ้าหากใครอยากกินก็ต้องแลกกับราคาที่สูงมันนั่นเองหรือบ้านใครอยู่นี้ส่วนภาคอีสานก็ลองเดินไปดำดำมองมองดู ซึ่งไทยที่อยู่ภาคอีสานก็สามารถเก็บไข่มดแดงมาสร้างรายได้ก็ได้นะคะ

ปลูกมะพร้าวกะทิ ทำเองก็ได้ง่ายๆ สร้างรายได้สูง!

แน่นอนว่ามะพร้าวกะทิใครหลายคนก็เคยจะได้กินกันมาบ้านแล้วอาจจะถือว่าเป็นของโปรดของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ ซึ่งบอกเลยว่ามะพร้าวกะทินั้นเป็นมะพร้าวที่เกิดจากการผสมเกสรซึ่งเกิดขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ล้วนล้วนเป็นการบังคับให้มะพร้าวนั้นกลายเป็นมะพร้าวกะทินั้นเอง ในทางด้าน ของวิธีการนั้นก็มีหลากหลายแนวทางด้วยกันซึ่งวันนี้ทางทีมงานก็ขอหยิบยกวิธีการทำมะพร้าวธรรมดาให้กลายเป็นมะพร้าวกะทิมาหนึ่งวิธีซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นก็ลองติดตามชมได้เลย ทำจากมะพร้าวอะไรก็ได้ เริ่มจากการเอามะพร้าวพันธุ์อะไรก็ได้เอาถุงพลาสติกมาหุ้มจั่นจั่นก็คือดอกมะพร้าวนั้นเอง จั่นไหนถูกห่อ จั่นนั้นก็กลายเป็นดอกพิการ โดนต้องห่อจันเริ่มบาน หอบไปจนกระทั่งมีรูปลูกหมาโดยทั่วไปนั้นมะพร้าวในทลายประมาณ 90% จะเป็นมะพร้าวกะทิ ซึ่งวิธีนั้นจะทำ ให้มะพร้าวนั้นกายเป็นมะพร้าวกะทิแบบชั่วคราวซึ่งมะพร้าวได้เท่าไหร่อื่นๆที่ไม่ได้ห่อจั่นนั้น จะไปมะพร้าวแบบปกติทั่วไป ทำมะพร้าวกะทิแบบถาวร ซึ่งวิธีนี้จะให้นำมะพร้าวที่เพราะไว้นั้นมีหน่อขึ้นมาประมาณ 30% จากนั้นก็เอามีดตัดส่วนปลายให้ตรงข้ามกับนอในกะลามะพร้าวจนเห็นเนื้อสีขาว จากนั้นเราก็ทำการึว้านเอาจาวที่อยู่ในกลางกัลาออกจากนั้นก็เอาดินเหนียวใส่ลงไปในกะลาให้แน่นจนเต็ม แล้วก็เอาน่าไปปลูก โดยวิธีนี้ เราก็จะได้มะพร้าวที่เป็นมะพร้าวกะทิประมาณ 50% ซึ่งถ้าหากเราจะเพิ่มปริมาณก็สามารถทำได้ได้ง่ายโดยการที่เรานั้นเอาผลมะพร้าวที่ยังไม่เป็นมะพร้าวกะทิมาเพราะแล้วก็เริ่มทำวิธีขั้นตอนเดียวกันกับที่เราบอกก็จะทำให้เรานั้นได้มะพร้าวต้นใหม่แล้ว ซึ่งมะพร้าวต้นใหม่นั้นก็จะเป็นมะพร้าวกับธิอยู่ที่ประมาณ 90% ซึ่งถือว่าสูงมากมะพร้าวทุก 1000 นั้นก็สามารถนำมาทำเป็นมะพร้าวกะทิใดทั้งสิ้นแต่ถ้าหากเราใช้มะพร้าวน้ำหอมแล้วก็จะ ได้มาพาที่มีกินเหม็นหื่นซึ่งบอกเลยว่าไม่เหมาะกับการทำมะพร้าวกะทิเด็ดขาดมะพร้าวที่เหมาะที่สุดก็คือมะพร้าวกลางนั่นเอง ซึ่งวิธีการตรวจสอบวันนี้เป็นมะพร้าวกะทิหรือไม่เราก็ต้องรอให้ผลที่เป็นทลายปล่อยให้ผลแก่คาต้นเสียก่อนจากนั้นก็ทลายมันลงมาแล้วก็เอาผลแต่ละผลถ้าอยากฟังดูถ้าไม่ได้ยินเสียงน้ำข้างในมันก็หมายถึงว่ามะพร้าวนั่นเป็นมะพร้าวกะทิอย่างแน่นอนคุณจะไม่ต้องมานั่งเปิดเปิดไปทุบเนื้อดูให้เสียเวลาแต่อย่างใดซึ่งหากทำบ่อยบ่อยแล้วก็ชำนาญไปเองแอคแรกอาจจะมีผิดพลาดบ้างแต่พอนานนานเข้ามันก็กลายเป็นประสบการณ์ที่เราเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง วิธีการผ่ารับประทานนั้นก็คือเนื้อมะพร้าวกะทิที่ดีนั้นก็จะต้องฟูหรือเหนียวแน่นและอร่อยโดยเหล่านั้นจะต้องนวดก่อนโดยเอาผลที่ปอกเปลือกแล้วมันกระแทกกับพื้นปูนเบาเบารอบรอบผลจากนั้นก็ให้แน่ใจว่าพอแล้วแล้วก็นำผลไปผ่าครึ่งซึ่งเราจะพบว่าเนื้อข้างในมะพร้าวนั้นจะฟูเป็นสีขาวไม่ขายปุยฝ้ายจากนั้นเราก็สามารถใช้ช้อนหรือขวานเอาเนื้อออกมาทานได้เลยซึ่งบอกเลยว่ารสชาติมันจะหวานมาแล้ววิธีการทานรับประทานนั้นก็คือเนื้อมะพร้าวกะทิที่ดีนั้นก็จะต้องฟูหรือเหนียวแน่นและอร่อยโดยเหล่านั้นจะต้องนวดก่อนโดยเอาผลที่ปอกเปลือกแล้วมันกระแทกกับพื้นปูนเบาเบารอบรอบผลจากนั้นก็ให้แน่ใจว่าพอแล้วแล้วก็นำผลไปผ่าครึ่งซึ่งเราจะพบว่าเนื้อข้างในมะพร้าวนั้นจะฟูเป็นสีขาวให้ใครปุยฝ้ายจากนั้นเราก็สามารถใช้ช้อนหรือขวานเอาเนื้อออกมาทานได้เลยซึ่งบอกเลยว่ารสชาติมันจะหวานมามันและหอมอร่อยเป็นอย่างมากของอร่อยเป็นอย่างมาก เป็นอย่างไรกันบ้างคะบอกเลยว่าทำได้ไม่ยากไทยที่มีมาพักที่บ้านแล้วอยากจะลองทำก็สามารถลองทำได้เลยแต่ใช้วิธีได้หรือวิธีที่สองก็ได้อาจทำกินเองก็ใช้วิธีแรกก็ได้จะได้ไม่ต้องเปลืองป้าดถ้าต้องทำขายก็ใช้วิธีที่สองจะดีกว่าฉันนั้นก็เลือกเอานะคะว่าจะใช้วิธีไหน

ข้าราชการ เลี้ยงเป๊ด 40,000 ตัวสร้ายรายได้ ได้วันละ 100,000 บาท

แน่นอนว่ามันของการทำเกษตรนั้นอาจจะสร้างรายได้มากกว่างานประจำก็มีมาก ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับความสำเร็จของข้าราชการที่หันมาทำเกษตรเลี้ยงเป็ดติดไข่ขายบอกเลยว่าสามารถสร้างรายได้ได้มากกว่างานประจำทำให้เขานั้นประสบความสำเร็จมีรายได้มากมายเข้ามาสู่ครอบครัว ข้าราชการคนนี้นั้นอยู่ที่จังหวัดนครปฐมที่เป็นหนึ่งอำเภอรที่มีการเลี้ยงเป็ดใครมากที่สุดอีกทั้งยังส่งออกไปทั่วประเทศราคาเพียงครัวโลกแล้วก็มีฟาร์มขนาดใหญ่หนึ่งฟาร์มนั้นก็คือฟาร์มเป็ดโชคอำนวยนั่นเองซึ่ง ฟาร์มเป็ดที่นี่มีการเลี้ยงด้วยระบบฟาร์มแบบแม่เป็ดออกไข่เดอะฟองใหญ่อีกทั้งยังสามารถขายได้ปรับราคาดีและขายพ่อค้าคนกลางได้ถึงฟองละ4เดียว ซึ่งข้าราชการคนที่ว่านี้ก็คือคุณอำนวย เฉลิมกลิ่น เป็น ข้าราชการในจังหวัดนครปฐมอีกถ้ายังเป็นเจ้าของฟาร์มเป็ด ซึ่งเขาได้เราว่าเขานั้นเริ่มเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2536 โดยมีแม่เป็นคนลงทุนให้ตัวตอนนั้นมีเป็ดเลี้ยงอยู่ประมาณที่ 4000 ตัวจนปัจจุบันนั้นมีเป็ดเพิ่มขึ้นมาอีกถึง 40,000ตัวโดยเป็ดหนึ่งตัวจะใช้เนื้อที่เจ็ดตารางเมตร สายพันธุ์พี่เลี้ยงนั้นก็คือเป็ดกากีแคมป์เบลล์ ซึ่งเป็นพันธุ์นี้ ซื้อมาตั้งแต่ยังเป็นลูกเป็ดจะอยู่ที่ตัวละ 10 ถึง 21 บาทโดยเทคนิคที่ทำให้ปิดนั้นออกไข่ฟองใหญ่ก็ต้องเปลี่ยมาตั้งแต่ที่ยังเป็นลูกเป็ดโดยต้องขนอาหารให้ลูกเป็ดนั้นมีร่างกายที่สมบูรณ์และตัวโต โดยลูกเป็ดนั้นเมื่ออายุได้ 30 วันก็จะถูกนำไปปล่อยที่ทุ่งนาเพื่อให้อาหารกินและกินอาหารจากนาข้าวที่เกี่ยวไว้แล้วจะช่วยประหยัดค่าอาหารได้ดีมากพออายุได้ห้าเดือนครึ่งก็จะต้องนำกลับไปที่ฟาร์มเมื่อคุณอาหารให้ออกไข่โดยเฉลี่ยวันนึงเป็ด 40,000 ตัวจะเก็บขายได้วันละ 32,200 ค่ะอยู่ที่ประมาณฟองละ3 -4 บาท อย่างไรก็ตามในการขาย ไข่เป็ดนั้นขายได้ค่อนข้างศูนย์กว่าบาทแต่ถ้าหากว่าอาหารนั้นจะถือเป็นต้นทุนสำคัญที่จะต้องเสียโดยรายได้ 100,000 กว่าบาทนี้ยังไม่รวมหักค่าอาหารเป็ดโดยหักออกไปก็ ก็เหลือเพียงไม่กี่ 10,000 บาทต่อสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันใครจากฟาร์มของคุณอำนวยก็มีพ่อค้าคนกลางนั้นมารับไปส่งขายอีกต่อหลายจังหวัดอีกทั้งยังมีออเดอร์จากต่างประเทศมาด้วยก็ทำให้สามารถสร้างรายได้และอีกหลายทาง แค่นี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับคนที่สนใจเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่เพื่อเอาไข่ไปขายอย่างไรการลงทุนทำอะไรซักอย่างก็ต้องคิดแล้วก็วางแผนเสียก่อนไม่อย่างนั้นอาจจะเข้าเนื้อเข้าตัวก็ได้

5 พืซผลไม้เกษตรแนะนำ ที่สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี

แน่นอนว่าช่วงนี้นั้นทำอะไรก็ต้องคิดให้ดีเสียก่อนเพราะการลงทุนทำอะไรซักอย่างเราต้องให้เห็นผลกำไรด้วยยิ่งในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้แล้วจะต้องคิดให้ดี แน่นอนว่าในปัจจุบันนี้ได้มีคนรุ่นใหม่นั้นไม่ต้องการที่จะนัดห่างจากมนุษย์เงินเดือนมากลายเป็นกับตัวพี่หลายคนนั้นก็ทำถูกทางบ้างกระทำผิดซึ่งวันนี้ทางทีมงานก็จะมาบอก เกี่ยวกับสินค้าทางเกษตรห้าชนิดค่ะที่สามารถขายได้และมีกำไร จะมีอะไรบ้างนั้น ลองตามกันมาดู ตะไคร้ แน่นอนว่าใช้เป็นสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบของอาหารไทยหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นทั้งอาหารคาวเครื่องดื่มซึ่งสะใภ้ถือเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่คนนั้นนิยมและต้องการเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างมากมายซึ่งหากเศรษฐกรคนไหนน่าสนใจใครก็ถือเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีเหมือนกันเพราะตะข่ายนั้นสามารถสร้างรายได้สูงสุดได้ถึงวันละ 30,000 บาทเลยทีเดียว กล้วย กล้วยนั้นแน่นอนว่าเราจะเห็นได้หยุดตามตลาดกันทั่วไปเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถนำไปแปรรูปขายได้เป็นหลายอย่างทั้งขนมของฝากอาหารคาวอาหารหวานของทานเล่นหรือแม้แต่การขายเป็นบี๋บี๋ก็สามารถทำขายได้และยังสร้างรายได้ให้ออกมาได้อย่างมากมายโดยเฉพาะตลาดที่ประเทศจีนและก็ญี่ปุ่นต้องถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจเลยทีเดียวซึ่งหากใครสนใจก็ลองไปศึกษาข้อมูลและลองนำไปแปรรูปให้มีความแตกต่าง รับรองว่าจะสร้างรายได้ได้อย่างแน่นอน มะนาว แน่นอนว่ามะนาวนั้นก็ถือเป็นพืชผักที่อยู่ตามบ้านตามครัวเรือนของทุกคนซึ่งถือเป็นผักเศรษฐกิจชนิดหนึ่งแน่นอนว่ามะนาวนั้นมีราคาขึ้นลงตามฤดูกาลของมันแต่บอกเลยว่าบางฤดูกาลนั้นมะนาวก็จะมีราคาสูงแต่มะนาวนั้นไม่มีขายนะสามารถปฏิเสธว่าจะต้องใช้มันเลยเพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นในการทำอาหารฉะนั้นมะนาวก็สามารถสร้างรายได้ในบางช่วงให้ได้เป็นอย่างดี มะพร้าว แน่นอนว่ามะพร้าวนั้นเป็นที่ยอดฮิตสำหรับเด็กกับผู้ใหญ่สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากเพราะเป็นสินค้าทางการเกษตรที่สามารถถ่ายได้ทั้งน้ำและเนื้ออีกทั้งยังเอาไปทำได้ประโยชน์อีกเพียบทั้งของคาวของหวานซึ่งหลายคนนั้นก็เอานำไปแปลรูปเป็นเครื่องดื่มสารพัดอีกทั้งยังเหมาะกับคนที่รักสุขภาพอีกด้วยยิ่งในประเทศไทยนั้นมาพาถือว่าขึ้นชื่อเป็นอย่างมากมีตลาดใหญ่ยาวฮ่องกงมาเลเซียสิงคโปร์เกาหลีตายยุโรปสิ่งเหล่านี้ทำให้เรานั้นสามารถโอนเงินเข้าสู่ประเทศเราได้ปีละหลายหลาย 1000 ล้านบาทเลยทีเดียวว่าเป็นพืชที่น่าสนใจ มะม่วง แน่นอนว่ามะม่วงแม้แต่ไทยเองต่างประเทศก็นิยมเป็นอย่างมากเพราะมันม่วงสุกนั้นบอกเลยว่าอร่อยเป็นอย่างมากถูกใจทั้งใน และต่างประเทศซึ่งมะม่วงสุกนั้นมีราคาสูงมากและก็ยังมีฐานตลาดที่เปิดกว้างเป็นอย่างมากฉะนั้นมะม่วงจึงกลายเป็นผลผลิตที่สามารถเอาไปขายได้อย่างง่ายง่ายแล้วก็ยังมีกำไรดีแน่นอนว่ามีช่องทางการค้าแน่นอน เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยนี่คือพืชผักผลไม้ห้าชนิดที่เราจะนำมาเสนอกันซึ่งบอกเลยว่าในประเทศไทยนั้นยังมีเพื่อนผักผลไม้อีกหลายชนิดที่ยังมีความต้องการของการตลาดซึ่งเราสามารถสิ่งเหล่านี้มาต่อยอดเป็นสินค้าแปรรูปได้หลากหลายฉะนั้นการที่เราจะทำอะไรก็ต้องรู้จักคิดรู้จักดูพื้นที่ของตัวเองและดูว่าเหมาะสมว่าจะปลูกอะไรทำอะไรฉะนั้นการเรียนรู้ผ่านตลาดช่วยให้การทำเกษตรนั้นถือเป็นเรื่องของความสำเร็จ

สะระแหน่คุณประโยชน์เพียง ปลูกง่าย! ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเอาไปสร้างรายได้ได้

สะระแหน่ ถือเป็นพืชที่อยู่คู่บ้านคู่ครัวเรามานับนานนมและยังอยู่ในเมนูอาหารแบบไทยๆต่างๆมากมาย โดยใครรู้หรือไม่ว่า สะระแหน่ นั้นมีต้นกำเนิดมาไกลจากประเทศยุโรบตอนใต้เลยทีเดียว โดยลักษณะใบของมันนั้นจะเหมือน กับพืชในตระกูลมิ้นต์มาก และมีกลิ่นหอมคล้ายมะนาว รสชาติจะคล้าย ๆ กับตะไคร้หอมและมะนาวอีกด้วย โดยเจ้าสะระแหน่จะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 บี2 บี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โดยถือว่าเป็นพืชที่มีสารประโยชน์มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราจริงๆ โดยประโยชน์นั้นมีมากมายเช่น 1.ช่วยให้ผิวชุ่มชิ้น 2.กำจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกายของเรา 3.เป็นยาเย็น ดับร้อน และขับเหงื่อในร่างกายของเราได้ 4.บำรุงและรักษาสายตาของเราให้ไม่เสื่อมก่อนวัย 5.บรรเทาอาการเครียดได้ 6.ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน ได้เป็นอย่างดี 7.บรรเทาอาการและแก้หวัด น้ำมูกไหล อาการไอ 8. รักษาโรคหอบหืด 9.แก้อาการหน้ามืดตาลาย เป็นอย่างไรกันบ้างบอกเลยว่าคุณประโยชน์นั้นมีเยอะมากจนเรานั้นต้องหามาปลูกกันติดไว้สักต้นสองต้นเพื่อใช้มาประกอบอาหารหรือทานเป็นสมุนไพรเพื่อประโยชน์ของร่างกายของเราได้เช่นกัน โดยทีมงานจะพาทุกคนนั้นไปดูวิธีการปลูกสะระแหน่ กันคะ แน่นอนว่าเราจะปลูกไว้ทานเองก็ได้หรือเอาไปขายสร้างรายได้ได้ เพราะนี้ถือเป็พืซที่คนส่วนใหญ่ต้องการด้วยเช่นกัน เริ่มกันที่อุปการณ์ที่ใช้ในการปลูกสะระแหน่ 1.กิ่งสะระแหน่ 2.แหนบ 3.ถ้วยปลูกเขียวกับเพอร์ไลท์ 4.ตะกร้า 5.ถาดน้ำขาดใหญ่ให้ใหญ่กว่าตะกร้า วิธีปลูกต้น สะระแหน่ ในตระกล้า ขั้นตอนที่ 1 เลือกยอดที่สมบูรณ์ และเด็ดใบบางส่วนเพื่อลดการคายน้ำของพืข ขั้นตอนที่ 2 ใช้แหนบคืบยอดสะระแหน่ที่เลือกไว้ละหย่อนเสียบลงไปในเพอร์ไลท์ เพื่อใไม่ให้กิ่งช้ำ เสีบให้ครบทุกช่อง ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นเอาถาดน้ำทีมีขนาดใหญ่กว่าตระกล้ามาใส่น้ำหล่อเลี้ยงไว้และวางไว้ในจุดที่มีแสงแดดเข้าถึง

แค่ปลูกต้นไม้ 3 ประเภทนี้ในบ้านก็ทำให้ภูมิแพ้หายได้

แน่นอนว่าโรคภูมิแพ้นั้นถือเป็นโรคที่ใครหลายๆต่อหลายคนนั้นเป็นกัน โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันเริ่มมีอัตตาการเป็นโรคภูมิแพ้กันอย่างเยอะมาก โดยอาการของโรคภูมิแพ้นั้นมีหลายอย่าง ทั้งไอจาม คัดจมูก คัดน้ำมูกน้ำหูน้ำตาไหล คันตามตัว ใต้ตา รอบหน้า มีผดแดงตามผิวหนัง ผิวหนังอักเสบและท้องร่วง ซึ่งถือว่าเป็น 1 โรคที่สามารถนำไปสูการเสียชีวิตได้ และโรคนี้ถือเป็นโรคยอดนิยมที่สามารถพบเห็นได้ตามตัวทั่วไปในเมืองใหญ่เพรัต้องเจอทั้งฝุ่น ควัน สารพิษ ต่างๆนาๆมากมาย ทำให้มีผลด้านลบต่อระบบคุ้มกันในร่างกายของเรา เป็นอย่างมาก ! แต่วันนี้ทางทีมงานมีเรื่องราวดีดีมานำเสนอ เพราะเราพบว่า แค่การปลูกต้นไม้บางชนิดในบ้าน! ก็ช่วยใหโรคของเรานั้นหายได้ด้วย! โดยนี้เป็นเทคนิคจาก Kamal Meattle ที่อาศัยอยู่ในประเทศอินเดีย โดยภูมิประเทศนั้นมีมลภาวะสูงมากๆทั้งฝุ่นระอองจ่างๆทำให้ Kamal ได้ป้วยเป็นโรคภูมิแพ้ขั้นรุนแรง จนทำให้ปอดของเขาทำงานได้เพียง แค่ 70% เท่านั้นเอง!! ซึ่งถือเป็นขั้นที่ร้ายแรงหากไม่รีบเข้ารักษาก็ทำให้เสียชีวิตได้ ทาง Kamal เมื่อรู้อย่างนั้นจึงได้ค้นหาศึกษาข้อมูลจ่างๆ จนได้พบวิธีว่า ราสามารถปรับ/เพิ่มคุณภาพอากาศภายในอาคารได้ ได้เองด้วยการปลุกต้นไม้3ประเภทนี้ในบ้านเท่านั้น ซึ่งจะมี อะไรบ้างลองไปชมกันเลยจ้า #ปาล์มหมาก มีประสิทธิภาพสูวมากในการขจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกแล้วแปลงเปลื่ยนในบ้านเรามีออกซิเจนมากขึ้น โดยเราต้องปลูกเจ้าต้น ปาลม์หมากนี้ให้มีความสูงประมาณหัวไหล่ของผู้ใหญ่ จำนวน 4 ต้น /

เพียงแค่ใช้ น้ำส้มสายชูมาแช่เท้าในน้ำ บอกเลยว่าคุณประโยชน์เพียบ!

ถึงใครจะมองว่าเท้านั้นเป็นอวัยวะที่ดูต่ำ แต่บอกเลยว่าเท้าถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถพาตัวเองไปตามสถานที่ต่างๆ ได้ และสามารถพาเราไปหารายได้ได้ ดังนั้นเท้าจึงสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเท้านั้นเมื่อใช้งานไปนานๆและไม่ได้ดูแลก็สามารถเกิดโรคได้เช่นเดียวกันกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายเรา มีใช้ก็มีเสื่อมโทรม และเท้าของเรานี้ใช้ในทุกวันๆ โดยวันนี้ทางทีมงานจะมานำเสนอเคล็ดลับโดยเอาน้ำส้มสายชูมาแช่เท้าบอกเลยว่าได้ผลมากเพราะน้ำส้มสายชูนั้นสามารถทะลุเข้าผิวหนังของเราได้ และทำให้ระบบหมุนเวียนในฝ่าเท้าเราดีมากขึ้นด้วย เอาละจะดีแค่ไหน ลองมาอ่านประโยชน์ของการแช่เท้าด้วยนเส้มสายชูกันดีกว่า ตามกันมาเลย 1.ช่วยให้เรารู้สึกหลับสบายมากจึ้น โดยหากเราแช่เท้าในทุกๆวันวันละ ครึ่ง ชม.แล้วนั้น บอกเลยว่าสามารถช่วยให้เราผ่อคลายความเครียดได้ และสามารถปรับความสมดุลในร่างกายของเราได้อีกด้วย ยิ่งทำติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอแล้วละก็ จะสามารถช่วยปรับปรุงให้การหลับนอนของคุณมีคุณภาพ ทั้งเรื่องปัญหานอนไม่หลับ ก็จะหายไปด้วยเช่นกัน 2.ช่วยขจัดความเมื่อยล้า แน่นอนว่าการแช่เท้าด้วยน้ำส้มสายชูนั้นสามารถช่วยในเรื่องจของระบบหมุนเวียนเลือดได้เป็นอย่างดี เพิ่มประสิทธืภาพของออกซิเจนได้ ทำให้ร่างกายของเรานั้นีรู้สึกดีเป็นอย่างมาเพราะสามารถขจัดความเหนื่อยล้าออกไปได้อย่างดี อีกทั้งยังสามารถช่วยเผาผลาญระบบอาหารของเราให้ทำงานได้ดรขึ้นอีกด้วย เพราะจะทำร่างกายองเรานั้นคลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์ออกมา ได้ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและฟื้นหูได้อย่างมีประสิทธืภาพ 3.กำจัดของเสียในร่างกายของเรา เท้าถือเป็นส่วนรวมของเส้นประสาททั้งหลายของร่างกายเราการที่แช่เท้าด้วยร้ำสายชูนั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่อระบบหมุนเวียนเลือดได้และยังสามารถกระตุ้นการทำงานของอวัยวะในร่างกายของเราได้เป็นอย่างดีในจุดๆนี้ก็ทำให้ร่างกายของเรามีประสิทธิภาพในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ด้วยเช่นดัน 4.ทำให้ผิวของเราดูชุ้มชื่น ใครที่ท้าแห้งบอกเลยต้องลองแข่ด่วนๆเพราะเพียงแค่น้ำส้มสายชูเพียงแค่ 1 อาทิตย์แบบติดต่อกันแล้วละก็ ขะช่วยให้ผิวหนังบริเวณเท้านั้นอ่อนนุ่มลง และส่วนอื่นในร่างกายก็อ่อนนุ่มไปด้วยเช่นกัน 5.ป้องกันโรคเหน็บชา เพียงแค่แช่น้ำส้มสายชูเพียงแค่ 9 % เท่านั้น ติดต่อกัน เป็นเวลาเพียงแค่ 2 เดือนก็สามารถช่วยขจัดปัญหาที่เกิดจากการสวมรองเท้าส้นสูงจองสาวๆได้ ยังทั้งยังช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากความจึงเครียดของร่างกาย ได้อีกด้วยละคะ เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย บอกเลยว่าสรรพคุณนั้นเหลือล้นจริงๆ แค่เราเอาน้ำส้มสายชูมาผสมน้ำและแช่เท้าเฉยๆเท่านั้นก็ช่วยบรรเทาอะไรหลายๆอย่างในร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี แถมน่าจะรู้สึกเพลินๆ เหมือนได้ทำสปาเท้าอีกด้วยนะ อย่างไรก็ลองทำกันดูนะคะ ไม่เสียหายคะ

แค่มีพื้นที่ 1 ไร่ ก็สามารถทำรายได้ให้เราเลิกจนได้!!

สำหรับใครที่อยากย้ายมาทำเกษตรแต่มีพื้นที่ไม่มอง ลองมาอ่านบทความนี้กันก่อนเลยคะ เพราะถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่แค่เพียง 1 ไร่นั้นเราก็สามารถประยุกต์เอาพื้นที่ๆเรามีมาสร้างรายได้ให้กับครอบครัวตัวเองได้นะ ถึงแม้ว่าสำหรับใครบางคนนั้น อาจคิดว่า แค่ 1 ไร่มันไม่ได้ใหญ่อะไรมาก แล้วจะเก็บผลผลิตเยอะๆไปขายได้หรอ ? แต่บอกเลยว่าได้ ถ้าหากเรามีการค้นหาศึกษาข่อมูล เรียนรู้การจัดกระบวนการต่างๆและวางแผนทุกวิถีทางให้รอบคอบในด้านทางเกษตรแล้วละก็ รับรองว่า อย่างไร เราก็สามารถจัดสรรพื้นที่เล็กๆให้ได้แระโยชน์อันสูงสุดอย่างแน่นอน และคุ้มค่ามากด้วย อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ได้ ด้วยเกษตรผสมผสานนั้นเอง โดย 1 ไร่นั้นเราสามารถออกไปได้เป็นทั้งสองส่วนเลยทีเดียว ส่วนแรกไว้อยู่อาศัยและส่วนที่สองนั้นคือส่วนที่ไว้ทำเกษตรผสมผสาน โดยใน 1 ไร่นั้น 1 งาน จะมี บ้าน บ่อเก็บน้ำ ส่วนอีก 3 งานจะเป็นพื้นที่ไว้เพาะปลูกหารายได้เลี้ยงชีพตัวเอง โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว คราวนี้มาดูกันว่าแต่ละระยะจะเป็นอย่างไร 1.พืชระยะสั้น เป็นพืชที่สามารถออกดอกออกผลและปลูกได้ในเวลาสั้นๆ เน้น ไว้ทำครัวในบ้านทานเอง และ หากเหลือก็สามารถเอาส่วนที่ไม่ได้ต้องการนั้นไปสร้างรายได้ได้

5 แมลง นักล่าศัตรูพืซ! ช่วยกำจัด ศัตรูพืซ ในสวนได้อย่างแน่นอน

ศัตรูร้ายตัวฉกาจของชาวเกษตรนั้นก็คือศัตรูพืซ ซึ่งชาวเกษตรหลายคนนั้นก็ต้องหาวิธีการต่างๆมากมายเพื่อขับไล่ศัตรูพืซตัวร้ายที่ค่อยกัดกินผลผลิตของตัวเอง บ้างก็ใช่สารเคมีต่างๆบ้างก็ใช้สมุนไพร แต่ถึงอย่างไรก็มีอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจและใครหลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ถึงจะมีแมลงมาทำร้ายสวนแต่ก็มีแมลงบางส่วนที่ช่วยกำจัดศัตรูพืซได้ด้วยนะ ลืมคิดกันไปเลยใช่ไหมละ ฉะนั้นวันนี้ทางทีมงานจะมานำเสนอ แมลงตัวน้อยที่สามารถกำจัดศัตรูพืซ กันได้ซึ่งจะมีแมลงอะไรบ้างนั้นไปชมกันเลย 1.ด้วงดิน เป็นแมลงนักล่าชนิดหนึ่งที่ออกล่าในเวลากลางคืน ซึ่งพวกมันจะกิน หอยทาก หนอน หนอนกะหล่ำปลี และ ตรูพืซ อื่นๆอีกมากมาย แค่มีด้วงดิน 1 ตัวในที่ดิน ก็กำจัดแมลงได้ถึง 50 ตัวเลยนะจะบอกให้ 2.แมลงวันทาชินิต อ่านกันไม่ผิดก็คือแมลงวันนั้นละคะ แต่หลายคนทราบหรือไม่ว่า ตัวอ่อนของเจ้าแมลงวันชนิดนี้สามารถกำจัดศัตรูพืซได้ด้วยนะเออ โดยตัวอ่อนนั้นจะขุดและเข้าไปฝังตัวอยู่ในศัตรูพืซ และค่อยทำลายพวกมันจากข้างใน บอกเลยว่าร้ายในร้ายจริงๆ 3.ด้วง Soldier Beetles หลายคนอาจไม่เคยเห็นเจ้าด้วงตัวนี้แต่ด้วงตัวนี้ชอบกินเพลี้ยและหนอนซึ่งถือเป็นศัตรูตัวร้ายของชาวเกษตรเลยว่าได้ ซึ่งพวกมันนั้นสามารถกำจัดศัตรูพืซได้และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ด้วยนะ ด้วยเราจะดึงดูดพวกมันได้โดยการปลูกต้นแคทนิปสร้อยทอง หรือไฮเดรนเยียนั้นเอง 4.เมลงช้างปีกใส แมลงชนิดนี้จะชื่นชอยการกิน เพลี้ยและหนอนแมลง และ เพลี้ยไฟ นอกจากนี้ยังชอบกิน ศัตรูพืซอีกในหลายชนิด เลยละคะ โดยต้นไม้ที่ดึงดูดมันนั้นก็คือ ต้นตังดุย คอสมอส และ อลิสซั่ม 5.เต่าทอง แมลงตัวน้อยแสนน่ารักที่โดนใจเด็กหลายๆคน บอกเลยนี้ก็ถือเป็นหนึ่งนักล่าศัตรูพืซเหมือนกัน ซึ่งพวกมันชอบกิน เพลี้ย ไร และ ศัตรูพืซเป็นอาหาร สิ่งที่ดึงดูดมันก็คือ ตังกุย

4 สูตรดีท็อกซ์ ล้างอุจจาระตกค้างในลำใส้ทำแล้วพุงยุบแน่นอน!

แน่นอนในท้องของเรา เราไม่อาจรู้ได้เลยว่ามีอุจจาระตกค้างอยู่หรือไม่ ซึ่ง ปล่อยให้ตกค้างไว้นานๆมันคงจะไม่ดีอย่างแน่นอนใช่ไหมละคะ ฉะนั้นวันนี้เราถึงเอาสูตรดีดีมาฝากกันคะ ซึ่งนี้ก็เป็นสูตรยาระบายไว้ดีท็อกซ์สูตรหนึ่งซึ่งได้ผลดีมากๆ หลายคนสงสัยว่าการดีท็อกซ์ คืออะไร มันก็คือการทำความสะอาดระบบต่างๆของร่างกายและลำไส้ ซึ่งปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะได้ถูกทดสอบกันมาอย่างยาวนาน โดยพื้นฐานการทำดีท็อกนั้นมีจุดมุ้งหมายเพื่อทำความสะอาดร่างกาย และนอกจากนี้มันก็ยังช่วยบำรุงร่างกายจากภายในไปสู่ภายนอกด้วยเช่นกัน โดยการล้างสารตกค้างออกจากร่างกายนั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าการ ดีท็อกซ์ นั้นย่อมมีประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยปกป้องร่างกายจากโรคภันต่างๆได้ และเสริมความสามารถของร่างกายให้มีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งยังช่วยทำความสะอาดตับของเรา ที่มีหน้าที่เหมือนฟองน้ำค่อยซับสิ่งสกปรกต่างๆและสารพิษ สรุปได้ว่า การทำดีท็อกซ์ มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากเลย ฉะนั้นทุกคนต้องลองอ่านด่วนๆกันคะต่อไปนี้..เราจะมาเผยสูตรดีดีที่ไว้ ดีท็อกซ์ ร่างกายของเรากันรับรองว่าไม่เป็นอันตรายแถมบางเมนูนี้อาจจะอร่อยด้วยนะอยากรู้แล้วใช่ไหมมีเมนูอะไรบ้าง ไปชมกันเลยจ้า สูตรที่ 1 สูตรยาระบายแบบอ่อนๆ นี้เป็น 1 สูตรที่การันตีว่าคุณจะถ่ายง่ายถ่ายคล่องอย่างแน่นอน เพราะเมื่อเราลองทำและทานดูไปสักพักเราก็จะรู้สึกมวนๆที่ท้องอยากจะเข้าห้องน้ำในทันที สำหรับสูตรนี้แนะนำให้ทำกันในวันหยุดนะคะไม่งั้นไม่รับประกันนะคะ ส่วนผสม 1.น้ำเปล่า 2.มะนาว 3.เกลือ วิธีทำ เอาส่วนผสมทั้งหมดมารวมเข้าด้วยกัน ในแก้วหรือขวดก็ได้ตามสะดวก จากนั้นก็ทำเขย่าให้เข้ากัน และดื่มให้หมดภายใน 10-20 นาที สูตรที่ 2 ล้างอุจจาระตกค้างในลำไส้ เป็นอีกหนึ่งสูตรที่เหมือนยาระบายอ่อนๆ โดยมีเม็ดแมงลัก ค่อยช่วยเพราะเม็ดแมงลักนั้นมีใยอาหารที่สูง จะช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ออกมา รับรอง ถ่ายคล่อง สบายพุง อย่างแน่นอน ส่วนผสม 1.น้ำร้อน 2.เม็ดแมงลัก วิธีทำ เอาน้ำร้อนเทใส่แก้วจากนั้นก็นำเม็ดแมงลักที่เตรียมไว้เทใส่ลงไปในแก้ว แล้วปล่อยมทิ้งไว้ประมาณ

รับเน้นๆวันละ 20,000 เพียง เพาะถั่วงอกดำ ต้นทุนต่ำ รายได้งาม!

ถั่วงอกถือเป็นพืซผักที่สามารถปลูกง่ายและคนไทยเองก็นิยมรับประทานกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งเราจะเห็นถั่วงอกนั้นไปโผล่ในหลายๆเมนูของไทยเรา ทั้งผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวหรือผัดผักถั่วงอกก็ล้วนแต่เป็นเมนูที่ใครหลายคนชื่นชอบกันทั้งนั้น ซึ่งทุกคนเองก็จะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ถั่วงอกนั้นคือต้นอ่อนของถั่วเขียว ซึ่งการปลูกถั่วงอกนั้นจะไม่ให้ถั่วงอกนั้นโดนแสง ถั่วงอกเป็นพืซที่โตง่ายใช้เวลาไม่นานก็โต ฉะนั้นการเพาะถั่วงอกนั้นถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพของเกษตรกร ที่สามารถให้ผลตอบแทนได้สูงมาก โดยในระยะเวลาสั้นๆก็สามารถได้ผลผลิตมาอย่างมากมาย อีกทั้งปลูกง่าย โตง่าย ดูแลง่าย ให้เพียงอย่างเดียวก็โตแล้วใช้เวลาเพียงแค่ 4 วันเท่านั้นในการเพาะปลูก ซึ่งในปัจจุบันเองถั่วงอกแบบปลอดสารพิษก็ถือเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมากอีกด้วย โดยวันนี้ทางทีมงานจะพาทุกคนไปรู้จักกับ เฮียเอี่ยม – วันทัสน์ รติขจรพันธุ์” ผู้ที่ยึดอาชีพเพาะถั่วงอกขายมานานกว่า 20 ปี โดยเริ่มแรก ก็เริ่มมาจากการลองผิดลองถูก และมีการ มีการปรับ คิดค้น จนสามารถค้นหาวิธีการเพาะปลูกถั่วงอกปลอดสารพิษ ได้จนสำเร็จ และสามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นเมื่อลองมาคำนวนหักต้นทุนดูแล้ว ก็ได้รับกำไรถึง 20,000 กว่าบาทเลยทีเดียว โดยวิธีการปลูกถั่วงอกปลอดสารพิษ มีดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 คัดเลือกวัตถุดิบ เป็น ถั่วเขียวผิวดำ เพราะเมล็ดพันธ์นี้ มีอัตราการงอกได้ดีกว่าสายพันธอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น และมีคุณค่าทางอาหารสูงอีกด้วย ขั้นตอนที่ 2 นำถั่วเขียวมาร่อนเศษผงออก แล้วก็เอาไปผึ่งลมให้แห้ง ขั้นตอนที่ 3 ใช้ถังเจาะร่องน้ำเอาไว้เพื่อไว้ระบายน้พ และเอาถั่วเขียวลงไปในถั่งประมาณ

สุดเจ๋ง! DIY สปริงเกอร์จากขวดพลาสติก ใช้ดี ต้นทุนไม่ถึงร้อย!

แน่นอนว่าการทำเกษตรทั้งหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเกษตรเพื่อสร้างอาชีพหรือเกษตรสวนครัว สิ่งที่สำคัญในการทำเกษตรอย่างหนึ่งนั้นก็คือเรื่องของน้ำนั้นเอง ซึ่งน้ำถือเป็นปัจจัยทหลักในการทำเกษตรเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าหลายๆพื้นที่ดีมีเกษตรกรนั้นต่างประสบปัญหาในเรื่องของระบบน้ำที่ใช้ในการเกษตรใช่ไหมละคะ ซึ่งหากเราจะรดน้ำเองก็กลัวจะไม่ทั่วถึง อีกทั้งยังเสียเวลาอีกต่างหาก หากใช้สปริงเกอร์ก็เงินเสียทองอีกหลายบาท ราคาก็สูง แน่นอนว่าหลายคนสู้ราคาไม่ไหวอย่างแน่นอน วันนี้ทางทีมงานจึงขอเสนอวิธีเด็ดๆที่ ชาวเกษตรทุกนั้นสามารถนำไปใช้ได้และประหยัดต้นทุนไปได้อีกเยอะ นั้นก็คือการทำ DIY สปริงเกอร์จากขวดพลาสติก ใช้งบเพียงไม่ถึง 100 บอกเลยว่าใช้ได้จริงๆ วิธีทำเป็นอย่างไรไปชมกันเลย เริ่มกันที่อุปกรณ์ที่ต้องใช้กันก่อน 1.ขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว 2. ตะปู 3.ท่อน้ำ PVC และสายยาง 4 เทบพันท่อ 5.ไม้ วิธีทำ สปริงเกอร์จากขวดพลาสติก ขั้นตอนที่ 1 นำเอาขวดน้ำมาเจาะรูให้ทั่วๆขวด ด้วยตะปูลนไฟ แต่ละรูควรห่างประมาณ 2 นิ้ว ขั้นตอนที่ 2 นำไม้มาทำเป็นฐานเพื่อเอาไว้ยึดท้อ PVC ขั้นตอนที่ 3 เอาท่อPVC ไปต่อกับขวดน้ำที่เราได้ทำการเจาะรู้เอาไว้ จากนั้นก็พันเทปให้แน่นๆ ขั้นตอนที่ 4 เอาสายยางมาต่อและลองเปิดน้ำเท่านี้ก็ได้สปริงเกอร์ทำเองกันแล้ว ภาพวีดีโอ https://youtu.be/XLzsXcexW3A เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยบอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมละคะ ของหาง่าย ต้นทุนก็ไม่แพง แถมใช้งานได้จริงๆแบบนี้ถือดีมากๆอย่างไรก็ลองทำกันดูนะคะนอกจากจะประหยัดเวลารดน้ำแล้ว ยังทำให้ชาวเกษตรทั้งหลายมีเวลาไปทำอย่างอื่นอีกด้วยละคะ

อดีตมนุษย์เงินเดือนถูกเลิกจ้างรับทรัพย์ ! หลักเช่าที่ 1 งานปลูกผักขายมีรายได้ทุกวัน

แน่นอนว่าหลายคนนี่นเบื่อที่จะเป็นมนุษย์ออฟฟิตกันแล้วและยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจย่ำแย่กิจการอะไรอย่างก็ปิดตัวลงไป โรงงานบริษัทน้อยบริษัทใหญ่ก็จ้างคนออกจากงาน มายุคนี้ทำอะไรจะต้องประหยัด หากเราถูกปลดออกจากพนักงานเมื่อใดไม่รู้จะทำอะไรต่อไป วันนี้เราจึงขอยกตัวอย่างของคุณพี่ที่ดิ้นรนหาเส้นทางเอาตัวรอดของตัวเองจนประสบความสำเร็จ อีกหนึ่งตัวอย่างบุคคลสู้ชีวิต ที่หันมาทำเกษตรแบบชาญฉลาด น่ายกย่องและควรเอาเป็นแบบอย่าง บนเส้นทางชีวิตของ คุณ เอีย-อารีย์ เพ็งสุทธิ์ หนึ่งในมนุษย์เงินเดือน ที่ถูกแจ๊คพอต เลิกจ้างจากตำแหน่งผู้บริหาร ระดับ ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนก มารเก็ตติ้ง ของบริษัทประกันชื่อดัง ซึ่งช่วงนั้นเธอมีรายได้ถึงหลักแสนเลยทีเดียว…!! คุณ อารีย์ เพ็งสุทธิ์ บอกว่า…“ ตอนออกมาได้ทุนมาก้อนหนึ่ง น้องๆ ที่อายุยังน้อยพากันไปหางานใหม่ ส่วนตัวเองอายุขนาดนี้ ฐานเงินเดือนเท่านี้ หางานใหม่คงลำบาก แม้จะไปสมัครงานใหม่ไว้ แต่เริ่มคิดอยากทำธุรกิจของตัวเองแล้ว มีเพื่อนรุ่นน้องคหนึ่ง ซึ่งชื่นชอบการทำเกษตรเป็นชีวิตจิตใจ มาแนะนำให้ทำฟาร์มเห็ด เพราะแนวโน้มตลาดยังดีอยู่ จึงเริ่มต้นจากการศึกษาการเพาะเห็ด ” โดยเริ่มต้นจากลองเพาะเล็กๆก่อน เริ่มต้นจากไม่มีความรู้ ค่อยเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และ หาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ ใช้เวลาไม่นาน จึงมี “วิชาเพาะเห็ด” ติดตัว ขั้นต่อไปคือ หาเช่าที่ดินเพื่อสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดจึงได้ไปเจอ ที่ดิน 100 ตารางวา ที่อยู่ในซอยคู้บอน

น่าอยู่มาก!! เปิด 35 แบบกระท่อมปลายนา สวยน่าอยู่ ที่คนเมืองโคตรอิจฉา

เปิดภาพ 35 กระท่อมปลายนาหรือเถียงนา ที่ถือว่าสวยบาดตาบาดใจ ดูทีไรน้ำตาจะไหลทุกที ขึ้นชื่อว่าเถียงนา นับได้ว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัยคู่กับ ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนไทยมาช้านาน คิดถึงสมัยเมื่อครั้งตอนเด็ก ที่เคยได้นอนอยู่เถียงนาน้อยตามประสาลูกชาวนาไทย วันนี้จะพาไปชมภาพกันที่ได้ชื่อว่า สวยงามที่สุดในสยามครับ ถ้าถูกใจ ชอบใจ เถียงหลังไหน ก็กดไลค์กดแชร์ได้นะครับ ช้าอยู่ใย ไปดูกันเลยว่าเถียงนาที่คัดมานี้ จะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย ลำดับที่ 1. กระท่อมน้อยกลางไพร ลำดับที่ 2. เถียงนาไม้ไผ่ชั้นเดียว ยกพื้นต่ำ ของหนุ่มพนเจร ลำดับที่ 3. เถียงนาหญ้าคามัดใจ ลำดับที่ 4. เถียงนาน้อยคอยรัก ลำดับที่ 5. เถียงนาคู่สามัคคี ลำดับที่ 6. เรือนคำแก้ว ลำดับที่ 7. เถียงนามนต์รักลูกทุ่ง ลำดับที่ 8. เถียงนาอุ่นไอหมอก ลำดับที่ 9. เถียงนากลางไพร ลำดับที่ 10. เถียงนาเขยฝรั่ง ลำดับที่ 11. เถียงนาไกรทอง ลำดับที่ 12. เถียงนาไม้ไผ่ทอง ลำดับที่ 13. เถียงนาริมน้ำ ลำดับที่ 14. เถียงนารักบ้านเกิด ลำดับที่ 15. เถียงนาสาวโสด ลำดับที่ 16.

มีเงินแสนก็ทำได้!! แบบบ้านทำเองสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ ทันสมัย ด้วยงบประมาณ 2 แสนบาท

แบบบ้านทำเอง!! สไตล์โมเดิร์นลอฟต์ เท่ห์ๆ ด้วยงบประมาณ 2 แสน (รายละเอียด) วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูบ้านโมเดิร์น ซึ่งราคาดังกล่าวไม่รวมค่าอุปกรณ์ตกแต่งภายในบ้าน เป็น 2 แสนเป็นเพียงแค่ราคาตัวโครงสร้างบ้าน โดยบ้านหลังนี้เป็นของคุณ Woody Watcharawut ซึ่งเจ้าของบ้านออกแบบเองและคุมงานและทำเองเลยนะครับ ใช้ระยะเวลาทำมาแล้ว 1 ปี 4 เดือน และใช้งบไปแล้วประมาณสองแสนต้น ๆ ตัวบ้านหน้ากว้าง 7 ม. ยาว 10 ม. 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำแต่บ้านยังคงไม่เสร็จทั้งหมด เจ้าของบ้านไม่ค่อยมีเวลาทำ ส่วนงานที่เหลือก็จะมี งานไฟฟ้า ติดประตูอีก 4 บาน ขอน้ำ ขอไฟ และเก็บงานเล็กๆน้อยๆ อีกนิดหน่อย กะไว้ว่าต้นปีหน้าไม่เกินกุมภาคงได้เข้าอยู่ได้แล้ว นี้ขนาดยังไม่เสร็จทั้งหมดยังสวยขนาดนี้ ลองชมกันเลยค่ะ ซึ่งหลายๆคนอาจจะ งง ว่าบ้านโมเดิร์นลอฟต์คือบ้านสไตล์แบบไหนงั้นเดี๋ยวเรามาดูข้อมูลของบ้านกันเพิ่มเติมกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าเป็นบ้านยังไง นาทีนี้ เวลานี้กระแสแนวลอฟท์ มาแรงแซงทางโค้งมาก

ธนาคารไม่เคยบอก! เผยวิธี “ผ่อนบ้าน” ให้หมดเร็ว ประหยัดเงินในกระเป๋าไปหลายแสน (รายละเอียด)

ธนาคารไม่เคยบอก! เผยวิธี "ผ่อนบ้าน" ให้หมดเร็ว ประหยัดเงินในกระเป๋าไปหลายแสน (รายละเอียด) เชื่อว่าหลายคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยุ่ต้องกำลังมีภาระผ่อนบ้านกันอยู่แน่ๆ แต่จะทำอย่างไรให้ผ่อนบ้านได้หมดไวไว วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆมาเล่าสู่กันฟัง และแน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ธนาคารต้องไม่เคยบอกคุณอย่างแน่นอน อยากให้ทำความเข้าใจก่อนว่า ผ่อนให้หมดไวคือ การที่คุณรู้จักขอลดดอกเบี้ย ได้เงินคืนบางส่วนคือ เงินประกันที่หลายต่อหลายคนถูกบังคับให้ทำตอนกู้ ซึ่งธนาคารมักจะชอบอ้างว่า จะได้อนุมัติให้ผ่านง่ายขึ้นถ้าทำประกัน 1. ปกติโดยส่วนมาก สัญญาที่ทำมักจะบอกว่า ห้ามปิด (โปะหนี้)ก่อน3 ปี คุณจึงสามารถใช้ช่องโหว่นี้มาขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารได้โดยการบอกว่า ขอลดดอกเบี้ย (หลังจากผ่อนครบ 3 ปี) ถ้าธนาคารตอบไม่ได้ ให้คุณมีแผนว่าจะรีไฟแนนท์ไปธนาคารอื่น (คุณจะให้ธนาคารอื่นมาโปะหนี้กับธนาคารเดิม แล้วคุณกลายไปเป็นหนี้ธนาคารอื่นแทน) เมื่อคุณบอกไปแบบนี้แล้วธนาคารก็จะพยายามรักษาลูกหนี้ไว้ โดยการรีเทนชั่นคือ ลดดอกเบี้ยให้นั่นเอง วิธีการ - ให้คุณไปติดต่อที่สาขาที่คุณกู้ เพื่อที่จะได้ทำการเจรจาขอลดดอกเบี้ย - ถ้าคุณอยากได้เปรียบให้คุณพูดไปเลยว่า ขอลดดอกเบี้ยตรงๆไปเลย โดยจะต้องให้เหตุผลแค่ว่าคุณเป็นลูกค้าชั้นดี ไม่เคยมีประวัติชำระไม่ตรง และในตอนนี้ผ่อนมาครบ 3 ปีแล้ว จึงอยากจะขอลดดอกเบี้ย - ถ้าหากไม่ได้ตั้งใจว่าจะรีไฟแนนท์ เนื่องจากไปเช็คดอกเบี้ย โฮมโลนสำหรับลูกค้าใหม่มาแล้ว 4-5 ธนาคาร แล้วดอกถูกกว่าที่จ่ายอยู่ - จากนั้นพนักงาน เขาอาจจะถามคุณว่าสนใจที่ไหนอยู่ คุณก็แกล้งเลือกบอกไปสัก

ผมไม่ได้บ้า แค่กล้าทำตามฝัน พื้นที่ 180 ตรว. กับการทำเกษตรพอเพียง

ผมไม่ได้บ้า แค่กล้าทำตามฝัน พื้นที่ 180 ตรว. กับการทำเกษตรพอเพียง สวัสดีค่ะ จริงๆ เราเล่นพันทิปมานานมาก แต่ส่วนมากจะเข้ามาอ่านมากกว่า ช่วงนี้ได้ออกมาทำตามความฝัน 4 เดือนแล้ว ก็เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ อ่านกันค่ะ ที่ขึ้นจั่วหัวเรื่องแบบเปิดประเด็นแบบนี้ แปลว่ามันต้องมีที่มาที่ไปแน่นอน ให้คนลองพิจารณาเอาเองแล้วกัน ว่าเราบ้าอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่า มาเริ่มเรื่องเลยดีกว่าค่ะ ตอนแรกเรากับสามีก็เป็นคนปกติ ที่ไปทำงานในบริษัทเหมือนคนอื่นๆ เป็นบริษัทรับทำคลังสินค้าและขนส่งขนาดใหญ่ มีหลายสาขา ชื่อบริษัทเป็นภาษาอังกฤษสามตัว ขึ้นต้นด้วยตัว D (แบบว่าเดายากมากเลย) เราเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์แผนกขนส่ง ส่วนแฟนเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์แผนกปฏิบัติการ คนปกติจะเข้างานแปดโมงเช้า เลิกงานห้าโมงเย็น หรือถ้ามีโอทีทำก็เลิกสองทุ่ม หรือถ้าวันไหนเข้ากะดึก ก็เข้าสองทุ่ม เลิกงานตีห้า ถ้ามีโอทีทำก็เลิกแปดโมงเช้า เงินเดือนออกทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน เดือนไหนตรงวันเสาร์ อาทิตย์ ก็เลื่อนมาออกวันศุกร์ เงินเดือนสองคนรวมโอทีก็เกินครึ่งแสน บางเดือนขยันมากๆ ก็เกือบแสน เราใช้ชีวิตแบบคนปกติวนเวียนอยู่แบบนี้ห้าปี เราเริ่มเป็นคนไม่ปกติตอนมาสนใจเรื่องการทำเกษตร อยากทำสวน ปลูกผัก เลี้ยงปลา

สมเป็นสังฆราชา!!! สมเด็จกระสังฆราช รับสั่ง “อย่าเอาเงินมาถวาย” เหตุทำพุทธศานาเสื่อม

สมเป็นสังฆราชา!!! สมเด็จกระสังฆราช รับสั่ง "อย่าเอาเงินมาถวาย" เหตุทำพุทธศานาเสื่อม   26 กพ.2560 มีข้อความเปิดเผยในเฟซบุ๊คของ "Suwanna Pueakchaona" เกี่ยวกับรับสั่งของสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 อันแสดงให้เห็นถึงจริยวัตรอันงดงาม ของสมเด็จพระสังฆราช ได้เป็นอย่างดี และได้ถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก ด้วยความปลื้มปิติของผู้ที่ได้อ่านเรื่องราว   ซึ่งมีใจความว่า...สมเด็จพระสังฆราช รับสั่งกับประชาชนที่มาสักการะบูชาท่านว่า "อย่าเอาเงินมาถวาย" พระรับเงินรับทองเป็นอาบัติที่รุนแรงมาก พุทธศาสนาของเราเสื่อมลงถึงวันนี้ คิดให้ดี เป็นเพราะโยมไม่ศึกษาพระธรรมวินัย เอาเงินไปถวายพระ เมื่อไหร่พวกเราจะเลิกทำบาปกันเสียที หยุดเอาเงินให้พระ หยุดทำร้ายพระศาสนา หยุดสร้างกลุ่ม "เบ็ญจราคี" ที่โสโครกโสมมเพิ่มขึ้น     ซึ่งข้อความดังกล่าว นำความชื่นชมและเพิ่มความศรัทธาในองค์สมเด็จพระสังฆราชเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล ดังที่เคยมีข้อความโอวาทของพระองค์ท่าน ปรากฏตามสื่อต่างๆ ก่อนหน้านี้   "เราไม่มีแม้สักแดงเดียวนะ เราไม่สะสม "แม้แต่เหรียญอาจารย์ฝั้นสักเหรียญเรายังไม่มี "รถเราก็ไม่มี"       ขอบคุณข้อมุลจาก ทีนิวส์