ข่าวดี! กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ลูกจ้างได้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการเยอะมาก

โดยในล่าสุดนี้ก็ได้มีข้อมูลในการเผยแพร่ในเรื่องของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ โดยเป็นการแก้ไจ พ.ร.บ. จากฉบับเดิม โดยมีการพูดถึงในเรื่องสิทธิ์ประโยชน์ ให้กับลูกจ้างซึ่งแน่นอนว่ารวมถึง สวัสดิการต่างๆ เพื่อเป็นการยกระดับในการคุ้มครองลูจ้าง โดยจะมีบังคับใช้ ตั้งแต่ในวันที่ 5 พ.ค. 62

โดยมีการระบุไว้ว่า ทาง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยางกูร ได้มี พระราชโองการโปรดเกล่าได่้ประกาศไว้ว่า โดยเห็นว่าเป็นการสมควรที่แก้ไขและเพิ่มเติมกฏหมายว่่าด้วยคุ้มครองแรงงาน เพราะในลทพระราชบัญญัตินี้มีข้อบางประการที่มีการเก่ี่ยวข้องกับจำกัดสิทธิฺเสรีภาพของบุคคล โดยในมาตรา 26 ประกอบกับ 40 ของรัฐธรรมนูญนั้น มีการบัญญัติว่า เป็นการกระตุ้นเพื่อนเป็นการยกระดับการคุ้มครองลูกจ้างให้เป็นตามมาตาฐานสังคม… เพื่อให้มีความมั่งคงในการทำงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น

โดยสรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้

+การเลิกจ้าง

มีการเพิ่มอัตราเพื่อชดเชยกรณีเลิกจ้างเพื่อให้ลูกจ้างที่ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปนั้นเป็นวันละ 400 บาทจากเดิมที่ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 75 เปอร์เซ็นของค่าจ้างงาน โดยในปจจุบันหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยดังนี้..

1. ทำงานต่อเนื่องครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 30 วัน

2. ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 90 วัน

3. ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่เกิน 6 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 180 วัน

4. ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่เกิน 8 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 240 วัน

5. ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 300 วัน

6. ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 400 วัน

โดยจะจ่ายให้ในกรีที่นายจ้างจะได้ข่ายในกรณที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างงานโดยไม่มีความผิด หรือไม่ได้ออกเองด้วยความสมัครใจ

+นายจ้างผิดนัดไม่จ่ายค่าตอบแทน

มีการครอบคลุมในกรณีของนายจ้างไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงิน หรือไม่จ่ายเงินในกรณีเลิกสัญญาจ้างโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ไม่มีการจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด และ ค่าล่วงเวลาในวันหบุด หรือเงินชดเชยกรณีหยุดกิจการ โดยมีการกำนหดว่านายจ้าง ต้องเสียค่าดอกเบี้ยให้ลูกจ้างจำนวน 15% ต่อปี ตามระยะเวลาที่ผิดนัดไป

+เปลื่ยนนายจ้าง

หากมีการเปลื่ยนแปลงนายจ้าง นิติบุคคล และทำการจดทะเบียนโอบหรือควบคุมนิติบุคคลอื่น จนกลายให้ลูกจ้างเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ โดยในกรณีี้ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง และทางนายจ้างใหม่นั้นจะต้อง ให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามเดิมกับที่ลูกจ้างเคยได้รับ ด้วย

+ย้ายสถานประกอบการ

จะต้องมีการประกาศ 30 วันก่อนการย้ายสถานประกอบการ หากนายจ้างไม่บอกจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างเป็นจำนวน 30 วัน และมีสิทธิ์ได้รับเงิน ชดเชยพิเศษสูงสุด 400 วัน

+ลากิจ

เพิ่มสิทธิ์ให้ลูกจ้างสามารถลากิจได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน โดยจะได้รับค่าจ้างตามปกติ

+ลาคลอดบุตร

เพิ่มสิทธิ์ให้กับลูกจ้างที่ไปลาคลอดบุตร ให้ลาได้ไม่เกิน 98 วัน รวมถึงลาไปตรวจก่อนคลอดบุตรด้วย จากเดิมลาคลอดบุตรได้ 90 วัน ทั้งนี้ ลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างระหว่างลาคลอดบุตรจากประกันสังคม 45 วัน และจากนายจ้างอีกไม่เกิน 45 วัน

+ลูกจ้างชายหญิง มีความเท่าเทียมกัน

ต้องกำหนดอัตราค่าจ้างและค่าลวงเวลาในการทำงานในอัตตราทีเท่าเทียมกันเท่านั้น

โดยพรบ. ดังกล่าวนี้จะมีผลในการบังคัใช้หลัง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 30 วัน

นางเอกใจจิตงดงาม ‘อั้ม พัชราภา’ ควักเงินกว่า 2 หมื่นเหมาขนมคุณยายข้างถนน ท่ามกลางสายฝน

เรียกได้ว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ ตัวแม่ของเมืองไทยอย่างอั้มพัชราถา ไชยเชื้อ ที่โดงดังทั่วฟ้าเมืองไทย มีผลงานการแสดงออกมาอย่างมากมาย โดยเธอนั้นเป็นดาราประจำอยู่ที่ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เรียกได้เลยว่าเธอนั้น คือนางหญา คือแม่ ไปไหนออกงานอีเว้นา์ได้ฉายาว่า อั้มห้างแตกแน่นอน

และนอกจากนี้นอกจากผลงานที่ออกมาอย่างมากมายและทางด้านนิสัยความใจดีความมีน้ำใจความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของเธอนั้นก็ทำให้เธอกลายเป็นที่รักของประชาชนคนไทยอย่างมากมายโดยล่าสุดก็ได้มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นในโลกโซเชียลที่คนในโซเชียลหน้าต่างให้ความสนใจและแชร์กันไปอย่างมากมายหลังจากที่ได้มีการโพสต์ภาพดาราสาวคนนี้กำลังนั่งคุยกับคุณยายริมถนนอย่างไม่ถือตัว

โดยสาวอั้มได้มีการเหมาขนมคุณยาย รวมถึงแผงล็อตเตอรี่ไปทั้งหมดเป็นจำนวน 20,000 บาทแม้ว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้มากมายสำหรับสาวอั้มและก็เรียกว่าสามารถช่วยเหลือคุณยายได้เป็นอย่างมากเลยจริงๆ และเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ประชาชนคนไทยนะต่างเข้ามาชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก

กรมอุตุฯ ออกประกาศ ฉ.10 เตือนภัย 15 จว. รับมือน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก

โดยในล่าสุดนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาไม่มีการบอกว่าจะมีฝนตกหนักในบริเวณภาคใต้โดยจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคมจนถึง 19 ตุลาคมและทำให้ทางภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากจึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักด้วยเพราะอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

และนอกจากนี้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตรและอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนตกหนักจะมีคลื่นสูงประมาณมากกว่า 2 เมตรโดยขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

โดยเฉพาะในตอนนี้ดวงทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและทางภาคใต้จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดโดยสามารถติดตามข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยาหรือสะดวกพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงนี้

เปิดชีวิตซินเดอเรลล่าเมืองไทย ภรรยาเศรษฐีดูไบ สามีให้เงินใช้ เดือนละ 10 ล้าน

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ใครหลายๆคนนั้นตาอิจฉากันไม่น้อยสำหรับ มูนา อัลล์ ซารูนี่ณ์ซินเดอเรลล่าเมืองไทยที่นี่มีการเปิดบ้านในประเทศไทยให้ดูเลยว่าหรูหราทุกตารางเมตร ตัวเธอนั้น อาจเป็นที่รู้จักสำหรับใครหลายๆคนเพราะเธอได้ฉายาว่าซินเดอเรลล่าอาหรับเพราะหลังจากที่คุณมูนาได้แต่งงานกับ มร.อาเหม็ดณู อัลล์ ซารูนี่ณ์ ขึ้นชื่อได้เลยว่าเขาคนนี้เป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของประเทศดูไบ

โดยคุณมูนานั้นได้มีการเปิดบ้านต้อนรับพิธีกรจากรายการ THE GUEST (เดอะ เกสท์) ตีสนิทคนดัง ทางช่อง 8 เพื่อไปชมความสวยงามอลังการเฉพาะกิจกัน โดยงานนี้ทางเจ้าของบ้านนั้นพาทัวร์ทุกซอกทุกมุมอีกครั้งยังโชว์เครื่องเพชร สุดอลังงการอีกด้วย

โดยคุณมูนาได้มีการเปิดเผยว่าในตอนนี้ที่บ้านประเทศดูไบนั้นมีคนงานทำงานที่บ้านอยู่ทั้งหมด 16 คนโดยแต่ละคนนั้นมีหน้าที่แตกต่างกันไปและสามีจะให้เงินเดือนเดือนละ 7 ถึง 8 หลักโดยส่วนใหญ่จะเอาเงินตรงนี้ไปซื้อเพชรและบ้านที่เมืองไทยที่เจ้าตัวกลับมาปีละ 1 ครั้งบอกเลยว่าอลังการสุด ๆ เพราะในบ้านเพราะในบ้านถูกตกแต่งแบบหรูหราโทนสีทองแดงเป็นการผสมผสานระหว่างไทยและดูไบอย่างลงตัว

โดยคุณมูนานั้นก็ถูกพิธีกรถามว่าวันนี้ใส่เพชร 4 กะรัตซึ่งคุณมูนาก็ได้ตอบอย่างตรงๆว่าน้ำไม่ถูกทำไมรู้ไหมเพราะซื้อมาเรื่อยๆแล้วมันก็จำไม่ได้นี่ไม่ได้แกล้งพูดนะมันเยอะจนลืมไปจริงๆถึงขั้นเอารูปมาดูว่าอันนี้มีเราซื้อมาตั้งแต่เด็กเพราะคุณแม่ขายเพชรและอยู่กับเพชรมาโดยตลอด

และเมื่อสอบถามถึงสามีว่าสามีทำงานเกี่ยวกับอะไรก็ทราบว่าสามีของคุณมูนานะทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยใน 10 ปีที่แล้วอยู่ในอันดับต้นๆของดูไบแต่คนนี้คนรวยมันสูงขึ้นเยอะขึ้นและมีคนรุ่นใหม่เก่งขึ้นดังนั้นจึงมีคนที่รวยกว่าเยอะเป็นอย่างมาก

และนี่ก็คือชีวิตของคุณมูนา ซินเดอเรลล่าอาหรับที่ใครหลายๆคนนั้นก็ต่างอิจฉากับการใช้ชีวิตจริงๆ

เปิดขั้นตอน ลงทะเบียน 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย

ผ่านไปแล้วกับโครงการช้อปชิมใช้ ล่าสุดนี้ทางรัฐบาลก็ได้มีการจัดการโครงการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทยเป็นโครงการสำหรับคนชอบเที่ยวและชอบของเซลล์มาฝากกันโดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะมี 4 ขั้นตอนของการลงทะเบียนมาฝากทุกๆคนกัน โดยมีวิธีขั้นตอนง่ายมากๆเพียงแค่กรอก คลิกและเลือกและจ่ายก็สามารถออกไปท่องเที่ยวได้เลย

ด้วยคุณสมบัติของผู้ที่สามารถใช้ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทยได้นั้นจะต้องเป็นคนไทยที่มีอายุประมาณ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและใช้สิทธิ์ได้เฉพาะนอกจังหวัดที่ปรากฏอยู่ในบนบัตรประชาชนของตัวเองสำหรับขั้นตอนการสมัครนั้นมีง่ายๆเพียงแค่

1. ลงทะเบียนเลขบัตรประชาชน 13 หลักผ่านทางเว็บไซต์ tourismthailand.org เพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบโดยจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 18:00 นถึง 24:00 นจนกว่าสินค้าจะหมดโดยจะเปิดให้ซื้อในวันที่ 11 พฤศจิกายน 12 พฤศจิกายนและ 11 ธันวาคมและ 12 ธันวาคม

2. ทำการเลือกคิดสินค้าในราคา 100 บาทต่อรายการโดยนึกต้องเที่ยว 1 คนสามารถใช้สิทธิ์ได้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น

3.เมื่อเลือกใช้แล้วนักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายเงินผ่านระบบ payment หรือระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์

4.หลังจากนั้นก็จะสามารถใช้สินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนจนถึง 31 ธันวาคมนี้

โดยจุดเด่นของโครงการนี้นั้นคือมีสินค้าร่วมโครงการทั้งหมด 4 หมื่นรายการซึ่งประกอบไปด้วยการเดินทางที่พักและมีสินค้าการบริการท่องเที่ยวมากมายและประเภท เช่นตั๋วเข้าสวนน้ำสวนสนุกการแสดงโชว์ต่างๆหรือการรายการทัวร์ท่องเที่ยวโปรโมชั่นสินค้าพรีเมี่ยมก็จะมีพวกโรงแรม 5 ดาว 4 ดาวไม่น้อยกว่า 5% ของที่พักมอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ซื้อสินค้าในราคา 6,000 / 7,000/ 8,000/ 9,000/ 10,000 ของแต่และนอกจากนี้ยังมีการมอบของขวัญพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว แและยังมี การตอลแบบสอบถามและส่งภาพความสุขเพื่อลุ้นรับรางวัล อีกด้วย

รัฐฯ ห่วงสุขภาพปชช. เตรียมเก็บ ‘ภาษีความเค็ม’ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดนก่อน

โดยในล่าสุดนี้ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต การเปิดเผยว่าในตอนนี้ทางกรมสรรพสามิตกำลังรวบรวมข้อมูล กับ กระทรวงสาธารณสุขที่มีการขยายฐานในการจัดเก็บภาษีพระสำหรับสินค้าความเค็มเพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนที่บริโภคสินค้า ที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะมีการจักเก็บภาษีตามสัดส่วนของความเค็ม หรือปริมาณ โซเดียม หากมีความเค็มมากจนเกินไป จะเสียในภาษีอัตรราสูง โดยมีการคาดเดาว่า จะสรุปเพื่อไปนำเสนอให้ รมว.การคลัง พิจารณาได้ภายในสิ้นปีนี้

แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากเห็นว่าความจำเป็นในการเก็บภาษีความเค็มก็จะไม่จัดเก็บในอัตราเดียวในทันทีแต่จะเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการปรับตัวเพื่อลดปริมาณความเค็มในสินค้าปรับสูตรผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพหรือจะให้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ปีในการปรับตัวและยังไม่ระบุอัตราการจัดเก็บที่ชัดเจน …

สำหรับสินค้าที่จะเข้าต้องเสียภาษีความเค็มเบื้องต้น โดยจะมีการคำนวณจากปริมาณของโซเดียม ต่อความต้องการของผู้บริโภคโดยจะมีการจัดเก็บกลุ่มสินค้าอาหารปรุงสำเร็จรูปจำพวกอาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง หรือบะหมี่สำเร็จรูป แต่ยังไม่มีการจัดเก็บภาษีความเค็มในสินค้าปรุงรสอย่าง เกลือ น้ำปลา และขนมขบเคี้ยวสำหรับเด็ก เนื่องจากมองว่าเป็นถนนอาหารที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในประจำวันจึงทำให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกซื้อเองได้

ทั้งนี้ในการประชุมขององค์การอนามัยโลกและกลุ่มสหประชาชาติได้มีการผลักดันให้ให้หลายๆประเทศมีการออกนโยบายภาษีเพื่อลดบริโภคอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายเพราะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆตามมา

และส่วนของเรื่องการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์หรือเบียร์ 0% ในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการหารือกับกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีความเห็นแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือการที่มีเบียร์ 0% ถือเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งให้กับผู้ที่ดื่มเบียร์อยู่แล้วหันมาดื่มเบียร์ 0% เพื่อช่วยลดอาการดื่มแอลกอฮอล์ได้แต่ก็ยังมองว่าเป็นโทษเพราะจะทำให้เป็นการชักจูงให้ผู้ดื่มหน้าใหม่มีมากขึ้นจากดื่มเบียร์ 0% จะมาดื่มเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์มากยิ่งขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามการจัดเก็บภาษีเบี้ย 0% ยังกระทบกับหลักการจัดเก็บภาษีของกรมด้วยเพราะผ่านมาทางกรมจัดเก็บภาษีจากฐานปริมาณแอลกอฮอล์ที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่มแต่หากต้องเก็บภาษีเบียร์ 0% ก็จะต้องปรับหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีส่วนนี้ด้วยโดยจะมีการได้ข้อสรุปในปีนี้ด้วยเช่นกัน

เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ ‘เหนือ-อีสาน’ อุณหภูมิลด 1-3 องศา

โดยในล่าสุดนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้มีการคาดหมายถึงฤดูหนาวปี 2562 โดยมีการคาดเดาว่าจะเริ่มต้นในวันที่ 17 ตุลาคมและสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 อุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ช่วงครึ่งหลังของเดือนธันวาคมถึงมกราคม ฉะนั้นเบื้องต้นในปีนี้อากาศจะหนาวเย็นและหนาวนานมากกว่าปกติ มีอุณหภูมิต่ำเฉลี่ย 20-21 องศา และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ในช่วงเช้า สลับกับบางช่วงที่มีอากาศผลขึ้น

ส่วนทางด้านของทางภาคใต้ก็จะมีอากาศเย็นบ้างในบางพื้นที่มีฝนตกชุกชุมหนาแน่นฝั่งตะวันออกของทางภาคตั้งแต่ชุมพรลงไปโดยเฉพาะในช่วงของเดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคม จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมากในบางแห่ง ฉะนั้นใครที่อยู่ในบริเวณทางภาคใต้นั้นควรระมัดระวังถึงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากด้วย

และสำหรับบริเวณทะเลอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะมีขึ้นสูงขึ้นมาประมาณ 1-2 เมตรส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรด้วยกันฉะนั้นจึงขอให้ชาวเรือเดินเรือที่เดินเรืออยู่ในบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังเ หลีกเลี่ยงการเดินเรือ ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและมีลมจากทางภาคตะวันออกพัดปกคลุมในบริเวณอ่าวไทยและทางภาคใต้จึงทำให้มีลมกำลังแรงขึ้นโดยลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนตกหนักมากในบางแห่งและคลื่นลมจะมีกำลังในปานกลาง

ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศา

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศา

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศา

เตรียมเข้าสู่ฤดูหนาว! อุตุฯ บอกอุณหภูมิลดต่ำ 7-9 °C

สำหรับใครที่กำลังรอคอยหน้าหนาวอยู่นั้นบอกเลยว่าข่าวดีมาถึงแล้วเพราะตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมามีหลายพื้นที่ที่มีฝนตกและมีอุณหภูมิลดลงโดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิลดลง 1 2 องศาและมีโอกาสที่ทั้งสองภูมิภาคจะมีอุณหภูมิลดลงอีก 1 3 องศาในวันที่ 12 ถึง 13 ตุลาคมเพราะทางกรมอุตุนิยมได้มีการคาดการณ์ว่าจะมีมวลอากาศเย็นอีกระลอกแผ่เสริมลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทยจึงทำให้อุณหภูมิต่ำสุดของทางภาคเหนืออยู่ทางระหว่าง 18-21 องศาและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิต่ำสุดอยู่ระหว่าง 19-22 องศาโดยอากาศเย็นที่แพ้ลงมาในระยะนี้ถือเป็นสัญญาณของการเข้าฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงแล้ว

และนอกจากนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการคาดการณ์ว่าทางประเทศไทยตอนบนจะเข้าสู่ฤดูหนาวประมาณกลางเดือนตุลาคม 2562 และจะสิ้นสุดฤดูหนาวประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยช่วงเวลาที่จะมีอากาศหนาวเย็นที่สุดนั้นจะอยู่ในช่วงของครึ่งหลังเดือนธันวาคม 2562 จนถึงปลายเดือนมกราคม 2563

ภาคเหนือ เชียงราย 7-9 องศา / น่าน 7-9 องศา / เชียงใหม่ 12-14 องศา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร 7-9 องศา / นครพนม 7-9 องศา / นครราชสีมา 13-15 องศา

ภาคกลาง กาญจนบุรี 13-15องศา / นครสวรรค์ 14-16 องศา / สุพรรณบุรี 16-18 องศา

ภาคตะวันออก สระแก้ว 14-16 องศา / ชลบุรี 16-18 องศา

ภาคใต้ ประจวบคีรีขันธ์ 17-19 องศา / ภูเก็ต 20-22 องศา

และในครั้งนี้ก็มีการคาดการณ์ว่าทางกรุงเทพฯจะมีอากาศหนาวเย็นสุดในช่วงเดือนธันวาคม 2562 และเดือนมกราคม 2563 คาดว่าจะมีอากาศหนาวบ้างในบางวันภูมิต่ำสุดจะอยู่ระหว่างที่ 15-17 องศา

มาแล้ว ‘ชิม ช้อป ใช้’ เฟส 2 เตรียมเดินหน้า เปลี่ยนใหม่ ไม่ให้เงินไปฟรี ๆ

หลังจากที่ การเปิดลงทะเบียนโครงการช้อปชิมใช้รักเก็บตกในวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาเพื่อนำเงิน 1,000 บาทไปใช้ในการท่องเที่ยวก็ยังมีการพบว่าได้รับความสนใจจากประชาชนที่เข้ามาลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องโดยได้เปิดลงทะเบียนเหลือ 10 เก็บตกอยู่ประมาณ 306,000 ราย และเมื่อทันทีที่เปิดการลงทะเบียนตั้งแต่ 24:00 นาทีจนไปถึงแค่ 01.06 น ก็มีผู้คนต่างเข้าลงทะเบียนจนปิดเต็มทั้งหมด

แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังยังมีการเปิดให้ลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องจะไปถึงวันที่ 15 พฤษภาคมยนต์นี้จนกว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ์คบหรือร้านคนโดยจะพิจารณาให้สิทธิ์ลงทะเบียนเพิ่มแบบวันต่อวันมีการยกยอดมาจากการกรอกข้อมูลและลงทะเบียนแบบไม่ถูกต้องรวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแต่ไม่สามารถใช้เงินได้ภายใน 14 วันก็จะนำมาเปิดให้ลงทะเบียนใหม่อีกครั้งหนึ่ง

และนอกจากนี้ทางด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.คลังได้มีการยืนยันว่าจะมีการเปิดมาตรการครีมชอบใช้ระยะ 2 แต่จะเน้นการปรับปรุงในเรื่องของการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนเพราะในล่าสุดได้รับรายงานว่ามีผู้ใช้จ่ายผ่านมาตรการนี้แล้วประมาณ 1.3 ล้านคนทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเกินกว่า 1 พันล้านบาท โดยมีจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมทั้งหมด 1.7แสนราย

โดยผ่านมาใน 1 สัปดาห์ก็ได้ผลตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องโดยผู้ประกอบการร้านค้าพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงพี่น้องประชาชนก็ต่างเข้ามาชื่นชมกับมาตรการนี้ ขอให้มีการขยายผลเพิ่มเติม ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีระยะ 2 ต่อไปอย่างแน่นอนโดยความคืบหน้าของการทำโครงการชิมช็อปใช้ในระยะที่ 2 ทางกระทรวงการคลังก็มีการเลือกศึกษาโครงการชิมช้อปใช้ในระยะที่ 2 ออกมาให้เสร็จ โดยเร็ว มากที่สุดเพื่อเปิดให้ลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องในทันที ภายในเดือนตุลาคมนี้หลังจากลงทะเบียนระยะแรกพบแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีมาตรการปรับปรุงเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ใหม่เพื่อต้องการกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำเงินส่วนตัวออกมาใช้จ่ายเพื่อสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจให้มากขึ้น และจะเร่งเสนอให้ทางกระทรวงการคลังพิจารณาในเร็วๆนี้ ส่วนการกำหนดระยะเวลานั้น ก็จะมีการให้ใช้ถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้เหมือนเช่นเดิมซึ่งหลังจากนี้จะต้องรอการเสนอให้ฝ่ายนโยบายพิจารณารายละเอียดอีกครั้งหนึ่งโดยดูผลการดำเนินการโครงการระยะแรกก่อนรวมถึงงบประมาณที่เหลือควบคู่กัน ก่อนจะสรุปอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

แฟน “ลำไย ไหทองคำ” เผยชีวิตก่อนดัง นอนห้องเช่า กัดฟันสู้มาด้วยกันจนมีทุกวันนี้

เรียกว่าคบกันมานานถึง 4 ปีหลังจากที่เปิดตัวกันมากับแฟนของลําไย ไหทองคํานั่นก็คือคุณ “ปุ้ย” นักร้องนำวง Lกฮ แต่ว่าก็กลับเจอดราม่าจู่โจมเลยว่าชีวิตก่อนหน้านี้ลำบากมาด้วยกันเพราะเคยอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆซึ่งแน่นอนว่าหลังจากข่าวเปิดตัวนี้ออกไปก็ทำให้ผู้คนต่างตกใจไม่น้อยเมื่อนักร้องวง Lกฮ ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความเปิดตัวแฟนสาวลูกทุ่งหมอลำชื่อดังอย่างลำไยไหทองคำที่แอบคบกันมานานถึง 4 ปีตั้งแต่สมัยที่ทั้งคู่นั้นยังไม่โด่งดัง

แต่แล้วก็ถูกชาวเน็ตบางคนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยแต่คราวนี้แฟนหนุ่มนั้นก็ออกมาบอกว่าตนและแฟนสางนั้นไม่ยอม และพร้อมที่จะดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างจริงจังกับคนที่กล่าวหาว่าร้าย และล่าสุดของปุ๋ย ก็ได้มีการเล่าเรื่องราวความเป็นอยู่อย่างยากลำบากกับลำไย ไหทองคำที่อดทนกัดฟันสู้กันมาอยู่ตั้งแต่ในห้องเช่าขนาดเล็กจนมีกินทุกวันนี้และมีการเปิดเผยทุกมุมมองความรักของทั้งคู่อีกด้วย

โดยคุณปุ้ยได้กล่าวไว้ว่าเราตกลงเป็นแฟนกันครั้งแรกในห้องเช่ารายวันแคบหลังเล็กๆที่เจอกันเราไม่มีห้องนอนที่ตกแต่งกันเป็นล้านเหมือนทุกๆวันนี้เขาก็ยังไปนั่งรถแท็กซี่อยู่ตอนนั้นไม่มีรถอะไรเหมือนทุกวันนี้ไม่มีเงินก้อนในตัวเขายังมีการบอกอีกว่าผมจะบอกทุกคนว่าจำผมไว้ความรักนั้นต้องให้เป็นก่อนแล้วทุกอย่างก็จะตามมาเงินหรืออะไรอะไรทุกอย่างก็จะตามมาหลังจากที่คุณรักกันเป็นแล้วถ้าคุณเห็นเงินหรือสิ่งของมาก่อนความรักเงินคุณก็จะหมดความรักก็จะหมดไปแต่ถ้าคุณรักกันให้เป็นเงินของคุณหมดคุณก็จะเหลือความรักดีๆต่อกัน

ผมอยู่กับเขามานานถึงวางเฉยไม่ตื่นเต้นไม่เชื่อเราสองคนเชื่อกันเอง 2 คนแค่นั้นและผมก็ห้ามแฟนผมมาโดยตลอดว่าไม่ต้องปฏิเสธหรือยอมรับไม่ต้องเคลื่อนไหวใดๆผมบอกเขาเสมอว่าปุ้ยทนได้ ถ้าผมเป็นคนโลภมากตั้งใจจะมัดเขาผมควรบงการชีวิตเขาไปนานแล้วเพราะคุณน่าจะเข้าใจว่าคำว่าแฟนไม่มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนเรามากแค่ไหนผมและเขาเคยผ่านเรื่องราวเลวร้ายด้วยกันมาหลายอย่างวันนี้ผมไม่รู้ว่าลึกๆแล้วเขาจะรู้สึกยังไงแต่ผมรู้สึกว่าผมโชคดีที่ได้รักกับเขา

และสิ่งที่จะตามมาหลังจากที่เรารักกันก็ไม่ว่าจะเป็นเงินทองชื่อเสียงมันก็เป็นผลพลอยได้ที่ตามกันมาขอบคุณ ขอบคุณ อ.ประจักษ์ ไหทองคำ ที่ให้โอกาส ขอบคุณพี่เทพมอร์แกน ที่สอนและแนะนำผมมาตลอดในห้องเช่า

อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 54 จังหวัด ฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง

โดยในล่าสุดนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้มีการพยากรณ์อากาศในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่าทางบริเวณ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นรวมถึง มีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนนั้นควรระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งและใต้ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้เอาไว้ และทางภาคใต้นั้นก็จะมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยานั้นก็เกิดขึ้นจากการบริเวณความกดอากาศต่ำสูง กำลังปานกลางแผ่ลงมาปกคลุมในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ จึงส่งผลให้มี ลมทางด้านตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนและอ่าวไทยจึงทำให้ประเทศไทยนั้นมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักมีลมกระโชกแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง โดยมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง โดยมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศา

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศา

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศา

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศา

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศา

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา

วิธีสมัคร 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย จองที่พัก ซื้อตั๋วเครื่องบิน แค่ 100 บาท

ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทยซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่เอาใจเด็กวัยรุ่นกำลังจะถูกเขียนออกมาให้กับคนไทยที่ชอบเที่ยวเข้าร่วมโครงการเอาเงินไปใช้ในช่วงปลายปีเพื่อต่อยอดกับโครงการช้อปชิมใช้ โดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะเอารายละเอียดของร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทยว่าจะสมัครอย่างไรเริ่มที่ไหนและใช้อย่างไรไปดูกันเลยดีกว่า

สำหรับโครงการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทยนั้นจะมีโปรโมชั่นสุดคุ้มอะไรบ้างมาดูกันเลย..
มีรายการสินค้าท่องเที่ยวตั้งแต่ตั๋วเครื่องบินโรงแรมที่พักซาปาร้านอาหารในราคา 100 บาทต่อ 1 รายการย้ำว่า 100 บาทเท่านั้น รวมแล้วประมาณ 400000 รายการ โดยมีการอธิบายชัดๆว่านี่ไม่ใช่แพคเกจทัวร์ในการเดินทางที่พักและอาหาร โดยแต่ละรายการแยกจะเป็นอย่างเช่นตั๋วเครื่องบินค่า – โรงแรมก็จะแยกเป็นราคา 100 บาท โดยโครงการนี้จะเริ่มในเดือนพฤศจิกายนจนถึงธันวาคมนี้โดยแต่ละคนจะมีสิทธิ์คนละ 1 รายการเท่านั้น โดยสายการบินที่จะเข้าร่วมนั้นก็จะมีไทยแอร์เอเชีย นกแอร์และไทยสไมล์

โดยจะขายผ่านทาง http://www.tourismthailand.org เท่านั้นแล้วมีสิทธิ์คนละ 1 รายการเท่านั้น เปิดทั้งหมด 4 รอบ / รอบละ 10000 รายการ รวมและ 40000 รายการ และเมื่อคนที่ได้รับสิทธิ์นั้นจะต้องเดินทางท่องเที่ยวภายในเดือนธันวาคม โดยในตอนนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้อาจจะคิดว่าเป็นวันที่ 10 ถึง 20 ที่มีการเปิดขายหรือว่าที่ 15 และ 20 5 หรือวันที่ 1-15 ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใดต้องไปหารือกันก่อน

และยังงมีโครงการ วันธรรมดาราคาช็อกโลกโปรโมชั่นมันก็มีดังนี้

โดยสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายนั้นจะเป็นสินค้าท่องเที่ยวระดับ luxury หรือร้ายทางที่พักโรงแรมสายการบินและสปาโรงพยาบาลร้านอาหารต่างๆและสวนสนุกมาลดราคาสูงสุดใน 70% เพียงแค่ต้นใช้บริการในวันธรรมดาเท่านั้น ส่วนรายละเอียดการสมัครนั้นตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเป็นอย่างไรจะต้องติดตามกันต่อไป

สำหรับในโครงการตอนนี้ก็ได้มีนางสาว ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำนายกรัฐมนตรีได้มีการเปิดเผยว่าหลังจากที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีออกมาก็ได้มีข้อสรุปว่าในตอนนี้ทางคณะรัฐมนตรีมีการอนุมัติงบตามจำนวน 116 ล้านบาท ในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยแบ่งออกเป็น 2 มาตรการดังกล่าวนั้นก็คือ

1. มาตรการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย

2.มาตรการเที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก

โดยได้มีการระบุไว้ว่า 2 มาตรการเสริมนี้จะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศ จะเป็นความร่วมมือระหว่างทางภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีการจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อให้มีการกระตุ้นช่วงท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ให้เกิดความคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยจะเป็นมาตรการที่ออกมาเสริมช็อปซิมใช้ที่ออกมาก่อนหน้านี้โดยเฉพาะโครงการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทยจัดเป็นโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในปี 2562 ครอบคลุมวันที่ 10 เดือน 10, วันที่ 11 เดือน 11, วันที่ 12 เดือน 12 หรือ อาจขยายไปถึงวันที่ 1 เดือน 1

ตำรวจเข้ม ต่อไปนี้ห้ามนั่งกระบะ หลังเกิดอุบัติเหตุ

โดยในล่าสุดที่ถามมาหลังจากเหตุการณ์อุบัติเหตุทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มีการกล่าวถึงนโยบายที่มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และการจราจรอย่างเข้มงวด หลังจากที่มีรถกระบะบรรทุกนักศึกษาฝึกงานเทคนิคศรีสะเกษ เทกระจาด ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 13 คนและบาดเจ็บอีก 6 คนซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเข้าข่ายความผิดพรบรถยนต์เพราะเป็นการใช้รถผิดประเภท นำรถกระบะบรรทุกประชาชน และยังถือพรบ.การจราจรทางยกเนื่องจากใช้ความเร็วเกิดนกว่ากฏหมายอีกด้วย

นอกจากนี้คนขับรถกระบะและคู่กรณีอาจจะมีความผิดทางกฎหมายอาญาเนื่องจากขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความต-ายและบาดเจ็บสาหัสและเสียทรัพย์แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่เกิดเหตุทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีการเร่งสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและผู้ขับขี่ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยไม่ทำผิดกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ จากนั้นก็จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเริ่มจากการจับและเตือนหากพบเห็นการฝ่าฝืนอีกก็จะดำเนินคดีในทันที

โดยมาตรการการห้ามนั่งท้ายรถกระบะนั้นจะทำตามอย่างละเป็นระบบรอบด้านแต่ที่ผ่านมามีการเน้นเพียงแค่การผลักภาระไปให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้รถกระบะในการเดินทาง จึงทำให้กฎหมายฉบับนี้ไม่สามารถบังคับได้จริงและเกิดการต่อต้านขึ้นและที่สำคัญคือกฎหมายไม่เคยเอาภาระไปไว้กับผู้ผลิตรถยนต์เลย และกำหนดการให้ผู้ผลิตรถยนต์กระบะดังกล่าวตั้งคอกนั้นหรือราวหรือสายรัด เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ผู้โดยสารตกจากท้ายรถกระบะก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มหรือไม่นั้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็จะเป็นภาระให้กับประชาชนอยู่ดีที่จะต้องซื้อรถในราคาที่แพงขึ้นและอาจจะทำให้มีสินค้าเพิ่มมากยิ่งขึ้นเหมือนดั่งกรณีมาตรการการบังคับเปลี่ยนรถตู้ให้เป็นรถโดยสารมินิบัสจึงมีผู้ประกอบการคัดค้านเพราะราคารถตู้นั้นอยู่ที่คันละ 1.2 ล้านบาท ส่วนมินิบัสคันละ 2.2 ล้านบาท ซึ่งเรียกว่าแพงเกือบเท่าตัว..

โดยในจุดนี้ทางรัฐบาลจะต้องเข้ามาดูด้วยว่าจะสามารถช่วยลดภาระของผู้ประกอบการรวมถึงประชาชนในการเปลี่ยนเลือกใช้รถที่ปลอดภัยขึ้นได้อย่างไรแต่อย่างไรซึ่งการสูญเสียในแต่ละครั้งก็ทำให้สูญเสียประชาชนวัยแรงงาน ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมือง …

โลกออนไลน์แห่อาลัย พระใบฎีกาธีระศักดิ์ ธัมมธีโร

โดยในตอนนี้ในโลกออนไลน์นั้นได้มีผู้คนมากมายเข้ามาแห่วัยอาลัย พระใบฎีกาธีระศักดิ์ ธัมมธีโร ซึ่งเป็นพระสงฆ์ผู้เอาตัวเองบางร่างสามเณร ไม่ให้ตกจากรถ แต่สุดท้ายท่านก็กลับมรณภาพ นับเป็นข่าวที่สะเทือนใจต่อชาวพุทธไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นหลังจากที่มีรถกระบะสองแถวรับส่งพระสงฆ์และสามเณรจนกระทั่งเสียหลักไหลลงเนินลาดชันโดยระหว่างทางขึ้นสำนักสงฆ์เขาพระครู อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงทำให้พระสงฆ์และสามเณรที่อยู่บน รถโดยสารได้รับอุบัติเหตุ ซึ่งจะทำให้มีพระสงฆ์มรณภาพ 1 รูปก็คือ พระใบฎีกาธีระศักดิ์ วัย 24 ปี เนื่องจากได้เสียสละตัวเองบางไม่ให้สามเณรที่เหลือตกจากรถสองแถวโดยนัยอุบัติเหตุในครั้งนี้ก็มีพระสงฆ์และสามเณรได้รับบาดเจ็บถึง 10 รูป

โดยนายองอาจจากจีนอายุ 33 ปีเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ก็ได้มีการเล่าว่า ระหว่างที่รถกระบะสองแถวรับส่งพระสงฆ์และสามเณรคันนี้กำลังขับขึ้นไปยัง สำนักสงฆ์เขาพระครู จู่ๆรถก็เกิดขัดข้องจนเครื่องยนต์ดับและรถก็ไหลลงมาจากเขา ซึ่งในขณะนั้น พระใบฏีกาธีรศักดิ์ ซึ่งเป็นพระผู้พี่เลี้ยงได้มีการกางแขนจับ ท้ายรถ 2 ข้าง โดยนำร่างของตนกันขวางไว้ ไม่ให้สามเณรที่ อยู่ในรถกระเด็นตกออกมา จากตัวรถ แต่ด้วยแรงเหวี่ยงของรถก็ทำให้พระใบฏีกาธีรศักดิ์ จับไม่ไหวจน กระทั่งตกรถไปและถูกรถไหลทับร่างก่อนที่จะมรณภาพส่วนพระสงฆ์สามเณรทั้งหมดนั้นก็ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด

‘เฮียหลอ’ ร้านของชำธรรมดา ๆ ผู้ได้ฉายา มือปราบเซเว่นฯ

ซึ่งถ้าหากนึกถึงร้านขายของชำแล้วก็ทุกวันนี้คนเราก็มักจะนึกถึงเซเว่นอีเลฟเว่น ซะส่วนใหญ่เพราะการเข้าถึงเซเว่นนั้นก็สามารถหาได้ง่ายและสามารถมีทั่วไป และมีธุรกิจนี้เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนทำให้แทนที่กับร้านขายของชำที่ขายอยู่ตามตรอกซอกซอยได้ในทันที และทำให้มีผลกระทบต่อเจ้าของร้านของชำหลายคนเป็นอย่างมาก และทำให้ปิดตัวไปหลายร้านเลยก็มี

แต่บอกเลยว่าไม่ใช่กับร้านนี้ร้านเฮียหลอ เพราะร้านนี้เป็นร้านขายของชำอันโด่งดังในปาดังเบซาร์ ที่จังหวัดสงขลา โดยตั้งอยู่ที่โรงแรมชายแดนเก่าเปิดร้านขายของชำแห่งนี้ มานานกว่า 20 ปีจึงเรียกว่าเป็นร้านขายของชำใจเด็ดแล้วก็ว่าได้ เพราะเปิดอยู่ข้าง 7-eleven เลยแต่ ถึงจะเปิดข้างข้างกันก็ตามเซเว่น นั้นก็ไม่สามารถทำอะไรกับร้านเฮียหลอได้ เพราะยังมีลูกค้าต่างเดินเข้ามาซื้อของที่ร้านเฮียหรออยู่อย่างสม่ำเสมอเผลอ ๆ ขายดีกว่าเซเว่นข้างๆเสียอีก

โดยการขายของร้านแห่งนี้นั้นก็ไม่ใช่เล่นๆเพราะสามารถทำพายุทะลุเป้าเบียดคู่แข่งอยากเซเว่นไปเลยก็ว่าได้เพราะในแต่ละวันร้านของเฮียนั้นจะมีคนเข้ามาใช้บริการจนถ่ายแทบไม่ทันกันเลยทีเดียวเพราะมีลูกค้าตัดสินใจในราคาที่ถูกแสนถูก แถมมาถูกใจแนวคิดในการให้บริการ นั่นก็คือการจริงใจสามารถขายแยกได้ ซึ่งใครอยากจะซื้อแค่ไหนก็จ่ายเท่านั้น อย่างผ้าอ้อมเด็กที่ปกตินั้นจะเป็นจะต้องซื้อแพ็คละหลายสิบหลายร้อย แต่เฮียหลอก็สามารถขายให้ลูกค้าที่อยากซื้อชิ้นเดียวก็ได้

ฉะนั้นจึงเรียกว่าร้านหายนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดีจึงไม่แปลกที่ร้านเฮียหลอนั้น สามารถขายได้ดิบได้ดีในตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมาโดยถ้าหากใครนั้นในแวะไปที่ปาดังเบซาร์ก็อย่าลืมลองแวะร้านแห่งนี้กันดูจ้า

กองทัพยันยืน อาวุธยังไม่พอ เตรียมเพิ่มอย่างหลายรายการ

โดยในวันที่ 30 กันยายนนี้ที่ลานอเนกประสงค์โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทร์กษัตริยาธิราช ของกองทัพอากาศที่ได้มีการทำพิธีส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศพล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. กับ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ เสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะ ผบ.ทอ.คนใหม่ ซึ่งก็จะมีพิธีการวางพานพุ่มถวายสักการะพระอนุสาวรีย์จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ และมีพิธีสวนสนาม

โดยทาง พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ.คนใหม่ได้มีการบอกว่าจะทำหน้าที่ทุกอย่างตามตัวบทกฎหมายโดยจะมียุทธศาสตร์ใหม่นั่นคือ air Power and cyber Space ที่ต้องการคนที่มีความฉลาดและความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ และมีความขยันหมั่นเพียร โดยจะเริ่มใช้ในปีพศ. 2020 ถึงเป็นตัวเลขที่ดีสำหรับชาวกองทัพบก และอยากจะช่วยเพื่อบ้านเมือง เพราะทุกภารกิจนั้นทุกส่วนถือว่าสำคัญและจะมีการร่วมกับทุกเหล่าทัพกอดคอร่วมกันไป

สำหรับการทำงานนั้นจะอยู่กับการที่การจัดสรรเวลาซึ่งก็น่าจะไม่มีปัญหาเพราะที่ผ่านมาก็ทำเวลาทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงครบทั้ง 7 วันไม่มีการตกบกพร่องแต่อย่างใด โดยยังไม่แคร์กับกระแสสังคมที่รู้สึกว่าประชาชนไม่รู้สึกดี กับกองทัพแต่ก็มีการบอกว่าเราเป็นทหารทำหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบซึ่งทหารทำได้ประชาชนทุกคนก็จะเห็นเองทหารเป็นเครื่องมือของรัฐบาลเราต้องทำงานตามทำตามหน้าที่ที่จะได้รับมอบหมาย

ล่าสุดนี้ทางทอ. ก็ได้มีการชี้แจงวัดประชุมการร่างงบประมาณประจำปี 2563 โดยมีการกล่าวว่าทุกอย่างนั้นจะเป็นไปตามกลไก และส่วนที่การเมืองพุ่งเป้ามายังกองทัพก็คือเรื่องของการใช้งบประมาณนั้น เพราะคิดว่าจะมีกลไกที่ชัดเจนและมีการปฏิบัติตามกฎหมายหลากหลายฉบับไม่ว่าจะเป็นพรบงบประมาณหรือพรบการจัดจ้างจัดซื้อ

โดยในทั้งนี้การจัดทำงบประมาณนั้นได้มีการดำเนินการมาโดยตลอดโดยเฉพาะของแผนยุทธศาสตร์ที่เป็นแผนระยะยาวที่ได้มีการทำมา 5 ปีโดยในตอนนี้ก็มีโครงการที่จะจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อรักษาขีดความสามารถของกองทัพโดยหลายส่วนนั้นก็มีตังค์ซื้อใหม่และนำมาปรับปรุงและเรียนให้ปรับปรุงโดยพัฒนาให้เป็น 4.0 ที่สร้างขึ้นมาภายในประเทศเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน

ซึ่งในทั้งนี้ก็ได้มีการมั่นใจว่าจะชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นให้กับฝ่ายค้านให้เข้าใจจงได้เพราะมีประสบการณ์ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการยกระดับ หรือการอัพเกรดอาวุธ ยุทโธปกรณ์ของเก่า โดยมีการใช้ภูมิปัญญาของคนไทยเข้าไปจัดการเกือบทั้งหมดโดยนัยตรงนี้หรือว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณได้เป็นอย่างมาก

ดีเดย์ 1 ต.ค. นี้! พ.ร.บ. จราจรฉบับใหม่ ไม่จ่ายค่าปรับโดนแน่

ถึงแน่นอนว่าข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกฎจราจรนั้น ก็ได้มีการระบุอย่างชัดเจนสำหรับผู้ที่มีใบขับขี่และเป็นเจ้าของรถที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกฎหมาย ว่าด้วยการจราจรบนทางบกเป็นจำนวนมากซึ่งมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงและเพิกเฉย ต่อการบังคับใช้กฎหมาย และยังมีการปรากฏอีกว่าจะมีการกระทำความผิดดังกล่าวซ้ำอีกครั้ง ในช่วงระยะเวลาในอันสั้นโดยพฤติกรรมดังกล่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิตและทรัพย์สินรวมถึงความสงบเรียบร้อยของประชาชนผู้ใช้ถนนร่วมกันด้วย

โดยในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการแก้ปัญหาและการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจังกับคนจำนวนมากที่มีการเฃฃเพิกเฉยกับการชำระค่าปรับจราจรในตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้น โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีการวางมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายอย่างมากมายหลายเรื่อง และได้หารือในเรื่องของการแก้ไขร่วมกันกับกรมขนส่งทางบก โดยเฉพาะกับคนที่เพิกเฉยกับการจ่ายค่าปรับค่าใบสั่งจราจรจะไม่สามารถต่อทะเบียนรถได้โดยดูเหมือนว่าทั้ง 2 หน่วยงานนี้จะถือกฎหมายกันคนละฉบับ และนักกฎหมายก็ออกมาท้วงติงว่า… ตำรวจนั้นจะผลักภาระให้กับเจ้าหน้าที่กรมขนส่งทางบก และถูกประชาชนฟ้องร้องดำเนินคดีทางปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่แทนหากไม่ต่อทะเบียนให้

ทำให้การออกมาประกาศเช่นนี้ก่อนหน้านี้ก็นีเป็นเพียงแค่คำขู่เพราะคนที่ไม่จ่ายค่าปรับยังดำเนินต่อทะเบียนได้ตามปกติส่งผลทำให้คนที่ถูกออกใบสั่งการทำผิดจราจรมือถือกับการชำระค่าปรับเป็นจำนวนมากและยังทำผิดอยู่ซ้ำๆอยู่เช่นเดิมโดยปัญหานี้ก็ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างกรมขนส่งกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยมีการสรุปว่าจะเริ่มเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ในไม่ช้าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ด้วยใน นนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้มีการออกมาพูดคุยถึงความคืบหน้าในการเชื่อมโยงระบบใบสั่งจราจรหลังจากที่มีการทดลองระบบเชื่อมต่อระบบอายัดทะเบียนรถเมื่อมีการชำระภาษีประจำปีในกรณีที่ประชาชนการชำระค่าปรับ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดกฎหมายจราจร โดยจะมีการเริ่มช่วงยนต์ส่งข้อมูลร่วมกันระหว่างตำรวจระบบขนส่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

กรมอุตุฯ เตือนอากาศหนาวหลงฤดู ให้ประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงนี้

โดยล่าสุดนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการออกมาเผยถึงการพยากรณ์อากาศทางภาคเหนือที่ได้มีการเปิดเผยว่า.. ในช่วงระยะเวลาของทางภาคเหนือนี้ จะมีปริมาณฝนที่ลดลง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศต่ำสูง กำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมจึงทำให้มีอุณหภูมิลดลงเล็กน้อยและเกิดภาวะฤดูหนาวหลงฤดู โดยนี้ช่วงนี้ยังไม่ใช่เป็นช่วงที่จะเข้าฤดูหนาวอย่างเป็นทางการโดยในระยะนี้จะขอให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณภาคเหนือนั้นควรระมัดระวังในเรื่องของสุขภาพกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ด้วย

โดยในบริเวณที่ยอดดอยอินทนนท์ กิ่วแม่ปาน จะมีอุณหภูมิลดลงเหลือ 9 องศาเซลเซียสและมีหมอกลงกระจายไปทั่วบริเวณ เช่นเดียวกับอีกหลายพื้นที่ที่จะเริ่มมีหมอกลงในตอนเช้าตรู่ โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย และพะเยา จะมีอุณหภูมิในพื้นที่ราบอยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 22 องศาเซลเซียส จะมีเมฆบางส่วนและมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมแรงเป็นบางที่ส่วนมากจะเกิดขึ้นในบริเวณทางจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา โดยทางตอนบนของทางภาคคุณภูมินั้นจะลดลงประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส

สำหรับข้าวข้าวเที่ยงกล่าวมาบ้านในปีนี้ประเทศไทยนั้นจะหนาวมากบอกเลยว่าไม่จริงทั้งหมดโดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่ในทางภาคเหนือเช่นเดิม แต่ทางภาคกลางภาคอีสานและภาคใต้ยังคงรักเหมือนเดิมในช่วงนี้

ชื่นชม 3 พี่น้องสู้ชีวิต! สูญเสียพ่อแม่ ขายพวงมาลัยประทังชีวิตเลี้ยงดูยาย-ส่งตัวเองเรียน

โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูเรื่องราวของเด็กชายทั้งสามคนที่เป็นพี่น้องกัน โดยเด็กชายทั้ง 3 คนนี้จะอยู่ในชุดนักเรียนและเเร่ขาย พวงมาลัยอยู่บริเวณแถวสี่แยกแก่งเสี้ยน ในอำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยมีการเผยแพร่เรื่องราวของเด็กทั้ง 3 คนนี้ผ่านเพจ Facebook ที่มีชื่อว่า ฅ.อวดดี ที่ออกมาเผยแพร่ให้ทุกคนทราบกัน…

โดยสารพี่น้องนี่เป็นสามพี่น้องที่สู้ชีวิตกำพร้าพ่อและแม่และอาศัยอยู่กับยายเพียงลำพังเลี้ยงชีพด้วยการขายพวงมาลัยและข้าวเกรียบว่าวอยู่ในบริเวณสี่แยกแก่งเสี้ยนอำเภอเมืองกาญจนบุรีโดยคนเป็นพ่อนั้นถูกปล้นและถูกทำร้ายจนเสียชีวิตส่วนคนเป็นแม่ป่วยเป็นมะเร็งเสียชีวิตและเด็กทั้งสามคนนี้ก็อยู่กับยายที่มีอายุมากและมีอาการเจ็บป่วยและไม่สามารถไปทำงานได้ฉะนั้นการหารายได้ เลี้ยงปากท้อง จึงตกอยู่กับพี่น้องทั้ง 13 ชีวิต แต่พี่น้องทั้ง 3 ชีวิตนี้ ก็ไม่น้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาและภูมิใจที่สามารถทำมาหากินในอาชีพสุจริตช่วยเหลือคุณยายและเป็นเด็กดีของคุณยายได้

โดยชีวิตประจำวันนั้นหลังจากตอนเช้าที่จะต้องรีบตื่นไปโรงเรียนและหลังเลิกเรียนก็จะรับเอาพวงมาลัยมาขายและข้าวเกรียบว่าวมาขายขายจนถึง 19:00 นก็จะรีบกลับไปบ้านเช่า เพื่อร้อยพวงมาลัยไปขายไก่ย่างข้าวเกรียบว่าวจากนั้นก็ทำการบ้านจน 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืนก็จะรีบเข้านอนเพื่อไปโรงเรียนแต่เช้าเลยกิจวัตรประจำวันของเด็กทั้งสามคนนี้ก็จะเป็นแบบนี้ในทุกๆวันซึ่งน้องๆทั้ง 3 นั้น ก็ต้องหาเงินส่งเสียตัวเองเรียน รวมถึงค่าที่พักที่อยู่อาศัย ที่คอยหลบแดดหลบฝนอีกเดือนละ 2,000 บาท

เปิดชีวิตล่าสุดอดีตพระเอกดัง ‘อู ภาณุ’ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ติดดินมาก ๆ

ซึ่งแน่นอนว่าใครที่เป็นแฟนช่อง 7 จะต้องตามพระเอกตัวท็อปแห่งวิกหมอชิตคนนี้ ได้นั่นก็คือ อู ภาณุ สุวรรณโณ เรียกว่าเป็นพระเอกอีกคนนึงพี่ไม่ค่อยมีกระแสข่าวเลย แต่กลับมีผลงานการแสดงอย่างมากมายและผลงานแต่เรื่องนั้นก็ทำให้คนดูติดตามและชื่นชมกันเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาวน้อยร้อยล้านแก้วตาหวานใจเฉลยบาปและอีกมากมาย

แม้ทุกวันนี้เขาน่าจะไม่ใช่พระเอกแต่ก็ต้องยอมรับว่าในสมัยนี้มีนักแสดงหน้าใหม่ออกมาอย่างมากมายแต่ก็เจ้าตัวนั้นก็ยังมีผลงานการแสดงออกมาให้ชมอยู่เสมอทั้งในบทตัวร้ายหรือตัวรองแต่บอกเลยว่าถ้าหากฝีมือไม่ดีจริงก็คงอยู่ไม่ได้จนถึงทุกวันนี้และถึงแม้ว่าเขาจะมีงานมากมายและมีชื่อเสียงโด่งดังแต่บอกเลยว่าเจ้าตัวนั้นใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ติดหรู เพราะที่บ้านของเขานั้นได้มีการปลูกพืชผักสวนครัวไว้รับประทานเองซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเป็นแฟนมาเห็นก็ต่างชื่นชมกันอย่างมากมายและวันนี้เราก็จะพาไปชมภาพแห่งความพอเพียงของอูกันค่ะ

น่าสงสารมาก! คุณยาย ขนของหนีน้ำท่วม นอนพักข้างถนน ชาวเน็ตวอนช่วยเหลือ

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สะเทือนใจไม่น้อย หลังจากเมื่อวันที่ 27 กันยายนได้มีเพจ Facebook รายหนึ่งมีการโพสต์รูปภาพของคุณยายท่านหนึ่งโดยเพจนี้มีชื่อว่า วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี โดยมีการระบุข้อความไว้ว่า ….

Admin คะมีคุณยายคนหนึ่งแกหนีน้ำท่วมมาอยู่ในบริเวณข้าง โรงจํานําวารินชําราบมาอยู่หลายคืน แล้วและมีลูกคนนึงติดทหารอยู่ที่ลพบุรี ไม่ได้ขึ้นมาลองสอบถามก็ว่ามานอนแถวนี้ หนีมาหลายคืนแล้วไม่มีข้าวกิน รบกวนช่วยหน่อยนะคะ Admin

ความคิดเห็นจากชาวเน็ต

นายกฯ ประกาศประเทศไทยในปี 2579 จะเป็น ‘ประเทศรายได้สูง’

โดยในล่าสุดนี้ทางพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีก็ได้มีการเข้าร่วมกับการประชุมสมัชชา สหประชาชาติสมัย สามัญครั้งที่ 74 ณสำนักงานใหญ่สหประชาชาตินครนิวยอร์กสหรัฐอเมริกาในช่วงระหว่างวันที่ 21 ถึง 27 กันยายนโดยในเวลาเมื่อประมาณ 12.05 น.

โดยทางพลเอกประยุทธ์ก็ได้มีการเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับผู้บริหารAsia Society ซึ่งอันได้แก่มาดาม โจเซ็ฟ ซีราน ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร Asia Society คุณทอม นากอร์สกี้ รองประธานบริหาร Asia Society และแขกรับเชิญด้วยหลังจากที่ได้รับประทานอาหารเสร็จสิ้นก็ได้มีการกล่าวในเรื่องของ การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนระหว่างประเทศ จากความแข็งแกร่งภายในสังคมไทย

รัฐมนตรี โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มีการมากล่าว ปาฐกถา และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีของนายกรัฐมนตรีไทยจึงได้มีการขอบคุณ Asia Society ที่ได้มีการดำเนินบทบาทอย่างแข็งขัน และส่งเสริมความเข้าใจอันดีงามเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างอาเซียนและสหรัฐเป็นระยะเวลานานกว่า 60 ปี และรู้สึกภาคภูมิใจที่ทำประเทศไทยจึงเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่รู้สึกเป็นมิตรและมีภาคีสัญญาสัญญาของสหรัฐจึงได้มีความสัมพันธ์ทางด้านวิภาคีไทย- สหรัฐแดงที่สร้างเสถียรภาพนำสู่ความเจริญสู่ภูมิภาค นอกจากนี้ประเทศไทยยังปานาถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของบริบททางโลกซึ่งได้มีการส่งผลต่อเสถียรของสภาพสังคมและสวัสดิการความเป็นอยู่ของประชาชน

และภายใต้ความท้าทายเหล่านี้จะทำให้ไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสันติภาพและเสถียรภาพในการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจสังคมได้อย่างต่อเนื่องและเป็นภูมิภาคที่มีการเชื่อมต่อความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับเอเชียตะวันออกเอเชียใต้หรือทางฝ่ายสหรัฐโดยในปัจจุบันได้มีการเรียกว่าอินโดแปซิฟิก

โดยได้ว่าเป็นภูมิภาคแห่งโอกาสเพราะว่ามีประชาชนประชากรร่วมกันแล้ว 3 พันล้านคนอาศัยอยู่ในวัยทำงานโดยอัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกและเป็นศูนย์อุตสาหกรรมการผลิตหลากหลายสาขาอันสำคัญในครั้งนี้ประเทศไทยจึงดำเนินนโยบายเพื่อการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนอย่างยั่งยืนในประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศนอกภูมิภาคที่ร่วมกันคิดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทางประเทศไทยและสามารถแสดงบทบาทนำดังกล่าวได้ดีมากยิ่งขึ้น

และในทางนี้ทางนายกรัฐมนตรีได้มีการกล่าวถึงการพัฒนาประเทศไทยว่าในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้มีการวางรากฐานต่างๆและยังให้ความสำคัญในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องปากท้องของประชาชน และในเรื่องของการเอารัดเอาเปรียบทางด้านเศรษฐกิจ โดยมีการปรับปรุงกฎระเบียบและวิธีการทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนนักธุรกิจในทางด้านสังค มโดยทางรัฐบาลมีการประกาศต่อต้านการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ และได้กำกับการดูแลจัดการปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย โดยมีเป้าหมายคือจะทำให้ประเทศไทยมีรายได้สูงภายในปี 2579 และมีความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน

โดยการที่ได้เป็นประธานอาเซียนของประเทศไทยในปีนี้ไม่เพียงแต่เน้นการมุ่งสู่อนาคตและเสริมสร้างความเปลี่ยนแปลงการของอาเซียนให้มีความเข้มแข็งแต่ยังต้องการเป็นหลักให้กับภูมิภาคหนังอินโดแปซิฟิก และยังจำเป็นแสวงหาความร่วมมือและสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น กับประเทศนอกภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศคู่เจรจาของอาเซียนต่างๆให้ ในภายใต้แนวคิดคือร่วมมือร่วมใจก้าวไกลยิ่งยืน

ตร.ตั้งด่านลอย-ปรับข้างถนน พบเห็นแจ้งเบาะแส ส่งคลิป ลงโทษไม่มีละเว้น

ถึงเวลาอวสานของด่านลอยแล้ว หมดเสียทีกับการโดน ใบสั่ง จากด่านลอย ในข้อหามั่ว ๆ โดนเปรียบเทียบ เสียเวลาไปกับข้างถนนแบบไม่รู้จบ!!! เพราะในตอนนี้โต๊ะเปรียบเทียบปรับค่าถนนกับพนักงานสอบสวนนที่ตรวจสอบไม่ได้ ก็จะมีการจัดตั้งแจ้งข้อหาเจ้าหน้าที่พนักงานจราจรในความผิดของจราจร หากพนักงานจราจรใช้อำนาจเกินหน้าที่เพราะ มีอำนาจในการปฏิบัติได้เพียงแค่ 2 กรณีเท่านั้น หลังจากการแจ้งข้อหานั้นก็คือ ว่ากล่าวตักเตือนแล้วปล่อยตัวหรือออกใบสั่งแล้วปล่อยตัว

แต่สิ่งที่ทำไม่ได้นอกเหนือจากนี้ก็คือการเปรียบเทียบปรับที่อ้างว่าเป็นการดำเนินความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ได้ด้วย ม141 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมีการบัญญัติวิธีการเลือกคดีไว้ชนิดที่ว่าสะดวกกว่าจ่ายค่าปรับข้างถนนเป็นไปได้ตามกฎหมายเพราะข้างถนนนานไม่มีกฎหมายรองรับและง่ายต่อการทุจริตเป็นอย่างมาก

โดยพนักงานสอบสวนได้ทุกท้องถิ่นมีอำนาจเปรียบเทียบปรับต่อทุกๆความผิดในความผิดจราจรที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและเป็นการขยายอำนาจในการสอบสวนพนักงานสอบสวนที่มีอยู่ทั่วประเทศถือเป็นการยุติในทุกข้อพิพากษาข้าถนนเพื่อนำไปสู่กระบวนการถูกต้องตามกฎหมายรับใบต่างด้าวสามารถยุติคดีหรือต่อสู้คดีได้ทั่วประเทศไม่จำเป็นต้องทะเลาะทะเลาะกับใครที่ข้างถนนอีกแล้วเพราะเป็นภาพไม่น่าดู

โดยถ้าหากใครพบเห็นก็สามารถแจ้งดำเนินคดีในกรณี ที่มีการจับปรับ โดยหากใครพบเห็นนั้นก็ช่วยกันเป็นหูเป็นตาเสียเวลากันสักนิด เพื่อให้ได้ประโยชน์จากข้อกฎหมายให้มากที่สุดโดยในทางนี้ถ้าประชาชนคนไหนพบเห็นว่ามีการตั้งด่านลอยก็สามารถถ่ายภาพและคลิปส่งมาทางช่องทางดังต่อไปนี้เพื่อลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ฝ่าฝืนคำสั่งและไม่มีการละเว้นแม้ว่าจะเป็นตำรวจชั้นไหนก็ตามโดยสามารถส่งข้อมูลหลักฐานมาได้ทางช่องทางต่อไปนี้

-Facebook รายงานสถานะภาพ การจราจรตำรวจ

-โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

– Twitter @Poltrafrepost

-โทรหมายเลข 1197

ร่วมมือกันเป็นหูเป็นตาเพื่อต่อต้านการทุจริตของเจ้าหน้าที่พนักงานกันนะคะ

เปิดรับสมัครพนักงาน ‘ลาซาด้า เอกเพรส’ ไม่จำกัดวุฒิ รายได้ 45,000 บาท

โดยในตอนนี้ถ้าหากใครนั้นกำลังมองหางานอยู่แล้วเราก็เราก็อยากจะแนะนำสถานที่ 1 เพราะในตอนนี้เขากำลังเปิดรับพนักงานอยู่ในตอนนี้ทางบริษัทของ Lazada Express ในเครือลาซาด้าโดยมีการทำธุรกิจห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่จัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วจะสามารถเชื่อถือได้เป็นอย่างดี และได้รับความไว้วางใจให้แก่ลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยในตอนนี้ทางบริษัทแห่งนี้นั้นจะได้มีการเปิดรับสมัครพนักงาน 2 ตำแหน่งด้วยกันนั่นก็คือ

1.รถกระบะส่งสินค้าเป็นกระบะตอนเดียวสีขาวตู้ทึบ

2.รถจักรยานยนต์ส่งสินค้า

คุณสมบัติ

-ไม่จำกัดเพศ

-อายุ 18 ปีขึ้นไป

-ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

-ไม่มีรอยสักนอกร่มผ้า

-มีรถกระบะตอนเดียวหรือมอเตอร์ไซค์มีใบอนุญาตขับขี่แล้วจะต้องจดทะเบียนไม่เกิน 7 ปีสำหรับรถที่จะเข้าร่วมหากไม่มีรถทางบ. ก็จะมีโครงการพิเศษช่วยท่านออกรถร่วมวิ่งกับเรา

-รักงานบริการ

-มีความขยันซื่อสัตย์อดทนพร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆเสมอ

-รู้เส้นทางชำนาญพื้นที่เป็นอย่างดี

-สามารถทำงานวันจันทร์ถึงเสาร์ได้

-ยินยอมให้ตรวจประวัติอาชญากรรมก่อนเริ่มงานหากใครเคยติดประวัติก็จะทำเป็นตัวสำรอง

ขั้นตอนการสมัคร

1.สามารถสมัครผ่านทางเว็บไซต์ได้ Lex.in.th เท่านั้น

2.กรอกข้อมูลแล้วรูปให้ครบทุกช่องไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถสมัครได้

3.รอ จนท. ติดต่อกลับภายใน 3-5วัน ไม่นับวันหยุด

เอกสารที่ต้องเตรียม

-รูปถ่ายรถ

-รูปถ่ายสมุดทะเบียนรถ

-อีเมลที่ใช้สำหรับการติดต่อ

-รูปถ่ายพรบรูปถ่ายใบขับขี่ด้านหน้า 1 รูป หลัง 1 รูป

-รูปถ่ายบัตรประชาชนด้านหน้า 1 รูปด้านหลัง 1 รูป

จังหวัดที่ได้มีการเปิดศูนย์กระจายสินค้า

ภาคกลาง

กรุงเทพฯ/ปทุมธานี/นนทบุรี/สมุทรสาคร/นครปฐม/สระบุรี/อยุธยา/ราชบุรี

ภาคตะวันออก

ชลบุรี/ฉะเชิงเทรา/ระยอง

ภาคใต้

สงขลา/สุราษฎร์ธานี/ภูเก็ต

ภาคอีสาน

นครราชสีมา/ขอนแก่น

ภาคเหนือ

ลำพูน/ลำปาง/เชียงใหม่

เอกสารที่ใช้ในการสมัครงาน

-รูปถ่าย 1 นิ้ว

-บัตรประชาชน

-สำเนาบัตรทะเบียนบ้าน

-สำเนาการศึกษา

-สำเนาใบขับขี่

-สำเนาใบเกณฑ์ทหารสำหรับผู้ที่ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว

-สำเนาหนังสือจดทะเบียนรถ

-สำเนาพ. รบและสำเนาป้ายวงกลม

-สำเนาประกันรถ

-รูปถ่ายรถ

-ผลประวัติอาชญากรรมออกโดยสำนักงานตำรวจ

-เอกสารผู้ค้ำประกัน

โดยสำหรับใครที่ไม่มีรถยนต์ไม่ตรงตามเงื่อนไขตามบริษัทได้วางเอาไว้ก็สามารถเข้าร่วมโครงการ ovp ในการออกรถร่วมกันใหม่กับทางบริษัทได้ซึ่งจะเริ่มลดคือ Isuzu หรือ Toyota โดยทางลาซาด้าจะเป็นตัวกลางในการประสานงานให้กับดิลเลอร์ในเรื่องของการออกรถโดยการออกรถนะจะต้องออกเป็นชื่อของผู้สมัครโดยหากยื่นกู้ไฟแนนซ์ไปแล้วมาอนุมัติทางบริษัทลาซาด้าก็ไม่สามารถว่าจ้างงานในครั้งนี้ ได้โดยสิทธิ์การดาวน์รถ 0 เปอร์เซ็นต์ดอกเบี้ยต่ำผ่อนงวดเดือนละหมื่นบาทถึง 10,000 บาทจำนวน 60 งวดและมีสัญญาจ้างงานกับบริษัทลาซาด้าเป็นระยะเวลานานกว่า 5 ปีโดยมีรายได้เหมาจ่ายได้ เหมาจ่ายวันละ 1600 + รายได้พิเศ๋ึษค่ากล่ิง ้เฉลี่ยตกเดือนละ 42,000-45,000

อนุมัติงบกลาง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ 29 จังหวัด ช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท

โดยในวันที่ 24 กันยายนนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาลได้มีพลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีมีการให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอุทกภัยซึ่งได้มีการนำเรื่องนี้ เข้าไปที่ประชุมแล้ว โดยในส่วนของการช่วยเหลือนั้น จะมีการช่วยเหลือให้ครอบครัวละ 5,000 บาทใน 29 จังหวัดในเรื่องของการแก้ไขปัญหาและยังมีการช่วยเหลือในเรื่องของการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยอีกด้วย

โดยงบประมาณที่จะใช้นั้นจะเป็นงบการโดยในตอนนี้ ได้มีการจัดทำเรียบร้อยแล้วซึ่งมีการมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ทำการรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จะมีการรักษามาตรฐานระยะสั้น และมีมาตรการระยะยาว เพื่อช่วยเหลือประชาชน ให้ประชาชนนั้นสามารถกลับเข้าอยู่ในที่พักอาศัยของตัวเองให้ไวที่สุด เพื่อทำให้ประชาชนและมีแรงกำลังใจ โดยรัฐบาลนั้นจะต้องการทำให้เร็วที่สุดทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้ได้

โดยเงินดังกล่าวนี้จะไปถึงประชาชนเมื่อไหร่ซึ่งทางนายพลเอกประวิตรจะได้มีการบอกว่า คิดว่าเงินทั้งหมดจะถึงประชาชนทุกครัวเรือนภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้และจะมีการยืนยันทำให้เร็วที่สุดโดยในตอนนี้ได้มีการส่งมอบให้ทางกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว และไม่จำเป็นจะต้องมีการประเมินก่อนจ่ายแล้ว

ในทางนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆก็ได้มีกรรมกำลังสำรวจและมีการกำชับไม่ให้เกิดการทุจริตซึ่งมีการกำชับไว้เป็นที่เรียบร้อยโดยทางรัฐบาลนั้นจะทำทุกอย่างให้โปร่งใสไม่คลุมเครือและให้เงินถึงมือประชาชนทุกคนโดยรัฐบาลนั้นจะเยียวยาเงินตามความเป็นจริงจะเกิดจากขาดมั่วซั่วไม่ได้ซึ่งในตอนนี้ทางกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินให้เร็วที่สุด

พล.อ.อนุพงษ์ ได้มีการกล่าวว่าการจ่ายเงินเยียวยาครอบครัวละ 5,000 บาทนั้นยังไม่รวมกับการจ่ายเงินในเรื่องของที่อยู่อาศัยเสียหายและจะต้องได้รับการซ่อมแซมซึ่งในตรงนี้จะมีการเข้าสำรวจอีกครั้งรวมถึงความเสียหายทางด้านเกษตรโดยสรุปพื้นฐานแล้วการช่วยเหลือนั้นตรงนี้ก็จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมครมอีกครั้งเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนตามหลักเกณฑ์

และสำหรับการซ่อมแซมบ้างนะถ้าหากเป็นเงินเล็กๆน้อยๆท้องถิ่นต้องแต่ถ้าเป็นบ้านเรือนเสียหายหรือพังทั้งหลังจำเป็นจะต้องใช้เงินของกรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในการช่วยเหลือโดยจะมีการซ่อมแซมบ้านเรือนให้เร็วที่สุดโดยเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัยในครั้งนี้จำนวน 29 จังหวัดจะมีวงเงินตั้งเพื่อช่วยเหลือประชาชนทั้งหมด 7,642 ล้านบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ

โดยจะแบ่งให้ครอบครัวละ 5,000 บาทและอีกส่วนแบ่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูความเสียหายและมีหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือคือ

1. น้ำจะต้องพ่วงถึงบ้านที่พักที่อยู่อาศัยโดยฉับพลันทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

2. บ้านพักถูกน้ำท่วมค่ะไม่ต่ำกว่า 7 วันจนเข้าของได้รับความเสียหาย

3.บ้านที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม

โดยการช่วยเหลือในมาตรการครั้งนี้จำเป็นจะต้องมีบ้านที่อยู่ในพื้นที่ประกาศเขตประสบภัยสาธารณภัยหรือเขตสาธารณภัยฉุกเฉินโดยจะมีกระทรวงมหาดไทยดำเนินสำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชนซึ่งจะต้องมีการผ่านประชาคมหมู่บ้านและมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่ทางอำเภอออกให้ ..

ข่าวดี ผู้ป่วย 4 โรค ‘เบาหวาน-ความดัน’ รับยาได้ใกล้บ้าน ไม่ต้องรอคิวนาน

โดยล่าสุดนี้ ได้มีการหาทางในการลดความแออัดของทาง รพ. โดยในปัจจุบันนั้น มีผู้ป่วยเข้ามารับนยาเป็นจำนวนมาก และมีการสร้างทางเลือกให้กับ ปชช. ในการที่จะสามารถเลือกรับยาที่ รพ. หรือ ร้านขายยา

นี้โดยล่าสุดนี้ก็ได้มีนายอนุทินชาญวีรกุลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุจซื้อได้มีการระบุไว้ว่าหลังจากที่ทางคณะกรรมการหลักการประชุมลงมติเห็นชอบโครงการสำหรับผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทองนั้น จะได้มีการดำเนินโครงการดังกล่าวนี้ขึ้นมา โดยผู้ป่วยที่ เป็นเป้าหมายนั้นก็จะเป็นผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูง จิตเวช หอบหืดและเบาหวาน ซึ่งมีเป้าหมายเบื้องต้นว่าจะให้โรงพยาบาลเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ 50 แห่งและร้านขายยา 500 แห่งและจะทำการบริการผู้ป่วย 4 โรคนี้ให้ไปรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้านในรอบปีละ 2 ล้านคน

โดยวัตถุประสงค์ของโครงการและมีอยู่ 2 ประเด็นคือ 1 ลดความแออัดของโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเข้ามารับยาเป็นจำนวนมากและสร้างทางเลือกให้กับประชาชนในการสามารถเลือกรับยาได้ โดยในเรื่องของการเตรียมพร้อมนั้นโดยในวันที่ 1 ตุลาคม ก็มีการมั่นใจว่าจะสามารถเริ่มทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยระยะเวลาในการปฏิบัติงานก็ต้องมาดูว่ามีประเด็นไหนบ้างที่จำเป็นจะต้องปรับปรุง เพราะเป็นการเริ่มต้นระบบใหม่ทั้งหมดดังนั้นในช่วงแรกจึงได้เฉพาะผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทองในกลุ่มดังกล่าวเท่านั้นและเรียนรู้พฤติกรรมการรับยาของประชาชนและศึกษาวิจัยประเมินผลควบคู่ไปในตัวเพื่อดูว่าจะต้องปรับปรุงในเรื่องอะไรบ้างจะต้องจัดการบริหารอย่างไรและมีการบริการระบบอย่างไร

สำหรับการปฏิบัติตัวของประชาชนก็สามารถทำได้เหมือนกันเข้าไปรับยาที่โรงพยาบาลตามปกติทั่วไปเพียงแต่เมื่อไปรักษาที่โรงพยาบาลแพทย์ก็จะมีทางเลือกให้ว่าจะเลือกรับยาที่โรงพยาบาลหรือว่าจะรับที่ร้านยาใกล้ๆบ้านโดยร้านยานั้นผู้ป่วยก็สามารถไปรับเองได้เลยโดยถ้าหากใครเป็นผู้ป่วยใหม่ในครั้งแรกจำเป็นจะต้องรับยาในโรงพยาบาลก่อนจากนั้นก็จะมีการส่งไปรับยาที่ร้านยาใกล้ๆบ้านในโครงการ แทนตามขั้นตอนการรักษา ที่แพทย์มั่นใจว่าจะสามารถไปรับเองได้

หรือเรียกง่ายๆว่าถ้าหากเป็นผู้ป่วยคนไข้ใหม่จะต้องรับยาจนกว่าแผลจะมั่นใจว่ามีการใช้ยาอย่างสม่ำเสมอจึงจะมีการให้ผู้ป่วยไปรับยาได้ที่ร้านด้วยตัวเองหรือถ้าหากใครจะรับแบบเดิมตามโรงพยาบาลนั้นก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกันโดยการบริการยังคงเป็นไปตามระบบปกติไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่เพียงแค่เพิ่มโอกาสให้กับประชาชนสามารถเข้าไปรับยาได้ตามความสะดวกของตัวเอง

หลักทางด้านนายแพทย์ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่มีการบอกตามนโยบายนี้ด้วยเช่นกันว่า ซึ่งนโยบายนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขหรือเป็นผู้นำและกำหนดนโยบายในการบริหารซึ่งได้มีการคัดเลือกโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในสังกัดให้เข้าร่วมการดำเนินการและรวมถึงการสนับสนุนให้ผู้มีส่วนร่วมนั้นเข้ามาทำงานร่วมกันอีกด้วย

และจะมีการปรับปรุงระเบียบต่างๆให้สอดคล้องรวมถึงกำกับผลการดำเนินการและทางด้านสภาเภสัชกรรมนั้น ก็จะมีบทบาทในฐานะองค์กรวิชาชีพนอกจากนี้ก็จะมีการรวบรวมร้านขายยาแผนปัจจุบันเข้าร่วมโครงการนี้ด้วยเช่นกันซึ่งจะมีการท่องบทบาทในการกำกับติดตามคุณภาพร้านของยาในภาพรวมเพื่อให้ดำเนินการไปตามมาตรฐานวิชาชีพ

และยังมีการพัฒนาหลักสูตรอบรมหลักสูตรการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีการเชื่อมต่อไปยังการดูแลรักษาผู้ป่วยในร้านยาในตามระบบสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพที่มากที่สุด

ด้วยกระบวนการดังกล่าวนี้สามารถลดขั้นตอนได้ด้วยที่ร้านขายยาที่สามารถเข้าถึงชุมชนเข้าถึงพื้นที่และมีความสุขของงานน้อยกว่าห้องโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบปรับปรุงใหม่ที่บริหารอยู่กัน จะตั้งงบประมาณที่จำกัด และอาศัยหลักทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว ในระบบสาธารณสุข ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นการประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีอย่างเหมาะสมอย่างในปัจจุบัน

โดยโครงการผู้ป่วยรับยาร้านยา จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมตามความพร้อมของโรงพยาบาลโดยจะมีการเพิ่มความปลอดภัยในการรับยาและลดการครอบครองยาเกินความจำเป็นอีกด้วย และยังมีการตั้งเป้าหมายดำเนินการ 50 โรงพยาบาลและ 500 ล้านยาเลยถ้าหากผู้ป่วยคนไหนสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ห้องยาของทางโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้เลย หรือสามารถเข้าไปตรวจสอบตามเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้เลยคะ