ไปรษณีย์ไทย รับสมัครพนักงาน วุฒิปวช.–ป.โท สอบได้บรรจุเป็นพนักงานทันที

สำหรับใครนั้นกำลังมองหางานอยู่แล้วก็วันนี้เราก็อยากจะพาทุกคนมาดูอีกหนึ่งงานที่น่าสนใจนั่นก็คืองานไปรษณีย์ไทยที่ไหนตอนนี้มีการเปิดรับสมัครวุฒิปวชถึงปโดยสามารถสอบบรรจุพนักงานได้ในทันที

โดยวุฒิและคุณสมบัติที่เปิดรับสมัครนั้นมีรายละเอียดดังนี้

ปริญญาโทสาขานิติศาสตร์ – โดยจะต้องมีความรู้ในเรื่องของภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ทั้งอ่านพูดเขียนทางนี้มีใบรับรองการทดสอบภาษาอังกฤษก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

ปริญญาโทบริหารธุรกิจ – โดยจะเป็นสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ / การจัดการ / การตลาด / การบริหารธุรกิจ หรือเศรษฐศาสตร์ / เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ / เศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการ โดยจะต้องมีความรู้ความสามารถในการจัดทำแผนการตลาดและสามารถส่งเสริมการขายอีกทั้งยังต้องสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษทั้งอ่านและเขียนพูดได้ในระดับที่ดีและมีใบผลรับรองการทดสอบภาษาอังกฤษซึ่งก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษทั้งนี้จะต้องมีอายุไม่เกิน 1 ปีและสามารถใช้งานโปรแกรม Microsoft Office ได้เป็นอย่างดี

ปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ – ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจระหว่างประเทศ / การจัดการและการตลาด / สาขาการตลาด / การจัดการ / วิชาการบริหารธุรกิจ จะต้องมีความรู้ความสามารถในเรื่องของการจัดทำแผนการตลาดและสามารถส่งเสริมการขายอีกทั้งยังต้องสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษทั้งอ่านและเขียนพูดได้ในระดับที่ดีและมีใบผลรับรองการทดสอบภาษาอังกฤษซึ่งก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษทั้งนี้จะต้องมีอายุไม่เกิน 1 ปีและสามารถใช้งานโปรแกรม Microsoft Office ได้เป็นอย่างดี

ปริญญาตรีสาขาวิชาการบัญชี – จะต้องมีความรู้ความสามารถในเรื่องของการใช้คอมพิวเตอร์

และนอกจากนี้ก็ยังมีการเปิดรับสมัครวุฒิการศึกษาปริญญาตรีนิเทศศาสตร์หรือวารสารศาสตร์หรือชั้นปวส. ในสาขาสถาปัตยกรรม / เทคนิคอุตสาหกรรม / ช่างก่อสร้าง /อิเล็กทรอนิกส์ / ทรัพยากรมนุษย์ / และปวช . การบัญชีโดยจะต้องมีความรู้ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์

14 ปีสู้ชีวิต ยอดกตัญญู รับจ้างแบกมันวันละพันกิโลฯ ไม่คิดท้อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว 9 ชีวิต

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูเด็กวัย 14 ที่สู้ชีวิตอย่างสุดชีวิตโดยคนนี้นั่นก็คือน้องแหลมซึ้งเขานั้นมีอายุเพียง 14 ปีแต่ก็จะต้องเลี้ยงดูคนในครอบครัวถึง 9 คนและรับจ้างแบบหัวมันวันละ 1000 กิโลกรัม โดยผู้เป็นพ่ออย่างนายเหรียญก็ได้มีการเปิดเผยว่า…

ตัวเองนั้นมีลูกทั้งหมด 5 คนเป็นผู้หญิง 3 คนและชาย 2 คนลูกสาวกับลูกชายต่างมีครอบครัวไปแล้วแต่ก็ยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันส่วนตัวเขาก็จะต้องทำงานโรงงานเพื่อนมีรายได้มาเลี้ยงลูกๆส่วนน้องแหน่เป็นลูกชายคนเล็กเรียนอยู่ในชั้นม 3 โดยในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็จะไปรับงานรับจ้างทำงานในไร่เพื่อนบ้าน โดยรับจ้างปลูกมัน ฉีดยา และเมื่อถึงช่วงฤดูมันสำปะหลังเก็บเกี่ยวก็จะไปรับจ้างถอนมันแบกมันเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว

โดยน้องแหลมได้มีการเปิดเผยว่าตัวเองที่ทำอย่างนี้นะก็เป็นเพราะว่าพ่อแก่แล้วและรายได้ในแต่ละวันก็ไม่แน่นอนซึ่งวันไหนมีคนมาจ้างทำงานก็จะมีรายได้ประมาณตกวันละ 300 บาทแต่บางครั้งก็ไม่มีด้วยในบางครั้งก็จะมีการออกไปหาปลามาขายทำให้เงินพอที่จะซื้อข้าวปลามากินกันได้และตนก็ไม่เคยคิดจะท้อแท้กับชีวิตของตัวเองแล้วไม่เคยอายใครที่เกิดมาในฐานะยากจน

และนอกจากนี้ทางครูประจำชั้นของน้องและก็ได้มีการกล่าวว่าน้องและเป็นเด็กที่เรียนดีเรียบร้อยและไม่ค่อยพูดและการเรียนอยู่ในระดับปานกลางและด้วยนิสัยของเขานั้นก็ทำให้เขากลายเป็นที่รักของเพื่อนๆแล้วน้องล่ะเป็นคนที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ซึ่งถือเป็นเด็กอายุ 1 4 ที่หัวใจแกร่งเป็นอย่างมาก

จากคนเก็บขยะ สุดเฮงถูกลอตเตอรี่ 379 ล้าน ผ่านไป 10 ปี ชีวิตกลับมาจุดเดิม

วันนี้เราก็จะพาไปพบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศเมื่อประมาณปี 2002 เป็นเรื่องของอดีตคนเก็บขยะอย่างไมเคิล แคร์โรลล์ ที่เขานั้นได้ถูกรางวัลลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ ที่มีมูลค่าทั้งหมดประมาณ 97 ล้านปอนด์หรือประมาณ 379 ล้านบาทไทย และทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีเพียงข้ามคืนแต่เขากลับใช้เงินก้อนนั้นหมดในระยะเวลาเพียง 10 ปีเท่านั้น

และเงินก้อนนี้ทุกคนอาจจะคิด ก็คงคิดว่าเงินจำนวน 379 ล้านบาทนั้นจะสามารถใช้ชีวิตสุขสบายไปได้ตลอดทั้งชาติแต่บอกเลยว่าไม่ใช่กับเขาคนนี้เพราะเขาใช้เงินหมดนี้เพียงแค่ 10 ปีและปัจจุบันมาเป็นคนงานเหมืองถ่านหินที่ต้องลำบากทำงานแบบไม่มีวันหยุดส่วนในตอนที่เขากำลังเร่งรับรางวัลมหาศาลเขาได้มีการแบ่งเงินให้กับคนรัก 4 คนก็คือ แม่ / ป้า / ภรรยา / แม่ภรรยา ไปคนละ 1 ล้านปอนด์หรือประมาณ 39 ล้านบาทไทย

จึงทำให้เขามีเงินเหลือ 5.7 ล้านปอนด์และเขาก็ใช้ไปกับมันกับการซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราและฟุ่มเฟือยหมดไปกับอบายมุขและเป็นสิ่งที่เขาอยากจะหามาปรนเปรอตัวเองในทุกๆวันและยังใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง และต้องขึ้นโรงขึ้นศาลมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง จนกระทั่งในปี 2012 ชีวิตบนกองเงินกองทองของเขาก็สิ้นสุดลงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยมีก็ทรุดโทรมและขายไปเงินหลายล้านบาทก็หมดไปและทำให้เขาต้องหย่ากับภรรยาระยะชีวิตไปอยู่ในที่ประเทศสก็อตแลนด์หาเงินจากการทำงานในเหมืองถ่านหิน 7 วันต่อสัปดาห์เพื่อเป็นค่าอยู่ค่ากินและค่าเช่าบ้านเดือนละ 500 ปอนด์หรือประมาณ 20000 บาทไทย

โดยเขาบอกว่านี่คือชีวิตพี่เขาไปคิดว่ามันเป็นความผิดพลาดแต่นั่นเป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาย้อนมองกลับไปเขาก็ไม่เคยเสียใจและปัจจุบันก็รู้ว่าตัวเองมีความสุขมากกว่าเดิมเพราะเหมือนว่าตัวเขาได้รับชีวิตกลับคืนมา และมักจะมีผู้คนถามว่ารู้สึกอย่างไรที่จะต้องเสียเงินทั้งหมดนั้นไปแต่เขาก็คอยบอกทุกคนว่าเขาไม่ได้เสียเงินเหล่านั้นไปแต่เขาใช้มันต่างหาก

ชื่นชม นายอำเภอเด็กวัด ถือปิ่นโตเดินตามพระบิณฑบาตในทุกเช้า

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นไปพบกับบุคคลตัวอย่างที่ไม่เคยถึงอำนาจมากกว่าที่ตัวมีนั่นก็คือในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีหรือนาย วัชรเดช เกียรติชานน ที่ถือเป็นประธานคนหนึ่งออกมารณรงค์เรื่องของกินเ ห ล้ าสูบบุ ห -รี่และเนื่องจากอยากให้ประสบความสำเร็จจึงได้ผ่านตัวเองให้เลิกดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่น

โดยในอดีตตัวเขาก็เป็นคนที่เคยดื่มเ ห ล้ าและสูบบุ ห -รี่เหมือนกับคนทั่วไปแต่เมื่อได้เป็นประธานเปิดงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษามันก็รู้สึกละอายใจที่ยังทำพฤติกรรมแบบนี้อยู่แล้วยังจะไปรณรงค์ให้ชาวบ้านเลิกเหมือนไปหลอกเขาจึงตัดสินใจว่าตัวเองนั้นก็จะต้องเลิกเหมือนกันโดยใช้ทำขัดเกลาจิตใจและไปเข้าวัดปฏิบัติธรรมจนสามารถเลือกได้ทั้งเ ห ล้ าและบุ ห -รี่

โดยเวลามีงานอำเภอหรือลงไปพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้านก็ไม่เคยดื่มแม้แต่กาแฟเพราะไม่อยากเห็นชาวบ้านเห็นว่าเอาเวลาไปจิบกาแฟอยากเห็นว่าเอาเวลาไปสู้กับปัญหาและแก้ปัญหาให้กับพวกเขาและมักจะใส่เสื้อขาวถือปิ่นโตเดินตามพระออกบิณฑบาตในตอนเช้าซึ่งเขาทำมานานและมีความเชื่อในเรื่องของบาปบุญคุณโทษเป็นอย่างมากและเชื่อว่าทำดีก็จะได้ดีทำชั่วได้ชั่วและมีการนำหลักพุทธศาสนามาปรับใช้ในการทำงานอีกด้วย

โดยในบางครั้งหลังจากที่พระฉันอาหารเสร็จก็จะนั่งล้อมวงกินข้าวกับเด็กวัดก็มีแล้วก็จะทำตัวสบายๆและในช่วงเย็นก็จะมาปฏิบัติธรรมสวดมนต์เจริญภาวนาที่วัดโดยตลอดและทำแบบนี้มานานหลายปี ซึ่งตลอดเวลาทำนี้ก็มักจะมีคนคอยถามว่าเดินเท้าเปล่าแบบนี้ไม่เจ็บหรอซึ่งในอำเภอนี้ก็จะบอกว่าไม่เจ็บเพราะทำแบบนี้มานานจนเคยชินและปฏิบัติแบบนี้มาช้านานแล้ว

แล้วแต่จะทำแบบนี้ตอนแรกก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนรู้ว่านี่เป็นนายอำเภอก็คิดว่าเป็นเด็กกว่าที่ถือปิ่นโตตามพระแล้วก็คิดว่าเป็นเพียงแค่ลุงแก่ๆที่มาปฏิบัติธรรมบางคนก็เคยเรียกให้นายอำเภอคนนี้ไปยกของแล้วก็มีแต่ก็ไม่เคยปฏิเสธอะไรและชาวบ้านหลายคนก็ยืนยันว่าไม่เคยเห็นคนระดับในอำเภอมาทำตัวติดดินขนาดนี้มาก่อน

คนอีสานดวงเฮง ถูกรางวัลที่ 1 อีกแล้ว รับเงินรวมกัน 18 ล้าน

ซึ่งบอกเลยว่าผ่านไปแล้วกับผลการซื้อสลากกินแบ่งงวดที่ 16 พฤศจิกายน 62 โดยรางวัลที่ 1 ก็คือหมายเลข 0 1 7 2 2 3 เลขท้าย 2 ตัวคือ 32 รางวัลเลขหน้า 3 ตัวอันได้แก่ 1 6 4 และ 6 4 0 เลขท้าย 3 ตัวคือ 085 และ 194 ซึ่งในครั้งนี้ก็มีผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 รวม 2 รายจนกลายเป็นเศรษฐีใหม่เลยทีเดียว

โดยรายแรกนั้นเป็นแม่ค้าที่บ้านพักตากอากาศอำเภออากาศอำนวยซึ่งถูกหวย 12 ล้านเหมาะๆอาศัยอยู่ที่จังหวัดสกลนคร

ส่วนคนที่ 2 ถูกเงินรางวัลจำนวน 6 ล้านบาทเป็นโชเฟอร์แท็กซี่ลวงแห่งหนึ่งซึ่งเป็นคนจากอุบลราชธานี โดยทางทีมงานขอยินดีกับทั้งคู่ด้วยค่ะ

ลุงหาเช้ากิ นค่ำโวยตำรว จ สุดอั ดอั้นไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ

โดยนัยล่าสุดนี้ได้มีทางเพจ Facebook ที่มีชื่อว่าสปอร์ตไลท์บางปูมีการเผยแพร่คริสต์พร้อมเหตุการณ์อีกทั้งยังมีการระบุข้อความไว้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในบริเวณขนส่งสมุทรปราการบางปูและอยากจะให้ใจเย็นๆกันเพราะเข้าใจว่ารู้สึกไม่ดีกับหน่วยงานจนมันแค้นใจออกมา

โดยคลิปดังกล่าวนี้เป็นภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกจับและพูดตัดเพ้อต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยถามต่อเจ้าหน้าที่ว่าเคยสนใจปากท้องประชาชนบ้างหรือไม่เคยถามประชาชนบ้างไหมว่าคนที่ถูกจับนั้นเขาทำงานอะไรมีอาชีพอะไรมีเงินพอกินไหมอย่ามัวแต่สนใจแต่ค่าปรับ

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นความอึดอัดใจที่ใครหลายๆคนนั้นก็ต่างมองเห็นว่าด้วยแต่ก็มองในทางอย่างว่าชายคนนี้ควรระงับสติอารมณ์ให้ดีค่อยๆพูดจากันจะดีที่สุด

น่าไปสมัคร แจกโบนัส 8 เดื อน + เงิ นพิเศษ 2.2 หมื่นบาท

ล่าสุดนี้ก็ได้มีเพจ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่าหนุ่มสาวโรงงานโดยมีการระบุโพสต์ข้อความไปว่าในตอนนี้ทางบริษัทออโต้อัลลายแอนซ์ประเทศไทยจำกัดซึ่งเป็นโรงงานประกอบรถยนต์และผลิตชิ้นส่วนของรถที่ตั้งอยู่ในอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ดที่อำเภอปลวกแดงจังหวัดระยอง

โดยมีการประกาศแจกโบนัสประจำปี 2562 ให้กับพนักงานทุกคนทั้งหมด 8.05 เดือนพร้อมกับเงินพิเศษอีก 2 หมื่นบาทโดยจะแบ่งจ่ายในเดือนธ.ค. นี้เป็นจำนวน 4 เดือนและเงินพิเศษ 20,000 บาท และจ่ายอีกในเดือน Yesมีนาคม ปี 63 อีก 4.05 เดือน นั้นเอง

นอกจากนี้ทาง บ. ยังมีการปรับเงินให้กับพนักงานอีก 5 เปอร์เซ็น กัยอัก 275บาท และยังให้ค่าสาคือสาธารณูปโภคอีกเป็นจำนวนทั้งหมด 2,800 บาท โดยทางบริษัทได้มีการร่วมทุนระหว่างบริษัทฟอร์ดมอเตอร์และบริษัทมาสด้ามอเตอร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางผลิตรถกระบะ 1 ตันสำหรับตลาดทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก โดยในหลายๆปีมานี้ทางบริษัทมีการจ่ายโบนัสและสวัสดิการให้กับพนักงานมากสูงสุดอันดับ 1 ของกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์

รับวุฒิ ม.3 ขึ้นไป เรียนจบบรรจุทันที ‘โรงเรียนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค’

สำหรับน้องๆคนไหนที่กำลังมองหาสถานที่เรียนต่อนั้นวันนี้เราก็จะมาแนะนำอีก 1 โรงเรียนที่น่าสนใจไม่น้อย นั้นก็คือโรงเรียนการช่างไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์ว่าจะมีการเปิดภาคเรียนการศึกษาประจําปี 2563 โดยหลังจากที่เรียนจบแล้วสามารถทำงานกับทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ในทันทีโดยมีหลักสูตรตั้งแต่สามปีถึงสิบปีและหลักสูตรเฉพาะทางโดยมีรายละเอียดและคุณสมบัติในการรับสมัครดังนี้

หลักสูตรปกติ 3 ปี

สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือปีที่ 4 เท่านั้นจำนวนที่เปิดรับประมาณ 55 คน เมื่อเรียนจบการศึกษาวุฒิการศึกษาม 6 จะทำการบรรจุเข้าตำแหน่งพนักงานช่างระดับ 2 และมอบทุนการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต

หลักสูตร 1 ปี

สำหรับนักเรียนที่มีวุฒิการศึกษาปวชไฟฟ้าหรือไฟกำลังหรือไฟอิเล็กทรอนิกส์โดยหลังจากที่เรียนจบการศึกษาจะสามารถบรรจุทำงานในตำแหน่งพนักงานช่างที่สำนักงาน กฟภ. ทั่วประเทศ ในทันที

หลักสูตรเฉพาะทางรุ่นที่ 3 โดยใช้ระยะเวลาในการเรียน 6 เดือน

สำหรับนักเรียนที่มีวุฒิการศึกษาชั้นปวสในสาขาการไฟฟ้าหรือไฟฟ้ากำลังโดยจบการศึกษาและได้ทำการบรรจุทำงานในตำแหน่งพนักงานช่างภาพปฏิบัติการระบบไฟฟ้าที่สำนักงานทันที

อุตุฯ ออกประกาศ เตือนอุณหภูมิลด 4 องศา

กรมอุตุฯทำการประกาศอากาศหนาวเย็นของประเทศไทยโดยทางประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็น สวนทางภาคใต้จะมีฝนตกหนักด้วยจะมีผลกระทบต่อวันที่ 15 พฤศจิกายนเป็นต้นไปซึ่งในบริเวณดังกล่าวนี้จะถูกความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่มาปกคลุมทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะปกคลุมในวันที่ 14-15 พฤศจิกายน จึงทำให้ทางภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออ กมีอากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะยอดดอยจะมีอุณหภูมิต่ำสุด 18 22 องศาจึงให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพ

และมาส่งทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดเข้าปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้นซึ่งลักษณะเช่นนี้จะทำให้ทางภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่งและมีคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยกำลังฟังการโดยอ่าวไทยตอนบนตอนล่างจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยในช่วงนี้ชาวเดินเรือทั้งหลายควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและติดตามกรมอุตุอย่างใกล้ชิด

เริ่มแล้ว สรรพากรเข้มตรวจรายการเงินโอนเข้าบัญชี

โดยในตอนนี้ทางสรรพากรจะมีการตรวจรายการเงินบัญชีบุคคลหักเงินเข้าประมาณ 3,000 ขึ้นไปนัทมียอดรวมมากกว่า 2 ล้านบาทจะถูกตรวจสอบโดยกฎหมายจะมีการประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมและมีการส่งข้อมูลในวันที่ 31 มีนาคม

โดยธุรกรรมลักษณะเฉพาะที่จะทำนั้นก็จะมี

ผู้ที่ทำการส่งข้อมูล = ธนาคาร / สถาบัณการเงิน / Payment gateway

หลักเกณฑ์การส่งข้อมูล = เงินเข้าเป็นจำนวน 3000 ครั้งขึ้นไป / เงินเข้า 400 ครั้ง และยอดเงินรวมกันเป็นจำนวน 2 ล้านบาม โดยรวมทุก บช. ของธนาคาร และเป็นชื่อเดียวกัน

ดูยอดเงินทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้ทั้งหมดของปีนั้นและจะต้องนำมาคำนวณกับการเสียภาษีของกรมสรรพากรโดยจะมีการนำข้อมูลไปประมวลผลรวมกับภาษีเงินได้ที่มีการยื่นตามปกติโดยทางที่ดีควรแยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีธุรกิจเอาไว้

น่าไปเที่ยว นั่งรถไฟสายใหม่ กรุงเทพ-สัตหีบ เที่ยวเกาะล้าน เกาะแสมสาร ในราคาหลักร้อย

ใกล้จะถึงช่วงเทศกาลแห่งวันนี้ ในช่วงของสุดปลายปีนี้ซึ่งถ้าหากใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวอยู่แล้วเราก็เราก็จะมาบอกช่องทางในการท่องเที่ยวอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้คนนั้นเพลินไปกับการนั่งรถไฟแบบชิวๆและไปเที่ยวสถานที่อย่างทะเลสัตหีบกันได้ เพราะตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมพศ 2561 ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการเปิดให้บริการรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ กรุงเทพ – พลูตาหลวง เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคนั่นเอง

จึงเหมาะอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวสายชิลที่ชื่นชอบในการเที่ยวทะเลอีกครั้งค่าเดินทางแล้วก็ถูกแสนถูกเพียงแค่ 170 บาทเท่านั้นในราคาที่แพงสุด โดยรถไฟขบวนนี้จะวิ่งในเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์โดยเริ่มต้นจากหัวลำโพงไปสุดสายปลายทางที่อู่ตะเภาสัตห*บโดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมงในการเดินทางเท่านั้น

โดยรถจะออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯเป็นเวลา 06:00 น ไปถึงสถานี บ้า น พลู ตา ห ล ว งเวลา 9:50 น ส่วน เวลาขากลับนั้นจะออกจากสถานีบ้านพลูตาหลว เวลา 15.50 น ถึงสถานี รถไฟ ก รุ งเ ท พ ฯไปเวลา 18:55 น จึง เ ห ม า ะอย่างมากสำหรับใครที่กำลังหาช่องทางในการเที่ยวแต่ถ้าหากใครสนใจควรจะจองตั๋วล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง รถไฟขบวน นี้มีผู้ใช้ บ ริ ก า รอย่าง เ ห นี ย ว แน่น และมีเพียงแค่ 2 รอบใน 1 วันเท่านั้น

เปิดภาพ ‘ไร่ชัยราชพฤกษ์’ บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ เจอไม้หายากเพียบ!

โดยหลังจากที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางและมีการอนุมัติหมายจับนาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร / บุญแทน บุษราคำ / ไพฑูรย์ แช่มเทศ / กฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาทั้งหมดกี่คนในคดีฆาตกรรมและอำพรางศพของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ซึ่งในช่วงเช้าของวันต่อมานี้ จะได้มีทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นพื้นที่บริเวณ ไร่ชัยราชพฤกษ์ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้กับคดีนี้

โดยในก่อนหน้านี้เมื่อปี 2554 ก็ได้มีตำรวจกว่า 100 นายเข้าไปตรวจคนที่ไล่ราชพฤกษ์ของนายชัยวัฒน์บนพื้นที่ 100 กว่าไร่ด้วยขี้คลายคดีฆาตกรรมของนาย ทัศน์กมล โอบอ้อม โดยได้มีการพบว่าในบริเวณพื้นที่บ้านพักขนาดสูง 2 ชั้นและด้านนอกสร้างด้วยอิฐแต่ด้านในตกแต่งด้วยไม้หายากทั้งหลัง

ซึ่งไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ มะค่าหลากหลายขนาด รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านทุกชิ้นเป็นไม้ที่มีราคาแพงอีกทั้งยังมีสระน้ำขนาดใหญ่น้ำตกเทียนและยังมีบ้านอีกหลังโดยใช้ไม้มาสร้างตกแต่งและทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการถ่ายภาพเป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่ามาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่โดยต่อมาเมื่อปี 2559 ทางไร่ชัยราชพฤกษ์นั้นก็ได้มีทางใดใช้วัดออกมากล่าวว่าได้มีการตรวจสอบด้วยเช่นกันโดยพื้นที่ดินดังกล่าวนับเป็นของพี่ชายตนและภรรยาที่ตกทอดมาจากพ่อตาทำกินมาตั้งแต่ในช่วงของ งปี 2527-2528 มีหนังสือรับรองสิทธิทำกิน

โดยทางด้านของใด สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ก็ได้กล่าวว่าจากการที่เข้าตรวจสอบทางไลน์ก็ได้มีการร้องเรียนระบุว่าได้มีการบุกรุกเข้าไปยังป่าสงวนแห่งชาติป่ายางน้ำกลัดเหนือและป่าน้ำกลัดใต้ ที่อำเภอแก่งกระจานโดยพื้นที่ประมาณ 100 ไร่อยู่ในพื้นที่สำรวจถือครองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และมีการพบว่านายไพโรจน์ได้เป็นผู้ครอบครองเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่มีรีสอร์ทตั้งอยู่ โดยทางกรมป่าไม้ก็ได้มีการแจ้งข้อมูลเท็จจริงบางส่วนให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐและกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นที่เรียบร้อย

และในขณะที่กรมป่าไม้กำลังตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอยู่นั้นก็ได้มีการประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบว่ามีการบุกรุกเขตป่าสงวนจริงหรือไม่และบุกรุกกี่ไร่ต่อมาทางมติรัฐมนตรีก็ได้มีวัตถุประสงค์ว่านี่คือพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยกับชาวบ้านและเกษตรกรประมาณ 18-20 ไร่แต่พื้นที่ไร่ชัยพฤกษ์กับนำมาทำเป็นรีสอร์ทและน่าจะได้พื้นที่มากกว่าที่รัฐให้

ประวัติความเป็นมาของนายชัยวัฒน์

ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เกิดเป็นคนในจังหวัดเพชรบุรีมีนิสัยใจคอกว้างขวาไม่เกรงกลัวใครและมาจะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ด้านลบอยู่เสมอและในช่วงหลังได้เข้ามารับตำแหน่งสำคัญอย่างหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งเป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมีพื้นที่ประมาณเกือบ 2ล้าน ไร่ เลยตัวขาวได้มีสารสัมพันธ์กับตระกูล อังกินันท์ ซึ่งเป็นตระกูลการเมืองดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีและได้มีโอกาสที่ได้เรียนระดับปริญญาตรีในคณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก่อนที่จะเรียนระดับปริญญาโททางด้านการบริหารทรัพยากรป่าไม้และหลังจากที่เรียนจบในระดับชั้นปริญญาตรีนายชัยวัฒน์ก็เริ่มชีวิตการเป็นราชการเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ก่อนที่จะเติบโตมาในสายงานหน้าที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ในวนอุทยานในจังหวัดรวมถึงวนอุทยานในชะอำ

จนกระทั่งเมื่อปี 2551 อายุ 44 ปีเขาก็ได้รับมอบตำแหน่งเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเครื่องกลายเป็นที่รับรู้กันทั่วหมู่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่าเป็นการทำงานที่ท้าทายมากที่สุดไม่ว่าจะด้วยขณะที่กว้างขวางของพื้นที่ของอุดมสมบูรณ์และสภาพปัญหาที่มีความซับซ้อนอีกทั้งยังมีแนวชายแดนที่ติดกับพม่าจึงทำให้นายชัยวัฒน์ใดเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศในปีต่อๆมาจากสถานการณ์และเรื่องราวที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้องโดยจากเหตุการณ์เผาบ้านคุณป่าในช่วงปีแรกทำให้เขานัดรับตำแหน่งก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับโครงการภายนอกก่อนที่จะสู่การเผชิญหน้าถูกร้องเรียนเป็นครั้งแรกกับองค์กรไม่ว่าจะเป็นสภาทนายความและคณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนอันเนื่องมาจากแนวการปฏิบัติแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงกันและความเชื่อมั่นของเขาว่าเขานั้นดำเนินการถูกต้องตามหลักวิชาการ

ต่อมาปี 2553 นายชัยวัฒน์ก็เริ่มโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบ้านโป่งลึกบางกลอยอันเนื่องมาจากพระราชดำริโดยได้รับงบประมาณจากสำนักคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแต่หลังจากที่พบว่าโครงการช่วยเหลือชุมชนก่อนหน้านี้ได้ยุติลงพร้อมกับการดำเนินการ ยุทธการตะนาวศรี” ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งก็ได้มีการผูกเรื่องราวโยงกับเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ทหารตกติดต่อกัน 3 ลำในป่าด้วยของแก่งกระจานในช่วงกลางกรกฎาคมปี 2554 จึงเกิดความขัดแย้งที่บานปลายออกไป

และด้วยบุคลิกที่ความเป็นผู้นำทำให้เขาและสามารถนำทีมกำลังกู้ศพผู้เสียชีวิตด้วยตัวเองเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้บังคับบัญชาการจนภารกิจสำเร็จลุล่วงทำให้นายชัยวัฒน์ได้รับการนับถือและเป็นที่ยกย่องจากผู้บังคับบัญชาและได้รับการยกย่องจากคนไทยทั้งประเทศจนได้รับรางวัล าราชการพลเรือนดีเด่นจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประจำปี 2554 จากวีรกรรมในครั้งนั้น

เรื่องราวประทับใจ หนุ่มขับวิน เจอนักเรียนโบกให้พาไปส่งที่โรงเรียน

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่มีชาวเน็ตส่วนต่อกันเป็นวงกว้างในโลกออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องราวของผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า ช.ดนัยพัฒิน์ ฟาร์ม ก๋อย ง่อน โดย Facebook รายนี้ได้มีการโพสต์เรื่องราวเป็นเรื่องราวของชายขับวินคนหนึ่งกับเด็กนักเรียนที่ต้องไปโรงเรียนในยามเช้าจนเกิดความประทับใจอีกทั้งยังให้ข้อคิดสะกิดกับผู้ปกครองอีกหลายคน

โดย Facebook รายนี้ได้มีการบอกเล่าเรื่องราว เมื่อเช้านี้มีนักเรียนคนหนึ่งได้ทำการบอกวินมอเตอร์ไซค์หน้าหมู่บ้านเด็กถามว่าน้าโรงเรียนไปเท่าไหร่วินมอเตอร์ไซค์จึงตอบกลับไปว่า 40 บาท เด็กจึงถามว่าน้า 10 บาทได้ไหมหนูยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย วินมอเตอร์ไซค์สงสัยจึงได้ถามว่าแม่ให้เงินไปโรงเรียนเท่าไหร่ก็ตอบว่า 30 บาท ทางวินมอเตอร์ไซค์เลยบอกให้น้องขึ้นรถได้เลยเดี๋ยวจะไปส่งให้ เมื่อไปถึงที่โรงเรียนเด็กคนนี้ก็มอบเงินให้ 10 บาทแต่วินมอเตอร์ไซค์ไม่เอาจริงบอกว่าเก็บเงินซื้อข้าวกินแต่ลูกและเด็กก็ยกมือไหว้แล้วจากไป

โดยผู้ใช้ Facebook ได้นี้ก็ได้มีการบอกกล่าวอีกว่าเงินผมก็อยากได้ผมมีลูกต้องเลี้ยงแต่ผมก็ไม่ได้เลี้ยงลูกให้อดพอมีพอกินหากเด็กเอาเงินจ่ายค่ารถแล้วเด็กจะเอาที่ไหนกินอยากจะฝากถึงพ่อแม่ผู้ปกครองควรจะให้เงินเด็กต่อพอการใช้จ่ายในแต่ละวันให้เด็กๆกินบ้าง

เปิดรับสมัครพนักงานจำนวนมาก มี OTทุกวันมีรถรับส่ง สวัสดิการดีมาก

ในตอนนี้เป็นช่วงขาลงสำหรับโรงงานหลายๆแห่งนี้ได้ทำการปิดตัวลงไปอย่างมากมายซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์การการเลิกจ้างงานในประเทศไทยที่น่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อยเพราะส่วนใหญ่โรงงานเน้นคัดคนออกเพื่อลดค่าใช้จ่ายและบางทีก็ปิดตัวลงอย่างถาวรและมีการลอยแพมาแล้วกว่าหลายร้อยคนเชื่อว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจของประเทศกำลังถดถอย

และในล่าสุดทาง facebook ที่มีชื่อว่า Jai Patt ได้มีการระบุโพสต์ข้อความไปว่าถ้าหากที่อื่นเลิกกิจการสามารถมาที่นี่ได้เลยเพราะทางบริษัท ลืมไลน์แอดพพาแรล จำกัดสาขาพระประแดงตอนนี้กำลังขยายกิจการเปิดรับสมัครพนักงานจำนวนมากมีรายได้ดีมีโอทีมีรถรับส่ง ที่พักทุกวันฟรี ไม่จำกัดเพศ วุฒิการศึกษา อายุประมาณ 18 ถึง 38 ปีหากใครสนใจสามารถติดต่อไปได้ที่เบอร์โทร 028190130

ดีใจแทนน้อง! ยอดบริจาคพุ่ง แถมนักธุรกิจใจบุญ มอบเงินช่วยเหลือน้อง ตลอดชีวิต

หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องราวของน้องหนูที่น่าสงสารเด็กอนุบาลคนหนึ่งที่เป็นเด็กพิการเนื่องจากเอามาผิงไฟแล้วไฟไหม้มือ และคุณย่าไม่มีเงินพาไปรักษาจนมือมีอาการติดเชื้อเพลิงสุดท้ายต้องทำให้ตัดทิ้งและกลายเป็นเด็กพิก า รอีกทั้งพ่อยังทิ้งไปมีแฟนใหม่ทำให้หนูน้อยคนนี้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและอาภัพสุดๆโดยเด็กหญิงคนนี้นั้นมีชื่อว่า ด.ญ. ปิยะพร หลวงแก้ว อายุ 4-5 ขวบ น้องอาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่โดยมีคุณครูที่สอนหนูน้อยคนนี้เผยแพร่ข้อความแล้วโพสต์ภาพเพื่อช่วยเหลือสังคมจนกระทั่งสามารถประสานความช่วยเหลือได้เป็นที่สำเร็จ

ย้อนกลับไปน้องนั้น อาภัพเป็นอย่างมากโดย คุณแม่ของน้องได้เสียไปตอนน้องอายุได้ 10 เดือนและคุณพ่อก็หนีไปแต่งงานใหม่โดยทิ้งให้ลูกสาวอยู่กับยายชราเพียงแค่ 2 คนโดยยาชราก็ต้องเลี้ยงดูตามสภาพกันไปและในช่วงหน้าหนาวของเดือนหนึ่งนั้นในระหว่างที่นอนอยู่ข้างกองไฟน้องวัย 10 เดือนนอนอยู่ข้างๆด้วยความพลิก มือของน้องได้ถูกไฟลวกในทันที โดยฐานะทางบ้านในตอนนั้นมีสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่และยายชราจึงทำได้แต่รักษาตามวิถีชาวบ้านจนกระทั่งนิ้วมือติดเชื้อจึงจำเป็นต้องไปหาหมอหมอจึงทำการตัดนิ้วข้างขวาเพื่อที่จะรักษาชีวิตของน้องเอาไว้

แต่ด้วยความมุ่งมั่นและจิตใจอันเป็นเข้มแข็งทำให้น้องปิยะพรนั้นสามารถอดทนและใช้ชีวิตที่ยากลำบากมาได้ซึ่งคุณครูที่โรงเรียนเห็นก็รู้สึกสงสารใจจึงได้มีการโพสต์ภาพดังกล่าวออกมาให้ผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือกันโดยในตอนนี้ก็มีผู้ที่สนใจให้ความช่วยเหลือกันเป็นอย่างมาก

โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายนทางหัวหน้าสำนักปลัด อบต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้กล่าวถึงกรณีของเด็กหญิงปิยะพรว่าในตอนนี้นั้นได้มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างมากมายอีกทั้งยังมีการเปิดบัญชีกองทุนขึ้นมาเป็นบัญชีธนาคารออมสิน สาขาอมก๋อย โดยในตอนนี้มียอดเงินจากผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือน้องอยู่ที่ประมาณ 3 แสนบาท แล้ว

สำหรับการเบิกเงินออกจากบัญชีจะมีครูจากโรงเรียนของน้องที่น้องได้ศึกษาอยู่เป็นจำนวน 2 ท่านและยายผู้ที่ดูแลน้องเป็นผู้ร่วมกันเซ็นชื่อเพื่อเบิกเงินและน้องปิยพรก็จะได้รับเบี้ยคนพิการจากทางภาครัฐเดือน 800 บาทรวมเป็นบัญชีของธกสโดยเบี้ยพิการทางภาครัฐนี้ทางยายของน้องจะเป็นคนมาเบิกเองเพียงผู้เดียว

และนอกจากนี้ทางด้านในนายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ นักธุรกิจชื่อดัง อย่าง ซูอควาเรียม ในสวนสัตว์เชียงใหม่ และคลินิกเสริมความงาม Health Me Clinic โดยหลังจากที่ได้เห็นข่าวของน้องก็รู้สึกสงสารเป็นอย่างมากจึงได้มีการเข้าไปประสานหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือให้กับน้องและยังช่วยเหลือน้องเป็นรายเดือนโดยให้เป็นทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของน้องโดยจะจ่ายให้เดือนละ 3,000 บาททุกเดือนไปตลอดชีวิตน้องโดยเริ่มตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป โดยตัวเขาได้กล่าวไว้ว่าหลังจากที่ได้ไปเห็นความเป็นอยู่ของน้องก็เห็นว่าน้องนั้นยังเด็กก็มีสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากจริงๆและในอนาคตน้องจะต้องโตขึ้นและดำรงชีวิตได้อย่างไรบ้างอย่างแน่นอนเมื่อเห็นแล้วรู้สึกสงสาร จึงต้องการที่จะเข้าช่วยเหลือน้องตลอดไปเพราะน้องเกิดมานั้นเลือกเกิดไม่ได้เกิดมาก็ต้องประสบกับชะตากรรมแบบนี้

และนอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทางภาครัฐทหารและตำรวจข้าราชการองค์กรท้องถิ่นต่างๆรวมถึงฝ่ายปกครองได้มีการเข้าไปสำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของน้องที่บ้านพบว่าน้องมีแมวเป็นเพื่อนและแม่ตัวนี้มากๆรวมทั้งเมื่ออยู่ในโรงเรียนก็จะเล่นตามประสาเด็กๆเพื่อนๆ

น่าสงสารมาก! โรงงานโรจนะ ปลดพนักงานกว่า 200 คน แถมให้เดินกลับบ้านเอง

บอกเลยว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่สะเทือนใจกับเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมากเพราะว่าเป็นช่วงที่สามารถบ่งบอกถึงสภาพเศรษฐกิจของบ้านเราได้เป็นอย่างดีหลังจากที่มีหลายโรงงานทยอยปิดตัวลงอย่างต่อเนื่องจนทำให้ผู้คนหลายร้อยพันคนนั้นจะต้องตกงานกันเป็นจำนวนมากอย่างเช่นเรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีชื่อว่าณัฐชานันท์ น้องสตางค์ ซึ่งได้ออกมาโพสต์เรื่องราวผ่านทาง facebook ส่วนตัวโดยมีการระบุข้อความไว้ว่า

ใจเขาใจเราถึงต่างชาติเขาก็คนปลดพนักงานพม่าออก 200 คนแล้วให้เกิดกลับอีกสงสารมากแล้วเราจะรอดไหม

โดยในครั้งนี้เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปจึงทำให้มีชาวเน็ตเป็นจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างสนใจ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอทางโรงงานให้ออกมาชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่

หนูน้อย! โทรสั่งอาหาร ก่อนบอกพนง. ช่วงนี้ผมรวย ไม่ต้องทอน

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวอันน่ารักๆที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียลหลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีชื่อว่า ตี๋นัด ราสต้า ออกมาเผยแพร่รูปภาพและโพสต์ไปยังกลุ่ม GRAB korat โดยได้มีการระบุข้อความไปว่า

ผม – เดี๋ยวๆน้อง มีเงินทอน อีก 2 บาท ครับ

น้อง – ไม่ต้องทอนหรอกพี่ ช่วงนี้ ผมรวย ผมพึ่งศึกมา

จะ 2 ถาดหรือ 1 ขวดผมก็ต้องส่งเลขเอาผมยิ้มไม่หุบ #ความสุขเล็ก เล็ก ระหว่างทำงาน

หลังจากที่มีภาพเผยแพร่ออกมาก็ทำให้ผู้คนนั้นต่างเข้ามาคอมเม้นเป็นอย่างมากมายซึ่งทุกคนก็รู้สึกเฮฮาเป็นอย่างมาก

เสนอกลางสภา ให้เลิกใช้เพลงชาติ ใช้เพลงความฝันอันสูงสุดแทน

โดยในวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ทางรัฐสภาเกียกกายมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัยเป็นประธานสภาที่ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยในครั้งนี้ที่ประชุมนั้นได้มีการหารือในเรื่องของปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโ ดยได้มีนาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ได้มาลุกขึ้นและมีการเปิดข้อหารือว่าเพลงชาติไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันใช้มาตั้งแต่ปี 2475 และมาปัจจุบันก็เป็นเวลามาถึงกว่า 80 ปี

โดยในเนื้อหาของเพลงชาตินั้นไม่ได้เอ่ยยกย่องเทิดทูนสถาบัน เนื่องจากคนแต่งในสมัยก่อนเป็นคณะราชฏร ขณะที่อยู่อังกฤษก็ยังมีบทเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสมเด็จพระราชินีนาถของประเทศอังกฤษ ดังนั้นจึงขอให้ยกเลิกเพลงชาติไทยที่ใช้ในปัจจุบัน เพื่อให้มีการปรับปรุงใหม่โดยให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันด้วย และในระหว่างนี้ก็ขอให้ใช้เพลงความฝันอันสูงสุดไปพลางๆ เพื่อเตือนสติไม่ให้ท้อถอยในการทำความดี จากนั้นนายชวน จึงได้ตักเตือนว่าขอให้สมาชิกทุกท่านพยายามหลีกเลี่ยงด้วยที่เกี่ยวข้องกับสถาบันด้วย

สุดรันทด ดญ 4 รวบ โดนพ่อทิ้ง-แม่เสีย นอนผิงไฟจนมือไหม้ ต้องตัดทิ้ง

กลายเป็นอีกเรื่องราวหนึ่งที่สุดรันทดใจไม่น้อยหลังจากที่ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งเผยภาพและเรื่องราวของเด็กน้อยวัย 4 ขวบโดยผู้ใช้ Facebook รายนี้มีชื่อว่าบ้านติดป่า ฮาดิดดอย พร้อมกับมีการส่งข้อความไปว่าเห็นน้องเรารู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ทางพิการทางยากจนแม่ของน้องก็เสียชีวิตไปแล้วส่วนพ่อก็แต่งงานใหม่ โดยตอนนี้น้องอายุ 6 ขวบต้องมาอยู่กับคุณยายยากจน โดยคุณลองดูรูปหรือคุณจะได้รู้ว่าตัวเองนั้นเกิดมาโชคดีขนาดไหนมีมือมีเท้าครบทั้งสองข้าง

โดยผู้ที่มีจิตใจดีนั้นสามารถติดต่อไปช่วยเหลือน้องได้ที่ ครู ธัญสุดา หยกภู อยู่ที่บ้านเลขที่ 81 หมู่ที่ 4 ตำบลสบโขง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ 50310 หรือเบอร์โทร 095 575 7598

โดยทางผู้จัดการได้มีการเปิดเผยว่าปัจจุบันเด็กหญิงปิยะพรด่วนแก้วนะอายุ 4 ขวบกว่าอยู่ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1 เป็นเด็กพิการมือขวาค่ะและมีฐานะยากจนมากเป็นเด็กที่กำพร้าแม่ด้วยอาศัยอยู่กับยายก็เลี้ยงดูตามลำพังตามฐานะประกอบกับหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดารจึงอาศัยอยู่ยากลำบาก

ส่วนข้อมือที่ขาดมานั้นสาเหตุก็เพราะตอนอายุ 6 เดือนช่วงนั้นเป็นช่วงหน้าหนาวชาวบ้านต้องนอนข้างกองไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในขณะที่นอนอยู่กับยาย เด็กน้อยก็เกิดพลิกตัวเอามือเข้ากองไฟมือขวาจึงถูกไฟไหม้จนได้รับบาดเจ็บและรักษาไปตามยถากรรมแบบชาวชนบทจนมือเน่าและได้นำส่งโรงพยาบาลซึ่งทางหมอต้องตัดข้อมือเพื่อรักษาชีวิตไว้

โดยในตอนนี้เด็กหญิงคนนี้เป็นนักเรียนประจำกินนอนอยู่ที่โรงเรียนด้วยหากใครสนใจที่มีจิตเมตตาอยากจะช่วยเหลือเด็กหญิงคนนี้ก็สามารถติดต่อมาได้ที่โรงเรียนบ้านขุนตื่นได้เลย

ไม่ท้อ! สาวร้อยเอ็ด เรียนจบแค่ ม.6 ไปขับรถ 10 ล้อที่อเมริกา ทำรายได้เกือบล้าน

ซึ่งถ้าหากเราพูดถึงผู้หญิงแล้วแล้วก็มานึกถึงผู้หญิงที่คอยเย็บผ้าทำงานบ้านทำงานเล็กๆน้อยๆไม่สามารถทำงานหนักๆได้แต่บอกแล้วว่าสังคมในสมัยนี้นั้นเปลี่ยนไปผู้หญิงมีบทบาททางสังคมมากยิ่งขึ้นมีช่องทางการหลากหลายมากยิ่งขึ้นงานที่ผู้ชายทำได้ผู้หญิงก็ทำได้ อย่างเช่นเรื่องราวของหญิงวัย 25 ปีที่ขับรถสิบล้อส่งของในอเมริกา

โดยเรื่องราวดังกล่าวนี้ได้ถูกเผยแพร่ผ่านทางเพจ Facebook ที่มีชื่อว่า New York ออกสาว ที่ได้เผยแพร่เรื่องราวของหญิงไทยคนหนึ่งเธอนั้นขับรถส่งของทั่วอเมริกาซึ่งใครหลายคนคงอาจจะเคยเห็นเรื่องราวของเธอมาแล้วบ้างแต่บอกเลยว่ากว่าที่เธอจะมาผ่านจุดนี้นั้นก็ผ่านอะไรมาอย่างมากมายโดยเหล่านั้นก็จะมีเรื่องเราจะมาฝากกันให้ทุกคนนั้นได้รู้จักสาวแกร่งคนนี้มากยิ่งขึ้น

โดยเธอคนนี้ชื่อว่าคุณ ปิ๋ม สุภาวดี นามชารี โดยแต่เดิมเธอเป็นสาวชาวร้อยเอ็ดเลยเป็นเด็กที่เริ่มจากศูนย์ซึ่งวันนี้เธอสามารถสร้างรายได้ทำเงินได้เกือบล้านต่อเดือนและทำหน้าที่ลูกที่ดีให้กับพ่อแม่และครอบครัวโดยแต่เดิมนั้นครอบครัวของเธอประกอบอาชีพเกี่ยวกับรถขนของโดยพ่อแม่ของเธอต้องขับรถบรรทุกส่งของเป็นประจำ

โดยเธอนั้นได้ถูกเลี้ยงดูมากับคุณตาคุณยายโอกาสเดียวที่จะได้อยู่กับพ่อแม่ได้นั้นคือต้องอาศัยในช่วงวันหยุดปิดเทอมพื่อที่จะนั่งรถบรรทุกส่งของและเดินทางติดตามไปกับพ่อและแม่ และนั่นก็ทำให้เธอนั้นซึมซับกับประสบการณ์การขับรถบรรทุกส่งของมาตั้งแต่เด็กๆนั่นเอง

นอกจากนี้ชีวิตของเธอในวัยเด็กก็เหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไปที่มีการไปทำไร่ทำนานอนกลางดินกินกลางทรายและทำงานรับจ้างทั่วไปซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เธอทำอยู่เป็นประจำอะไรที่เธอจะสามารถแบ่งเบาภาระพ่อแม่ได้นั้นเธอก็ทำแบบสู้ไม่ถอย โดยเธอเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้นเธอได้ตัดสินใจเดินตามความฝันเข้ามาทำงานในอเมริกาโดยเริ่มแรกเธอทำงานอยู่ตามร้านอาหารไทยทั่วไปในอเมริกา

แต่เมื่อเธอเข้าไปทำงานแล้วรู้สึกว่างานบริการและไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัดและชีวิตคนเราก็หากุ้งมันไม่หยุดที่จะทำในสิ่งที่ฝันเธอจึงสมัครเรียนอย่างจริงจังเกี่ยวกับการขับรถขนส่งในอเมริกา จนสามารถสอบผ่านใบอนุญาตได้เป็นที่สำเร็จและทุกวันนี้เธอก็สามารถทำในสิ่งที่เธอรักและมีความสุขกับอาชีพที่เธอประสบความสำเร็จ โดยอาชีพดังกล่าวมีสามารถสร้างเม็ดเงินให้กับเธอได้เป็นอย่างมากจนทำให้เธอเลี้ยงดูพ่อแม่ได้อย่างสบายๆ

น่ารัก คุณยายพาแมวมาทำหมัน ทำเอาสัตวแพทย์อาสาต้องอมยิ้ม

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สามารถสร้างความอบอุ่นใจได้เป็นอย่างมากหลังจากที่มีเพจ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า สัตวแพทย์อาสาทำดี ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของคุณยายคนหนึ่งที่มีต่อสัตว์โดยเรื่องราวดังกล่าวนั้นได้มีการระบุโพสต์ไว้ว่าดังนี้

ความรักของคุณยายกับภาพอันน่าประทับใจของคุณยายที่ได้ยินการการกระจายข่าวทางตามสายว่าจะมีสัตวแพทย์มาทำหมันให้กับหมาแมวฟรี แต่ยายจะไม่ได้ว่าวัดอะไรโดยตั้งแต่เช้ามืดยายก็เอาแมว 3 ตัวใส่เข่งไม้ไผ่มาเชื่อตั้งบนใส่รถเข็นไปทุกๆวัดซึ่งไม่รู้ว่าคุณยายนั้นไปมากี่วันแล้ว

สุดท้ายคุณยายก็ได้คิวแต่หมอเรียกคิวคุณยายหลายรอบจนเกือบถอดใจเอาบัตรยายทิ้งเขาคิดว่าคงจะกลับบ้านไปแล้วสุดท้ายเรียกตอน 15:00 นยายบอกว่ายายไม่ได้ยินยายหูตึงยายเลยพาแมวเข้าคิวตรวจสุขภาพร่างกายตรวจเลือดรอทำหมันตั้ง 3 ตัว โดยทางอาสาก็ช่วยกันจัดหากรมที่แข็งแรงมาให้สำหรับคุณยายไว้ใส่แมว 3 ชีวิต

และด้วยความที่จำนวนของหมาแมวรอคิวเยอะมากและมีคุณหมอต้องกลับกรุงเทพฯจึงทำให้มีหมอไม่พอในการทำหมันจนหมดจึงได้ขอความสมัครใจใครที่เสียสละเอาแมวไปทำหมันต่อในเมืองได้ทางนั้นน่าจะยินดีให้บริการฟรีโดยคุณยายซึ่งรอมาทั้งวันตั้งแต่เช้าจนค่ำได้คิวเป็นคนสุดท้ายและรู้สึกสงสารยายเพราะคุณยายมาตั้งแต่เช้ามืดทำทุกอย่างจนเสร็จตอน 21:00 น

โดยคุณยายนั้นไม่พูดภาษากลางเลยคุณยายไม่ได้ยินเสียงคิวของหมอยายมีความอดทนเป็นเลิศคุณยายยอมเหนื่อยเข็นรถพาแมวไปทุกๆวัดยอมพามาทำหมันแพทย์จะฉีดยาคุมเพราะยายรักของยายแมวของยายสะอาดทุกตัวอ้วนทุกตัวแสดงถึงความรักและความใส่ใจในการดูแลและเลี้ยงดูเป็นอย่างมาก

และวันนั้นอากาศก็ร้อนอบอ้าวเราหิวข้าวแต่ไม่ได้กินห้องน้ำก็ไม่ได้เข้ามีเสียงกดดันมาจากผู้รับบริการมาตลอดทั้งวันว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวรู้สึกเหนื่อยมากไม่อยากจะทำแต่เรื่องราวของคุณยายนั้นก็ทำให้รู้สึกอิ่มเอิบใจมีแรงบันดาลใจมีแรงที่จะแบ่งปันความรู้ที่มีต่อไปเพราะทางนี้ก็ขอโทษคุณยายที่ต้องทำให้คุณยายรอนานขอบคุณคุณยายที่อดทนรอไม่ถอดใจกลับไปก่อน

และเมื่อเช้านี้ได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ก็ต้องอดห่วงและชื่นชมคุณยายไม่ได้เพราะการที่คนชราต้องเขียนตุ่มน้องแมว 3 ตัวตะเวนหาหมอที่มาให้บริการในไม่ใช่เรื่องง่ายๆขนาดอาสาในงานที่ว่ายังสาวยังแข็งแรงลองยกแล้วก็ยังต้องแสดงออกมาทางสีหน้าเลยว่ามันหนักจริงๆและการทำงานบริการแบบนี้ถามว่าเหนื่อยแค่ไหนก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะจากสภาพหลังเลิกงานวันนั้นทุกคนบ่งบอกว่ามันเหนื่อยมากจริงๆแต่ด้วยเรื่องราวของยายถือเป็นอีกหนึ่งแรงใจเป็นแรงบันดาลใจให้ กับทุกคนได้เป็นอย่างดี

และนี่ก็คือเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่แสดงถึงให้เห็นว่าคนเรานั้นการรักษาสัตว์จิตใจอันเมตตาออกมาให้เห็นอย่างแท้จริง

พ่อยืนนับเงิน ที่เก็บทีละบาท เอามาซื้อ ซื้อรองเท้าให้ลูกชายที่รัก

โดยในวันนี้เราก็เอาเรื่องราวความน่าประทับใจเป็นเรื่องราวความรักความห่วงใยของพ่อที่มีต่อลูกชายถึงแม้ว่าจะลำบากมากขนาดไหนแต่ก็ยอมเสียสละและทำเพื่อลูกทุกอย่างโดยในหน้าสุดมิได้มีเพจที่มีชื่อว่า philippine trends and news โดยเพจนี้ได้มีการเผยเรื่องราวของพ่อลูกคู่หนึ่ง โดยผู้เป็นพ่อนั้นยอมอดออมเงินเพื่อจะซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้กับลูกชายของตัวเอง

โดยเรื่องราวดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในขณะที่พ่อคนหนึ่งได้พาลูกชายมาซื้อรองเท้าที่ลูกชายอยากจะได้โดยตอนที่กำลังจะจ่ายเงินพ่อก็หยิบกล่องเล็กๆที่ข้างในเต็มไปด้วยเหรียญจำนวนหนึ่งโดยผู้เป็นพ่อและได้เก็บหอมรอมริบมานานนับปีเอาออกมานับอย่างใจเย็นทีละเหรียญจ่ายค่ารองเท้าให้กับลูกชายโดยเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อลูกคู่นี้ก็ เห็นว่าผู้เป็นพ่อนั้นยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อทำให้ลูกมีความสุขถึงแม้จะมากจะน้อยก็จะพยายามหามาให้ลูกจนได้

เปิดโฉมหน้าหน้าของ เด็กหลังซองไวไว สูตรดั้งเดิม กว่า 40 ปี

ถ้าหากพูดถึงไวๆแล้วทุกคนก็จะนึกถึงหลังซองที่แสดงถึงการต้มน้ำอย่างถูกวิธีโดยภาพข้างหลังตรงนี้ก็จะเป็นภาพหนูน้อยคนหนึ่งซึ่งใครหลายคนคงเคยสงสัย ว่าหนูน้อยคนนี้เป็นใครและในล่าสุดนี้ก็ได้มีการพบหนูน้อยคนนี้โดยเธอนั้นชื่อว่าคุณบีบี – ชนานาถ วรกิจพินิตโดยในปัจจุบันเธอมีอายุเราราวๆประมาณ 46-47 ปี

และนี่ก็คือโฉมหน้าหนูน้อยหลังซองไวไว คนนี้ โดยที่เธอได้เข้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณแม่ของเธอเป็นเพื่อนกับเจ้าของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนี้นั้นเองจ้าา

สุดแกร่ง! หญิงไทยเพียงหนึ่งเดียว ยึดอาชีพขับรถเทรลเลอร์ที่อเมริกา รายได้ไม่ธรรมดา

ถ้าหากพูดถึงผู้หญิงแล้วทุกคนก็คงนึกถึง ผู้หญิงที่บอกบางไม่สามารถทำอะไรใหญ่ๆได้ แต่ถ้ามองดีๆแล้วในปัจจุบันนั้นเราก็มักจะเห็นผู้หญิงในบทบาทมากมาย ในบทบาทที่กำหนดว่าจะต้องเป็นผู้ชายเท่านั้นแต่ความจริงแล้วในปัจจุบันก็มักจะเห็นว่าบทบาทนี้ผู้หญิงก็สามารถทำได้ดีด้วยเช่นกันฉะนั้นจึงไม่แปลกว่าในปัจจุบันจะมีผู้หญิง แกร่งมากขึ้นนั้นเอง

และในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาพบกับคุณ ปิ๋ม – สุภาวดี นามชารี เป็นสาวสวยคนหนึ่งที่ฝันว่าอยากจะเป็นตำรวจแต่พลิกชีวิตมาขับรถบรรทุกคันโตส่งของทั่วอเมริกาโดยการขับรถบรรทุกนี้สามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือนอีกทั้งยังกินนอนบนรถบรรทุกนานนับเดือนโดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาลองดูกันเลยดีกว่าว่าเธอนั้นมีชีวิตเป็นมาอย่างไรบ้าง

ถาม : คุณปิ๋ม หัดขับรถครั้งแรกเมื่อไหร่ตอนไหน

ตอบ : คุณพ่อ และญาติๆ จะเป็นคนขับรถบรรทุกกันหมด รวมๆ จะมีรถอยู่ประมาณ 140 กว่าคัน ทำครบวงจร ประมูลทำถนน ทำหลายอย่าง พ่อก็มักจะพานั่งไปบนรถบรรทุกตั้งแต่เด็กเลย เพิ่งจะมาหยุดช่วงเข้า ม.ต้น ไม่มีความคิดเบื่อเลย มีแต่แบบอยากไป เวลาไปขนหิน ไปโรงโม่ ก็ตื่นเต้น หินมันกองใหญ่เบ้อเริ่ม เราก็ไปเก็บหินมาใส่อ่างปลาที่บ้าน มีฟีลแบบอยากไปอีก อาทิตย์หน้ามารับอีกนะ จริงๆ เริ่มขับรถตั้งแต่ ป.6 เลย หนูขอพ่อขับรถกระบะเกียร์กระปุก คือตอนนั้นขายังไม่ถึงเลยนะ พ่อก็เอาหมอนมาซ้อนให้นั่ง 2-3 อัน แล้วก็หัดขับ แต่ว่าก็เป็นเรื่องไม่ดีนะ แต่นี่หมายถึงหนูอยากขับ คือพ่อแม่ไม่มีลูกผู้ชาย แล้วหนูก็ชอบทำอะไรแบบเด็กผู้ชาย พ่อเลยสอนให้ หนูจะเป็นผู้หญิงที่ห้าวๆ นิสัยเหมือนผู้ชาย เล่นกับผู้ชายมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิง เพราะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง

ถาม : ความฝันทำไมถึงอยากจะเป็นตำรวจ

ตอบ : พอจบ ม.6 หนูอยากเป็นตำรวจ ก็เลยไปสอบตำรวจ แบบสอบนายร้อย ก็ติดรอบข้อสอบ แต่พอเราไปรอบร่างกาย รอบวิ่ง ก็ไม่ผ่าน ตอนนั้นก็เลยลงเรียนครูไปก่อนที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คือไม่ได้อยากเป็นครูแต่เพื่อนบอกให้ลงไว้ก่อน เพราะตำรวจปีหน้าเขาจะมีสอบอีก พอขึ้นปี 1 เทอมแรก ตำรวจนายร้อยก็เปิดสอบอีก หนูก็ไปสอบ แต่ครั้งนี้สอบติดเหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้ไปสัมภาษณ์ ไม่ได้ไปรายงานตัว เพราะคิดว่าคงสอบปฏิบัติไม่ผ่าน จึงมีความคิดที่ว่าอยากจะมาอเมริกา ก็เลยมาโครงการที่เรียกว่า Work and Travel ของอเมริกา ที่เขาให้นักเรียนมหาวิทยาลัยไปโครงการ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ว่า ทำไมถึงมาอเมริกา

เป็นตำรวจหนูก็คิดไว้นะ ว่าสายที่หนูอยากไป หนูอยากไปปราบปราม ไม่ได้อยากเป็นตำรวจสายผู้หญิงที่นั่งทำเอกสาร หนูไม่อยากทำแบบนั้น คือหนูชอบกฎหมาย เป็นอะไรก็ได้ที่ขอให้ชีวิตประจำวันได้ใช้ แต่ถามว่าจะไปเป็นทนายไหม คงไม่ เพราะไม่ค่อยชอบไปพูดกับคน หรือไปไกล่เกลี่ย ดังนั้นจึงแขอให้อาชีพนั้น มีส่วนหนึ่งของกฎหมาย ก็เลยเป็นตำรวจดีกว่าเวิร์กสุด หนูเป็นคนค่อนข้างจะตรงๆ เวลาเห็นอะไรที่ขัดหูขัดตา กนูก็จะคิดต่างพวก เป็นแกะดำในกลุ่มนั้น บุคลิกภายนอกถ้าคนอื่นเห็น จะเหมือนผู้หญิงหวานๆ แต่ความจริงไม่ใช่เลย

ถาม : ประสบการณ์การท่องเที่ยวและการทำงานเคยโดนเทหรือ ?

ตอบ : โฮสต์แฟมิลี่ที่หนูไปอยู่ด้วย เป็นครูโรงเรียนที่ และด้วยความที่เขาเป็นครู ก็มีสไตล์เหมือนจิตวิทยาในการคุยกับหนู บางทีนั่งกินข้าวก็จะถามโน้นถามนี่ หนูก็ไม่ตอบ ไม่พูด เพราะอาย ทั้งที่เรียนแบบ EP สองภาษามา ถามว่าเราเข้าใจทุกอย่างที่เขาพูดมั้ย เราเข้าใจ แต่เราแค่ไม่พูดกับเขา เราอาย

ตอนนั้นทำงานที่โรงแรมที่โครงการหาให้ โครงการที่ปิ๋มไปจะไม่ขอเอ่ยชื่อแล้วกัน work and travel มีหลายเจ้ามาก แต่เจ้าที่หนูไปมันแย่ตรงที่ว่า เราโดนเท เพราะไปถึงเราไม่มีที่อยู่เลย เราติดต่อเอเจ้นไม่ได้ ก็ต้องหาเพื่อนฝรั่งพาไปวัดไทย เจอคุณป้าท่านหนึ่งใจดี ให้ไปอยู่ด้วย ตอนนั้นมีคนโดนเท 6 คน แต่ก็ไม่รู้จักกันสักคนมาจากต่างถิ่น ก็ไปรวมตัวกันอยู่ที่บ้านคุณป้าท่านนั้น แล้วทั้ง 6 คนนี้ก็ทำงานอยู่ที่เดียวกัน เป็นแม่บ้านทำความสะอาดโรงแรมห้าดาว แต่ของหนูกับเพื่อน ได้ทำงานที่ฟร้อนท์ คนที่ทักษะภาษาอังกฤษจะดีหน่อย เขาก็จะให้มาทำงานข้างหน้า แต่ด้วยความที่หนูไม่ชอบคุยกับคน หนูก็ขอกลับไปทำกับเพื่อนที่ทำความสะอาด เพราะไม่ต้องไปคุยกับใคร แต่ทำงานที่ฟร้อนท์ข้างหน้าต้องเจอลูกค้า ต้องทักทาย หนูก็เลยขอเขาเปลี่ยนงาน ก็เลยได้ไปทำงานเป็นแม่บ้านแทน เหนื่อยมาก ทั้งการเดินทาง เมื่อก่อนยังไม่มีรถด้วย เราก็ต้องนั่งรถเมล์ ตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า ก็นั่งรถเมล์ 2-3 ชั่วโมง กว่าจะไปถึงที่ทำงาน ก็ค่อนข้างที่จะลำบาก

ถาม : รายได้ดีหรือไม่

ตอบ : เขาจ่ายชั่วโมงละประมาณ 8.5 เหรียญดอลลาร์ ก็ถือว่าไม่เยอะ เป็นมินิมั่มเวทของที่เมืองนี้ ตอนนั้นแม่ให้ตังค์มาแค่ 500 เหรียญ ก็ประมาณ 15,000 บาทไทย แต่หนูก็ไม่ได้ใช้เงินตรงนั้นเลย เพราะพอมาถึงประมาณ 3-4 วันหลังจากเราหาบ้าน เรามีงานอยู่แล้วที่รองรับไว้ เราก็มาทำงาน แล้วเราทำงานโรงแรมด้วย มีข้าวกินตลอด โรงแรมที่เราทำมันจะเป็นโรงแรมห้าดาว แล้วจะมีแต่คนรวยอยู่ เขาก็จะมีทิป มีอะไรไว้ให้ ฝรั่งเขาจะชอบเอาทิปไว้ให้ในหมอน เราก็ได้ในแต่ละวัน ก็ค่อนข้างจะโอเคกับตรงนั้น มีกับข้าวที่โรงแรม บางทีก็มีขนมปัง ที่เขาให้เรากินได้ ก็เลยไม่ค่อยใช้ตังค์อะไรมาก ถือว่าได้รายได้น้อยมั้ย ถ้าเทียบกับตอนนี้ก็คงไม่ทำ เพราะว่าน้อยมากแต่ตอนนั้นเราเป็นนักเรียนอยู่มาจากไทย ไม่มีรายจ่าย ไม่มีค่ารถ ค่าบ้าน เราก็อยู่ได้

ถาม : ทำไมถึงมาขับรถบรรทุกได้อย่างไร

ตอบ : หลังจากที่หนูอยู่อเมริกาได้สักพักก็มีแฟน คบกันมาตั้งแต่เรามาเลย ประมาณปีสองปีถึงตัดสินใจแต่งงาน หลังจากแต่งงานช่วงที่ทำกรีนการ์ดที่นี่จะใช้ระยะเวลาค่อนข้างเกือบปี ระหว่างที่รอเขาก็จะให้ Work Permit มา เราสามารถทำงานได้ถูกกฎหมาย

บังเอิญได้ไปรู้จักพี่ผู้หญิงคนไทยที่ร้านอาหารเขามีแฟนเป็นฝรั่ง แฟนเขาเป็นคนขับรถบรรทุก แล้วแฟนเขาก็มากินข้าวที่ร้าน เลยมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนคุยกัน ด้วยความที่เราก็อยากรู้อยากเห็นว่า อาชีพรถบรรทุกที่อเมริกาเป็นยังไง เขาก็บอกว่าที่อเมริกาผู้หญิงเขาก็ขับเยอะนะ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ลองไปดูสิ พอได้กรีนการ์ด หนูก็ออกจากที่ทำงานร้านอาหาร แล้วก็ไปเรียนขับรถบรรทุกเลย เพราะในใจคิดไว้นานแล้ว ว่าจะไปทำอาชีพนี้ เราก็แค่รอช่วงเวลาที่ทุกอย่างมันเรียบร้อย

ถาม : ขั้นตอนยุ่งยากหรือไม่

ตอบ : ค่อนข้างที่จะเยอะพอสมควร เพราะถือว่าเป็นการสอบที่มีหลายบทมากที่สุดในบรรดารถธรรมดาแล้ว ถ้าที่นี่เขาจะเรียกว่า Professional Driver คือคนที่ขับมีความเป็นโปรฯ ฉะนั้นกว่าคุณจะได้ใบขับขี่มา คุณต้องผ่านการสอบหลายอย่างกว่าคนธรรมดา ค่าสอบก็จะแพงกว่า หนังสือก็ต้องอ่านเยอะกว่า ภาคปฏิบัติก็จะเยอะกว่า การสอบใบขับขี่รถบรรทุกจะมีหลายขั้นตอน เขาจะมีหลาย Part ถ้าหนูจำไม่ผิด พาร์ทแรกก็จะสอบถอยหลัง วัด Skill การถอยหลังของเรา เพราะขนาดเราถอยรถธรรมดา บางคนยังถอยไม่ตรงเลย แล้วนี่รถใหญ่ แถมมีพ่วงด้วย มันจะยากกว่า ฉะนั้นสเต็ปแรกเขาจะวัดว่าเราถอยตรงมากแค่ไหน พาร์ทสองคือจอดเทียบฟุตปาธ แบบเข้าซองของรถใหญ่ พาร์ทสาม จะมีคนนั่งไปด้วยกับเรา ดูเราขับ ระหว่างทางก็จะคอยบอกเส้นทาง ว่าไปตรงหมู่บ้านนี้นะ

เขาก็จะพาเราขับไป จะคอยบอกให้เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือขึ้นไฮเวย์ ถนนใหญ่ เขาจะดูว่าความเร็วเรา วิธีการแซงของเรา วิธีการจอด บางทีขับๆไปเขาบอกว่า จอดตรงข้างทางให้ฉันหน่อยได้มั้ย เขาก็จะดูวิธีการจอดของเรา เรารู้มากแค่ไหน แล้วถ้าจอดเราต้องทำแบบไหน ดึงเบรกอะไรมั้ย หลายอย่าง ส่วนใหญ่คนที่จะสอบตก มักจะตกขั้นตอนสุดท้าย อย่างก่อนที่จะสอบเสร็จ เขาจะพาเราไปวัดดวงตรงถนนที่ค่อนข้างแคบหน่อย คือถ้าเราเลี้ยว แล้วเหยียบฟุตปาธ หรือเหยียบทางเดิน จะปรับตกทันที เท่ากับว่าที่ผ่านมา ตั้งแต่สอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ ต้องสอบใหม่หมดเลย ฉะนั้นต้องระวังในจุดๆนี้ หนูสอบตกมาตั้งสองรอบนะ กว่าจะผ่านมาได้ เขาให้โอกาสได้แค่ 3 ครั้ง รอบสุดท้ายถึงผ่านมาได้

ถาม : เคยหวั่นใจไหมเวลาที่ขับรถคันใหญ่ขนาดนี้

ตอบ : ขับรถบรรทุกมา 2 ปีแล้ว เริ่มขับตอนปี 2017 คือโรงเรียนที่หนูไปเรียนขับรถบรรทุกเขาจะหางานให้เรา หลังจากก่อนที่จะจบ 1 สัปดาห์ ก็จะมีหลายๆบริษัทเข้ามา โฆษณาว่าตัวเราเองมีดีอะไรบ้าง หนูก็เลือกบริษัทเวอร์เนอร์ เพราะคิดว่ารายได้ดี ก็เลยเลือกอันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปทำได้นะ เขาต้องเช็คแบ็กกราวน์ เช็คเครดิต เราก่อนว่าเรามีคดี มีใบสั่งมาก่อนหรือเปล่า ถ้าหนูเคยโดนจับข้อหา ขับรถเร็วเกิน หรือฝ่าไฟแดง ก็จะไม่ได้ทำ พอเช็กหนูก็คลีน ไม่เคยเสียเครดิต ก็เลยได้ทำบริษัทนี้

ความรู้สึกตอนนั้นก็ไม่กลัวนะ เราไม่เคยกลัวอะไรเลย หนูไม่เคยบอกใครว่า ไปเรียนขับรถบรรทุก คนที่รู้มีแต่แฟนคนเดียว อย่างครอบครัว เพื่อนสนิท พ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าปิ๋มทำอะไร ทุกคนก็เข้าใจว่าหนูยังเสิร์ฟอยู่ เพื่อนที่เสิร์ฟด้วยกันเขาก็เข้าใจว่าหนูไปเรียนพยาบาลหรือเปล่า ทุกคนก็ถามว่าหายไปไหน ไม่อยากจะบอก คือรู้ว่าถ้าบอกไปแล้วมันจะมีคำพูดที่แบบว่า เฮ้ย มันน่ากลัวนะ หนูก็ไม่อยากให้กระทบจิตใจตัวเอง ไม่ใช่ว่าไม่อยากบอกนะ แต่เรารู้ว่าคนเขาคิดยังไง เขาจะเป็นห่วง อย่างครอบครัวก็ไม่บอก จนกว่าเราจะเทรนเสร็จไปทำกับบริษัทได้ 2 เดือนถึงบอกว่า เรามาทำอาชีพขับรถบรรทุก บริษัทที่ทำก็จะส่งของให้วอลมาร์ท ด้วยความเป็นบริษัทใหญ่ ก็มีคอนแทคเยอะ ก็ขนแทบทุกอย่าง

ถาม : ขับครั้งแรกรู้สึกอย่างไร

ตอบ : ก็ไม่กลัวอะไรเลย ก่อนขับเราต้องมีเทรนเนอร์นั่งไปด้วย ตอนแรกเราก็ขอผู้หญิงไป แต่เขาบอกจะได้ประมาณ 2 สัปดาห์ เราก็ร้อนรุ่ม อยากจะขับรถเร็วๆ เขาก็บอกว่า ถ้าเปลี่ยนเป็นเทรนเนอร์ผู้ชาย คุณจะได้วันนี้เลย ก็เลยโอเค ผู้ชายก็ผู้ชาย

ทำให้เราความกังวลอยู่ว่าเรา ไปอยู่กับผู้ชายในรถสองคน มันจะเป็นยังไง จะอาบน้ำ กินข้าว อะไรยังไง แต่พอไปถึงเขาทำให้เรารู้สึกว่า มันง่ายทุกอย่าง เพราะว่าที่อเมริกา แค่คำพูดจะเสียดสีกันก็ไม่ได้ อย่างเทรนเนอร์เวลาเขาจะพูดอะไรกับเราเขาก็จะต้องคิดก่อน ถ้าเขามาจีบเรา มาล่วงเกินเรา หนูสามารถรายงานบริษัท โดนไล่ออกทันที ฉะนั้นจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลย ปิ๋มก็สบายใจ อยู่กับเขามาประมาณ 3 สัปดาห์ เทรนประมาณ 10 ชั่วโมงต่อวัน นานมาก แล้วที่อเมริกาบางทีต้องขับข้ามรัฐ อยู่บนภูเขา โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ตก็ไม่มี

แล้วเทรนเนอร์เขาจะมีกฎว่า ห้ามนักเรียนเปิดเพลง ห้ามใช้โทรศัพท์ เป็นช่วงที่น่าเบื่อที่สุด คือเราไม่ได้ทำอะไรเลยกับโทรศัพท์ ฟังเพลงก็ไม่ได้ ต้องนั่งจดจ่ออยู่ 10 ชั่วโมงในการขับจากเช้าถึงค่ำ ใน 10 ชั่วโมง หนูจะพักเพียงประมาณ 1 ครั้ง 30 นาที เพราะอยากจะเทรนให้จบเร็วๆ ก็อย่างที่บอกว่าอยากจะทำให้เทรนเนอร์เขาเห็นว่าหนูโอเค ทำได้ เลยจอดพักแค่ครั้งเดียว 30 นาที หรือถ้าปวดปัสสาวะก็จะจอดสองครั้งต่อวัน แต่เรื่องที่หนูกลัวคือ เทรนเนอร์คนนี้เขามีปัญหาครอบครัวเยอะ ภรรยาของเขายังเด็กอยู่ สวย สาว จะทะเลาะกับแฟนตลอด เวลาเรานอนเขาก็จะคุยโทรศัพท์เราก็ไม่ได้นอน บางทีเขาก็มาบอกเราว่า ฉันอยากจะตาย เราบอกอย่าเพิ่งนะ จอดเอาฉันลงก่อนก็ได้ ยูค่อยตาย

ถาม : อยู่ไกลบ้านจัดการกับความเครียดอย่างไร

ตอบ : คือคนที่เป็นคนขับรถบรรทุกที่นี่ ถือว่าเป็นอาชีพที่เครียดที่สุดในบรรดาหลายๆอาชีพก็ว่าได้ ก็เข้าใจเขา เขาห่างบ้าน ถ้ามีปัญหาครอบครัวมันกระทบจิตใจ คนขับรถจะไม่มีสมาธิ เทรนเนอร์ของเพื่อนหนูบางคนถึงขนาดที่ว่า ฉันจะขับรถตกสะพานตรงนี้แหล่ะ คือถึงขั้นนี้เลย บอกว่าฉันจะตายตรงนี้แหล่ะ ความเครียดมันเยอะมาก ปิ๋มก็เข้าใจจุดๆนั้น นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมหนูถึงพาหมามาด้วย เพราะจะได้ช่วยผ่อนคลายความเครียดของเราไปบ้าง

มีหมามันก็มีประโยชน์หลายอย่าง ยิ่งเราเป็นคนขับรถบรรทุกด้วย คือเขาจะไม่ให้สตาร์ทเครื่องไว้ เวลาเราไปรับของ บางบริษัทเขาจะเขียนติดป้ายไว้เลยว่า ห้ามสตาร์ทรถเกิน 5 นาที แต่ถ้าเรามีหมามันก็จะเป็นกรณียกเว้นของเราว่าจะสตาร์ทตอนไหนก็ได้ คือ หมาตายได้ แต่คนตายไม่ได้ คนขับรถบรรทุก 1 คน สามารถนำสัตว์เลี้ยงไปด้วยได้ 1 ตัวเท่านั้น อย่างที่นี่รถติดจะมีช่วงเช้ากับเย็น ช่วงคนไปทำงานกับเลิกงาน แล้วถ้าหนูรับของเสร็จระหว่างเขากำลังเลิกงานตอนเย็นๆ แล้วขับผ่านในเมืองจะเป็นอะไรที่หงุดหงิดบ้าง คำหยาบก็หลุดออกจากปาก ยิ่งเราต้องเร่งทำเวลา

ถาม : ลำบากหรือไม่กับการกินนอนอยู่บนรถ

ตอบ : ค่อนข้างลำบาก เพราะถ้าเป็นผู้ชายเขาฉี่ในขวดได้ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงก็ต้องไปเข้าห้องน้ำอย่างเดียว เพราะการขับรถทรัคในอเมริกา เราต้องทำเวลาในการไปส่งโหลด ในการจอดแค่ไปเข้าห้องน้ำมันก็กินเวลา 10-15 นาที กว่าเราจะไปจอด กว่าจะถอยเข้าจอด มันก็เสียเวลาไปแล้ว ทำให้สุขภาพหนูจะไม่ค่อยดี เพราะว่า จะไม่ค่อยดื่มน้ำเลย เพราะกลัวต้องเข้าห้องน้ำ ก็ลำบากจุดนั้น ยิ่งวันมามากของแต่ละเดือนของผู้หญิง แล้วต้องไปขับรถอีกคือมันทรมานตรงนั้น จะกินยา จะนอนก็ไม่ได้ เพราะเราต้องทำงาน เคยอั้นปัสสาวะ 5 ชั่วโมง ที่ไม่ได้จอดเลย เพราะเราต้องขับไปกับพี่ผู้ชายเพื่อผลัดกันทำเพราะขับกันคนละ 8 ชั่วโมง ช่วงที่เราขับ พี่เขาก็ไปพักผ่อน จะไปปัสสาวะในรถใส่ถุงมันก็แปลกๆ(หัวเราะ)

ถาม : มีอุปอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอะไรบ้างในรถ

ตอบ : ก็มีทุกอย่างที่บ้านมี เสื้อผ้า กระเป๋าอาบน้ำ ที่นี่ไม่ได้ลำบากเรื่องการอาบน้ำ เพราะปั๊มน้ำมัน อย่างที่เป็นของรถบรรทุก เขาจะมีห้องน้ำให้กับคนที่ขับรถบรรทุกเยอะมาก บางปั๊มก็ 10 ห้อง 20 ห้อง แต่เราไม่ได้จ่ายเงิน เพราะเวลา เราเติมน้ำมันก็จะมีพอยท์ มีแต้ม ไปแลกอาบน้ำ ก็จะเป็นพอยท์อันลิมิเต็ด แบบเติมทุกวันใช่มั้ย จะอาบตอนไหนก็ได้ ก็ไม่ค่อยลำบาก แต่อยู่ที่ว่า เราจะมีเวลาที่จะอาบมั้ย อาบเยอะสุดก็วันเว้นวันก็เยอะสุดแล้ว

ถาม : สามารถสร้างรายได้ดีจนสามารถเปลี่ยนรถได้ทุกปี

ตอบ : ขอย้อนไปปตอนที่เรายังไม่มีรถบรรทุกของตัวเอง ตอนที่เป็นพนักงานอยู่ ตอนนั้นได้ประมาณสัปดาห์ละ 1,500 เหรียญต่อสัปดาห์ พอซื้อรถมาเป็นของตัวเอง ใน 1 สัปดาห์ แบบยังไม่หักค่าน้ำมันที่ได้เต็มๆคือสัปดาห์ละ 6-7 พันเหรียญ คิดเป็นเงินไทยก็สองแสนต่อสัปดาห์ นี่คือรายได้ของเรานะ แต่ถ้าหักค่าน้ำมัน หักอะไรแล้ว ก็จะตกอยู่ที่ประมาณแสนกว่าถึงแสนสองต่อสัปดาห์ แต่เราต้องมาหารครึ่ง เพราะเราขับ 2 คน ฉะนั้นก็จะเหลือสัปดาห์ละห้าหมื่นถึงหกหมื่นต่อคน เดือนหนึ่งก็ประมาณสองแสน คือก็พอๆกับคอมปานีไดรฟ์เวอร์ แต่เยอะกว่าหน่อย คือที่นี่อย่างที่รู้ว่าภาษีเยอะมาก อย่างปิ๋มจ่ายค่าภาษีประมาณ 15,000 บาทต่อสัปดาห์ที่เสียภาษีไป

รถบรรทุกที่หนูผ่อนราคายังไม่รวมภาษีประมาณ 170,000 เหรียญ เป็นเงินไทยประมาณ 5-6 ล้าน ผ่อนเดือนละ 2,700 เหรียญ ถ้าคนอเมริกันเขาสามารถผ่อนบ้านได้ 2 หลังเลยนะ ถือว่าเยอะมาก หนูเลือกผ่อน 3 ปี เพราะรถหลังจาก 5 ปี มันก็เริ่มเสียแล้ว ตอนเป็นเด็กเสิร์ฟหนูทำงานเก็บเงินเดือนละ 1,500 ดอลลาร์ แต่พอมาขับรถบรรทุกเก็บเข้าธนาคารเดือนละ 4 พันดอลลาร์ แบบไม่ใช้เลย คือความต่างเยอะมาก หลังหักค่าใช้จ่ายเรามีเงินเก็บเยอะมากกว่าทำงานอย่างอื่น และที่เห็นว่าขับเบนซ์เพราะรถที่อเมริกาไม่ได้แพงเหมือนบ้านเรา ถ้าคนที่รู้จักหนูจะรู้ว่าเปลี่ยนรถบ่อยมาก เปลี่ยนแทบทุกปี บางปีก็เปลี่ยน 2 คัน มันไม่ได้แพงอะไรขนาดนั้น อย่างเบนซ์คันที่ผ่อนอยู่ตอนนี้ถูกกว่าโตโยต้าที่บ้านเราอีกนะ เดือนละแค่ 9,000 บาทเอง ถ้าคิดเป็นเงินไทย แต่บ้านยังไม่คิดอยากจะซื้อ เพราะในใจหนูยังอยากจะกลับไปอยู่ไทย ยังไม่มีความรู้สึกอยากจะอยู่ที่นี่ ปีใหม่ที่จะถึงนี้หนูมีแพลนจะไปสร้างบ้านที่ไทย ก็เลยยังไม่ซื้ออะไรที่นี่

ถาม : เคยเจออุบัติเหตุบ้างหรือไม่

ตอบ : ส่วนใหญ่พบเจออุบัติเหตุทุกวัน ที่แย่เลยคือวันนั้นฝนตกมาก แล้วรถบรรทุกเวลาขับบนเขา ดิ่งลง เราจะพยายามไม่เหยียบเบรก คือใช้เบรกน้อยที่สุด ถ้าเหยียบเบรกเยอะๆเดี๋ยวไฟไหม้ ล้อจะร้อน วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนักแล้วมันดิ่งลงมามากๆแล้วคันข้างหน้าเราก็ไม่รู้อีท่าไหน ภูเขามันโค้งแล้วดิ่งลง ก็ลงไปข้างหน้าลงเหวเลย เป็นอะไรที่แย่มาก ตอนนั้นใจหาย เป็นครั้งเดียวที่มีความรู้สึกว่า เราจะทำอาชีพนี้ได้นานหรือเปล่า คือความกลัวมันเริ่มมาแล้วตอนนั้น เพราะเราไม่เคยเห็นอะไรต่อหน้าต่อตาขนาดนั้นเลย

ครั้งที่สอง เป็นเหตุการณ์ รถตู้โดนอัดเละ แล้วคนก็นั่งอยู่ในรถตู้เยอะ คือ รถตู้คันนี้ขับจี้รถบรรทุก แล้วเขาเบรก รถตู้เลยชน คนในรถแบนหมดเลย มันติดตา เป็นอะไรที่ทำให้เราท้อเหมือนกัน ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่แย่ไปกว่านี้แล้ว บริษัทที่หนูทำกฎระเบียบค่อนข้างเยอะ เช่น เราชนป้ายนิดๆหน่อยๆ ก็โดนไล่ออกแล้วนะ อย่างคนที่ติดตามเราทางเฟซบุ๊กจะบอกว่า ไลฟ์ให้ดูหน่อยตอนขับรถ ก็จะบอกเขาว่าทำไม่ได้นะ เพราะต่อให้เขาไม่เห็น ถ้าวันหน้าเขามาเห็น เขาไล่เราออกย้อนหลังได้ เพราะเป็นอะไรที่อันตราย

ถาม : มาตรฐานสูงกฏเข้มงวดขนาดไหน

ตอบ : ถ้าเป็นไข้ ไม่สบายจะกินยา ต้องถามเขาก่อนว่ายาตัวนี้กินได้หรือเปล่า คนที่จะมาขับรถบรรทุกได้จะต้องตรวจสุขภาพ คือต้องผ่านมาตรฐานของเขามาก่อน ว่าสุขภาพเป็นไง หู ตา ตรวจถึงขั้นที่ว่าดึงผมไป 3-4 กระจุก ไปตรวจหาสารเสพติด และจะการสุ่มตรวจสารเสพติดบ่อย เพื่อนที่รู้จักก็โดนไล่ออกเพราะโดนสุ่มตรวจ คนขับรถบรรทุกจะมีสารเสพติดอะไรในตัวไม่ได้เลย ถ้าเขามีก็โดนไล่ออกอย่างเดียวอย่างวันหยุดเราดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ หรือเหล้า เราจะกลับไปนอนในรถไม่ได้ เพราะถ้าตำรวจเขาจะสุ่มตรวจ เขามาเคาะประตู ก็ให้เขาตรวจ คือปริมาณแอลกอฮอล์เบียร์แค่ 2 แก้ว นี่ก็โดนไล่ออกเลย แอลกอฮอล์ก็ห้ามมีอยู่บนรถ มันมีข้อห้ามหลายอย่าง

ถาม : ขับรถช่วงไหนอันตรายที่สุด

ตอบ : ช่วงฝนตกจะขับยากกว่าหิมะตก เพราะเราจะมีกฎว่าถึงฝนจะตก แต่รถหยุดไม่ได้ ห้ามหยุด คือขับไปช้าๆ แต่ถ้าหิมะตกมันแย่จริงๆ ผู้จัดการเขาจะบอกให้เราหยุดรถได้ แต่ถ้าฝนตก เราจะไปบอกเขาว่า ฝนตกขอหยุดรถ อย่างนี้เหรอ มันก็ไม่ได้ คือเหตุผลมันไม่มากพอ แต่ถ้าหิมะมันอันตราย เราสามารถที่จะขอเขาจอดรถได้ว่าขอไม่ขับนะ เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยแบบนี้ได้ แต่ถ้าฝนตกต้องวิ่งตลอด วิ่งช้า วิ่งเร็วก็แล้วแต่เรา บางรัฐ เช่น รัฐไวโอมิ่ง ตอนนี้หิมะก็ตกแล้ว ถ้าช่วงซัมเมอร์จะเป็นช่วงที่ลมแรงมาก ขั้นที่ว่ารถบรรทุกจอดอยู่ยังโยกได้ อันตราย สามารถที่จะคว่ำได้เลย

มีครั้งนึงขับๆไปแล้วลมจะมาเป็นช่วงๆ วูบนึงใจเราหล่นแล้วไปแล้ว มันแรงจริงๆ ต้องขอเขาหยุด แต่ถ้าเป็นลมหิมะเราขอเขาหยุดได้ เพราะว่าลมมันอันตรายจริงๆ ถ้าลมมาแล้วรถคว่ำ ก็โดนไล่ออก เพราะเป็นความผิดของเรา ควรเช็กอากาศ อะไรก่อนที่จะเข้าไปรัฐตรงนั้น ว่าลมมันแรงแค่ไหน เหมือนอะไรที่เราป้องกันได้ เราต้องป้องกันก่อน มันไม่มีเหตุผลแก้ตัว ถ้ารถคว่ำขึ้นมาก็โดนไล่ออกอย่างเดียว

ถาม : ความแตกต่างระหว่างการขับรถบรรทุกไทยกับอเมริกา

ตอบ : แตกต่างแทบทุกอย่างเลย งานของที่นี่จะเยอะกว่าที่ไทย ที่บ้านเรางานเยอะก็จริง แต่เงินที่ได้มามันไม่คุ้มกับค่ารถค่าน้ำมัน มีคนส่ง inbox มาคุยกับหนูว่า คุณผ่อนรถที่อเมริการู้มั้ยเท่ากับที่ฉันผ่อนรถบรรทุกที่นี่เลย หนูเข้าใจนะ อย่างบ้านหนู พ่อจะผ่อนรถเหมือนกัน แต่ว่าด้วยความที่เราวางเงินดาวน์สูงเราก็จะได้ผ่อนน้อย แต่คนที่วางเงินดาวน์ต่ำเขาต้องผ่อนถึงเดือนละแปดหมื่นเจ็ดหมื่นบาทไทยถือว่าเยอะอยู่นะ อย่างพ่อหนู ช่วงที่งานน้อยก็จะไม่วิ่งรถเลย เพราะรู้ว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย คำนวณดูแล้วได้กำไรแค่พันเดียว มันไม่คุ้ม เพราะว่า รถใหญ่เวลาซ่อมมันแพงมากกว่ารถเล็กๆ ฉะนั้นมันไม่คุ้มในการที่ไปทำงานได้กำไรวันละพัน จะจอดไว้เลย

แต่ที่อเมริกางานจะเยอะมาก และมีความทันสมัย เขาจะมีแอปฯสำหรับขับรถบรรทุก เราสามารถเลือกงานได้เลย ว่าจะไปส่งของระยะเท่านี้กี่กิโลเมตรแล้วจะได้ค่าตอบแทนเท่านี้ เขาจะมีข้อมูลทุกอย่างให้เราเลือกเอาเลย มันง่ายมาก อีกอย่างกฎหมายของที่นี่ เขาดูแลทั้งคนใช้รถ ใช้ถนน คนที่ขับรถใหญ่ตำรวจเขาก็จ้องดูเราพอสมควร เพราะเราเป็น Professional Driver ต้องรู้จักวิธีรักษารถ ขับรถให้ดีกว่าชาวบ้านชาวเมืองเขา และกฎหมายที่อเมริกาก็เคร่งครัดมาก บ้านเราง่ายกว่า แต่ที่นี่ไม่มีเคลียร์ถนน ไม่มีเคลียร์ทาง มันทำไม่ได้

ถาม : ชอบและไม่ชอบเส้นทางไหนมากที่สุด

ตอบ : หนูขับรถบรรทุก 48 รัฐ ในอเมริกา เขาส่งเราไปโหลดของที่รัฐไหนก็รัฐนั้น ส่วนเส้นทางที่ชอบ จะชอบรัฐเพนซิลเวเนีย จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ระหว่างทางจะมีสวนผลไม้ แอปเปิล องุ่น เยอะข้างทาง แล้วถนนก็ไม่ได้แย่ ส่วนเส้นทางที่ไม่ชอบที่สุดน่าจะเป็นที่หนูอยู่ คือรัฐเท็กซัส มันค่อนข้างจะคันทรี บ้านนอกหน่อย ถนนหนทางก็ไม่ค่อยดี แต่ถ้าหน้าหนาว เวลามีหิมะ ที่ไหนดีที่สุดก็คือเท็กซัส เพราะเท็กซัสไม่มีหิมะ

ถาม : ขับมาแล้ว 2 ปีเริ่มเบื่อหรือยัง

ตอบ : หนูไม่รู้สึกเลยว่าเป็นการทำงาน คือวันๆ ตื่นขึ้นมาก็ต้องมาขับรถ เหมือนไม่ได้ไปทำงาน คือนอนชุดไหน ตื่นมาก็ทำงานชุดนั้น ฉะนั้นยังโอเคอยู่ยังไม่เบื่อ เหมือนมันอยู่ในคอมฟอร์ทโซนแล้วมั้ง ยังไม่คิดที่จะมองหาอาชีพอื่น ด้วยความที่รายได้มันค่อนข้างจะโอเค ถ้าเทียบกับทำงานอื่น ที่ทำงานหนักเหมือนกัน แต่ว่างานนี้ได้ค่าตอบแทนเยอะกว่า ฉะนั้นหนูก็ยังโอเคอยู่

และนี่ก็คือสาวน้อยคนไทยหัวใจแกร่งที่ทำอาชีพสุดใจอย่างการขับรถบรรทุกส่งของนี่เป็นเพียงแค่หญิงไทยและสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับรถที่เธอกล่าวนั้นก็คือการขับรถบรรทุกคันนั้นปกติถือว่าสำคัญมากที่สุด เพราะถ้าพลาดก็คือชีวิตทั้งเราและชีวิตคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนซึ่งการสัมภาษณ์ครั้งนี้เธอก็ได้ให้แง่มุมอะไรหลายๆอย่างมากมายที่น่าสนใจไม่น้อยและเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเพจนั้นไม่สำคัญกับการลงมือทำงาน วันนี้เราขอยกให้เธอคนนี้เป็นสาวแกร่งแห่งปีเลยจ้า

อุณภูมิลด! กรมอุตุฯ ประกาศอุณหภูมิลดทั่วประเทศ เตรียมสัมผัสบรรยากาศหนาว

โดยในล่าสุดนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการพยากรณ์อากาศในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่าในบริเวณทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคกลางภาคตะวันออกและภาคเหนือรวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑลจะเกิดอากาศเย็นลงและมีลมแรงอีกทั้งยังมีฝนตกเล็กน้อยจึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวนั้นควรดูแลสุขภาพเพราะว่ามีอากาศสภาพหนาวเย็นและมีฝน

ทางภาคใต้ก็จะมีฝนฟ้าคะนองมีฝนตกหนักบางแห่งคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมาจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรและตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปจะมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตรในบริเวณที่มีฝนตกฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรชาวเรือบริเวณอ่าวไทยนั้นควรจะเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตกอยู่

ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังปกคลุมบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีแนวโน้มที่จะขึ้นไปตรังอ่าวมะตะบันประเทศเมียนมาร์ในระยะต่อไปโดยจะทำให้ทางภาคเหนือและภาคกลางมีฝนตกเล็กน้อยจะเกิดขึ้นไปประมาณ 1-2 วัน/p>

ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีฝนเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศา ส่วนยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น มีลมแรง มีฝนเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศา ยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศา/p>

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีลมแรง มีฝน อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศา

ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาอุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศา ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร/

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น กับมีลมแรง มีฝน อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาอุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศา

โคตรมหาเฮง! ถูกรางวัลที่ 1 19 ใบ รับเงินเกือบ 120 ล้านบาท

มาแล้วกับผู้ที่ถูกรางวัลใหญ่ประจำงวดของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 โดยรางวัลที่ 1 คือหมายเลข 967 375 โดยผู้ที่ถูกรางวัลนั้นอยู่ที่อำเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษที่สามารถถูกรางวัลลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ถึง 20 ใบได้เงินรางวัลมหาศาลถึง 120 ล้านบาทเลยทีเดียว

โดยได้มีการเข้าลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานที่สภ. กันทรลักษ์เป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล และในตอนนี้อยู่ท่ามกลางความยินดีของคนในครอบครัวและญาติพี่น้องตลอดจนตำรวจที่อยู่บนโรงพักก็ต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับเศรษฐีใหม่กัน

สวยมาก! หนุ่มลบคำดูถูก ทุบบ้านทั้งหลัง พร้อมสร้างใหม่ด้วยตัวเอง

ล่าสุดนี้ทางโลกออนไลน์นั้น ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่าจักรพงศ์ ขอดทอง โดยเป็นเรื่องราวของการสร้างบ้านของเขาด้วยตัวเองจากคำที่โดนดูถูกนินทาไว้ว่า ทุบบ้านทั้งหลังทำอะไรบ้าหรือเปล่า / ทำกันเองได้หรอทำไมไม่จ้างช่างฝีมือ / ฝีมือแบบเด็กๆจะไปสู้ผู้ใหญ่ได้อย่างไร / จะออกมาแบบไหนป้าจะคอยดู

โดยนี่คือสารพัดคำพูด ที่กล่าวออกมา ดูถูกชายหนุ่มคนนี้ที่เขานั้นสามารถสร้างฝันของตัวเองต่อเติมตกแต่งบ้านของตัวเองด้วยมือได้สำเร็จโดยตัวเขาขอบคุณทั้ง ต้น/โม/เตอร์ ยอดฝีมือทีมของเขาที่ช่วยสามารถสร้างความฝันของเขาสำเร็จจนให้ขาวและมีบ้านแบบสวยๆ ชิคๆ ได้แล้ว

เหลือเวลาอีก 30 ปี ก่อนจมบาดาล เหตุน้ำทะเลเพิ่มสูง จมทั้งเมือง

ล่าสุดนี้ได้มีงานวิจัยที่แสดงออกมาจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กทางของสหรัฐมีการรายงานระบุว่าในตอนนี้ปัญหาโลกร้อนนั้นถือเป็นภัยพิบัติทางนิเวศวิทยาที่ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิโลก ภัยธรรมชาติ รวมถึงระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และในล่าสุดนี้ได้มีการเผยแพร่ว่ามีการค้นพบความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่คาดว่าชายฝั่ง รวมเมืองติดชายฝั่งอาจจะต้องจมน้ำภายในอีก 30 ปีข้างหน้านี้

โดยทางเว็บไซต์ เนเจอร์ รีเสิร์จ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับวารสารทางด้านวิชาการธรรมชาติที่มีการเผยแพร่งานวิจัยที่มีชื่อว่า New elevation data triple estimates of global vulnerability to sea-level rise and coastal flooding โดยผู้วิจัยนั้นได้พัฒนาวิธีที่มีการคำนวณได้อย่างแม่นยำทั้งข้อมูลการดาวเทียมและการประเมินแบบมาตรฐานในเรื่องของผลกระทบของระดับน้ำทะเลในพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งพบว่ามีประชากรราว 150 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าแนวคลื่ยสูง

โดยแผนที่แรกจะแสดงถึงโอกาสที่มีพื้นที่จมในน้ำ ซึ่งจะเกิดขึ้นภายในปี 2050 ส่วนแผนที่ 2 เป็นส่วนที่ประเมินใหม่แสดงถึงส่วนที่ต่ำที่สุดของพื้นที่ในประเทศที่จะจมอยู่ใต้น้ำจึงทำให้ประชาชนมากกว่า 20 ล้านคนในเวียดนามอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมจากข้อมูลวิจัยหลายพื้นที่ใน โฮจิมินต์ซิตี้ เมืองเศรษฐกิจสำคัญของเวียตนามจะหายไปกับน้ำ ด้วยเช่นกัน

และทางด้านส่วนของประเทศไทยจะมีประชากรมากกว่าร้อยละ 10% จะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่จะเกิดน้ำท่วมภายในปี 2050 เมื่อเปรียบเทียบกับ 1 เปอร์เซ็นต์ตามที่ศึกษาก่อนหน้านี้โดยเฉพาะในจังหวัดกรุงเทพมหานครซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดที่อยู่ในสถานการณ์อันตรายเป็นอย่างยิ่ง

โดยขนาดที่ ลอเล็ตต้า ฮีเบอร์ กิราเด เจ้าหน้าที่ด้านบรรเทาความเสี่ยงภัยพิบัติของ Un และอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯกล่าวว่าในเรื่องของปัญหาสภาพอากาศจะกดดันให้เมืองทั้งหลายหาทางออกได้อย่างมากมายแต่ในขณะเดียวกันน้ำท่วมในหลายพื้นที่ที่เกิดจากภาวะโลกร้อนนั้นจะบีบให้ชาวเกษตรกรยากจนจำนวนมากต้องทิ้งผืนนาของตัวเองมาหางานในเมืองแทนนับเป็นสมการอันโหดร้ายเช่นเดียวกับเซี่ยงไฮ้เมืองเศรษฐกิจใดของจีนจะมีระดับน้ำทะเลคืนกินกลางใจเมืองรวมถึงรอบเมืองเซี่ยงไฮ้อีกด้วย

และนอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆเมืองที่ติดฝั่งจะเสี่ยงต่อการจบจมน้ำไม่ว่าจะเป็นมุมภายในอินเดีย เมือง อเล็กซานเดรีย ในอิยีปต์ และบาสราในอิรัก ซึ่งข้อมูลจาก ดีน่า โลเนสโก้ เป็นการให้ข้อมูลระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานการกล่าวว่าการวิจัยนี้จะทำให้หลายประเทศนั้นต้องเลื่อนเตรียมการย้ายประชาชนเป็นจำนวนมากเสียตั้งแต่ตอนนี้

ต้องชีวิต! บัตรคนจนไม่เคยมี สิทธิ์ชิม ช้อปใช้ไม่เคยได้ เข็นไอติมขาย ประทังชีวิต

โดยในวันนี้เราเอาเรื่องราวอีก 1 เรื่องราวผ่านทาง facebook มาฝากกันหลังจากที่มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า Khaunta Palm ออกมาโพสต์เรื่องราวชีวิตของคุณลุงท่านหนึ่งโดยมีการระบุเรื่องราวเอาไว้ว่า

วันนี้ตอน 3 ทุ่ม มีฝนตกหนักมาก เราจึงไปยืนหลบฝนอยู่ฝนปอยๆก็สังเกตเห็นคุณลุงคนหนึ่งแกเขียนไอศครีมมาขายภาพที่เห็นคือแกเริ่มเดินไม่ค่อยไหวแล้วเหมือนว่าตาก็จะไม่ค่อยดีเห็น แล้วเราก็รู้สึกสงสารแกเป็นอย่างมาก เลยตัดสินใจเดินเข้าไปคุยกับแกเพื่อทำเรื่องราว

โดยหลังจากที่ถามไถ่นั้นคุณลุงก็บอกว่าตัวคุณลุงนั้นกำลังเขียนรถกลับไปที่บ้านที่อยู่แถวงามวงศ์วานแต่ในขณะที่ลุงอยู่นั้นคือสถานีรถไฟสะพานพระนั่งเกล้าคือระยะทางซึ่งห่างกันไกลมากจึงทำให้เจ้าของโพสต์มีการถามคุณรู้ว่าคุณลุงเข็นไหวหรอคุณลุงนั้นก็บอกว่าไหวเพราะทำแบบนี้มาตั้งแต่ยังไม่มีรถไฟฟ้าเลย

และหลังจากที่ได้พูดคุยกับคุณลุงนั้นทางเจ้าของโพสต์ก็มีการช่วยคุณลุงด้วยการอุดหนุนไอติม 3 แท่งซึ่งมีราคา 50 บาทแต่ให้ลุงไป 200 บาทซึ่งก็ได้พรจากลุงมาว่าขอให้เจริญเจริญๆ เงิน 200 บาทถึงแม้มันไม่ได้อะไรมากมายแต่ก็อยากจะช่วยเหลือเงินนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับลุงบ้าง

ซึ่งถ้าหากใครพบเห็นลุงแกก็ช่วยอุดหนุนกันหน่อยเพราะชื่นชมลุงแกเป็นอย่างมากเพราะยายทำมาหากินโดยรวมแก๊สหรือเป็นบุคคลหนึ่งที่มีบัตรประชารัฐและชิมช้อปใช้เข้าไม่ถึง

เข้ากรุงเทพฯ มาหาหมอ เงินไม่พอค่ารถ ขายกิ๊ฟติดผม หาเงินกลับบ้าน

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกเผยแพร่ผ่านทางผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า ปิวรบุตร ปพนได้มีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความลงกลุ่มข่าวสารนครปฐมโดยมีการระบุข้อความไว้ว่า

ลุงมาจาก จ.นครสวรรค์ดูมาหาหมอที่โรงพยาบาลจุ-ฬา แต่ไม่มีค่ารถเลย เอาอุปกรณ์มานั่งทำกิ๊ฟขาย จะขจอนอนในร.พ. เขาก็ไม่ให้นอน โดยเมื่อวานขายได้ตั้ง 70 บาท หากใครเดินผ่านไปผ่านมาแถวนี้อย่าลืมมาอุดหนุนรวมกันกิ๊ฟของลุงน่ารักมากเพราะต้องทำเองตัวละ 5 บาท 10 บาทโดยลุงอยู่ตรงหัวมุมทางเดินฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลจุฬา

หลังจาก ที่ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวเหล่านี้ออกไปก็มีคนเดินทางไปตามพิกัดแจ้งไว้อุดหนุนคุณลุงคนดังกล่าวเพื่อเป็นการช่วยเหลือกันอย่างมากมาย

อุตุฯ ประกาศเตรียมรับมือพายุลูกใหม่ ถล่ม35จว. ภาคอีสานอุณหภูมิลดฮวบ 5องศา

โดยในล่าสุดนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการประกาศถึงพายุระดับ 2 หรือระดับดีเปรสชันในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางเดือนจะมีผลกระทบในวันที่ 30 มกราคมจนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้โดยจะเกิดขึ้นในบริเวณลองติจูด 114.5 องศาตะวันออกด้วยความเร็วลม รวมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมงคาดว่าจะขึ้นชายฝั่ง ที่ประเทศเวียดนามตอนใต้ในช่วงของวันที่ 30 ตุลาคม 2560 และเคลื่อนเข้าสู่ประเทศกัมพูชาในระยะต่อไป

โดยลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ ตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 2 วันที่ 19 ตุลาคมจนถึง 31 ตุลาคมจึงขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวนี้ควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนติดตามกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

อนึ่งบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกแล้วนอกจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาเสริมเข้ามาปกคลุมในบริเวณประเทศเวียดนามและลาวตอนบนซึ่งคาดการณ์ว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 29 ถึง 31 ตุลาคม ด้วยลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ในระยะแรกและหลังจากนั้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกจะมีอุณหภูมิลดลง 35 องศา

และมรสุมทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอยู่ในบริเวณอ่าวไทยและทางภาคใต้มีกำลังแรงทำให้ทางภาคใต้มีฝนตกหนักมากขึ้นและมีฝนตกไหมในบางแห่งคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นโดยเฉพาะตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูงประมาณ 1 2 เมตรและตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรขอให้ชาวเรือเดินเรือคุณควรระมัดระวังจากการเดินเรือและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนตกฟ้าคะนอง

สู้ชีวิต แม้ตาบอด ขายขนมประทังชีวิตกว่า 20 ปี โดนขโมยขนมบ่อยมาก

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาพบกับคุณป้าใจแกร่งที่ไม่ยอมแพ้ต่อความพิการของตัวเองและสู้สู้ชีวิตด้วยการขายขนมปังอยู่ในบริเวณหน้าวัดบวรนิเวศขายวันละ 60 ชิ้นขายได้กำไรเพียงแค่ 5 บาทต่อชิ้นโดยรายได้ทุกบาททุกสตางค์เก็บน้ำเป็นค่าอาหารค่าน้ำค่าไฟค่ารถเมล์ย้ำว่าน่าจะเกิดมาพิการแต่ก็ต้องอดทนและสู้ด้วยตัวเองไม่ได้เพราะไม่มีใครดูแล โดยป้าสู้ชีวิตรายนี้มีชื่อว่า ป้านิด – นิตยา ช่วงชู หญิงตาบอด วัย 71 ปี

โดยตัวป้านั้นเป็นคนมาจากสุรินทร์หนังสือโรงเรียนคนตาบอดในกรุงเทพฯที่พ่อแม่เสียชีวิตญาติพี่น้องก็แยกย้ายที่อยู่ตามลำพังจึงเรียนที่ด้วยการขายล็อตเตอรี่ก่อนจะเปลี่ยนอาชีพมาขายขนมปังที่ในบริเวณหน้าวัดบวรนิเวศตามคำแนะนำของเพื่อนโดยขายขนมปังมานานกว่า 20 ปีแล้วโดยใช้ต้องตื่นแต่เช้าทุกวันเพื่อนั่งรถเมล์จากพาต้าไปอนุไปที่รับมาจากร้านพรชัยวันละ 60 ชิ้นขายในราคา 50 บาทโดยจะต้องขายให้หมดทุกชิ้นพอได้กำไรเพียงแค่ 5 บาทต่อชิ้นเท่านั้นขนมปังยังไม่หมดก็จะต้องเลิกขายต่อไปแบบนี้เรื่อยๆจนกว่าจะบวช

ซึ่งถ้าหากหาถึงความลำบากก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะการลงป้าจะมีผิดบ้างเพราะไม่มีใครบอกแต่ก็อาศัยความเคยชินในการเดินทางมาวัดบวรถูกหรือเรื่องรับเงินก็มาแต่โดนคนโกงบ้างเพราะมีคนเคยจ่ายแบงค์ 20 แล้วบอกว่าเป็นแบงค์ร้อยหรือบางคนก็มาขโมยขนมไปเฉยๆก็มีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้แจ้งความจับไม่ได้เพราะมองไม่เห็นแต่ด้วยความที่ขายไปนานกว่า 20 ปีนะก็ทำให้ป้าเทคนิคในการรับเงินโดยการลูกคล่ำแบงค์ ที่ตัวเลข แบงค์ใหม่จะสามารถตรวจสอบได้ง่าย ถ้าหากเช็คไม่ได้ก็จะถามจากลูกค้าอาศัยความซื่อสัตย์กับลูกค้าแทนและจุดเด่นของขนมปังป้ายที่จะคืนเดี๋ยวนุ่มไส้เยอะอร่อยเป็นอย่างมากตามกฎหมายจากเตาทุกวันมีไซส์ให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ป้านิด – นิตยา ช่วงชู หญิงตาบอด วัย 71 ปีไส้รวมมิตร ลูกเกด หมูหยอง แฮม ไส้กรอก เนยสด เบค่อนชีส เกดหมูหยอง แฮมหมูหยอง และหมูหยองพริกเผาไส้รวมมิตร ลูกเกด หมูหยอง แฮม ไส้กรอก เนยสด เบค่อนชีส เกดหมูหยอง แฮมหมูหยอง และหมูหยองพริกเผา

โดยหน้าใครสนใจที่อยากจะไปอุดหนุนป้านิดก็สามารถติดต่อไปได้ที่เบอร์โทร 080-779-7517 สามารถเข้าไปอุดหนุนได้ที่หน้าวัดบวรนิเวศได้ด้วยเช่นกัน

บิณฑ์ เจอตัวแล้ว คุณนายกำมะลอ หักค่าหัวคิวช่วยน้ำท่วม

โดยในที่สุดที่โรงแรม เจพีเอ็มเมอรัลด์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ก็ได้มี พ.ต.ท.ศรัณย์พงศ์ จักษุกรรฐ รองผกก.ฝ่ายสอบสวน สภ.เมืองยโสธร เข้ามาเดินทางหาคุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์เพื่อเอาสำนวนคดีมาให้คุณบินเป็นท้องกับนำภาพถ่ายผู้ต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังจากกระแสข่าวที่คุณนายกำมะลอช่องโกงเงินช่วยเหลือน้ำท่วมและมีการพบผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดอีกด้วยโดยเหตุการณ์นั้นเกิดอยู่ในอำเภอเมืองจังหวัดยโสธรและสามารถรวบรวมหลักฐานได้ไม่ต่ำกว่า 20 รายแล้วโดยส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอเมืองยโสธรและพบผู้ร่วมมากไม่ต่ำกว่า 200 ราย

โดยทางด้านของคุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์มั่นใจว่าจะพยานหลักฐานทั้งหมดนี้จะสามารถเอาผิดผู้ร่วมขบวนการได้ทุกรายและอยากจะฝากไปถึงชาวบ้านที่หลงผิดเข้าร่วมขบวนการและบ้านน้ำไม่ท่วมแต่มาแอบอ้างรับเงินให้ผู้นำเซ็นรับรองขอให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนมาแจ้งต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะได้เตรียมตัวไว้เป็นพยานในคดีจะไม่เอาผิดทางกฎหมายแต่ถ้าหากไม่ร่วมมือก็จะถือว่าเข้าร่วมเข้าข่ายฉ้อโกงด้วย

โดยผู้ที่พนักงานสอบสวนนำมาชี้ชัดยืนยันเป็นคนเดียวกับที่คิดมาตั้งแต่แรกมีการวางแผนมาก่อนหน้าที่จะมาเป็นขบวนการทั้งหมดนะที่จะฉ้อโกงหลอกลวงและความโลภมากตอนแรกเข้าใจว่าเขาคือจิตอาสาที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนแต่ก็หลอกได้อย่างแยบยลจนทำให้เชื่อว่าเขาเป็นคนจิตอาสาที่เสียสละให้กับสังคมแต่พอรู้ว่าที่ไหนว่ามันไม่ใช่ก็ทำให้คุณเป็นบรรลือฤทธิ์นั้นรู้สึกเสียใจและรู้สึกไม่น่านับถือเพราะจริงๆแล้วคนนี้เป็นถึงผู้นำชุมชนกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นถึงขนาดนี้น่าจะมีจิตใจจิตสํานึกมีความคิดกันบ้างไม่น่าจะมีจิตใจแบบนี้เลยเพราะชาวบ้านเขาเลือกไว้ใจให้มาทำหน้าที่แล้วก็ยังคิดไม่ดีอีกหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง

ทั้งๆที่คนเหล่านี้นั้นมีตำแหน่งใหญ่โตในจังหวัดมีคนนับหน้าถือตาแต่สุดท้ายก็มาทำจังหวัดของตัวเองนะเสียชื่อเสียไปด้วยมันน่าละอายมากๆและยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดถ้าหากใครบอกว่ากฎหมายนั้นไม่ทำแต่บอกเลยว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ

กรมอุตุฯ เตือน เตรียมรับลมหนาว 29 ตุลา-1พฤศจิกายนนี้ มาแน่

โดยในล่าสุดนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมาแต่ผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้วผู้คนต่างบ่นว่าไม่มีความหนาวเย็นแต่อย่างใดแต่แดดร้อนเปรี้ยงปร้างไม่เห็นจะเป็นที่บอก และล่าสุดทางกรมอุตุนั้นก็ได้มีการออกมาเติมอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ว่าในตอนนี้ให้ประชาชนเตรียมรับมือกับลมหนาวที่กำลังจะมาถึง

โดยจะมีสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลงประมาณ 2-4 องศาเกิดทางภาคกลางและภาคตะวันออกมีภูเขาลดลง 1 ถึง 3 องศาจะมีฝนตกหนักในบริเวณภาคใต้จะส่งผลกระทบในวันที่ 19 ตุลาคมถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ที่จะถึงนี้

ปชช.อ่วมขึ้นภาษีบิ๊กไบก์ คันละ 1 แสนบาท ส่วน 150 cc ก็โดนด้วย

ในล่าสุดนี้ทาง ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบในเรื่องของการเก็บภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์รูปแบบใหม่จัดพื้นที่เก็บตามขนาดเครื่องยนต์มาปล่อยตามเป็นการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยรัฐบาลที่ผ่านมานั้นได้เห็นชอบตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแล้วแต่มีครมจากรัฐบาลใหม่ทางกรมจะเสนออีกครั้งหนึ่งโดยจะมีการเก็บภาษีใหม่กับรถที่นำออกจากโรงงานหรือนำเข้ามาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563

สำหรับอัตราภาษีรถจักรยานยนต์ใหม่จะทำให้รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ไม่เกิน 150 cc ที่ใช้เป็นส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์ของรถทั้งหมดในประเทศจะมีภาษีเพิ่มเติมประมาณ 100 กว่าบาทเพราะจากเดิมจะเสียภาษีประมาณ 2.5 เปอร์เซ็นต์ของราคาหน้าโรงงานมาเสียภาษีอีก 3% ในราคาขายปลีกหรือราคานำเข้า

แต่ขนาดที่รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์เกิน 1000 ซีซีขึ้นไปหรือบิ๊กไบค์จะต้องเสียภาษีประมาณคันละ 10,000 บาทเนื่องจากกินน้ำมันและปล่อย CO2 มาก จึงทำให้ต้องเสียภาษีเพิ่มเติมโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีราคาแพงคันละ 1 ล้านบาทซึ่งบิ๊กไบค์ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากมีสัดส่วนประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์

ด้วยอัตราภาษีสรรพากรไปด้วย 3%, 5%, 9% และ 18% ตามการปล่อย CO2 หากผู้ประกอบการไม่มีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในการปล่อย CO2 ลดลงทำให้กรมสรรพสามิตเก็บภาษีเพิ่มเติมได้ปี 500 ถึง 700 ล้านบาท

สู้เพื่อลูก! ท้อแต่ถอยไม่ได้ ‘แอนนี่ บรู๊ค’ เพิ่งเปิดร้านขายบิงซู ยอดขายน้อยมาก

เรียกได้ว่าเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สุดสตรองเป็นอย่างมากสำหรับแอนนี่ บรูดถึงไม่ได้ตอนนี้การงานในวงการจะไม่ค่อยมีเท่าไหร่แต่เธอก็เดินหน้าลุยไม่ยั้งกับการเดินหน้า จะทำธุรกิจเป็นของตัวเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการย้ายบ้านเดือนมาอยู่บ้านเช่าจนทำให้สามารถประหยัดรายจ่ายไปได้เพราะยังต้องดูแลลูกชายน้องฑีฆายุอีกทั้งส่งเรียนหนังสือและดูแลคุณแม่ที่กำลังป่วย

โดยแอนนี่ บรูด ถ้ามีการสร้างธุรกิจเป็นแม่ค้าร้านขายน้ำแข็งบิงซู Home Sweet Home Bingsu By Annie โดยใช้บ้านที่เธอเช่าเป็นพื้นที่ร้านอาหารซึ่งเงินที่ได้แต่ละวันนะเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้นโดยเจ้าตัวนั้นได้เปิดเผยว่า ..

เมื่อก่อนมีรายการโกดังมหาสนุกแต่ว่าพ่อแม่ล้มและด้วยระยะทางที่ไกลคือถ่ายที่หนองแขมก็เลยบอกพี่เขาว่าไม่สามารถไปได้เนื่องจากใช้เวลายาวนานในการเดินทางรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากในส่วนของละครก็ไม่มีเลยตอนนี้ก็เลยมาทำบิงซูอยู่ที่หน้าบ้านก็จะเป็นการขายขนมหวานมีขนมปังปิ้งมีชานมไข่มุกโดยในตอนนี้ก็เป็นแม่ค้าทั่วไปมีงานรีวิวสินค้าบ้างเล็กๆน้อยๆแล้วแต่การที่จะเข้ามาบ้าง

รายได้ในตอนนี้หลักๆก็มาจากการที่รีวิวสินค้า จะถามว่าได้เยอะมากไหมมันก็ไม่ได้เยอะมาก แล้วจากการที่ไม่ได้อยู่นิ่งทุกวันนี้ก็ขายบิงซู มันก็ไม่ได้มากมาย ถึงขนาดวันนึงเป็นหลักหมื่นหลักพัน บางวันก็แค่หลักร้อยแต่ถ้าเราประหยัดเราสู้ยังไงมันก็อยู่ได้ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้นะทุกคนไม่อยากใช้จ่ายเงินกันทั้งนั้น โดยคุณแอนนี่นั้นเน้นการประหยัดหมดทุกอย่างตัดออกหมดทุกอย่างทั้งเสื้อผ้าหน้าผมไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายก็สามารถพออยู่กันได้โดยตอนนี้อาศัยอยู่กันแม่ลูก 3 คนเท่านั้นและตอนนี้คุณแม่ก็อาการดีขึ้นเรื่อยๆและอยากจะกลับไปที่บ้านต่างจังหวัดบ้างก็จะมีญาติๆคอยช่วยกันดูแล

สำหรับการหารายได้อยู่คนเดียวนั้นมันก็เหนื่อยมากเหนื่อยมาทั้งชีวิตแล้วเพราะตอนนี้น้องฑีฆายุก็อายุ 10 ปีแล้วก็ยังจะต้องทำแบบนี้เพื่อเลี้ยงลูกต่อไปและลูกนั้นก็เป็นกำลังใจที่ดีที่สุดทั้งปฏิกิริยาทางท่าทางที่คอยเอาใจใส่คุณแม่อีกครั้งค่อยอ้อนคุณแม่เพราะน้องรู้เสมอว่าคุณแม่นะเหนื่อยขนาดไหนความมากอดมาหอมอยู่ตลอดเวลาเรียกว่าน้องฑีฆายุนั้นเป็นกำลังแรงใจที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่

โดยตอนนี้คุณแม่ของคุณแอนนี่นะมีแค่โรคประจำตัวอย่างเช่นพวกเบาหวานความดันทั่วไปแต่ในเรื่องข้อไขในกระดูกในก็ยังไม่มีปัญหามากนักแต่ก็ต้องออกกำลังกายบ้างด้วยการเดินและในตอนนี้ก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

งานในฝัน! ให้เงินฟรี ๆ 2.3 ล้านบาท จ้างไปอยู่ในหมู่บ้านบนเขา มีกฎข้อเดียว

ในวันนี้เราก็จะพาทุกคนนั้นมาดูอีกสถานที่หนึ่งเป็นหมู่บ้านที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนที่รักธรรมชาติและรับความสงบเพราะหมู่บ้านแห่งนี้นั้นเงียบสงบเป็นอย่างมาก มีประชากรอาศัยอยู่เพียงแค่ 240 คนเท่านั้น แม้แต่โรงเรียนในหมู่บ้านก็ยังต้องปิดตัวลงเพราะว่าประชากรในหมู่บ้านน้อยจนเกินไป อีกทั้งประชากรหนุ่มสาวนั้นได้มีการยื่นคำร้องไห้เทศบาลเสนอแรงจูงใจให้กับผู้ที่สนใจจะเข้ามาอนู่อยู่ในหมู่บ้าน เพื่อเพิ่มแนวโน้มในการสร้างประชากรมากยิ่งขึ้นโดยเทศบาลก็มีการเห็นพ้องด้วยจึงได้ร่างแผนเงินสนับสนุนและช่วยเหลือแก่ผู้ปกคนที่คิดจะย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่

โดยที่ผู้ที่จะต้องมาอยู่อาศัยนั้นจะต้องมีอายุไม่เกิน 45 ปีต้องการซื้อบ้านในเมืองหรือซ่อมแซมบ้านในเมืองและมีข้อแม้ว่าหาแกออกภายใน 10 ปีหลังจากที่เริ่มสร้างบ้านหรือซื้อบ้านต้องคืนเงินเต็มจำนวนโดยทางด้านของสภาเทศบาลและอนุมัติแล้วจะให้ลงคะแนนวัวในวันที่ 30 พ.ย. นี้

โดยหากผ่านบุคคลที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ถ้าเป็นผู้ใหญ่จะได้รับเงินประมาณ 820,000 บาท เด็กได้รับเงินคนละ 330,000 บาท ซึ่งนั่นก็หมายความว่าถ้าหากครอบครัวไหนมีลูก 2 คนก็จะได้รับเงินมากถึง 2.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินมากพอที่จะสร้างแรงจูงใจให้คนเข้าไปอยู่ได้แต่ปัญหาของการที่หมู่บ้านภูเขาให้ร่างแบบ อัลบิเนนเป็นปัญหาทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างแรงจูงใจเสนอให้ประชาชนเข้ามาอยู่ในชุมชนเพื่อให้หมู่บ้านแห่งนี้มีชีวิตชีวาอีกครั้งนึงและโรงเรียนก็อาจจะมาเปิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ดัวยแรงศรัทธา ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจ คนละมือ สร้างวัดประจำหมู่บ้าน

โดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาพบกับอีกหนึ่งเหตุการณ์หลังจากที่มี Facebook ที่มีชื่อว่า Thammahomdoi Buddhism ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมเล่าเรื่องราวในเรื่องของการเชิญร่วมบุญใหญ่ไม่มีกฐินไม่มีผ้าป่าไม่มีกำลังทรัพย์มาก แต่บอกได้ว่ากำลังศรัทธามาเต็มหัวใจ หลังจากที่ชาวชนเผ่าลัวะ บนดอย จังหวัดน่าน ต้องการวัดทำบุญอยากมีวัด จึงได้มีการร่วมมือแรงใจทุ่มเทแรงกายขุดดินปรับพื้นที่เพื่อเตรียมการสร้างวัด เพราะที่ผ่านมาลำบากมากจะทำบุญทั้งทีต้องเดินทางไปบ้านอื่นบางครั้งก็ทัน บางครั้งก็ไม่ทัน

จึงได้มีการขอกำลังของชาติผู้ที่มีกำลังทรัพย์เพียงพอในการช่วยกันอุดหนุนสร้างกุศลเพื่อช่วยพี่น้องชาวชนเผ่ารั่วบนดอยให้มีวัดมีสาระทำบุญไม่ต้องใหญ่โตไม่ต้องสวยหรู ขอแค่มีแค่มีพื้นที่ในการตั้งปณิธานมีที่บังแดดบางส่วนมีที่นั่งทำบุญสวดมนต์ปฏิบัติธรรมตามสมควรก็พอ และใช้พื้นที่ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดซึ่งมีคน แต่ก็ไม่มีสถานที่ก็ไม่รู้จะใช้อะไรมีสถานที่แต่ไม่มีคนใช้ก็จะไม่รู้ว่าสร้างไว้เพื่ออะไร แต่หมู่บ้านปู่ดูชาวบ้านนั้นก็มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมากมีกำลังกายกำลังใจกำลังศรัทธาแต่ขาดกำลังทรัพย์ที่จะซื้ออุปกรณ์ตั้งวัดไม่มีกฐินไม่มีพระป่าอาศัยศรัทธาร่วมบุญตามกำลัง

โดยศาลาบำเพ็ญบุญปฏิบัติธรรมมีขนาดความกว้างประมาณ 7 เมตรยาว 12 เมตรหลังคาเรียบร้อยเหลืองานก่อผนังเทพื้นเทคานและมีพื้นที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาดอยภูแวทางลูกรังดอยสูงชันไม่มีไฟฟ้าเป็นชาวบ้านเผ่าลัวะที่นับถือศาสนาพุทธ แต่เดิมต้องเดินเท้าประมาณ 5-10 กิโลเมตรเพื่อไปทำบุญที่บ้านอื่นโดยทีมงานธรรมะห่มดอยจึงได้มีการสร้างศาลาบำเพ็ญบุญชั่วคราวขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ทำบุญปฏิบัติธรรมของชาวบ้านโดยเฉพาะ โดยเน้นย้ำให้ชาวบ้านสามารถมีความสะดวกในการทำบุญมากยิ่งขึ้นมีกิจกรรมในการทำบุญเช่นสวดมนต์ตอนเย็นปฏิบัติธรรมเยาวชน ทำบุญในเทศกาลต่างๆของเราชาวบ้านนอกจากนี้ก็มีชาวเน็ตต่างเข้ามาร่วมอนุโมทนากันอย่างมากมายและบางคนก็ขอเข้ามาร่วมกันทำบุญทำทานในครั้งนี้ด้วย

เปิดประวัติ อรรถพล ใหญ่สว่าง จาก ‘เด็กวัด’ สู่ ‘อัยการสูงสุด’

โดยทุกคนก็จะรู้จักอรรถพล ใหญ่สว่าง ที่เป็นผู้ได้รับคะแนนถล่มทลายถึง 1,810 คะแนน จากบัตรลงคะแนน 3,061 ใบพี่อัยการทั่วประเทศได้เลือกให้ดำรงตำแหน่งในประธานคณะกรรมการอัยการคนแรกในประวัติศาสตร์ตามกฎหมายใหม่จากเดิมอัยการสูงสุดจะควบที่นั่งเก้าอี้นี้ บอกเลยว่า วันนี้ทางทีมงานก็จะพาทุกคนมาติดตามชีวิตในวัยเด็กของเขากัน

โดยคุณอรรถพลเกิดในวันที่ 22 ธันวาคมพศ. 2493 ปัจจุบันอายุ 69 ปีเป็นคนในจังหวัดฉะเชิงเทรามีพี่น้องทั้งหมด 4 คนและขอเป็นลูกคนสุดท้องมีปู่ที่ชื่อว่าบำรุงใหญ่สว่างเป็นกำนันในพื้นที่ โดยปู่นั้นเป็นคนมั่นหมายปั้นมือหวังให้หลานชายคนนี้ให้เจริญตามรอยเป็นกำนัน แต่ญาติมันก็อยากจะให้อรรถพล เรียนสูงๆจึงมีการส่งเข้ามาศึกษาในกรุงเทพฯ พร้อมกับพ่อแม่ที่เข้ามาทำงานในเมืองหลวง

โดยเฉพาะคุณอรรถพลนั้น เรียนจบชั้นป 4 เป็นคนมีฝีมือทางด้านไฟฟ้าประปาและการก่อสร้างอีกทั้งยังเขียนหนังสือสวยมากจึงมีโอกาสได้ไปทำงานที่เทศบาลแห่งหนึ่งส่วนคุณแม่เป็นคุณครูอยู่โรงเรียนประเสริฐวิทยาแต่มีลูก 4 คนเลยตัดสินใจลาออกจากอาชีพครูมาเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงแม้ว่าพ่อกับแม่จะมีงานทำแต่การใช้ชีวิตในเมืองหลวง และลำบากเป็นอย่างมาก เพราะมีค่าครองชีพที่สูง อีกทั้งครอบครัวจำเป็นจะต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดไม่สุรุ่ยสุร่ายเพื่อเก็บเงินทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าเล่าเรียนให้กับลูกๆ โดยคุณพ่อตั้งตัวด้วยเงิน 80 บาทหารายได้เสริมด้วยการขับรถแท็กซี่ส่วนตัวเขาก็ถูกส่งไปเป็นเด็กวัดโดยอยู่กับท่านเจ้าคุณทองที่วัดเบญจมบพิตรและได้เข้าโรงเรียนที่โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร

โดยตลอด 1 ปีนั้นก็ได้ถูกอบรมสั่งสมบ่มนิสัยหลายอย่างโดยตอนนั้นคิดยังเป็นเด็กเกเรตามประสา มีวีรกรรมหลายเรื่อง แล และนอกจากนี้ด้วยความที่เขาเป็นลูกแม่ค้าจึงยังชอบทำอาหารช่วยแม่เปิดร้านข้าวแกงแล้วรู้สึกอาหารเกือบทุกชนิดและที่ชอบทำมากที่สุดก็คือแกงเขียวหวานยอดมะพร้าวและผัดไทยเป็นอาหารที่คนรู้จักรับประทานแล้วก็มีคนชมว่าอร่อยทั้งนั้น

และหลังจากที่เรียนจบมัธยมศึกษาตอนต้น เสร็จเขาก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารแต่สอบติดเพียงแค่ข้อเขียนเท่านั้นจึงทำให้ไม่สามารถนำเรียนต่อได้และได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ และเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยสังคณะนั่นก็คือคณะแพทย์ศาสตร์และนิติศาสตร์และกะปิคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อปีพศ 2561 โดยมีแรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกเส้นใต้กฎหมายจากศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ ซึ่งเป็นบิดาของเพื่อนนักเรียนสาธิตจุฬาฯ

โดยเขาได้บอกอีกว่าขณะที่กำลังเรียนหนังสือ และทำความเข้าใจในเรื่องของกฎหมายแล้วก็ได้เรียนเกียรตินิยมอันดับ 1 เพราะคะแนนเกิน 75 เปอร์เซ็นต์หากทำเกิน 85 เปอร์เซ็นต์ก็ได้เกียรตินิยมดีมากซึ่งเป็นเหรียญทองคำแท้หนัก 5 บาทโดยในช่วงนั้นก็ได้มีการจีบรุ่นน้องเป็นดาววิทยาลัยประกอบกับเล่นกีฬาบริดจ์ (Bridge) ชิงชนะเลิศกีฬามหาลัย 2 ปีซ้อนจนได้เสื้อสามารถทำให้ได้เหรียญเงินเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีที่ไม่ได้เหรียญทองเพราะทุกวันนี้ยังรักษาเหรียญเรียนดีไว้ได้ครบ 4 เหรียญหากเป็นเหรียญทองคำแท้ไม่รู้จะยังอยู่หรือไม่

และหลังจากที่ได้เรียนจบปริญญาตรีก็ได้เริ่มทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหงและด้วยความตั้งใจสูงสุดจะเป็นผู้พิพากษาอายุไม่ถึงเกณฑ์ในวันที่เปิดรับสมัครผู้พิพากษา จึงสมัครสอบอัยการแทนแล้วเหมือนชะตาชีวิตลิขิตทำให้ทำอาชีพระยะการมา จนถึงทุกวันนี้โดยสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพนอกจากความรู้ความสามารถสิ่งสำคัญมากที่สุดคือความเสียใจและยึดถือคติทำดีต้องได้ดีทำชั่วต้องได้ชั่ว อาจจะไม่ส่งผลในทันทีแต่เชื่อมั่นว่าหากใครทำชั่วย่อมไม่ได้ผลดีอย่างแน่นอนจะช้าจะเร็วเท่านั้นเอง

นอกจากนี้เขายังมีความเชื่อในเรื่องของด้านศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากพร้อมรับประสบการณ์เดินทางด้วยเครื่องบินที่ไปจังหวัดพิษณุโลกแต่ละเครื่องปริ้นไม่การทำให้ไม่กล้าโดยสารเครื่องบินไประยะหนึ่งจนกระทั่งมีพรรคพวกให้พระเครื่องสมเด็จ พระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มาแขวนบูชาเมื่อขึ้นเครื่อง แล้วเครื่องสั่นเมื่อไหร่ก็จะอธิษฐานทุกครั้ง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับพระพิฆเนศเป็นอย่างมาก โดยมีโอกาสร่วมกับสมาคมชาวฉะเชิงเทราในการก่อสร้างพระพิฆเนศองค์สูงที่สุดในโลกเนื้อสัมฤทธิ์ความสูงฐานประมาณ 39 เมตร ที่อุทยานพระพิฆเนศ อำเภอ คลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้มีจิตศรัทธาและเลื่อมใสในพระพิฆเนศ

เปิดใจทั้งน้ำตา เจนนี่ เจ้าของเพลง ลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว หลังเจอดราม่า

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่คนไทยนั้นพูดถึงเป็นอย่างมากหลังจาก เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุหรือเจนนี่เจ้าของเพลงได้หมดถ้าสดชื่น หรือวลีฮิตติดหู เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว ที่ตอนนี้มียอดวิวถึง 300 วิว โดยตัวเธอนั้นถูกผลกระทบจากผู้หญิงคนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นป้าของเธอมาแฉว่าเธอนั้นไม่ใยดีต่อพ่อแท้ๆของเธอเลย

โดยในล่าสุดสาวน้อยคนนี้ก็ได้ออกมาเปิดใจในรายการคุยแซ่บโชว์ผ่านทางช่อง One 31 พูดถึงสภาพจิตใจที่ยังแย่อยู่ในขณะนี้หลังจากที่ได้เห็นพ่อโพสต์ก็รู้สึกดีขึ้น แต่มันก็แย่เพราะเขามันออกไปแล้วและเมื่อคืนเจนนี่ก็รู้สึกเสียใจและร้องไห้ทั้งคืนขนาดขึ้นเวทียังต้องปั่นน้ำตา และรู้สึกแย่เป็นอย่างมากนอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่าเธอจะต้องผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้

โดยเธอยังบอกอีกว่า พ่อของเธอแยกกันไปตั้งแต่เด็ก และหลังจากที่ได้เห็นข่าวเธอก็ไม่ได้เห็นเป็นคนแรกทุกคนต่างมองเหมือนมีอะไรเกิดขึ้นซึ่งเด็กแดนเซอร์ทุกคนนั้นนิ่งหมดรวมถึงแม่ที่ขอแสดงความใส่ใจมากกว่าปกติ โดยแม่เคยบอกว่าให้ถอนตัวตั้งแต่แรก แต่เธอนั้นดื้อไม่ฟังและรู้สึกอยากจะคุยกับพ่อมาโดยตลอดจึงได้ติดต่อกับพ่อ ซึ่งแม่ก็เคยเตือนเรื่องนี้กับเจนนี่แล้ว ไม่ใช่ว่าแม่ห้าม แต่เหมือนแม่มีเซ้นในแบบของแม่และเตือนเจนนี่ตลอดว่าถอยมาบ้านเถอะลูก

หลังจากนั้นน้องสาวนั้นก็คอยให้กำลังใจพี่สาวคนนี้อยู่ไม่ห่าง โดยน้องสาวบอกว่ารู้เหตุการณ์นี้ก่อนพี่จะรู้และเก็บอาการ โดยบอกให้แม่คอยอยู่เคียงข้างพี่เยอะๆพอขึ้นรถแม่ก็บอกว่าอยากร้องไห้ นอกจากนี้น้องลิลลี่ ก็ยังบอกอีกว่าจะขอเคลียร์ประเด็นที่หลายคนมองว่าหนูมองเป็นพ่อของทาง เพราะหนูนั้นไม่ได้สนิทกับพ่อแล้วก็ไม่เคยมองว่าพ่อเป็นขอทานเลยในส่วนที่ให้เงินเดือนนั้นเจนี่ก็ให้เงินเดือนตามปกติแต่ในส่วนของค่าแต่งเพลงก็ได้คุยกันแล้วว่าถ้าลูกจ้างลูกค้าแจ้งมาก็จะให้เป็นค่าแต่งเพลงไป

ขอแสดงความเสียใจ! ต่าย เพ็ญพักตร์ สุดอาลัย สูญเสียลูกชายคนเดียว

โดยในล่าสุดนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างมากหลังจากที่มีดาราหญิงรุ่นใหญ่อย่างต่ายเพ็ญพักตร์ศิริกุลได้ออกมาโพสต์ภาพเศร้าในงาน งานฌาปนกิจ และได้มีการเขียนโพสไว้ว่า ”ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งอยู่และดับไปแบบไม่มีคำว่าตลอดไปในโลกนี้ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ค่ะ” โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คุณต่ายเพ็ญพักได้มีการสูญเสียลูกชายคนเดียวอย่าง โตน– รามบุตร บริบูรณ์เวช ในวัย 39 ปี หลังจากที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งรักษาตัวมาแล้วระยะหนึ่ง

โดยทางด้านชาคริต แย้มนาม ซึ่งมีความสนิทสนมกับต่ายเพ็ญพักตร์ได้มีการเปิดเผยว่า ” ตัวผมเองก็เพิ่งทราบเรื่องนี้อย่างกะทันหันซึ่งก็ไม่ได้ไปร่วมงานเพราะผมมายังจังหวัดจันทบุรีนะตอนนี้ยังอยู่ที่นี่แต่ก็ได้คุยกับพี่ต่ายและแสดงความเสียใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งเรื่องนี้ผมไม่เคยสร้างมาก่อนมาทราบอีกทีก็ตอนที่เสียไปแล้วซึ่งงานศพก็ถูกจัดขึ้นเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ”

โดยก่อนหน้านี้ ลูกชายของคุณต่าย ป่วยด้วยเป็นโรคมะเร็งซึ่งกว่าจะรักษาตัวก็ รู้เมื่อตอนเข้าขั้นที่ 4 ไปแล้วโดยตลอดระยะเวลาในการรักษาตัวคุณต่ายเพ็ญพักก็ทำหน้าที่ในการดูแลลูกชายคนเดียวของเธออย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดเพราะในชีวิตนี้มีแต่เพียงแค่สองแม่ลูกเท่านั้นโดยตัวเธอเองก็ใช้ชีวิตโสดมานานกว่า 10 ปีตราบจนสิ้นลมหายใจสุดท้ายของลูกชายเธอนั้นก็ยังทำหน้าที่แม่ได้อย่างเต็มที่และเข้มแข็งเป็นอย่างมาก

คุณต่ายเองก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าลูกชายคนนี้นะเลี้ยงแบบเพื่อนตีแต่ไม่ตีพร่ำเพรื่อคุยเปิดออกกันและเขามีเรื่องอะไรก็จะปรึกษาทุกเรื่องไม่ว่าจะเรื่องความรักหรือเรื่องอะไรก็จะมีมุมให้เขามองอยู่ตลอดและสอนให้เขาเป็นคนดีให้เกียรติผู้หญิงโดยลูกชายนั้นไม่ชอบเปิดเผยตัวไม่ชอบให้ใครรู้ว่าเป็นลูกของต่ายเพ็ญพักตร์เพราะจะโดนมองอยู่ตลอดเวลาและไม่เป็นตัวของตัวเอง

ลอยแพพนักงานกว่า 400 ชีวิต! บริษัทในนิคมมาบตาพุด ประกาศปิดกิจการวันนี้

โดยในล่าสุดนี้ก็ได้มีทางเพจ facebook ที่มีชื่อว่าข้าวสารชลบุรีระยองได้มีการพูดถึงการเลิกจ้างพนักงานและปิดตัว ของบริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดใน จังหวัดระยองจนทำให้พนักงาน 400 คนต้องเดือดร้อนใครเป็นคนว่างงานในทันที

ได้ข้อมูลนี้ก็ได้มีการเผยแพร่ออกไปจึงทำให้มีผู้คนในโลกออนไลน์ต่างมาคอมเม้นว่าที่นี่เป็นบริษัทที่ผลิตเส้นใยในยางรถยนต์โดยมีคนหนึ่งออกมาเผยว่าเพื่อนผมอยู่ในนั้นประมาณ 2-3 คนน่าใจหายรวมทั้งมีกำลังใจจากชาวเน็ตต่างด้าวเข้ามาให้สู้ๆอย่ายอมแพ้กันอย่างมากมาย

รัฐฯ สั่งปิดซุ้มยาดอง เจอที่ไหนขายจับโทษหนัก ปรับเป็นแสน

ล่าสุดนี้ทางนายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี ฐานะรองโฆษกกรมสรรพสามิต ได้มีการเปิดเผยว่า ในตอนนี้มีการสั่งการให้กรมสรรพสามิตเร่งปราบปรามทำร้านยาดองที่มีการออกจำหน่าย หลังจากที่ผ่านมาก็พบว่าเกิดหลายกรณีที่ชาวบ้านมีการลักลอบ ทำยาดองจำหน่ายจนทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรต่างๆทั้งรากสามสิบสมุนไพรผสมคางคกและเห-ล้าขาวส่งผลให้ผู้ที่ซื้อมารับประทานนั้นต้องถูกนำตัวส่งเข้าโรงพยาบาลและมีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 3 รายโดยในตอนนี้ทางพนักงานสอบสวน อยู่ระหว่าง การหาข้อสรุปเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและมีการแจ้งข้อหา ต่อผู้กระทำผิดต่อไป

สำหรับในการทำเห-ล้ายาดองเพื่อจัดจำหน่ายนั้นในกรณีที่เป็นซุ้มยาดองไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายไม่ได้รับการอนุญาตทางกรมก็ได้มีการกำจัดให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเลขตรวจสอบ ถ้าหากพบก็จะถูกสั่งปิดและต้องเสียค่าปรับตามกฎหมาย แต่กรณีที่เป็นการดองอยู่ที่บ้านไม่ได้มีการจัดจำหน่ายก็สามารถทำได้และในกรณีที่อ้างว่าเป็นยาดอง โดยอ้างว่าเป็นสูตรต้นตำรับไทยก็ไม่สามารถทำได้ด้วยเช่นกันเพราะจะต้องมีการลงทะเบียนกับองค์กรอาหารและยาเท่านั้นจึงจะสามารถจัดจำหน่ายได้

โดยภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ตามกฎหมายสามารถแบ่งลักษณะความผิดได้ 2 กรณี

1. การขายยาดองที่ทำจากสุราที่เสียภาษีแล้วจะผิดกฎหมายของกรมสรรพสามิตตามมาตรา 155,157,158 โดยจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 5,000 บาท

2.การขายยาดองที่ทำจากสุราที่ไม่ได้เสียภาษีจะผิดกฎหมายกรมสรรพสามิตตามมาตรา 191 ,192โดยจะมีโทษสูงสุด ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

โดยจากสถิติก็ได้มีการพบว่าในงบประมาณปี 2562 ได้มีการยึดยาดองเป็นของการเป็นจำนวนทั้งหมด3,145.97 ลิตร คิดเป็นสัดส่วน 0.005% ของปริมาณสุราที่เสียภาษีทั้งหมด จำนวน 670 ล้านลิตร รวมแล้วเป็นคดีกว่าประมาณ 4,000 ราย แม้ว่า เห-ล้ายาดองน่าจะเป็นสัดส่วนที่ต่ำเมื่อเทียบกับปริมาณสุราที่เสียภาษีแต่ก็ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้องอย่างถูกกฎหมายเพราะว่ายังมีผู้ผลิตหลายรายไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของการขายให้ลูกค้าดื่มจนเป็นอันตรายแก่ชีวิต

ทะเลจะช่วยเยียวยาจิตใจ เหตุผลทำไมเราต้องไปทะเลบ่อยๆ

เคยคิดหรือไม่ว่าทำไมนะทำไมเวลาที่เรารู้สึกเหนื่อยรู้สึกเหนื่อยล้าหรือตัวอะไรที่เครียดหนักๆมาแล้วก็ตามเรานั้นก็อยากจะปล่อยร่างกายไปหาสถานที่ท่องเที่ยวหรือใหญ่ทะเลจนกลายเป็นวลีที่ว่าร่างกายต้องการทะเลกันและนี่ก็เป็นเหตุผลที่เราจะมาบอกว่าทำไมทะเลนั้นจึงกลายเป็นที่นิยมสำหรับใครหลายคนเพราะทะเลนั้นจะสามารถช่วยเยียวยาจิตใจของคนเราได้ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงต้องไปเที่ยวทะเลบ่อยๆนั่นเองโดยจะมีเหตุผลอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า

1. พลังแห่งสายน้ำทะเล

บอกเลยว่าน้ำทะเลนั้นจะสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีนี่ก็หักเป็นผืนน้ำที่กว้างใหญ่ทะเลแล้วก็จะทำให้คนที่ได้ไปทะเลนะรู้สึกสงบและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นตามหลักทฤษฎีของBlue Mind เพราะเมื่อเราได้อยู่ใกล้น้ำทะเลไม่ว่าจะอยู่บนบกและในน้ำเพียงแค่ได้มองออกไปสมองก็จะสร้างสารโดปามีน เซโรโทนินและออกซิโทซิน โดยสารเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการทำงานของสมองเราทำให้สมองของเรานะสั่งให้ติดใจรู้สึกสงบและสามารถคลายเครียดได้

2.แสงแดดอุ่นๆ

แน่นอนถ้าหากพูดถึงทะเลแล้วทุกคนก็มักจะนึกถึงพระอาทิตย์ดวงโตที่อยู่บนทะเลกันอย่างแน่นอนบอกเลยว่าแสงแดดที่มาส่องกระทบผิวหนังของเรานั้นจะสามารถช่วยกระตุ้นร่างกายให้ผลิตวิตามินดีและสารเซโรโทนินได้เป็นอย่างดีหรือเรียกกันว่าเป็นศาสตร์แห่งความสุขนั่นเองซึ่งเป็นสารแห่งความสุขนี้จะสามารถนำออกมาจากสมองของเราให้เรานั้นมีความรู้สึกผ่อนคลายมีความรู้สึกดีโดยมีการพบว่าหลังจากที่สมองได้หลังศาลเจ้าตัวนี้ออกมาในวันที่มีแดด มากกว่าวันฟ้าครึ้มซะอีก และนอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งเวียนนาประเทศออสเตรียจะได้มีการระบุไว้ว่าแสงแดดนั้นสามารถทำให้คนที่กำลังคิดฆ่าตัวตาย ล้มเลิกความคิดที่จะฆ่าตัวตายได้บอกเลยว่าแสงแดดนั้นสามารถทำให้จิตสงบได้จริงๆ

3.สีฟ้าครามของน้ำทะเล

ซึ่งแน่นอนถ้าหากเรานั้นได้ไปเยี่ยมชมทะเลและตาที่เราได้มองเห็นพื้นที่โล่งๆสีฟ้า ที่ถอดออกไปยาวสุดลูกหูลูกตาของทะเลแล้วก็จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อเลยจริงๆโดยในประเทศนิวซีแลนด์จะได้มีการพบว่าการที่เรานั้นยิ่งได้เห็นอยู่ในที่โลกที่เป็นสีฟ้ามากเท่าไหร่เราจะมีสุขภาพจิตที่ดีมากขึ้นเท่านั้นนอกจากนี้ก็ยังมีการสำรวจเพิ่มเติมอีกว่าคนส่วนใหญ่ทั้งหญิงและชายมาชอบสีฟ้าและสีน้ำเงินมากกว่าสีอื่นๆนั้นเอง

4.กลิ่นของทะเล

โดยกินของทะเลนั้นจะเป็นการประจุไฟฟ้าลบออกมาอยู่ในอากาศที่อยู่ในบริเวณป่าชุ่มชื้นน้ำตกลงหินชายฝั่งทะเลเมื่อประจุไฟฟ้านั้นก็จะสามารถอยู่ในกลิ่นอายของทะเลและแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดทำให้กระตุ้นสมองหลั่งสารเซโรโทนินออกมาจึงทำให้เรานั้นมีความรู้สึกสงบผ่อนคลายและกระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น

5.เสียงคลื่นลม

บอกเลยว่าการที่เรานั้นเพียงแค่หลับตาและฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งก็จะทำให้เรารู้สึกอย่างไม่น่าเชื่อเพราะเป็นเสียงที่มีรูปแบบคาดเดาได้เป็นเสียงที่เบาๆพอๆมีโทนเสียงต่างกันถึงต่ำและอยากให้ความรู้สึกถึงความปลอดภัยบางคนก็บอกว่าเสียงของคลื่นทะเลทำให้รู้สึกเหมือนตอนอยู่ในท้องแม่เลยทีเดียว

พ่อหนุ่มแว่น เปิดใจหลังคลิปลูกชายว่อนเน็ต บอกคนไทยไร้น้ำใจ ไร้วินัย

กลายเป็นข่าวดังสุดๆ จรเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจาร์ณ บนโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก..หลังจากที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งที่มีชื่อว่าโต้ เจ็ทโด้ ได้มีการโพสต์คลิปพร้อมเผยแพร่ข้อความบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกืดขึ้นไว้ว่า กลับรถไม่ดูรถทางตรงเลยนะเสี่ย ลงมาก็ด่ายับเลยนะไม่ตะ…หน้าให้ก็บุญแล้ว

โดยภาพเหตุการณืเผยภาพของหนุ่มแว่นใจร้อนที่ออกมาแสดงอารมณ์รุนแรงต่อเจ้าของเฟซบล็อคไลน์นี้พร้อมกับเอ่ยคำพูดหยาบคายและด่าว่าเกลียดคนไทยดูหมิ่นคนไทยอีกทั้งยังดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในของวันช่วงเช้าวันที่ 23 ตุลาคมในบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 โดยได้มีรถยนต์ honda civic สีบรอนซ์ป้ายแดงชนกับรถกระบะสีขาวแต่เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

แต่นั่นก็กลายเป็นการจุดประเด็นให้ทางฝ่ายรถเก๋งมีการต่อว่าด่าทออย่างรุนแรงและเมื่อตำรวจไปถึงจุดเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายก็มีการตกลงกันแล้วและที่มีการเรียกประกันมาตกลงค่าเสียหายกันเองเป็นที่เรียบร้อย เพราะไม่ได้มีคนเจ็บแต่อย่างใดก่อนที่จะแยกย้ายกลับไปตามทางของแต่ละคน

แต่ในกรณีที่ทางฝ่ายเจ้าของรถเก๋งซีวิคได้ดูหมิ่นนั้นทางฝ่ายกระบะนั้นก็ไม่ได้ออกมาแจ้งความทุกข์ร้อนแต่อย่างใดอย่างไรก็ตามก็ได้มีการให้สั่งการทางการตำรวจเร่งตรวจสอบข้อมูลทั้งสองฝ่ายและมีการเชิญตัวให้มาข้อมูลว่ามีอะไรติดใจประเด็นไหนหรือไม่หากไม่ติดใจก็ว่ากันไปตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนทางด้านพ่อของหนุ่มแว่นเจ้าของรถ civic นั้นก็ได้มีการบอกว่าลูกชายเสียดายรถเพราะเป็นป้ายแดงลูกโมโหบอกคนไทยขับรถป่าเถื่อนสังคมไทยทำไมไม่มีเหตุผลไม่มีน้ำใจเพราะลูกเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกเพราะสังคมที่เขาเจอมานั้นไม่ค่อยมีคนขับรถประมาทมีระเบียบวินัยเป็นอย่างมากส่วนทางด้านแม่นั้นก็บอกว่าลูกกินยาอยู่แต่พ่อบอกนะไม่ได้ป่วยแต่อย่างใดส่วนเรื่องโดนลาออกจากงานคิดว่ามันไม่เป็นธรรม

คลิปเหตุการณ์ดังกล่าว

‘ศักดิ์สยาม’ ถอยแล้ว หลังโดนวิจารณ์ยับ! ติด GPS รถยนต์ เสียรายเดือน 300

ล่าสุดหลังจากที่ได้มีการประกาศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับแนวคิดที่ให้รถทุกคันติด GPS ในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลทุกคันซึ่งทางนี้ก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างหนักโดยส่วนใหญ่เห็นข้อขัดแย้งว่าไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้เรื่อง ก็ทำให้มีนักข่าวหลายสำนักเข้าไปสอบถามกับนายศักดิ์สยาม อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้โดยเป็นการตอบเพียงแค่สั้นๆว่าในตอนนี้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ยังไม่พอหรือตอนนี้น่วมแล้วนั่นเอง

และล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ก็ได้มีกะเพิ่มเติมถึงนโยบายในการติดตั้ง GPS ในรถยนต์ส่วนบุคคลว่าเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบกเพราะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงที่ผ่านมานั้นก็ให้เขาเพลงข้าว่ากรมขนส่งทางบกจะมีการศึกษาใน 1 ปีและมีผลการศึกษาออ กมาแล้วทางกรมขนส่งทางบกจะทำต่อหรือไม่ก็เป็นเรื่องของกรมขนส่งทางบกหากไม่ทำก็พับเรื่องไปและส่วนใดทางด้าน นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ก็ได้มีการเปิดเผยถึงนโยบายดังกล่าวนี้ว่า

แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขั้นตอนต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปีและเมื่อมีผลการศึกษาออกมาแล้วจะนำมาใช้ในปฏิบัติจริงหรือไม่นั้นก็ต้องว่ากันอีกทีแต่ได้ทั้งนี้ทั้งนั้นทางกรมขนส่งทางบกจะคำนึงถึงข้อมูลการคุ้มครองการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเป็นหลักด้วยเช่นกัน

ชิมช้อปใช้เฟส 2 มาแล้ว เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนวันละ 1 ล้านสิทธิ์

กำลังกลับมาอีกครั้งกับทับทิมใช้ในระยะที่ 2 หรือเฟส 2 ที่ได้มีรัฐมนตรีกระทรวงการคลังว่าจะมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในอีกครั้งหนึ่งโดยมีข้อมูลดังกล่าวคร่าวๆไว้ว่า

ผู้ลงทะเบียนในเฟสแรกจะได้รับสิทธิ์ประโยชน์เหมือนกับเฟส 2 ได้รับเงินผ่านแอพพลิเคชั่นเป็นเงินจำนวนทั้งหมด 1,000 บาทและสามารถเติมเงินในแอพเป๋าตังเพื่อใช้จ่ายเป็น Cash Back คืนได้ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินที่จะจ่ายไปไม่เกิน 4,500 บาทต่อคนในวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท

และถ้าหากมีการใช้จ่ายผ่านทางแอพพลิเคชั่นเป๋าตังค์เป็นเงินจำนวน 30,000 บาทจะได้รับ Cash Back คืนประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์แต่ไม่เกินประมาณ 4,000 บาทต่อคนโดยชอบธรรมใช้เฟส 2 จะให้ใช้สิทธิ์ถึงเดือนกันยายน 2562 นี้จำกัดลงทะเบียนเพียงแค่ 3 ล้านคนเท่านั้นและจะเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2562 นี้

รอบแรก ลงทะเบียน 06.00 น. จำกัดคนลงทะเบียน 500,000 คน และรอบที่ 2 ลงทะเบียน 18.00 น. จำกัดคนลงทะเบียน 500,000 คน

โดยสามารถเข้าไปลงทะเบียนผ่านทางช่องทางเดิมทางเว็บไซต์โดยการกรอกข้อมูลนั้นก็จะใช้เป็นการกรอกแบบเดียวกับชอปชิมใช้เฟสแรกโดยชอบจิ้มใช้เฟส 2 นะจะไม่มีการลดหย่อนภาษีเพราะไม่ได้เป็นการดึงกรมสรรพากรมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกครั้งยังระบุอีกว่าไม่ได้ให้เงิน 1000 บาทเหมือนเฟสแรกแต่จะได้เป็น Cash Back คืนเงินประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

และถ้าหากใครได้มีการลงทะเบียนช้อปชิมใช้เฟสแรกผ่านทางเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อยแต่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์จะถูกตัดสิทธิ์จำนวน 439,000 คน คนนี้จะสามารถลงใหม่ได้หรือไม่นั้นซึ่งก็อยู่ในขั้นตอนระหว่างพิจารณาอยู่ด้วยเช่นกัน

รัฐฯ ผุดไอเดีย บังคับติดตั้ง GPS รถส่วนบุคคลทุกคัน พร้อมต้องจ่ายรายเดือนทุกคัน

โดยในวันที่ 21 ตุลาคมก็ได้มี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาค ออกมาแสดงความคิดเห็นหลังจากที่มีการเปิดเผยว่ามีการมอบนโยบายแก่กรมขนส่งทางบกว่าให้กรมขนส่งไปศึกษาการกำหนดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถหรือ GPS เพิ่มเติมนอกจากรถสาธารณะ 10 ประเทศที่ถูกบังคับใช้ไปก่อนหน้านี้แล้วเพื่อเป็นการเร่งรถอุบัติเหตุเนื่องจากสามารถควบคุมความเร็วและสามารถตรวจสอบข้อมูลในการขับขี่ได้ เพราะการตั้งด่านสกัดจากเพื่อเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ

ครั้งนี้จะมีการต่อยอดให้รถส่วนบุคคลมีการติดตั้ง GPS เพื่อให้ทางผอ. ได้ศึกษาแต่ราคาอุปกรณ์นั้นและราคาบริการรายเดือนจะต้องไม่แพง โดยจะเริ่มจากรถใหม่ก่อนซึ่งในเดือนนี้ทางปลัดกระทรวงคมนาคมและอธิบดีกรมการขนส่งได้มีการหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อไปดูราคา GPS เพราะในขณะนี้ทราบว่าราคานั้นลดลงจากเดิมแล้วประมาณ 1 หมื่นกว่าบาท ค่าบริการ GPS รายเดือนอยู่ที่ประมาณ 500-700 บาทโดยในปัจจุบันอุปกรณ์ก็ลดลงเหลือเพียงแค่ 3,000 บาทและค่าบริการรายเดือนหรือเพียงแค่ 300 บาทเท่านั้นส่วนลดเก่าก็จะมีมาตรการค่อยๆบังคับใช้ต่อไป

ซึ่งก็ได้เกิดข้อคำถามว่าการบังคับให้รถส่วนบุคคลติดตั้ง GPS การติดตามหรือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ซึ่งในศักดิ์สยามก็ได้มีการกำหนดว่าต้องไปดูกับหมายเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล ฉบับอื่นๆประกอบด้วยแต่ต้องดูว่าผลที่ได้รับจากการติดตั้ง GPR นั้นคืออะไรเพิ่งเห็นว่าการติดตั้งนั้นจะมีผลประโยชน์มากกว่าอย่างน้อยก็สามารถช่วยลดการก่ออาชญากรรมลดลงได้เช่นกัน เช่นการขโมยรถหรือการจำกัดความเร็วรถยนต์จาก GPS ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการลดอุบัติเหตุได้ด้วยเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวนี้จะต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนเสียก่อนว่าเห็นด้วยมากน้อยขนาดไหนแต่บางเรื่องยอมรับว่าอาจจะกระทบต่อสิทธิ์ของประชาชนแต่ถ้าไม่เกิดความเสียหายมากนักและเกิดประโยชน์เพื่อลดอุบัติเหตุและลดความเสียหายประชาชนก็ควรที่จะยอม

อีกไม่นาน! คนไทยจะเป็นเข้าสู่ สังคม ‘ทั้งแก่-ทั้งจน’

ล่าสุดนี้ก็ได้มีสำนักข่าว Bloomberg ของสหรัฐ ไม่มีการอ้างอิงข้อมูลจากสหประชาชาติที่ได้มีการชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศแถวหน้าตัวอย่างที่ทั้งแก่ทั้งจนในเวลาอันไม่ช้าโดยมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในปีพศ. 2573 หรือ 11 ปีนับตั้งแต่นี้ไป

โดยให้เหตุผลว่าเมื่อถึงปีนั้นผู้สูงอายุในเมืองไทยจะมีจำนวน 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดในอัตราการเกิดของไทยจะอยู่ในระดับร้อยละ 1.5 ถือเป็นอัตราเกือบต่ำที่สุดในโลกคนแก่จะเพิ่มขึ้นและมีฐานะทางด้านเศรษฐกิจไม่ดีแต่ก็ไม่มีเด็กเพิ่มขึ้นเพราะมีกำลังผลิตน้อยลง

และในทางสถานการณ์ดังกล่าวนี้จะทำให้ประเทศไทยต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะคนรุ่นใหม่อาจจะแก่ก่อนที่จะมีชีวิตที่ดีส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองของไทยมากยิ่งขึ้น และสำนักดังดังกล่าวนั้นก็ยังมีการบอกอีกว่าตั้งแต่มีการเกิดรัฐประหารครั้งที่ 2 หลังจากปี 2549 ในเรื่องของการแผนการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุและมีฐานะยากจนก็ทำเหมือนกันกับทำผักชีโรยหน้าและรัฐบาลหมายที่ชุมนุมการถึง 19 พรรคการเมืองก็ดูเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรเพื่อรับมือในเรื่องนี้เลย

โดยทางออก 1 ของปัญหานั่นก็คือเปิดรับแรงงานชาวต่างชาติมากขึ้นจากปัจจุบันและแรงงานชาวต่างชาติที่มีจำนวนร้อยละ 10 ของจำนวนแรงงานทั้งหมดปัญหาที่เกิดเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่เป็นอย่างมากเพราะระบบสาธารณสุขของประเทศไทยมีต้นทุนที่เพิ่มโดยเฉลี่ย 12% ต่อปีแต่รายได้ของประชากรกับไม่สมดุลและมากไปกว่านั้นระบบประกันสังคมของไทยก็ไม่มีการปรับปรุงทางด้านภาษีและเงินจะหมดภายใน 15 ปีเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างมากสำหรับอนาคตที่จะเกิดอยู่อันไหนอันใกล้นี้

ชีวิตสุดลำบาก หนุ่มตกงาน พาลูกเดินข้ามจังหวัดหางานใหม่ เจอคนดีช่วยไว้

โดยในล่าสุดนี้ก็ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า Mam Mam เธอนั้นได้มีการโพสต์ภาพลงในกลุ่มพัทยาทอล์คโดยมีข้อความไว้ว่าใครพอจะมีที่พักชั่วคราวให้กับครอบครัวนี้บ้างพวกเขาเดินมาจากข้าวหลามไม่ได้พักมาแล้วตลอด 2 วันไม่ได้กินข้าวไม่ได้นอนเห็นเดินอยู่ข้างถนนจึงลองโทรถามและเขาก็บอกว่าเขาโดนเถ้าแก่ไล่ออกจากงานแถวถนนข้าวหลามเลยกะจะเดินหางานที่ระยองตอนนี้รู้สึกสงสารเด็กๆเป็นอย่างมากถ้าหากใครมีงานแนะนำก็ช่วยแนะนำที

หลังจากที่มีเหตุการณ์ดังกล่าวออกไปนี้ก็ทำให้มีผู้คนในโลกโซเชียลมีเดียในพื้นที่ชลบุรีต่างเข้ามาและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และในล่าสุดนี้ นายสมปองอายุ 33 ปี ซึ่งเป็นชาว อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี เป็นชายผู้เป็นพ่อที่ได้เดินเท้ามาพร้อมกับลูกๆจนเป็นข่าวนั้น ได้มีการเล่าเหตุการณ์ของการที่จะต้องเดินเท้าอยู่อย่างนี้ว่า

ตัวเองนั้นก่อนหน้านี้เป็นลูกจ้างทำงานอยู่ที่ร้านเครื่องปั้นดินเผาใน อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรีโดยอาศัยอยู่กับลูกชาย 2 คนพักอาศัยอยู่ในที่ทำงานโดยลูกชายอายุ 6 ขวบเรียนหนังสืออยู่ในพื้นที่ด้วยส่วนภรรยาของตนนั้นก็ได้เลิกรากันไปนานแล้วแต่เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมาตัวเองได้เดินทางไปทำธุระและกลับมาทำงานไม่ทันเวลา จึงทำให้เถ้าแก่นั้นรู้สึกไม่พอใจ และออกจากงานอย่างกะทันหันจนทำให้ตนนั้นต้องเก็บข้าวของออกจากที่พักอาศัยตน จึงตัดสินใจพาลูกทั้งสองออกเดินเท้ามาจากบริเวณถนนข้าวหลามชลบุรีตั้งใจมุ่งหน้าไปสู่จังหวัดระยองเพื่อที่หางานใหม่ทำ

แน่นอกจากนี้ก็ยังมีกล่าวต่ออีกว่าตนกับลูกๆนั้นออกเดินเท้ามาตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคมหลังจากที่ตกงานและไม่มีที่อยู่อีกทั้งไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาทจึงทำให้มีแม้กระทั่งค่าเงินเดินทางหรือการซื้อข้าวให้ลูกกินจึงได้ออกเดินเท้าไปและก็ไม่ต้องการเข้าขอความช่วยเหลือเลขอะไรขอเงินจากคนอื่นมาซื้อข้าวกินแต่อย่างใดโดยในขณะเดียวกัน น.ส.ปภาวรินทร์ อายุ 18 ปี ผู้ที่เป็นผู้พบเห็นครอบครัวทั้งสามคนนี้ก็ได้มีการกล่าวว่า

ขณะที่ตัวเองนั้นกำลังเดินทางอยู่ริมถนนสุขุมวิทบริเวณแยกบ้านอำเภอ เมื่อพบเห็นก็รู้สึกสงสารจึงได้เข้าสอบถามจึงทำให้ทราบรายละเอียดทั้งหมด ก่อนที่จะได้เข้าช่วยเหลือในเบื้องต้นและนำข้อมูลมาโพสต์บนโลกโซเชียลรวมถึงทางเพจต่างๆ ในพื้นที่และจึงทำให้มีผู้คนต่างเข้ามาให้ความสนใจและอยากจะช่วยเหลือกันเป็นอย่างมากและหลังจากที่โพสต์ข้อความต่างๆ ออกไปนั้นก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย และมีผู้ที่ชอบติดต่อความช่วยเหลือพร้อมกับมีการแชร์โพสเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดนี้ก็ได้มีผู้ใจบุญนั่นก็คือ คุณนันท์ธิดา เป็นเจ้าของคาร์แคร์ ที่ได้มีการติดต่อกลับมายังเจ้าของโพสต์เพื่อขอรับ 3 พ่อลูกนี้มาพักอาศัยและรับเข้าทำงานอยู่ที่คาร์แคร์ในอำเภอเมืองพัทยาส่วนลูกชายทั้งสองทางผู้ใจบุญก็จะมีการประสานงานให้กับโรงเรียนเพื่อหาเรียนหาที่เรียนให้กับเด็กๆได้มีการศึกษาต่อไปเพื่อจะไม่เสียโอกาสทางการศึกษา