เกษตรกรร้อง บริษัทแชร์ลูกโซ่ หลอกเลี้ยงกุ้งเครฟิช ไม่รับซื้อตามนัด เสียหายกว่า2พันคน

วันที่ 29 ก.ย. นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ได้พาผู้เสียหายหลังถูกหลอกให้เลี้ยงกุ้งก้ามแดง หรือเครฟิช กว่า 20 ราย เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้ทางนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และนำสืบสู่การดำเนินคดีกับประธานสหพันธ์กุ้งก้ามแดง ใน จ.นครราชสีมา และผู้เกี่ยวข้อง ในข้อหาหลอกลวงชักชวนให้มาลงทุนเลี้ยงกุ้งก้ามแดง มูลค่าความเสียหาย จำนวนกว่า 30 ล้านบาท

โดยมีนายมุรธาธีร์ รักชาติเจริญ รอง ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนางสาวปัณฑารีย์ โชรัมย์ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม ฯ ร่วมรับฟังปัญหา และรวบรวมเอกสารร้องทุกข์ของผู้ร้องเรียน จากนั้นนายมุรธาธีร์ ฯ รอง ผวจ.นครราชสีมา ได้กล่าวกับผู้ร้องเรียนว่าจะดำเนินการมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างชัดเจน รวมทั้งให้มีการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

 


นายสามารถ ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ร้องเรียนที่เดินทางมาในวันนี้ เป็นตัวแทนสมาชิกเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ทั่วประเทศ ที่มีจำนวนกว่า 2,800 ราย ถูกหลอกให้นำเงินมาลงทุนเลี้ยงกุ้งก้ามแดง เมื่อช่วงต้นปี 2559 โดยอ้างว่าตัวว่าเป็นสหพันธ์กุ้งก้ามแดง แล้วเปิดเพจในเฟซบุ๊ก ชักจูงให้ไปหาสมาชิกเข้ามาลงทุนซื้อลูกกุ้งก้ามแดงขนาด 1 นิ้วไปเลี้ยง ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ มีเงินลงทุนตั้งแต่รายละ 15,000-50,000 บาท ในลักษณะมีตัวแทนเครือข่ายระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อส่งต่อให้กับบริษัทที่ถูกอ้างว่าเป็นบริษัทใหญ่มีชื่อเสียง และมีเงินทุนรับซื้อกุ้ง

 

 

เมื่อบรรดาผู้เสียหายหลงเชื่อมาสมัครลงทุน ปรากฏไม่ได้รับกุ้งไปเลี้ยง หรือ ขายกุ้งไม่ได้ตามที่สัญญาไว้ บางรายต้องเสียเงินค่าขุดบ่อ ทำบ่ออีกหลายแสนบาท ขณะนี้ผู้เสียหายเดือดร้อนมาก เพราะต้องการหารายได้สุจริตทำเพื่อเป็นรายได้เสริม จึงร้องทุกข์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ที่มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานอนุฯ ในการยุติความเสียหายต่อประเทศชาติ และประชาชน ที่นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการมาให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม ฯ แล้วกว่า 30 ราย

 

 

ด้านนายบุญชู แววกระโทก อายุ 49 ปี เจ้าของบ่อกุ้งบุญชูเครฟิชเปิดเผยว่า ตน และครอบครัวนั้นได้ประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งอยู่แล้ว ต้องการขยายตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ จึงสมัครเป็นสมาชิกด้วยเงิน 15,000 บาท ไม่ได้รับพันธุ์กุ้งมาเลี้ยงแต่อย่างใด เพียงขอสิทธิ์ในการส่งจำหน่ายแก่บริษัท ฯ ที่อ้างตัวว่าสามารถรับซื้อกุ้งได้ในปริมาณมาก และมีราคาดีกว่าท้องตลาด แต่หลังจากต้องใช้เวลาเลี้ยงกุ้งนานกว่า 4-6 เดือน จนกุ้งโตได้ขนาด 4-6 นิ้ว ราคา 400 -600 บาท แต่มีการรับซื้อจริง เพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น ภายหลังก็ไม่ได้รับซื้อแต่อย่างใด จึงเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผู้กระทำผิดดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่าง หรือไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นอีก

 

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูล : ข่าวสด

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published.