เพิ่มค่าปรับ-ใบสั่งแบบใหม่ ปฏิเสธข้อกล่าวหาได้ เริ่มใช้เดือนพ.ย.นี้

ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ข้อกําหนดเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร เรื่อง กําหนดแบบใบสั่งของเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ และใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2560 แล้ว เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา พูดแบบเข้าใจง่ายๆ สำหรับคนใช้รถใช้ถนนที่ไม่จัดเจนศัพท์เทคนิคทางกฎหมาย ข้อกำหนดที่ประกาศมานั้น เป็นการกำหนด “รูปแบบใบสั่งใหม่” ซึ่งเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการเขียนและรูปแบบที่ใช้ส่งทางไปรษณีย์ มีการเพิ่มรายละเอียดต่างๆให้ชัดเจนมากขึ้น อาทิ ใบสั่งแบบเขียนด้วยมือจะมีขนาดเล็กลงและเพิ่มบาร์โค้ด เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลและการชำระค่าปรับ อีกทั้งยังระบุชื่อผู้ออกใบสั่งอย่างชัดเจน

โดยที่ด้านหลังใบสั่งรูปแบบใหม่ได้กำหนดเงื่อนไขการปฏิเสธการกระทำความผิดตามใบสั่งไว้ดังนี้
1. มิได้เป็นผู้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา 2. มิได้เป็นผู้ขับขี่ในขณะที่เกิดเหตุ 3. รถยนต์คันที่เกิดเหตุมิใช่รถยนต์ของท่าน
และให้ผู้ได้รับใบสั่ง นำใบสั่งและพยานหลักฐานไปแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบสั่ง หรือแจ้งต่อพนักงานสอบสวน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับใบสั่ง ซึ่งหากผู้ได้รับใบสั่งไม่ได้กระทำผิดจริงจะดำเนินการยกเลิกให้ขณะที่ในปัจจุบัน ใบสั่งที่ส่งทางไปรษณีย์ ดีเดย์ใช้พร้อมกันแล้วทั่วประเทศ โดยจะมีข้อมูลการบันทึกคะแนนใน 27 ข้อหาหลัก เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเก็บสถิติข้อมูลการกระทำผิดต่างๆ ได้อย่างชัดเจน
ประเด็นต่อมามีการปรับเกณฑ์ค่าปรับใหม่ รายละเอียดดังนี้ ตัวอย่างข้อหาสำคัญ ได้แก่ ข้อหาเกณฑ์ค่าปรับอัตราโทษปรับตามกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวหรือไม่อาจแสดงต่อเจ้าพนักงานเมื่อขอตรวจ (เพิ่มใหม่ ตาม ม.31/1)200 ปรับไม่เกิน 1,000บาทไม่สวมหมวกนิรภัย 400 ปรับไม่เกิน 500 บาท จอดรถในที่ห้ามจอด 400 ปรับไม่เกิน 500 บาท ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด 500 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ฝ่าไฟแดง 500 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรที่ปรากฏในทาง (เช่น Lane Change) 500ปรับไม่เกิน 1,000 บาทใช้โทรศัพท์ในขณะขับรถ 500 ปรับตั้งแต่ 400 – 1,000 บาท ใช้รถควันดำเกินกำหนด 1,000 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
​สำหรับเกณฑ์ค่าปรับตามประกาศฉบับนี้ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.63 เป็นต้นไป และเรื่อง กำหนดแบบใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร พ.ศ.2563 มีผลวันที่ 1 พ.ย.63