อดีตผู้ใหญ่บ้านสุรินทร์เจ๋ง! คิดสูตรปุ๋ยอินทรีย์ขายเอง คุณภาพเท่าปุ๋ยเคมี พร้อมทำเกษตรผสมผสาน

วันที่ 3 ส.ค. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ไปพบนายสุรพล สอนดี อายุ 51 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านสำโรง ม.9 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ หลังพบว่า มีความสามารถไม่ธรรมดา โดยเฉพาะความสามารถด้านการเกษตร ถึงแม้จะจบเพียงชั้น ป.6 ก็ตาม แต่กลับไม่ย่อท้อ สามารถศึกษาเรียนรู้ บริหารจัดการปลูกพืชเกษตรผสมผสานและเลี้ยงปลาในพื้นที่ 8 ไร่ด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จ และถูกแต่งตั้งให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมเกษตรผสมผสาน ตั้งอยู่เลขที่ 98 บ.สำโรง ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์

โดยภายในสวนในพื้นที่ 8 ไร่ สามารถแบ่งพื้นที่ขุดสระเลี้ยงปลาบึก เลี้ยงกบ ขายพันธุ์กบพันธุ์ปลา ทำนาปลา เลี้ยงไก่ รวมทั้งพืชเกษตรต่างมากมาย อาทิ กล้วย มะนาว ข่า ตะไคร้ ไผ่ มะพร้าว ปลูกหญ้าเนเปียร์ เป็นอาหารสัตว์ และอีกหลากหลายชนิด จนสามารถนำไปจำหน่าย พร้อมบริจาคงานบุญ งานกุศลส่วนรวมและไว้กินในครัวเรือนอย่างเพียงพอ นอกจากนี้แล้วยังสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพสูงใช้เอง และเหลือจำหน่ายให้กับเกษตรในราคาถูกอีกด้วย

สำหรับปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าว เป็นปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด ที่คิดค้นสูตรด้วยตนเอง และถือว่าเป็นสูตรที่มีที่นี่ที่เดียว และมีคุณภาพธาตุอาหารสูง ด้วยส่วนประกอบที่ใช้ต่างจากที่อื่น คือ รำพวนข้าว หมัก 1-2 เดือน ก่อนจะผสมกับมูลไก่แล้วอัดเม็ดบรรจุกระสอบ 50 ก.ก.จำหน่ายในราคาถูกกว่าปุ๋ยเคมี 3-4 เท่าตัว ในราคากระสอบละ 230 บาทเท่านั้น ภายใต้ชื่อยี่ห้อ พ.การเกษตร ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายด้วยตนเอง จากการริเริ่มทำปุ๋ยหมักใช้เองในครัวเรือน จนกลายเป็นโรงงานขนาดย่อมก็ว่าได้ เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์มูลไก่อัดเม็ดคุณภาพ เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรทั่วไปในราคาถูก ซึ่งล็อตแรกจำหน่ายไปได้แล้วกว่า 2 พันกระสอบ สร้างรายได้ให้กับอดีตผู้ใหญ่บ้านตัวอย่างเกือบถึงหลักล้านบาทเลยทีเดียว ไม่พอเท่านั้นยังทำปุ๋ยน้ำ หรือน้ำหมักชีวภาพ จำหน่ายลิตรละ 15 บาทอีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านตัวอย่างที่ดีของประชาชน สามารถพัฒนาและเคยนำหมู่บ้านเดินหน้า จนได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลที่ 1 ในการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับปี 2557 ,หมู่บ้านผ่านมาตรฐานชุมชน ปี 2552,ผู้ใหญ่บ้านดีเด่นระดับอำเภอ 2552 ,กรรมการหมู่บ้านดีเด่น รองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับจังหวัด ปี 2553 ,ได้รับคัดเลือกเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ 84พรรษา ปี 2554 ,หมู่บ้านสุขภาพดีวิถีไทย ชนะเลิศ 2 ปีซ้อน ปี 2555-2556,และหมู่บ้านผ้าฝ้ายทอมือสีธรรมชาติ โอท็อป 5 ดาว ปี 2553 และปี 2555

 

นายสุรพล สอนดี อดีตผู้ใหญ่บ้านสำโรง กล่าวว่า ตนเองทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ที่พึ่งทำจำหน่ายให้กับกลุ่ม องค์กร เกษตรกรต่างๆ พึ่งเริ่มทำอย่างจริงจังปีนี้ ตนทำการเกษตรมา ก็ศึกษาเรื่องปุ๋ยอินทรีย์มาโดยตลอด จึงคิดทำเรื่องนี้ เพราะเป็นทางเลือกทางหนึ่ง เนื่องจากปุ๋ยเคมีต่างๆคงไปไม่รอด เพราะระบบดินต่างๆเริ่มมีปัญหาต่อการปลูกพืช ส่วนสูตรที่มาทำปุ๋ยอินทรีย์นั้นเริ่มจาก ตนเองได้ปลูกยางพาราไว้ 70-80 ไร่ โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเลย เราใช้แต่ปุ๋ยมูลไก่ มูลสัตว์อย่างเดียว ซึ่งสังเกตพบว่าการงอกงาม การเจริญเติบโตนั้นดีกว่าปุ๋ยเคมี และความแตกต่างปุ๋ยที่ตนผลิตกับปุ๋ยอินทรีย์อื่นๆ ส่วนมากใช้ขี้วัวขี้ควายกัน แต่ตนใช้ขี้ไก่อย่างเดียว เพราะธาตุอาหาร หรือธาตุไนโตรเจน ในขี้วัวขี้ควาย จะมีอยู่ประมาณ 2 % แต่มูลไก่จะมีไนโตรเจนอยู่ที่ 8 % ส่วนขี้ค้างคาวจะมีไนโตเจนอยู่ที่ 13 % มูลสัตว์ปีกจะมีไนโตรเจนสูงกว่า ตนสั่งมูลไก่มาจากพื้นที่ จ.นครราชสีมา ก่อนจะมาผสมกับรำพวน หมัก 1-2 เดือนก่อนจะอัดเม็ด สำหรับรำพวนนั้นมีส่วนประกอบของ รำอ่อน จมูกข้าว ข้าวปลาย เม็ดหญ้า ฝุ่นเปลือกข้าว ซึ่งเหล่านี้จะมีคุณภาพและธาตุอาหารสูงอยู่แล้ว สาเหตุที่ตนเองใช้รำพวนผสมมูลไก่นั้น เพราะเคยนำรำพวนไปกองไว้ทำปุ๋ยที่สวนยางพารา เมื่อฝนตกลงมาน้ำได้ชะรำพวนไปในสวนยาง และพบว่าดินเป็นสีเขียว ต้นยางเจริญเติบโตดี จึงมีความคิดนำรำพวนมาผสมกับมูลไก่ดังกล่าว

หลังจากผลิตปุ๋ยอินทรีย์มูลไก่อัดเม็ดผสมรำพวนแล้ว ชาวบ้านก็นำไปใช้ดู ก็พบว่าพืชต่างๆสามารถเจริญเติบโตได้ดี และต่างบอกว่าความเข้มข้นของปุ๋ยสูตรนี้พอๆกับปุ๋ยเคมี ส่วนความแตกต่างของราคาปุ๋ยอินทรีย์มูลไก่อัดเม็ด ขายราคากระสอบละ 230 บาท ต่อ 50 กิโลกรัม ส่วนปุ๋ยเคมีน้ำหนักเท่ากันเริ่มต้นกระสอบละ 500- 1 พันบาทขึ้น ส่วนมากจะเป็นเกษตรกรในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ที่เริ่มซื้อไปใช้มากขึ้นและเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งขณะนี้เกษตรกรเริ่มให้ความสนใจมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์กันมากขึ้นแล้ว นอกจากนี้ ตนเองยังรับส่งวัตถุดิบส่วนผสมปุ๋ยอินทรีย์ต่างให้กับโครงการ 9101 ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆที่สั่งมาแล้วแต่ว่าใครจะเขียนโครงการทำปุ๋ยอะไร เมื่อสั่งตนเองมา ตนก็จะขนวัตถุดิบต่างๆ อาทิ มูลไก่ มูลวัว มูลควาย แกลบดำ แกลบดิบ น้ำหมักและกากน้ำตาลไปให้ หากเกษตรกรสนใจปุ๋ยอินทรีย์ก็สามารถโทรศัพท์มาติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ของตนเอง หมายเลข 0986595605

ที่มา มติชน

 

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *