กรมประมง แถลงโต้ข่าวลือ กินปลานิลทำให้เกิดโรคมะเร็ง และมีการตัดแต่งพันธุกรรม ปลานิล GMO ไม่เป็นความจริง

กรมประมง แถลงโต้ข่าวลือ กินปลานิลทำให้เกิดโรคมะเร็ง และมีการตัดแต่งพันธุกรรม ปลานิล GMO ไม่เป็นความจริง

จากกรณีที่สื่อโซเชียลมีการเผยแพร่ข้อมูลโดยอ้างว่า ในการเลี้ยงปลานิล มีระบบการเพาะเลี้ยงที่ทำลายธรรมชาติ รับประทานแล้วเป็นอันตรายต่อร่างกาย เนื่องจากมีไขมันไม่ดีในปริมาณสูง และมีสารตั้งต้นทำให้เกิดโรคมะเร็ง ตลอดจนมีการดัดแปลงตัดแต่งพันธุกรรมให้กลายเป็นปลานิล GMO สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้บริโภคนั้น

ล่าสุดวันนี้ (22 ก.ย. 60) เวลา 14.00 น. ดร.อดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง และรองศาสตราจารย์ ดร.เชษฐพงษ์ เมฆสัมพันธ์ คณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าว ในหัวข้อ “กรมประมง…มั่นใจบริโภคปลานิลปลอดภัยไร้โรค” เนื่องจากเกรงว่า การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่เลี้ยงปลานิล ตลอดจนผู้บริโภคที่อาจจะไม่มั่นใจในการบริโภคปลานิล

ทั้งนี้ ปลานิล เป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นปลาน้ำจืดที่มีผลผลิตเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยการผลิตปลานิลของไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางด้านอาหาร ซึ่งที่ผ่านมา กรมประมงได้ผลักดันให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงมีการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี มีระบบบริหารจัดการฟาร์ม เพื่อยกระดับการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

ส่วนการใช้ยาและสารเคมีในการรักษาโรคสัตว์น้ำ กรมประมงมีความเข้มงวดในการอนุญาตให้ใช้ยาและสารเคมีในปริมาณที่เหมาะสมตามความจำเป็น รวมทั้งยาที่เลือกใช้จะต้องผ่านการขึ้นทะเบียนภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข และยังมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำในการเลี้ยง พร้อมสุ่มตรวจสารตกค้างในฟาร์มที่เพาะเลี้ยงอีกด้วย

นอกจากนี้ ปลานิล ยังเป็นปลาที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีโปรตีนสูง และมีคุณภาพดีเหมือนเนื้อสัตว์ มีกรดอะมิโนและกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายและร่างกายยังไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ต้องบริโภคอาหารซึ่งมีสารอาหารเหล่านี้ แต่เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดดังนั้นในการบริโภคต้องรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ปลานิล ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกโดย สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้ทรงจัดส่งมาทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 50 ตัว จากนั้น กรมประมง ได้นำไปขยายพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์จึงเป็นปลานิลจิตรลดารุ่นที่ 1 เพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรที่สนใจนำไปเพาะเลี้ยง

และได้ปรับปรุงสายพันธุ์เพื่อให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ตอบสนองความต้องการของตลาด จนปัจจุบันสามารถผลิต ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 4 ได้เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้การปรับปรุงพันธุ์ดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตัดแต่งพันธุกรรม หรือ GMO แต่อย่างใดจึงขอให้ผู้บริโภคมั่นใจได้

ที่มา MThai

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *