แถลงแล้ว เรือดำน้ำ มีประโยชน์ คุ้มค่ามาก ราคาเหมาะสม

สำหรับประเด็นเรือดำน้ำ ราคา2.25 หมื่นล้านนั้น พลเรือโท ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการกองทัพเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ ยืนยันว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำนั้นเป็นไปตามขั้นตอน แต่มีนักการเมืองบางคนนำเรื่องนี้ไปเป็นเหยื่อทางการเมือง เพื่อให้เกิดความวุ่นวายว่าเป็นการใช้เงินจำนวนมากอย่างฟุ่มเฟือย
ตนมองว่าเป็นการให้ข่าวทางการเมือง เอาไปเป็นประโยชน์ด้านการเมืองอย่างเห็นแก่ตัวที่สุด เรื่องค่าใช้จ่ายเป็นการจัดซื้อตามวงรอบปี มีการชำระตามงวดงานหลังจากกลายเกี่ยวกับการช็อปปิ้งซื้อของเล่นของกองทัพ ของเล่นที่ราคาไม่ใช่เล่น ๆ ไม่รู้เหมือนกันทำไมต้องรีบซื้อในขณะที่เศรษฐกิจเองติดลบถึง -12% เงินในคลังไม่พอจ่าย จนต้องกู้ แต่กองทัพที่เที่ยวพร่ำบอกใครต่อใครว่ารักชาติ กลับใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ในขณะที่ประชาชนแทบไม่มีอะไรจะกินเป็นหนี้เป็นสิน และประชาชนในประเทศนี้ต้องรวมกันใช้หนี้ที่เกิดจากรัฐบาลชุดนี้ ราว ๆ 70-80 ปีถึงจะหมด 6 ปีกับการบริหารงานที่เรียกได้ว่า ผลาญแต่งบ หาเงินไม่เป็น อ้างแต่วิกฤตโควิดทำให้เกิดนั่นโน้นนี่ รวมถึงอ้างว่าเป็นผลพวงของทักษิณ ซึ่งก็น่าขำดี แต่น้ำตาก็ไหลเพราะทำอะไรไม่ได้กับสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลที่หน้าหนา ยิ่งกว่าแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีประเด็นอื้อฉาวมากมาย แต่ก็รอดมาทุกครั้งไป ไม่ให้รอดได้ไง คนที่สอบสวนก็พวกกัน ตั้งกันมาทั้งนั้น หมาที่ไหนมันจะกัดเจ้าของละ..ว่าไหม

ขณะเดียวกัน พลเรือโท เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ยืนยันว่า การจัดหาเรือดำน้ำอีก 2 ลำ งบ 2.25 หมื่นล้านบาท เทียบไม่ได้กับความคุ้มค่า คุ้มซะอย่างกว่าคุ้ม ในการปกป้องผลประโยชน์ในทรัพยากรทางทะเลของไทยที่มีกว่า 24 ล้านล้านบาท คิดเป็นแค่ 0.093 % เท่านั้น

ในประเด็นดังกล่าวหลายฝ่ายต่างร่วมกันชะลอประเด็นการซื้อเพราะเนื่องจากในสัญญาเองก็ไม่ได้บังคับกรอบระยะเวลาแต่อย่างใด รวมถึงเศรษฐกิจแบบนี้ การใช้งานควรซื้อแต่สิ่งที่จำเป็น ไม่ใช่เอามาใช้จ่ายกับสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์แบบนี้ ซึ่งมีค่าเสื่อม ค่าบำรุงรักษาก็แพง อีกครั้งโลกปัจจุบัน ไม่มีใครเขาสู้กันด้วยอาวุธหนักแล้ว แต่ก็อย่างที่ทราบ ยังดันทุรังซื้ออยู่ดี พูดง่าย ๆ ง่ายมา งบมี ไม่ใช้ได้ไง ส่วนเหตุผลก็ค่อยหาเอาทีหลัง ฟังแล้วปวดหัว ประชาชนไทยนั่งหลับตาปริบ ๆ เพราะทำอะไรไม่ได้