เด็กไม่น่าคิดเอง เชื่อต้องมีเบื้องหลังม็อบต้านนายก

เชื่อว่าไม่ได้เป็นกระแสแน่นอน สำหรับเด็ก ๆ เยาวชนที่ออกมาชู 3 นิ้วเชิงสัญลักษณ์หรือแม้กระทั่ง ชูกระดาษเปล่า ผูกริบบิ้นขาว ก็ตาม นั่นเป็นการแสดงออกของเด็ก ๆ ซึ่งเด็กสมัยก่อนกับเด็กสมัยนี้ไม่เหมือนกัน เด็กสมัยนี้มีการเข้าถึงข้อมูลและวิเคราะห์เหตุการต่าง ๆ ซึ่งต้องบอกว่าเก่งกว่าผู้ใหญ่เยอะ ในแง่ของการคิดวิเคราะห์และหาแหล่งข้อมูล เด็กมันรับรู้เรื่องราวมากมายในสังคม อาทิเช่น สว250 ใครแต่งตั้ง ,ใครที่แถ-ลง เรื่องนาฬิกาเพื่อนแหวนแม่, ใครที่เป็นเผด็จการยึดอำนาจ, ออกคำสั่งจับคนเห็นต่าง ในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้น เด็กมันรู้เพราะนี่มันยุคแห่งข่าวสารข้อมูล ฉะนั้นปล่อยให้เด็กแสดงออกเถอะ อย่าไปบิดกั้น แต่ยังมีไดโนเสาร์บางพรรคบางคนที่รับไม่ได้ ออกมาดิ้นกัน อย่างเช่นประเด็นนี้ วันนี้ สส.พลังประชารัฐ(พปชร.) นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้กล่าวหา การชุมนุมของคณะประชาชนปลดแอก ว่า “เป็นการชุมนุมของนักเรียนชั้น ม.1-4 มาจากการติดตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ยกตัวอย่างลูกสาวของตนอยู่ ชั้น ม.3 มีความคิดทางการเมืองเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยช่วยเดินแจกใบปลิวหาเสียง แต่ปัจจุบันวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่า ถ้านายกฯ คนปัจจุบันยังอยู่ เรียนจบแล้วจะไม่มีงานทำ ทั้งที่เยาวชนไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง”
นายสายัณห์ กล่าวต่อว่า “ความเคลื่อนทางการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ ตนไม่เห็นด้วยและเชื่อว่าเด็กมัธยมศึกษายังคิดเองไม่ได้ เพราะตนเมื่อตอน ม.3 ยังไถนาอยู่กับควาย และที่พูดมาทั้งหมดด้วยความเป็นห่วงลูกๆ คนอื่น หากปรากฏการณ์นี้ลุกลามไปทั่วประเทศจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเยาวชน และเชื่อว่านักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหวมีผู้อยู่หลังอย่างแน่นอน จึงอยากให้คนอยู่เบื้องหลังรับผิดชอบ พร้อมกับขอให้นายธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ชี้แจงความหมายของการชู 3 นิ้ว ซึ่งตนมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของลูกเสือสามัญ เป็นท่าแสดงความเคารพ ที่เรียกว่าวันทยาหัตถ์ หมายความว่า ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงอยากให้นายธนาธรช่วยชี้แจงให้ชัดเจน” นายสายัญกล่าวเรื่องต้องก็อย่างที่อ่านนั่นแหละ ความเห็นส่วนตัว เด็กที่เติบโตต่างยุคต่างสมัย ในสมัยนี้เด็กคิดเองได้ มีข้อมูลเยอะแยะให้สืบค้นแต่ผู้ใหญ่นั่นแหละจะใจกว้างยอมรับหรือเปล่า กับเรื่องราวที่เนาะเฟะซุกอยู่ได้พรม ที่ผู้ใหญ่ใวัยใกล้เข้าโลงนั้นกลัวนักกลัวหนา พอเด็กตั้งคำถามด้วยเหตุผลแบบมีตรงไปตรงมา ผู้ใหญ่กลับพยายามปิดกั้น ไม่ยอมรับโดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ แบบนี้เขาเรียกผู้ใหญ่แต่ตัวแต่สมองกลวง