You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > ศรีสะเกษแขวนประตู 2 เขื่อนกั้นแม่มูลเร่งระบายน้ำ รับมือมวลน้ำเหนือทะลัก ท่วมแล้ว 9 อำเภอ

ศรีสะเกษแขวนประตู 2 เขื่อนกั้นแม่มูลเร่งระบายน้ำ รับมือมวลน้ำเหนือทะลัก ท่วมแล้ว 9 อำเภอ

 

ศรีสะเกษ- สั่งแขวนประตูระบายน้ำ 2 เขื่อนกั้นแม่น้ำมูล จ.ศรีสะเกษ ปล่อยให้ไหลตามธรรมชาติ เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง จ.อุบลฯ เตรียมรับมือมวลน้ำเหนือไหลหลากลงมาจากโคราช บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ขณะ 9 อำเภอ ยังถูกน้ำท่วมไร่นาจมใต้น้ำกว่า 1 แสนไร่ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย
วันนี้ ( 3 ส.ค. ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่างเขื่อนราษีไศล อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ นายภานรินทร์ ภาณุพินทุ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง ได้สั่งการให้เปิดประตูระบายน้ำของเขื่อนราศีไศล โดยแขวนประตูระบายน้ำทั้ง 7 บานไว้ และ ได้แขวนประตูระบายน้ำทั้ง 14 บาน ของเขื่อนหัวนา ที่ อ.กันทรารมย์ ซึ่งเขื่อนหัวนาเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดของ จ.ศรีสะเกษ ด้วยเช่นกัน เพื่อปล่อยให้น้ำไหลตามธรรมชาติ

ทั้งนี้เพื่อทำการเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำมูลบริเวณด้านเหนือเขื่อนทั้ง 2 แห่งไปตามแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อรองรับปริมาณน้ำใหม่ที่จะไหลหลากมาจาก จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยในช่วงนี้ระดับน้ำของแม่น้ำโขงบริเวณ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ยังต่ำกว่าตลิ่ง 2.50 เมตร จะเป็นผลดีต่อการระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ลงสู่แม่น้ำโขงได้สะดวกยิ่งขึ้นและเป็นการบรรเทาทุกข์ภัยที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ

โดย นายเมธี สุพรรณฝ่าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งการให้นายอำเภอทุกพื้นที่ที่มีพื้นที่อยู่ติดกับลุ่มน้ำมูล ให้แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ เนื่องจากปริมาณน้ำมากขึ้น โดยให้นายอำเภอท้องที่ประสานงานการปฏิบัติกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือดูแลประชาชนได้ทันท่วงที

 


ทางด้าน นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมรับมวลน้ำจากจังหวัดใกล้เคียงที่จะไหลเข้ามาสู่เขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และนายอำเภอทั้ง 22 อำเภอ เข้าร่วมประชุมพร้อมกับรายงานสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในแต่ละพื้นที่และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ได้รับผลกระทบรวม 9 อำเภอ คือ อ.กันทรลักษ์ ขุนหาญ โนนคูณ น้ำเกลี้ยง พยุห์ ไพรบึง ภูสิงห์ ศรีรัตนะ และ อ.เบญจลักษ์ รวม 62 ตำบล 467หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 17,194 ครัวเรือน 65,611 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 รายที่ อ.วังหิน 1 ราย อ.ปรางค์กู่ 1 รายและ อ.กันทรารมย์ 1 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตที่ อ.วังหิน ได้มอบเงินให้การช่วย 30,000 บาท และมีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบ 423 หลัง ถนนได้รับผลกระทบ 108 สาย แต่ราษฎรยังสามารถสัญจรไปมาได้ พื้นที่การเกษตรจมใต้น้ำประกอบด้วยนาข้าว 121,120.72 ไร่ และ พืชไร่ ยางพารา 13 ไร่ พืชสวน 15 ไร่ บ่อปลา จำนวน 30,000 ตัว รวม 3 บ่อ

 


ทางด้าน นายวิบูลย์ กิ่งสุวรรณ นายอำเภอน้ำเกลี้ยง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่วันนี้ ถนนเชื่อมระหว่างบ้านลุมภู ม.2 ต.น้ำเกลี้ยง อ.น้ำเกลี้ยง กับ บ้านผักขะย่าใหญ่ ต.โพธิ์ อ.โนนคูณ น้ำจากลำห้วยขะยูง ได้ท่วมขังในบางช่วงถนนสูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร (ซม.) ระยะทางประมาณ 20 เมตร บริเวณช่วงรอยต่อถนนกับสะพาน สามารถใช้สัญจรได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง ถนนบ้านสะพุง ม.6 ต.คูบ อ.น้ำเกลี้ยง ไปถึง ต.บก อ.โนนคูณ น้ำจากลำห้วยขะยูง ยังมีน้ำท่วมขัง เนื่องจากมีถนนช่วงที่เป็นลูกรังระยะทางประมาณ 25 เมตร ที่เสียหายจากน้ำท่วมบางส่วน

นอกจากนี้ถนน บ้านสะพุง ม.6 ไปยังบ้านหนองแวง ม.5 ต.คูบ อ.น้ำเกลี้ยง ระดับน้ำลดลงปกติ สามารถสัญจรไปมาได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเนื่องจากผิวถนนขรุขระ เนื่องจากเป็นถนนดิน และได้แจ้งให้ อบต.คูบ สำรวจแก้ไขแล้ว ซึ่งเส้นทางดังกล่าวประชาชนสามารถใช้เส้นทางเลี่ยง ทางสำรอง เป็นถนนหินคลุกสัญจรได้สะดวกกว่า ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : manager.co.th

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top