เปิดหลักฐานชัด!! ตร. รีดส่วยเดือนละ 3 หมื่น ทหารนำตัวผู้เสียหายแจ้งความ อึ้งหนัก ตร.ท้องที่บอกไม่รู้แจ้งข้อหาอะไร!?

เปิดหลักฐานชัด!! ตร. รีดส่วยเดือนละ 3 หมื่น ทหารนำตัวผู้เสียหายแจ้งความ อึ้งหนัก ตร.ท้องที่บอกไม่รู้แจ้งข้อหาอะไร!?

วันที่ 15 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 อ.คลองหาด จ.สระแก้ว เข้าจับกุมรถกระบะบรรทุกขนกระเทียมลักลอบจากประเทศกัมพูชา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจป่าไม้ 2 นายและพลเรือนซึ่งอ้างว่า เป็นตำรวจบ้านอีกหนึ่งนาย อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งภายหลังทหารพรานได้ทำการสอบสวนตำรวจทั้ง 2 นาย อ้างว่า ได้รับแจ้งว่าจะมีการขนไม้จึงติดตามและตรวจพบเป็นรถกระเทียมหนีภาษีผิดกฏหมาย อยู่ระหว่างประสานศุลกากรมาดำเนินการ ขณะที่ทางทหารพรานระบุว่า เป็นลักษณะการกรรโชกทรัพย์ จึงส่งตัวทั้ง 3 คนให้กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวทั้ง 3 คนไปโดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใดนั้น

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ผู้ค้าผักรายหนึ่ง ซึ่งค้าขายในพื้นที่ตลาดเขาดิน-บริเวณใกล้เคียง สอยดาว จ.จันทบุรี และส่งตลาดในกรุงเทพ ฯ ออกมาเปิดเผยข้อมูลการเรียกรับและจ่ายส่วยให้กับแก๊งตำรวจนอกรีตว่า ถูกชุดตำรวจกลุ่มนี้เก็บส่วยอยู่เป็นประจำ เพื่อเปิดทางให้แม่ค้าที่นำสินค้าต้องห้าม เช่น กระเทียม สามารถนำออกมาตามเส้นทางธรรมชาติได้ โดยมีเจ๊รายหนึ่ง ซึ่งเป็นเครือข่ายรถเป็นผู้จ่ายเงิน โดยให้ตนเองเป็นผู้โอนเงินให้กับกับตำรวจเป็นรายเดือน เดือนละ 30,000 บาท พร้อมทั้งนำสลิปการโอนเงินมาแสดงให้ดูด้วย

“ถ้าคนไหนไม่ยอมจ่าย มันก็จะโทรศัพท์เรียกศุลกากรมาจับกุม หนูขายผักที่ตลาดทรัพย์ตารี ก็มารับกระเทียมจากเขมรไปขายทีละ 5-10 กระสอบ ซึ่งทหารก็อนุโลมให้เพราะไม่มาก แต่ก็ถูกตำรวจกลุ่มนี้ดักจับและแล้วเรียกเงิน จนมีการเคลียร์กับแม่ค้าหลาย ๆ คนและมีการโอนให้เขาทุกเดือนมาหลายปีแล้ว ซึ่งเดือนนี้เพิ่งจะเลยมาแค่วันสองวันเอง” แม่ค้ารายนี้ระบุ

ทั้งนี้ เธอได้นำภาพสลิปจากโทรศัพท์มาเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งปรากฏรายชื่อผู้รับโอนและยอดเงินการโอน 30,000 บาทจริง พร้อมทั้งนำรูปของผู้ที่โอนเงินไปให้ โดยผ่านบัญชีของผู้อื่น นำมาชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย และยังอยากให้เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ ปปช.เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินของกลุ่มตำรวจกลุ่มนี้ด้วย เนื่องจากมีผู้ประกอบการที่ต้องจ่ายส่วยในลักษณะนี้ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 4-5 ราย ซึ่งในการให้ข้อมูลดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานในพื้นที่ร่วมรับฟังด้วย

ขณะที่ นายนรินทร์ สีดา อายุ 30 ปี ผู้ขับรถขนกระเทียมและเจ้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับ สภ.คลองหาด ชาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้รู้สึกหวาดผวามาก เนื่องจากกลัวไม่ได้รับความปลอดภัย หลังตำรวจคลองหาด ปล่อยตัวตำรวจป่าไม้ 2 นายและพลเรือนอีก 1 คนไป ทั้ง ๆ ที่ตนเองได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี ในข้อหาขู่กรรโชกทรัพย์ นอกจากนั้น ยังมีความพยายามที่จะให้ตนเองถอนแจ้งความเรื่องนี้อีกด้วย

นายนรินทร์ เล่าว่า เหตุการณ์ของเมื่อวันก่อน ขณะที่ตนเองกำลังขับรถไปตามถนนสายคลองหาด-วัฒนานคร เมื่อมาถึงบ้านเบญจขร ก็ได้มีรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับตามหลังมา แล้วขับปาดหน้า พร้อมกับมีชายในรถได้ลงมาบอกให้ตนเองเปิดประตูรถ แต่ตนเองไม่กล้าเปิด จึงได้ลดกระจกเล็กน้อย ชายคนดังกล่าวได้สั่งให้ส่งโทรศัพท์ 2 เครื่องให้กับเขา ด้วยความกลัวจึงส่งโทรศัพท์ให้ไป เพราะเขาพยายามจะดึงประตูรถให้เปิดออก

“ที่แรกคิดว่า ทั้ง 3 คน จะมาดักปล้น เนื่องจากทั้ง 3 คนไม่ได้แต่งเครื่องแบบตำรวจ ไม่มีการพกบัตรตำรวจ และเมื่อถามว่า มาจากหน่วยไหนอย่างไรก็ไม่ยอมบอก จนกระทั่งทหารพรานเข้ามา จึงแสดงตัวว่า เป็นตำรวจ และเอาเสื้อคลุมสอบสวนกลางมาใส่ ทั้งนี้ ผมยังยืนยันที่จะไม่มีการถอนแจ้งความต่อไป ” นายนรินทร์ ผู้เสียหายกล่ว

ทางด้าน พ.ต.ท.ธงชัย ลบพื้น รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหาด ระบุว่า สาเหตุที่ไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาตำรวจทั้งสองนาย เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ระบุว่า มีการเรียกรับหรือกรรโชกทรัพย์ เพียงอ้างว่า ปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่สามารถแจ้งข้ัอกล่าวหาว่าได้ อีกทั้งผู้เสียหายที่มาแจ้งความไว้ ก็ไม่ได้ระบุว่า มีการกรรโชกทรัพย์หรือเรียกรับเกิดขึ้น เป็นแค่การควบคุมตัวและยึดโทรศัพท์ไว้ ทั้งนี้ หากฝ่ายทหารมีผู้เสียหายรายใหม่ พร้อมหลักฐานก็สามารถนำมาแจ้งความและดำเนินคดีได้เช่นกัน ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นการช่วยเหลือตำรวจด้วยกัน แต่เป็นการพิจารณาตามหลักเกณฑ์กฏหมายทั้งสิ้น

ขอบคุณข้อมุลจาก สำนักข่าวทีนิวส์

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published.