ไม่ยอมแพ้ ดช. 13 ปี ตระเวนขายผัก เก็บขวดขาย หาเงินเลี้ยงครอบครัว

ในช่วงนี้ทุกคนได้รับผลกระทบจากโควิดกันหมด บางคนตกงานขาดรายได้ จะเห็นตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์เป็นรายวัน บางคนหมดตัว ธุรกิจล้มละลาย นั่นแหละโรคระบาดไม่เลือกชนชั้น ไม่เลือกการศึกษา ไม่เลือกฐานะทุกคนมีโอกาสติดและได้รับผลกระทบทั้งหมดไม่มากก็น้อย วันนี้เราจะพาไปชมเรื่องราวชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่สู้ชีวิต มีความกตัญญูเป็นที่ตั้ง แม้จะเผชิญกับวิกฤตแต่ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เด็กอายุเพียง 13 ปีแต่ความอดทนและขยันเกินตัวจริง ๆ เด็กชายคนนี้ชื่อน้องโอ๊ต ชื่อจริง ด.ช.ชาญณรงค์ มีนุช อยู่ชั้นม. 1 รร.บ้านบางเสร่ จ.ชลบุรีน้องโอ๊ตเล่าว่า “ตนกลายเป็นกำลังหลักของครอบครัว โดยหาเงินเลี้ยงอีก 5 ชีวิต มี ยาย, แม่, อา-ที่ป่วยเป็นโรคออทิคติด และตา-ที่ป่วยติดเตียง ฐานะครอบครัวยากจนและลำบากมาก พักรวมกันอยู่ในเพิงไม้กึ่งปูน หลังคาที่รั่ว ผุพัง รายได้ส่วนใหญ่มาจากการตระเวนเก็บขวด เก็บของเก่าขายเพราะทางบ้านไม่มีเงินเลย ผมก็เลยต้องขยันกว่าคนอื่นหลายเท่า ก่อนหน้านี้ก็เก็บของเก่าขายมาตลอด จนมาเจอโควิดระบาด จึงตัดสินใจเก็บผักขาย ผักก็ได้มาจาก การปลูกบ้าง เก็บผักบุ้งตามคลองข้างทางบ้าง เอามาล้างให้สะอาดและปั่นจักรยานไปขายผักที่ตลาดเซนสิริ แยกเจ เป็นประจำทุกวัน”ภาพชินตาของชาวบ้านระแวกนี้ จะเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งปั่นจักรยานระยะทาง 3 กม.ขนผักใส่ตะกร้าหลังรถจักรยานเพื่อตะเวนขาย บางวันไม่มีผักก็เก็บขวดข้างทาง ตามถังขยะเพื่อนำไปขาย แม้เหนื่อยแต่ไม่ท้อเพราะยังมีอีก 5 ชีวิตรออยู่่ มียาย มีแม่ มีอา ที่ป่วยเป็นโรคออทิคติด มีตา ที่ป่วยติดเตียง มีน้องเล็กอีก 1 คนและเก็บเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาด้วย

เรื่องราวของน้องโอ๊ต นั้นเป็นเด็กน้อยอีกหนึ่งคนที่มีความขยันและเป็นเด็กที่กตัญญูและเป็นตัวอย่างของเด็กดีที่ควรได้รับการยกย่องและเป็นเยี่ยงอย่าง หลังจากเรื่องราวได้ถูกเผยแพร่ออกไป นายพนธกร ใคร่ครวญ ประธานกลุ่ม ไปด้วยกันไปได้ไกล สัตหีบ ได้มอบหมายให้ทีมงานลงพื้นที่เข้าประสานการช่วยเหลือแก่น้องโอ๊ตแล้วเบื้องต้น ซึ่งยังหวังว่าจะมีน้ำใจจากผู้ใจบุญยื่นมือเข้าช่วยเหลือเด็กชายยอดกตัญญูและคนในครอบครัวให้ได้รับการดูแลและช่วยเหลือต่อไป

นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการได้รับผลกระทบ ถึงแม้น้องจะอายุน้อยแต่ด้วยความกตัญญู จึงออกมาหารายเลี้ยงครอบครัว แม้วัน ๆ หนึ่งจะได้ไม่มากแค่หลักร้อยแต่ก็ดีกว่าอยู่เฉย ๆ ที่สำคัญตัวเล็กแค่นี้แต่จิตใจใหญ่มาก ผู้ใหญ่เราบางครั้งยังมีท้อ เหนื่อย แต่กับเด็กอายุ 13 ทำได้เท่านั้นขอแสดงความนับถือจากใจจริง หวังว่าเรื่องราวของน้องโอ๊ตจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังท้อถอย เหนื่อยและหมดหวัง ขอเพียงเราสู้เพื่อคนที่เรารัก วันหนึ่งเราจะสามารถข้ามผ่านวิกฤตไปได้และความกตัญญูจะตอบแทนคนดีแน่นอน