ลาออกจากงาน มาดูแลแม่ที่ป่วยหนัก ชีวิตพลิกผันหันมาทำเกษตรอินทรีย์

เป็นวันที่ฝนตกตั้งแต่กลางดึกจนถึงเช้า ผมตื่นมาเข้าห้องน้ำ จับมือถือเปิดfacebook ไปเจอโพสต์ ๆ หนึ่ง เป็นเรื่องราวที่แบ่งปันกันใน ‘กลุ่มมนุษย์เงินเดือนสู่ชีวิตเกษตรกร’ ผู้ใช้บัญชี Chatchai Sangarun ได้เล่าถึงการเปลี่ยนผ่านงานจากมนุษย์เงินเดือนสู่การทำเกษตร ก็เหมือนกันโพสต์อื่น ๆ ที่หลาย ๆ คนบอกเล่าอุปสรรค ความยากลำบาก รวมถึงให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ผมอ่านไม่กี่บรรทัดก็สะดุดกับหลาย ๆ คำและจุกอก พออ่านจบโพสต์นั้น ในใจผมนับถือความกล้าหาญ ความกตัญญูและความอดทน ของผู้ชายคนนี้ ผมตัดสินใจอยู่นานก็เลยติดต่อขออนุญาต สัมภาษณ์และนำเรื่องราวบางส่วนบางตอนของพี่เขา มาถ่ายทอดให้หลาย ๆ ได้รับรู้ ซึ่งผมเชื่อว่าจะสร้างกำลังให้แก่ผู้อ่านไม่มากก็น้อย ไปรับรู้เรื่องราวของผู้ชายคนนี้กันครับ ภาพด้านล่างเป็นโพสต์ต้นเรื่อง

“เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โทรศัพท์จากพี่สาวดังขึ้น.. ฉัตรแม่ป่วย.. ลงมาดูแกหน่อย ขณะนั่นผมทำงาน ชลบุรี รีบลงมาดูแม่วันนั้นเลย พาแม่ไปตรวจ หมอสรุป แม่เป็นมะเร็งปอดระยะที่4 เลยตัดสินกลับมาลาออก จากวิศวะ เพื่อมาดูแล ท่าน พาไปรักษาหลายที่จนสรุปว่า สงสารแก เพราะแกอายุ 80 แล้วเลยนั่งคุยกับท่าน ว่าเอาไงดีแม่ แม่ไหวไหม อยากรักษาต่อหรือกลับบ้านเรากัน แม่บอกว่าเรากลับบ้านกันเถอะลูก สรุปกลับบ้าน มาดูท่านแบบให้ท่านมีความสุขที่สุดในวาระสุดท้าย ได้ตายในบ้านตัวเอง อยู่ท่ามกลางลูกหลาน บนเตียงอุ่นที่มีผมนอนกอดอยู่จนวาระสุดท้าย ผมดูแลแม่อยู่ 4 เดือนเต็มๆ หลังจากแม่เสียผมติดกับดัก เงินที่มีมาแสนกว่าบาทก็หร่อยหรอ จะกลับไปทำงานก็ไม่มีคนอยู่บ้าน สรุป มีเงินแสนเดียว ลุยทำอะไรสักอย่าง เลยปลูกพริกไทย ผมตั้งปณิธานตัวเองว่าจะไม่ใช้สารเคมีในการทำเกษตรไม่อยากให้ใครเหมือนแม่ผม ผมทำด้วยตัวคนเดียวทั้งหมด ทำแบบคนบ้า ทิ้งเค้าการเป็นวิศวะหมด เหมือนคนบ้าเดินถอดเสื้อ ขุดดิน คนอื่นก็หาว่าบ้า ทำได้ 6 เดือนเกิดน้ำท่วมใหญ่ ทุกอย่างพังไปต่อหน้า เสียแม่ เสียเงิน เสียทุกอย่างที่มี ผมล้มอยู่ 4-5 เดือนไม่อยากทำอะไร ไม่อยากออกจากบ้าน เก็บตัว แต่ก็นึกขึ้นมาต้องสู้สิว่ะ ผมเริ่มนับ1 อีกครั้ง พยายามใหม่พร้อมกับเสียงคนรอบข้างที่สบประมาท … กุว่าแล้ว!!!! มันก้องในหู ผมเริ่มปลูก พริกไทยอีกรอบ ผมไม่ยอมแพ้ ปลูกทุกอย่างที่กินๆทุกอย่างที่ปลูก มาวันนี้เกือบ 4 ปี ผมมี ผลิตภัณฑ์ ของตัวเองแล้วถึงแม้มันยังไม่ได้ทุนคืน แต่ผมยังสู้ และลงให้ดูว่าผมไม่ได้ขี้อวด หรือสายอวดเหมือนโพสน์ที่แล้วมีคนมาด่าผม ผมยึดตามหลักในหลวงเศรษฐกิจพอเพียง ทำของปลอดภัยให้คนได้กิน ดังนั้นอย่าพึ่งดูถูกคนอื่นหากคุณไม่รู้จักเขาดีพอ….ผมไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ แต่ผมไม่เคยยอมแพ้”
บทสัมภาษณ์บางส่วนบางตอนของคุณ ฉัตร
คำถาม : สวัสดีครับ ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ ?
คำตอบ : ชื่อ ฉัตรชัย แสงอรุณ ชื่อเล่น ฉัตร เรียนจบ สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช สาขาวิชา เทคโนโลยีการผลิตครับ เริ่มเข้าทำงานที่แรก เป็น maintanant โรงงานผลิตยางดิบของบริดสโตน ต่อมาได้มาเป็นหัวหน้าไลน์การผลิต โรงงานยางดิบ บริษัท ศรีตรังและ ทำงานบริษัท YMP PRESS AND DIE อยู่ประมาณ 10 ปี

คำถาม : ช่วยบอกเล่าเรื่องราว ตอนที่รับโทรศัพท์จากพี่สาวแจ้งเรื่อง แม่ป่วยหนัก ได้ไหมครับ ?
คำตอบ : ตอนที่พี่สาวโทรมา ตอนนั้นผมกำลังสังสรรค์กับเพื่อนอยู่ หลังเลิกงาน แจ้งว่า แม่ป่วยหนัก ในตอนนั้นเลยพูดกับเพื่อนว่า อยากกลับบ้านไปดูแม่ เพื่อนที่นั่งด้วยกัน ตัดสินใจ ลุกขึ้นไปสตาร์ทรถเลยแบบไม่ลังเล ผมขึ้นรถ ในสภาพอย่างนั้นกับผ้า อีก 2,3 ชุด เนื่องจากไม่มีรถเป็นของตัวเอง เพื่อนอาสาขับรถมาให้จากชลบุรีเลย ระหว่างทางก็ลางาน ผจก. ว่าลางาน 2-3 วันแม่ไม่สบายหนัก พอมาถึงบ้าน แม่นอนฟุบอยู่หน้าทีวี ผมพาแม่ไปหาหมอ เพราะแม่บอกหายใจไม่ออก ผมเอกซเรย์ หมอบอกว่ามีก้อนเนื้อในปอดขนาด 6 เซน แต่ไม่แน่ใจว่าดีหรือร้าย ผมเลยพาแม่ไปตรวจให้แน่ใจที่โรงบาล สงขลานครินทร์ ระหว่างรอผลตรวจ ก็ กลับมาทำงานอีก ให้พี่สาว เฝ้าวัน 2 วันได้ จนผลออกพบว่าเป็นเนื้อร้าย แม่ป่วยเป็นมะเร็ง

คำถาม : เมื่อรู้ผลตรวจเรียบร้อย ตอนนั้นวางแผนชีวิตและตัดสินใจอย่างไรครับ ?
คำตอบ : เล่าย้อนไป พอพี่สาว โทรมาก็เลยลา ผจกอีกรอบ คราวนี้ ลาพักร้อน 1 อาทิตย์ เพื่อมาดูว่ากำลังใจแม่เป็นอย่างไรบ้าง ตอนวันแรก ๆ คนรู้ข่าว คนก็มาเยี่ยม ๆ พอผ่านไปหลาย ๆ วันคนเริ่มเบาบาง แม่เริ่มซึมและเศร้า ผมมองเห็นแต่แม่เข้มแข็งแม่ไม่พูด บางครั้งนอนกลางคืน แม่นอน หันหลังให้ผม แต่แม่ร้องไห้ ผมได้ยิน ระยะเวลาที่ผมผมอยู่ด้วย 1 อาทิตย์ ผมคิดว่า แม่ต้องได้รับการดูแลแบบพิเศษ เนื่องจาก ก้อนเนื้อในปอด ทำให้เกิดน้ำท่วมปอด แม่หายใจไม่ออกบ่อยในช่วงอากาศชื้นตอนกลางคืน ต้องอาศัย ออกซิเจนตลอด นั่นแหละครับ ผมจึงตัดสินใจลาออก มาดูแลท่านให้เต็มที่

ผมพยายามพาแม่ไปรักษาหลายที่ จนสุดท้าย สงสารแม่เพราะแกอายุมากแล้ว เปิดใจคุยกับท่าน ว่าเอาไงดี แม่ไหวไหม อยากรักษาต่อหรือกลับบ้านเรากัน แม่บอกว่าเรากลับบ้านกันเถอะลูก สรุปกลับบ้าน มาดูท่านแบบให้ท่านมีความสุขที่สุดในวาระสุดท้าย ได้ตายในบ้านตัวเอง อยู่ท่ามกลางลูกหลาน บนเตียงอุ่นที่มีผมนอนกอดอยู่จนวาระสุดท้าย ผมดูแลแม่อยู่ 4 เดือนเต็มๆ หลังจากแม่เสีย

หลังจากแม่ผมเสีย ตัดสินใจอยู่นานว่าจะทำอย่างไรในชีวิต จะกลับไปทำงานก็ทิ้งบ้านให้ร้างไม่ได้  มีเงินลงทุนอยู่แสนเดียว ต้องลุยทำอะไรสักอย่าง เลยตัดสินใจหันมาทำเกษตร

คำถาม : ความยากลำบากในช่วงแรก ๆ ที่เปลี่ยนจากพนักงานบริษัทมาเป็นเกษตรกร ?
คำตอบ : จริง ๆ ลำบากมาก ๆ ครับเพราะทำคนเดียว จะทำอะไรต้องพึ่งตัวเองใช้แรงและคิดวางแผนไปด้วยในขณะเดียวกัน ก่อนที่จะเริ่มก็ตัดสินใจอยู่หลายอย่าง ว่าจะเริ่มทำอะไรดี คิดไตร่ตรองอยู่นาน เลยตัดสินใจว่า พริกไทย นี่แหละตอบโจทย์เพราะราคาดี ตอนนั้นยังไม่ได้หาข้อมูลอะไรมาก พอลงมือทำจริง ๆ กลับพบว่า พริกไทยไม่ค่อยชอบน้ำและโรคเยอะมาก เริ่มปลูกตอนแรกสั่งพันธุ์มาจากสุโขทัย ทั้งหมด 180 ต้น ประมาณ 7000 กว่าบาท พอมาถึงต้นก็ช้ำ ตายไปกว่าครึ่งหนึ่ง เลยต้องสั่งใหม่อีกรอบ พอลงปลูกก็เจอปัญหาเรื่องดิน เรื่องน้ำ ก็ค่อย ๆ แก้ปัญหาไป

คำถาม : ช่วยเล่าอุปสรรคที่เจอหนัก ๆ จนท้อให้ฟังหน่อยครับ ?
คำตอบ : อันแรกคือคำสบประมาท “กูว่าแล้ว” คำนี้มันย้ำเตือนผมเสมอสุดท้ายกลายเป็นแรงขับให้ผมไม่ท้อและพยายามต่อไป อันที่สองอันนี้ที่ทำให้ท้อหนักมากคือ “น้ำท่วม” ท่วมหนักชนิดที่ว่า ไม่อยากทำต่อแล้ว ลองนึกภาพว่าพยายามทำอะไรด้วยตัวคนเดียวแล้วกำลังจะสำเร็จ พอน้ำมาทีเดียว มาแบบไม่ทันตั้งตัว ทุกอย่างก็กลายเป็นศูนย์ อาจจะไม่ใช่ศูนย์ด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าติดลบ ทุกอย่างที่สร้างมาหายวับไปกับตากว่าน้ำจะลด เสียหายทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ท้อ คำว่ากูว่าแล้ว มันก้องหูของผมอยู่ตลอด คอยย้ำเตือนว่าต้องทำให้ได้ ในที่สุดผมก็ผ่านมันมาได้ สร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือของผมเอง

คำถาม : ตอนนี้ในสวนปลูกอะไรบ้างครับ
คำตอบ : ผมปลูกค่อนข้างหลากหลาย หลักจะมีพริกไทย และแปรรูปเป็นพริกไทยดำ, พริกไทยแดงและขายเป็นพริกไทยสด แล้วก็ผลไม้ อย่างเช่นกล้วย มะนาว มัลเบอรี่ เสาวรส มะม่วงเบา เนื่อที่ ที่ทำมีน้อยครับ แค่ครึ่งไร่ และก็ไปของพี่สาวอีก 2 ไร่ ปลูกมะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ มัลเบอรี่ ฝรั่ง มะนาวครับ กล้วยเล็กน้อยครับ ผมทำเกษตรแบบอินทรีย์ ผลผลิตจะน้อยกว่าใช้สารเคมีแต่แลกมาด้วยความปลอดภัย บางอย่างก็ใช้ธรรมชาติบำบัด แมลงกำจัดแมลง ใช้จุลินทรีย์รักษาหน้าดิน เป็นต้น

คำถามสุดท้าย : มีอะไรอยากฝากถึง คนที่กำลังท้อไหม ต้องการกำลังใจหรือ คนที่กำลังถึงจุดเปลี่ยนในชีวิต ?
คำตอบ : อืม ผมว่า ทุกคนเคยท้อแน่ แต่จะจัดการกับความท้อ นั่นยังไง ถือ มึงยอมแพ้ ก็แค่ไอ้กระจอก คนหนึ่ง ที่เราตราหน้าว่า ..กูว่าแล้ว … ลุกขึ้นสู้ครับสู้กับตัวเอง ถึงไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จไหมอย่างน้อยก็ได้สู้ ดีกว่าตายไปแล้วโลกจำอะไรเกี่ยวกับคุณไม่ได้เลย สำหรับ คนที่เลือกทางเลือก ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน คุณต้องไปให้สุดทาง อย่าคิดว่าเราทำได้แค่นี้ ผมเชื่อว่าคนเราต่างมีเราศักยภาพ ในตัวของเราเองและบางครั้งเหตุการณ์มันจะบีบบังคับเราให้ดึงออกมาใช้ แต่อยู่ที่ว่าจะใช้ตอนไหน…..แค่นั้น
สำหรับคนที่สนใจอุดหนุนพี่ฉัตร สามารถสั่งซื้อ พริกไทย ได้ที่ เพจ สวนแสงอรุณ ตามลิงค์นี้ได้เลยนะครับ https://www.facebook.com/สวนแสงอรุณ-103598884707078/

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : ฉัตรชัย แสงอรุณ FB: Chatchai Sangarun สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย : ทีมงานเพลินจิต