ตกงาน นอนข้างถนน เหลือเงินติดตัว 5 บาท อยากทำงานแลกข้าว ผมไม่อยากขอใคร

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาประชาชนทุกคน ทุกสาขาอาชีพต่างได้รับผลกระทบเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 เรื่องราวที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยหนุ่มคนนี้เล่าทั้งน้ำตาว่า เหลือเงินติดตัวเพียงแค่ 5 บาทเท่านั้น ตกงานและหางานไม่ได้ หนุ่มคนนี้มีชื่อว่า นายศราวุธ วงค์ที ชื่อเล่นชื่อ ต้น ต้นเป็นชาวศรีสะเกษ อายุเพียงแค่ 22 ปีเท่านั้น

ต้น เล่าเรื่องราวของเขาให้ฟังว่า เขาเดินหางานที่พัทยา ไล่เรียงไปตั้งแต่วอล์กกิ้ง สตรีท พัทยาใต้ ออกท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย จนมาถึงพัทยากลาง และเหลือเงินติดตัวอยู่เพียง 5 บาท ไม่มีเงินพอซื้อข้าว ต้องกินน้ำประทังความหิว ตนทนหิวไม่ไหวก็พยายามเดินไปขอข้าวตามร้านต่าง ๆ แต่ก็ไม่มีใครให้ สุดท้ายเจอทีมงาน ด้วยความหิวจึงยอมอายมาขอข้าวกิน เพราะไม่ได้กินอะไรเลย

ต้นเล่าต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานในผับแห่งหนึ่งภายในวอล์กกิ้ง สตรีท พัทยาใต้ แต่พอการระบาดของโควิด ทำให้ผับโดนสั่งปิด ตอนจึงตกงานไม่มีรายได้ ในช่วงนั้นพยายามหารายได้ด้วยการให้เช่าเสื่อริมชายหาด ได้หลักสิบหลักร้อยก็ยังดี แต่พอนานเข้า สถานะเริ่มรุนแรงหาดเองก็โดนสั่งปิด ห้ามนั่ง ห้ามเข้า ทำให้ตนตกงานอีกครั้งเป็นรอบที่สอง ไม่มีรายได้ เงินที่พอมีเก็บก็หมดทุกคน สมบัติชิ้นสุดท้ายของตนคือมือถือ แต่พอไม่มีจริง ๆ ตนก็นำไปขาย เพื่อส่งเงินกลับบ้าน ให้ลูกเมียอีกสองชีวิตที่รออยู่


ต้นเล่าต่อว่า ตอนนี้ตนไม่มีที่ซุกหัวนอน อาศัยทำความสะอาดพื้นที่บาร์ร้างที่ยังไม่เปิดเป็นที่พักนอนให้ผ่านไปวัน ๆ ในแต่ละวันก็ตระเวนหางานตามร้านต่าง ๆ ตั้งแต่ร้านแก๊ส ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านขายส่ง ไปมาหมดทุกที่ แต่ทุกที่ก็บอกเพียงว่าให้เขียนใบสมัครทิ้งไว้ ตนก็เขียนทิ้งไว้แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด ตนลำบากมาก ๆ อดมื้อกินมื้อ ไปขอล้างจานตามร้านอาหารเพื่อแลกข้าวกิน ประทังชีวิต มีบางมื้อไม่มีเงินไปขอข้าวกินตามร้านขายข้าวก็ถูกไล่ตะเพิดออกมา เหมือนหมูเหมือนมา แต่ตนก็ไม่คิดโกธรแค้นอะไร เพราะถือว่าเป็นเงินเค้า เป็นของ ๆ เค้า เราเขาไปขอเขา เขาอาจจะกลัว เขามีิสิทธิ์ที่จะไม่ให้ เราเองก็ต้องดิ้นรน ทำทุกอย่างเพื่อให้มีกินประทังชีวิตไปวัน ๆ

ต้นเล่าทั้งน้ำตาว่า “ทุกวันนี้อยากทำงานแลกข้าว ผมไม่อยากขอใคร ผมอาย” ต้น กล่าวทิ้งท้าย