สิ้นทุกอย่าง ตกงาน ไร้เงิน ไม่มีข้าวกิน พาลูก 2 เดือนกับเร่ร่อน นอนใต้สะพาน

ในช่วงวิกฤตการระบาดของโควิดนั้น ทุกคนต่างได้รับผลกระทบ เจ้าของกิจการบางที่ก็ต้องจำใจเลิกจ้างบ้าง เป็นหนี้เป็นสินล้มละลายบ้าง ประชาชนทั่วไปก็ตกงานบ้าง ได้รับผลกระทบแตกต่างกันไป สำหรับวันนี้เราจะพาไปรับรู้เรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งน่าสงสารและเห็นใจมาก เรื่องราวดังกล่าวหลังจากเปิดเผยออกไปต่าง มีคนเข้าแสดงความคิดเห็นและต่างเห็นใจครอบครัวนี้เป็นอย่างมาก ต้นเรื่องเริ่มจาก มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ แก้ม โพสต์ข้อความลงในเพจสระบุรีว่า “ใครผ่านหน้าแมคโครสระบุรีก็แวะดู 3 คนพ่อแม่ลูกใต้สะพานหน่อย พี่เค้ามาจากหนองคายมาหางานทำ ตกงานช่วงโควิด ลูกยังเล็กๆ อยู่เลย ได้ 2 เดือนเอง น้องเป็นผู้ชายจ้า ยังไม่มีที่พักต้องอาศัยนอนใต้สะพาน น่าสงสาร ฝนก็ตกด้วยช่วงนี้ ซื้อน้ำซื้อนมไปให้ก็ยังดีคะ คนไทยไม่ทิ้งกัน”

เมื่อเดินทางไปตรวจสอบบริเวณใต้สะพานลอยดังกล่าว กลับไม่พบครอบครัวนี้ แต่ได้รับแจ้งจากคนแถวนั้นว่า ได้มีผู้ใจบุญช่วยเหลือรับไปอยู่ที่บ้านพัก ตำบลทับกวาง แก่งคอย สระบุรี เป็นที่เรียบร้อย จึงได้เดินทางไปสถานที่ดังกล่าวตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงได้พบกับ คุณอิทธิศักดิ์, คุณรัตศิตาและคุณวีนัส สามพี่น้องใจบุญที่ช่วยเหลือครอบครัวนี้ไว้ ได้เล่าให้ฟังว่า ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวนี้ไว้เพราะสงสาร อีกทั้งมีลูกน้อยวัยเพียงแค่ 2 เดือน บ้านตนแม้ไม่ใหญ่โตหนัก แต่หลบฝนหลบแดด พักอาศัยได้

หลังจากนั้นได้สอบถามผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวนี้ คุณสมัย ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นคนหนองคาย ได้เดินทางมากับภรรยาและลูกมองคน คนเล็กวัย 2 เดือน ต้นมาที่สระบุรีเพื่อขับรถบรรทุก รถสิบล้อในจังหวัดนี้ โดยทำงานมาเป็นเวลา 8 เดือน แต่หลังจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ทำให้บริษัทต้องปิดกิจการไป เพราะแบกรับภาระไม่ไหว ตนจึงตกงานและออกจากบริษัท พอตกงานพยายามหางานใหม่ แต่เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน เลยไม่มีใครรับ เขากลัวว่าเป็นคนงานต่างดาว พอไม่มีทางเลือก เลยจำเป็นต้นอาศัยนอนตามปั๊ม ตามสะพานลอยอยู่ประมาณ 4 เดือน

คุณสมัย เล่าต่อว่า “พอไม่มีงานก็ไม่มีเงินแม้จะซื้อข้าวกิน อาศัยขอข้าวชาวบ้านกิน เพื่อประทังชีวิตไปวันๆ ดีว่าลูกชายวัย 2 เดือนไม่ได้กินนมผง กินนมแม่ ไม่อย่างนั้นคงจะต้องอด เพราะไม่รู้จะหาเงินจากไหน ตอนนี้ตนอยากทำงาน จึงอยากวิงวอนหน่วยงานราชการช่วยทำบัตรประชาชนให้ เพื่อจะได้ไปหางานทำเลี้ยงลูกเมีย โดยไม่ต้องเดือดร้อนผู้อื่น เพราะเกรงใจที่เขาต้องคอยมาช่วยเหลือ ตอนนี้ได้มีผู้รับเหมาคนหนึ่ง ติดต่อมาชวนให้ไปทำงานอยู่กับเขา แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นมา”

คุณอิทธิศักดิ์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนเจอโพสต์ในเพจสระบุรี ที่คนแจ้งว่า มีครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่ลูก และมีเด็กน้อยกำลังลำบาก จึงได้ชวนพี่น้องไปช่วยเหลือและรับมาอยู่ก่อนเบื้องต้น ตอนนั้นพอตนไปถึงสะพานลอยดังกล่าว ปรากฎว่าไม่เจอ เพราะพวกเขาย้ายไปนอนที่ศาลาริมเขาข้างทาง จึงได้เข้าไปคุยชักชวนกัน ให้มาอยู่ที่บ้านก่อนและจะช่วยหางานให้ทำ ตนคิดได้แค่นั้น อะไรที่พอจะช่วยได้ ตอนก็พยายามช่วยเพราะเห็นใจและสงสารมาก ตนก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ไม่ถึงกับรวย แต่พอมีพอกิน พอช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้

ส่วนคุณรัตศิตา เล่าเพิ่มเติมว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของพี่สาว พอดีพี่สะใภ้ย้ายไปอยู่กับลูก บ้านจึงได้ว่าง เลยให้เขาพักอยู่ที่นี่ก่อน ตนเห็นว่าเขามีลูกเล็ก วัยเพียง 2 ขวบก็สงสารเด็ก ตอนไปพบเขาบอกเขาว่าตกงาน ไม่มีบัตรประชาชน ตอนแรกบอกว่าจะมีคนมารับ ตนจึงได้เอาเงินใส่มือเด็กช่วยไป 500 บาท พอพูดไปพูดมา จึงรู้ว่าตนนี่แหละที่เป็นคนติดต่อจะมารับ จึงชวนเขามาอยู่บ้าน พวกเขาก็ยินยอมมาอยู่ด้วย ช่วยเหลือเบื้องต้นไปก่อน พวกตนภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนที่ยากลำบาก คนที่ไม่มีก็ไม่มีจริง ๆ เราพอช่วยได้ แม้เราจะไม่ได้ร่ำ่รวยอะไรมากมาย เรามีแค่ใจและดีใจมากที่ได้ช่วยพวกเขาในครั้งนี้

ต้องบอกเลยว่าขอปรบมือให้แก่ทั้งสามท่าน เป็นคนดีมาก ๆ จิตใจดีมาก ขอแสดงความนับถือและดีใจแทนครอบครัวนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือครั้งนี้