ตำรวจอ้างเป็นทหาร เก็บค่าคุ้มครองเดือนละพัน เจ้าของร้านไม่มีเงิน จ่ายไป 300 โพสต์เฟซฯ เจอวกกลับมาขู่-บังคับลบ

ตำรวจอ้างเป็นทหาร เก็บค่าคุ้มครองเดือนละพัน เจ้าของร้านไม่มีเงิน จ่ายไป 300 โพสต์เฟซฯ เจอวกกลับมาขู่-บังคับลบ

เวลา 10.00 น.วันที่ 26 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามี บุคคลแอบอ้างเป็นทหารเข้าไปเรียกรับเงินค่าคุ้มครอง จากการกวดขันสินค้าไม่มีมาตรฐาน มอก.โดยพฤติกรรมบุคคลเหล่านี้เมื่อวานช่วงบ่ายของเมื่อวาน (25 ส.ค.) ได้นั่งรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีทอง ทะเบียน กข 9114 นครพนม ไปจอดหน้าร้านผู้เสียหายภายในตลาดบายพาสเขตเทศบาลนครสกลนคร ซึ่งเปิดเป็นร้านขายสินค้าทั่วไปกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ก่อนจะเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของร้านอ้างว่า เป็นทหารออกตรวจร้านขายสินค้าทั่วไปหรือร้านทุกอย่าง 20 บาท บอกว่าจะขอเรียกเก็บค่าคุ้มครอง โดยขอเดือนละ 1,000 บาท แล้วจะเคลียร์ให้เพื่อไม่ให้ถูกจับกุมหากไม่จ่าย จะนำกำลังทหารยศนายพันพร้อมพวกมาจับกุม ด้วยความกลัวผู้หญิงอยู่ร้านคนเดียวจึงต่อรองเหลือ 500 แต่ไม่มีเงิน จึงจ่ายเงินไป 300 บาท ต่อมาผู้เป็นแฟนกลับมาทราบเรื่องจึงได้เล่าให้ฟัง จึงนำภาพกล้องวงจรปิดหน้าร้านลงผ่านเฟซบุ๊ก และวันนี้ (26 ส.ค.) บุคคลดังกล่าววนกลับมาอีกในบอกให้ลบคลิปภาพกล้องวงจรปิดที่แชร์ลงในเฟซบุ๊ก

ต่อมาเวลา 11.00 น. (26 ส.ค.) พล.ต.สุขพัฒน์สณฑ์ สุขสร้อย ผบ.มทบ.29 ได้รับการร้องเรียนในเหตุการณ์ดังกล่าวจึงสั่งให้ จนท.สห.เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ปรากฎว่าบุคคลที่ย้อนกลับมา 4 คนได้ขึ้นรถออกไปพอดี จนท.จึงติดตามรถเก๋งวีออสคันกล่าว จนติดตามไปถึงบ้านหลังหนึ่ง ที่ บ.ดงหลวง อ.เต่างอย พบรถคันดังกล่าวจอดภายในบ้าน จึงประสานกำลังไปยัง ตำรวจ สภ.เต่างอย เข้าตรวจสอบ จนท.ทหารยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอกประมาณ 7 นาที มีชายรูปร่างสูงประมาณ 165 เซนติเมตร สวมเสื้อสีดำ ใส่แว่น กางเกงขายาว มีอาวุธปืนพกข้างตัว เดินออกมาพร้อมพวก จนท.ทหารจึงเชิญออกมานอกบ้านบนถนนสาธารณะ โดยแจ้งว่ามีคนร้องเรียนว่ารถคันนี้อ้างเป็นทหารไปรับเงินร้านค้า ชายคนดังกล่าวจึงอ้างว่า เป็น จนท.ตร.พูดจาวกไปวนมาอยู่ในอาการมึนเมา และเรียกชายอีกคนสวมเสื้อสีเทากางขาสั้นสีดำมาสอบถามบอกว่าได้เสพไหมเลิกหรือยังให้บอก สห.ไป คล้ายเบี่ยงเบนประเด็นว่าทหารติดตามมาเรื่องยาเสพติด ทั้งนี้อาวุธปืนข้าง จนท.สห.เห็นขึ้นลำกล้องไว้แล้วก่อนเดินออกมาจากบ้านเพื่อป้องกันเหตุพร้อมกับด้วยหลักฐานซึ่งหน้าไม่มี จนท.สห.จึงย้อนกลับมายังร้านผู้เสียหายเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง

จนท.สห.ได้แนะนำให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิงเจ้าของร้านไปแจ้งความ ที่ สภ.เมืองสกลนครเพื่อป้องกันไว้ก่อน สอบถามได้ความว่า ร้านตนเปิดจำหน่ายสินค้าทั่วไปก่อนหน้านี้มีสินค้า 20 บาท จริง แต่เมื่อมีกฎหมายออกมา มี จนท.สรรพสามิตมาตรวจสอบและว่ากล่าวตักเตือนแล้ว ตนจึงนำสินค้าที่ไม่มี มอก.ออกจากร้านและหยุดจำหน่าย จึงเหลือสินค้าทั่วไป เมื่อวานกลุ่มชายที่เข้ามาในร้านถามอันนั้นอันนี้ถามไปถึงมีดพร้าที่เป็นสินค้าจากโอท็อป บอกว่าไม่มี มอก.ผิดกฎหมาย ซึ่งได้พยายามอธิบายเหตุผลให้ฟังแล้ว สุดท้ายเรียกรับเงินบอกว่าร้านขนาดนี้ขอเดือนละ 1,000 บาท เพราะร้านใกล้กันก็ยอมจ่าย แต่ด้วยขายของก็กำไรน้อยจึงไม่มีเงินมากมายที่จะจ่ายให้ไหวจึงจะจ่ายได้แค่เดือนละ 500 บาท ขณะนั้นคนที่มาด้วยมีคนเคยขายของด้วยกันและรู้จักกันด้วยลักษณะชี้เป้ามาที่ร้านของตนและไม่น่าทำกันเลย จากนั้น จนท.ทหาร สืบทราบจนรู้ว่าเป็น ตำรวจจริง ทราบยศและสังกัดในพื้นที่แต่ไม่ขอเปิดเผย ระบุว่าผู้บังคับบัญชายินยอมไม่ได้ที่นำหน่วยทหารไปแอบอ้างทำให้เสียหาย จึงจะรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจาก จนท.ทหารได้ฝากเบอร์ติดต่อประสานงานเพื่อคุ้มครองผู้เสียหาย แล้วกลับออกจากร้านไป ปรากฎว่าเวลาประมาณ 14.30 น.ชายคนดังกล่าวได้วนกลับมาอีกในลักษณะมึนเมา เพื่อพูดคุยกับแฟนของเจ้าของร้าน แจ้งว่าอย่าให้เอาเรื่องแล้วบอกว่าที่ตนมากันนั้นไม่ได้แอบอ้างเป็นทหาร และไม่ให้เอาความ ไปบอกทหารว่าเข้าใจผิด ตอนนี้ผู้เสียหายทั้ง 2 คนหวาดผวาอย่างมาก เนื่องจากมีลักษณะข่มขู่อาจใช้กำลังประทุษร้ายก็เป็นได้ จึงอยากวิงวอน จนท.ทหารช่วยดูแลด้วย.
ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *