เปลี่ยนพัดลมเป็นเครื่องกรองฝุ่น PM2.5 ในราคาต้นทุนเพียง 30 บาท

ปัญหาฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะมีผลกับร่างกายระยะยาว ได้แก่ 4 โรคด้วยกัน คือ โรคระบบทางเดินหายใจ, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรค, โรคเยื่อบุตาอักเสบ หรืออาการตาแดง หลายวันมานี้ดูเหมือนท้องฟ้าบ้านเราจะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนา แต่อย่าเผลอดีใจ เพราะนั่นกลับไม่ใช่หมอก มันคือ ฝุ่นควัน PM 2.5 ซึ่งถ้าใครได้ติดตามรับฟังข่าวมาตลอด คงได้ยินสถานการณ์อากาศในพื้นที่กทม.และปริมณฑลที่ว่าพบค่า PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ไม่น้อย และที่ยิ่งกว่าความหนาแน่นของฝุ่นในอากาศ คือความรุนแรงของ PM 2.5 ที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย และทำลายระบบอวัยวะต่างๆ ทำให้เกิดโรคเรื้อรังและมะเร็ง วันนี้ TQM จึงนำข้อมูลมาฝากกันว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีชื่อว่า PM 2.5 สามารถก่อให้เกิดโรคอะไรบ้าง
ยิ่งเม็ดฝุ่นมีขนาดเล็กมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความอันตรายมากเท่านั้น PM 2.5 คือฝุ่นละอองประเภทละเอียดที่ขนจมูกของมนุษย์ ไม่สามารถกรองได้ เพราะมีขนาดเล็กมากๆ ไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในขณะที่ขนจมูกสามารถกรองได้แค่ฝุ่นขนาด 10 ไมครอนเท่านั้น ดังนั้นร่างกายจึงสูดนำฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ปอด กระแสเลือด รบกวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ

PM 2.5 มาจากไหน
– การเผาไหม้ จากบริษัทอุตสาหกรรมเกษตรขนาดใหญ่ โดยเฉลี่ยแล้วปล่อย PM 2.5 มากที่สุดถึง 209,937 ตันต่อปี
– เผาไม้ของเชื้อเพลิง ทั้งดีเซลและแก๊สโซฮอล์จากเครื่องยนต์ โดยเฉลี่ยแล้วปล่อย PM 2.5 ประมาณ 50,240 ตันต่อปี
– การผลิตไฟฟ้า ทำให้มีการปล่อย PM 2.5 สู่อากาศ โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 31,793 ตันต่อปี
– สารเคมีและอุตสาหกรรมการผลิต พบมากในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยปล่อย PM 2.5 ราวๆ 65,140 ตันต่อปี

นอกจากฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ถูกปล่อยมา ยังรวมไปถึงการรวมตัวของก๊าซต่างๆ ก็สามารถทำลายระบบโอโซนในอากาศและระบบร่างกายของมนุษย์ได้เช่นกัน เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ไนโตรเจน (NOx) สารปรอท (Hg), แคดเมียม (Cd), อาร์เซนิก (As) เป็นต้น

4 โรคร้ายจาก PM 2.5
1. โรคระบบทางเดินหายใจ PM 2.5 เป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (ถ้าเทียบให้เห็นภาพคือเล็กกว่าขนาดเม็ดน้ำตาลทราย 1,000 เท่า) และมีค่าความเข้มข้นสูงเกิน 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จึงสามารถเข้าไปถึงถุงลมปอด ทำให้ปอดเกิดการอักเสบ ระคายเคือง และเป็นโรคระบบทางเดินหายใจได้

2. โรคหัวใจและหลอดเลือด การสูดฝุ่นแบบนี้เข้าไปทำให้เลือดข้นได้ และทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น

3. โรคผิวหนัง ด้วยอนุภาคของละอองฝุ่น PM 2.5 ที่เล็กมากๆ มักเป็นสารประกอบพวกคาร์บอนที่มีคุณสมบัติละลายได้ดีในน้ำมัน จึงสามารถผ่านเข้าไปยังเซลล์ผิวหนังได้ ทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับผิวหนัง ทำให้เกิดริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ เกิดจุดด่างดำและส่งผลต่อการทำงานของเซลล์­ผิวในระดับยีน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรค ผิวหนังอักเสบ และโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

4. โรคเยื่อบุตาอักเสบ หรืออาการตาแดง เกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือมลพิษในอากาศ เช่น ฝุ่นควันจาก PM 2.5 เมื่อฝุ่นละอองเข้าสู่เยื่อบุตาจนเกิดการอักเสบ ดาแดง แสบตา คันตา ถ้าไม่รุนแรงมาก อาการจะหายไปเองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่การพบแพทย์เพื่อใช้ยาก็จะช่วยให้หายเร็วขึ้น

ทั้งนี้ทางสำนักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ International Agencey for Research on Cancer (IARC) ยังบอกอีกว่า การสูดหายใจนำฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และก๊าซต่างๆ เข้าไป จะยิ่งเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอด และยังมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งทางเดินปัสสาวะ และโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย

วันนี้เราจะพามาชมการดัดแปลงพัดลมตั้งโต๊ะธรรมดาให้กรอกหรือลดฝุ่น PM2.5 ได้ในราคาเพียง 30 บาทเท่านั้น ผอ.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มช.เป็นผู้คิดค้นเครื่องฟอกอากาศทำเองราคาประหยัดนี้ ประยุกต์พัดลมตั้งโต๊ะในบ้านติดแผ่นกรองต้นทุนต่ำแค่30บาท ลดฝุ่นPM2.5ได้80% จากสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟป่าและค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน ที่ยังคงรุนแรงและสูงเกินค่ามาตรฐานจนอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในการป้องกันตัวเองคือให้หลีกเลี่ยงการออกทำกิจกรรมนอกอาคาร หากจำเป็นให้สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน ขณะเดียวกันหากอยู่ภายในอาคารถ้าเป็นไปได้ควรติดตั้งเครื่องฟอกอากาศด้วย อย่างไรก็ตามในส่วนของเครื่องฟอกอากาศนั้น ประชาชนส่วนใหญ่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูงและขาดตลาดด้วย

ขณะนี้ศาสตราจารย์นายแพทย์ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการคิดค้นและทดลองประดิษฐ์เครื่องฟอกอากาศทำเองราคาประหยัดขึ้นมาเพื่อประชาชนทั่วไปสามารถทำเองและใช้กรองอากาศภายในบ้านได้ในช่วงสถานการณ์เฉพาะหน้า

โดยใช้เพียงพัดลมตั้งโต๊ะหรือตั้งพื้นที่มีอยู่ในบ้าน แล้วทำการติดแผ่นกรองอากาศ HEPA เข้ากับตะแกรงด้านหลังของพัดลมด้วยเทปกาว และเปิดใช้งานตามปกติ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าสามารถใช้งานได้ดี จึงทำการเผยแพร่แนวคิดนี้ให้ประชาชนทั่วไปนำไปใช้

ทั้งนี้ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาคุณภาพอากาศของเชียงใหม่ ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แต่เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศมีราคาค่อนข้างสูงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีข้อจำกัดในการเข้าถึง จึงได้คิดค้นทดลองประดิษฐ์เครื่องฟอกอากาศราคาประหยัดขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปทำใช้เองได้ภายในบ้าน

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการประดิษฐ์นั้น สามารถหาได้ง่ายและราคาไม่สูง ได้แก่ พัดลม , แผ่นกรองอากาศHEPA และเทปกาว ซึ่งวิธีการทำนั้นเพียงนำแผ่นกรองอากาศจำนวน 1 แผ่น ที่มีราคาแผ่นละประมาณ 30 บาท ตัดแต่งแล้วนำไปติดตั้งปิดไว้ที่ตะแกรงด้านหลังของพัดลมให้แน่นโดยใช้เทปกาว แต่เปิดช่องให้ลมสามารถผ่านได้ส่วนหนึ่ง จากนั้นเปิดพัดลมใช้งานได้เลย ซึ่งจากการทดสอบใช้งานในช่วงที่ผ่านมาพบว่าได้ผลเป็นอย่างดี

จากการทดสอบใช้งานพัดลมที่ติดแผ่นกรองอากาศจำนวน 1 ตัว ในห้องขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 4 เมตร พบว่าก่อนการใช้งานในห้องมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 อยู่ที่ 100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และหลังจากที่เปิดใช้งานแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง ตรวจวัดพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 ลดลงเหลือเพียง 20 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าช่วยกรองฝุ่นได้ประมาณ 80% ทั้งนี้หากห้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่านี้ต้องใช้จำนวนพัดลมมากขึ้นไปตามสัดส่วน

ขณะเดียวกันศาสตราจารย์นายแพทย์ขวัญชัย บอกว่า การใช้งานเครื่องฟอกอากาศราคาประหยัดที่ทำเองนี้ให้ได้ผลดีที่สุดจะต้องใช้ในห้องที่ปิดประตูหน้าต่างและเปิดใช้งานเครื่องตลอด ส่วนอายุการใช้งานของแผ่นกรองอากาศ 1 แผ่นนั้น จากที่ทดสอบในช่วงที่ผ่านมาสามารถใช้งานได้ประมาณ 4 สัปดาห์ แล้วจึงเปลี่ยนแผ่นใหม่ แต่หากคุณภาพอากาศแย่มากจะมีอายุการใช้งานลดน้อยลงไป ซึ่งอาจจะเป็น 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามถือเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างต่ำและแนะนำว่าหากเป็นไปได้ประชาชนควรนำแนวคิดนี้ไปทดลองทำใช้กัน.