You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > ทนายสงกานต์แนะ วิธีปฏิบัติเมื่อ ตำรวจขอค้นรถ-ค้นตัว เอาไว้ใช้ดีมาก

ทนายสงกานต์แนะ วิธีปฏิบัติเมื่อ ตำรวจขอค้นรถ-ค้นตัว เอาไว้ใช้ดีมาก

ใครหลายๆคนคงอาจกำลังสงสัยว่าถ้าหากมีตำรวจเข้ามาตรวจค้นรถนั้นเราจะต้องทำอย่างไรและมีสิทธิ์ที่จะถ่ายภาพหรือบันทึกวีดีโอได้หรือไม่โดยถ้าหากเต็มตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 ที่ได้มีการบัญญัติไว้ว่าหากผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือของผู้อื่นให้พ้นจากภัยอันตรายซึ่งอาจจะเกิดจากการประทุษร้ายหรือละเมิดต่อกฎหมายหรือเป็นภัยอันตรายที่เกิดใกล้จะถึงท่าได้กระทำแก่สมเหตุ กระทำนั้นก็ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420 ระดับว่าผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขารู้สึกเสียหายหรือถึงแก่ชีวิตหรือถึงแก่ร่างกายหรืออนามัยหรือเสรีภาพหรือทรัพย์สินต่างๆอย่างใดอย่างหนึ่งก็ดีท่านว่าผู้นั้นทำการละเมิดจะต้องชดใช้สินไหมเพื่อการทดแทน

ข้อที่ 1 ถ้าหากเราได้ทำการบันทึกภาพหรือถ่ายภาพเอาไว้ถือว่าไม่เป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ต้องขอเรียนว่าเรานั้นสามารถทำได้โดยชอบเพราะถือเป็นการป้องกันสิทธิ์ของตนด้วยชอบทางด้านตามกฎหมาย

ข้อที่ 2 การถ่ายภาพหรือการบันทึกวิดีโอในขณะที่ตรวจค้นและมีผลดีและผลร้ายก็ให้มีการจดแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ที่ให้ทราบว่าเรานั้นมีสิ่งของผิดกฎหมายหรือไม่ จับ ก็ได้บอกไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีของตัวเองถ้าไม่มีจะเป็นหลักฐานในการยืนยันความบริสุทธิ์

ข้อ 3 ก่อนที่ทำการตั้งเข้าตรวจค้นต้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่แสดงความบริสุทธิ์ใจเช่นเดียวกันโดยการแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการหรือถลกแขนเสื้อขึ้นล้วงกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาล้วงกระเป๋ากางเกง 2 ข้างออกมาเพื่อให้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่และขอให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นและร่วมกันทางวีดีโอพร้อมกันเพื่อเป็นหลักฐานทั้งสองฝ่าย

ข้อที่ 4 เจ้าหน้าที่ตรวจค้นจำเป็นจะต้องแสดงตนโดยการเปิดเผยไม่ใช่แต่หน้ากากหรือสวมหมวกไอ้โม่งอันเป็นข้อพิรุธหรือข้อสงสัยให้กับผู้สัญจรไปมา

ข้อ 5 อย่าๆให้ร้องดังๆหากเกิดเหตุวิกฤตฉุกเฉินจะช่วยทำให้คนอื่นมองและวิกฤตให้เป็นโอกาสให้มีไทยมุงหากมีใครก็ช่วยกันถ่ายวีดีโอไว้ขณะนั้น

ข้อ 6 ให้บุคคลที่แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่พนักงานหรือผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พนักงานแสดงบัตรประจำตัวทุกคนแล้วให้ทำมุมช่วยกันถ่ายภาพถ่ายวีดีโอให้อ่านขื่อและนามสกุลกันดัง ดัง

ข้อ 7 ตัวเราหรือขอร้องให้ไทยมุงช่วยโทรอจ้ง 191 หรือตำรวจท้องถิ้น หรือ นักข่าวมายังที่เกิดเหตุ

ข้อ 8 ให้เจ้าหน้าที่พนักงาน ที่ทำการตรวจค้นขอให้แต่ละคน ถลกแขนเสื้อให้หมดทุกคน และ ถลกกระเป๋ากางเกงออกพร้อมให้ไทยมุงช่วยกันดู

ข้อ 9 ตัวเราต้องแสดงความบริสุทธิใจโดยการถลกกระเป๋ากางเกง ให้เข้าหน้าที่ดูด้วยเช่นกัน

ข้อ 10 หาทางติดต่อคนรู้จักหรือญาติสนิทให้มาที่เกิดเหตุให้ไวที่สุด หากอยู่คนเดียวให้ตะโกนดัง ดัง ให้มีคนมามุงกันเยอะ เยอะ

ข้อ 11 หากถูกควยคุมตัวแต่ของกลางไม่ใช่ของเรา ต้องห้ามจับหรือแตะต้องอย่างเด็ดขาด

ข้อ 12 อย่าไปกลัวการถูกซ้อม ข่มขู ถ้าเราไม่ผิดและอย่าเซ็นชื่อลงเอกสารอะไรทั้งสิ้น หากจำเป็นต้องอ่านให้เข้าใจก่อนเซ็น หากข้อความไหนไม่ใช่ไม่เป็นจริงให้ทำการแก้เสียก่อน

ข้อ 13 หากเราไม่ได้ทำผิดอย่าชัเจุดเกิดเหตุ อย่าชี้ของกลางอย่างเด็ดขาด

ข้อ 14 ในขณะที่ถูกควบคุมตัวให้คนสนิท นั้งเฝ้าจนกว่านำตัวส่งศาล

ข้อ 15 ขณะให้การใด ใดก็ตาม ให้ร้องขอเจ้าหน้าที่ช่วยติดตาม หรือ ทนายความ ที่ไว้ใจ เข้าการสอบสวนจนกว่าเสร็จสิ้น

ข้อ 16 หากเราไม่ผิดสวมวิญญาณร้องเรียนขอร้องความเป็นธรรต่อสื่อมวลชล และหน่วยงานของรัฐหรือสิทะฺทางศาลตามกระบวนยุติธรรม

และนอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้นตัวหรือค้นสิ่งของหรือค้นรถที่อยู่ในการครอบครองของบุคคลในสาธารณะตามประมวลกฎหมายที่ได้มีการพิจารณาความอาญามาตรา 93 โดยมีการกล่าวว่าห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณะสาธารณะยกเว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้คนเท่านั้นหากบุคคลนั้นมีสิ่งของอยู่ในความครอบครองเพื่อใช้ในการกระทำความผิดซึ่งได้มาโดยกระทำความผิดหรือว่าเป็นความผิดและมาตรา 99 วางหลักไว้ว่าในการค้นนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องพยายามมีให้มีการเสียหายหรือกระจัดกระจายเท่าที่จะทำได้และจากหลักกฎหมายข้างต้นนี้ก็มีกรณีที่นักศึกษานั่นก็คือ

1.ห้ามไม่ให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณะยกเว้นแต่เจ้าหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นจะต้องมีเหตุอันควรสงสัยดังนั้นบุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พนักงานตามกฎหมายมาขอค้น สามารถปฏิเสธไม่ให้ค้นได้

2.เจ้าหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจก็คือเจ้าหน้าที่พนักงานซึ่งมีกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนรวมถึงเจ้าหน้าที่พนักงาน กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า และพนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเมื่อทำการเกี่ยวกับการจับกุมการปราบปรามผู้กระทําความผิดทางด้านกฎหมายคนเหล่านี้มีหน้าที่จะต้องจับกุมและปราบปราม

3. หากมีเหตุสงสัยอันควรคือเจ้าหน้าที่ต้องสงสัยว่าบุคคลนี้มีสิ่งของในความครอบครองผิดกฎหมายหรือได้ด้วยความผิดกฎหมาย

ทั้งนี้เหตุอันควรข้อสงสัยมีเพียงแค่ 3 กรณีเท่านั้นซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะอ้างว่ามีเหตุอันควรสงสัยอย่างอื่นมากกว่าคนจะไม่ได้หรืออ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและมาขอค้นโดยไม่มีเหตุอันควรสงสัยก็ไม่ได้เช่นกันฉะนั้นท่านสามารถปฏิเสธไม่ให้คนได้อีกทั้งการค้นในที่รโหฐานโดยไม่มีเหตุอันสมควรถือว่าเจ้าหน้าที่พนักงานมีความผิดและทางเจ้าหน้าที่พนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ว่าด้วยการหากมีการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นท่านก็สามารถด้านการป้องกันตัวได้เนื่องจากบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการปกป้องตัวเองและไม่เป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานหน้าที่

ในกรณีของการตรวจค้นพบสิ่งผิดกฎหมายในความครอบครองของบุคคลเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ที่จะจับกุมในทันทีโดยที่ไม่ต้องมีหมายเนื่องจากเป็นความผิดตามหน้าที่โดยมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในมาตรา 78 แต่อย่างไรก็ตามแม้ท่านจะมีสิ่งของผิดกฎหมายในครอบครองหรือเป็นบุคคลตามหมายจับเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด

Loading...

Similar Articles

Top