You are here
หน้าแรก > สาระ > ทนายมาเอง! อย่าให้นายจ้างเอาเปรียบ ทำงานวันหยุดต้องจ่ายโอที 3 เท่า

ทนายมาเอง! อย่าให้นายจ้างเอาเปรียบ ทำงานวันหยุดต้องจ่ายโอที 3 เท่า

โดยไล่ล่าสุดนี้ได้มีเพจ Facebook สายตรงกฎหมายของทนายรัชพลศิริสาครประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดโดยกฎหมายนั้นได้มีการกำหนดให้รับถึง 3 เท่าด้วยคำว่าล่วงเวลานั้นก็คือการทำงานนอกเวลางานปกตินั่นเองยกตัวอย่างเช่นหากปกติทำงานตั้งแต่ 8:00 นจนถึง 17:00 น และเวลาล่วงเวลาก็คือเวลาที่นอกเหนือจาก 17:00 นเป็นต้นไป

โดยในวันหยุดการทำงานนอกเวลาจะไม่ได้กำหนดเวลาทำงานถือเป็นการทำงานล่วงเวลาโดยนายจ้างจะต้องจ่ายให้ลูกจ้างศาลเท่านั้นจะต้องดูเวลาการทำงานหายทำงานในวันธรรมดาและทำงานในวันหยุดนอกเหนือจากวันเวลาทำงานจะได้สั่งเช่าซึ่งเท่ากับนายจ้างจะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้ถูกต้องและเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพศ 2541 ในมาตรา 63 ซึ่งในกรณีที่นายจ้าง สั่งให้ลูกน้องทำงานล่วงเวลาในวันหยุดนายจ้างจะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกน้องในอัตราไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงหรือตามจำนวนชั่วโมงที่ได้ทำ

โดยกฎหมายว่าเรื่องอัตราค่าจ้างค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดนั้นก็มีตามมาตราดังนี้

-มาตรา 53 นายจ้างกำหนดค่าจ้างค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุดนะค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างที่ทำงานมีอันลักษณะและคุณภาพในปริมาณที่เท่ากันหรืองานที่เท่าเทียมกันในอัตราเท่ากันไม่ว่าลูกจ้างนั้นจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

-มาตรา 54 นายจ้างจ่ายค่าจ้างค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุดค่าล่วงเวลาในวันหยุดและเงินผลประโยชน์อื่นๆเนื่องจากการจ้างบรรดาที่จ่ายเป็นเงินต้องจ่ายเงินตราไทยเว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างว่าสามารถจ่ายเป็นตัวเงินหรือเงินจากต่างประเทศได้

-มาตราที่ 55 นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุดอารมณ์เวลานี้วันหยุดและเงินผลประโยชน์อื่นๆเนื่องจากนายจ้างทำการจ้างงานแก่ลูกจ้างในสถานที่ทำงานของลูกจ้างถ้าจ่ายและสถานที่อื่นหรือวิธีอื่นจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างโดยตรง

– มาตราที่ 56 นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานสำหรับวันหยุดดังต่อไปนี้ 1 วันหยุดประจำสัปดาห์เว้นแต่ลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างรายวันหรือรายชั่วโมง 2 วันหยุดตามประเพณี 3 วันหยุดพักผ่อนประจำปี

– มาตราที่ 57 นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างรายวันลาป่วยตามมาตรา 32 เท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ได้ลาโดยในปี 1 น่าจะต้องไม่เกิน 3 วันในการทำงานแต่ในกรณีที่ลูกจ้างใช้สิทธิ์ลาเพื่อทำหมัน ตามมาตรา 33 นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในเวลานั้นด้วย

– มาตรา 57/1 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นในมาตรา 34 หรือเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาโดยปีนึงจะต้องไม่เกิน 3 วัน

– มาตรา 58 นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างรายวันลาเพื่อรับราชการทหารตามมาตรา 35 เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาในปีหนึ่งจะต้องไม่เกิน 60 วัน

-มาตรา 60 เพื่อเป็นประโยชน์แก่การจ่ายเงินตามมาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 59 และมาตรา 11 และมาตรา 72 ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยก็ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันหยุดในวันละเท่ากับค่าจ้างโดยเฉลี่ยการทำงานของลูกจ้างที่ได้รับในงวดการจ่ายก่อนหน้าวันหยุดหรือวันลา

– มาตรา 61 ในกรณีนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานนายจ้างจะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำ

– มาตรา 62 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามมาตรา 28 หรือมาตรา 29 หรือมาตรา 30 ให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุดกันลูกจ้างในอัตราดังต่อไปนี้ 1 สำหรับลูกค้าที่มีสิทธิ์รับค่าจ้างในวันหยุดจะต้องให้จ่ายเพิ่มจากค่าจ้างไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมง 2 สำหรับลูกจ้าง ซึ่งไม่มีสิทธิ์ในการรับค่าจ้างในวันหยุดจะให้จ่ายไม่น้อยกว่าสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำ

– มาตรา 63 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันหยุดให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดแก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง

-มาตรา 68 ในกรณีที่นายจ้างไม่ได้จัดให้ลูกจ้างหยุดงานหรือจัดให้ลูกจ้างหยุดงานน้อยกว่าที่กำหนดตามมาตรา 28 มาตรา 29 และมาตรา 30 ให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดแก่ลูกจ้างต่างๆที่กำหนดไว้

-มาตรา 69 เพื่อเป็นประโยชน์แก่การกำหนดช่วงเวลาในกรณีที่นายจ้างกำหนดเวลาทำงานเป็นปกติและสัปดาห์ให้นับจากวันหยุดประเพณีวันหยุดพักผ่อนประจำปีและเวลาในการทำงาน

– มาตรา 70 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุดค่าล่วงเวลาในวันหยุดและเงินที่นายจ้างจะต้องมีนัดจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ถูกต้องและตามกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ 1 ในกรณีที่มีการกำหนดค่าจ้างเป็นรายเดือนรายวันหรือรายชั่วโมงไม่เกิน 1 เดือนหรือตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยให้จ่าย 1 เดือนไม่น้อยกว่า 1 ครั้งเว้นแต่จะมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างในกรณีที่มีการคำนวณค่าจ้างนอกจาก 1 ให้จ่ายตามเวลาที่นายจ้างและลูกจ้างที่ตกลงกันไว้ 3 ค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุดค่าล่วงเวลาในวันหยุดและเงินนายจ้างจะต้องมีหน้าที่จ่ายตามพระราชบัญญัติโดยให้จ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง

-มาตรา 71 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างเดินทางไปทำงานท้องที่อื่นนะนายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานกับลูกจ้างซึ่งไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันหยุดตามมาตรา 56

-มาตรา 72 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างเดินทางไปทำงานที่อื่นนอกเหนือจากการทำในท้องที่สำหรับการทำงานปกติลูกจ้างไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างล่วงเวลาตามมาตรา 61 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามมาตรา 63 ในระหว่างการเดินทางเว้นแต่ในบ้านจะมีการตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดแต่ลูกจ้าง

-มาตรา 75 ในกรณีที่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ในอัตราสูงกว่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา 61 มาตรา 62 และมาตรา 63 ให้เป็นไปตามข้อตกลงดังกล่าว

-มาตรา 75 กรณีที่นายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราวด้วยเหตุอันใดอันหนึ่งที่มีผลกระทบต่อการประกอบกิจการจนทำให้นายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกตินายจ้างจำเป็นจะต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าจ้างในวันทำงานและลูกจ้างจะได้รับต่อนายจ้างหยุดกิจการตลอดระยะเวลาที่นายจ้างไม่ได้ให้ลูกจ้างทำงาน ณ สถานที่จ่ายเงินตามมาตรา 55 และภายในกำหนดเวลาการจ่ายเงินตามมาตรา 70

-มาตรา 76 ถ้าไม่ให้นายจ้างหักค่าจ้างค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดเว้นแต่เป็นการเพื่อชำระภาษีตามจำนวนที่ลูกจ้างจะต้องจ่ายหรือชำระเงินตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ 2 บำรุงค่าสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน 3 ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกัน 4 เป็นเงินประกันตามมาตราที่ 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้างซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงโดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง 5 เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับเงินทุนสะสมสามารถหักตามได้ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และข้อห้ามในแต่ละกรณีห้ามมิให้เกินร้อยละ 50 หรือจะรวมกันได้ไม่เกิน 1 ใน 5 ของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิ์ที่จะได้รับตามกฎหมาย

– มาตรา 77 ในกรณีนายจ้างจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือมีข้อตกลงให้ลูกจ้างจ่ายเงินเกี่ยวกับมาตรา 54 หรือ 55 ในการหักเงินตามมาตรา 76 นายจ้างจำเป็นจะต้องจัดทำหนังสือเพื่อให้ลูกจ้างได้ลงมือลายมือชื่อรับความยินยอม

Loading...

Similar Articles

หัวใจแกร่ง ‘เอกชัย-จิตรกรไร้แขน’ ไปขอเรียนที่ไหนก็ไม่มีใครรับ แต่วันนี้เขาคว้าปริญญาสำเร็จ

ชวนทำ ‘ขิงดอง’ สูตรลับของ รพ.อภัยภูเบศร ทำง่าย บำรุงร่างกาย ดีต่อลำไส้

ขายดีมาก ปาท่องโก๋สูตรเก่าแก่จากเมืองจีน ขายได้วันละหมื่น

ชื่นชม ครูไอซ์ แม้ตาบอด 2 ข้าง ไม่ยอมแพ้ มุมานะ จนคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1

ยกย่อง! ความเรียบง่าย เจ้าของแบรนด์มือถือ ‘หัวเหว่ย’ มหาเศรษฐีติดดิน

แบ่งปัน! คู่มือการทำบุญบ้าน ต้อนรับปีใหม่ เสริมสิริมงคลให้กับตัวเองและคนในครอบครัว ตลอดทั้งปี

Top