You are here
หน้าแรก > สาระ > เปิดชีวิตหมวดวิชัย ใคร ๆ ก็ว่าบ้า ปลูกไปแล้วกว่า 3 ล้านต้น

เปิดชีวิตหมวดวิชัย ใคร ๆ ก็ว่าบ้า ปลูกไปแล้วกว่า 3 ล้านต้น

โดยล่าสุดมีที่ตึกผู้ป่วยอาคาร 4 ชั้น 3 เตียง 1 ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ทาง ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ ซึ่งเป็นคนที่ปลูกต้นไม้ชื่อดังมานอนพักรักษาตัวมา แล้ว 2 วันโดยทางแพทย์ รพ.ขุขันธ์ ซึ่งได้มีการส่งตัวต่อมาที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ เนื่องจากว่าทางโรงพยาบาลขุขันธ์ไม่มีแพทย์ที่จะสามารถรักษาโรคเฉพาะทางได้ เพราะ ร.ต.ต.วิชัย ป่วยเป็นโรคหัวใจวายจำเป็นจะต้องให้แพทย์เฉพาะทางทำการรักษาเท่านั้นซึ่งในตอนนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดโดยตามแขนและขามีสายน้ำเกลืออยู่จะไปหมดซึ่งจะได้มีนาย ภัทรวุฒิ สุริยุทธ ผู้เป็นลูกชายคอยดูแลตลอดเวลาและทางโรงพยาบาลศรีสะเกษก็มีการรักษาอย่างเต็มที่

โดยทางคุณวิชัยนักปลูกต้นไม้ชื่อดังของประเทศไทยได้มีการกล่าวว่าก่อนหน้านี้ตัวผู้ป่วยเป็นโรคไตวายต้องทำการฟอกไต สัปดาห์ ละ 3 ครั้ง ซึ่งผลจากการฟอกไตบ่อยๆทำให้เป็นโรคหัวใจวายเพราะหัวใจขาดเลือดจึงให้มารักษา ตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษนานประมาณ 5 วันจึงทำให้ต้องหยุดพักกิจกรรมต่างๆเกี่ยวกับการปลูกต้นไว้เพื่อรักษาตัวเอง

ส่วนในเรื่องของการปลูกต้นไม้นั้นในขณะนี้ทางคุณวิชัยได้มีมือซ้ายและมือขวามาเข้าร่วมในการปลูกป่านั่นก็คือ นายเสริมศักดิ์ กล้วยนิตย์ และนายถวัลย์ แสนภู่ โดยได้ทำการปลูกต้นตาลทดแทนต้นที่ตัดสินใจเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าไปกรีดขวางการก่อสร้างคลองส่งน้ำและขยายถนนคลองหมู่บ้านในหลายๆแห่ง โดยการปลูกต้นไม้ที่ทำอยู่นี้เป็นการดำเนินตามโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองโดยคนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จักแต่ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นโครงการเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นโครงการที่คล้ายกันและมีการสอนให้คนรู้จักการใช้จ่ายอย่างประหยัดและการทำเกษตรเพื่อให้พออยู่พอกินและปลูกป่าให้ความชุ่มชื้นแก่แผ่นดินโดยนับตั้งแต่ปี 2548 ได้มีการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 2 ล้านต้นและมีการคาดการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะคุณวิชัยได้สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะปลูกต้นไม้ไปจนตาย

โดยประวัติความเป็นมาของดาบวิชัยนั้นตัวเขาเป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 6 คนมีครอบครัวฐานะยากจนพ่อแม่เป็นชาวนาแต่ก็พยายามผลักดันให้ดาบวิชัยได้ร่ำเรียนหนังสือจนกระทั่งคุณแม่ที่จากไปตอนที่เรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จึงทำให้เค้าต้องเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวจึงทำให้เขานั้นผ่านงานอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นกรรมกรก่อสร้างหรือจับกันซึ่งก็ทำมาแล้วทั้งนั้นแต่ชีวิตรันทดในวัยเด็กของเราก็ทำให้เขาเดินสู่เส้นทางอาชีพสายตำรวจโดยการเรียนต่อที่โรงเรียนพลตำรวจ 3 จังหวัดนครราชสีมาเมื่อปี 2511 และได้บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจภูธรและย้ายมาประจำที่สถานีภูธรอำเภอปรางค์กู่จนเกษียณอายุราชการ

โดยหลังจากที่เกษียณอายุราชการสิ่งที่เขานั้นทำไม่เคยอยู่นั่นก็คือการปลูกต้นไม้โดยก้าวแรกที่เขาได้ทำตัวจากตำรวจมาเป็นนักปลูกต้นไม้ตัวยง เขานั้นได้มีโอกาส ได้เข้าร่วมโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องในพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 และโครงการนี้เองก็ทำให้เขาเกิดความคิดที่ว่าชาวบ้านจำเป็นจะต้องใช้ทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุดและพึ่งพาตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรีแต่ที่อำเภอปรางค์กู่เป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษและจะหาทรัพยากรนี้มาจากไหนจึงทำให้เขาเริ่มตั้งแต่พยากรณ์ด้านต้นไม้ขึ้นในอำเภอแห่งนี้

โดยย้อนกลับไปปี 2531 เป็นปีแรกที่ได้ทำการปลูกต้นไม้โดยเฉพาะในตอนเช้าและหลังเลิกงานซึ่งเขาจะขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปตามที่ต่างๆพร้อมกับถุงปุ๋ยต้นกล้ารับจอดจนกลายเป็นภาพชินตาของชาวบ้านและไปปลูกต้นไม้ด้วยความตั้งใจและหวังว่าเมื่อมันเติบโตมามันก็จะเป็นทรัพยากรของลูกหลาน อำเภอปรางค์กู่ให้อยู่สุขสบาย แต่สิ่งที่ตามมาก็คือคำนินทาที่กล่าวว่าเขาบ้าที่ทำแบบนี้แต่ถึงใครจะวิจารณ์อย่างไรก็ตามแต่เมื่อต้นไม้เหล่านี้ได้เติบโต ออกดอก ออกผลให้ร่มเงาก็ทำให้ชาวบ้านนั้นได้เรื่องนิทานและหันมาเข้าใจในสิ่งที่ดาบวิชัยทำในที่สุด

และชาวบ้านก็ได้ผลประโยชน์นำต้นไม้ที่ปลูกไปทำให้เกิดประโยชน์ใช้สอยได้อย่างมากมายและเจตนารมณ์เพื่อเป็นประโยชน์สุขแก่ส่วนรวมทำให้ดาบวิชัยได้กระทำด้วยความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยเพราะเขาได้สร้างทรัพยากรธรรมชาติอันยั่งยืนให้กับชาวบ้านไม่ถึง 3 ล้านต้นด้วยตัวของนั้นตั้งใจว่าจะปลูกต้นไม้ไปจนกว่าจะหาไม่แล้วยังบอกอีกว่าถ้าหากไม่มีพ่อหลวงร 9 ในวันนั้นก็คงไม่มีคนบ้าปลูกต้นไม้แบบเขาที่ปลูกต้นไม้ถึง 3 ล้านต้นในวันนี้

Loading...

Similar Articles

Top