อนุโมทนาบุญ! ส่งต่อหัวใจ ช่วยต่อลมหายใจให้เพื่อนมนุษย์​ ได้อีก​ 6​ ชีวิต

โดยในวันนี้ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉินจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ก็ได้มีนายแพทย์สำเริง สีแก้วซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และเจ้าหน้าที่และญาติของนายพงศธร อัมพุท อายุ 18 ปีที่อยู่ในอำเภอดอกคำใต้จังหวัดพะเยาซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตที่ได้มีการแจ้งความจำนงขอบริจาคอวัยวะร่างกายที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาด

โดยทางนายแพทย์สำเริงได้มีการกล่าวว่าทางโรงพยาบาลต้องขอขอบคุณครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมากที่ได้มีการอนุญาตให้นายพงศธรได้รับบริจาคอวัยวะถือว่าเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดชีวิตและอีกหลายรายซึ่งถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมากโดยหากพบว่าในปัจจุบันได้มีการพบว่าผู้ป่วยกว่า 6,241 ราย มีความจำเป็นที่ต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะโดยอวัยวะส่วนใหญ่คือไตที่มีถึงประมาณ 6000 กว่าราย รองลงมาคือตับ 247 ราย หัวใจและปอดอย่างละ 23ราย แต่ในกัปตันตัวเลขที่พบว่าผู้ที่ได้รับบริจาคอวัยวะในปี 2562 มีเพียงแค่ 111 รายเท่านั้นที่ได้รับการปลูกถ่ายเท่ากับว่าการปลูกถ่ายอวัยวะยังไม่เพียงพอ

และทางด้านของพ่อแม่ของนายพงศธรก็ได้มีการบอกกล่าวถึงลูกชายว่าลูกชายของตัวเองนั้นเป็นคนดีนิสัยเรียบร้อยไม่ค่อยพูดค่อยจาและชอบทำบุญหรือเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนสมัยที่ลูกชายเรียนอยู่หนังสือในชั้นระดับมัธยมศึกษาได้แอบไปทำเรื่องขอบริจาคอวัยวะโดยที่ทางครอบครัวไม่เคยรับรู้มาก่อนจนมีจดหมายแจ้งการตอบรับจากศูนย์บริจาคมาถึงบ้านจะทราบเรื่องและในครั้งนี้ลูกชายจะได้มีการช่วยเหลือคนได้ถึง 60 ชีวิต ด้วยกัน

โดยหนึ่งในผู้ที่ได้รับการบริจาคคือผู้ป่วยจากโรงพยาบาลแรกในร่างกายที่ได้รับการบริจาคอวัยวะหัวใจ ของน้องพงศธร ซึ่งทางโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.จร. ช่วยจัดรถนำอวัยวะ จากดอนเมืองมาส่งมอบยังโรงพยาบาลศิริราช

โดยหนึ่งในทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ส่งต่ออวัยวะให้กับโรงพยาบาลศิริราชนั้นก็เป็น ร.ต.อ. พิเชษฐ วิเศษโชค รอง สว.งานปฏิบัติการจราจร ตามโครงการพระราชดําริมีการเปิดเผยว่าในช่วงเย็นวันที่ 19 พฤษภาคมได้มีการประสานงานจากหมอโรงพยาบาลศิริราชในเรื่องของการรับอวัยวะผู้ป่วยที่จะโดยสารเครื่องบินเช่าเหมาลำมาลงที่ฝูงบิน 604 ดอนเมืองเพื่อนำไปเปลี่ยนให้กับผู้ป่วยจึงได้มีการจัดกำลังตำรวจจราจร 10 นายเพื่ออำนวยความสะดวกตามจุดต่างๆเพราะเส้นทางจากตัวดอนเมืองไปศิริราชนั้นค่อนข้างไกลและต้องผ่านจุดรถติดไปหลายจุด

โดยก่อนที่อวัยวะจะมาถึงได้มีการซ้อมภารกิจในเรื่องของการใช้เส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการรถติดแต่ในวันดังกล่าวนั้นมีฝนตกหนักจึงทำให้เครื่องบินมาช้ากว่ากำหนด และรู้สึกกดดันเป็นอย่างมากเพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยเพราะมีเวลาเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้นในการนำอวัยวะของผู้ป่วยมาสู่ผู้รับบริจาคอย่างโดยเร็วที่สุดฉะนั้นการเดินทางโดยเครื่องบินก็ใช้เวลาแล้วกว่า 2 ชั่วโมงเมื่อก่อนหัวใจมาถึงต้องรีบอำนวยความสะดวกเพื่อภารกิจนี้ทันที และด้วยฝนตกนั้นจึงใช้ความเร็วได้เพียงแค่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทั้งๆที่ปกติเร่งด่วนมากๆจะใช้ได้ประมาณ 140-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแต่อย่างไรก็ตามภารกิจการส่งต่ออวัยวะนี้ก็สามารถสำเร็จไปได้ด้วยดีโดยใช้เวลาทั้งหมดไป 29.24 นาทีเท่านั้นจากดอนเมืองมาถึงศิริราช

โดยหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจในครั้งนี้ก็ทำให้รู้สึกอิ่มเอมใจและก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากกับการเสียสละของน้องพงศธรหนุ่มอายุวัย 18 ปีที่เป็นผู้บริจาค และนอกจากนี้อวัยวะของน้องพงศธร ก็ยังได้ปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยที่รอรับการช่วยเหลือซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ป่วยหัวใจวาย 1 คน ผู้ป่วยไตวาย 2 คน ผู้ป่วยตับวาย 1 คน และผู้ป่วยตาบอด 2 คน รวมทั้งหมดจำนวน 6 คน