You are here
หน้าแรก > สาระ > หัวใจแกร่ง ‘เอกชัย-จิตรกรไร้แขน’ ไปขอเรียนที่ไหนก็ไม่มีใครรับ แต่วันนี้เขาคว้าปริญญาสำเร็จ

หัวใจแกร่ง ‘เอกชัย-จิตรกรไร้แขน’ ไปขอเรียนที่ไหนก็ไม่มีใครรับ แต่วันนี้เขาคว้าปริญญาสำเร็จ

โดยในวันนี้ทุกคนมาดูกันว่าแม้จะมีความผิดปกติทางร่างกายแต่มันก็ไม่ใช่อุปสรรคในการสร้างความก้าวหน้าในชีวิตของตัวเองเหมือนกับชีวิตของคุณเอกชัย วรรณแก้ว พี่เป็นหนุ่มไร้แขน 2 ข้างแต่เขานั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะ ได้อย่างยอดเยี่ยม และในล่าสุดนี้ตัวเขานั้นก็ได้คว้าใบปริญญาตรีคณะกิจกรรมมหาวิทยาลัยมงคลรัตนโกสินทร์วิทยาเขตเพาะช่างมาเป็นที่ครอบครองได้สำเร็จ

โดยคุณเอกชัยเล่าว่าที่มหาลัยมีอาจารย์และเพื่อนๆได้ตั้งฉายาว่ามนุษย์เพนกวินและเขาก็รู้สึกว่ามันน่ารักดีนะไม่ได้คิดว่าผมได้แต่อย่างใดและทางด้านครอบครัวก็เลี้ยงมาเหมือนเราเป็นคนปกติพยายามให้เขาขาดดิ้นรนชีวิตช่วยตัวเองหากทำไม่ได้ก็จะเข้ามาช่วยทีหลังจึงทำให้เขาดิ้นรนมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ช่วงแรกเกิดนั้นเขาเกิดมาตัวเล็กนิดเดียว น้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม ไม่มีแขนทั้งสองข้างมีขางอกมานิดเดียวในตอนแรกเกิดมาใครก็บอกว่าไม่น่ารอดแต่สุดท้ายก็เติมโตมาจนได้และเกิดมาพร้อมกับโรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้าแต่เมื่อโตมาได้ประมาณ 1 ก็ทำให้เขาแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

โดยในช่วงแรกของคุณแม่เอกชัยคิดว่าเขาจะทำอย่างไรถ้าหากคุณแม่ตายไปลูกจะดูแลตัวเองได้อย่างไรให้แต่มาในวันนี้เขาสามารถใช้ความสามารถของตัวเองเอาไปวาดรูปตามงานต่างๆจนสามารถปลดหนี้ให้กับแม่ได้อีกครั้งที่มีการปลูกบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัวและยังส่งเสียเงินให้แม่ทุกๆเดือนและด้วยความสามารถของการวาดภาพนี้เขาก็ได้ฝึกวาดมาตั้งแต่เด็กช่วยตัวเองโดยใช้สีไม้บ้างลูกชิ้นบ้างลองคิดพื้นฐานของการเข้าเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆแต่ก็เข้ายากเหมือนกันเพราะผู้อำนวยการหลักหลายโรงเรียนไม่ยอมรับเขาเข้าเรียน เพราะเห็นว่าเขาแตกต่างจากคนอื่นแต่สุดท้ายก็สามารถเข้าเรียนได้เพราะพ่อแม่ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดสามารถเข้าเรียนได้เป็นที่สำเร็จ

โดยก่อนที่จะเรียนหนังสือนั้นเขาก็ได้มีการขอพ่ออยากจะไปเรียนหนังสือเพราะอยากจะอ่านออกเขียนได้แต่ผู้เป็นพ่อได้กลับตอบมาว่าได้แต่ลูกต้องเอาชนะ 3 ข้อนี้ให้ได้ก่อนโดย 3 ข้อที่ว่านั้นก็คือ 1 ต้องทนต่อสายตาคนอื่นที่มองเราได้หรือไม่ 2 ต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด 3 ต้องตอบคำถามสั้นๆทั้งๆที่เป็นคำถามที่เราไม่อยากจะตอบแต่แน่นอนว่าต้องมีคนมากมายที่เข้ามาผ่านอย่างแน่นอนและเราก็จะต้องตอบคำถามเหล่านี้ซ้ำๆได้ไปซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เขาตกลงที่จะเรียน

และสาเหตุที่เขามั่นใจมากนั่นก็เป็นเพราะว่า ที่บ้านของเขานั้นไม่ได้เลี้ยงดูเขาเหมือนคน พิ – ก-ารอย่างคนอื่นแต่เลี้ยงดูเหมือนคนปกติให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้ตั้งแต่ยังเล็กๆอีกครั้งเขาก็ยังมีหน้าที่ของตัวเองในการดูแลความสะอาดบ้านไม่ว่าจะเป็นกวาดบ้านถูบ้านทำกับข้าวหรือทำงานบ้านอื่นเหมือนกับคนปกติทั่วไปที่ต้องทำ จนกระทั่งมาช่วงอายุประมาณ 13 ปีเกิดสิ่งแปลงภายในบ้านเมื่อมีไฟฟ้าใช้คนเป็นพ่อจึงซื้อโทรทัศน์มาให้ลูกดูวันหนึ่งเขาไปเจอกับสปอนเซอร์โฆษณาที่พูดว่าเด็กไทยอยากเรียนได้เรียนและนี่ก็ทำให้พ่อของเขาพาเขาไปถามที่ศึกษาธิการจังหวัดเพื่อทำให้เขานั้นสามารถเรียนได้

แต่ก่อนที่เขาจะเข้าเรียนนั้นสิ่งที่เขาจะต้องได้รับการทดสอบว่าตัวเขาและสามารถช่วยเหลือและในเวลาที่เข้าเรียนได้นั่นก็คือทดสอบการดื่มน้ำถอดเสื้อผ้าเขียนหนังสือในทุกๆวันนี้เขาก็สามารถเขียนหนังสือด้วยเท้าได้ทุกๆวันและอ่านไม่ออกเพราะไม่เคยเรียนแต่เขียนได้เพราะเห็นพี่ทำการบ้านและจดจำมาหลังจากที่ผ่านการทดสอบแล้วเขาก็ได้เข้าเรียนโดยปกติแล้วโรงเรียนนั้นจะเลิกเวลา 15:30 น. แต่เพราะพ่อต้องทำงานจึงไม่สามารถมารับลูกได้ตรงเวลาและได้ฝากเอกชัยไว้กับคุณครูคนหนึ่งและคุณครูคนนี้ก็สอนบทเรียนต่างๆเอกชัยล่วงหน้าระหว่างที่จะรอพ่อมารับ นอกจากนี้ครูยังขอให้เขาช่วยดูแลเด็กในห้องและขอสอนให้สอนภาษาไทยแทนเขาด้วยเขาก็เลยไปยืนบนโต๊ะและสอนวิชาภาษาไทยกับคณิตศาสตร์การครู ประจวบเหมาะกับผู้อำนวยการคนใหม่เดินตรวจห้องและเห็นว่าคุณเอกชัยสอนบทเรียนที่สอนให้กับเพื่อนๆนักเรียนอยู่ที่บทที่ 1 จึงนำข้อสอบป 2 มาให้ทำดูปรากฏว่าคุณเอกชัยสามารถทำได้และนั่นเองก็ทำให้เขาสามารถเรียนข้ามชั้นเป็นชั้นป 2 หลังจากที่เรียนชั้นป 1 ได้เพียงแค่ครึ่งเทอมเท่านั้น

และหลังจากเรียนจบชั้นอนุบาลแริญญาตรีที่วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์เขาก็ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ให้ไปเรียนต่อที่เพราะช่างไปเรียนทางด้านศิลปะที่เขาชื่นชอบเขาก็เลยตัดสินใจลองไปสอบดูแต่สอบไม่ติดสุดท้ายก็พบอาจารย์ท่านหนึ่งที่ให้ความเมตตากรุณาเสนอเรื่องเรียนต่อจนทำให้เขาน้ำสามารถมาเรียนต่อที่โรงเรียนเพาะช่างแห่งนี้ได้ ถึงแม้ว่าการเรียนจะยากแต่เขาก็อยากลบคำสบประมาทของใครหลายๆคนที่เคยพูดกับคนเป็นพ่อเป็นแม่ว่าจะส่งเขามาเรียนทำไมเรียนไปก็ไม่จบเรียนไปก็ไม่มีงานทำคนแบบนี้ใครจะเอาไปทำอะไรได้แต่ก็มีพ่อแม่ที่คอยให้กำลังใจจนทำให้เขานัดฝ่าฟันอุปสรรคและเป็นแรงกระตุ้นจนทำให้เขาประสบความสำเร็จแม้ว่าเขานั้นจะต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่นเพราะศักยภาพเขามีจำกัด

โดยเทคนิคของการวาดภาพของเขานั่นก็คือการผลิตภาพเขียนกลับฟ้ากลับดิ นเพราะบางภาพมีขนาดใหญ่เกินความสูง จึงทำให้เขาต้องวาดภาพช่วงล่างให้เสร็จก่อนแล้วค่อยหมุนภาพด้านบนกลับลงมาวาดภาพในลักษณะกลับหัว ซึ่งบอกเลยว่ายากมากเพราะต้องจำแต่สีดำทุกๆอย่างจากนั้นก็ติดต่อให้เป็นภาพเดียวกัน แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นประสบการณ์จนถึงการฝึกฝนจึงทำให้เขานั้นสามารถเขียนภาพได้ด้วยการใช้ทั้งร่างกายไม่ว่าจะเป็นเท้าปาก และคอ จนสามารถรังสรรค์ภาพวาดออกมานอกจากนี้เขายังนำเทคนิคเหล่านี้ไปสอนเด็กพิ – ก – ารที่มีใจรักทางด้านการวาดภาพอีกด้วย

โดยความฝันของเขานั้นเขาต้องการที่อยากจะสร้างโรงเรียนสอนศิลปะแต่ตอนนี้เขาต้องการงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งและเขาก็อยากจะทำอะไรที่เขานัดสามารถทำได้อย่างเต็มที่เช่นเป็นครูสอนศิลปะและเขาไม่ต้องการให้ใครจ้างด้วยความสงสารแต่อยากจะให้เจ้าด้วยความสามารถและมากกว่าเพราะอยากให้คนเห็นคุณค่าของเขาจริงๆ

ซึ่งทางด้านคุณแม่ของคุณเอกชัยก็บอกว่าเธอนั้นรักลูกชายคนนี้เป็นอย่างมากและไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าจะมีวันนี้วันที่ลูกชายคนนี้สามารถเรียนจบได้เป็นที่สำเร็จและคุณเอกชัยก็ได้กราบขอบคุณแม่และกราบขอบคุณที่แม่ทำให้เขามีวันนี้และเป็นกำลังใจให้กับเขามาโดยตลอด

Loading...

Similar Articles

Top