น้ำดญ.โดนน้ำมันลวก ก้มกราบพระบาทกรมสมเด็จพระเทพฯ หนูจะเป็นครูที่ดีค่ะ ตามสัญญาที่ให้ไว้กับพระองค์

โดยย้อนเรื่องราวไปเมื่อ 12 ปีก่อนนางสาวบุปผาพงษ์ชนะหรือน้องน้ำฝนได้ถูกน้ำมันตะเกียงไฟล่วงหน้าและลำตัวตั้งแต่อายุ 6 เดือนโดยน้องคนนี้นั้นได้รับพระราชทานความช่วยเหลือจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีให้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และเมื่อน้องน้ำฝนได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์ก็ก้มกราบพระบาทในขณะที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีทรงเสด็จชมการเปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

โดยในขนาดนั้นน้องน้ำฝนได้รับรางวัลชนะเลิศและเป็นผู้ถวายรายงานในครั้งนั้นโดยน้องหลังจากที่ได้พบกับพระองค์ท่านก็บอกกับพระองค์ท่านว่าจะตั้งใจเรียนได้ที่ 1 โดยมาตลอดและอยากตอบแทนสังคมด้วยการเป็นคุณครูซึ่งพระองค์ก็ทรงรับสั่งว่าขอให้ตั้งใจสอบถามได้พระองค์จะพระราชทานทุนให้เรียนจนจบ

โดยน้องน้ำฝนนั้นอาศัยอยู่อำเภอสทิงพระจังหวัดสงขลาสภาพความเป็นอยู่ข้างๆลำบากไม่มีบ้านเป็นของตัวเองต้องอาศัยอยู่ในบ้านเช่าสภาพเก่ามุงด้วยสังกะสีต้องเสียค่าเช่าเดือนละ 500 อาศัยรวมกันอยู่ 4 ชีวิตซึ่งมีคุณแม่และคุณพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถทำงานได้จึงมีผู้เป็นแม่เป็นเสาหลักของบ้านซึ่งมีอาชีพทำงานก่อสร้างโดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นน้องน้ำฝนก็ได้เล่าว่า

ตอนนั้นได้ตั้งใจทำโครงการเพื่อให้รับรางวัลชนะเลิศเพื่อที่จะได้พบกับพระองค์ท่านเพราะทราบว่าพระองค์ท่านจะเสด็จมาในงานนี้และน้องตั้งใจจะขอบคุณพระองค์ท่านที่ให้การช่วยเหลือรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ซึ่งแม่ของน้องก็คอยบอกน้องอยู่เสมอว่าพระองค์ทรงมีบุญคุณกับครอบครัวเป็นอย่างมากจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจทำให้น้องนั้นสามารถมุ่งมั่นตั้งใจเรียนและไม่อายที่ถูกเพื่อนล้อและเธอก็ตั้งใจพบกับสมเด็จพระเทพให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตเพื่อได้เข้าเฝ้ากราบพระบาทด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณซึ่งในสุดท้ายนี้ก็สามารถทำได้สำเร็จแล้วและก็ยังได้มีความตั้งใจใหม่คือจะสอบให้ได้ตามที่พระองค์ได้ตรัสเอาไว้ว่าจะส่งเสียเรียน

และจนกระทั่งได้มีบัญชีอินสตาแกรมที่มีชื่อว่า chengmasterpiece ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของน้องน้ำฝนอีกครั้งหนึ่งที่ได้มีการประกาศออกมาว่าในขณะนี้น้องน้ำฝนสามารถสอบได้และได้ทุนพระราชทานการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์สาขาเคมีจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานีเป็นที่เรียบร้อยจึงกลายเป็นสิ่งที่ให้เห็นว่าน้องน้ำฝนนั้นได้ตั้งใจเรียนตามคำมั่นสัญญาโดยแท้จริงและน้องตั้งแต่จบมาเพื่อเป็นครูสอนเด็กที่ด้อยโอกาสในชนบทต่อไป

และนอกจากนี้น้องน้ำฝนยังได้รับจดหมายจากสำนักพระราชวังซึ่งสมเด็จพระเทพท่านก็ทรงรับคุณพ่อของน้องที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตให้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์อีกคนหนึ่งรวมถึงตัวน้องก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านได้ทำศัลยกรรมผ่าตัดผิวหนังบนใบหน้าซึ่งน้องก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้นอกจากนี้ยังมีผู้ใหญ่ใจดีอีกท่านหนึ่งที่ยังบริจาคเงินซื้อที่ดินและบ้านให้กับน้องให้มีที่อยู่อาศัยอย่างถาวรในจังหวัดสงขลาอีกด้วยฃ

และนี่ก็คือคนดีที่ตามคำว่าตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้โดยคนที่บริจาคนั้นก็ได้บอกไว้ว่าตัวเขาต้องการที่จะสนับสนุนคนดีและคนกตัญญูอีกครั้งก็ยังมีมอบทุนการศึกษาจำนวนหนึ่งให้กับน้องน้ำฝนและมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือครอบครัวน้องต่อไปและผู้บริจาครายนี้ก็บอกว่าอยากจะให้ความดีมีอยู่คู่กับน้องไปนานแสนนาน และอยากจะให้น้องน้ำฝนยึดมั่นทำความดีใช้ความรู้ที่ได้ศึกษามาสร้างประโยชน์ตอบแทนสังคมและประเทศชาติตามความสามารถของน้อง

โดยตัวน้องนั้นฝันอยากจะเป็นครูเคมีและมีความพยายามตั้งใจในการเรียนมา โดยตลอดโดยมีเกรดเฉลี่ยสูงสุดคือ 3.79 และมีคติประจำใจติดไว้ข้างฝาห้องนอนคือพึ่งตนเองให้มากอย่าหวังพึ่งสถาบันกวดวิชาแพงๆพึ่งตนเองอ่านเองยืนด้วยตัวเองและคนมุ่งมั่นจริงไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้และติวตัวเองที่บ้านทั้งสบายประหยัดตอนไหนก็ได้ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม