ทำนา”เปียกสลับแห้ง”ได้ผลผลิตดี ช่วยลดต้นทุนผลิต

โดยวันนี้เราก็เอาสิ่งดีๆมาฝากต่างจากที่ได้มีนายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว และมีการเปิดเผยถึง ว่าในช่วงฤดูฝน มิ.ย.ถึงกลาง ก.ค. จะทำให้มีปริมาณฝนลดและอาจจะทำให้บางช่วงของประเทศไทยเกิดผลดีช่วงซึ่งสิ่งนี้ก็จะทำให้ทางรัฐบาลมีการหาแนวทางปฏิบัติงานในการจัดการทำน้ำเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูน้ำหลากและในช่วงที่ฝนมีช่วงนี้ก็อาจจะเกิดการขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะกับชาวเกษตรที่อยู่ในนอกพื้นที่เขตชลประทาน

และแน่นอนว่าปัญหานี้ก็อาจจะสร้างทำลำบากในการปลูกข้าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ได้มีงานวิจัยว่าการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งจะสามารถช่วยประหยัดน้ำได้ถึงร้อยละ 50 เปอร์เซ็นต์แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของดินและสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่และยังช่วยลดต้นทุนในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูบน้ำได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์

และนอกจากนี้ ในพื้นที่ดินที่มีสภาพแห้งแล้งราคาได้รับอากาศก็สามารถแตกราดข้าวใหม่ได้เพิ่มเรื่อยๆอย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังสามารถดูดซึมอาหารได้อีกด้วยจึงทำให้ต้นข้าวและแข็งแรงมากยิ่งขึ้นทนต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวได้เป็นอย่างดีโดยขั้นตอนนั้นก็มีดังนี้

1) เตรียมดิน 2) ปรับให้พื้นที่สม่ำเสมอ 3) ปลูกข้าว (หว่าน ปักดำ หรือหยอด) 4) ถ้าปลูกด้วยวิธีการหว่าน หลังหว่านระบายน้ำให้แห้งเพื่อให้เมล็ดงอกสม่ำเสมอ พ่นสารคุม-ฆ่าวัชพืชหลังหว่าน 10 วัน และเอาน้ำเข้าแปลงหลังพ่นสารภายใน 2 วัน ประมาณครึ่งต้นข้าว รักษาระดับน้ำจนถึงช่วงการใส่ปุ๋ยรองพื้น 5) เมื่อข้าวอายุ 20-25 วันให้ใส่ปุ๋ยรองพื้น 6) หลังหว่านปุ๋ยปล่อยน้ำในนาให้แห้งไปโดยธรรมชาติจนน้ำอยู่ที่ระดับ 15 ซม.ใต้ผิวดิน สูบน้ำเข้าแปลงจนระดับน้ำสูง 5 ซม.เหนือผิวดิน จากนั้นปล่อยน้ำให้แห้งไปตามธรรมชาติ ทำสลับกันไปจนถึงช่วงการใส่ปุ๋ยแต่งหน้า ที่ระยะกำเนิดช่อดอก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าระยะข้าวแต่งตัว 7) ใส่ปุ๋ยแต่งหน้า และรักษาระดับน้ำในแปลงให้อยู่ที่ 5 ซม.เหนือผิวดิน จนถึงก่อนเก็บเกี่ยว 10 วัน จึงปล่อยให้แปลงแห้งเพื่อให้ข้าวสุกแก่สม่ำเสมอและสะดวกต่อการเก็บเกี่ยว ส่วนการดูระดับน้ำ ให้ติดตั้งท่อดูน้ำ 1-2 จุด ในแปลงนา (ท่อดูระดับน้ำเป็นท่อพีวีซีขนาดความยาว 25 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว เจาะรูด้วยสว่านเส้นผ่านศูนย์กลางหุนครึ่งถึงสองหุน 4-5 แถวรอบๆ ท่อ แต่ละรูห่างกัน 5 ซม.ฝังลงไป 20 ซม.ให้ปากท่อโผล่ขึ้นพ้นผิวดิน 5 ซม.)