วิธีทำ ‘ข้าวโป่ง’ แบบโบราณ ขนมพื้นบ้านภาคอีสาน ที่นับวันยิ่งหาทานยาก

ในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาลองทำข้าวโป่งการซึ่งเป็นขนมทางภาคอีสานโดยในแต่ก่อนนั้นจะนิยมกันกินในฤดูหนาว ซึ่งจะเป็นข่าวที่นวดแล้วโดยในปัจจุบันนั้นเริ่มหากินได้ยาก มากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นของกินเล่นยอดฮิตในสมัยก่อนเลยก็ว่าได้ซึ่งคิดมากไปก็จะเป็นยามเย็นหรือหน้าเช้าในช่วงหนาวจะมีคนร้องวงกันและปิ้งข้าวโป่งเป็นขนมขบเคี้ยวไปด้วยบางก็จะมีแม่ค้าขายข้าวโป่งราคาแผ่นละสลึงมาขายในสมัยก่อน

โดยทำไมถึงต้องเรียกว่าข้าวโป่งก็เป็นเพราะว่าข้าวนั้นมันเป็นตุ่มแดงๆขึ้นมาเมื่อนำไปย่างไฟให้สุกทำให้กรอบอร่อยจึงเรียกว่าข้าวโป่งหรือข้าวพองหรือข้าวเกรียบว่าวโดยมากจะนิยมทำการหลังช่วงฤดูเก็บเกี่ยวนาที่มีลมหนาวโดยวิธีการทำนั้นก็สามารถทำได้ดังนี้

1.จะใช้ข้าวเหนียวเป็นข้าวเหนียวงูเก่ามาทำซึ่งจะเป็นข้าวกล่องที่มีศรีนวลสวยเมื่อปิ้งมารับประทานก็จะพองกรอบอร่อยมากยิ่งขึ้นและเรื่องน้ำตาลปี๊บเนื้อหนึ่ง อย่างดีเพื่อเพิ่มความหอมหวานให้กับข้าวเกรียบโดยในแต่ละภาคนั้นจะแตกต่างกันออกไปอย่างทางภาคเหนือก็จะใช้น้ำอ้อยก้อนภาคอีสานก็จะใช้น้ำอ้อยหรือรากกระพังโหม แต่ทางภาคกลางนั้นใช้เป็นน้ำตาลปี๊บเนื้อหนึ่ง ที่ซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปก็สามารถสร้างความอร่อยกลมกล่อมได้

2. ต้องคอยรักษาอุณหภูมิข้าวเหนียวให้ร้อนและอุ่นอยู่เสมอโดยข้าวเหนียวที่นึ่งสุกจะต้องรีบตำในทันที โทรหาข้าวเหนียวเย็นก็ไม่สามารถตามรวมกันกับน้ำตาลได้และจากทำเสร็จแล้วต้องเก็บไว้ในกระติกเก็บความร้อนตลอดเวลาหากปล่อยให้เย็นจะแข็งตัวไม่สามารถนำมาคืนเป็นแผ่นได้

3.การคำนวณแป้งถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญเป็นอย่างมากเพื่อทำให้มีเนื้อสัมผัสเนียนมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ทำข้าวโป่งรวมกับน้ำตาลจนเป็นเนื้อเดียวกันก็ให้นำข้าวเหนียวมาปั้นเป็นแป้งจนติดสารจากนั้นก็ชักข้าวโดยใช้สากตำมันลงไปที่ก้นครกและดึงข้าวเหนียวติดให้ยึดขึ้นมาสูงและตำกลับลงไปที่เดิม

4.ส่วนน้ำแช่ข้าวเหนียวนั้นอย่าทิ้งเป็นอันขาดเพราะต้องเก็บไว้ชุบ 3 เมื่อข้าวเหนียวติดสารในขณะตามและใช้เติมลงไปในน้ำตาลปี๊บเพื่อให้น้ำตาลอ่อนตัวลงก่อนที่จะไปผสมกับข้าวจะสามารถช่วยตามให้ได้ง่ายยิ่งขึ้นน้ำแช่ข้าวและยังช่วยทำให้ข้าวนิ่มในกรณีที่ข้าวเหนียวแพงเกินไปก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

5.หลังจากที่ข้าวเหนียวตำเสร็จแล้วก็จะกลายเป็นแป้งลักษณะที่เหนียวก็ต้องนำไข่แดงของไข่เป็ดที่ต้มสุกมายีรวมกับน้ำมันมะพร้าวแล้วมาทากระติกเก็บความร้อนก่อนที่จะใส่แป้งลงไปทามือก่อนที่จะปั้นแป้งเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งติดอีกทั้งยังเพิ่มความหอมให้กับข้าวเกรียบอีกด้วย

6.จากนั้นก็ใช้ถุงพลาสติกใส่อาหารเย็นชนิดขุ่นมาตัดเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 18 cm ซึ่งหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปและนำไปตากแดดในวันที่มีแดดแรงหากนึงข้าวโป่งแล้วไม่ได้ตัดแต่ในทันที ข้าวจะไม่ค่อยพองกรอบและรสชาติจะไม่อร่อยเท่าที่ควร

สำหรับการปิ้งข้าวโป่งนั้นก็ให้นำเข้าโปรมาวางบนแผ่นไม้ไผ่ที่เป็นจั่งซี่จากนั้นก็ใช้ไม้ไผ่อีกอันนึงวังเหนือข้าวโป่งคอยประคองไม่ให้ตกนำไปปิ้งบนเตาถ่านขนาดใหญ่ด้วยไฟ ค่อยๆเอียงซ้ายเอียงขวาหาไฟล์ทีละด้านเมื่อทองก็ให้กลับบ้านบ่อยๆหมุนวนไปเรื่อยๆจนสุดทั่วแผ่น

โดยเมนูนี้ถึงเป็นเมนูยอดฮิตสำหรับเด็กๆซึ่งมักจะมีขายตามงานวัดทั่วไป โดยในสมัยก่อนจะขายเพียงแค่ราคาแผ่นละ 1 สลึงเท่านั้นแม้ปัจจุบันจะมีขนมกรุบกรอบเข้ามาจำหน่ายแทนที่เป็นจำนวนมากแต่ข้าวกล่องก็ยังพอหากินได้และมักจะหากินได้ตามงานวัดทั่วไปและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามตลาดโบราณ ถ้าหากใครอยากลองทำก็สามารถลองทำกันเองได้ รับรองว่าอร่อยถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่กันอย่างแน่นอน