ฤทธิ์พายุ”เซินกา” ถล่มอีสานหนัก หลายหมู่บ้านถูกตัดขาด อุบลฯ-เลย-โคราช-นครพนม อ่วมหนัก…ปชช รอการช่วยเหลือ

ฤทธิ์พายุ”เซินกา” ถล่มอีสานหนัก หลายหมู่บ้านถูกตัดขาด อุบลฯ-เลย-โคราช-นครพนม อ่วมหนัก…ปชช รอการช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าฤทธิ์พายุโซนร้อน “เซินกา” ส่งผลให้ฝนตกน้ำท่วมหนักในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือนร้อนกันเป็นจำนวนมาก และจำเป็นต้องย้ายออกจากพื้นที่โดยด่วน

จังหวัดอุบลราชธานี – เนื่องจากฝนตกหลังส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยที่อำเภอศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี บ้านดงสำโรง หมู่ที่ 12 ต.นาคำ อ.ศรีเมืองใหม่ มีชาวบ้านติดเกาะไม่สามารถออกมาได้ ที่ อ.โขงเจียม ฝนตกหนักต่อเนื่องและมีมวลน้ำจากห้วยตุงลุงทะลักเข้าท่วม 4 หมู่บ้านของตำบลหนองแสงใหญ่ ได้แก่บ้านดงบาก หมู่ที่ 4 บ้านดงมะไฟ หมู่ที่ 5 บ้านหนองแสงน้อย หมู่ที่ 6 และบ้านกุดเรือคำ หมู่ที่ 8 นักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนได้ทางเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาดเนื่องจากน้ำท่วมสูง 50 ซม.-2.30 เมตร

 

เจ้าหน้าที่ได้นำเรือท้องแบนรับส่งนักเรียนและชาวบ้านเข้าออกหมู่บ้าน ขณะที่แนวโน้มระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และตำบลห้วยยาง น้ำป่าได้เอ่อท่วมนาข้าวและบ้านเรือนชาวบ้าน 4 ครัวเรือนไม่สามารถออกมาได้ระหว่างเส้นทางบ้านนาบัว-บ้านปะไห ที่ อ.น้ำยืน หลังจากฝนตกหนักและตกต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงมาจากเทือกเขาพนมดงรัก “ช่องอานม้า” เอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรในเขตเทศบาลตำบลน้ำยืน ตำบลศรีวิเชียร ตำบลโซง ตำบลโดมประดิษฐ์นักเรียนโรงเรียนโดมประดิษฐ์วิทยา ไม่สามารถมาโรงเรียนได้เนื่องจากถนนขาด ซึ่งทางอำเภอน้ำยืนพร้อมด้วยทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศบาลกำลังเร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เร่งอพยพมาอยู่ที่สูงและที่ อ.นาจะหลวย เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากที่บ้านแก้งเรือง ต.นาจะหลวย ชาวบ้านได้เร่งเก็บสิ่งของ ออกมาอยู่ที่สูง

 

เลย – เนื่องจากพื้นที่จังหวัดเลยเป็นภูเขา ที่ราบเชิงเขาและที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ จึงมีพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม จากการสำรวจล่าสุดมีจำนวน 81 หมู่บ้าน โดยเฉพาะที่ตำบลเลยวังใส อ.ภูหลวง และตำบลวังยาว อ.ด่านซ้าย ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ในหุบเขาสูง

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเลย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดโดยเฉพาะในพื้นที่อ.ภูหลวง อ.วังสะพุง อ.เมืองเลย และอ.เชียงคาน ต้องเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งเป็นพิเศษ เนื่องจากแม่น้ำเลยมีความลาดชันสูง กระแสน้ำจะไหลเร็ว และแรงมาก

นครราชสีมา – เกิดน้ำป่าที่ไหลลงจากภูเขาทะลักไปตามห้วยน้ำเค็มเข้าท่วมหลายหมู่บ้านในพื้นที่ ต.หนองแวง อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะที่บ้านห้วยน้ำเค็ม บ้านสะพานหิน และ ต.บึงปรือ บ้านบึงปรือ บ้านมะค่างาม ส่งผลให้บ้านเรือนราษฏรกว่า 100 หลังคาเรือนที่อยู่ริมห้วยถูกน้ำท่วมสูง

ชาวบ้านต้องอพยพขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านเพื่อเอาชีวิตรอด หลายครอบครัวต้องสูญเสียทรัพย์สินที่อยู่ภายในบ้านและสัตว์เลี้ยง มีรายงานข่าวด้วยว่ามีราษฎรที่ตำบลหนองแวง สูญหาย 1 คนขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม ชุดเฉพาะกิจของหน่วยกู้ภัยออกค้นหาแต่ประสบปัญหาการช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะน้ำป่าไหลเชี่ยวกรากมาก

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้สั่งการอย่างเร่งด่วนให้ฝ่ายปกครองร่วมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ประสานกับหน่วยกู้ภัยพุทธธรรมการกุศลฮุก 31 นครราชสีมา จุดอำเภอเทพารักษ์, จุดอำเภอด่านขุนทด, อำเภอโนนไทย และชุดเฉพาะกิจฮุก 31 เร่งนำเรือท้องแบนออกไปให้การช่วยเหลืออพยพราษฎรที่ประสบภัยไปอยู่ที่สูงเป็นการด่วนแล้ว และยังประสานขอกำลังทหารจากค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 นำเรือท้องแบนและรถจีเอ็มซีไปอพยพชาวบ้านพร้อมทั้งนำข้าวกล่องและน้ำดื่มเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้กับราษฎรที่ประสบภัยเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นอีกด้วย

นครพนม – เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมายังคงมีฝนตกต่อเนื่อง หลังจากได้รับอิทธิพลจากพายุ เซินกา ทำให้บางพื้นที่เกิดลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนัก ส่วนระดับน้ำโขงยังคงจ่อวิกฤติอยู่ที่ประมาณ 10 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติแค่ 3 เมตร คือที่ระดับประมาณ 13 เมตร ทำให้น้ำลำน้ำสาขาสายหลัก ประกอบด้วย ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ ลำน้ำบัง เริ่มไหลระบายลงน้ำโขงช้า บางพื้นที่เริ่มเกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรนาข้าว เบื้องต้น ยังคงมีพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรได้รับผลกระทบมากกว่า 1,000 ไร่

ด้านโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม บริเวณประตูน้ำก่ำช่วงสุดท้ายก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ยังคงเร่งเปิดประตูระบายน้ำ จำนวน 5 จุด ตามลำน้ำก่ำ พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ บริเวณประตูระบายน้ำก่ำช่วงสุดท้าย เร่งผลักดันน้ำลงสู่น้ำโขงต่อเนื่อง เพื่อให้ลำน้ำก่ำ ที่เป็นลำน้ำสาขาสายหลักสามารถรองรับน้ำให้มากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาน้ำโขงหนุนเอ่อท่วม ซึ่งยังคงต้องเตรียมพร้อมเฝ้าระวังประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ในส่วนของพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ได้เกิดพายุฝนลมกระโชกแรง ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่น กีดขวางเส้นทางจราจร สายนครพนม-สกลนคร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่หน่วยทหารพัฒนาการเคลื่อนที่ 22 อ.นาแก จ.นครพนม ได้เข้าตรวจสอบแก้ไข ตัดต้นไม้ออกจากเส้นทางสายหลักเป็นที่เรียบร้อย พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชน เฝ้าระวังติดตามข่าวพยากรณ์อากาศต่อเนื่อง เพราะยังมีความเสี่ยงฝนตกหนักเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และจัดเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือตลอดเวลา

ขณะที่ประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 13 แจ้งว่า 

พายุ “เซินกา” (SONCA) ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 55 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนที่ทางตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ก่อนจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้

ในช่วงวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2560
ภาคเหนือ: บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ และนครราชสีมา
ภาคกลาง: บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี
ภาคตะวันออก: บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงวันที่ 26-29 ก.ค. 60

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ , ข่าวสด , อมรินทร์ทีวี , ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

 

 

 

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *