จากชีวิตติดหนี้ จากเงิน 700 บาท สู่รายได้ 7 หลัก

โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูการเปิดชีวิตใหม่ของกอล์ฟ สราวุธิ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านแกะปูโดยตัวขาวนั้นมีการเผยเรื่องราวของตัวเองที่กว่าจะเดินทาง มาจนถึงทุกวันนี้ได้นั้นเขาก็ต้องผ่านอุปสรรคมาอย่างมากมายทั้งในเรื่องของการเรียนเพื่อช่วยครอบครัวปลดหนี้และยังสูญเงินก่อตั้งธุรกิจนับแสนก็ประสบความสำเร็จได้หรือชีวิตของเขานั้นที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้างเรามาดูกัน

โดยตัวเขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจนพ่อแม่แยกทางกันทำให้ต้องสู้ชีวิตกับแม่มาเพียงลำพังมีแม่เป็นผู้ที่ทำงานคนเดียวในบ้าน โดยครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่มีทั้งตา ยาย น่า น้องสาว และมีแม่เป็นเสาหลัก ด้วยตั้งแต่เล็กจนโตมานั้นก็รู้ว่าแม่นั้นแบกรับภาระต่างๆ มาอย่างมากมาย โดยที่ไม่มีพ่อแต่มารู้อีกทีแม่ก็มีนี่เป็นหลักล้านชีวิตนั้นเปลี่ยนตกเย็นอยู่บ้านไม่ได้มีเจ้าหนี้มาทวงเงินตลอด มอเตอร์ไซค์กู้นอกระบบก็ดอกแพง มาทวงเงินอยู่เสมอโดยแม่กูทุกอย่าง เพื่อให้เงินมาจุนเจือครอบครัว แต่แล้ววันหนึ่งแม่ไม่ไหวก็บอกว่าไม่ไหวและเกิดความคิดที่ว่าจะต้องช่วยแม่ให้ได้

โดยในปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของธุรกิจบ้านแกะปูที่มีธุรกิจขายเนื้อปูนึ่งพร้อมรับประทานและมีการส่งเป็นวัตถุดิบหลักตามร้านอาหารต่างๆ โดยกว่าจะที่ผ่านมาถึงขนาดนี้ ก็เสียสละมามากโดยหลังจากที่เขาตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยการคันประมาณรับจ้างงานทุกอย่างเพื่อทำให้สามารถช่วยเหลือในเรื่องของการปลดหนี้ให้กับครอบครัว ตัวอย่างแรกเขาได้มีการศึกษานะว่าจะทำอะไรโดยตอนแรกก็ไปซื้อแฟรนไชส์มันฝรั่งทอด 30,000 บาท แต่เงินไม่พอ เลยต้องคิดค้นเครื่องทำเอง มีเงินทุนเริ่มต้นทำธุรกิจอยู่ 5,000 บาท

โดยขายมันเกียวตามหลังมหาวิทยาลัยก็มีนักศึกษาเข้ามาซื้อการกำเนิดกำไรวันละ 800 บาทและยังมีการรับจ้างงานอื่นๆอย่างวิ่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างรับจ้างเก็บขยะและมีการทำอะไรหลายๆอย่างโดยเอาเงินที่ได้มาช่วยเหลือที่บ้านจากนั้นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีก็สามารถช่วยแม่ปลดหนี้ได้

โดยตอนนั้นเขามีความคิดเห็นอย่างเดียวคืออยากจะช่วยแม่ให้ได้แต่แม่ก็มีความฝันของแม่คืออยากเห็นลูกรับปริญญาเมื่อเวลาผ่านไปจนสามารถช่วยแม่ปลดหนี้ก็สามารถกลับไปเรียนต่อพร้อมทันเพื่อนโดยการเก็บวิชาที่ไม่ได้เรียนจบภายในระยะเวลา 5 ปีก็สามารถรับปริญญาได้เป็นสำเร็จหลังจากที่ปลดหนี้ก็เหมือนได้ชีวิตใหม่กับคืนมา

และหลังจากที่เรียนจบเขาก็ตั้งหลักกับชีวิตในการประกอบธุรกิจและต่อยอดกับสิ่งที่ครอบครัวทำไว้คือต้องการค่ะน้ำทะเลและเขาก็มีปัญหาของคนที่ชอบรับประทานปูแต่ว่ามันจะแกะกันไม่เป็นจึงนำมาสู่การก่อตั้งธุรกิจแกะเนื้อปูพร้อมรับประทานแต่กว่าจะตั้งหลักได้นั้นก็เสียไป ทั้งทุนเสียไป ทั้งเหนื่อย และเสียน้ำตาไปไม่น้อย โดยที่บ้านมีแผงลอยอยู่ที่สะพานปลาและก็อยากต่อยอดสิ่งที่แม่มีและไปเจอเจ้าหนึ่งที่ขายเนื้อปูแกะก็มีการสอบถามหาข้อมูลว่าเจ้านี้เขาใครมาขาย เมื่อได้เบอร์โทรมาก็โทรไปสอบถามเจ้าของโดยตรงว่าอยากแกะปูและมีการต่อรองราคา โดยมีการต่อแค่ 10 บาทเขาก็ไม่ลดให้แล้ววางสายไปเลย

จึงทำการตัดสินใจมาหาซื้อกับเรือประมงชาวบ้านขอซื้อปืน 1 กิโลกรัมน้ำมันเองโดยการแกะตาม youtube ต่างๆที่มีวิธีการสอนแกะปูแกะปุ๊บแล้วก็มาเรียนใส่กล่องให้ดูเยอะโดยเร็วและใช้เวลาเกือบครึ่งวันกว่าจะแกะได้คิดว่ามันจะต้องกำไรดีก็เลยไปซื้อปูนที่เรืออีกครั้งโดยซื้ออีกครั้งนึง 3 กิโลกรัมเอามานั่งแกะและเรียงเหมือนเดิมมีน้ำจิ้มถ่ายรูปลงโซเชียลแล้วมีคนมาสั่งจริง จึงเป็นจุดเริ่มต้นว่าจะต้องขายปู

โดยครั้งแรกของการเปิดธุรกิจมีการลงทุนปูมาประมาณ 80 กิโลเมตรลงทุนทำบ่อพักปูเอาออกซิเจนใส่ เอาปูใส่ เสร็จก็ไปนอน พอตื่นเช้ามาก็พบว่ากูตายหมดเลยตอนนั้นใช้เงินทั้งหมด 40,000 บาท แต่ก็ไม่ยอมแพ้ในการลงทุนอีกครั้งหนึ่ง โดยมีการหาข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตว่าวิธีเลี้ยงปูนะจะต้องทำอย่างไรได้บ้างโดยจะต้องมีการวัดระดับความเค็มของน้ำทะเลวัดออกซิเจนของน้ำอัตราความหนาแน่นของบ่อปูน

สำหรับช่องทางการขายจะมี…

1. ค้าปลีก

2. ตัวแทนจำหน่ายตามจังหวัด

3. ขายส่งให้กับร้านอาหารชื่อดังในบางแสน

และสาเหตุที่ใช้ปูเป็นๆเพราะของทะเลจะต้องสดถ้าปูเนื้อไตมันจะไม่อร่อยด้วยจะมีการคัดสรรโครง 3 รอบรอบแรกคะแต่ที่เขามาส่งลงบ่อ 2 รอบ และคัดจากที่มาส่งให้ลูกค้าเป็นรอบที่ 3 ฉะนั้นจึงกลายเป็นตามสโลแกนร้านว่าสดกว่านี้ก็ต้องไปกินในทะเลแล้ว

โดยการก่อตั้งบ้านแกะปูต้องเจออุปสรรคมากมายจากเงินลงทุน 200,000 ก้อนเดียวและร่อยหรอเหลือ 700 บาทเพราะลูกค้าไม่ได้เพราะรับปูมาอย่างมากมายแต่ไม่มีใครซื้อ อีกครั้งยังค้างค่าจ้างพนักงาน แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้เขาก็เร่ขาย ตามทัวร์และนักท่องเที่ยว และมีปูให้รองรับประทานโดยเบ็ดเสร็จวันนั้นเขาก็สามารถขายได้ในวันเดียวประมาณ 24,000 บาท จากนั้นก็เอาไปขายส่งตามร้านอาหารและโรงแรมโดยมีการไปเสนอขายและขอคุยกับผู้จัดการแบบตัวต่อตัวโดยในตอนแรกไม่มีใครซื้อเลย

แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้เขาก็สามารถขาย ได้จนใน ปัจจุบันนั้น ร้านอาหาร ในบางแสนมีการใช้วั ต ถุ ดิบจากร้าน ของเขาโดยยอดขายต่อเดือน อ ยู่ที่ประมาณ 7 หลักต่อเดือน ซึ่งทำให้ธุรกิจของเขาป ระสบคว ามสำเร็จและค รอบครัวมีความสุ ขมากๆและ เป้าหมายของชาวยังไม่จบเพียงเท่านี้เ พราะเขาอ ยากจะแบ่งปันความสุขใ ห้กับคนที่ยังขาด ดังนั้นเมื่อ มีการหักค่าใช้จ่าย สำหรับร้านอาหารจึงได้การเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับช่วยเหลือสังคมอี กด้วย