ดีใจแทนน้อง! ยอดบริจาคพุ่ง แถมนักธุรกิจใจบุญ มอบเงินช่วยเหลือน้อง ตลอดชีวิต

หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องราวของน้องหนูที่น่าสงสารเด็กอนุบาลคนหนึ่งที่เป็นเด็กพิการเนื่องจากเอามาผิงไฟแล้วไฟไหม้มือ และคุณย่าไม่มีเงินพาไปรักษาจนมือมีอาการติดเชื้อเพลิงสุดท้ายต้องทำให้ตัดทิ้งและกลายเป็นเด็กพิก า รอีกทั้งพ่อยังทิ้งไปมีแฟนใหม่ทำให้หนูน้อยคนนี้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและอาภัพสุดๆโดยเด็กหญิงคนนี้นั้นมีชื่อว่า ด.ญ. ปิยะพร หลวงแก้ว อายุ 4-5 ขวบ น้องอาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่โดยมีคุณครูที่สอนหนูน้อยคนนี้เผยแพร่ข้อความแล้วโพสต์ภาพเพื่อช่วยเหลือสังคมจนกระทั่งสามารถประสานความช่วยเหลือได้เป็นที่สำเร็จ

ย้อนกลับไปน้องนั้น อาภัพเป็นอย่างมากโดย คุณแม่ของน้องได้เสียไปตอนน้องอายุได้ 10 เดือนและคุณพ่อก็หนีไปแต่งงานใหม่โดยทิ้งให้ลูกสาวอยู่กับยายชราเพียงแค่ 2 คนโดยยาชราก็ต้องเลี้ยงดูตามสภาพกันไปและในช่วงหน้าหนาวของเดือนหนึ่งนั้นในระหว่างที่นอนอยู่ข้างกองไฟน้องวัย 10 เดือนนอนอยู่ข้างๆด้วยความพลิก มือของน้องได้ถูกไฟลวกในทันที โดยฐานะทางบ้านในตอนนั้นมีสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่และยายชราจึงทำได้แต่รักษาตามวิถีชาวบ้านจนกระทั่งนิ้วมือติดเชื้อจึงจำเป็นต้องไปหาหมอหมอจึงทำการตัดนิ้วข้างขวาเพื่อที่จะรักษาชีวิตของน้องเอาไว้

แต่ด้วยความมุ่งมั่นและจิตใจอันเป็นเข้มแข็งทำให้น้องปิยะพรนั้นสามารถอดทนและใช้ชีวิตที่ยากลำบากมาได้ซึ่งคุณครูที่โรงเรียนเห็นก็รู้สึกสงสารใจจึงได้มีการโพสต์ภาพดังกล่าวออกมาให้ผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือกันโดยในตอนนี้ก็มีผู้ที่สนใจให้ความช่วยเหลือกันเป็นอย่างมาก

โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายนทางหัวหน้าสำนักปลัด อบต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้กล่าวถึงกรณีของเด็กหญิงปิยะพรว่าในตอนนี้นั้นได้มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างมากมายอีกทั้งยังมีการเปิดบัญชีกองทุนขึ้นมาเป็นบัญชีธนาคารออมสิน สาขาอมก๋อย โดยในตอนนี้มียอดเงินจากผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือน้องอยู่ที่ประมาณ 3 แสนบาท แล้ว

สำหรับการเบิกเงินออกจากบัญชีจะมีครูจากโรงเรียนของน้องที่น้องได้ศึกษาอยู่เป็นจำนวน 2 ท่านและยายผู้ที่ดูแลน้องเป็นผู้ร่วมกันเซ็นชื่อเพื่อเบิกเงินและน้องปิยพรก็จะได้รับเบี้ยคนพิการจากทางภาครัฐเดือน 800 บาทรวมเป็นบัญชีของธกสโดยเบี้ยพิการทางภาครัฐนี้ทางยายของน้องจะเป็นคนมาเบิกเองเพียงผู้เดียว

และนอกจากนี้ทางด้านในนายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ นักธุรกิจชื่อดัง อย่าง ซูอควาเรียม ในสวนสัตว์เชียงใหม่ และคลินิกเสริมความงาม Health Me Clinic โดยหลังจากที่ได้เห็นข่าวของน้องก็รู้สึกสงสารเป็นอย่างมากจึงได้มีการเข้าไปประสานหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือให้กับน้องและยังช่วยเหลือน้องเป็นรายเดือนโดยให้เป็นทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของน้องโดยจะจ่ายให้เดือนละ 3,000 บาททุกเดือนไปตลอดชีวิตน้องโดยเริ่มตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป โดยตัวเขาได้กล่าวไว้ว่าหลังจากที่ได้ไปเห็นความเป็นอยู่ของน้องก็เห็นว่าน้องนั้นยังเด็กก็มีสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากจริงๆและในอนาคตน้องจะต้องโตขึ้นและดำรงชีวิตได้อย่างไรบ้างอย่างแน่นอนเมื่อเห็นแล้วรู้สึกสงสาร จึงต้องการที่จะเข้าช่วยเหลือน้องตลอดไปเพราะน้องเกิดมานั้นเลือกเกิดไม่ได้เกิดมาก็ต้องประสบกับชะตากรรมแบบนี้

และนอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทางภาครัฐทหารและตำรวจข้าราชการองค์กรท้องถิ่นต่างๆรวมถึงฝ่ายปกครองได้มีการเข้าไปสำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของน้องที่บ้านพบว่าน้องมีแมวเป็นเพื่อนและแม่ตัวนี้มากๆรวมทั้งเมื่ออยู่ในโรงเรียนก็จะเล่นตามประสาเด็กๆเพื่อนๆ