ปลูกหอมแบ่ง 40 วันตัดขายได้ รายได้ดี ปลดหนี้ได้ 20 ล้าน

โดยถ้าหากชาวเกษตรคนไหนนั้นกำลังมองหาช่องทางในการทำเกษตรแบบที่อยากได้ผลลัพธ์ไวๆไม่ต้องปลูกนานวันนี้เราก็อยากจะให้ทุกคนนั้นมาลองดูอีก 1 พืชที่น่าสนใจไม่น้อยนั่นก็คือการปลูกต้นหอม หรือ หอมแบ่ง นั่นเอง โดยต้นหอมนี้บอกเลยว่าเป็นผักที่เรียกว่าขายดีและมีในทุกตลาดสดเพราะมันอยู่ในส่วนผสมของอาหารเมนูไทยแทบทุกอย่างจึงกลายเป็นผักที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกได้ในทุกๆวัน

ซึ่งจะสร้างรายได้ได้มากขนาดไหนนั้นเรามาดูเรื่องของคุณ โสภณวิชญ์ แซ่ลิ้ม หรือคุณวัน โดยคุณวันนั้นเป็นชาวเกษตรกรวัย 37 ปีอาศัยอยู่ที่ราชบุรีโดยตัวเขาแต่ก่อนนั้นเติบโตมาในครอบครัวที่ปลูก จนกระทั่งปี 2540 ก็เกิดวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจจึงไม่สามารถขายอ้อยได้เพราะโรงงานน้ำตาลปิดตัวลงจึงได้หันมาปลูกพืชผักสวนครัวแทนเพื่อทดแทนรายได้ที่หายไป

โดยพื้นที่การปลูกอ้อยของคุณวันนั้นอยู่ที่ประมาณ 500 ไร่โดยในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในตอนนั้นคุณวัน เรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจึงยังไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือที่บ้านได้อย่างเต็มตัวจนกระทั่งเมื่อปี 2546 ก็ทราบว่า พ่อของเขานั้นเป็นหนี้ทั้งนอกและในระบบรวมกันทั้งหมด 20 ล้านในตั้งปณิธานในฐานะของลูกชายคนที่ 2 ของบ้านว่าจะต้องปลดหนี้ให้กับครอบครัวให้จงได้

โดยในช่วงที่เขาเรียนจบจาก เมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในสาขาวิชาการตลาด โดยเป็นหนุ่มจบใม่นั้นเขาก็ได้เลิกปฏิเสธการเดินตามรอยพ่อโดยการเกษตรและหันไปทำงานทางด้านประกั นและขายตรงสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆแทน ซึ่งเขาก็กำลังไปได้ด้วยดีแต่ก็เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่ทำให้เขาต้องไปเป็น ชาวเกษตรกร จนถึงในปัจจุบันทุกวันนี้

โดยในตอนนั้นในขณะที่เขากำลังขายของอยู่ที่กรุงเทพฯก็ได้มีสายตรงจากพี่ชายว่าให้มาช่วยขายผักหน่อยเพราะพี่สะใภ้นั้นแพ้ท้องจึงทำให้เขาต้องเลิกงานการทำเป็นเซลล์และกลับไปยังราชบุรีและรับรู้ถึง 20 ที่บ้านจึงตั้งใจที่จะปลดหนี้ให้ที่บ้านและช่องทางในการหารายได้ของเขานั่นก็คือเลือกนำผลผลิตจากไร่โดยเฉพาะต้นหอมไปขายเพราะเป็นต้นทุนเดิมที่มีอยู่แล้วและไม่จำเป็นต้องไปเริ่มธุรกิจใหม่

โดยเขาได้มีการวางแผนอย่างเตรียมพร้อมในการวางแผนการตลาดที่ดีและมีการเข้ามาช่วยบริหารจัดการลักษณะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางโดยมีการไปส่งขายที่ตลาดเองซึ่งในภายในปีแรกนั้นก็สามารถขายต้นหอมได้วันละ 3 ตัน พอเข้าสู่ปีที่ 3 ก็ขายได้เป็นวันละ 10 ตัน และเมื่อเข้าปีที่ 4 ก็ขายได้เกือบ 15 ตันต่อวันแต่ในปัจจุบันได้เหลือลดลงเพียงวันละ 9 ตันเพราะว่าปริมาณเยอะเกินไปจึงเกิดปัญหาการดูแลไม่ทั่วถึงและต้นหอมถูกขโมยบ้างเสียหายบ้างในบางครั้ง

ซึ่งในปัจจุบันในพื้นที่ในการปลูกต้นหอมของคุณวันเราราวๆ 300 ไร่นั้นก็มีเครือข่ายเกษตรบ้างเล็กน้อยมีการปลูกสลัดหมุนเวียนกับพืชผักสวนครัวอื่นๆโดยต้นหอม 1 ไร่จะให้ผลผลิตวันละ 2 ตันกว้างส่วนตลาดให้บันไดยี่ปั๊ว 9 ตันมีรายได้วันละ 10,000 บาทหรือตกเดือนละ 300000 บาทโดยเฉลี่ยได้ปีละ 3 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยสำหรับราคาของต้นหอมนั้นก็จะมีขึ้นลงตามฤดูกาลและราคาตลาดโดยในหน้าร้อนต้นหอมจะมีราคาแพงกิโลกรัมละ 100-150 บาทแต่หน้าฝนก็จะถูกลงมาหน่อยอยู่ที่ประมาณ 50-60 บาทหน้าหนาวราคาต่ำกว่าจะตกประมาณ 5 บาท 10 บาทต่อกิโลกรัม

โดยขั้นตอนของการเก็บต้นหอมนั้นก็จะมีการจ้างแรงงานชาวบ้านในหมู่บ้านมาช่วยกันเก็บต้นหอมและลำต้นหอมก่อนที่จะแยกมัดมัดละ 1 กิโลกรัมเพื่อนำส่งขายในตลาดสินค้าเกษตรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางรวมถึงมีการส่งออกต่างประเทศบ้านในลักษณะของตัวแทนจำหน่าย

โดยการปลูกหอมนี้สามารถทำให้เขาคนนี้สามารถปลดหนี้ภ่ายใน 4 ปีเท่านั้น ซึ่งเรียกได่้ว่าถ้าหากได้ศึกษาตลาดและได้มีการวางแผนอย่างจริงจัง ก็อาจสร้างกำไรเม็ดงามให้ผลผลิตของเราก็ว่าได้