ข่าวดี! กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ลูกจ้างได้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการเยอะมาก

โดยในล่าสุดนี้ก็ได้มีข้อมูลในการเผยแพร่ในเรื่องของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ โดยเป็นการแก้ไจ พ.ร.บ. จากฉบับเดิม โดยมีการพูดถึงในเรื่องสิทธิ์ประโยชน์ ให้กับลูกจ้างซึ่งแน่นอนว่ารวมถึง สวัสดิการต่างๆ เพื่อเป็นการยกระดับในการคุ้มครองลูจ้าง โดยจะมีบังคับใช้ ตั้งแต่ในวันที่ 5 พ.ค. 62

โดยมีการระบุไว้ว่า ทาง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยางกูร ได้มี พระราชโองการโปรดเกล่าได่้ประกาศไว้ว่า โดยเห็นว่าเป็นการสมควรที่แก้ไขและเพิ่มเติมกฏหมายว่่าด้วยคุ้มครองแรงงาน เพราะในลทพระราชบัญญัตินี้มีข้อบางประการที่มีการเก่ี่ยวข้องกับจำกัดสิทธิฺเสรีภาพของบุคคล โดยในมาตรา 26 ประกอบกับ 40 ของรัฐธรรมนูญนั้น มีการบัญญัติว่า เป็นการกระตุ้นเพื่อนเป็นการยกระดับการคุ้มครองลูกจ้างให้เป็นตามมาตาฐานสังคม… เพื่อให้มีความมั่งคงในการทำงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น

โดยสรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้

+การเลิกจ้าง

มีการเพิ่มอัตราเพื่อชดเชยกรณีเลิกจ้างเพื่อให้ลูกจ้างที่ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปนั้นเป็นวันละ 400 บาทจากเดิมที่ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 75 เปอร์เซ็นของค่าจ้างงาน โดยในปจจุบันหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยดังนี้..

1. ทำงานต่อเนื่องครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 30 วัน

2. ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 90 วัน

3. ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่เกิน 6 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 180 วัน

4. ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่เกิน 8 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 240 วัน

5. ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 300 วัน

6. ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้เงินชดเชยไม่น้อยกว่า 400 วัน

โดยจะจ่ายให้ในกรีที่นายจ้างจะได้ข่ายในกรณที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างงานโดยไม่มีความผิด หรือไม่ได้ออกเองด้วยความสมัครใจ

+นายจ้างผิดนัดไม่จ่ายค่าตอบแทน

มีการครอบคลุมในกรณีของนายจ้างไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงิน หรือไม่จ่ายเงินในกรณีเลิกสัญญาจ้างโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ไม่มีการจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด และ ค่าล่วงเวลาในวันหบุด หรือเงินชดเชยกรณีหยุดกิจการ โดยมีการกำนหดว่านายจ้าง ต้องเสียค่าดอกเบี้ยให้ลูกจ้างจำนวน 15% ต่อปี ตามระยะเวลาที่ผิดนัดไป

+เปลื่ยนนายจ้าง

หากมีการเปลื่ยนแปลงนายจ้าง นิติบุคคล และทำการจดทะเบียนโอบหรือควบคุมนิติบุคคลอื่น จนกลายให้ลูกจ้างเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ โดยในกรณีี้ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง และทางนายจ้างใหม่นั้นจะต้อง ให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามเดิมกับที่ลูกจ้างเคยได้รับ ด้วย

+ย้ายสถานประกอบการ

จะต้องมีการประกาศ 30 วันก่อนการย้ายสถานประกอบการ หากนายจ้างไม่บอกจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างเป็นจำนวน 30 วัน และมีสิทธิ์ได้รับเงิน ชดเชยพิเศษสูงสุด 400 วัน

+ลากิจ

เพิ่มสิทธิ์ให้ลูกจ้างสามารถลากิจได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน โดยจะได้รับค่าจ้างตามปกติ

+ลาคลอดบุตร

เพิ่มสิทธิ์ให้กับลูกจ้างที่ไปลาคลอดบุตร ให้ลาได้ไม่เกิน 98 วัน รวมถึงลาไปตรวจก่อนคลอดบุตรด้วย จากเดิมลาคลอดบุตรได้ 90 วัน ทั้งนี้ ลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างระหว่างลาคลอดบุตรจากประกันสังคม 45 วัน และจากนายจ้างอีกไม่เกิน 45 วัน

+ลูกจ้างชายหญิง มีความเท่าเทียมกัน

ต้องกำหนดอัตราค่าจ้างและค่าลวงเวลาในการทำงานในอัตตราทีเท่าเทียมกันเท่านั้น

โดยพรบ. ดังกล่าวนี้จะมีผลในการบังคัใช้หลัง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 30 วัน