ชีวิตพลิกผันจากดังกลับตกอับ ‘หมู ดิลก’ จากพระเอกดังสู่คนขายประกัน

ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนน่าจะรู้จักกันดีกับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง อาหมู ดิลก ทองวัฒนา ที่ตัวเขานั้นได้มีการเปิดเรื่องราวว่าชีวิตของเขานั้นต้องล้มลุกคลุกคลานมาสักเท่าไหร่ และจะฝากเรื่องราวของชีวิตไว้เป็นบทเรียนให้กับน้องๆสำหรับใครหลายคนที่กำลังเลือกอาชีพสายงานต่างๆ

โดย อาหมู นั้นก็รับบทบาทหน้าที่ของการเป็นพ่อในวงการแสดงมาหลายเรื่องราวให้มีผลงานออกมารับชมกันอย่างมากมายโดยในช่วงพักร้อนเรียกได้ว่าทำงาน 7 วันและก็มีถ่ายละครแทบทั้งหมดประมาณ 5 เรื่องและแต่ละเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป

โดยอาหมูนั้นกว่าจะมีบ้านเป็นของตัวเองก็ต้องทำงานมาอย่างหนักเพราะแต่ก่อนนั้นก็เช่าบ้านอยู่มาตลอดไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองจนกระทั่งมีอาชีพเป็นนักแสดงก็มีเงินเก็บจนสามารถพอที่จะซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้โดยในตอนนั้นใช้เป็นเรือนหอในชีวิตแต่งงานครั้งแรก ด้วยหลังจากที่แสดงละครเป็นพระเอกได้ประมาณ 5 ปีก็แต่งงานได้ 7 ปีชีวิตคู่นั้นไม่ได้ยึดว่าเขาเป็นชีวิตของเราหรือเราเป็นชีวิตของเขาเพราะเขามีสิทธิ์ที่เลือกจะเดินออกไปจากชีวิตของเราแต่การเดินออกไปจากชีวิตคู่ของใครสักคนนั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้ อีกฝ่ายนั้นเจ็บปวดมากที่สุดและสุดท้ายมันก็เกิดขึ้น และทุกอย่างนั้นก็เกิดขึ้นก่อนงานแต่งงานอาก็เดินผ่านด้วยต้นทุนของชีวิตอาไปเสียหมด

และตอนหลังก็จบลงด้วยการหย่าร้างเนื่องจากไม่ได้ตกลงกันก่อนว่ามีคนใดคนหนึ่งโอเคไหมรับอะไรได้ไหม และในตอนนั้นหนูก็เลือกที่จะเดินออกมาแบบตัวเปล่าโดยไม่พกอะไรไม่ออกสมบัติอะไรทั้งนั้น และการเป็นพระเอกมีชีวิต ที่มีชื่อเสียงอยู่ในวงการ ไปไหนก็มีแต่คนรู้จักมันก็มีความสุขดีและอาชีพนี้มาก็สร้างเม็ดเงินกระเป๋าจนเกิดความสมดุลโดยไม่มีแต่ความดังยังเกิดอยู่ชีวิตก็จะมีปัญหา

ด้วยการสูญเสียทั้งนั้นถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ต้องเสียอะไรไปหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินสูญเสีย ชีวิตคู่ สูญเสียเรื่องงาน ที่ดีที่สุดกำลังจะจบไปและชีวิตพี่กำลังมีปัญหาเงินทองก็มีปัญหามันทำอะไรไม่ได้ได้แต่โทษสิ่งแวดล้อมโทษครู โทษนู่นโทษ นี่จนทุกอย่างนั้นก็มาได้สติก็ผ่านไปปีกว่าๆ โดยปีแห่งความทุกข์นั้นก็นั่งน้ำตาตกในทุกๆวัน บางครั้งก็ร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุจนบางครั้งก็ตั้งคำถามว่าผิดอะไรชีวิตมันผิดขนาดนี้เลยหรือ

และในช่วงที่เคว้งคว้างทั้งเรื่องเงินเรื่องทุกอย่างนั้นก็ทำให้เขาได้มีการมองหาช่องทางให้กับตัวเองหาวิธีแก้ไขปัญหาสู้กับตัวเองจนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในชีวิต และทำให้เขานัดเข้ามาในอาชีพขายประกัน แล้วตัวเขาก็คิดว่าจะทำงานมีทุกอย่าง เพราะว่านี่คืออาชีพที่สุจริตเพราะคนเราเกิดมา เมื่อทำงานอาจจะมีโกนถูกดูถูกบ้าง โดยเฉพาะเวลาที่เขานั้นคุยกับเราเวลาฟังการขายเราก็จะมีการสังเกตว่าเขาคุยเขาตั้งใจฟัง หรือเปล่ามีบางจังหวะบ้านที่เขาแอบเข้าไปในห้องน้ำแล้วกลับมาก็นั่งยื่นโอนแล้วเขียนว่าอธิบายแล้วเชิญออกจากบ้านไปเลยก็มี เรียกได้ว่าช่วงชีวิตนี้เป็นช่วงที่ยากลำบากกว่าจะพยุงตัวเองมาได้นะหนูก็ใช้เวลาพอสมควร