ก่อนจะมาเป็น ‘ไผ่ พงศธร’ เผยชีวิตสุดลำบาก ก่อนเป็นนักร้องเคยเหลือเงินแค่ 5 บาท

เป็นหนึ่งนักร้องขวัญใจประชาชนอีก 1 คนกับหนุ่มไผ่พงศธรที่เจ้าตัวนั้นมีผลงานออกมาอย่างมากมายให้แฟนๆได้ฟังกันอย่างกว่าจะมาถึงวันนี้นั้นเขานั้นก็ผ่านอุปสรรคมาอย่างมากมายและล่าสุดในเขาได้มาเปิดใจผ่านรายการคุยแซ่บโชว์

โดยไผ่ไม่มีการเปิดเผยว่าในสมัยเด็กนะตัวเขาเกิดมาเป็นลูกชาวนาไม่มีบ้านอาศัยอยู่ในทุ่งนาเวลาไปเรียนก็ต้องเดินเท้า 30 กิโลกรัมและอาศัยเขียนมาเป็นบ้านโดยความลำบากนักก็จะลำบากกว่าคนอื่นเพราะไม่มีบ้านลักษณะและครอบครัวก็ค่อนข้างที่จะยากจน

หลังจากนั้นก็มีโอกาสที่เดินทางเข้ามาสู่กรุงเทพฯโดยตลอดชีพแรกที่ทำก็คือร้านลาบได้เป็นธุรกิจของทางบ้านและนอกจากนี้ก็เคยชกมวยได้ค่าตัว 150 บาทแล้วก็รำตามหมู่บ้านเพื่อหาอาชีพเสริม ด้วยการเป็นนักร้องของเขานั้นมันเกิดเพียงแค่ชั่วข้ามคืนของที่เขาจะมีเป็นนักร้องเขาก็ได้รู้จักกับหยกลูกหยีซึ่งเป็นผู้จัดการคนแรกหาเขาไปนั่งดูการซ้อมร้องเพลงในห้องอัดแถวลาดพร้าวแล้วอาจารย์สมพรเป็นคนถามว่าร้องเพลงเป็นไหมจะได้มีการร้องให้เขาฟังเขาก็จะบอกทำ Demo ให้

หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสเข้าไปพบเจอกับครูสลาจะได้มีโอกาสที่ได้เข้ามาเทสเสียงก่อนที่จะกลับมาขายหน้าเช่นเดิมขายอยู่เป็นปีก็มีบริษัทโทรเข้ามาแล้วก็พาไปเจอกับครูสลาพร้อมกับเซ็นเอกสารต่างๆโดยในช่วงแรกนั้นก็มีการเดินทางเข้ามาเพื่อพิสูจน์ตัวเองโดยเหลือเงินเพียงแค่ 5 บาทในการใช้ชีวิต แต่ไม่รู้จะทำยังไงก็มีการซื้อข้าวถุงนึงและขอซอสคลุกข้าวกิน กินแต่น้ำประปาเวลาขึ้นรถเมล์ก็อาศัยหลบเอาไม่มีจ่ายเขาก็ไล่ลง ว่าชีวิตของเขานั้นก็ลำบากพอสมควร เพราะเข้ามาในกรุงเทพฯไม่รู้จะเข้ามาหากินอย่างไรแต่ถ้าอยู่ต่างจังหวัดเขาก็สามารถหว่านแหหาปลากินเองได้

หลังจากนั้นที่เขาได้เซ็นสัญญาเขาก็ไม่ได้มีงานทำเลย 2 ปีหลังจากก็ไม่มีการออกกำลังกายชุดแรกและบริษัทก็ช่วยเหลือให้มาอยู่แถวรัชดากับวงพี่มั้ยโดยอัลบั้มแรกนั้นเงียบมากประมาณ 8-9 เดือนจนรู้สึกถอดใจเขาไม่มีกำไรเข้ามาเลยแล้วไม่คิดว่าจะดัง

สุดท้ายเขาก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆจนมาเป็นนักร้องที่สู่ความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นนักร้องติดดินที่เป็นตัวอย่างให้กับใครหลายๆคนได้จึงไม่แปลกที่เขานั้นจะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้กับประชาชนและนักร้องหลายๆคนรุ่นน้องที่เดินทางสายความพอดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ