‘กล้วย’ กินให้ถูกต้อง สรรพคุณ ดีต่อตับ ความจำและช่วยเบาหวาน

สำหรับคนไทยนั้นมีความผูกพันกับต้นกล้วยมาอย่างช้านานมีการใช้ใบตองในการประกอบอาหารต่างๆทำเป็นวัสดุชามใส่อาหาร แต่ในปัจจุบันนั้นก็เริ่มมีคนใช้วัสดุตามธรรมชาติน้อยลงหันไปใช้พลาสติกหรือสิ่งแวดล้อมที่ทำลายธรรมชาติกันมากขึ้นซึ่งบอกเลยว่าแท้จริง แล้วสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวเรานั้นดีกว่า ที่ใครคิดและ นอกจากนี้ใบตองยังมีบทบาทสำคัญในการชนำมาทำพิธีต่างๆ อย่างเช่นขึ้นพิธีบ้านใหม่ขันหมากและอีกหลายพิธีต่างๆมากมายและกลายเป็นเครื่องบายศรีใหญ่ ลากราซพิธีจึงมีพิธีอัดสำคัญคือพิธีรีตอง


โดยในตำรับยานั้นกล้วยถือเป็นอาหารและยาที่ดำรงในวัฒนธรรมโภชนากา รและแพทย์พื้นบ้านมา ตั้งแต่สมัยโบราณโบราณและกล้วยที่ฮิตที่สุดในคือ … กล้วยน้ำว้าเพราะมีประโยชน์ในทางด้านอาหาร และมีคุณค่าในทางยา อีกทั้งหมอพื้นบ้านมีการใช้ใบตองอ่อนมา ประคบอาการปวดหน้าอกอาการอักเสบพุพองผิวหนังต่างๆและนำมาต้มดื่มแก้ท้องเสียได้

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาฤทธิ์ป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหารซึ่งมีการพบว่ากล้วยน้ำจะสามารถไปกระตุ้นเซลล์ในเยื่อบุกระเพาะให้หลั่งสารเมือกออกมาเคลือบเพิ่มความหนาและความแข็งแรงในกระเพาะได้เป็นอย่างดีลดความเป็นกรดได้สามารถกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวและเร่งการสมานแผลในกระเพาะให้หายได้อย่างรวดเร็ว

แน่นอกจากนี้ในกล้วยดิบในที่มีเส้นใยอาหารจำพวก เฮมิเซลลูโลส อย่างมากมายและยังมี นิวตรอลดีเทอร์เจนต์ เป็นเส้นใหญ่ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้มีคุณสมบัติในการช่วยดูดซึมไขมันและคอเลสเตอรอลให้ขับออกมากับอุจจาระส่งผลให้ปริมาณร่างกายในไขมันลดลงได้และช่วยควบคุมความดันโลหิตสูงได้ให้มาอยู่ในปกติและยังเป็นยาช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการรักษาตับอีกด้วยหลังจากที่ได้มีการทดลองในหนูโดยการป้อนอาหารที่มีส่วนผสมของกล้วยเพียงแค่ 10% พบว่ากล้วยนั้นสามารถช่วยกระตุ้นสร้างเนื้อเยื่อใยของเซลล์สัตว์ที่ถูกทำลายจากพาราเซตามอลได้เป็นอย่างดี และยังมีการป้องกันเพิ่มขึ้นของสารสีเหลืองบิลิรูบิล ได้อีกด้วยนอกจากนี้กล้วยยังมีกลไกในการเพิ่มสารสื่อประสาทเกี่ยวกับความจำทำให้มีความจำที่ดีขึ้นและเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

และถูกจัดให้เป็นสมุนไพรที่ใช้บรรเทาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงโดยมีวิธีรับประทานง่ายๆโดยการ ใช้กล้วยน้ำว้าห่ามสดครั้งละครึ่งถึงหนึ่งผล หรือผงกล้วยปั้นเม็ดลูกกลอนครั้งละ 4 เม็ด หรือใช้ผงกล้วยครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ รับประทานวันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน และนอกจากนี้เรายังมี วิธีการกิน

กล้วย ในกล้วยแต่ละแบบ ดังนี้

1.กล้วยดิบ

สำหรับกล้วยดิบนั้นถือเป็นยาชั้นดีโดยการนำมาฝากเป็นแว่นๆในอุณหภูมิ 50 องศาที่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคกระเพาะอาหารเมื่อนำมาบดเป็นผงและกินก่อนอาหารผสมกับน้ำผึ้งก็ได้และยังมีฤทธิ์ในการป้องกันรักษาโรคกระเพาะได้เป็นอย่างดีอีกด้วยสามารถช่วยป้องกันผนังของกระเพาะอาหารไม่ให้ติดเชื้อได้

2.กล้วยห่าม

ช่วยในเรื่องของอาการแก้ท้องเสียสร้างความหล่อลื่นในลำไส้เพิ่มกากใยเวลาขับถ่ายอีกทั้งยังมีโพแทสเซียมสูงมาก ซึ่งการกินกล้วยจะสามารถช่วยชดเชยค่าโพแทสเซียมที่ร่างกายสูญเสียไปได้เป็นอย่างดีและยังกระตุ้นผนังกระเพาะอาหารสร้างเมือกช่วยเคลือบกระเพาะอาหารได้

3.กล้วยสุก

เป็นยาระบายแก้ท้องผูกมีสาร เพคตินอยู่มาก ซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้มีฤทธิ์ระบายสูงช่วยให้อุจจาระออกมาเป็นสีเหลืองไม่มีกลิ่นเหม็นและการกินกล้วยสุกนั้นจะต้องเคี้ยวให้ละเอียดเพราะมีผลไม้ที่มีแป้งอยู่ประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์ในเครือกล้วยจึงสามารถเป็นอาหารเสริมให้กับเด็กเล็กได้

4. กล้วยสุกงอม

สำหรับกลัวอย่างนี้จะเต็มไปด้วยสารที่เรียกว่า TNF (Tumor Necrosis Factor) ที่จะสามารถไปสู้กับเซลล์ที่ผิดปกติได้จะช่วยทำให้เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นมีภูมิต้านทานของร่างกายเพิ่มขึ้นและสร้างสารต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี