ตำรวจเข้ม ต่อไปนี้ห้ามนั่งกระบะ หลังเกิดอุบัติเหตุ

โดยในล่าสุดที่ถามมาหลังจากเหตุการณ์อุบัติเหตุทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มีการกล่าวถึงนโยบายที่มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และการจราจรอย่างเข้มงวด หลังจากที่มีรถกระบะบรรทุกนักศึกษาฝึกงานเทคนิคศรีสะเกษ เทกระจาด ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 13 คนและบาดเจ็บอีก 6 คนซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเข้าข่ายความผิดพรบรถยนต์เพราะเป็นการใช้รถผิดประเภท นำรถกระบะบรรทุกประชาชน และยังถือพรบ.การจราจรทางยกเนื่องจากใช้ความเร็วเกิดนกว่ากฏหมายอีกด้วย

นอกจากนี้คนขับรถกระบะและคู่กรณีอาจจะมีความผิดทางกฎหมายอาญาเนื่องจากขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความต-ายและบาดเจ็บสาหัสและเสียทรัพย์แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่เกิดเหตุทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีการเร่งสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและผู้ขับขี่ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยไม่ทำผิดกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ จากนั้นก็จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเริ่มจากการจับและเตือนหากพบเห็นการฝ่าฝืนอีกก็จะดำเนินคดีในทันที

โดยมาตรการการห้ามนั่งท้ายรถกระบะนั้นจะทำตามอย่างละเป็นระบบรอบด้านแต่ที่ผ่านมามีการเน้นเพียงแค่การผลักภาระไปให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้รถกระบะในการเดินทาง จึงทำให้กฎหมายฉบับนี้ไม่สามารถบังคับได้จริงและเกิดการต่อต้านขึ้นและที่สำคัญคือกฎหมายไม่เคยเอาภาระไปไว้กับผู้ผลิตรถยนต์เลย และกำหนดการให้ผู้ผลิตรถยนต์กระบะดังกล่าวตั้งคอกนั้นหรือราวหรือสายรัด เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ผู้โดยสารตกจากท้ายรถกระบะก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มหรือไม่นั้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็จะเป็นภาระให้กับประชาชนอยู่ดีที่จะต้องซื้อรถในราคาที่แพงขึ้นและอาจจะทำให้มีสินค้าเพิ่มมากยิ่งขึ้นเหมือนดั่งกรณีมาตรการการบังคับเปลี่ยนรถตู้ให้เป็นรถโดยสารมินิบัสจึงมีผู้ประกอบการคัดค้านเพราะราคารถตู้นั้นอยู่ที่คันละ 1.2 ล้านบาท ส่วนมินิบัสคันละ 2.2 ล้านบาท ซึ่งเรียกว่าแพงเกือบเท่าตัว..

โดยในจุดนี้ทางรัฐบาลจะต้องเข้ามาดูด้วยว่าจะสามารถช่วยลดภาระของผู้ประกอบการรวมถึงประชาชนในการเปลี่ยนเลือกใช้รถที่ปลอดภัยขึ้นได้อย่างไรแต่อย่างไรซึ่งการสูญเสียในแต่ละครั้งก็ทำให้สูญเสียประชาชนวัยแรงงาน ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมือง …