ข่าวดี ผู้ป่วย 4 โรค ‘เบาหวาน-ความดัน’ รับยาได้ใกล้บ้าน ไม่ต้องรอคิวนาน

โดยล่าสุดนี้ ได้มีการหาทางในการลดความแออัดของทาง รพ. โดยในปัจจุบันนั้น มีผู้ป่วยเข้ามารับนยาเป็นจำนวนมาก และมีการสร้างทางเลือกให้กับ ปชช. ในการที่จะสามารถเลือกรับยาที่ รพ. หรือ ร้านขายยา

นี้โดยล่าสุดนี้ก็ได้มีนายอนุทินชาญวีรกุลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุจซื้อได้มีการระบุไว้ว่าหลังจากที่ทางคณะกรรมการหลักการประชุมลงมติเห็นชอบโครงการสำหรับผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทองนั้น จะได้มีการดำเนินโครงการดังกล่าวนี้ขึ้นมา โดยผู้ป่วยที่ เป็นเป้าหมายนั้นก็จะเป็นผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูง จิตเวช หอบหืดและเบาหวาน ซึ่งมีเป้าหมายเบื้องต้นว่าจะให้โรงพยาบาลเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ 50 แห่งและร้านขายยา 500 แห่งและจะทำการบริการผู้ป่วย 4 โรคนี้ให้ไปรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้านในรอบปีละ 2 ล้านคน

โดยวัตถุประสงค์ของโครงการและมีอยู่ 2 ประเด็นคือ 1 ลดความแออัดของโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเข้ามารับยาเป็นจำนวนมากและสร้างทางเลือกให้กับประชาชนในการสามารถเลือกรับยาได้ โดยในเรื่องของการเตรียมพร้อมนั้นโดยในวันที่ 1 ตุลาคม ก็มีการมั่นใจว่าจะสามารถเริ่มทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยระยะเวลาในการปฏิบัติงานก็ต้องมาดูว่ามีประเด็นไหนบ้างที่จำเป็นจะต้องปรับปรุง เพราะเป็นการเริ่มต้นระบบใหม่ทั้งหมดดังนั้นในช่วงแรกจึงได้เฉพาะผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทองในกลุ่มดังกล่าวเท่านั้นและเรียนรู้พฤติกรรมการรับยาของประชาชนและศึกษาวิจัยประเมินผลควบคู่ไปในตัวเพื่อดูว่าจะต้องปรับปรุงในเรื่องอะไรบ้างจะต้องจัดการบริหารอย่างไรและมีการบริการระบบอย่างไร

สำหรับการปฏิบัติตัวของประชาชนก็สามารถทำได้เหมือนกันเข้าไปรับยาที่โรงพยาบาลตามปกติทั่วไปเพียงแต่เมื่อไปรักษาที่โรงพยาบาลแพทย์ก็จะมีทางเลือกให้ว่าจะเลือกรับยาที่โรงพยาบาลหรือว่าจะรับที่ร้านยาใกล้ๆบ้านโดยร้านยานั้นผู้ป่วยก็สามารถไปรับเองได้เลยโดยถ้าหากใครเป็นผู้ป่วยใหม่ในครั้งแรกจำเป็นจะต้องรับยาในโรงพยาบาลก่อนจากนั้นก็จะมีการส่งไปรับยาที่ร้านยาใกล้ๆบ้านในโครงการ แทนตามขั้นตอนการรักษา ที่แพทย์มั่นใจว่าจะสามารถไปรับเองได้

หรือเรียกง่ายๆว่าถ้าหากเป็นผู้ป่วยคนไข้ใหม่จะต้องรับยาจนกว่าแผลจะมั่นใจว่ามีการใช้ยาอย่างสม่ำเสมอจึงจะมีการให้ผู้ป่วยไปรับยาได้ที่ร้านด้วยตัวเองหรือถ้าหากใครจะรับแบบเดิมตามโรงพยาบาลนั้นก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกันโดยการบริการยังคงเป็นไปตามระบบปกติไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่เพียงแค่เพิ่มโอกาสให้กับประชาชนสามารถเข้าไปรับยาได้ตามความสะดวกของตัวเอง

หลักทางด้านนายแพทย์ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่มีการบอกตามนโยบายนี้ด้วยเช่นกันว่า ซึ่งนโยบายนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขหรือเป็นผู้นำและกำหนดนโยบายในการบริหารซึ่งได้มีการคัดเลือกโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในสังกัดให้เข้าร่วมการดำเนินการและรวมถึงการสนับสนุนให้ผู้มีส่วนร่วมนั้นเข้ามาทำงานร่วมกันอีกด้วย

และจะมีการปรับปรุงระเบียบต่างๆให้สอดคล้องรวมถึงกำกับผลการดำเนินการและทางด้านสภาเภสัชกรรมนั้น ก็จะมีบทบาทในฐานะองค์กรวิชาชีพนอกจากนี้ก็จะมีการรวบรวมร้านขายยาแผนปัจจุบันเข้าร่วมโครงการนี้ด้วยเช่นกันซึ่งจะมีการท่องบทบาทในการกำกับติดตามคุณภาพร้านของยาในภาพรวมเพื่อให้ดำเนินการไปตามมาตรฐานวิชาชีพ

และยังมีการพัฒนาหลักสูตรอบรมหลักสูตรการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีการเชื่อมต่อไปยังการดูแลรักษาผู้ป่วยในร้านยาในตามระบบสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพที่มากที่สุด

ด้วยกระบวนการดังกล่าวนี้สามารถลดขั้นตอนได้ด้วยที่ร้านขายยาที่สามารถเข้าถึงชุมชนเข้าถึงพื้นที่และมีความสุขของงานน้อยกว่าห้องโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบปรับปรุงใหม่ที่บริหารอยู่กัน จะตั้งงบประมาณที่จำกัด และอาศัยหลักทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว ในระบบสาธารณสุข ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นการประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีอย่างเหมาะสมอย่างในปัจจุบัน

โดยโครงการผู้ป่วยรับยาร้านยา จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมตามความพร้อมของโรงพยาบาลโดยจะมีการเพิ่มความปลอดภัยในการรับยาและลดการครอบครองยาเกินความจำเป็นอีกด้วย และยังมีการตั้งเป้าหมายดำเนินการ 50 โรงพยาบาลและ 500 ล้านยาเลยถ้าหากผู้ป่วยคนไหนสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ห้องยาของทางโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้เลย หรือสามารถเข้าไปตรวจสอบตามเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้เลยคะ