You are here
หน้าแรก > เกษตร > เพาะเห็ดมิลค์กี้ในถุงพลาสติก สามารถทำเงินได้หลักหมื่น / เดือน

เพาะเห็ดมิลค์กี้ในถุงพลาสติก สามารถทำเงินได้หลักหมื่น / เดือน

และในวันนี้ทางทีมงานมันก็จะพาทุกคนไปดูกับอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อยโดยอาชีพดีสามารถสร้างเป็นอาชีพเสริมให้กับชาวเกษตรกรได้ใจมากจริงๆนั่นก็คือการปลูกเห็ดมิลค์กี้นั่นเองโดยเห็ดมิลค์กี้นั้นถือเป็นที่สายพันธุ์ขนาดใหญ่ สายพันธุ์หนุ่ง โดยสามารถปลูกได้ทั่วประเทศไทย โดยรสสัมผัสก็คล้ายๆเนื้อไก่มีควันหวานหอมหนุ่มๆไม่เหนียวติดฟันอีกทั้งยังมีเส้นใยอาหารและไฟเบอร์สูงโดยปกติของการเพาะเห็ดชนิดนี้นะ 1 ก้อนจะต้องมีโรงเรือนและแน่นอนว่าการมีโรงเรียนนั้นค่อนข้างที่จะทำได้ยากและต้องใช้พื้นที่เป็นอย่างมากแต่บอกเลยว่าวันนี้เราก็จะมีอีกหนึ่งเทคนิคที่บอกเลยว่าไม่ซับซ้อนและสามารถลงมือทำเองได้ด้วย

โดยได้มี พยางค์แสนกมลเกษตรผู้เพาะเห็ดที่อยู่ในอำเภอโพธิ์ทองจังหวัดอ่างทองโดยเป็นอดีตผู้นำเกษตรยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนในปี 2556 ได้มีการอธิบายถึงการพัฒนาการเพาะเห็ดมิลค์กี้ทำให้ได้ง่ายในระดับครัวเรือนซึ่งก็ได้มีการทำตั้งแต่ในปี 2557 เริ่มต้นจากการเพาะเห็ดในครัวเรือนเห็ดทั่วไปต่อมาก็มีการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านที่ขาดความรู้ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องหมายในการเพาะเห็ดทำครัวเรือนในบ้านของตัวเองได้และสามารถกลายเป็นอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านจึงได้มีการทดลองถูกมาเรื่อยๆจนสามารถหาวิธีในการเพาะปลูกเห็ดในถุงพลาสติกโดยไม่ต้องใช้การนึ่งก้อนเชื้อแต่อย่างใดและไม่จำเป็นต้องมีโรงเรียนก็สามารถปลูกได้

อุปกรณ์หลักๆนั้นก็มี

+ฟางข้าว 3 ฟ่อน

+ถังน้ำ 200 ลิตร

+ขี้เถ้า 2 กก.

+ปูนขาว 2 กก.

+น้ำหมักชีวภาพ 2 ฝา

+ถุงพลาสติก ขนาด 24X36นิ้ว

+หัวเชื้อเห็ดมิลค์กี้

ขั้นตอนการทำ

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนแรกนั้นก็เพียงแค่ใส่น้ำให้เต็มถังจากนั้นก็มีการเติมขี้เถ้า และปูนขาวลงไปและเอาน้ำหมักผสมเข้าด้วยกัน โดยขี้เถ้า และปูนขาวมีฤทธิ์เป็นด่างจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคแทนการนึ่ง แบบเดิมๆ

ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็เอาฟางข้าวแช่น้ำ ไว้ 1 คืน

ขั้นตอนที่ 3 และเอาฟางข้าวมาผึ่งน้ำ

ขั้นตอนที่ 4 จากนั้นก็เอาฟางข้าวมาอัดฟางใส่ถุงพลาสติกให้สูงประมาณ 10-15 เซ็นติเมตร

ขั้นตอนที่ 5 จากนั้นก็โหลดเชื้อเห็ดฟางๆแล้วเอาฟางทับไว้เป็นอีกชั้นหนึ่งทำทับทับอย่างนี้ไปเรื่อยๆให้เป็น 4-5 ชั้น

ขั้นตอนที่ 6 มัดถุงทิ้งไว้ในที่ร่มในบริเวณที่ไม่มีแดดส่องถึงและทิ้งไว้เป็นเวลา 7 วัน

ขั้นตอนที่ 7 จากนั้นในเช้าวันที่ 7 ก็ให้ใช้ไม้แหลม มาจิ้มๆด้านบนของถุง เพื่อให้เป็นการเปิดรูระบายอากาศจิ้มไปไม่เกิน 20 รู

ขั้นตอนที่ 8 และเมื่อครบ 30 วันเชื่อก็จะเดินเต็มที่ทำการเปิดปากถุงและใช้ดินกลบเล็กน้อย

ขั้นตอนที่ 9 จากนั้นก็รดน้ำให้ชุ่มถ้าเห็นน้ำแห้งจะต้องรดน้ำให้ชุ่มในทันทีแต่พอมีดอกก็ห้ามรดที่ดอกโดยตรงมาทำให้เห็ดเหลืองและเน่า

จากนั้นก็ทิ้งไปประมาณ 15 วันเห็ดจะออกดอกแล้วรอไปอีก 10 วันก็สามารถเก็บผลผลิตมาขายได้แล้วค่ะบอกเลยว่าเห็ดชนิดนั้นมีรสชาติดีเป็นอย่างมากอีกทั้งยังมีคนที่ผลิตกันไม่มากโดยสามารถขายหน้าฟาร์มได้ที่กิโลกรัมละ 150 บาทถึง 250 บาทหนึ่งก็สามารถให้ผลเฉลี่ยครั้งละ 5 กิโลกรัม และตลอดหรืออายุก้อนเชื้อนั้นสามารถเก็บเห็ดได้ประมาณ 5-6 ครั้งต่อ 3-4 เดือนเท่ากับเห็ดแค่ก้อนเดียวสามารถสร้างมูลค่าได้กว่า 5,000 บาทและยังลดต้นทุนในการผลิตได้เป็นอย่างมากเพราะแทบไม่ต้องใช้ต้นทุนในการผลิตอย่างใดอีกด้วย

โดยในปัจจุบันเหตุแห่งนี้นั้นได้รับการสนับสนุนทางด้านตลาดจากผู้ว่าราชการอ่างทองและประชารัฐอ่างทองตามโครงการครัวสุขภาพเพื่อมหานคร สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่เบอร์โทร 091-860-9324 ได้เลย

Similar Articles

Top