อธิบดีกรมป่าไม้ มีคำสั่งด่วน เป็นเจ้าหน้าที่จะทำกับชาวบ้านแบบนี้ไม่ได้ ต้องถอนแจ้งความ

หลังจากกลายเป็นประเด็นในโลกออนไลน์หลัง หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ แจ้งจับชาวบ้านเก็บเห็ด 3 คน พร้อมไม่ยอมความ จะดำเนินคดีให้ถูกที่สุด โดยหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ จ.ศรีสะเกษ อ้างว่า มีชาวบ้านมาเก็บเห็ดเยอะมาก ไม่เคารพสถานที่ ถือว่าบุกรุกพื้นที่ ปกติจะเข้าพื้นที่ต้องขออนุญาตก่อน จะเข้ามาแบบนี้ไม่ได้ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ จ.ศรีสะเกษ จึงไม่ยอมความ ไม่ยอมไกล่เกลี่ย และจะฟ้องชาวบ้านให้ถึงที่สุดให้ติดคุกกันไปทั้งหมดทุกคน

นางทัศศอร ผู้ถูกจับกุม ให้การว่าตำรวจท้องที่ว่า ‘พวกตนทั้ง 3 คน ได้อาศัยรถของเพื่อนบ้านเพื่อออกมา ตระเวนเก็บเห็ด เห็ดชิดนี้คือ เห็ดขม ซึ่งเกิดตามป่ายูคาลิปตัส จะเกิดเองตามธรรมชาติ ใต้โคนต้นยูคาลิปตัส เพื่อจะนำมาเป็นอาหารประทังชีวิตในครอบครัว เนื่องจากพวกตนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้ อย่างน้อยจะสามารถนำเห็ดมาประกอบอาหารประทังชีวิตในช่วงนี้ได้’

แต่พอมาถึงสถานที่ดังกล่าว กลับโดน หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ จ.ศรีสะเกษ เข้าจับกุมและให้เหตุผลว่าบุกรุกพื้นที่หวงห้าม ทั้งที่พวกตนพยายามอธิบายแล้ว แต่หัวหน้าสถานี กลับตะคอกพวกตน บอกว่าพวกตนอ้างและเถียง ไม่ยอมรับ พวกตนพยายามอธิบายแล้วว่าเห็ด เก็บมาจากที่อื่นได้เพียง 10 ดอกเท่านั้น พื้นที่นี้ยังไม่ได้เข้าไป เพียงแค่พึ่งลงมาถึงและสำรวจเท่านั้น จากนั้น หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ ก็ไม่ฟังอะไร แจ้งตำรวจมาจับ พร้อมกับพูดตะคอกเสียงดังว่า ยังไงก็ไม่ยอมความ ต้องฟ้องให้ถึงที่สุด ให้ติดคุกกันไปทั้งหมด

แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องได้โทรศัพท์ไปสอบถามแล้ว เบื้องต้นได้สั่งให้หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ ถอนแจ้งความกับทั้ง 3 คน เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ต้องเห็ฯใจชาวบ้าน จะเอากฎหมายเป๊ะ ๆ ไม่ได้ ชาวบ้านเขาก็ทำมาหากิน เราก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน บางอย่าง ถ้ายอมความได้ก็ยอม มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ควรมีความเห็นใจซึ่งกันและกัน เจ้าหน้าที่ก็ต้องพึ่งพาชาวบ้าน จะมาฟ้องร้องแบบนี้ไม่ได้ มันใช้ไม่ได้

และอธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งไปยังหน่วยงานกรมป่าไม้ทั่วประเทศแล้วว่า ให้พื้นที่ผ่อนปรนให้ประชาชนเข้าพื้นที่ไปหาเก็บของป่าเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการดำรงชีวิต เช่น เก็บเห็ด หาหน่อไม้ได้ แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายให้พื้นที่นั้น ‘ผมบอกกับทางหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ไปแล้วว่าบางกรณีก็จะไปยึดกฏหมายแบบ 100% ไม่ได้ ต้องดูหลักคุณธรรมด้วย ซึ่งกรณีเก็บเห็ด ก็ไม่ได้ทำให้พื้นที่เสียหาย และตอนนี้ได้มีการถอนแจ้งความในเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว’
อย่างไรก็ตามต้องรอดูความคืบหน้าต่อไป ว่าหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ จ.ศรีสะเกษ จะถอนแจ้งความหรือไม่ หรือยังจะเอาผิดชาวบ้านให้ติดคุกติดตะรางเพียงเพราะมาเก็บเห็ดเพื่อนำไปทำอาหาร เพื่อดำรงชีวิต แต่กลับโดนแบบนี้ ด้วยสถานการณ์แบบนี้จะยึดเอากฎหมายทั้งหมดก็ไม่ได้ ต้องดูหลักของคุณธรรมด้วย

ด้าน พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คนมีตะกร้าคนละใบและมีเสียมคนละ 1 เล่ม ในตะกร้าของแต่ละคนมีเห็ดที่ชาวบ้านเรียกว่า เห็ดขม ป่าแห่งนี้แต่เดิมหัวหน้าสถานีเพาะชำก็ได้ให้ประชาชนเข้ามาเก็บหาของป่า แต่ต้องมาขออนุญาต มีบัตรประจำตัวประชาชนมาวางไว้ให้รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน แต่รายที่เกิดเหตุเมื่อวานนี้ ชาวบ้านทั้งสามรายไม่ได้ขออนุญาต ทางสถานีเพาะชำกล้าไม้ต้องรักษาทรัพย์สิน รักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ จึงต้องแจ้งความดำเนินคดี ทางพนักงานสอบสวนก็ต้องสอบปากคำในเบื้องต้นผู้ถูกกล่าวหา และคาดว่าจะให้คดีนี้จบโดยเร็วที่สุด และจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ล่าสุดหลัง อธิบดีกรมป่าไม้ มีคำสั่งด่วน ให้ถอนแจ้งความ หน.สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามที่ได้นัดหมายไว้ พร้อมกับแจ้งความขอถอนคำร้องทุกข์ ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอีกต่อไป พนักงานสอบสวนจึงได้บันทึกปากคำของนายประธานไว้เป็นหลักฐาน แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวนี้เป็นอาญาแผ่นดิน ถึงแม้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์แล้ว แต่พนักงานสอบสวนยังต้องสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนคดีต่อไป.