You are here
หน้าแรก > เกษตร > ทำระบบน้ำหยดง่ายๆ รดน้ำได้ทั้งปี ในงบ 3000

ทำระบบน้ำหยดง่ายๆ รดน้ำได้ทั้งปี ในงบ 3000

สำหรับการปลูกผักบอกเลยว่าในทุกพื้นที่นั้นก็ใช่ว่าทุกพื้นที่จะสามารถปลูกผักได้เพราะว่าการปลูกผักนั้นในบางพื้นที่ก็มีสภาพที่แห้งแล้งจึงเรียกว่าไม่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของพืชอย่างแน่นอนซึ่งถ้าหากมีพื้นที่ที่ดินแห้งแล้งแล้วจะสามารถปลูกอะไรได้แน่นอนว่ามันก็ปลูกอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมันฉะนั้นมันก็มีวิธีเหมือนกันที่สามารถปลูกได้โดยสามารถเพาะปลูกโดยใช้ระบบน้ําหยดในการให้น้ำแทนการให้น้ำแบบปกตินั่นเอง

หลายคนคงกำลังคิดว่าระบบน้ำหยดนั้นบอกเลยว่ามันคงจะมีราคาแพงใช่ไหมแต่บอกเลยว่าในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะมาขอนำเสนอข้อมูลในการทำระบบน้ำหยดที่ใช้งบประมาณเพียงแค่ 3,000 บาทเท่านั้นเป็นยังไงน่าสนใจใช่ไหม ซึ่งสาเหตุที่คิดค้นระบบน้ำหยดนี้ขึ้นมานั้นเพราะตามพื้นที่นั้นอยู่บนพื้นที่สูงน้ำไม่ไหลผ่านตามธรรมชาติและพอถึงเวลาฝนตกพื้นดินก็ไม่อุ้มน้ำและเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งก็มาจะทำให้ขาดน้ำเป็นประจำและทำให้พื้นที่ดินแห่งนั้นปลูกอะไรได้ยากและระบบนี้นั้นจะสามารถช่วยทำให้ดินชุ่มชื้นตลอดเวลานั่นเอง.

สาเหตุที่ทำให้ดินชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาเพราะเรานั้นมีการต่อท่อไปตามแนวแปลงปู่ได้หยดน้ำลงสู่หน้าดินโดยตรงซึ่งเรานะสามารถวางระบบน้ำหยดโดยการกำหนดจุดที่จะหยดน้ำให้ตรงกับจุดที่พืชเจริญเติบโตได้จึงทำให้ดินในบริเวณที่ปลูกนั้นมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาอีกครั้งเวลาเราใส่ปุ๋ยนั้นก็สามารถใส่ลงไปในระบบน้ำหยดได้เลยไม่จำเป็นต้องฉีดตามแปลงแต่อย่างใดเพราะน้ำที่เราจดไปนั้นจะนำพาปุ๋ยประโยชน์ลงบนพืชและดินเองซึ่งวิธีนี้นั้นจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาดินแห้งแล้งและเพิ่มความสะดวกสบายในการให้ปุ๋ยได้เป็นอย่างมากเลยละ

“ระบบสวนครัวน้ำหยดราคาประหยัดที่เราคิดกันขึ้นมานี้ เกิดจากแนวคิดให้เกษตรกรในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน เพื่อการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้ทดลองใช้เป็นครั้งแรกที่ จ.มหาสารคาม ตั้งแต่ปี 2553 ปรากฏว่าได้ผลออกมาดีมาก ที่สำคัญสามารถประยุกต์ใช้ได้กับการปลูกพืชผักในแปลงทุกขนาด ทุกพื้นที่ ใช้น้ำน้อย ประหยัดต้นทุน การบำรุงรักษาง่าย อุปกรณ์หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ด้วยเงินลงทุนแค่ไม่ถึง 3,000 บาท”

โดยคุณศราวุธ ไก่แก้ว นักวิศวะการการเกษตรชำนาญการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมก็ได้มีการอธิบายถึงข้อดีของระบบสวนน้ำหยดโดยได้มีการทดลองแล้วในแปลงขนาดไม่เกิน 200 ตารางเมตรกว้าง 10 เมตรยาว 20 เมตรโดยการปลูกพืชระยะห่างประมาณระหว่างแถว 50 cm ผลที่ได้คือพืชเหล่านั้นกับได้น้ำอย่างสม่ำเสมอเพราะเป็นการให้ระบบแบบน้ำเฉพาะลากอีกทั้งยังสามารถประหยัดแรงงานเวลาในการเปิดน้ำแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงแค่ 10 1 30 นาทีเท่านั้นและใช้น้ำน้อยแค่เพียง 50 ลูกบาศก์เมตรต่อฤดูกาลเท่านั้นหรือในระยะเวลา 100 วันบอกเลยว่าประหยัดมากๆโดยค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จนั้นมีค่าน้ำค่าไฟสูตรน้ำเพียงแค่ 200 บาทต่อฤดูกาลเท่านั้นเองบอกเลยว่าคุ้มสุด

สำหรับการติดตั้งนั้นบอกเลยว่าไม่ได้ยากแต่อย่างใดสำหรับใครที่ไม่มีทักษะการช่างก็บอกหน่อยว่าสามารถทำได้แบบสบายๆเริ่มจากการวัดพื้นที่ตามความเหมาะสมเตรียมอุปกรณ์ถังน้ำ 200 ลิตรท่อ PVC และวาล์วน้ำข้อต่อต่างๆรวมถึงเทปน้ำหยดและอุปกรณ์ต่อพ่วงด้วย

จากนั้นก็เอาถังน้ำขนาด 200 ลิตรมาเจาะรูที่ก้นถังประมาณ 5 เซนติเมตรและติดตั้งทำน้ำออกโดยการนำท่อ PVC เกลียวนอกพันด้วยเทปพันเกลียวเข้าขันดูให้แน่นเสร็จแล้วก็ล็อคข้อ จากนั้นก็นำท่อ PVC เกลียวนอกมาติดตั้งการติดตั้งวาล์วท่อ PVC โดยติดตั้งชุดกรองน้ำเกษตรซึ่งให้หัวลูกศรหันตัวกรองไปทางทิศใดที่เกี่ยวกับการไหลของน้ำจากนั้นก็ติดตั้งท่อ PVC ตามความกว้างของหัวแปลงและนำถังไปตั้งบนที่สูงโดยให้สูงกว่าแปรงประมาณ 1-2 เมตรจากนั้นก็ทำการเจาะท่อ PVC ในตำแหน่งที่ต้องการวางสายเทปน้ำหยดและใส่ลูกยางกันรั่วในรูที่เจาะ

และให้ทำการติดตั้งข้อต่อเทปน้ำหยด เปิดน้ำไล่เศษตะกอนต่างๆออก ก่อนครอบฝาพีวีซีปิดปลายทั้งสองข้าง แล้วเสียบเทปน้ำหยดเข้ากับข้อต่อล็อกเทปให้แน่นโดยให้รูน้ำหยดหงายขึ้น ลองเปิดวาล์วทดสอบระบบ ขั้นตอนสุดท้ายพันปลายสายเทปน้ำหยดให้แน่น เพียงเท่านี้ชาวเกษตรกรก็จะได้ระบบสวนน้ำหยดในราคาประหยัดไว้ใช้ในส่วนของตัวเองกันแล้วบอกเลยว่าง่ายๆใช่ไหม ไม่จำเป็นต้องใช้ทุนมากมายแต่ก็สามารถสร้างระบบน้ำหยดได้ด้วยตัวเองซึ่งจะสามารถช่วยประหยัดทั้งแรงงานและเวลาในการให้ปุ๋ยอีกด้วยบอกเลยว่าทูอินวันเลย

Similar Articles

Top