You are here
หน้าแรก > เกษตร > ทำนาสไตล์ญี่ปุ่น ทำปีละ 1 ครั้ง ได้ผลผลิตสูง 120 ถัง ต่อไร่

ทำนาสไตล์ญี่ปุ่น ทำปีละ 1 ครั้ง ได้ผลผลิตสูง 120 ถัง ต่อไร่

เคยสงสัยกันบ้างหรือไมว่าทำไม ญี่ปุ่น จึงสามารถปลูกข้าวและขายได้ราคาสูงในระดับต้นๆ ของโลก แต่ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่น เคยเป็นลูกค้า “ข้าวจากประเทศไทย” มาก่อน แต่ปัจจุบันญี่ปุ่น สามารถผลิตได้เกินความต้องการแล้ว ชาวนาญี่ปุ่นทำนาปีละครั้ง แต่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวปีละ 8 ล้านเยน (เกือบ 3 ล้านบาท) หากเลือกปลูกข้าวพันธุ์ดีนั้นเอง

ญี่ปุ่น เร่งพัฒนาระบบการทำนาอย่างจริงจัง หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง ด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ในธรรมชาติ ญี่ปุ่นตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น ผลผลิตของพืชจะสูงกว่าในเขตร้อน สาเหตุจากอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนมีความแตกต่างกันหลายองศา ซึ่งในฤดูร้อนมีแสงแดดจ้า การสังเคราะห์แสงดำเนินไปเต็มประสิทธิภาพ การสะสมแป้งและน้ำตาลในอัตราที่สูง แต่พอตกกลางคืนอากาศเย็นลง การนำแป้งและน้ำตาลไปใช้ในขบวนการหายใจจึงอยู่ในอัตราที่ต่ำ ส่งผลให้ขบวนการสะสมอาหารได้มากกว่าในเขตร้อนตามที่กล่าวมาแล้ว

อีกปัจจัยหนึ่งรัฐบาลจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรถือครองที่ดิน รายละ 1 เฮกเตอร์ หรือ 6.25 ไร่ เท่านั้น การทำนาของญี่ปุ่นจึงประณีตมากเป็นพิเศษ

เนื่องจากญี่ปุ่นมีอากาศร้อนเพียงระยะสั้นๆ เกษตรกรจึงเริ่มเพาะกล้าในกระบะเก็บไว้ในตู้อบที่อุณหภูมิ 32 องศาเซลเซียส เพื่อกระตุ้นให้เมล็ดงอกในเดือนพฤษภาคมของทุกปี ระยะนี้อากาศยังคงหนาวเย็น  มีอุณหภูมิไม่เกิน 10 องศาเซลเซียส หลังจากเมล็ดงอกแล้วจึงนำกระบะต้นอ่อนเข้าเก็บในโรงเรือนพลาสติก ที่มีอุณหภูมิ 25-30 องศาเซลเซียส ดูแลจนต้นกล้ามี 3 ใบ ก่อนนำออกไปปักดำด้วยเครื่องปักดำ ระยะนี้อากาศภายนอกอบอุ่นขึ้นแล้ว

เทคนิคสำคัญคือ ในกลางเดือนสิงหาคม มีอากาศร้อนจัด เกษตรกรญี่ปุ่นจะระบายน้ำออกจากแปลงนา 4 ครั้ง แต่ละครั้งทิ้งระยะให้ดินแตกระแหง แล้วจึงไขน้ำเข้าแปลง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ก๊าซไข่เน่าและหญ้าที่ไถกลบลงดินก่อนการปักดำ ให้ระเหยไปในอากาศ เพราะว่าก๊าซทั้งสองชนิดเป็นพิษกับระบบรากของต้นข้าว ครั้งสุดท้ายคือ ครั้งที่ 4 เป็นระยะข้าวใกล้ออกรวง เมื่อดินแตกระแหง เกษตรกรจะหว่านปุ๋ยแต่งหน้า ให้เม็ดปุ๋ยตกลงตามรอยแยกของดิน เข้าใกล้ระบบรากมากที่สุด แล้วไขน้ำเข้ามา น้ำจะละลายดินปิดรอยแยกของผิวดิน เก็บรักษาปุ๋ยไว้ให้ละลายออกมาอย่างช้า ให้ต้นข้าวนำไปใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การปฏิบัติดังกล่าวจะช่วยทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มสูงขึ้น 7-10 เปอร์เซ็นต เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีใส่ปุ๋ยด้วยวิธีหว่านลงดิน-พื้นนาโดยตรง ระยะนี้ต้นข้าวในแปลงจะเริ่มแทงช่อให้เห็นพอดี

ด้วยชาวนาญี่ปุ่นได้นำเอาวิธีการมาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ ทำให้สามารถยกระดับผลผลิตเฉลี่ยทั่วประเทศสูงถึง 79 ถัง ต่อไร่ นี่เป็นน้ำหนักของข้าวกล้อง แต่หากคิดรวมทั้งเปลือกข้าวด้วย ค่าเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 120 ถัง ต่อไร่ สูงกว่าจีน ที่ผลผลิตเฉลี่ย 77 ถัง ต่อไร่ข้าวเปลือก ซึ่งเป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่น

Loading...

Similar Articles

Top