You are here
หน้าแรก > เกษตร > เลี้ยง ฮวก เลี้ยงง่าย ในบ่อซีเมนต์ สร้างรายได้ ทำอาหาร รสชาติหอม อร่อย

เลี้ยง ฮวก เลี้ยงง่าย ในบ่อซีเมนต์ สร้างรายได้ ทำอาหาร รสชาติหอม อร่อย

การเลี้ยงกบและฮวก เป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เนื่องจากการดูแลง่าย แต่ก่อนลงมือเลี้ยงนั้นควรมีความเข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องก่อนเสมอ จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยง วันนี้เรามีวิธีการเลี้ยงกบ มาฝาก สำหรับคนที่สนใจ หรือกำลังศึกษาข้อมูลในการเลี้ยงอยู่

ที่บ้านน้อยจอมศรี อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำการเกษตร ทำนา ทำไร่ ส่วนใหญ่ใช้น้ำจาก “เขื่อนน้ำอูน” สำหรับทำการเกษตร ฉะนั้น ผู้ที่เดินทางไปจังหวัดสกลนคร จะพบพื้นที่เขียวชะอุ่มไปด้วยข้าวนาปรัง พืชฤดูแล้ง ตลอดจนบ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงกบ ห่างตัวเมืองสกลนคร ประมาณ 12 กิโลกรัม มีหมู่บ้านเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของเมืองสกลนคร คือ บ้านน้อยจอมศรี ต.ฮางโฮง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่มีกลุ่มอาชีพหลากหลาย อาทิ กลุ่มทำหมอนขิด กลุ่มเกษตรกรทำนา กลุ่มเลี้ยงปลา และกลุ่มเลี้ยงกบ

โดยเฉพาะกลุ่มเลี้ยงกบ ที่มีมากที่สุดของจังหวัดสกลนคร กว่า 10 ราย คุณรัตนา ศรีบุรมย์ และคุณกมลชัย ศรีบุรมย์ อยู่บ้านเลขที่ 218 ตำบลฮางโฮง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร สองสามีภรรยา เป็นหนึ่งในกลุ่มเลี้ยงกบ ที่กบพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ กว่า 3,000 ตัว โดยคุณรัตนา เล่าว่า ก่อนเลี้ยงกบเป็นอาชีพ ได้ทำนาและทำไร่มาก่อน รวมทั้งเป็นลูกจ้างกรรมกรในตัวเมือง
“นอกจากทำนาปลูกข้าวแล้ว ชาวบ้านแห่งนี้ยังมีอาชีพเสริมคือการการเกษตรปลูกพืชฤดูแล้งเลี้ยงสัตว์ และบางส่วนเลี้ยงกบ ขายพันธุ์กบเป็นส่วนน้อย เน้นขายตัวอ่อนของกบหรือฮวก (ลูกอ๊อด) เป็นส่วนใหญ่ โกยเงินเป็นล่ำเป็นสันเรียกกันว่า “เถ้าแก่น้อย” ในหมู่บ้าน”

คุณกมลชัย กล่าวอีกว่า จากที่เห็นเพื่อนบ้านทำนาและเลี้ยงปลา กบเสริมแล้วทำให้มีรายได้ จึงศึกษาและนำกบมาทดลองเลี้ยงจนเกิดความชำนาญ จากแต่ก่อนเลี้ยงเพียงไม่กี่ร้อยตัว ก็เพิ่มจำนวนเลี้ยงขึ้นมาเป็นหลายพันตัว จากเดิมไม่มีคนรู้จัก ก็มีลูกค้ามาซื้อกบถึงบ้าน บรรดาเพื่อนบ้านที่เลี้ยงกบต่างมีรายได้ต่อปีหลายแสนบาท บางรายตั้งเป้าทำกำไรจากกบตัวละ 1 บาท หากขายได้ปีละ 1 ล้านตัว ก็มีรายได้ 1 ล้านบาท

“เมื่อ 5 ปีก่อน เริ่มเลี้ยง และนำเงินทุนที่มีอยู่ไปซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบเหลืองหัวเขียว และกบพื้นบ้าน ประมาณ 20-30 ตัว พ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบกิโลกรัมละ 50-70 บาท ตัวขนาด 2 นิ้ว 1 กิโลกรัม ได้ประมาณ 40 ตัว ลงทุนลงแรงเลี้ยงกบในที่นาตัวเอง โดยใช้ท่อปูนชีเมนต์ร่วมกับภรรยาเพียง 2 คน”

คุณกมลชัย เล่าว่า การเลี้ยงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบ เพื่อผลิตตัวอ่อนหรือลูกอ๊อด มีขั้นตอนการเลี้ยงยุ่งยากกว่าเลี้ยงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำชนิดอื่น ใจไม่สู้ เลี้ยงไม่ได้ไปไม่รอด ปัจจุบัน ตนมีกบพ่อพันธ์ จำนวน 2,000 ตัว แม่พันธุ์ 2,000 ตัวเศษ โดยกบพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เหล่านี้ จะถูกนำมาเลี้ยงไว้ที่ท่อซีเมนต์ กว่า 30 ท่อ แต่ละท่อจะมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปล่อยเลี้ยงประมาณ 50-60 ตัว ส่วนการผสมพันธุ์นั้น เริ่มจากใช้คันนาดินที่เป็นบ่อกั้นไว้ให้แล้ว นำตาข่ายไนล่อนพลาสติก ภาษาอีสานเรียก “ดาง” หรือ “ผ้าแหยง” รูถี่ มาขึงกางตาข่าย กว้าง 1.20 เมตร ความยาวแล้วแต่ขนาดคันนาเป็นมาตรฐาน ใช้ไม้ไผ่สูงขนาดเท่ากับตาข่ายค้ำยัน กั้นเพื่อขึงตาข่ายให้ตึง ป้องกันกบกระโดดหนีระยะห่าง 2 เมตร ต่อเสา และควรกั้นไว้หลายๆ บ่อเพื่อคัดแยกขนาดของกบและลูกอ๊อดออกจากกัน

“กบพันธุ์ไม่แข็งแรงเหมือนกบนาจะกระโดดเฉพาะช่วงผสมพันธุ์กันและมีฝนตก และควรเตรียมบ่อผสมพันธุ์ไว้ ตามต้องการแต่ควรเว้นระยะเนื่องจากการจำหน่ายต้องไม่ขาดช่วงหากทำพร้อมกันจะทำให้กบไข่มากทำให้ขายไม่ทัน”
วิธีการ คือ นำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบ ที่คัดแยกจากท่อที่เลี้ยงไว้ 4 ท่อ และตัวเมีย 4 ท่อ รวม 8 ท่อ นำตัวผู้และตัวเมียอย่างละ 200 ตัว รวม 400 ตัว ผสมเยอะไม่ได้ กบจะกระโดดหนีใส่ตาข่ายจนบาดเจ็บปากแดง
วิธีคัดแยกกบมาผสมกัน สังเกตกบตัวผู้จะคางย่นพอง ควรให้ผสมพันธุ์กันในช่วงเย็น ถ้าฝนไม่ตกให้เปิดน้ำแทนฝนจะผสมพันธุ์กันดี พอรุ่งเช้าให้แยกตัวผู้ตัวเมียกลับท่อ ถ้าแดดร้อนจัดลูกอ๊อดจะขยายพันธุ์รวดเร็ว ถ้าไม่มีแดดต้องรอข้ามคืน ตกเย็นในวันเดียวกันจะเห็นลูกอ๊อดลอยน้ำในบ่อผสม ช่วงนี้ลูกอ๊อดจะกินคราบไข่ในบ่อผสมก่อน 2 วัน ถึงจะให้อาหารเป็นหัวอาหารเมล็ดที่ใช้เลี้ยงปลา แล้วนำไปลงบ่ออนุบาลและอีก 5 วัน ก็นำลูกออ๊ดออกจากบ่ออนุบาลไปลงที่บ่อดินที่เตรียมไว้

“การเลี้ยงกบนั้น ไม่ได้ศึกษาจากที่ใด อาศัยประสบการณ์ลองผิดลองถูกเมื่อมีปัญหาก็จะไปสอบถามคนที่เลี้ยงมาก่อน ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำเป็นอย่างดี ปัจจุบัน กบของตัวเองที่เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ หนึ่งตัวจะสามารถผสมเพาะได้ ถึง 10-12 ครั้ง/ตัว หลังจากนั้นก็จะนำออกมาจำหน่ายเพราะกบเรียกกันว่าโทรมมากแล้ว จากนั้นจะคัดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ใหม่ มาทดแทน ฤดูกาลของลูกอ๊อดผลผลิตจะเริ่มออกในช่วงเดือนมีนาคม-สิงหาคม แต่จะออกเยอะในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน เนื่องจากมีอากาศเย็นและมีฝนตกลูกอ๊อดไม่ค่อยตาย ต้นฤดูที่ผสมใหม่ๆ จะทำเงินให้สูงตกกิโลกรัมละ 200-250 บาท” คุณรัตนา บอกอีกว่า ทุกวันนี้สามารถขายได้วันละ 30-50 กิโลกรัม โดยได้ใช้วิธีเพาะพันธุ์แบบให้เป็นเว้นระยะไม่ทำครั้งเดียว เพราะถือว่าทำได้ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง จะอยู่ที่วันละ 4,500-6,000 บาท ซึ่งหากหักค่าใช้จ่ายจากพวกหัวอาหารแล้วก็มีกำไรมากกว่าครึ่งของรายได้

ต่อมาคือการเลี้ยง ฮวก (ลูกกบ ลูกอ๊อด)
ฮวก หรือ ลูกอ๊อด คือ ลูกกบ ลูกเขียด มีรสชาติที่หอม อร่อย เหมาะกับข้าวอุ่นๆ และยังเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายอีกชนิดหนึ่ง วันนี้จะพาไปดูวิธีการเลี้ยง จะง่ายแค่ไหน ตามไปดูกันเลย

ขั้นตอนวิธีการเพาะเลี้ยง
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมกบพ่อพันธุ์แม่พันธุ์

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมบ่อให้สะอาดผ่านการทำลายเชื้อโรค

ขั้นตอนที่ 3 นำกบมาผสมพันธุ์

ขั้นตอนที่ 4 เพาะเลี้ยงลูกฮวกในบ่ออนุบาล 7 วัน

ขั้นตอนที่ 5 นำลูกฮวกไปเพาะเลี้ยงในบ่อดินที่เตรียมไว้

ขั้นตอนที่ 6 ให้หัวอาหารเม็ดวันละ 2 เวลา คือ ตอนเช้า และตอนเย็น หลังจากกบออกไข่แล้ว

ประมาณ 24 ชั่วโมง ไข่กบก็ฟักออกเป็นตัว และยังไม่ต้องให้อาหารใดๆ จนผ่านไปถึงวันที่ 3 จึงเริ่มให้อาหาร

การให้อาหาร
เริ่มให้อาหารทีละน้อยๆ หมดก็ค่อยๆ เพิ่ม หากยังไม่หมดก็ให้ลดการให้อาหารลง
ระยะอนุบาลลูกกบนี้ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกๆ 3 วัน
หากน้ำเริ่มเสียก็ควรเปลี่ยนน้ำเร็วขึ้น
อาหารลูกกบก็ให้อาหารปลาดุกเล็ก น้ำในคอก โดยเฉลี่ยประมาณ 30 เซนติเมตร
เมื่อลูกอ๊อดอายุครบ 15 วัน ก็จะเริ่มจับจำหน่าย
ลูกอ๊อดแต่ละรุ่นในหนึ่งคอกจะอยู่ที่ 80-100 กิโลกรัม
ราคาขายส่งจะอยู่ที่ 200-300 บาท

วิธีการทำอาหารสำหรับลูกอ๊อด
วัตถุดิบ
ปลายข้าว อัตรา 7 ส่วน
ปลาป่น อัตรา 3 ส่วน
รำ อัตรา 1 ส่วน

ขั้นตอนวิธีการทำ
1. ให้นำปลายข้าวและปลาป่น มาต้มให้เข้ากัน

2. ต่อมา เมื่อต้มเสร็จพอให้เหลวเข้ากันแล้ว นำรำมาผสมเข้าด้วยกันให้ข้นเหนียวสามารถปั้นเป็นก้อนได้

3. จากนั้น นำมาให้อาหารปลา ด้วยการปั้นและโยนลงในบ่อ วันละ2 ครั้ง เช้าเย็น

ข้อจำกัดในการเพาะเลี้ยง
ต้องเพาะเลี้ยงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม เท่านั้น
ต่อจากนั้นก็จะเก็บกบพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไว้จนถึงฤดูกาลเลี้ยงอีกทีจะเห็นวิธีการเลี้ยงฮวก หรือลูกอ๊อดนั่นเอง
ซึ่งจะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย และมีราคาที่ค่อนข้างแพง เป็นที่ต้องการของตลาด หากใครที่สนใจ อย่าลืมศึกษาวิธีและนำไปเลี้ยงกันได้

สูตรการทำอาหาร หมกฮวกใส่หม้อ หรือ อ๋อฮวก

ส่วนผสม
1. ฮวก (ลูกอ๊อด)

2. เครื่องพริกแกง พริกแห้ง หอมหัวแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด

3. พริกขี้หนูสด

4. ผักแมงลัก

5. เครื่องปรุง ปลาร้า น้ำปลา ผงชูรส

วิธีทำ
1. ผ่าท้อง หรือบีบท้องฮวกให้ขี่ออกให้หมด แล้วล้างฮวกให้สะอาด

2. นำฮวกไปคลุกเคล้าในหม้อกับพริกแกงที่ตำละเอียดแล้ว ปลาร้า ผงชูรส หรือ ผงปรุงรสก็ได้ เติมน้ำดื่มพอขลุกขลิก

3. นำหม้อไปตั้งไฟอ่อนๆ พอฮวกสุกแล้ว ชิมรสชาด เติมน้ำปลาตามความชอบ เมื่อรสชาติพอดีแล้วแล้วใส่ใบแมงลักลงหม้อ คนให้เข้ากัน ใบแมงลักสุกแล้ว ก็พร้อมรับประทานกันข้าวเหนียวหรือข้าวสวยก็อร่อยเหมือนกัน

Loading...

Similar Articles

Top