You are here
หน้าแรก > สาระ > ขนมจีบ 4 สูตรเด็ด! เคล็ด(ไม่)ลับ ความอร่อย ทำกินได้ ทำขายรวย

ขนมจีบ 4 สูตรเด็ด! เคล็ด(ไม่)ลับ ความอร่อย ทำกินได้ ทำขายรวย

พูดถึงเมนูประเภทติ่มซำ คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ขนมจีบ” แน่ๆ เพราะคงเคยชิมตามงานเลี้ยงหรือแม้แต่ภัตตาคารร้านอาหารใหญ่ๆ ก็ยังมีเมนูขนมจีบไว้ให้เราได้เลือกลิ้มรสกัน การทำ “ขนมจีบ” นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้อร่อยอาจจะต้องมีเคล็ดลับกันบ้าง เพราะหลายคนที่สนใจอาจจะสานต่อเป็นธุรกิจได้เลย หรือจะทำไว้ทานภายในครอบครัวก็ไม่ว่ากัน ไปดูวิธีทำกันเลย 

วัตถุดิบที่สำคัญ(รวม 4 สูตร)

1. หมูบดแช่เย็น
2. กุ้งสดหั่นชิ้น
3. ไข่ไก่
4. ต้นหอมซอย
5. น้ำมันหอย
6. น้ำตาลทราย
7. เกลือ
8. ซุปผงปรุงรส
9. พริกไทยป่น
10. น้ำมันงา
11. แผ่นเกี๊ยว
12. เหล้าจีน
13. ผักชี (เอาราก)
14. หอมหัวใหญ่
15. แห้ว
16. แครอทหั่นเต๋าเล็ก
17. แป้งข้าวโพดหรือแป้งมัน

สูตรที่ 1 ขนมจีบไส้หมูผสมกุ้ง

1. เริ่มจากนำหมูบดใส่ครก ตามด้วยตอกไข่ไก่ใส่ น้ำมันหอย น้ำตาลทราย เกลือ ซุปผงปรุงรส และพริกไทยป่น

2. โขลกหมูในครกให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ จนเนียนเหนียว และหนึบเด้งดึ๋งเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลาประมาณ 10

3. ตักหมูที่โขลกและปรุงรสจนได้ที่แล้วออกมาใส่ชามใหญ่ๆ หรือกะละมังสแตนเลสก็ได้ เพื่อผสมส่วนผสมอื่นต่อ

4. ใส่กุ้งสดหั่นชิ้น ต้นหอมซอย และน้ำมันงา ถ้ามีไข่กุ้งจะใส่ผสมลงไปเพื่อเพิ่มความกรุบของไส้ก็ใส่ตอนนี้ได้เลย

5. ใส่น้ำน้ำมันงาเพิ่มความหอมโดยจะไม่ใส่ตอนโขลกหมูในครก เพราะหมูจะเละและไม่เหนียวเนียน

6. ตักไส้ประมาณหนึ่งช้อนโต๊ะลงบนแผ่นแป้งเกี๊ยว เสร็จแล้วก็จับจีบแป้งเกี๊ยวให้สวย บีบให้แน่นสักเล็กน้อย

7. นำขนมจีบใส่หม้อนึ่งที่มีใบตองหรือใบข่ารองบนหม้อนึ่งใช้ไฟปานกลางจากน้ำเดือด จนกระทั่งสุก

8. พรมและคลุกเคล้าด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว ควรคลุกเร็วๆ อย่าคลุกนานเดี่ยวจะอมน้ำมันเกินไป

สูตรที่ 2 ขนมจีบหมูล้วน

1. นำหมูบดใส่เหล้าจีน น้ำมันงา ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส แล้วก็รากผักชีครับ แล้วก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน

2. คลุกเข้ากันแล้วใส่แป้งข้าวโพดลงไป

3. เพื่อความเนียนมากขึ้นอาจใส่ครกตำได้เลย

4. หมูที่เนียนนุ่มแล้ว พักไว้ในตู้เย็นสักพักให้วัตถุดิบเข้าเนื้อ

5. นำแผ่นเกี๊ยวมาตัดพร้อมห่อ และนำไส้มาใส่ลงไป ทำมือเป็นรูกลมๆเสร็จแล้วก็บีบ ก็จะได้ขนมจีบแบบง่ายและเร็ว

6. นำขนมจีบใส่หม้อนึ่ง นึ่งไฟปานกลางจากน้ำเดือด จนกระทั่งสุก

สูตรที่ 3 ขนมจีบหมูใส่แห้ว

1. นำรากผักชีกับกระเทียมกรีบไปโขลกหรือปั่นด้วยเครื่องปั่น ให้ละเอียด

2. นำหมูสับไปปั่นให้ละเอียด

3. ล้างแห้วให้สะอาด ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมไว้

4. ผสมหมูสับปั่นละเอียดเข้ากับรากผักชีและกระเทียมที่เตรียมไว้ นวดให้เข้ากันพร้อม

5. ใส่เกลือ น้ำตาล ผงปรุงรสหมู แห้ว หัวหัวใหญ่สับ นวดส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันดี จากนั้นปรุงรสด้วยแม็กกี้ น้ำมันงา

6. ตักไส้ประมาณหนึ่งช้อนโต๊ะลงบนแผ่นแป้งเกี๊ยว แล้วก็จับรวบปลายทั้งสี่มุมมาขยุ้มรวมกัน บีบให้แน่นหนาไม่มีรูเปิดอ้า

7. ห่อจนหมดไส้ที่ทำไว้ ใช้น้ำพรมแป้งเกี๊ยวเพื่อให้จีบสวยและเกาะยึดกันได้ดี

8. นึ่งไฟอ่อนจากน้ำเดือด ประมาณ 6 นาที วางขนมจีบห่างๆ กันจะได้ไม่ติดกัน

สูตรที่ 4 ขนมจีบแสนง่าย

1. โขลก รากผักชีให้ละเอียด

2. นวดผสมหมูสับกับรากผักชีโขลก ใส่ไข่ไก่ น้ำมันงา พริกไทยป่น น้ำปลา น้ำตาลทราย และซีอิ๊วขาวเห็ดหอม

3. คลุกเคล้านวดส่วนผสมให้เข้ากันดีส่วนผสมที่ได้ลักษณะเนียนเหนียว และเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลานวด 10 นาที

4. ตัดแผ่นเกี๊ยวเป็นแผ่นวงกลม เตรียมไว้ ใช้แก้วครอบ เป็นตัวช่วยในการตัด

5. เตรียมส่วนผสมสำหรับห่อ และเตรียมน้ำเปล่าใส่ถ้วยไว้เล็กน้อย

6. วางแผ่นเกี๊ยวลงบนมือ ตักส่วนผสมหมูใส่ประมาณ 2 ช้อนชา รวบจับจีบให้สวยงาม ทำจนหมด

7. วางขนมจีบลงในหม้อนึ่ง พรมน้ำให้ทั่ว นำไปนึ่ง ใช้ไฟปานกลางจนสุก

เคล็ดลับความอร่อย
1.บางสูตรแนะนำว่า ก่อนห่อแผ่นเกี๊ยวเข้ากับใส้ ควรล้างแผ่นเกี๊ยวก่อน โดยการเอาแผ่นเกี๊ยวไปจุ่มนํ้า ถูเบาๆ หรือสะบัดๆ เอาแป้งขาวๆ ออก แต่อย่าจุ่มหรือแชร่น้ำนานแผ่นเกี๊ยวจะเปื่อย เอาแค่หมาดๆพอ จากนั้นก็ห่อใส้หมูทั้งๆ ที่แผ่นเกี๊ยวยังเปียกหมาดๆ อยู่

2.ควรใช้กรรไกรหรือมีดตัดขอบแผ่นแป้งเกี๊ยวก่อนแล้วค่อยห่อ เพื่อให้ใส้พอดีกับแผ่นเกี๊ยว เพราะถ้าไม่ตัด ปลายแผ่นแป้งเกี๊ยวส่วนเกินนั้นจะแข็ง

3.เนื้อหมู เลือกเนื้อส่วนหัวไหล่หมูบดรวมกับมันหมู ใส้หมูเราจะได้เด้งๆ หนึบๆ อร่อยกว่า

4.ในขั้นตอนการนึ่ง ควรใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ให้ไส้พอเปลี่ยนเป็นสีขาวๆ อย่านึ่งนานเกินไป แผ่นแป้งเกี๊ยวจะแข็งกระด้าง รวมถึงการใส่ต้นหอมซอยจะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและสีสันให้แก่ขนมจีบได้

ทั้งนี้คนที่สนใจอาจจะต้องค่อยๆเรียนรู้เคล็ดลับของแต่ละสูตรและลองฝึกฝนการทำขนมจีบขั้นแรกก็เอาแค่ลองกินกันในครอบครัวและค่อยๆขยายออกไปให้เพื่อนๆได้ลองชิมจะได้รับฟังความคิดเห็นเอามาปรับปรุงฝีมือการทำให้ดียิ่งๆขึ้นไป และเมื่อมั่นใจในฝีมือก็เริ่มลงทุนเปิดร้านที่ใช้งบประมาณไม่มากแค่รู้จักทำการตลาดดีๆ อาชีพนี้ก็รวยได้เหมือนกัน

Loading...

Similar Articles

Top