กรมป่าไม้แจ้งจับ-ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับ ‘ชาวบ้านเก็บเห็ด’ พร้อมของกลางเห็ด 10 ดอก

ตามปกติในฤดูฝน ชาวภาคอีสานและภาคเหนือ จะออกหาของป่า คือ เห็ด และนำมาทำอาหารกินบ้าง นำไปขายสร้างรายได้บ้าง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกและจะเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นอาจจะเพียง 2-3 อาทิตย์ ครั้งนี้กลายเป็นประเด้นในโลกออนไลน์อีกครั้งเมื่อ ครอบครัวหนึ่งเข้าป่าเพื่อไปเก็บเห็ดนำมาทำอาหาร แต่ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ แจ้งความจับ ข้อหาบุกรุกและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไปรับรู้เรื่องราวนี้กันครับ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้จ.ศรีสะเกษ เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีข้อหาบุกรุก กับชาวบ้าน จำนวน 3 รายได้แก่ น.ส.ทัศศอร โยแก้ว, นางปราณี โยแก้ว อายุ 63 ปี และ นางบุญมี อินธิเดช อายุ 59 ปี ทั้งหมดอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ออกมาเก็บเห็ดเพื่อนำไปทำอาหาร แต่ถูกจับเสียก่อนเพราะ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ แจ้งว่า ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ ผกก.สภ เมืองศรีสะเกษ อธิบายว่า เรื่องดังกล่าวอาจเกิดจากความเข้าใจผิดของชาวบ้านและอาจไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ห้ามเข้า จึงได้เข้าไปเก็บเห็ดบริเวณดังกล่าว ตนพยายามไกล่เกลี่ยและขอร้องไม่ให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน แต่ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ไม่ยอม และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน เป็นชาวบ้านจากอำเภอน้ำเกลี้ยง ไม่ใช่คนในอำเภอเมือง ซึ่งต้องเดินทางไกลมาหาเก็บเห็ดป่าเพื่อนำไปประกอบอาหาร เห็ดที่ผู้ถูกกล่าวหาเก็บมา ชาวบ้านเรียกว่า เห็ดขม ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เบื้องต้น ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนให้การว่า เห็ดที่พบอยู่ในตะกร้าของทั้งสามคนนั้นมีเพียงเล็กน้อย และเก็บมาจากป่าที่อื่น เพิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ ลงจากรถก็เดินเข้าไป เพราะเห็นว่ามีต้นยูคาลิปตัสขึ้นอยู่จำนวนมาก และเห็ดขมชอบขึ้นตามโคนต้นยูคาลิปตัส

พอชาวบ้านเดินเข้าไปเก็บเห็ดบริเวณป่ายูคาลิปตัสดังกล่าว ก็ได้ถูกหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ แจ้งให้ตำรวจมาจับกุม เพราะเห็นว่าบุกรุก เมื่อได้รับแจ้งเหตุ จึงได้สั่งการไปว่าให้คุยกันดีกว่า ทำเรื่องไกล่เกลี่ย เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย น่าจะคุยกันได้ ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต แต่หัวหน้าสถานีก็ยืนยันคำเดิม คือไม่ไกล่เกลี่ยใด ๆ ทั้งสิ้น จะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุดกับทั้ง 3 คนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่มีทางเลือก เพราะทางเจ้าทุกข์ไม่ยอม ได้ทำตามกระบวนการสืบสอนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน

‘หากสอบสวนแล้วข้อเท็จจริงไม่ผิด ไม่ครบองค์ประกอบความผิด ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้มีเจตนาที่จะไปบุกรุก หลักฐานไม่พอ พนักงานสอบสวนก็จะรีบสั่งไม่ฟ้อง’ พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ กล่าวทิ้งทาย

ด้านคุณทัศศอร โยแก้ว ผู้ถูกจับกุม ได้เล่าว่า ‘พวกเราเดินมาดูบริเวณดังกล่าวว่าพอจะมีเห็ดไหม เนื่องจากไม่มีรั้วกั้น ไม่มีป้ายบอก ซึ่งปกติพวกหาเห็ดตามป่ายูคาลิปตัสริมทาง ถ้ามีป้ายหรือมีรั้วก็จะไม่เข้าไป พอเจ้าหน้าที่มา ตนก็ได้บอกว่า พวกตนยังไม่ได้เก็บเห็ดในป่านี้หรอก ที่นี่ไม่มีเห็ด พวกตนจะกลับออกไปแล้ว เห็ดที่ได้มาประมาณ 7-10 ดอก พวกตนเก็บมาจาก ป่าบ้านหนองม่วงหนองสวง ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ทางเจ้าหน้าที่ก็หาว่าพวกตนเถียง ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งพวกเราเดินหาดูแถวใกล้ ๆ ทางถนนใหญ่เท่านั้น แต่ย่าคนนึงที่มาด้วยกันนี้หลงเข้าไปในป่าลึก และไม่รู้ว่าที่นี่เขาจะห้ามเข้า เพราะไม่มีป้ายอะไร พวกตนมาหาเห็ดไปทำอาหารกิน แต่ก็มาถูกแจ้งจับ ดังกล่าว
พอเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปประชาชนต่างเข้ามาวิพากย์วิจารณ์อย่างมากในกรณีดังกล่าว ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ท่านนี้ อย่างไรก็ตามรอดูต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร น่าเห็นใจชาวบ้านมาก ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากคุยกันได้ก็ควรจะคุยกันนะครับ