You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > ประชาชนอ่วม! เตรียมรับมือ รัฐบาลขึ้นภาษีระรอกใหม่

ประชาชนอ่วม! เตรียมรับมือ รัฐบาลขึ้นภาษีระรอกใหม่

กรมสรรพสามิต โดยนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กรมสรรพสามิตจัดทำรายงานเพื่อจัดส่งข้อมูลการเก็บภาษี รวมทั้งเเผนปฏิบัติการ เเผนเป้าหมายจัดเก็บรายได้ แผนเก็บภาษีสินค้ารายการใหม่ ซึ่งมีทั้งการเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มเบียร์แอลกอฮอล์ 0 เปอร์เซ็นต์ ภาษีสรรพสามิตกัญชา ภาษีสรรพสามิตบุหรี่ไฟฟ้า ภาษีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น ภาษีความเค็ม ภาษีความมันในอาหาร มาตรการภาษีสิ่งแวดล้อม การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารจัดการแบตเตอรี่ เดินหน้าชงรัฐบาลพิจารณา

“แม้ที่ผ่านมากรมฯจะมีการผลักดันการเก็บภาษีสรรพสามิตสำเร็จไปหลายเรื่อง แต่ยังมีเรื่องที่ยังต้องรอระดับนโยบายจากรัฐบาลใหม่มาช่วยพิจารณา เพื่อให้เกิดแนวทางที่ชัดเจนและขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงบางเรื่องก็จำเป็นต้องหารือร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในการทำด้วย เช่นกับกระทรวงสาธารณสุข”

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า แนวทางการจัดเก็บเบียร์แอลกอฮอล์ 0% จะมีการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเปิดพิกัดภาษีใหม่สำหรับภาษีเบียร์ไร้แอลกอฮอลโดยตรง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี และป้องกันไม่ให้เยาวชนไปทดลองดื่ม เนื่องจากปัจจุบันเบียร์แอลกอฮอล 0% ยังเก็บภาษีในอัตราเดียวกับน้ำอัดลม ซึ่งเสียในอัตราต่ำเพียง 14% อีกทั้งยังไม่สามารถเก็บภาษีเหมือนเบียร์ทั่วไปที่เก็บ 22% บวกกับภาษีปริมาณดีกรีแอลกอฮอลได้ เนื่องจากมีแอลกอฮอลผสมไม่ถึง 0.5% ตามกฎหมาย

“กรมจะเสนอให้พิจารณาเปิดพิกัดภาษีใหม่ให้สูงกว่ากลุ่มเครื่องดื่ม แต่อาจไม่สูงเท่ากับเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล ซึ่งขณะนี้จากการสำรวจพบว่า เบียร์แอลกอฮอล 0% ขายกันในราคากระป๋อง 39-99 บาท แต่เสียภาษี 5-12 บาทต่อกระป๋อง แต่หากเสียภาษีเท่ากับเบียร์ทั่วไป อาจต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทำให้ราคาขายอาจปรับเพิ่มขึ้น”

ส่วนการเก็บภาษีความมันและความเค็มในอาหาร เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการภาษีเพื่อดูแลสุขภาพ โดยกรมฯอาจเลือกเก็บภาษีจากสินค้า ขนม อาหารที่มีไขมันและความเค็มผสมในปริมาณสูงก่อน เพราะถือเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคร้ายแรงที่ไม่ติดต่อ (เอ็นซีดี) แก่เด็กและเยาวชน ที่ชอบกินขนมขบเคี้ยว โดยเบื้องต้นจะใช้แนวทางคล้ายกับการเก็บภาษีจากความหวาน แต่ต้องรอความชัดเจนเพราะการวัดค่าความเค็มทำได้ยากต้องอาศัยความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข

ขณะที่การเก็บภาษีสรรพสามิตกัญชา และบุหรี่ไฟฟ้า ถือจะเป็นมาตรการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เนื่องจากตอนนี้กัญชา และบุหรี่ไฟฟ้ายังไม่ได้เปิดใช้เพื่อการพาณิชย์อย่างถูกกฎหมาย จึงต้องรอดูรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะมีการอนุญาตให้ใช้กัญชาในเชิงพาณิชย์หรือเปิดให้นำเข้าภาษีไฟฟ้าหรือไม่ หากทำได้กรมฯก็ต้องศึกษาการเก็บภาษีสรรพสามิตกัญชาเตรียมพร้อมไว้ ซึ่งขณะนี้ได้ทำรายระเอียดไว้แล้ว ทั้งอัตราภาษี อัตราจัดเก็บเทียบเคียง และอัตราภาษีซึ่งมีความแตกต่างกันตามรูปแบบของสินค้า

ด้านการจัดตั้งกองทุนแบตเตอรี่ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลักการต้องการให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริดจ์มีแผนจัดการแบตเตอรี่ที่ผ่านการใช้งานแล้ว โดยหากไม่ได้ทำตามแผนจะถูกเรียกเก็บเงินเข้ากองทุน ซึ่งตามร่างกฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดไว้ที่ 1 ล้านบาทต่อแบตเตอรี่ 1 ลูก ดังนั้น การบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วจึงมีความจำเป็นต่อการดูแลสิ่งแวดล้อม

Loading...

Similar Articles

Top