You are here
หน้าแรก > เกษตร > “ไม้หอมแก่นจันทน์” ไม้เศษฐกิจ ปลูกแล้วรวย ตันละ 300,000–400,000 บาท

“ไม้หอมแก่นจันทน์” ไม้เศษฐกิจ ปลูกแล้วรวย ตันละ 300,000–400,000 บาท

ไม้หอมแก่นจันทน์ (Sandalwood) หรือหอมอินเดีย มีถิ่นกำเนิดในมาเลเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย ปากีสถาน จีน เนปาล อินโดนีเซีย และติมอร์ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น อายุ 10 ปี เนื้อแก่นไม้จะมีกลิ่นหอม โดยไม่ต้องใช้สารเคมีกระตุ้นเหมือนอย่างต้นกฤษณา

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ เปลือกต้นชั้นนอกสีน้ำตาลเทาหรือน้ำตาลแดง ใบเดี่ยว รูปไข่แกมใบหอก เนื้อใบบาง ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ เรียงตรงกันข้าม ดอกขนาดเล็ก สมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อที่ซอกใบหรือปลายยอด ผลสด ทรงกลมรี ขนาดเล็ก สุกสีม่วงแดง ภายในมีเมล็ดเดียว

นำเนื้อไม้มาสกัดจะได้น้ำมันหอมมีกลิ่นคล้ายดอกกุหลาบ ในน้ำมันหอมยังมีสารแซลทารอล ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ ป้องกันรังสียูวีบี ธุรกิจสปาจึงนิยมนำน้ำมันหอมแก่นจันทน์มาใช้ผสมผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นต่อผิว แก้ปัญหาผิวแห้งแตกช่วยให้ผิวนุ่ม ลดการอักเสบ สมานผิว ธุรกิจเครื่องหอม นำมาใช้เป็นส่วนผสมช่วยตรึงกลิ่นทำให้หอมติดทนนาน

เลยทำให้เนื้อไม้ชนิดนี้มีราคาสูงถึงตันละ 300,000–400,000 บาท

นายคงศักดิ์ มีแก้ว ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยการจัดการป่าไม้ สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ บอกว่า ไทยได้ร่วมกับประเทศอินโดนีเซีย ตกลงร่วมกันศึกษาวิจัยการปลูกไม้หอมแก่นจันทน์ ในสถานีวนวิจัย ประจวบคีรีขันธ์ มาตั้งแต่ปี 2538 และได้นำไปทดลองปลูกในพื้นที่จังหวัดเชียงราย นครราชสีมา กาญจนบุรี และสงขลา ปรากฏว่าสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ดินร่วนปนทราย น้ำไม่ขัง

อนาคตคาดว่าจะเป็นไม้เศรษฐกิจที่ช่วยสร้างรายได้ให้คนไทย สนใจเข้าอบรม รับแจกต้นกล้าฟรี ติดต่อได้ที่ 084-659-5355 หรือ 032-611-806

Loading...

Similar Articles

Top