You are here
หน้าแรก > เกษตร > วิธีและเทคนิคการเลี้ยง “แมงดานา” ลงทุนน้อย สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน !!!

วิธีและเทคนิคการเลี้ยง “แมงดานา” ลงทุนน้อย สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน !!!

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อน แมลงดา, แมลงดานา หรือที่นิยมเรียกว่า แมงดา (นา) จัดเป็นแมลงจำพวกมวนน้ำชนิดหนึ่ง พบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปในภูมิประเทศลักษณะเป็นท้องทุ่งหรือท้องนาในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ รวมถึงเอเชียตะวันออก
แมลงดา หรือ แมงดา เป็นแมลงที่นิยมบริโภคกันในหลายวัฒนธรรมของชนชาติในแถบเอเชียอาคเนย์ ในอาหารไทยสามารถนำไปย่าง ทอดกรอบ หรือปรุงเป็นน้ำพริกก็อร่อย (โดยเฉพาะตัวผู้ที่มีกลิ่นหอม) เรียก “น้ำพริกแมลงดา” หรือ “น้ำพริกแมงดา” ปัจจุบันเป็นแมลงที่มีการส่งเสริมให้เลี้ยงกันเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ราคาต่อ 1 ตัว ประมาณ 7-12 บาท โดยตัวผู้ที่มีกลิ่นหอม ราคาประมาณ 10-12 บาท ส่วนตัวเมียราคาประมาณ 7-10 บาท ระยะเวลาจากแรกเกิดจนถึงส่งขายใช้เวลา 30-45 วันเท่านั้นเอง ซึ้งหากเลี้ยง 2,500 ตัวและขาย เราจะมีรายได้ถึงเดือนละ 30,000 บาท..!!!

เอาล่ะ..มาดูวิธีและเทคนิคการเลี้ยงแมงดานา แมลงเศรษฐกิจ สร้างรายได้งามกันครับ

1. เตรียมบ่อสำหรับเลี้ยงแมงดานา ขนาดบ่อสำหรับเลี้ยงแมงดานา มีความลึก 1 เมตร ขอบบ่อสำหรับให้แมงดานาขึ้นมาพักจากน้ำ ความกว้างของบ่อเลี้ยง 1 เมตร ก้นบ่อและปากบ่อควรทำมุม 45 องศาหรือมากกว่าเพื่อให้แมงดานาปีนขึ้นจากน้ำได้ง่าย ขนาดของบ่อควรเป็น 4 เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวเป็นสองเท่าของความกว้างประมาณ 2 เมตร ปริมาณน้ำในบ่อ ควรลึกตั้งแต่ 35-80 เซ็นติเมตร

ปักเสาโรงเรือน 2 ต้น เพื่อป้องกันแมงดาปีนหนีไป และป้องกันพวกนก ไก่ เป็น ฯลฯเข้าไปทำความเสียหายให้กับธุรกิจของเราด้วย มุงหลังคาให้สามารถกันแดด กันฝนได้ ไม่ควรใช้สักกะสีมุงหลังคา เพราะจะทำให้อากาศร้อนเกินไป ควรใช้ หญ้า หรือ กระบุรีเบือง

2. ปรับสภาพบ่อให้เหมือนธรรมชาติ ปลูกไม้น้ำเพื่อให้แมงดาอาศัยและวางไข่

3. ปล่อยพ่อแม่พันธุ์แมลงดานาลงไป 1 ตารางเมตร ละประมาณ 5 คู่ (1 บ่อ เลี้ยงได้ประมาณ 10 คู่)

อาหารของแมงดานา

อาหารของแมงดานา เป็นสิ่งที่หาได้ตามธรรมชาติ (หรือหาซื้อในตลาด) ได้แก่ ลูกปลาตัวเล็กๆ กุ้ง ลูกอ๊อด ลูกกบ (ห้ามใช้ลูกคางคกเพราะมีพิษ) การกินอาหารของแมงดา วิธีจับเหยื่อกินของแมงดานาจะเกาะตามกอหญ้าสงบนิ่ง เมื่อเหยื่อเคลื่อนที่เข้ามาใกล้จะจับเหยื่อไว้แน่นแล้วแทงด้วยปากที่แหลมคม พร้อมกับปล่อยสารบางชนิดเข้าในตัวเหยื่อจนหมดแรงและตายลงในที่สุด และดูดน้ำเลี้ยงหรือของเหลวในร่างกายเหยื่อจนหมด ทำซ้ำหลายครั้งจนอิ่มและปล่อยเหยื่อทิ้งไป

การเริ่มเพาะแมงดานาในบ่อดิน แมงดานาจะเริ่มวางไข่ รุ่นที่ 1 ในเดือนมิถุนายน รุ่นที่ 2, 3 และ 4 จะวางไข่ในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน-ตุลาคม แมงดานาจะกินอาหารที่ยังมีชีวิตและเคลื่อนไหวได้และไม่ยอมกินอาหารที่ตายแล้ว หลังเตรียมบ่อนำกอหญ้าหรือกก ปลูกในบ่อเป็นแถวคล้ายกับการดำนาให้พอเพียงกับแมงดานาใช้เกาะอาศัย ปล่อยพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ประมาณ 1 เดือน ในช่วงผสมพันธุ์ แมงดานาเพศผู้จะผลิตสารที่มีกลิ่นฉุนเพื่อดึงดูดเพศเมียให้มาเป็นคู่ผสมพันธุ์
หลังจากผสมพันธุ์ไม่นานแมงดาจะวางไข่บนกิ่งไว้เหนือระดับผิวน้ำ ประมาณ 15-20 เซนติเมตร คราวละ 100-200 ฟอง โดยมีเมือกเหนียวยึดไว้กับต้นกกหรือต้นหญ้า แมงดานาจะวางไข่เป็นแถว ลักษณะกลมรีมีเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นยาว 0.2 เซนติเมตร สีน้ำตาลเข้ม ส่วนปลายจะมีรอยขีดและจุดสีน้ำตาลอ่อนตรงส่วนปลายสุด ไข่จะฟักออกเป็นตัวภายใน 7-8 วัน พร้อมทิ้งตัวลงน้ำในบ่อหากินอาหาร ขนาดตัวอ่อนยาว 0.8 เซนติเมตร จากนั้นจะลอกคราบ 5 ครั้ง โดยจะลอกคราบทุกๆ 5-7 วัน และเป็นตัวเต็มวัยเมื่ออายุ 32-43 วัน

ต้องเลี้ยงเท่าไหรถึงจะพอทำรายได้ ?

ในระยะแรกให้ทดลองเลี้ยงที่ 10-20 คู่ (สามารถใช้ตัวผู้หนึ่งตัว ต่อตัวเมีย 5 ตัวก็ได้) ซึ่งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แต่ละรุ่นสามารถวางไข่ได้ 2-3 ครั้ง ในระยะห่างกันประมาณ 1 เดือน ซึ่งเมื่อครบ 3 ครั้ง ก็สามารถจับขายได้ และเลือกลูกๆที่โตแล้ว มาทำเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์รุ่นต่อไปได้
การวางไข่แต่ละครั้งของแม่แมงดานาจะอยู่ที่ประมาณ 100-200 ฟอง ซึ่งการเลี้ยงแม่พันธุ์ 20 ตัว สามารถให้ลูกแมงดาได้ 2,000-4,000 ตัวต่อการเลี้ยงหนึ่งครั้ง

วิธีการดูแล

การดูแลแมงดานานั้นไม่ยาก พราะแมงดานาเป็นสัตว์ที่อาศัยตามธรรมชาติของบ้านเราอยู่แล้ว จึงไม่ต้องห่วงเรื่องอุณหภูมิน้ำ ภูมิอากาศ แต่ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษก็คือ

1. ความสะอาดของน้ำ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกๆ 7 วัน หรือหากเริ่มมีกลิ่นเหม็น เก็บเศษอาหารที่ที่ลูกแมงดากินไม่หมด

2. การถูกรบกวนจาก คน สัตว์เลี้ยง และแสงไฟ เพราะสิ่งเหล่านี้จะรบกวนการเจริญเติบโต และการพักผ่อนของแมงดานาได้

3. เห็บหรือไร จะมากัดแมงดานาหากว่าน้ำสกปรก แมงดานามีศัตรูตามธรรมชาติตัวอย่างเช่น

3.1 แมงดานาเป็นศัตรูกันเองด้วย หากว่ามีอาหารไม่เพียงพอ ก็ทำให้ตัวอ่อนกินกันเองได้

3.2 เห็บจะกัดตามตัวของแมงดานาขนาดใหญ่ ซึ่งมันจะดูดกินเลือดของแมงดานาจนตายได้ ตัวเห็นจะมีลักษณะเหมือนไข่เล็กๆ สีน้ำตาลเกาะตามท้องของแมงดา การแก้ไขให้เปลี่ยน้ำให้บ่อยขึ้น ลดจำนวนแมงดาต่อบ่อให้น้อยลง

3.3 ตัวทาก ลักษณะคล้ายปลิง ทำให้แมงดาโตได้ไม่เต็มที่

เทคนิคในการเพาะและขยายพันธุ์แมงดานา

1. การเร่งให้แมงดาไข่ ให้ใส่ลูกกบลูกเขียดเป็นลงไปให้มากให้แมงดาที่จับจากธรรมชาติกินอย่างเต็มที่ เปิดสปิงเกอร์ทุกวันวันละ 2-3 ชั่วโมงตอนกลางคืน ไม่เกิน 7 วัน แมงดาจะพร้อมที่จะวางไข่

2. ลูกอ่อนของแมงดานาต้องให้ลูกออดกินถึงจะลอกคราบได้ดี เปอร์เซ็นต์การรอดตายสูง

3. แมงดานาตาย เช่น ตายโดยไม่ทราบสาเหตุอาจเป็นเพราะหมดอายุ เพราะที่นำมาเพาะ ส่วนใหญ่จะนำพ่อแม่พันธุ์มาจากธรรมชาติทำให้ไม่ทราบอายุที่แน่นอน ซึ่งวงชีวิตแมงดานาประมาณ 1 ปี

4. อาหารทุกช่วงอายุปรากฏว่าให้ลูกอ๊อด ลูกกบดีที่สุด

ดังนั้นถ้าจะเลี้ยงแมลงดานาให้สำเร็จต้องหัดเพาะกบให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาเลี้ยงแมลงดานา เพราะใน1 วันลูกแมลงดานา กินลูกอ๊อดวันละ 1 ตัวแมลงดานาฟักออกจากไข 1 แม่ประมาณ 80-150 ตัวถ้าออกไข่พร้อมกัน 5 แม่จะต้องใช้ลูกอ๊อดเป็นอาหารวันละ 400 ตัว กบ 1 ตัวเมือเพาะจะลูกกบประมาณ 1000-1500 ตัว นี่คือปัญหาในการเลี้ยงแมลงดานา

การนำแมงดามาปรุงอาหาร

1. ไข่แมงดานา นำมาย่างไฟหรือกินสดๆ

2. ตัวเต็มวัย ตัวเมียชุบแป้งทอด ทำแกงคั่วแมงดานา ตัวผู้มีกลิ่นหอมทำให้เพิ่มรสชาติอาหาร นำมาทำน้ำพริกแมงดา แจ่วแมงดานา น้ำพริกปลาร้า น้ำปลาแมงดา หรือดองแช่น้ำปลาไว้ขายราคาแพง (ตุลาคม-มีนาคม)

Loading...

Similar Articles

Top