เก่งมาก!! เกษตรกรหัวใสหันมาปลูก ข้าวในน้ำ ปรับตัวหนีดินฟ้าที่แปรปรวน

บอกเลยว่าอากาศปัจจุบันนั้นเราแทบจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร ฉะนั้นมันจะดีกว่าไหมถ้าหากเราสามารถเปลี่ยนแปลงการทำเกษตรและรู้จักปรับตัวให้กับเข้ากับธรรมชาติในทุกๆวันได้ เพราะในปัจจุบันนี้อาชีพเกษตรกรนั้น ถือว่าเป็นอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนต่างๆและนั่นอาจจะทำให้ผลผลิตต่างๆหลังเสียได้ ซึ่งมันก็เท่ากับว่ารายได้จากการดำรงชีวิตก็จะขาดหายไปซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกษตรกรนั้นจะต้องรู้จักการปรับตัวและหาวิธีเพื่อมาเพาะปลูกเพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเอง

ชายคนหนึ่งนั่นก็คือคุณ นายสุพรรณ เมธสาร ผู้เป็นเกษตรกร อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งทางคุณสุพรรณนั้นก็ได้มีการปรับตัวเองให้เข้ากับพื้นที่อากาศสภาพอากาศที่แปรปรวนโดยมีการปลูกข้าวในน้ำแทนปลูกข้าวในดินซึ่งสามารถสร้างรายได้และได้ผลในการผลิตและไม่ได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศอีกด้วย

ซึ่งการปลูกข้าวนั้นเป็นการปลูกข้าวลอยน้ำแบบอินทรีย์เกษตรถือเป็น ทางเลือกใหม่ในการปลูกข้าวบนพื้นที่น้ำ แล้วก็ว่าได้เพราะหลังจากที่เขานั้นได้พบกับมหาอุทกภัยในช่วงปีพ.ศ 2554 ซึ่งจะทำให้พื้นที่การทำนาของชาวเกษตรกรนั้นถือว่าได้รับความเสียหายหนักเป็นอย่างมาก ทั้งต่อชีวิตมนุษย์ ทั้งชีวิต และสิ่งก่อสร้าง ทรัพย์สินต่างๆก็สูญหายไปอย่างมากมายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเกษตรกรถือว่าได้รับผลกระทบเยอะที่สุดเพราะว่าน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน จึงทำให้ไม่สามารถทำผลผลิตได้นั่นเองและนั่น ก็ทำให้ชาวเกษตรกรนั้นจะต้องรู้แต่การตั้งรับและปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยจริงๆ

โดยวิธีนี้บอกเลยว่าได้ผลเป็นอย่างมากอีกทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนและก่อเกิดรายได้มากดีอีกด้วยเพราะนี่คือการผลิตข้าวที่ไม่ได้ใช้สารเคมีแต่อย่างใดถือว่าเป็นกลายเป็นสินค้าที่ปลอดสารพิษเลยก็ว่าได้อย่างมากสำหรับเกษตรกรที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือไม่มีพื้นที่ดินเป็นของตัวเองแต่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์น้ำขังน้ำท่วมได้อยู่ตลอดเวลา

โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะปลูกก็มี
-กล่องโฟมเก่า.
-กระถางพลาสติกสำหรับปลูก
– ดินเลน
-เมล็ดพันธุ์ข้าว
-ลำไม้ไผ่สำหรับทำแพไว้ปลูกข้าว
-เชือกฟาง

ขั้นตอนการปลูกข้าวลอยน้ำอินทรีย์เกษตร
ขั้นตอนที่ 1 เอาเมล็ดข้าวไปเพราะฃในแปลงเพาะ เหมือนกับการเตรียมต้นกล้าดำนาทั่วไป
ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นนำตาไม้ไผ่มาทำเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเพื่อทำเป็นแผลในพื้นที่ที่จะปลูกข้าวลอยน้ำ
ขั้นตอนที่ 3 นำเอาฝากล่องผลไม้มาเจาะรูมีขนาดเท่ากับกระถางพลาสติกให้อุ้มตัวกระถางไว้
ขั้นตอนที่ 4 นำดินเลนมาใส่ในกระถางให้เต็ม
ขั้นตอนที่ 5 จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 วันก็จะได้ต้นกล้าและนำมาแยกปลูกไว้ในกระถางที่เตรียมไว้ประมาณ 4-5 กอ 1 กระถาง
ขั้นตอนที่ 6 นำกระถางใส่ฝาโฟมเพื่อนำไปลอยน้ำแล้วไปวางในกรอบไม้ไผ่ที่เตรียมเอาไว้
ขั้นตอนที่ 7 ใช้เชือกผูกกับฝากกล่องโฟมและแพไม้ไผ่ให้แน่นเพื่อป้องกันการพัดพาของน้ำไม่ให้มันไหลไปที่อื่น

สำหรับการดูแลนั้นก็จะใช้ปุ๋ยชีวภาพบำรุงข้าวตั้งแต่อายุ 30 ถึง 50 วันและหลังจากนั้นก็จะมีการใส่ปุ๋ยเกษตรในอัตรา 1 กำมือต่อ 1 กระถางละ 1 ครั้งซึ่งถ้าหากมีแมลงศัตรูพืชก็ให้ใช้น้ำหมักสมุนไพรฉีดพ่นไร่โดยวิธีการปลูกแบบนี้จะไม่จำเป็นต้องเสียเวลาดูแลเรื่องน้ำเลยเพราะข้าจะได้รับน้ำอยู่ตลอดเวลาในช่วงระยะการปลูกนั่นเอง.

สำหรับผลผลิตที่ได้นั้นชาวเกษตรจะสามารถช่วยลดต้นทุนเนื้อเรื่องของการเตรียมดินน้ำมันเชื้อเพลิงต่างๆอีกทั้งยังลดปัญหาในการดูแลเรื่องน้ำได้อีกด้วยเพราะในการทำแผลปลูกข้าวในพื้นที่ 1 ไร่ผลผลิตที่ได้ก็จะอยู่ประมาณ 70 ถังต่อไร่ซึ่งถือว่าไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมจากการเผาและลดการใช้สารเคมีไปได้เป็นอย่างมากจึงทำให้ชาวเกษตรกรที่ปลูกข้าวด้วยวิธีนี้ลดต้นทุนได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังช่วยรักษาโรคโดยการนำวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้กลับมาใช้ใหม่ได้นั่นเอง

โดยทางคุณสุพรรณนั้นถือเป็นชาวเกษตรกรที่ได้มีการปลูกข้าวปลูกผักและดำรงชีวิตในภาวะน้ำท่วมได้เป็นอย่างดีโดยมีการสังเกตเห็นผักตบชวาเต็มแม่น้ำจึงได้มีความคิดที่ว่าผักตบมันเป็นพืชมันก็เอามาทำปุ๋ยได้แล้วพอดีกับที่บ้านมีการปลูกไผ่ไว้ก็นำมาต่อเป็นกันเป็นแพ และลองปลูกข้าวในน้ำซึ่งผลปรากฏว่าสามารถออกผลผลิตได้จริงอีกทั้งยังประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างดีอีกด้วยและไม่ทำลายต่อสิ่งแวดล้อมเพราะไม่มีการเผาและวัสดุอุปกรณ์และสามารถนำมาใช้ใหม่ได้เรื่อยๆ