ปั้มน้ำไม่ใช้ไฟฟ้า ไม่ใช้น้ำมัน สูบน้ำได้ตลอดโดยไม่เสียเงิน งบน้อย ใช้ได้ดี

ในทุกๆวันนี้ก็มีเทคโนโลยีหลายๆอย่างเข้ามาช่วยในการเกษตรมากมายแต่บางอย่างนั้นเราก็สามารถประดิษฐ์นักศึกษาค้นคว้าเองได้ซึ่งสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ก็จะสามารถช่วยเงินรุ่นเงินและแรงงานในการทำเกษตรไปได้และในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาลองอ่านวิธีการทำปั๊มน้ำที่สามารถใช้งบน้อยอีกทั้งยังช่วยเหลือในงานด้านเกษตรได้เป็นอย่างมากซึ่งบอกเลยว่ามีประโยชน์ต่อทางด้านเกษตรเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

โดยปั๊ม น้ำที่เราจะพาไปชมนั้นก็คือเป็นการนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ในทางการเกษตรโดยจะมีการนำน้ำไปใช้บนพื้นที่ เกษตรที่สูงกว่าซึ่งถ้าหากเป็นแบบปกติก็จะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานเชื้อเพลิงเพื่อสูบน้ำขึ้นมา แต่นั่นก็สามารถทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายต่างๆมากมาย แต่ทว่าชาวเกษตรกรก็สามารถลดต้นทุนได้โดยใช้พลังงานน้ำดังกล่าวที่เรียกว่าพญาแร้งให้น้ํานั้นเอง

ซึ่งพญาแร้งให้น้ำนั้นจะเป็นเครื่องสูบน้ำแรงดันสุญญากาศโดยเป็นนวัตกรรมในการใช้น้ำเพื่อการเกษตรแบบยั่งยืนและปีนี้มีการนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรบนพื้นที่สูงได้อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งชาวเกษตรนั้นอาจจะต้องใช้ต้นทุนในเรื่องของเครื่องจักรต่างๆแต่สามารถตัดต้นทุนเหล่านั้นออกไปเมื่อใช้พญาแล้งน้ำมีได้เพราะว่านี่คือเครื่องสูบแรงดันน้ำที่ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าหรือน้ำมันเลยแม้แต่น้อย

ซึ่งเราจะพาทุกคนนั้นไปพบกับคุณธงชัย ก้อนทอง ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มไส้เดือนมาตรฐานและศูนย์การเรียนรู้เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางด้านการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงบ้านสนามชัย ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยทางคุณธงชัยนั้นก็ได้มีการกล่าวถึงหลักการทำงานของพญาแล้งน้ำซึ่งมีลักษณะการทำงานคล้ายๆกับกาลักน้ำแบบทั่วไปโดยการรักน้ำนั้นจะเป็นการนำน้ำจากที่สูงลงมาใช้ในพื้นที่ต่ำกว่าแต่ว่าการทำงานของพญาแร้งให้น้ำนั้นจะเป็นการนำน้ำจากพื้นที่ที่ต่ำกว่ามาใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรที่สูงกว่าด้วยการสูบน้ำจากระบบแรงอัดสูญญากาศซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานอะไรทั้งสิ้น
โดยการวางระบบของพญาแร้งน้ำนั้น สามารถใช้วัสดุอุปกรณ์ได้ดังนี้

1.ถังเหล็ก ขนาด 200 ลิตร
2. ท่อเหล็กและข้องอ
3. ท่อ PVC ขนาด 3/4 นิ้ว
4. ท่อ PVC ขนาด 2 นิ้ว และ 1 นิ้ว
5. วาล์วเปิด-ปิด
6. ท่อพักลม ขนาด 4 นิ้ว ลด 2 นิ้ว ความยาว 50 ซม.
7. ฐานสำหรับวางถังน้ำ 200 ลิตร ความสูงประมาณ 1.20 เมตร
8. น้ำยาประสานท่อ ,กาวสำหรับอุดรอยรั่ว ฯลฯ

การเชื่อมต่อถังพญาแร้งให้น้ำ
ส่วนที่ 1 : ด้านที่ใช้สำหรับสูบน้ำมาใช้ประโยชน์
ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการวางถังเหล็ก 200 ลิตรไว้บนฐานรองตามแนวนอนใกล้ๆกับแหล่งน้ำธรรมชาติให้มากที่สุด
ขั้นตอนที่ 2 ทำการเชื่อมต่อท่อเหล็กกับตัวถังด้านบนโดยหย่อนท่อลงไปในถัง ประมาณ 20 ซม
ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นก็ให้โผล่ขึ้นมาจากตัวถัง ประมาณ 10 ซม. พร้อมข้องอต่อเชื่อมกับท่อ PVC ขนาด 3/4 นิ้ว
ขั้นตอนที่ 4 เชื่อมต่อกับท่อเติมน้ำพร้อมวาล์วเปิด-ปิด และปลายสายให้ต่อวาล์วหัวกะโหลก
ขั้นตอนที่ 5 จากนั้นก็นำไปจุ่มในแหล่งน้ำให้เลือกตามความเหมาะสม

ส่วนที่ 2 : ด้านที่ใช้สำหรับนำน้ำไปใช้ประโยชน์
ขั้นตอนที่ 1 โดยให้ด้านบนของฐานต่อกับท่อ PVC ลอยขึ้นมาเพื่อเป็นข้าราชการพร้อมวาล์วสำหรับเปิดปิด
ขั้นตอนที่ 2 โดยในส่วนด้านล่างของฉันนั้นทำการเชื่อมต่อกับท่อเหล็ก เข้ากับตัวถัง และต่อท่อ PVC ขนาด 2 นิ้ว
ขั้นตอนที่ 3 โดยมีการเชื่อมต่อในทุกระยะประมาณ 30 เมตรเพื่อให้ท่อพักลมไว้ ใช้เป็นตัวช่วยส่งแรงดันน้ำไปที่ปลายสาย
ขั้นตอนที่ 4 จากนั้นลดขนาดท่อลงเหลือ 1 นิ้ว เพื่อให้น้ำไหลได้แรงขึ้น
ซึ่งในทางภายในระบบส่งน้ำจะต้องจำเป็นอุดรอยรั่วทั้งหมดเพื่อไม่ให้อากาศจากภายนอกเข้าไปข้างใน

สำหรับขั้นตอนการใช้งานพญาแร้งให้น้ำมีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ทำการเชื่อมต่อระบบท่อเข้าด้วยกัน แล้วให้ปิดวาล์วจ่ายน้ำทั้งหมด
ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็เติมน้ำเข้าไปในระบบท่อจนน้ำเต็มถัง
ขั้นตอนที่ 3 ปิดวาล์วทั้งหมดเพื่อไม่ให้อากาศจากภายนอกเข้าไป
ขั้นตอนที่ 4 ทดลองเปิดน้ำที่ปลายท่อด้านที่ใช้งาน ในช่วงแรกจะเป็นการไล่อากาศออกจากระบบท่อ น้ำอาจจะไหลได้ไม่สม่ำเสมอ
ขั้นตอนที่ 5 เมื่อระบบน้ำทั้งหมดเข้าสู่สภาวะสุญญากาศแบบสมดุลแล้ว จะสามารถดูดเอาน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในที่ลุ่มมาใช้ประโยชน์บนที่สูงได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานใดๆเพิ่มเติม


หมายเหตุ : ตัวอย่างที่นำเสนอนี้ทดลองใช้ในระยะทางที่ห่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติประมาณ 100 เมตร ซึ่งถังเหล็ก 200 ลิตรจะมีความทนทานต่อแรงอัดอากาศได้ดีกว่าถังน้ำพลาสติก หากต้องการเพิ่มกำลังส่งน้ำให้มากกว่าขึ้นสามารถนำถัง 200 ลิตรมาต่อเพิ่มเติมได้อีกเพื่อเพิ่มแรงอัดอากาศให้มากขึ้น และปิดน้ำทุกครั้งภายหลังจากเลิกใช้งานเพื่อความคงทนของอุปกรณ์ใช้งาน
และนี่ก็คือการใช้งานและการทำพญาแร้งให้น้ําซึ่งบอกเลยว่าเครื่องนี้นั้นไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าหรือน้ำมันแต่อย่างใดและยังสามารถช่วยประหยัดต้นทุนในการทำเกษตรไปได้อีกมากซึ่งเข้าสู่หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้อีกด้วยถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องที่ชาวเกษตรควรจะมีไว้ติดสวนกัน